<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-5135425816290860163</id><updated>2012-01-29T15:15:01.929+07:00</updated><category term='ธ'/><category term='muj'/><category term='nyhm'/><category term='ฟ'/><category term='k'/><title type='text'>DMNEWS</title><subtitle type='html'>บล็อคข่าวส่งเสริมคนดี

(รักดีหามจั่ว รักชั่วหามเสา หามจั่วก็หนักนะ)</subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://downmerngnews.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5135425816290860163/posts/default?max-results=100'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://downmerngnews.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><link rel='next' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5135425816290860163/posts/default?start-index=101&amp;max-results=100'/><author><name>downmerng</name><uri>http://www.blogger.com/profile/14601586173795367918</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>23192</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>100</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5135425816290860163.post-6363698056313201870</id><published>2012-01-29T15:14:00.000+07:00</published><updated>2012-01-29T15:15:01.944+07:00</updated><title type='text'>พิภพ อุดมอิทธิพงศ์: แด่เสียงของคนส่วนใหญ่ในโลก</title><content type='html'>ที่มา  &lt;a href="http://thaienews.blogspot.com/2012/01/blog-post_7181.html" target="_new"&gt;Thai E-News&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:100%;"&gt;29 มกราคม 2555&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดย พิภพ อุดมอิทธิพงศ์  &lt;/span&gt;&lt;div class="clearfix"&gt;&lt;div class="mbs uiHeaderSubTitle lfloat fsm fwn fcg"&gt;&lt;span style="text-decoration: underline;"&gt;ที่มา &lt;/span&gt;&lt;a href="http://www.facebook.com/profile.php?id=824066648"&gt;Pipob Udomittipong&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;span class="mls"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;blockquote&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ก่อน ที่การประท้วงเปลือยที่ทรงค่าจะถูกล้อเลียนจนกลายเป็นเรื่องโจ๊กไป   ผมอยากเล่าความรู้สึกให้ฟังถึงการเปลือยอกท่ามกลางอากาศหนาวเหน็บในที่  ประชุมของบรรดานายทุนและผู้นำรัฐบาลโลก   ซึ่งผมเห็นว่าไม่ใช่เรื่องที่จะเอามาล้อเลียนถากถางกัน   แต่เป็นการเรียกร้องด้วยความเสียสละ มีความเป็นมา   และมีเป้าหมายยิ่งใหญ่เพื่อคนส่วนใหญ่ในโลก (คนจน+ผู้หญิง)&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;/blockquote&gt;&lt;p&gt; &lt;/p&gt;&lt;p&gt;ผมหมายถึงการประท้วงในระหว่างการประชุม World Economic Forum (WEF) ที่กรุงดาวอสในขณะนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt; &lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span class=""&gt;&lt;img style="width: 421px; height: 283px;" class="photo_img img" src="http://a8.sphotos.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-ash4/416903_10150584271986649_824066648_9301801_784377431_n.jpg" alt="" /&gt;&lt;span class="caption"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt; &lt;/p&gt;&lt;p&gt;ดา วอสเป็นเมืองตากอากาศในภาคตะวันออกของเทือกเขาแอลป์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์   มีประชากรแค่ประมาณหมื่นเศษ ส่วนที่ประชุม World Economic Forum (WEF)   นั้นเป็นการจัดงานขององค์กรที่อ้างตัวเองว่าเป็นองค์กรสากล   และทุกปีจะเชื้อเชิญผู้นำธุรกิจ+การเมือง+นักวิชาการ (ยกเว้นคนยากคนจน)   จากทั่วโลกมาประชุมกัน เพื่อหาทางทำให้ “โลกดีขึ้น”&lt;/p&gt;&lt;p&gt;WEF   นั้นก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 1971 แต่ไม่โด่งดังจนกระทั่งการประชุม WEF ในปี   2000 (2543) ซึ่งมีผู้ประท้วงต่อต้านโลกาภิวัตน์นับพันคนเข้ามารณรงค์   ที่คนจำได้แม่นคือการถล่มร้านแม็คโดนัลด์ที่ถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของทุนนิยม    และยังเป็นแรงบันดาลใจให้มีการประท้วงต่อเนื่องไประหว่างการประชุมธนาคารโลก  ที่วอชิงตัน และประชุมของ IMF ในเดือนเมษายนกับกันยายน ปีเดียวกัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ก่อน หน้านั้นในปี 1999   ก็มีการประท้วงต่อต้านโลกาภิวัตน์ครั้งใหญ่ในระหว่างการประชุมขององค์การการ  ค้าโลก (World Trade Organization: WTO)   ที่ตอนนั้นมีบทบาทมากในการส่งเสริมโลกาภิวัตน์ทางเศรษฐกิจ   การประท้วงที่ดาวอสในสองปีต่อมาจึงถือเป็นความสืบเนื่องของความไม่พอใจต่อ  ผลกระทบของการพัฒนาเศรษฐกิจที่กระจุกตัวอยู่เฉพาะคนรวย   แต่ไม่กระจายให้ทั่วถึงคนส่วนใหญ่ในโลก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ต่อให้พระมาพูดผมก็  ไม่เชื่อว่าบรรดาผู้นำการเมือง+นักธุรกิจที่ร่ำรวย 200   กว่าคนที่มาประชุมกันทุกปีที่เมืองตากอากาศในประเทศร่ำรวยสุดในโลกเหล่านี้   จะพยายามหาทางกระจายโภคทรัพย์ให้ทั่วถึงคนทุกคนในสังคม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ผลจากการ ประท้วงที่ดาวอสในปี 2000 เป็นเหตุให้ในปี 2001 (2544)   ภาคประชาชนจัดการประชุมคู่ขนานขึ้นมาที่เราเรียกว่าเป็น World Social Forum   หรือเวทีสังคมโลก (แทนที่จะพูดแต่เรื่องเศรษฐกิจเหมือนนายทุน   เราต้องพูดเรื่องของสังคมด้วย) และจัดงานนี้ขึ้นที่เมือง Puerte Allegre   ประเทศบราซิล&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ภาคประชาชนจัดงานเขามีคนเข้าร่วม  50,000   กว่าคนเป็นบรรยากาศที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับการประชุมของนายทุนที่ดาวอส   ที่ WSF ไม่มีการปิดกั้นการประท้วง ทุกคนมีเสรีภาพที่จะแสดงออก   และทุกคนเสมอภาคกัน &lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;แต่การประชุมของนายทุน+นักการ  เมืองนั้น เขากีดกันคนที่เห็นต่างจากโลกาภิวัตน์   เลือกไปประชุมในเมืองแพงสุดในประเทศแพงสุดในโลก   มีการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด   และสามารถทำได้ดีเพราะดาวอสเป็นเมืองขนาดเล็กในหุบเขา   สามารถตั้งด่านสกัดบรรดาผู้ประท้วงได้เป็นอย่างดี   พวกนายทุนเขามีบทเรียนมาแล้วจากการประท้วงที่ซีแอตเติล ต้องย้ายไปนิวยอร์ก   ต่อมาก็ย้ายไปควีเบ็ค (ซึ่งถึงกับมีการกั้นด้วยแท่งปูนถาวรรอบที่ประชุม)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ใน การประชุมครั้งที่ 42 ของ WEF นอกจากผู้ประท้วงกลุ่ม Occupy   ที่กลายเป็นปรากฏการณ์ระดับโลกแล้ว   ยังมีสตรีสามท่านที่ทำการประท้วงอย่างมีประสิทธิภาพ   สามารถแหวกวงล้อมอันแน่นหนาเข้าไปถึงประตูที่ประชุม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ผู้ประท้วงเปลือยอกทั้งสามท่านมาจากกลุ่ม &lt;strong&gt;Femen&lt;/strong&gt; ประเทศยูเครน นำโดยคุณ&lt;strong&gt; &lt;/strong&gt;&lt;strong&gt;Inna Shevchenko &lt;/strong&gt;หลาย คนอาจจำประเทศนี้ได้จากอดีตประธานาธิบดี Yulia Tymoshenko   ที่สวยและสง่าที่นอกจากแพ้เลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา   ยังต้องขึ้นโรงขึ้นศาลในข้อหาคอร์รัปชัน   ข้อความประท้วงบนหน้าอกเปลือยของผู้ประท้วงท่ามกลางอากาศหนาวเหน็บถึงขั้น เป็นน้ำแข็งมีอาทิ&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;blockquote style="color: rgb(102, 0, 204);"&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;“เราจนเพราะพวกคุณ” (Poor because of you!)&lt;/strong&gt;&lt;strong&gt;“วิกฤตเกิดขึ้นจากดาวอส” ("Crisis! Made in Davos) &lt;/strong&gt;&lt;strong&gt;“ปาร์ตี้ของพวกแก๊งนายทุนในดาวอส” (Gangsters party in Davos) &lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;/blockquote&gt;&lt;p&gt;ที่ประทับใจผมมากสุดคือที่คุณ Inna Shevchenko แกให้สัมภาษณ์ว่า&lt;span style="font-style: italic;"&gt; &lt;/span&gt;&lt;span style="font-style: italic; color: rgb(102, 0, 204);"&gt; “ในตึกที่ประชุมแห่งนี้ มีแต่ผู้ชาย มีผู้หญิงเพียงไม่กี่คน  ในรัฐสภาทั่วโลกก็เป็นแบบนี้” &lt;/span&gt;เธอบอกต่อว่า&lt;span style="font-style: italic;"&gt; &lt;/span&gt;&lt;span style="color: rgb(102, 0, 204); font-style: italic;"&gt;“ในยูเครน  รัฐมนตรีเป็นผู้ชายทั้งนั้น ไม่มีผู้หญิงเลย”&lt;/span&gt;&lt;span style="color: rgb(102, 0, 204);"&gt; &lt;/span&gt;ผู้หญิงเองก็  “ต้องการตัดสินชะตากรรมด้วยตนเอง”&lt;/p&gt;&lt;blockquote style="color: rgb(102, 0, 204);"&gt; &lt;strong&gt;“เรา มาที่นี่เพื่อตะโกนก้อง ใช้เสียงของผู้หญิง   ใช้ร่างกายของผู้หญิงเพื่อจะบอกว่าผู้หญิงก็ต้องการตัดสินชะตากรรมของตนเอง  ด้วย” คุณ Inna Shevchenko กล่าวในท้ายสุด&lt;/strong&gt;&lt;/blockquote&gt;&lt;strong&gt;&lt;/strong&gt;&lt;p&gt; &lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ข่าวจาก&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;ul&gt;&lt;li&gt;http://www.telegraph.co.uk/news/newsvideo/weirdnewsvideo/9046442/Feminist-group-take-topless-protest-to-Davos.html &lt;/li&gt;&lt;li&gt;http://www.huffingtonpost.com/2012/01/28/topless-protesters-at-davos_n_1238955.html&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5135425816290860163-6363698056313201870?l=downmerngnews.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5135425816290860163/posts/default/6363698056313201870'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5135425816290860163/posts/default/6363698056313201870'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://downmerngnews.blogspot.com/2012/01/blog-post_7866.html' title='พิภพ อุดมอิทธิพงศ์: แด่เสียงของคนส่วนใหญ่ในโลก'/><author><name>downmerng</name><uri>http://www.blogger.com/profile/14601586173795367918</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5135425816290860163.post-3048559870479391792</id><published>2012-01-29T15:13:00.002+07:00</published><updated>2012-01-29T15:14:25.636+07:00</updated><title type='text'>เหลิมฟังทางนี้หน่อยอ๋อยเตือน:คนเสนอแก้112ไม่ผิดเพราะวิจารณ์กฎหมาย ไม่ได้วิจารณ์สถาบันกษัตริย์</title><content type='html'>ที่มา &lt;a href="http://thaienews.blogspot.com/2012/01/112_29.html" target="_new"&gt;Thai E-News&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="http://1.bp.blogspot.com/-A0v_MYFexQs/TyTRYx5LlMI/AAAAAAAATSM/9b0byVR4-Ic/s1600/404552_227867470632297_100002271364703_486020_1843390694_n.jpg" style="margin-left:1em; margin-right:1em"&gt;&lt;img src="http://1.bp.blogspot.com/-A0v_MYFexQs/TyTRYx5LlMI/AAAAAAAATSM/9b0byVR4-Ic/s400/404552_227867470632297_100002271364703_486020_1843390694_n.jpg" width="400" border="0" height="225" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;นายจาตุรนต์ ฉายแสง บ้านเลขที่ 111 อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย ได้โพสต์ข้อความลงทางทวิตเตอร์และ&lt;a href="http://www.facebook.com/Chaturon.FanPage"&gt;เฟซบุ๊ค&lt;/a&gt; เรื่องสิทธิคนไทยในการเสนอกฎหมายกรณีเสนอแก้ไขมาตรา112ว่า &lt;blockquote&gt;เท่าที่ติดตามดูจากข่าว ผู้ที่เสนอให้แก้ม.112 ก็ไม่ได้วิจารณ์สถาบันพระมหากษัตริย์แต่เขาวิจารณ์กฎหมายและเสนอให้แก้กฎหมาย&lt;/blockquote&gt;&lt;br /&gt;ยิ่งการเสนอให้ใช้กำลังเข้าจัดการถึงขั้นทำร้ายหรือเอาชีวิตผู้ที่เสนอแก้กฎหมายนั้นย่อมถือว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การเสนอแก้กฎหมายใดๆก็ตามเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญที่แม้แต่ผู้ร่างและผู้สนับ สนุนรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันอ้างนักหนาว่าเป้นข้อดีของรธน.ฉบับนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ส่วนการเสนอแก้กฎหมาย ถ้ามีการให้เหตุผลหรือการกระทำใดๆที่เกินเลยถึงขั้นผิดกฎหมาย ก็สามารถใช้กฎหมายเข้าเล่นงานได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การโหมประโคมข่าวให้คนเกลียดชังกันโดยใช้เหตุผลที่เกินจริงและไม่คำนึงถึง กฎหมายบ้านเมืองจะนำไปสู่ความขัดแย้งและรุนแรงยิ่งขึ้น ไม่ดีต่อใครเลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เป็นสิทธิตามกฎหม  ายที่ใครก็ตามจะไม่เห็นด้วยไม่เอาด้วยกับการแก้กฎหมายเรื่องใดเรื่องหนึ่ง แต่ขณะเดียวกันการเสนอแก้กฎหมายก็ไม่ใช่เรื่องผิดกฎหมาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพราะฉะนั้นทางออกในเรื่องนี้คือการตั้งสติ คำนึงถึงกฎหมายบ้านเมือง ใช้เหตุใช้ผลต่อกันมากว่ายุให้ประหัตประหารกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กับอีกประเด็นที่อยากเน้นก็คือเรื่องเราจะทำอย่างไรกับการที่คนไทยเรามีความ เห็ฯต่างกัน ทำอย่างไรให้อยู่่ร่วมกันได้โดยสันติ ไม่ใช้ความรุนแรง&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5135425816290860163-3048559870479391792?l=downmerngnews.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5135425816290860163/posts/default/3048559870479391792'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5135425816290860163/posts/default/3048559870479391792'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://downmerngnews.blogspot.com/2012/01/112_29.html' title='เหลิมฟังทางนี้หน่อยอ๋อยเตือน:คนเสนอแก้112ไม่ผิดเพราะวิจารณ์กฎหมาย ไม่ได้วิจารณ์สถาบันกษัตริย์'/><author><name>downmerng</name><uri>http://www.blogger.com/profile/14601586173795367918</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://1.bp.blogspot.com/-A0v_MYFexQs/TyTRYx5LlMI/AAAAAAAATSM/9b0byVR4-Ic/s72-c/404552_227867470632297_100002271364703_486020_1843390694_n.jpg' height='72' width='72'/></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5135425816290860163.post-8403527976266603916</id><published>2012-01-29T15:13:00.001+07:00</published><updated>2012-01-29T15:13:44.342+07:00</updated><title type='text'>บอยคอตเบียร์สิงห์-บุญไม่รอดลุกลามขยายวง สั่งสอนตั๊นเจ๋อดีนักมักง่ายไล่นิติราษฎร์อกตัญญูไม่รู้คุณ</title><content type='html'>ที่มา &lt;a href="http://thaienews.blogspot.com/2012/01/blog-post_1922.html" target="_new"&gt;Thai E-News&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;p&gt;&lt;a href="http://4.bp.blogspot.com/-XF73fsQmVn0/TySu6_lqLQI/AAAAAAAACK8/zrCfTjAzoY0/s1600/430845_2819584923405_1072363157_32789100_1740304879_n.jpg"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 400px; height: 560px;" src="http://4.bp.blogspot.com/-XF73fsQmVn0/TySu6_lqLQI/AAAAAAAACK8/zrCfTjAzoY0/s400/430845_2819584923405_1072363157_32789100_1740304879_n.jpg" alt="" id="BLOGGER_PHOTO_ID_5702875356682923266" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;div style="text-align: center;"&gt;&lt;blockquote&gt;&lt;blockquote&gt;ภาค ประชาชนในโลกไซเบอร์ ที่สนับสนุนการแก้ไขมาตรา112  และโปรประชาธิปไตยเริ่มขยับบอยคอตสินค้ากลุ่มบุญรอด-เบียร์สิงห์  เพื่อเตือนความจำนายทุนว่า หัวใจของการค้า "ผู้ซื้อคือพระเจ้า"  เมื่อลูกหลานกลุ่มนายทุนสิงห์ จิตภัสร์ ภิรมย์ภักดี นำม๊อบแป๊ก  แม้จะได้หมอตุลย์ และเจิมศักดิ์ มาร่วมเป็นแรงหนุน  เพื่อขับไล่นิติราษฎร์ก็ตาม&lt;/blockquote&gt;&lt;br /&gt;29 มกราคม 2555&lt;br /&gt;โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color: rgb(204, 0, 0);"&gt;0 0 0 0 0 &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 102);"&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;แผนผังครอบครัวของ จิตภัสร์ ภิรมย์ภักดี &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;(โดย &lt;/span&gt;&lt;span class="fcg"&gt;&lt;span class="fwb"&gt;&lt;a href="http://www.facebook.com/BankAaronL"&gt;Aaron Bank&lt;/a&gt;)&lt;/span&gt; &lt;/span&gt;&lt;/blockquote&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://1.bp.blogspot.com/-Gnx20sAtI9Y/TySw9_7blhI/AAAAAAAACLI/QtuCajpIuXA/s1600/332641_3199543824694_1148971686_3508675_273000668_o.jpg"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 400px; height: 560px;" src="http://1.bp.blogspot.com/-Gnx20sAtI9Y/TySw9_7blhI/AAAAAAAACLI/QtuCajpIuXA/s400/332641_3199543824694_1148971686_3508675_273000668_o.jpg" alt="" id="BLOGGER_PHOTO_ID_5702877607337104914" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;blockquote style="color: rgb(153, 51, 0);"&gt;ทำ ความรู้จักกับ จิตภัสร์ ภิรมย์ภักดี (อดีต สส. พรรคประชาธิปัตย์ ที่สอบตกปี  2553) ผู้ใฝ่ฝันว่าจะเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไทย  แต่ก็ถูกแย่งตำแหน่งนี้ไปได้ก่อนจากยิ่งลักษณ์ ชินวัตร  ยามนี้เธอพกพามาทั้งรูปสมบัติ คุณสมบัติ ทรัพย์สมบัติ  พร้อมทั้งชาติตระกูลอันสูงส่งนำม๊อบ 50 คนประกาศ "&lt;span style="font-style: italic;"&gt;ทำเพื่อพ่อขจัดนิติทรราชพวกอกตัญญูไม่รู้คุณแผ่นดิน"&lt;/span&gt;&lt;/blockquote&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:100%;"&gt;&lt;a href="http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1327738700&amp;amp;grpid=01&amp;amp;catid=&amp;amp;subcatid="&gt;มติชนออนไลน์&lt;/a&gt; รายงานพร้อมภาพข่าวว่า&lt;span style="color: rgb(0, 0, 102);"&gt;  "ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 12.30 น.  ที่บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า  น.ส.จิตภัสร์ ภิรมย์ภักดี  รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยประชาชนประมาณ  50 คน  ร่วมชูป้ายที่มีข้อความ อาทิ   ทำเพื่อพ่อขจัดนิติทรราชพวกอกตัญญูไม่รู้คุณแผ่นดิน หรือ นิติราษฎร์ออกไป   เป็นต้น เพื่อแสดงถึงจุดยืนคัดค้านแนวคิดของกลุ่มนิติราษฎร์   ที่ให้การแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112" &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.matichon.co.th/online/2012/01/13277387001327738728l.jpg"&gt;&lt;img style="display: block; margin: 0px auto 10px; text-align: center; cursor: pointer; width: 419px; height: 279px;" src="http://www.matichon.co.th/online/2012/01/13277387001327738728l.jpg" alt="" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.matichon.co.th/online/2012/01/13277387001327738775l.jpg"&gt;&lt;img style="display: block; margin: 0px auto 10px; text-align: center; cursor: pointer; width: 419px; height: 279px;" src="http://www.matichon.co.th/online/2012/01/13277387001327738775l.jpg" alt="" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:100%;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;div style="text-align: center;"&gt;&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/-bmmDad4oW8Q/TySxVVuO8yI/AAAAAAAACLg/JKyo3WWRpZk/s1600/417653_306645346048381_100001087553477_826439_66182910_n.jpg"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 300px; height: 400px;" src="http://2.bp.blogspot.com/-bmmDad4oW8Q/TySxVVuO8yI/AAAAAAAACLg/JKyo3WWRpZk/s400/417653_306645346048381_100001087553477_826439_66182910_n.jpg" alt="" id="BLOGGER_PHOTO_ID_5702878008324322082" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: center;"&gt;เจิมศักดิ์ก็มา (ขอบคุณภาพนี้จาก&lt;a href="http://www.facebook.com/maximred" rel="ignore" itemprop="name"&gt;Maxim Romanov&lt;/a&gt;)&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;****&lt;br /&gt;เรื่องเกี่ยวเนื่อง:&lt;a href="http://thaienews.blogspot.com/2012/01/112_27.html"&gt;112บานจุดชนวนต้านเบียร์สิงห์บอยคอตตั๊นเจ๋อดีนัก&lt;/a&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5135425816290860163-8403527976266603916?l=downmerngnews.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5135425816290860163/posts/default/8403527976266603916'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5135425816290860163/posts/default/8403527976266603916'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://downmerngnews.blogspot.com/2012/01/blog-post_7634.html' title='บอยคอตเบียร์สิงห์-บุญไม่รอดลุกลามขยายวง สั่งสอนตั๊นเจ๋อดีนักมักง่ายไล่นิติราษฎร์อกตัญญูไม่รู้คุณ'/><author><name>downmerng</name><uri>http://www.blogger.com/profile/14601586173795367918</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://4.bp.blogspot.com/-XF73fsQmVn0/TySu6_lqLQI/AAAAAAAACK8/zrCfTjAzoY0/s72-c/430845_2819584923405_1072363157_32789100_1740304879_n.jpg' height='72' width='72'/></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5135425816290860163.post-4515643677044725971</id><published>2012-01-29T14:04:00.001+07:00</published><updated>2012-01-29T14:04:42.918+07:00</updated><title type='text'>แสดงพลัง ต้านนิติราษฎร์..คนแสน (โหวงเหวง..)</title><content type='html'>ที่มา &lt;a href="http://www.tfn5.info/board/index.php?topic=34389" target="_new"&gt;thaifreenews&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดย &lt;b&gt;&lt;a href="http://www.tfn5.info/board/index.php?action=profile;u=443" title="ดูรายละเอียดของ Bell"&gt;Bell&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/b&gt;แตกจากระทู้คุณBOZO&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.tfn5.info/board/index.php?topic=34385.0" target="_blank"&gt;http://www.tfn5.info/board/index.php?topic=34385.0&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://upic.me/i/3q/13277387001327738775l.jpg" alt="" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คุณทายาทสุริโยทัยอุตส่าห์แสดงพลัง  ต้านนิติราษฎร์เมื่อวานนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขอบอก เลย  ถ้าเคสใหญ่งานช้างเช่นนี้   และคุณรวมพลังได้จิ๋มแค่นี้..คุณเลิกเถิดค่ะ  ยอมรับเถิดว่า   วันเวลาแห่งระบบ royalist กำลังหายไปกับ วาร เวลา  และการแสดงบทบาทของพวกคุณเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผู้คนหายไปไหนหรือคะ  ส่วนใหญ่เบื่อระอากับอาการจงรักภักดีแบบไม่มีความคิดของพวกคุณ&lt;br /&gt;พวก คุณคือตัวการที่ทำให้สังคมแตกแยกด้วยการออกมาร้องแรกแหกกะเชอว่า  คนที่แตะมาตรา 112 คือพวกเนรคุณ ไม่จงรักภักดี ...แล้วพวกคุณทำอะไร   ก็ไอ้พวกนายทุนสามานย์นั่นแหละ  คิดแต่จะทำให้ประเทศแตกแยกโดยยัดเยียดความคิดว่า คนอื่นจะล้มเจ้า   พวกตัวเท่านั้นที่จงรักภักดี ไอ้นายทุนค้าเหล้านี่มันไม่สามานย์เลยนะคะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อยากขำ..แสดงพลัง..ฝนตกหน่อยเดียวหายวับเข้ารูกันไปหมด..เสื้อแดงไม่ใจฝ่อแบบพวกคุณหรอกค่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อ้อ..พวก ปชป.และเสื้อเหลืองที่คอยประนามว่า  นายกฯพูดผิดพูดถูก..เมื่อวานขนาดเด็กเรียนดี  เรียนเก่ง..ดาวเด่นของประชาธิปัตย์ยังอ่านแถลงการณ์ตะกุกตะกัก ผิดๆ  ถูกๆ..ภาษาไทยนะนี่..โถ..แม่คุณ..ไปลับเขี้ยวลับฟันก่อนเถิดค่ะ..แล้วค่อยมา อยู่แถวหน้า.. &lt;img src="http://www.tfn5.info/board/Smileys/default/icon_mad.gif" alt="" border="0" /&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5135425816290860163-4515643677044725971?l=downmerngnews.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5135425816290860163/posts/default/4515643677044725971'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5135425816290860163/posts/default/4515643677044725971'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://downmerngnews.blogspot.com/2012/01/blog-post_3519.html' title='แสดงพลัง ต้านนิติราษฎร์..คนแสน (โหวงเหวง..)'/><author><name>downmerng</name><uri>http://www.blogger.com/profile/14601586173795367918</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5135425816290860163.post-7961891288393981489</id><published>2012-01-29T14:03:00.004+07:00</published><updated>2012-01-29T14:04:16.962+07:00</updated><title type='text'>2012-01-28 PM Yingluck attended World Economic Forum in Switzerland</title><content type='html'>ที่มา &lt;a href="http://www.tfn5.info/board/index.php?topic=34386" target="_new"&gt;thaifreenews&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดย &lt;a href="http://www.tfn5.info/board/index.php?action=profile;u=187" title="ดูรายละเอียดของ Tuxedo"&gt;Tuxedo&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2012-01-28 PM Yingluck attended World Economic Forum in Switzerland&lt;br /&gt;&lt;object width="640" height="360"&gt;&lt;param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/lV3ewlxU7xM&amp;hl=en_US&amp;feature=player_embedded&amp;version=3"&gt;&lt;/param&gt;&lt;param name="allowFullScreen" value="true"&gt;&lt;/param&gt;&lt;param name="allowScriptAccess" value="always"&gt;&lt;/param&gt;&lt;embed src="http://www.youtube.com/v/lV3ewlxU7xM&amp;hl=en_US&amp;feature=player_embedded&amp;version=3" type="application/x-shockwave-flash" allowfullscreen="true" allowScriptAccess="always" width="640" height="360"&gt;&lt;/embed&gt;&lt;/object&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2012-01-27 PM Yingluck attended World Economic Forum in Switzerland&lt;br /&gt;&lt;object width="640" height="360"&gt;&lt;param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/zGjEPfighJE&amp;hl=en_US&amp;feature=player_embedded&amp;version=3"&gt;&lt;/param&gt;&lt;param name="allowFullScreen" value="true"&gt;&lt;/param&gt;&lt;param name="allowScriptAccess" value="always"&gt;&lt;/param&gt;&lt;embed src="http://www.youtube.com/v/zGjEPfighJE&amp;hl=en_US&amp;feature=player_embedded&amp;version=3" type="application/x-shockwave-flash" allowfullscreen="true" allowScriptAccess="always" width="640" height="360"&gt;&lt;/embed&gt;&lt;/object&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5135425816290860163-7961891288393981489?l=downmerngnews.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5135425816290860163/posts/default/7961891288393981489'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5135425816290860163/posts/default/7961891288393981489'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://downmerngnews.blogspot.com/2012/01/2012-01-28-pm-yingluck-attended-world.html' title='2012-01-28 PM Yingluck attended World Economic Forum in Switzerland'/><author><name>downmerng</name><uri>http://www.blogger.com/profile/14601586173795367918</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5135425816290860163.post-3865174902614918383</id><published>2012-01-29T14:03:00.003+07:00</published><updated>2012-01-29T14:03:53.054+07:00</updated><title type='text'>ข้ามไม่พ้น"ดีแต่พูด"? เปรียบเทียบ"ปู-มาร์ค" "2 เดือน" เทียบกับ "2 ปี"</title><content type='html'>ที่มา &lt;a href="http://www.tfn5.info/board/index.php?topic=34384" target="_new"&gt;thaifreenews&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดย &lt;b&gt;&lt;a href="http://www.tfn5.info/board/index.php?action=profile;u=3450" title="ดูรายละเอียดของ NuDang"&gt;NuDang&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/b&gt;&lt;a href="http://image.ohozaa.com/view/80abj" target="_blank"&gt;&lt;img src="http://image.ohozaa.com/i/232/iVz1Q.jpg" alt="" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดแดนภาคใต้ หรือที่เรียกว่า" "ไฟใต้"" นั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พรรค ประชาธิปัตย์หยิบยกขึ้นมาเป็นประเด็นโจมตีรัฐบาลเพื่อไทย หลังจากที่ประชุม  ครม. วันที่ 10 มกราคม 2555 มีมติเห็นชอบให้ตั้งวงเงินงบประมาณ 2,000  ล้านบาท เพื่อชดเชยเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงขัดแย้งทางการเมือง  ตั้งแต่ช่วงก่อนรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ถึงพฤษภาคม 2553 สูงสุดรายละ  7,750,000 บาท&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กล่าวกันว่า 2,000 ล้านบาทเป็นเพียง 1 ใน 3  ของเงินที่รัฐบาลประชาธิปัตย์ใช้ปราบปรามม็อบเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2553  จนทำให้มีผู้เสียชีวิต 91 ศพ บาดเจ็บเกือบ 2,000 คน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กระนั้นก็ตาม ประชาธิปัตย์ไม่เพียงไม่ตระหนักถึงความรับผิดชอบดังกล่าว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อ รัฐบาลเพื่อไทยประกาศนโยบายสร้างความปรองดอง  และลงมือปฏิบัติเป็นรูปธรรมที่จะเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงทาง การเมือง ครอบคลุมคนทุกกลุ่มทุกสี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ประชาธิปัตย์ทางหนึ่งได้ยื่นระงับยับยั้งแผนเยียวยาดังกล่าวต่อศาลปกครอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทางหนึ่งระดมนักพูดฝีปากกล้าประสานเข้ากับ ส.ว.บางกลุ่ม เรียกร้องให้เยียวยาไปไกลถึงเหตุการณ์เดือนตุลาคมปี 2516 และ 2519&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทางหนึ่งยื่นกระทู้ถามในสภาว่า เหตุใดรัฐบาลไม่เยียวยาประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐผู้สูญเสียจากเหตุการณ์ความไม่สงบในภาคใต้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถึง ขนาดขุดเอา ""จ่าเพียร"" พ.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา อดีต ผกก.สภ.บันนังสตา  จ.ยะลา ขึ้นมาอ้างว่าได้รับเงินชดเชยน้อยกว่า" "ม็อบเสื้อสี" "เสียด้วยซ้ำ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดย ไม่ทันคิดว่าจะเกิดคำถามย้อนกลับมาทิ่มแทงตนเองว่า ช่วง" "รัฐบาลอภิสิทธิ์"  "ครองอำนาจนาน 2 ปีครึ่งได้กระทำในสิ่งที่ตนเองเรียกร้องเอากับ  ""รัฐบาลยิ่งลักษณ์"" อย่างไรหรือไม่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กรณี ""จ่าเพียร""  ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมในการโยกย้าย  กระทั่งเสียชีวิตจากเหตุลอบวางระเบิดในที่สุด  ก็เกิดขึ้นในสมัยรัฐบาลประชาธิปัตย์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การเยียวยาครอบครัว"จ่าเพียร"ที่ว่าน้อยนั้น ก็เป็นฝีมือของรัฐบาลประชาธิปัตย์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อย่างไรก็ตาม ที่ทำให้พรรคประชาธิปัตย์เกิดอาการนะจังงังก็คือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไม่เพียงสั่งการให้ทุกหน่วยงานยึดหลัก" "เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา"" อันเป็นแนวพระราชดำริแก้ไขปัญหาภาคใต้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ ยังลงนามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 197/2554 เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2554  แต่งตั้งคณะกรรมการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบสืบเนื่องจากความไม่สงบในจังหวัด ชายแดนภาคใต้ ดังนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1.พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม ประธานกรรมการ 2.นายบัญฑูร สุภัควณิช เลขาธิการนายกฯ รองประธานกรรมการ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กรรมการ ประกอบด้วย 3.พล.ต.อ.สวัสดิ์ อมรวิวัฒน์ 4.นายพระนาย สุวรรณรัฐ  5.นายกิตติพงษ์ กิตยารักษ์ 6.ศ.พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ 7.พล.อ.ขวัญชาติ  กล้าหาญ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;8.รศ.โคทม อารียา 9.นายจิราพร บุนนาค 10.นายเจริญ หมะเห  11.นายถิรชัย วุฒิธรรม 12.น.ต.นพ.บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ 13.ผศ.ปิยะ  กิจถาวร 14.พญ.เพชรดาว โต๊ะมีนา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;15.นางเมตตา กูนิง 16.รศ.รัตติยา  สาและ 17.นายวงศ์ศักดิ์ สวัสดิ์พาณิชย์ 18.นายวรวีร์ มะกูดี 19.น.ส.ศุภวรรณ  พึ่งรัศมี 20.พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว 21.นพ.อนันต์ชัย ไทยประทาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;22.นาง อังคณา นีละไพจิตร 23.นายอิสมาอีล ลุตฟี จะปะกียา  24.ประธานกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส และสงขลา  25.ที่ปรึกษา รมว.ยุติธรรม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;26.เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัด ชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) กรรมการและเลขานุการ 27.ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี  กรรมการและเลขานุการร่วม 28.นางสาวรื่นวดี สุวรรณมงคล  กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;29.กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ จำนวนไม่เกิน 3 คน ที่เลขาธิการ ศอ.บต. แต่งตั้ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กําหนดหน้าที่และความรับผิดชอบคือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1.สำรวจ  ตรวจสอบข้อเท็จจริง จัดทำฐานข้อมูล  และ/หรือศูนย์กลางข้อมูลผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบตั้งแต่วัน ที่ 1 มกราคม 2547 รวมทั้งความต้องการความช่วยเหลือเยียวยา  โดยเฉพาะผู้ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือ  หรือการช่วยเหลือเยียวยาที่ดำเนินการไม่เป็นไปตามมาตรฐานหรือตามหลักสากล&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2.จัด ให้มีเวทีสาธารณะ ประชุมกับผู้ได้รับผลกระทบและภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง  เพื่อรับฟังข้อมูลและความเห็นที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของคณะกรรมการ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3.กำหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไขและวิธีการเยียวยาเสนอ ครม. เพื่อพิจารณาเห็นชอบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;4.มอบ หมาย ศอ.บต. จังหวัดหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ  เป็นผู้พิจารณาอนุมัติช่วยเหลือเยียวยาตามหลักเกณฑ์เงื่อนไข  และวิธีการที่คณะกรรมการเสนอ ครม. เพื่อพิจารณาเห็นชอบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;5.เสนอความเห็นต่อนายกฯ และ ครม. เกี่ยวกับแนวทางแก้ไขปัญหา การพัฒนาและการคุ้มครองสิทธิของประชาชน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;6.แต่ง ตั้งที่ปรึกษาคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการหรือคณะทำงาน เพื่อสำรวจ  ตรวจสอบข้อเท็จจริงและความต้องการความช่วยเหลือเยียวยา  จัดเวทีสาธารณะและประชุมรับฟังความคิดเห็นวิชาการ ความร่วมมือระหว่างประเทศ  ประชาสัมพันธ์และการอื่นใดตามที่คณะกรรมการมอบหมาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;7.เชิญผู้แทนหน่วยงานรัฐและผู้ที่เกี่ยวข้อง มาชี้แจงข้อเท็จจริงหรือให้จัดส่งเอกสารหรือขอข้อมูลเพื่อประกอบการพิจารณา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;8.วินิจฉัย คำร้องกรณีผู้ได้รับผลกระทบ  ไม่เห็นด้วยกับผลการพิจารณาที่ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์การช่วยเหลือเยียวยา  และคำสั่งของคณะกรรมการให้เป็นที่สุด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;9.จัดให้มีการประชุมร่วมกับคณะ ทูตประเทศมุสลิม คนไทยในประเทศมุสลิม ผู้แทนองค์dkiความร่วมมืออิสลาม  (โอไอซี) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เสริมสร้างความร่วมมือและเผยแพร่ การเยียวยา สร้างความเข้าใจที่ถูกต้องตามนโยบายรัฐบาล เพื่อให้ประชาชน  รัฐบาลและประชาคมระหว่างประเทศ มีความเข้าใจที่ถูกต้องว่า  ไทยกำลังดำเนินการแก้ไขปัญหาชายแดนภาคใต้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทั้งนี้ ให้คณะกรรมการดำเนินให้เสร็จสิ้นภายใน 1 ปี นับแต่วันที่นายกฯ ลงนามคำสั่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พ.ต.อ.ทวี  สอดส่อง เลขาธิการ ศอ.บต.  ระบุการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ไฟใต้นั้น  เนื่องจากไม่เคยมีหลักเกณฑ์การจ่ายเงินมาก่อน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รัฐบาลจึงมอบหมาย ศอ.บต. ดำเนินการโดยมีคณะอนุกรรมการในคณะกรรมการเยียวยาฯ รวม 8 คณะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1.คณะกรรมการยุทธศาสตร์การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ การประเมินผล และการเยียวยากรณีเฉพาะเหตุการณ์ ได้แก่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เห ตุการณ์กรือเซะ และสะบ้าย้อย เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2547 เหตุการณ์ตากใบ  เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2547 เหตุการณ์ไอร์ปาแย  กรณีถูกกระทำโดยเจ้าหน้าที่รัฐ  กรณีโรงเรียนตาดีกาและโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามที่ถูกปิด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2.คณะ อนุกรรมการช่วยเหลือเยียวยาเจ้าหน้าที่รัฐในการปฏิบัติหน้าที่  ถือเป็นกรณีเฉพาะที่ได้รับการช่วยเหลือเยียวยากรณีการเสียชีวิตและบาดเจ็บ  ใช้มาตรฐานเดียวกับเหตุการณ์ทางการเมือที่รัฐบาลมีมติเมื่อไม่นานนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3.คณะอนุกรรมการบูรณาการให้ความช่วยเหลือเด็กกำพร้า ผู้สูญเสียคู่ครองและผู้พิการ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;4.คณะอนุกรรมการด้านการศาสนา การแพทย์ สาธารณสุข และการเยียวยาด้านจิตใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;5.คณะอนุกรรมการเพื่อการเยียวยาด้านอาชีพ การศึกษาและการกีฬา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;6.คณะอนุกรรมการการสื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจที่ดีต่อกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;7.คณะอนุกรรมการด้านการต่างประเทศและกิจการฮัจญ์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และ 8.คณะอนุกรรมการปฏิรูประบบความเป็นธรรม การคุ้มครองสิทธิและการป้องกันภัยพิบัติฝ่ายพลเรือน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขณะ ที่ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม  กล่าวถึงการวางกรอบการชดเชยเยียวยาเหยื่อไฟใต้  ว่าอาจใช้กรอบเดียวกับกรณีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจากความขัดแย้งทางการเมือง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size: 14pt; line-height: 1.3em;"&gt;&lt;span style="color: red;"&gt;ทั้ง หมดนี้หากดูจากคำสั่งนายกรัฐมนตรี ลงวันที่ 11 ตุลาคม 2554  นั่นหมายความว่ามีขึ้นภายหลังรัฐบาลชุดนี้เข้ามาบริหารประเทศไม่ทันถึง 2  เดือนด้วยซ้ำ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดังนั้น เมื่อเทียบกับ 2 ปีครึ่งของรัฐบาลประชาธิปัตย์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก็ จะยิ่งเห็นถึงความเป็น"ผู้นำ"ที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนว่า  ใครคือผู้นำที่ถนัดลงมือทำ แต่ไม่ถนัดพูด ใครคือผู้นำที่ถนัดพูด  แต่ไม่เคยลงมือทำ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;..........&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่มา : มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับวันที่ 27 ม.ค.-2ก.พ.2555&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5135425816290860163-3865174902614918383?l=downmerngnews.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5135425816290860163/posts/default/3865174902614918383'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5135425816290860163/posts/default/3865174902614918383'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://downmerngnews.blogspot.com/2012/01/2-2.html' title='ข้ามไม่พ้น&quot;ดีแต่พูด&quot;? เปรียบเทียบ&quot;ปู-มาร์ค&quot; &quot;2 เดือน&quot; เทียบกับ &quot;2 ปี&quot;'/><author><name>downmerng</name><uri>http://www.blogger.com/profile/14601586173795367918</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5135425816290860163.post-7995984885471519051</id><published>2012-01-29T14:03:00.001+07:00</published><updated>2012-01-29T14:03:21.806+07:00</updated><title type='text'>ชมภาพ นายกฯปู ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ 27-28 ม.ค.55(แบบเต็มอิ่ม)</title><content type='html'>ที่มา &lt;a href="http://www.tfn5.info/board/index.php?topic=34374" target="_new"&gt;thaifreenews&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดย &lt;b&gt;&lt;a href="http://www.tfn5.info/board/index.php?action=profile;u=3551" title="ดูรายละเอียดของ น่ารัก ก็ไม่บอก"&gt;น่ารัก ก็ไม่บอก&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/b&gt;        &lt;div class="post"&gt;&lt;a href="http://img.zuzaa.com/share.php?id=A22F_4F23E34F" target="_blank"&gt;&lt;img src="http://img.zuzaa.com/image.php?id=A22F_4F23E34F&amp;amp;jpg" alt="" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://img.zuzaa.com/share.php?id=7718_4F23F4F9" target="_blank"&gt;&lt;img src="http://img.zuzaa.com/image.php?id=7718_4F23F4F9&amp;amp;jpg" alt="" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://img.zuzaa.com/share.php?id=FC58_4F23F525" target="_blank"&gt;&lt;img src="http://img.zuzaa.com/image.php?id=FC58_4F23F525&amp;amp;jpg" alt="" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://img.zuzaa.com/share.php?id=4CA6_4F23F54D" target="_blank"&gt;&lt;img src="http://img.zuzaa.com/image.php?id=4CA6_4F23F54D&amp;amp;jpg" alt="" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://img.zuzaa.com/share.php?id=D518_4F23F57B" target="_blank"&gt;&lt;img src="http://img.zuzaa.com/image.php?id=D518_4F23F57B&amp;amp;jpg" alt="" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://upic.me/show/32496031" target="_blank"&gt;&lt;img src="http://upic.me/i/id/qk006.jpg" alt="" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://upic.me/show/32496033" target="_blank"&gt;&lt;img src="http://upic.me/i/k7/ku007.jpg" alt="" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://upic.me/show/32496037" target="_blank"&gt;&lt;img src="http://upic.me/i/kf/pa008.jpg" alt="" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://upic.me/show/32476605" target="_blank"&gt;&lt;img src="http://upic.me/i/09/z8j02.jpg" alt="" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;                       &lt;/div&gt;                                                          &lt;br /&gt;      &lt;div class="post"&gt;&lt;a href="http://upic.me/show/32493669" target="_blank"&gt;&lt;img src="http://upic.me/i/c8/j0020.jpg" alt="" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://img.zuzaa.com/share.php?id=3F51_4F23E972" target="_blank"&gt;&lt;img src="http://img.zuzaa.com/image.php?id=3F51_4F23E972&amp;amp;jpg" alt="" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://img.zuzaa.com/share.php?id=7E2A_4F23E972" target="_blank"&gt;&lt;img src="http://img.zuzaa.com/image.php?id=7E2A_4F23E972&amp;amp;jpg" alt="" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://img.zuzaa.com/share.php?id=7F91_4F23E972" target="_blank"&gt;&lt;img src="http://img.zuzaa.com/image.php?id=7F91_4F23E972&amp;amp;jpg" alt="" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://img.zuzaa.com/share.php?id=5A13_4F23E972" target="_blank"&gt;&lt;img src="http://img.zuzaa.com/image.php?id=5A13_4F23E972&amp;amp;jpg" alt="" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://img.zuzaa.com/share.php?id=BF2B_4F23E972" target="_blank"&gt;&lt;img src="http://img.zuzaa.com/image.php?id=BF2B_4F23E972&amp;amp;jpg" alt="" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://img.zuzaa.com/share.php?id=1767_4F23E972" target="_blank"&gt;&lt;img src="http://img.zuzaa.com/image.php?id=1767_4F23E972&amp;amp;jpg" alt="" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;                       &lt;/div&gt;                                                          &lt;br /&gt;นายกฯ ปู    เข้าร่วมการอภิปราย Public Private Interaction on Thailand ณ Congress Centre เมืองดาวอส สมาพันธรัฐสวิส&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://upic.me/show/32493689" target="_blank"&gt;&lt;img src="http://upic.me/i/xl/030....jpg" alt="" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://img.zuzaa.com/share.php?id=C26C_4F23EF9D" target="_blank"&gt;&lt;img src="http://img.zuzaa.com/image.php?id=C26C_4F23EF9D&amp;amp;jpg" alt="" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://img.zuzaa.com/share.php?id=3A04_4F23EF9D" target="_blank"&gt;&lt;img src="http://img.zuzaa.com/image.php?id=3A04_4F23EF9D&amp;amp;jpg" alt="" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://img.zuzaa.com/share.php?id=92C4_4F23EF9D" target="_blank"&gt;&lt;img src="http://img.zuzaa.com/image.php?id=92C4_4F23EF9D&amp;amp;jpg" alt="" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://img.zuzaa.com/share.php?id=2519_4F23EF9D" target="_blank"&gt;&lt;img src="http://img.zuzaa.com/image.php?id=2519_4F23EF9D&amp;amp;jpg" alt="" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://img.zuzaa.com/share.php?id=E52B_4F23EF9D" target="_blank"&gt;&lt;img src="http://img.zuzaa.com/image.php?id=E52B_4F23EF9D&amp;amp;jpg" alt="" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://img.zuzaa.com/share.php?id=2723_4F23EF9D" target="_blank"&gt;&lt;img src="http://img.zuzaa.com/image.php?id=2723_4F23EF9D&amp;amp;jpg" alt="" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://img.zuzaa.com/share.php?id=86A5_4F23EF9D" target="_blank"&gt;&lt;img src="http://img.zuzaa.com/image.php?id=86A5_4F23EF9D&amp;amp;jpg" alt="" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://img.zuzaa.com/share.php?id=51E1_4F23EF66" target="_blank"&gt;&lt;img src="http://img.zuzaa.com/image.php?id=51E1_4F23EF66&amp;amp;jpg" alt="" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://upic.me/show/32506747" target="_blank"&gt;&lt;img src="http://upic.me/i/y7/cnr01.jpg" alt="" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://upic.me/show/32506749" target="_blank"&gt;&lt;img src="http://upic.me/i/gn/gpv02.jpg" alt="" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://upic.me/show/32506750" target="_blank"&gt;&lt;img src="http://upic.me/i/02/5hr03.jpg" alt="" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;                                                                                 &lt;br /&gt;      &lt;div class="post"&gt;&lt;a href="http://upic.me/show/32493736" target="_blank"&gt;&lt;img src="http://upic.me/i/bi/a0040.jpg" alt="" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://img.zuzaa.com/share.php?id=3266_4F23EBF9" target="_blank"&gt;&lt;img src="http://img.zuzaa.com/image.php?id=3266_4F23EBF9&amp;amp;jpg" alt="" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://img.zuzaa.com/share.php?id=F3B0_4F23EBF9" target="_blank"&gt;&lt;img src="http://img.zuzaa.com/image.php?id=F3B0_4F23EBF9&amp;amp;jpg" alt="" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://img.zuzaa.com/share.php?id=C088_4F23EBF9" target="_blank"&gt;&lt;img src="http://img.zuzaa.com/image.php?id=C088_4F23EBF9&amp;amp;jpg" alt="" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://img.zuzaa.com/share.php?id=E0EA_4F23EBF9" target="_blank"&gt;&lt;img src="http://img.zuzaa.com/image.php?id=E0EA_4F23EBF9&amp;amp;jpg" alt="" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://img.zuzaa.com/share.php?id=692B_4F23EBF9" target="_blank"&gt;&lt;img src="http://img.zuzaa.com/image.php?id=692B_4F23EBF9&amp;amp;jpg" alt="" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;                       &lt;/div&gt;                                                          &lt;br /&gt;&lt;div class="post"&gt;นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์สำนักข่าว CNBC ณ Congress Centre เมืองดาวอส สมาพันธรัฐสวิส&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://upic.me/show/32506788" target="_blank"&gt;&lt;img src="http://upic.me/i/ag/ece01.jpg" alt="" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://upic.me/show/32506789" target="_blank"&gt;&lt;img src="http://upic.me/i/3m/6ut02.jpg" alt="" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://upic.me/show/32506791" target="_blank"&gt;&lt;img src="http://upic.me/i/kz/ri703.jpg" alt="" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://upic.me/show/32506792" target="_blank"&gt;&lt;img src="http://upic.me/i/nm/a0n04.jpg" alt="" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;                       &lt;/div&gt;                                                          &lt;br /&gt;นายกฯ ปู   หารือทวิภาคีกับนาง Eveline Widmer-Schlumpf ประธานาธิบดีแห่งสมาพันธ์สวิส ณ เมืองดาวอส สมาพันธรัฐสวิส&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://upic.me/show/32506817" target="_blank"&gt;&lt;img src="http://upic.me/i/ws/04m01.jpg" alt="" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://upic.me/show/32506818" target="_blank"&gt;&lt;img src="http://upic.me/i/yh/bx302.jpg" alt="" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://upic.me/show/32506819" target="_blank"&gt;&lt;img src="http://upic.me/i/k5/4w503.jpg" alt="" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://upic.me/show/32506820" target="_blank"&gt;&lt;img src="http://upic.me/i/dc/hhv04.jpg" alt="" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://upic.me/show/32506821" target="_blank"&gt;&lt;img src="http://upic.me/i/hh/43w05.jpg" alt="" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5135425816290860163-7995984885471519051?l=downmerngnews.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5135425816290860163/posts/default/7995984885471519051'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5135425816290860163/posts/default/7995984885471519051'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://downmerngnews.blogspot.com/2012/01/27-28-55.html' title='ชมภาพ นายกฯปู ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ 27-28 ม.ค.55(แบบเต็มอิ่ม)'/><author><name>downmerng</name><uri>http://www.blogger.com/profile/14601586173795367918</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5135425816290860163.post-4159591450508470351</id><published>2012-01-29T13:11:00.001+07:00</published><updated>2012-01-29T13:11:34.915+07:00</updated><title type='text'>ประชาธิปไตยกษัตริย์นิยม</title><content type='html'>ที่มา &lt;a href="http://news.voicetv.co.th/sport/29302.html" target="_new"&gt;Voice TV&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;               &lt;object data="http://www.voicetv.co.th/flowplayer/flowplayer.commercial-3.2.5.swf" type="application/x-shockwave-flash" width="640" height="360"&gt;&lt;br /&gt;   &lt;param name="flashvars" value="config=http%3A%2F%2Fwww.voicetv.co.th%2Fcontent%2Fembedconfig%2F%3Fid%3D%2502%25C2%25E3%253C%2581z%2525%2507%25B9%2515%2510%2597C%25A0i%2560%26embed%3D1"&gt;&lt;br /&gt;   &lt;param name="movie" value="http://www.voicetv.co.th/flowplayer/flowplayer.commercial-3.2.5.swf?"&gt;&lt;br /&gt;   &lt;param name="allowfullscreen" value="true"&gt;&lt;br /&gt;   &lt;param name="bgcolor" value="#000000"&gt;&lt;br /&gt;   &lt;embed src="http://www.voicetv.co.th/flowplayer/flowplayer.commercial-3.2.5.swf?config=http%3A%2F%2Fwww.voicetv.co.th%2Fcontent%2Fembedconfig%2F%3Fid%3D%25A7%25E5%258C%250F%2511%2528%257C2%25B6%25F8Z%253B%257C%25A2%25B7%25F1%26embed%3D1" type="application/x-shockwave-flash" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true" width="640" height="360"&gt;&lt;/embed&gt;&lt;br /&gt;&lt;/object&gt;           &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สัปดาห์นี้ เป็นสัปดาห์ที่ 2 แล้วที่วอยซ์ทีวีนำเสนอคอลัมน์ใหม่  ในชั่วโมงข่าววอยซ์นิวส์   ซึ่งหนึ่งในนั้นคือคอลัมน์ ใบตองแห้งออนแอร์  ที่นำเสนอมุมมองการเมืองจากหน้ากระดาษของคอลัมน์นิสต์ชื่อดัง ใบตองแห้ง  สู่จอโทรทัศน์  ซึ่งวันนี้ เขาเลือกที่จะวิเคราะห์ถึงธีรยุทธ บุญมี  และการรณรงค์แก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5135425816290860163-4159591450508470351?l=downmerngnews.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5135425816290860163/posts/default/4159591450508470351'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5135425816290860163/posts/default/4159591450508470351'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://downmerngnews.blogspot.com/2012/01/blog-post_5008.html' title='ประชาธิปไตยกษัตริย์นิยม'/><author><name>downmerng</name><uri>http://www.blogger.com/profile/14601586173795367918</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5135425816290860163.post-6432265207219402346</id><published>2012-01-29T13:10:00.004+07:00</published><updated>2012-01-29T13:11:11.428+07:00</updated><title type='text'>'ใบตองแห้ง' ออนไลน์: พัดลมนิติราษฎร์</title><content type='html'>ที่มา &lt;a href="http://www.prachatai.com/journal/2012/01/38983" target="_new"&gt;ประชาไท&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div class="field field-type-text field-field-byline"&gt;     &lt;div class="field-items"&gt;             &lt;div class="field-item odd"&gt;                     &lt;p&gt;ใบตองแห้ง&lt;br /&gt;28 ม.ค.54&lt;/p&gt; &lt;p&gt; &lt;/p&gt; &lt;p&gt; &lt;/p&gt;         &lt;/div&gt;         &lt;/div&gt; &lt;/div&gt; &lt;p&gt;สถานการณ์วันนี้ ดูเหมือนถ้าใครไม่รุมกระทืบนิติราษฎร์  ก็จะกลายเป็นตกกระแส ไม่ทันแฟชั่น เอาเป็นว่าแม้แต่ออเหลิม  ยังอัดนิติราษฎร์ว่าคิดสุดโต่ง ทำบ้านเมืองวุ่นวาย กินยาผิดซอง  คิดว่าตัวเองหล่อ ฯลฯ  ขณะที่ยิ่งลักษณ์ก็บอกปัดว่าอย่าเอาสถาบันมาเกี่ยวข้องกับเรื่องแก้ไขรัฐ ธรรมนูญ&lt;/p&gt; &lt;p&gt;แต่ก็ถือเป็นเรื่องดีนะครับ พูดกันเข้าไปเหอะ  จะได้ชัดเจนว่าทุกฝ่ายไม่สนับสนุนนิติราษฎร์ เหลือแต่มวลชนจริงๆ  ที่สนับสนุนนิติราษฎร์ ฉะนั้นคนที่จะร่วมลงชื่อแก้ ม.112  ก็จะเป็นมวลชนที่เข้าใจและเชื่อถือ  อ.วรเจตน์มากกว่านักการเมืองอย่างออเหลิม  ใจผมอยากให้ทักษิณโฟนอินมาขอร้องคนเสื้อแดงไม่ให้ลงชื่อกับนิติราษฎร์ด้วย ซ้ำ จะได้ชัดเจนแจ่มแจ้งว่ามวลชนพร้อมจะ “ก้าวข้าม” ทักษิณหรือไม่&lt;span style="font-size:10.0pt;font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;div&gt;รีบๆ ทำนะครับ เพราะถึงอย่างไร ฝ่ายตรงข้ามเขาก็จะกล่าวหาว่าทักษิณและ นปช.แอบสนับสนุน ล่ารายชื่อให้นิติราษฎร์อยู่ดี&lt;span style="font-size:10.0pt;font-family:&amp;lt;br /&amp;gt; &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt; &lt;div&gt;&lt;span style="font-size:10.0pt;font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt; &lt;/span&gt;&lt;/div&gt; &lt;div&gt;ผมไม่ได้แปลกใจอะไรที่นักการเมืองอย่างออเหลิม เสธหนั่น  ออกมาด่าทอนิติราษฎร์ เพราะสถานการณ์ขณะนี้ ชนชั้นนำทั้งสองฝ่าย  “เกี้ยเซี้ย” กันชั่วคราว แบบกึ่งจับมือ กึ่งแย่งยื้ออำนาจ  มหาภัยน้ำท่วมใหญ่ทำให้ทั้งทุนเก่าทุนใหม่ กลัวต่างชาติถอนการลงทุน  จึงต้องพักรบมาร่วมมือกัน แบบมือหนึ่งประสานกัน  อีกมือหนึ่งไขว้มีดไว้ข้างหลัง&lt;span style="font-size:10.0pt;font-family:&amp;lt;br /&amp;gt; &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt; &lt;div&gt;&lt;span style="font-size:10.0pt;font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt; &lt;/span&gt;&lt;/div&gt; &lt;div&gt;วิสัยนักการเมืองเมื่อเล็งเห็นว่าจะได้อยู่ในอำนาจยาว  ได้เสวยผลประโยชน์อำนาจวาสนา ก็อยากจะให้สภาพแบบนี้ดำรงอยู่นานๆ  ไม่อยากเห็น “บ้านเมืองวุ่นวาย”  พรรคเพื่อไทยอาจต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้นักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้ง มีอำนาจมากขึ้น  แต่วิธีแสวงหาอำนาจของนักการเมืองไม่จำเป็นต้องพึ่งกติกาแต่อย่างเดียว  พวกเขายังแสวงอำนาจได้ด้วยพวกพ้อง ผลประโยชน์ อิทธิพล  ที่จะเอาไว้ใช้ต่อรองกับขั้วตรงข้าม&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;ฉะนั้น  เมื่อนิติราษฎร์เป็นหัวหอกของพลังที่ต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลง  มันก็ไปกระทบสถานภาพของนักการเมืองที่กำลังจะ “เข้าที่เข้าทาง”&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;เรื่องโจ๊กปนสังเวชคือ  พรรคประชาธิปัตย์ดันออกมาค้านโมเดลคณะจัดทำรัฐธรรมนูญ 25 คนของนิติราษฎร์  ซึ่งเสนอให้จัดโควตาจากสภาผู้แทนราษฎร 20 คน จาก สว.เลือกตั้ง 3 คน และจาก  สว.สรรหา 2 คน&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;สกลธี ภัททิยะกุล ลูกชาย  คมช.อ้างว่าเป็นการล็อกสเปกให้พรรคเพื่อไทยซึ่งมีเสียงข้างมาก  ขณะที่จุรินทร์ ลักษณะวิศิษฎ์  อ้างว่าต้องการให้ดำเนินการอย่างรวดเร็วเพื่อล้างผิดให้ทักษิณ&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;ผมไม่แปลกใจที่พรรคเพื่อไทยค้าน เพราะโมเดลนี้แปลว่ารัฐบาล 300  เสียงจะมีตัวแทนในคณะร่างรัฐธรรมนูญแค่ 12 คน ต้องไปลุ้นใน  สว.เลือกตั้งว่าจะได้ฝ่ายรัฐบาลเข้ามากี่คน แต่ถ้าเลือกตั้ง สสร.77 จังหวัด  ตามโมเดลของออเหลิม รัฐบาลกวาดมาแหงๆ เกินครึ่ง พอมาเลือก สสร.วิชาชีพอีก  22 คน รัฐบาลก็ล็อกสเปกได้เกือบหมด&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;คอลัมนิสต์หัวสีบางรายด่านิติราษฎร์ว่า  จะให้ตัวแทนนักการเมืองเข้ามาแก้รัฐธรรมนูญเพื่อตัวเอง โห  ทำข่าวมาจนหัวหงอกหัวดำกันแล้ว ทำไมยังไร้เดียงสา คิดว่าเลือก  สสร.แล้วจะได้ตัวแทนประชาชนอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรมอยู่หรือ  (หรือแกล้งไร้เดียงสา) สื่อพวกนี้สมองคิดเป็นแต่ว่า  ไม่ควรให้นักการเมืองร่างรัฐธรรมนูญ ต้องให้รัฐประหารร่างรัฐธรรมนูญ&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;ถ้ามองตามความเป็นจริงอย่างนี้ จึงสังเวชพรรคแมลงสาบว่า  นิติราษฎร์โมเดลอุตส่าห์วางหลักประกันไม่ให้เสียงข้างมากฮุบหมด ก็ยังโดน  ปชป.ด่า นิติราษฎร์โมเดลรับประกันว่า ปชป.มี ส.ส.159 คน  จะมีตัวแทนอย่างน้อย 6 คน ฝ่ายค้าน 200 คน จะมี 8 คน  แถมยังมีตัวแทนอำมาตย์จาก สว.สรรหาอีก 2 คน ที่เหลือไปวัดใจกันใน  สว.เลือกตั้ง ขนาดนี้ก็ยังโดน ปชป.ด่า&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;แมลงสาบแพ้เลือกตั้ง แมลงสาบก็ต้องมีเสียงน้อยกว่าอยู่แล้ว  มาโวยวายได้ไงว่าให้เพื่อไทยได้เสียงข้างมาก  หรือต้องออกแบบให้แมลงสาบมีตัวแทนมากกว่า ถึงจะพอใจ&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;โมเดลนี้ผมรู้ตั้งแต่แรกว่าไม่มีใครยอมรับหรอกครับ  แม้แต่มวลชนเสื้อแดง แต่คอยดูเถอะ หลังเสียเงินเลือกตั้ง 2 พันล้าน  เสียเวลาเพิ่ม 3-4 เดือน เราก็จะได้ สสร.ออกมาในสัดส่วนคล้ายๆ กัน เผลอๆ  รัฐบาลจะฮุบได้มากกว่าด้วยซ้ำ&lt;span style="font-size:10.0pt;font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt; &lt;div&gt;&lt;span style="font-size:10.0pt;font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt; &lt;/span&gt;&lt;/div&gt; &lt;div&gt;&lt;strong&gt;จรรยานักวิชาการ&lt;/strong&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="font-size:10.0pt;font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;/div&gt; &lt;div&gt;ผมไม่ค่อยแปลกใจที่ อ.วรเจตน์ ถูกพาดพิงว่า “เนรคุณทุนอานันท์”  เพราะก่อนหน้านี้  วรเจตน์เคยกล่าวว่านักกฎหมายมหาชนถ้ายอมรับรัฐประหารก็เท่ากับศีลขาด  ต้องอาบัติปาราชิก&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;ใครเนรคุณ ใครปาราชิก วรเจตน์กับบวรศักดิ์รู้แก่ใจดี&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;บวรศักดิ์รับใช้รัฐบาลทักษิณมาก่อน บวรศักดิ์-วิษณุ  เป็นคู่หูเนติบริกรที่ร่างและตีความกฎหมายสนองอำนาจ “ทุนผูกขาด”  (อย่างที่พวกสยามประชาภิวัฒน์เขาเรียก) ยกตัวอย่างเช่น  บวรศักดิ์เป็นเลขาธิการ  ครม.เสนอร่างพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการเสนอเรื่องและการประชุมคณะรัฐมนตรี  ที่ให้องค์ประชุมคณะรัฐมนตรีมีเพียง 1 ใน 3  และให้นายกรัฐมนตรีกับรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง 1 คนขึ้นไปออกมติ  ครม.ได้ในกรณีที่เป็นเหตุจำเป็นฉุกเฉิน&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;ครั้งนั้น ผมสัมภาษณ์วรเจตน์ลงไทยโพสต์แทบลอยด์ ฉบับวันที่ 6 มีนาคม  2548 วิพากษ์ “พรฎ.กึ่งประธานาธิบดี”  ว่าเป็นการตีความแบบศรีธนญชัยที่ว่าไม่เคยมีกฎหมายกำหนดให้องค์ประชุม  ครม.ต้องเกินกึ่งหนึ่ง ทั้งที่หลักกฎหมายทั่วไป  ซึ่งอยู่ในสามัญสำนึกของผู้คน องค์ประชุมระดับบริษัท ระดับหมู่บ้าน  ไปถึงระดับชาติ อย่างน้อยต้องเกินกึ่งหนึ่ง&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;วรเจตน์ยังกล่าวคำคมไว้หลายตอน ที่ย้อนอ่านแล้วผมอึ้ง เช่น&lt;span style="font-size:10.0pt;font-family:&amp;lt;br /&amp;gt; &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt; &lt;div&gt;&lt;span style="font-size:10.0pt;font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt; &lt;/span&gt;&lt;/div&gt; &lt;div&gt;&lt;em&gt;"แน่นอนว่าวันนี้เราไปได้    แต่วันหนึ่งระบบอย่างนี้มันอาจจะไปไม่ได้เสมอ   เป็นจุดซึ่งคนส่วนใหญ่อาจจะหันมาเห็นด้วยกับฝ่ายข้างน้อยวันนี้   แล้วเมื่อวันนั้นอำนาจอยู่กับอีกกลุ่มหนึ่ง   ซึ่งในวันนั้นเป็นข้างน้อยไปแล้วล่ะ  น่าวิตก  วันนี้มันยังไม่เป็นอะไร   มันก็อยู่กันไป  อย่างผมเป็นฝ่ายข้างน้อยอยู่เนืองๆ   ผมก็รับสภาพไป    อย่างเรื่องนี้อีกไม่กี่วันมันก็สลายไปกับสายลม  ไม่มีใครพูดถึง    แต่หลักกฎหมายได้ถูกกัดเซาะ     ผมถึงบอกว่ามันมีบาดแผลเพิ่มขึ้นอีกบาดแผลหนึ่ง    ทิ้งริ้วรอยความบอบช้ำให้กับกฎหมายไทย  จนถึงวันหนึ่ง   เมื่อสภาพเสียงมันเปลี่ยนและอำนาจอยู่ในมือฝ่ายข้างน้อย   มันมีแรงกดดันแบบนั้นแล้วยังไม่ทำอะไรอีก   มันอาจจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงจากข้างนอกระบบกฎหมายเข้ามา     ผมไม่อยากให้เป็นแบบนั้นในฐานะที่ผมเป็นนักกฎหมาย   ผมอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงในระบบโดยสันติ"&lt;/em&gt;&lt;/div&gt; &lt;div&gt;&lt;em&gt; &lt;/em&gt;&lt;/div&gt; &lt;div&gt;&lt;em&gt;"ตอนกลับมาจากเมืองนอกใหม่ๆ  มีคดีท่านนายกฯ  ทักษิณ   ผมพูดในรายการยูบีซี   ผมบอกว่าคดีซุกหุ้นมันไม่ทำให้บ้านเมืองพังพินาศลงไปในวันนี้หรอก   เรื่องในทางกฎหมายที่หลักมันผิดมันเพี้ยนไป   มันไม่ทำให้บ้านเมืองพังพินาศไปหรอก  แต่มันจะค่อยๆ  กัดเซาะกัดกร่อนไป   รากฐานการปกครองโดยเอากฎหมายเป็นกติกาของสังคม  มันจะไม่หยั่งลึกลงไป   มันจะอ่อนแอ   ถ้าเป็นต้นไม้ก็คือมันจะไม่แข็งแรง   มันมีโรคมันถูกชอนไชตลอด   มันอาจจะไม่ตายแต่ไม่โตไม่งอกงาม    ถ้าเป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆ  แทนที่ไม่โตไม่งอกงาม   มันจะตายด้วย   ผมบอกว่าไม่ต้องตกใจหรอกที่ผมออกมาพูดอย่างนี้   บ้านเมืองไม่พังไปในวันสองวัน   แต่ผมเตือนเอาไว้ว่ามันทำให้การปกครองโดยนิติรัฐของเราหยั่งลึกลงไปไม่ได้”&lt;/em&gt;&lt;i&gt;&lt;span style="font-size:10.0pt;font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/i&gt;&lt;/div&gt; &lt;div&gt;&lt;i&gt;&lt;span style="font-size:10.0pt;font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt; &lt;/span&gt;&lt;/i&gt;&lt;/div&gt; &lt;div&gt;ก่อนรัฐประหาร ไม่ทราบว่ามีการส่ง sign อะไร วิษณุ-บวรศักดิ์ ลาออก  โดดหนี “เรือโจร” ที่ร่วมหัวจมท้ายกันมานาน แล้วหลังการฉีกรัฐธรรมนูญ 2540  ที่บวรศักดิ์ร่างมากับมือ บวรศักดิ์ก็ไปเป็น  สนช.พร้อมกับสะด๊วบตำแหน่งเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ที่ อ.นรนิติ  เศรษฐบุตร ลาออกไปเป็นประธาน สสร. ต่อมา เมื่อรัฐธรรมนูญ 50  กำหนดให้มีสภาพัฒนาการเมือง สนช.ก็ผ่านร่างสภาพัฒนาการเมือง  ให้สถาบันพระปกเกล้าเป็นหน่วยงานดำเนินการ โดยมีเงินอุดหนุน&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;ตอนนั้นเครือข่าย NGO พวกคุณรสนา คุณสารี อ๋องสมหวัง คุณสมชาย หอมละออ  รวมทั้งหมอตุลย์ สิทธิสมวงศ์ ก็ยื่นคัดค้านร่าง พ.ร.บ.นี้ โดยมีหลายสาเหตุ  แต่ประเด็นหนึ่งคือมีผลประโยชน์ทับซ้อน&lt;span style="font-size:10.0pt;font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt; &lt;div&gt;&lt;span style="font-size:10.0pt;font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt; &lt;/span&gt;&lt;/div&gt; &lt;div&gt;&lt;em&gt;“การแต่งตั้งคณะผู้พิจารณาร่างกฎหมายนี้ในการทำหน้าที่ไม่มีความ เหมาะสม ขาดความชอบธรรม และมีผลประโยชน์ทับซ้อน คือ นายมีชัย ฤชุพันธ์  ซึ่งเป็นประธานคณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ ๑) ที่พิจารณาร่างกฎหมายนี้  เป็นประธาน สนช. ด้วย ในขณะเดียวกัน นายวิษณุ เครืองาม เป็นกรรมการกฤษฎีกา  (คณะที่ ๑) ปัจจุบันเป็นประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง  พรบ.สภาพัฒนาการเมืองของ สนช. มีนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ  เป็นรองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ทั้งนี้ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ  เป็นเลขาธิการคนแรก และเลขาธิการคนปัจจุบันของสถาบันพระปกเกล้า  และยังมีนางถวิลวดี บุรีกุล เป็นเลขานุการคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ  ในขณะเดียวกันเป็นผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนา  ของสถาบันพระปกเกล้าอยู่ด้วย  รวมทั้งกรรมาธิการส่วนใหญ่ชุดนี้เคยได้รับการอบรมและมีความใกล้ชิดกับสถาบัน พระปกเกล้ามาก่อนด้วย ดังนั้น การที่นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ  และบรรดาผู้ที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับสถาบันพระปกเกล้าซึ่งเป็นกรรมาธิการ วิสามัญฯ  ทำการแก้ไขร่างกฎหมายดังกล่าวเพื่อเพิ่มอำนาจให้แก่สถาบันพระปกเกล้าทั้งที่ ภารกิจของสถาบันไม่เกี่ยวข้องกับสภาพัฒนาการเมืองและแก้ไขให้ตนมีอำนาจมาก ขึ้นทั้งการเข้าไปบริหารจัดการในสภาพัฒนาการเมืองและกองทุนพัฒนาการเมืองภาค พลเมืองจึงเป็นการกระทำที่ขัดแย้งกับอำนาจหน้าที่หรือผลประโยชน์ของประชาชน อันเป็นผลประโยชน์ส่วนรวมอย่างชัดแจ้ง”&lt;/em&gt;&lt;i&gt;&lt;span style="font-size:10.0pt;font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/i&gt;&lt;/div&gt; &lt;div&gt;&lt;span style="font-size:10.0pt;font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt; &lt;/span&gt;&lt;/div&gt; &lt;div&gt;แต่กฎหมายฉบับทับซ้อนนี้ก็ผ่านออกมาบังคับใช้เรียบร้อย&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;ตลอดเวลา 7 ปีที่บวรศักดิ์สวิงกิ้งไปมาบนตำแหน่งต่างๆ  วรเจตน์ก็ยังเป็นอาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  รับแต่เงินเดือนกับเบี้ยประชุมไม่กี่บาทในฐานะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผย ข้อมูลข่าวสาร และกรรมการวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;แต่เมื่อเป็นข่าวปรากฏในสื่อโสมม วรเจตน์กลับถูกกล่าวหาว่ารับเงินทักษิณ ครั้งหนึ่งพวกพันธมิตรยังเอาไปลือกันว่าทักษิณจะยกลูกสาวให้&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;ถามว่าทำไมพวกพันธมิตร สื่อ นักวิชาการ ที่สนับสนุนรัฐประหาร  จึงจงเกลียดจงชังวรเจตน์และนิติราษฎร์  ก็เพราะวรเจตน์และนิติราษฎร์คือก้างขวางคอชิ้นโตในการจัดการกับทักษิณด้วย รัฐประหารตุลาการภิวัตน์ ที่ขัดกับหลักนิติรัฐ&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;วรเจตน์และนักคิดนักเขียน นักวิชาการฝ่ายประชาธิปไตย  ที่ร่วมกันลงชื่อแก้ไขมาตรา 112 ล้วนเป็นผู้วิพากษ์วิจารณ์ “ระบอบทักษิณ”  มาก่อนทั้งสิ้น คำว่า “ระบอบทักษิณ” อ.เกษียร เตชะพีระ เป็นผู้บัญญัติ  ให้พันธมิตรเอาไปใช้โดยไม่คิดค่าลิขสิทธิ์  แถมยังย้อนกลับมาด่าเจ้าของลิขสิทธิ์ด้วยซ้ำ เมื่อให้ความเห็นไม่ถูกใจ&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;ทางแยกระหว่างเรากับพันธมิตรมาถึงเมื่อมีการเรียกร้องนายกพระราชทาน  ม.7 จากนั้นก็คือการรัฐประหาร รัฐประหาร 49 แตกต่างจากครั้งก่อนๆ  เพราะมีการออกแบบให้ใช้ตุลาการภิวัตน์จัดการกับทักษิณและพรรคไทยรักไทยอย่าง แยบยล วางยาต่อเนื่องมาในรัฐธรรมนูญ 2550 และกลไกตุลาการฝ่ายต่างๆ&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;นักนิติศาสตร์จึงมีบทบาทสูงทั้งสองข้าง  โดยเสียงข้างน้อยอยู่ฝ่ายต่อต้านรัฐประหาร มีวรเจตน์เป็นหัวหอก  ยืนซดกับรัฐประหารตุลาการภิวัตน์ด้วยหลักการ  ตั้งแต่ออกแถลงการณ์คัดค้านรัฐประหาร  วิพากษ์ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในคดียุบพรรคไทยรักไทย  ตัดสิทธิ์กรรมการบริหารพรรคย้อนหลัง  เป็นหลักสำคัญในการรณรงค์ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ 2550  มาจนวิพากษ์คำพิพากษาคดีที่ดินรัชดาและคดียึดทรัพย์&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;ความมีหลักการและเหตุผลของวรเจตน์ทำให้การโต้แย้งของเขาทรงพลัง  ลองคิดดูว่าถ้า ดร.เหลิมออกมาโต้แย้งแทนทักษิณในคดีที่ดินรัชดา  จะมีใครซักกี่คนเชื่อ ใครเชื่อพ่อไอ้ปื๊ดก็กินยาผิดซอง&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;วรเจตน์ให้สัมภาษณ์ผมว่าคดีที่ดินรัชดาไม่ผิด  ตั้งแต่ให้สัมภาษณ์ไทยโพสต์แทบลอยด์ ฉบับ 30 พ.ค.2547 “ขาประจำหัวหน้าเผ่า”  วิพากษ์ทักษิณคู่กับสุรพล นิติไกรพจน์ คณบดีในขณะนั้น  หลังจากคณาจารย์นิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์ 5 คนได้แก่ สุรพล, วรเจตน์, จันทจิรา  เอี่ยมมยุรา, บรรเจิด สิงคะเนติ, สมศักดิ์ นวตระกูลพิสุทธิ์  เรียกร้องให้รัฐบาลยุติการระดมทุนซื้อหุ้นลิเวอร์พูล&lt;span style="font-size:10.0pt;font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt; &lt;div&gt;&lt;span style="font-size:10.0pt;font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt; &lt;/span&gt;&lt;/div&gt; &lt;div&gt;&lt;em&gt;“ผมเองเห็นว่ากฎหมายนี้เป็นกฎหมายอาญา    การตีความต้องจำกัดเพราะถ้ากว้างเกินไปก็ไม่บรรลุวัตถุประสงค์ตัวกฎหมาย    จึงเรียนว่าที่มีอำนาจกำกับดูแล  ถ้าเป็นนายกฯ   คงไม่หมายถึงว่าคนที่เป็นภรรยาทำสัญญาอะไรกับรัฐไม่ได้เลย   มันต้องมีระดับความเข้มข้นในการกำกับดูแลตามสมควร   อันที่สองที่จะต้องพิจารณาก็คือลักษณะของสัญญา  ตรงนี้ยาก   มันมีข้อจำกัดว่าจะขีดเส้นตรงไหน   ส่วนตัวผมเห็นว่าสัญญาที่จะเข้ามาตรา  100  ต้องเป็นสัญญาที่หน่วยงานสามารถใช้ดุลพินิจเอื้อประโยชน์แก่คู่สัญญาได้   เช่น  เวลามีการประมูลงาน   มีคนยื่นข้อเสนอเข้ามา   คนยื่นข้อเสนอไม่ได้เป็นคู่สัญญาทันที   แต่จะต้องผ่านการตัดสินใจของหน่วยงาน   หัวหน้าหน่วยงานมีดุลพินิจที่จะตัดสินใจเข้าทำสัญญาหรือไม่  ถ้าเป็นอย่างนี้กรณีย่อมต้องด้วยบทบัญญัติมาตรา 100  นี่คือการขจัดประโยชน์ที่ทับซ้อนกันหรือป้องกันไม่ให้เกิดประโยชน์ทับซ้อน  แต่ถ้าเป็นการขายทอดตลาดทั่วไปแล้วหน่วยงานไม่มีดุลพินิจอะไร    ใครที่เสนอราคาสูงสุดก็จะได้ที่ดินนั้นไป  ผมมองว่าไม่น่าจะเข้า  เพราะหัวหน้าหน่วยงานไม่มีดุลพินิจในการตัดสินใจว่าจะทำหรือไม่ทำสัญญา"&lt;/em&gt;&lt;i&gt;&lt;span style="font-size:10.0pt;font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/i&gt;&lt;/div&gt; &lt;div&gt;&lt;span style="font-size:10.0pt;font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt; &lt;/span&gt;&lt;/div&gt; &lt;div&gt;ฉะนั้น ถ้าถามว่าวรเจตน์กลับไปกลับมาหรือไม่  ก็มีบันทึกเป็นหลักฐานว่าวรเจตน์ยืนหยัดในหลักการ  ไม่ว่าตอนที่เขาวิพากษ์ทักษิณหรือวิพากษ์รัฐประหาร&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;วรเจตน์จึงทำให้พวกพันธมิตร สื่อ นักวิชาการ  ที่เกลียดชังทักษิณโกรธแค้นจนคลั่ง  เพราะความมีหลักการเหตุผลของเขาทำให้รัฐประหารตุลาการภิวัตน์ล้มเหลว  คนพวกนี้กรีดร้องใส่วรเจตน์ นักคิด นักวิชาการประชาธิปไตย ที่คัดค้าน ม.7  และรัฐประหารว่า “พวกเมริงไม่รู้หรือว่าทักษิณมันเลว  มันจะทำให้ประเทศชาติพินาศ ต้องใช้ทุกวิถีทางจัดการมัน”&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;จากข้อกล่าวหาว่าไร้เดียงสา เมื่อไม่สามารถตอบโต้ด้วยเหตุผล  คนเหล่านี้-ที่อ้างศีลธรรมจรรยา อ้างว่ารักชาติรักประชาชน  ก็ใช้วิธีการให้ร้ายป้ายสี ดิสเครดิต ตั้งแต่รับเงินไปจนล้มเจ้า&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;คมสัน โพธิ์คง กล่าวหาว่านิติราษฎร์และ ครก.112 เอาเงินมาจากไหน  ให้แสดงบัญชีค่าใช้จ่าย โห ค่าเช่าหอประชุม 2 ครั้งราว 3 หมื่นบาท  กับค่าพิมพ์แบบเข้าชื่อเสนอกฎหมายเนี่ยนะ ขายเสื้อ ครก.แป๊บเดียวก็ได้แล้ว&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;เงินจิ๊บจ๊อยแค่นี้ ไม่เท่ากับที่คมสันเข้าไปเป็น  สสร.เงินเดือนเงินประจำตำแหน่งแสนกว่าบาท ศาสตรา โตอ่อน  เข้าไปเป็นที่ปรึกษา TOT เงินเดือนแสนห้า นี่ผมจำได้แล้วไปค้นข่าวย้อนหลัง  สมัยผู้จัดการ ASTV ไม่พอใจบอร์ด TOT ยุคสพรั่ง  (ไม่ทราบว่าเขาเหยียบตาปลาอะไรกัน) แล้วสหภาพไปฟ้อง พ.อ.นที ศุกลรัตน์  (ผู้จัดการยังด่ากราด พล.ร.อ.บรรณวิทย์ เก่งเรียน ไว้เหมือนกัน ลอง search  อาจารย์กูดูได้)&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;ไม่ว่ารัฐบาลไทยรักไทย รัฐบาลพลังประชาชน รัฐบาลเพื่อไทย วรเจตน์  นิติราษฎร์ นักคิด นักเขียน นักวิชาการ ที่ลงชื่อแก้ไข 112  ไม่มีใครเข้าไปรับตำแหน่งในรัฐบาล รัฐวิสาหกิจ หรือกระทั่งรับงานวิจัย&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;พวกพันธมิตรเว็บเสรีไทยไปค้นข้อมูลย้อนหลังพบว่า อ.ชาญวิทย์ อ.พวงทอง  อ.พนัส ทัศนียานนท์ อ.ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ อ.อัครพงษ์ ค้ำคูณ  ร่วมกับนักวิชาการอีกหลายคน รับงานวิจัยและจัดทำสื่อ  กล่อมคนไทยให้เห็นใจเพื่อนบ้าน ในนามมูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์  จากกระทรวงการต่างประเทศ มูลค่า 7.1 ล้านบาท&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;แต่กลายเป็นรัฐบาลอภิสิทธิ์ พันธมิตรเลยกรี๊ดหาว่ามาร์คจับมือกับนักวิชาการแดงขายชาติ&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;นักวิชาการเหลืองที่ไปรับงานวิจัยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา มีใครบ้าง  ผมว่าน่าสนใจนะครับ แต่ผมเจาะข่าวไม่เก่ง คงต้องฝากประสงค์ดอทคอมไปค้นหา  ได้ยินมาว่าบางรายรับงานวิจัยมูลค่าหลายล้าน จากหน่วยงานรัฐและองค์กรอิสระ  เป็นค่าตอบแทนที่สนับสนุนรัฐประหาร&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;ที่แน่ๆ จรัส สุวรรณมาลา เคยถูกอาจารย์ใจแฉว่า รับงาน  “วิจัยประชาธิปไตย” จากรัฐบาล คมช.มูลค่า 42.6 ล้าน ในฐานะคณบดี  แล้วนำทีมอาจารย์รัฐศาสตร์ จุฬา ไปโรดโชว์รัฐประหารในต่างประเทศ  บรรยายให้ฝรั่งฟังว่าทำไมนักรัฐศาสตร์ไทยจึงพลิกตำราประชาธิปไตยสากล  มาสนับสนุนรัฐประหาร (งามหน้าแท้)&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;อ.วรรณธรรม กาญจนสุวรรณ ก็คือ “หน้าหอ” ของ อ.ธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์  ผู้พยายามเน้นตอนผมไปสัมภาษณ์ ว่าทักษิณก่อตั้งพรรคเพื่อไทยตรงกับวันที่ 14  กรกฎา วันปฏิวัติฝรั่งเศส ซึ่งต่อมา  อ.ธีรภัทร์ก็เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มีทีมงานเช่น ประสาร  มฤคพิทักษ์ (ที่ต่อมาเป็น สว.สรรหา) จากนั้น  อ.วรรณธรรมก็มาเป็นรองเลขานายกฯ (สุเทพ เทือกสุบรรณ) ในรัฐบาล ปชป.&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;ส่วน อ.สุรพล นิติไกรพจน์ ล่าสุดก็เป็นบอร์ด  ปตท.รายงานประจำปีบอกว่าได้โบนัสเบี้ยประชุม 2.7 ล้าน (แต่ยังติดดินนะ  วันก่อนเจอท่านที่ร้านก๋วยเตี๋ยวท่าพระจันทร์ เลยได้กินเกาเหลาฟรี 1 ชาม)&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;นี่คือสิ่งที่เห็นกันโต้งๆ โอเค  พวกท่านอาจจะอ้างว่ารับตำแหน่งเพื่อชาติ แต่ลองวรเจตน์ นิติราษฎร์  ได้ตำแหน่งอะไรซักนิดสิครับ พวกเมริงมีหวังด่าทอดิสเครดิตกันครึกโครม  แต่พอหาจุดโจมตีไม่ได้ ก็พูดหน้าตาเฉยว่า รับเงิน&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;ในทางตรงกันข้าม ผมว่าเราเห็นกันชัดเจนแล้วว่า แม้แต่รัฐบาลเพื่อไทย  ก็คงไม่กล้าดึงวรเจตน์หรือนิติราษฎร์เข้าไปเป็น สสร.เป็นที่ปรึกษากฎหมาย  หรือเป็นบอร์ดต่างๆ ไม่ใช่เพราะกลัวข้อหา “ล้มเจ้า”  แต่เพราะนักการเมืองไม่ต้องการนักนิติศาสตร์ที่ยึดมั่นในหลักการ  พวกเขาต้องการเนติบริกรที่ตีความรับใช้มากกว่า&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;วิษณุก็กลับไปช่วยงานแล้วนี่ครับ&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;span style="font-size:10.0pt;font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt; &lt;div&gt;&lt;strong&gt;สมัคร-อุทาร-อุทิศ&lt;/strong&gt;&lt;/div&gt; &lt;div&gt;&lt;strong&gt;ดาวสยาม-ยานเกราะ&lt;/strong&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="font-size:&amp;lt;br /&amp;gt; 10.0pt;font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;/div&gt; &lt;div&gt;หลังพรรคเพื่อไทยได้ชัยชนะถล่มทลาย ฝ่ายต่อต้านทักษิณอยู่ในภาวะคลั่ง  หางด้วน ไม่มีทางระบายออก ไม่สามารถทำอะไรยิ่งลักษณ์และรัฐบาลได้  ซ้ำยังมีสัญญาณของการ “เกี้ยเซี้ย” กันระดับหนึ่งระหว่างทักษิณกับอำมาตย์&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;การเสนอแก้ไข ม.112 จึงกลายเป็นที่ระบายของพวกเขา  โหมความโกรธแค้นชิงชังมาใส่นิติราษฎร์ มีการให้ร้ายป้ายสีก่นด่าประณาม  อย่างไม่คำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เช่น “เศษสวะ” “เนรคุณ”  “พ่อแม่ไม่สั่งสอน” (ซึ่งกลายเป็นเรื่องฮากลิ้งในตึกเนชั่น  นี่ถ้ากนกถูกถอดรายการ องค์กรสื่อคงออกมาโวยวายว่า คุกคามเสรีภาพสื่อ...  เสรีภาพที่จะด่าคนอื่นว่าพ่อแม่ไม่สั่งสอน)&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;หรือกระทั่งเอาไปตัดต่อภาพเป็น “วรเจี๊ยก”  ผมไม่ทราบว่าเรามีสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติไว้ทำตะหวักตะบวยอะไร  (สื่อรวันดาสภาฯไม่สนใจ เพราะไม่ได้รับเงินใครมา เหมือนที่จ้องจับผิดมติชน)&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;ไม่น่าเชื่อว่านี่คือการยุยงส่งเสริมของสื่อและนักวิชาการที่เคยอ้าง ว่าต่อสู้เพื่อความเป็นธรรม เพื่อพิทักษ์ความเป็นไทย ความมีศีลธรรมจรรยา  บ้างก็เคยเป็นนักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน เพื่อศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์  (ไทยโพสต์ ผู้จัดการ  ล้วนเป็นสื่อที่เคยเป็นปากเสียงให้สมัชชาคนจนและคนด้อยโอกาส)&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;แต่วันนี้พวกเขายุยงส่งเสริมจนเกิดการขู่ฆ่า เผาหุ่น แขวนคอหุ่นวรเจตน์ และแพร่ภาพปิยบุตร ส่อความหมายว่าเจอที่ไหนให้ทำร้าย&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;นี่ไม่ต่างกันเลยกับ 6 ตุลา ที่สมัคร สุนทรเวช, อุทาร สนิทวงศ์, อุทิศ  นาคสวัสดิ์ ดาวสยาม และวิทยุยานเกราะ  กระพือความเกลียดชังใส่ขบวนการนักศึกษา&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;ถามว่าสื่อ นักวิชาการ แกนนำสลิ่มและพันธมิตร  รู้หรือไม่ว่านิติราษฎร์บริสุทธิ์ใจ ไม่ได้รับเงินใครมา รู้สิครับ  พวกเขายังรู้ด้วยว่าพวกที่ร่วมกันก่อรัฐประหาร หรือสนับสนุนรัฐประหาร  บางคนทำมาหากิน หาผลประโยชน์ ฉวยโอกาส แต่พวกเขาเพิกเฉยต่อคนกันเอง  กลับมาให้ร้ายป้ายสีคนบริสุทธิ์&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;พวกที่อ้างว่ามีคุณธรรมจริยธรรมเหล่านี้คงไชโยโห่ร้อง ถ้าปิยบุตรถูกอุ้ม หรือวรเจตน์ถูกม็อบลากไปแขวนคอสนามหลวงแล้วเอาเก้าอี้ฟาด&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;นี่คือพวกที่ทำอะไรทักษิณไม่ได้ ทำอะไรยิ่งลักษณ์ไม่ได้  แล้วมาระบายใส่นิติราษฎร์ หนำซ้ำยังเยาะเย้ยสะใจที่ออเหลิม “ตัดหาง”  นิติราษฎร์ ถ้าทำลายนิติราษฎร์ได้ เผลอๆ พวกนี้คงมีความสุข  ยิ่งกว่าโค่นทักษิณ&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;เพราะนิติราษฎร์และนักวิชาการประชาธิปไตย ไปทำให้พวกเขาเสียหน้า  เสียเครดิต สถาบันนักวิชาการที่เคยได้รับการยกย่องนับถือจากสังคม  กลายเป็นสถาบันต่ำทรามเพราะความไม่มีหลัก สถาบันสื่อที่เคยชี้นำสังคมได้  นักการเมืองผู้มีอำนาจจากไหนต้องซูฮก กลายเป็นกระดาษเปื้อนหมึกระบายอารมณ์&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;พวกเขาทำตัวเอง แต่โทษคนอื่น&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;ธีรยุทธพูดเรื่องมาตรา 7 อ้างว่าเป็นเรื่องในทางปฏิบัติ  ไม่ใช่หลักกฎหมาย “ปัญหาที่เกิดขึ้นคือเราแข็งเกินไป  เพื่อยืนยันความคิดของตัวเอง”  ขอเรียนว่ามันไม่ใช่แค่เรื่องหลักกฎหมายตายตัว แต่เป็นหลักการที่มีเหตุผล  เมื่อเกิคความขัดแย้งทางการเมือง ประชาชนแบ่งเป็น 2 ฝ่าย  คุณจะไปดึงในหลวงลงมาตัดสิน ดึงลงมาเกี่ยวข้องกับการเมือง กับความขัดแย้ง  มันก็ส่งผลกระทบต่อสถาบัน แม้ในหลวงทรงพระปรีชา ท่านไม่เอาด้วย  ก็ยังมีความพยายามดึงลงมาจนเกิดปัญหาจนปัจจุบัน&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;ซึ่งเมื่อเกิดแล้วก็ต้องปรับ ต้องแก้ แต่พวกเขาก็ขัดขวางไม่ยอมให้มีการปรับเปลี่ยน&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;6 ปีแล้วยังไม่ตระหนักอีกหรือ&lt;span style="font-size:10.0pt;font-family:&amp;lt;br /&amp;gt; &amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt; &lt;div&gt;&lt;span style="font-size:10.0pt;font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt; &lt;/span&gt;&lt;/div&gt; &lt;div&gt;&lt;em&gt;"ผมอยากให้สถาบันพระมหากษัตริย์อยู่ในฐานะเป็นที่เคารพสักการะ  อยู่เหนือความรักและความชังของบุคคล   ผมคิดว่านี่คือความพยายามของคณะผู้ก่อการ  2475   ให้พระองค์ทรงอยู่เหนือการเมือง  โดยประสงค์ไม่ให้พระมหากษัตริย์ลงมาวินิจฉัยปัญหาทางการเมือง   เพราะชี้ไปทางไหนมันมีคนได้และมีคนเสีย  มีคนชอบและมีคนชัง   เราไม่ต้องการให้สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นอย่างนั้น  เราต้องการให้สถาบันพระมหากษัตริย์มีแต่คนรักคนเทิดทูน   และเมื่อมีวิกฤติของประเทศอย่างรุนแรงเกิดขึ้น    ประเทศเรายังมีสถาบันอีกสถาบันหนึ่ง  ซึ่งประเทศอื่นไม่มี   มาคอยปัดเป่าและคลี่คลายวิกฤตการณ์แบบนี้  แต่ในช่วงที่ยังไปไม่ถึงจุดนั้น   ถ้ามันยังไม่ไปถึงแล้วเราดึงพระองค์ลงมาชี้   ในที่สุดแทนที่จะเป็นเทิดทูนสถาบัน   ผมว่าระยะยาวไม่เป็นผลดีกับสถาบันพระมหากษัตริย์"&lt;/em&gt;&lt;i&gt;&lt;span style="font-size:10.0pt;font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/i&gt;&lt;/div&gt; &lt;div&gt;&lt;span style="font-size:10.0pt;font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt; &lt;/span&gt;&lt;/div&gt; นี่จากคำให้สัมภาษณ์ของวรเจตน์ “นักเรียนทุนอานันท์” ในไทยโพสต์แทบลอยด์ ฉบับวันที่ 12 มีนาคม 2549&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5135425816290860163-6432265207219402346?l=downmerngnews.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5135425816290860163/posts/default/6432265207219402346'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5135425816290860163/posts/default/6432265207219402346'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://downmerngnews.blogspot.com/2012/01/blog-post_9009.html' title='&apos;ใบตองแห้ง&apos; ออนไลน์: พัดลมนิติราษฎร์'/><author><name>downmerng</name><uri>http://www.blogger.com/profile/14601586173795367918</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5135425816290860163.post-4421817118201848730</id><published>2012-01-29T13:10:00.003+07:00</published><updated>2012-01-29T13:10:49.684+07:00</updated><title type='text'>ศึกษาโซลิดาริตี้ในโปแลนด์: บทเรียนสำหรับผู้รักประชาธิปไตย-คนเสื้อแดง</title><content type='html'>ที่มา &lt;a href="http://www.prachatai.com/journal/2012/01/38981" target="_new"&gt;ประชาไท&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div class="field field-type-text field-field-byline"&gt;     &lt;div class="field-items"&gt;             &lt;div class="field-item odd"&gt;                     &lt;p&gt;ศิวะ รณยุทธ์&lt;/p&gt;         &lt;/div&gt;         &lt;/div&gt; &lt;/div&gt; &lt;p&gt;สำหรับผู้รักเสรีภาพ และยุติธรรมแล้ว  การลุกขึ้นสู้ของขบวนการโซลิดาริตี้  ที่มีแกนนำหลักคือสหภาพแรงงานอู่ต่อเรือในเมืองกดั๊งสก์ของโปแลนด์  คือแรงบันดาลใจอย่างหนึ่งที่สำคัญ ซึ่งสะท้อนให้เห็นชัดเจนว่า  ระบอบโซเวียตตามแนวทางลัทธิเลนินนั้น  ยังไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้องเหมาะสมสำหรับสังคมมนุษย์&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ผลพวงการลุกขึ้นสู้ของขบวนการถือว่าเป็นหนึ่งในปัจจัยบั่นทอนอย่างรุนแรง ให้สหภาพโซเวียตล่มสลาย สิ้นสุดยุคของสงครามเย็นในเดือนสิงหาคม  ค.ศ.1991(พ.ศ. 2534) นั้น  ปัจจุบันได้คลี่คลายไปจากขบวนการทางการเมืองที่ยิ่งใหญ่สั่นสะเทือนโลก  กลายเป็นพลังทางสังคมที่แตกซ่านไปจนเหลือสภาพเดิมค่อนข้างน้อย  ในขณะที่โครงสร้างทางเศรษฐกิจ-สังคมของโปแลนด์กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของทุน นิยมโลกที่เชื่อมติดกับสหภาพยุโรปอย่างลึกซึ้ง&lt;/p&gt; &lt;p&gt;การทบทวนสถานการณ์ของขบวนการโซลิดาริตี้ทั้งระหว่างการต่อสู้และหลังจาก การล่มสลายของโซเวียต จึงเป็นบทเรียนที่ผู้รักเสรีภาพ ยุติรรม  และประชาธิปไตยไทย ไม่ว่าจะสวมเสื้อสีอะไร จำต้องศึกษาทบทวนอย่างจริงจัง  มิใช่ปล่อยให้ผ่านเลยไปกับสายลม&lt;span class="Apple-tab-span" style="white-space:pre"&gt; &lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p&gt;โซลิดาริตี้  เกิดขึ้นจากการรวมตัวสร้างเอกภาพของการต่อสู้อำนาจเผด็จการของพรรค คอมมิวนิสต์ แต่เมื่อคอมมิวนิสต์ล่มสลายเอกภาพดังกล่าว  ก็แปลงสภาพเป็นเอกภาพของความหลากหลายภายใต้สังคมประชาธิปไตยที่โซลิดาริตี้ เป็นแค่ส่วนหนึ่งของพลัง มิใช่ในฐานะพลังหลักอีกต่อไป&lt;/p&gt; &lt;p&gt; &lt;/p&gt; &lt;p&gt;&lt;strong&gt;เอกภาพของการต่อต้านคอมมิวนิสต์&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt; &lt;p&gt;การถือกำเนิดของขบวนการโซลิดาริตี้(เอกภาพ)ในเมืองกดั๊งสก์  เกิดขึ้นท่ามกลางความเสื่อถอยอย่างรุนแรงของระบอบอำนาจของสหภาพโซเวียตที่ ประสบปัญหาถดถอยทางเศรษฐกิจและการขาดแคลนอาหารอย่างรุนแรงต่อเนื่อง  จนกระทั่งพรรคคอมมิวนิสต์ในยุโรปตะวันออกที่อยู่ใต้เขตอิทธิพลของโซเวียตตาม สนธิสัญญวอร์ซอร์มานับแต่สงครามโลกครั้งที่สอง  เริ่มถูกตั้งคำถามเกี่ยวกับความชอบธรรมในอำนาจเบ็ดเสร็จอย่างเข้มข้น&lt;/p&gt; &lt;p&gt;อำนาจรัฐโปแลนด์ ภายใต้เผด็จการของพรรคคอมมิวนิสต์ในเขตอิทธิพลโซเวียต  ก็ถูกท้าทายเป็นกระแสเช่นเดียวกัน คำถามใหญ่ก็คือ  อำนาจรัฐที่อ้างว่าเป็นเผด็จการชนชั้นกรรมาชีพนั้น แท้ที่จริงแล้ว  มีผลประโยชน์ที่ไปกันไม่ได้เลยกับชนชั้นกรรมกรของสังคม&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ความคุกรุ่นของสถานการณ์  ปะทุขึ้นมาเมื่อสหภาพแรงงานท่าเรือของเมืองกดั๊งส์ก์  เมืองท่าใหญ่ที่สุดในทะเลบอลติก ได้ลุกฮือขึ้นมา ทำการนัดหยุดงานหลายครั้ง  แม้จะเผชิญหน้ากับการปราบปรามครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ก็ไม่อาจหยุดยั้งได้ &lt;/p&gt; &lt;p&gt;สาเหตุสำคัญที่ทำให้กรรมการท่าเรือลุกฮือขึ้นมา ก็ด้วยเหตุผล 3 ประการหลัก นั่นคือ&lt;/p&gt; &lt;p class="rteindent1"&gt;  รัฐบาลคอมมิวนิสต์โปแลนด์ผลักดันนโยบายทำให้ประเทศเป็นอุตสาหกรรมใหม่อย่าง รวดเร็ว โดยใช้เมืองกดั๊งสก์เป็นศูนย์กลางการพัฒนา  อุตสาหกรรมหลักของเมืองนี้ได้แก่การต่อเรือ  ซึ่งในยุโรปแล้วเป็นรองเฉพาะยูโกสลาเวียในทะเลเอเดรียติกเท่านั้น  ทำให้เมืองนี้เป็นแหล่งชุมนุมของกรรมกรจากทั่วทั้งประเทศโดยเฉพาะคนหนุ่มสาว&lt;/p&gt; &lt;p class="rteindent1"&gt; ความล้มเหลวทางเศรษฐกิจ  ทำให้ราคาสินค้าพุ่งพรวดอย่างรุนแรงเกินกว่ารายได้ของผู้ใช้แรงงานจะตามได้ ทัน สร้างแรงกดดันคุกรุ่นมายาวนานมาตั้งแต่คริสต์ทศวรรษ 1970  ซึ่งมีการนัดหยุดงานหลายครั้ง แต่ละครั้งถูกทั้งปราบรุนแรงจากอำนาจรัฐ  และปลอบด้วยถ้อยคำโฆษณาชวนเชื่อลมๆแล้งๆที่หาคนเชื่อได้น้อยเต็มที&lt;/p&gt; &lt;p class="rteindent1"&gt; ความเหลื่อมล้ำทางสังคมระหว่างคนส่วนใหญ่ของประเทศ  และสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์ที่กลายสภาพเป็นอภิสิทธิ์ชนในสังคม  จนกระทั่งได้รับการขนานนามว่าเป็นพวก”กระฎุมพีแดง”มายาวนาน  จนกระทั่งความพยายามสร้างทีมฟุตบอลที่แข็งแกร่งขึ้นมากลบเกลื่อนความเหลื่อม ล้ำทางสังคมไม่สามารถปิดบังได้อีกต่อไป&lt;/p&gt; &lt;p&gt;การลุกฮือนัดหยุดงานของกรรมกรอู่ต่อเรือเลนินที่เมืองกดั๊งสก์  เมื่อเดือนสิงหาคม ค.ศ.  1980คือจุดชนวนสำคัญที่ทำให้กรรมกรท่าเรือและโรงงานอุตสาหกรรมอื่นๆในเมือง เดียวกันและใกล้เคียงนัดหยุดงานต่อเนื่องลุกลาม  สร้างความตระหนกตกใจให้รัฐบาลคอมมิวนิสต์โปแลนด์ขณะนั้นอย่างรุนแรง&lt;/p&gt; &lt;p&gt;เพื่อรับมือกับการปราบปรามจากอำนาจรัฐ  แกนนำกรรมกรทั้งหลายได้หารือกันและมีมติร่วมกันจัดตั้งขบวนการโซลิดาริตี้ ขึ้นมาเป็นครั้งแรกพร้อมด้วยข้อเรียกร้อง 21  ข้ออันลือลั่น(ซึ่งนักศึกษามาร์กซิสท์บางคนเรียกขานว่าเป็นข้อเรียกร้องที่ ก้าวหน้ากว่าคอมมูนปารีส ค.ศ.1871 หลายเท่า)  ทำให้ขบวนการกรรมกรกลายสภาพเป็นขบวนการของมวลชนอย่างรวดเร็วเหมือนไฟลามทุ่ง&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ปรากฏการณ์โซลิดาริตี้ดังกล่าว สร้างความตื่นตระหนก  ไม่เฉพาะพรรคคอมมิวนิสต์โปแลนด์เท่านั้น  แต่เป็นทั่วทั้งเขตอิทธิพลสหภาพโซเวียตและสนธิสัญญาวอร์ซอร์ด้วย  เนื่องจากนี่คือ  การเคลื่อนไหวที่ชนชั้นกรรมาชีพลุกขึ้นมาทวงอำนาจรัฐที่ถูกปล้นชิงไปจากเท คโนแครตแดงภายใต้พรรคคอมมิวนิสต์ที่จัดตั้งขึ้นตามหลักลัทธิเลนินมายาวนาน&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ไม่เคยมีครั้งใดเลยที่ชนชั้นกรรมาชีพที่ถูกอ้างเสมอมาว่าเป็น  “ผนังทองแดง กำแพงเหล็ก”ของพรรคคอมมิวนิสต์ทั่วโลก  จะลุกขึ้นมาต่อต้านพรรคอย่างเปิดเผยเช่นนี้มาก่อน ดังนั้น  จึงเป็นสิ่งที่ยอมไม่ได้เลยสำหรับพรรคคอมมิวนิสต์ที่พร้อมจะตั้งข้อหา”พวก ปฏิกิริยาต่อต้านการปฏิวัติ”มาปราบปรามศัตรูทางอำนาจของตน  แม้จะขาดความสมเหตุสมผลพอสมควร&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ยิ่งเมืองกดั๊งสก์ (หรือชื่อเดิมของเมืองคือ ดานซิก หรือฉนวนโปแลนด์)  ก็มีชื่อเสียงเป็นเมืองประวัติศาสตร์ยาวนานในระดับโลก  รวมทั้งเป็นชนวนสงครามโลกครั้งที่สอง  ก็ยิ่งมีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ทางทหารของยุโรปอย่างมาก&lt;/p&gt; &lt;p&gt;พรรคคอมมิวนิสต์โปแลนด์ ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากการปราบปราม  โดยงัดเอากฏอัยการศึกมาใช้ในต้นปี ค.ศ. 1981  พร้อมกับจับกุมแกนนำของโซลิดาริตี้ทั้งที่เปิดเผยและปิดลับเข้าคุกจำนวนมาก  แต่มันสายเกินไปที่จะหยุดยั้งได้  องค์กรจัดตั้งแบบปิดลับของโซลิดาริตี้ที่เตรียมพร้อมอยู่แล้ว  หลบลงปฏิบัติการใต้ดินอย่างทันท่วงที  โดยอาศัยพันธมิตรร่วมสู้ที่สำคัญนั่นคือ  ศาสนจักรคาธอลิกที่มีวาติกันอยู่เบื้องหลัง&lt;/p&gt; &lt;p&gt;สำหรับสหรัฐฯ  นอกเหนือจากการดำเนินการทางเปิดด้วยการชูประเด็นเสรีภาพและสิทธิมนุษยชนใน โปแลนด์และยุโรปตะวันออกมากดดันให้การบอยคอตต์ทางเศรษฐกิจต่อประเทศกลุ่ม สนธิสัญญาวอร์ซอร์ รวมทั้งห้ามการส่งออกเทคโนโลยีการผลิตใหม่ๆทั้งจากสหรัฐฯ  สมาชิกนาโต้ และญีปุ่นเพื่อปิดล้อมทางเศรษฐกิจอย่างหนักแล้ว  ยังได้เดินเกมทางลับจับมือกับวาติกันเพื่อถ่ายโอนความช่วยเหลือทางการเงิน และวัตถุปัจจัยการต่อต้านรัฐคอมมิวนิสต์ให้กับโซลิดาริตี้ผ่านทางจัดตั้งของ โบสถ์คาธอลิกทั่วโปแลนด์ (โดยอาศัยข้อเท็จจริงที่ว่า สันตปาปา จอห์น พอลที่  2 ในขณะนั้นเป็นคาร์ดินัลจากโปแลนด์ ซึ่งมีบารมีสูงมากในระดับโลก)  ทำให้องค์กรใต้ดินของโซลิดาริตี้สามารถปฏิบัติการได้อย่างต่อเนื่องและ ท้าทายอำนาจรัฐโซเวียตอย่างหนัก&lt;/p&gt; &lt;p&gt;วิทยุใต้ดินโซลิดาริตี้  ที่ส่งกระจายเสียงภายใต้การนำของแกนนำที่หลบลงปฏิบัติการใต้ดินอย่าง  สบิกนิว โรมาสซิวสกี้  ทำการเปิดโปงการละเมิดสิทธิมนุษยชนของพรรคคอมมิวนิสต์โปแลนด์  และโซเวียตอย่างตรงไปตรงมา กลายเป็นคลื่นที่มีผู้ฟังล้นหลาม  ซึ่งพร้อมช่วยกันแพร่กระจายข่าวสารต่อต้านรัฐอย่างมีพลานุภาพ  ในขณะที่เอกสารและวรรณกรรมใต้ดิน  ได้รับการส่งผ่านเข้าไปอย่างลับๆไม่ขาดระยะ&lt;/p&gt; &lt;p&gt;เมื่อความพยายามใช้อำนาจปราบปรามไม่สามารถหยุดยั้งการเติบโตของโซลิดาริ ตี้ได้  ประกอบกับอำนาจรัฐโซเวียตในทุกแห่งของประเทศสมาชิกสนธิสัญญาวอร์ซอร์เริ่ม เสื่อมสภาพลงไปเพราะปัญหาความล้มเหลวทางการผลิต  โดยเฉพาะโซเวียตรัสเซียที่มีการเปลี่ยนตัวผู้นำหลายรุ่นเพื่อแก้สถานการณ์ ขาลงอย่างลนลาน จนต้องหันมาใช้นโยบาย”กล้าสน็อส”(ผ่อนคลาย)  ก็ทำให้พรรคคอมมิวนิสต์โปแลนด์ จำต้องปรับท่าที  ปล่อยตัวกลุ่มโซลิดาริตี้ออกจากคุก  และหันมาเปิดการเจรจาเพื่อหาทางออกร่วมอย่างจริงจัง&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ในช่วงนี้เอง  ที่สมาชิกของโซลิดาริตี้เพิ่มพูนขึ้นมากกว่าล้านคนทั่วประเทศ  เป็นการขับเคลื่อนทางการเมืองโดยมวลชนที่ยิ่งใหญ่มากที่สุดของยุโรปหลัง สงครามโลกครั้งที่สอง  แรงบันดาลใจจากโซลิดาริตี้ที่แพร่กระจายไปยังประเทศในยุโรปตะวันออกทำให้ กระแสต่อต้านรัฐบาลคอมมิวนิสต์ทั่วประเทศสมาชิกสนธิสัญญาวอร์ซอร์กลายเป็น คลื่นที่ต้านทานไม่ได้ เป็นส่วนหนึ่งของการพังทลายกำแพงเบอร์ลิน  และการล่มสลายของสหภาพโซเวียต และคอมมิวนิสต์ยุโรปตะวันออกทุกประเทศ&lt;/p&gt; &lt;p&gt; &lt;/p&gt; &lt;p&gt;&lt;strong&gt;การปรับตัวและเอกภาพใหม่ยุคหลังคอมมิวนิสต์&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ชัยชนะของผู้รักเสรีภาพ ยุติธรรม และประชาธิปไตยที่ได้รับมา  ถูกส่งผ่านไปให้กับมวลชนโปแลนด์อย่างทั่วถึง แต่ในมุมกลับกัน  การล้มเลิกระบบวางแผนเศรษฐกิจส่วนกลางมาเป็นทุนนิยมเต็มรูป  และการล้มเลิกระบบการเมืองแบบพรรคเดียวของคอมมิวนิสต์มาเป็นพหุนิยม  ก็ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในชะตากรรมของโซลิดาริตี้อย่างใหญ่หลวงด้วย&lt;/p&gt; &lt;p&gt;การรวมตัวของโซลิดาริตี้  ซึ่งแม้จะมีแกนนำหลักคือกลุ่มสหภาพแรงงานท่าเรือ และอุตสาหกรรมหนัก  แต่ก็ยังมีส่วนผสมของปัญญาชน  และกลุ่มพลังทางสังคมอื่นๆเข้ามามากขึ้นโดยเฉพาะบุคคลที่มีส่วนในการปฏิบัติ งานปิดลับใต้ดินหลังจากใช้กฎอัยการศึก  ทำให้หลังจากการล่มสลายของพรรคคอมมิวนิสต์โปแลนด์แล้ว  แนวทางการสร้างสังคมใหม่ยุคหลังคอมมิวนิสต์ก็เริ่มกลายเป็นข้อถกเถียงกัน  และนำมาซึ่งภาวะ”น้ำแยกสาย ไผ่แยกกอ”ขึ้นมาอย่างเลี่ยงไม่พ้น &lt;/p&gt; &lt;p&gt;ความแตกต่างที่สำคัญซึ่งนำมาสู่สภาพดังกล่าวได้แก่ แรกสุดคือ  การฟื้นฟูอุดมการณ์ชาตินิยม เนื่องจากประวัติศาสตร์ของโปแลนด์อันเก่าแก่  เคยถูกรุกรานด้วยกองทัพของชาติที่เหนือกว่าจากทั้งทางตะวันตกคือเยอรมนี  และตะวันออกคือรัสเซียมานับครั้งไม่ถ้วน  คนโปแลนด์ยังไม่เคยลืมฝ้นร้ายคงจำได้ดีถึงการรุกรานจากเยอรมนีรวมทั้งค่าย กักกันยิวที่เอ้าสวิทซ์  และการครอบงำและสังหารหมู่ของสตาลินระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง &lt;/p&gt; &lt;p&gt;คำถามสำคัญของประเทศยุคหลังคอมมิวนิสต์มีอยู่ว่า  หากไม่มีสนธิสัญญาวอร์ซอร์และพันธะทางเศรษฐกิจของโคมีคอนแล้ว  โปแลนด์จะตกใต้อิทธิพลของนาโต้ที่มีสหรัฐเป็นแกนหลักมากน้อยเพียงใด  โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการต้องเจรจากับรัสเซียเพื่อถอนกำลังทหารที่มาตั้งฐานใน โปแลนด์จำนวนประมาณ 6  หมื่นคนออกไปโดยไม่ให้กระทบความสัมพันธ์ซึ่งกันและกันในอนาคต&lt;/p&gt; &lt;p&gt;โจทย์ดังกล่าว เกิดขึ้นพร้อมกับคำถามในหมู่ผู้นำโซลิดาริตี้ด้วยกันว่า  ขบวนการพร้อมจะแปลงสภาพกลายเป็นพรรคการเมืองของมวลชนหลายกลุ่มในระบบ ประชาธิปไตยเต็มรูป หรือจะเป็นแค่ตัวแทนสหภาพแรงงานกรรมาชีพกันต่อไป  เมื่อภารกิจต่อต้านคอมมิวนิสต์จบลงไปแล้ว  เนื่องจากผลประโยชน์ของกลุ่มพลังที่เข้ามาร่วมในขบวนการหลายกลุ่มไม่เป็น หนึ่งเดียวกัน&lt;/p&gt; &lt;p&gt;การตอบโจทย์ทั้ง 2 ข้อ  ในทันทีเป็นเรื่องยากลำบากในยามที่ประเทศต้องดำเนินการออกแบบการเมือง สังคม  และเศรษฐกิจใหม่หลังยุคคอมมิวนิสต์อย่างทุลักทุเล  ทำให้ผู้นำของโซลิดาริตี้อย่างเป็นทางการในยามนั้นคิอ เล็ก วาเลซ่า  ผู้นำสภาพแรงงานกดั๊งสก์เก่า ซึ่งแม้จะมีฐานะนำในขบวนการอยู่แข็งแกร่ง  แต่ก็พบว่าได้รับแรงสนับสนุนทางความคิดน้อยเกินไป  จึงมีข้อสรุปส่วนตัวชัดเจนว่าชัยชนะของโซลิดาริตี้ที่มาเร็วเกินคาด  ทำให้ความพร้อมจะเป็นพรรคการเมืองของมวลชนจะเป็นอุปสรรคมากกว่าเป็นพลังอัน แข็งแกร่ง &lt;/p&gt; &lt;p&gt;ความพยายามประนีประนอมระหว่างอุดมการณ์กับความเป็นจริง  ทำให้โซลิดาริตี้จำต้องยินยอมเจรจากับอดีตแกนนำของพันธมิตรพรรคคอมมิวนิสต์ เดิมเพื่อให้ร่วมก่อตั้งรัฐบาลผสมชั่วคราวในระยะเปลี่ยนผ่านสังคมไปสู่ทุน นิยมและเสรีภาพ แต่การประนีประนอมกลับปรากฏผลข้างเคียงอันไม่พึงปรารถนา  เพราะว่าแกนนำบางส่วนของโซลิดาริตี้กับหลงไหลได้ปลื้มกับอำนาจรัฐใหม่ชั่ว คราวนั้นอย่างเอาเป็นเอาตาย ทำให้เกิดความขัดแย้งภายในขึ้นมาอย่างหนัก&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ท้ายสุด โซลิดาริตี้ก็เดินมาถึงทางตันเมื่อแกนนำบางส่วน นำโดยเล็ก  วาเลซ่า  ตัดสินใจแยกตัวออกจากโซลิดาริตี้ไปสมัครเป็นประธานาธิบดีในการเลือกตั้ง  เพื่อหาทางเชื่อมโยงกับกลุ่มพลังทางสังคมอื่นๆ &lt;/p&gt; &lt;p&gt;ยิ่งไปกว่านั้น  ความพยายามยื้อแย่งชื่อของโซลิดาริตี้ไปเป็นชื่อพรรคการเมืองของแต่ละกลุ่ม ภายในขบวนการเดิม ทำให้เกิดความขัดแย้งจนถึงขั้นที่กลุ่มต่างๆในโซลิดาริตี้  ตัดสินใจแยกตัวออกไปตั้งพรรคการเมืองตามอุดมการณ์ส่วนตัว  ซึ่งมีทั้งการต่อสู้กันและร่วมมือกัน  ทิ้งชื่อโซลิดาริตี้เอาไว้เป็นอดีตในฐานะส่วนหนึ่งของสหภาพแรงงาน  ไม่ใช่ขบวนการทางการเมืองอีกต่อไป&lt;/p&gt; &lt;p&gt;แม้จะแยกตัวกันไปหลายพรรคการเมือง  แต่จุดร่วมหลักของแต่ละพรรคซึ่งก่อตั้งขึ้นมาจากอดีตโซลิดาริตี้ล้วนอยู่ใน กรอบเป้าหมายร่วมอย่างหลวมๆว่า  จะต้องสร้างรัฐที่มีโครงสร้างเศรษฐกิจที่จะขับเคลื่อนโดยกลไกตลาด  มีหลักนิติธรรม และรับรองเสรีภาพพื้นฐานของพลเมืองเป็นเสาหลัก  โดยมีการชี้นำผ่านวิสัยทัศน์ของแผนการออกแบบเศรษฐกิจการเมืองใหม่ของนัก เศรษฐศาสตร์ที่เป็นที่ปรึกษาของโซลิดาริตี้  เลสเซ็ก บาเซโรวิทซ์  ที่อยู่เบื้องหลังแผนสร้างรัฐใหม่ที่เรียกว่า แผนบาเซโรวิทซ์ เป็นเค้าโครง&lt;/p&gt; &lt;p&gt;หลังจากใช้เวลาผ่านความเจ็บปวดมามากกว่า 20 ปีกระทั่งถึงปัจจุบัน  โปแลนด์ได้กลายสภาพจากรัฐคอมมิวนิสต์ที่อ่อนแอ และเผด็จการ  กลายสภาพเป็นชาติทุนนิยมใหม่ที่แข็งแกร่ง  ไม่เคยเผชิญหน้ากับภาวะเศรษฐกิจถดถอยหรือตกต่ำอย่างยาวนานน่าทึ่ง  มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่น่าตื่นใจ  และได้เข้าเป็นสมาชิกของสหภาพยุโรปเต็มรูป  พร้อมกับเตรียมตัวเข้าสู่การเป็นส่วนหนึ่งของเงินยูโร  ในขณะที่อุตสาหกรรมหนักของประเทศได้เฟื่องฟูขึ้นเป็นหนึ่งในแกนหลักของทะเล บอลติกทางตอนเหนือของยุโรป   พร้อมกับพัฒนาจากระบอบการเมืองกึ่งประชาธิปไตยมาเป็นมีระบอบการเมืองแบบ ประชาธิปไตยเต็มรูปที่เข้มแข็งและมีเสถียรภาพภายใต้รัฐบาลผสม  โดยที่ทุกพรรคการเมืองทั้งในระดับชาติและท้องถิ่นล้วนมีรากเหง้าเดิมจากโซลิ ดาริตี้ทั้งสิ้น&lt;/p&gt; &lt;p&gt;นอกเหนือจากการออกแบบโครงสร้างใหม่เศรษฐกิจ  การสร้างสังคมที่อารยะด้วยกติกาใหม่ๆ  ทำให้โปแลนด์สลัดทิ้งอดีตไว้เบื้องหลังหมดจด ก้าวสู่อนาคตได้แล้ว  โปแลนด์ยังคงสามารถรักษาสัมพันธภาพทางเศรษฐกิจในฐานะกลไกเชื่อมโยงยุโรป ตะวันตกเข้ากับอดีตรัฐใต้กลุ่มโคมีคอนได้อย่างมีดุลยภาพ  และนำมาซึ่งความรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจได้ต่อเนื่อง &lt;/p&gt; &lt;p&gt;พรรคการเมืองที่แตกแถวออกจากโซลิดาริตี้ไม่น้อยกว่า 8 พรรค  โดยมีฐานเสียงสนับสนุนของตนเองที่หลากหลาย ต่างมีแนวทางเฉพาะของตนเอง  นับตั้งแต่อนุรักษ์นิยมสุด จนถึงซ้ายสังคมนิยม  แต่ไม่มีพรรคไหนมีแนวทางขวาสุด หรือซ้ายสุดอีกเลย  แล้วก็ไม่มีพรรคไหนชูแนวทางกีดกันชาติพันธุ์เลย  สะท้อนให้เห็นแนวทางโซลิดาริตี้ที่เกิดจากการต่อสู้กับคอมมิวนิสต์ยังคงมี รากลึกอย่างเข้มข้น&lt;/p&gt; &lt;p&gt;การเข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป และนาโต้เต็มรูป  พร้อมกับรักษาสัมพันธภาพอันดีกับรัสเซียที่ถอนทหารออกจากประเทศจนหมดสิ้น  นอกจากเป็นยุทธศาสตร์ทำให้โปแลนด์ปลอดภัยจากการคุกคามจากภายนอกประเทศแบบที่ เคยเกิดขึ้นในอดีตแล้ว  ยังมีผลข้างเคียงทำให้กองทัพต้องถอนตัวจากการมีบทบาททางการเมืองตามกติกาของ สหภาพยุโรปและนาโต้อย่างสิ้นเชิง  ไม่สามารถกลับมาแทรกแซงสร้างกลไกเผด็จการซ้ำรอยยุคคอมมิวนิสต์ครองอำนาจ  หรืออย่างชาติกำลังพัฒนาหลายแห่งในเอเชียและละตินอเมริกา&lt;/p&gt; &lt;p&gt;เอกภาพต่อต้านเผด็จการคอมมิวนิสต์ของโซลิดาริตี้  ถูกแปรเปลี่ยนเป็นเอกภาพท่ามกลางความหลากหลายของสังคมอารยะ  ซึ่งแม้ว่าจะทำให้สมาชิกจดทะเบียนของโซลิดาริตี้ในปัจจุบันลดหายไปอย่างมาก มาย มีฐานะเป็นแค่สหภาพแรงงานที่มีสมาชิกเหลือเพียงประมาณ 4  แสนคนเท่านั้นจากประชากรรวมของประเทศ 38 ล้านคน  ไม่สามารถเป็นพลังหลักในการกำหนดอำนาจรัฐได้เต็มที่   เพราะในระยะหลังก็ยังมีสภาพแรงงานใหม่ๆเกิดขึ้นที่แยกตัวออกจากโซลิดาริ ตี้ &lt;/p&gt; &lt;p&gt;แม้พลังจะลดลงไปจากการมีส่วนร่วมทางการเมืองโดยตรง  แต่ประวัติศาสตร์การต่อสู้  และขนาดของการเป็นสหภาพแรงงานที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ  ก็ยังทำให้พลังทางสังคมของโซลิดาริตี้แข็งแกร่งต่อไป  เป็นพลังถ่วงดุลอำนาจของรัฐ กองทัพ กลุ่มทุนใหญ่  และศาสนจักรคาธอลิกได้เป็นอย่างดี&lt;/p&gt; &lt;p&gt; &lt;/p&gt; &lt;p&gt;&lt;strong&gt;บทเรียนสำหรับผู้รักประชาธิปไตย-คนเสื้อแดงในสังคมไทย&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt; &lt;p&gt;การต่อสู้ของโซลิดาริตี้ เป็นอุทาหรณ์ที่ดีว่า  พลวัตของขบวนการต่อสู้เพื่อเปลี่ยนแปลงสังคมให้พ้นจากอำนาจเผด็จการนั้น  ไม่เคยหยุดนิ่ง แต่สามารถแปรสภาพไปมาได้ตามความเป็นจริงทางภววิสัย  แม้ว่าเจตจำนงนั้นจะไม่เคยแปรเปลี่ยน  แต่ก็จำต้องปรับสภาพให้สอดคล้องกับยุคสมัย&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ชัยชนะต่อเผด็จการคอมมิวนิสต์โปแลนด์ จะไม่เป็นชัยชนะถาวรได้เลย หากว่า  โซลิดาริตี้ไม่สามารถยอมรับการออกแบบใหม่ทางสังคม  และไม่คำนึงถึงความต้องการหลักที่เรียกร้องให้จำต้องกระทำซึ่งเกินกว่าความ เรียกร้องต้องการของชนชั้นกรรมาชีพในขบวนการอย่างเดียว  แต่ต้องรับรองข้อเท็จจริงที่ไม่คาดหมายมาก่อนเช่นความอยู่รอดในฐานะรัฐประชา ชาติที่เป็นเอกราชและมั่งคั่ง ซึ่งต้องผ่านการสร้างระบอบอำนาจรัฐที่เหมาะสม&lt;/p&gt; &lt;p&gt;กรณีของผู้รักประชาธิปไตยที่ผนึกกำลังสร้างเอกภาพในนามของคนเสื้อแดงหลัง การรัฐประหาร 19 กันยายน 2549  ซึ่งจากข้อเท็จจริงที่ปรากฏชัดว่าเป็นขบวนการข้ามชนชั้น  ที่มีลักษณะของอุดมการร่วมกันอย่างหลวมๆ  มีการจัดตั้งและพลังในการขับเคลื่อนอย่างไร้เอกภาพที่เห็นได้ง่ายทั้งจากภาย ในและภายนอก&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ผู้รักประชาธิปไตยในคราบของคนเสื้อแดงส่วนใหญ่ ไม่ใช่คนยากจน  เพราะรายได้เฉลี่ยของของสมาชิก  ห่างไกลจากเส้นความยากจนตามมาตรฐานทางวิชาการขีดไว้ ให้ไกลโขทีเดียว  ดังนั้นจึงไม่ใช่การเคลื่อนไหวทางสังคมเพื่อรองรับผลประโยชน์ของชนชั้นใดชน ชั้นหนึ่ง  พร้อมกับมีขีดความสามารถในการเคลื่อนไหวทางการเมืองผ่านวิธีการเผยแพร่ข่าว สารข้อมูล การชุมนุมทางการเมือง, และการจัดตั้งเพื่อเอาชนะการเลือกตั้ง  แต่ยังคงอ่อนด้อยในการจัดตั้ง(การเคลื่อนไหว ประเด็น และเป้าหมาย) ตรวจสอบ  และมีลักษณะตามกระแสมากกว่าสร้างกรอบเป้าหมายระยะยาวเพื่อออกแบบสังคมใน อุดมคติ แม้ว่าจะเกิดอาการ  "ตาสว่าง"ที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนจุดยืนทางสังคมอย่างชัดเจน  แต่ไม่สามารถยกระดับการต่อสู้ของมวลชนไปสู่ความเข้มแข็งเชิงปริมาณและคุณภาพ  ไม่สามารถเก็บรับดอกผลของการต่อสู้ได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย  ทั้งที่ภววิสัยเอื้ออำนวยมากกว่าครั้งหลังจากการต่อสู้ 14 ตุลาคม 2516 และ  พฤษภาคม 2535 หลายเท่า&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ลักษณะเช่นนี้ ทำให้ผู้รักประชาธิปไตย-คนเสื้อแดงของไทย  มีความแตกต่างทั้งสาระและรูปแบบกับโซลิดาริตี้อย่างมากมาย  เริ่มปรากฏความเคลื่อนไหวในลักษณะ”หลากหลายที่ไร้เอกภาพ”อย่างชัดเจนมากขึ้น  แม้ชัยชนะหลังการเลือกตั้งซึ่งทำให้พรรคเพื่อไทยได้รับชัยชนะอย่างท่วมท้น  ก็ทำให้ผู้รักประชาธิปไตย-คนเสื้อแดงบางส่วนได้เข้ามามีบทบาทร่วมในอำนาจรัฐ ไทยอย่างชอบธรรม แต่ก็อยู่ในวงจำกัด  ไม่สามารถมีบทบาทนำในการต่อสู้เพื่อผลักดันให้สังคมมีเสรีภาพและยุติธรรมมาก ขึ้นได้อย่างเป็นรูปธรรม  เมื่อเทียบกับบทบาทของนักเลือกตั้งและนักฉวยโอกาสทางการเมืองที่เข้าไปใช้ ประโยชน์จากอำนาจที่ได้มาบางส่วนตะกรุมตะกรามกันอย่างไร้ยางอาย  รวมถึงการขับเคลื่อนชี้นำของกลุ่มพลพรรคแวดล้อมทักษิณ  ชินวัตรซึ่งมีวาระซ่อนเร้นอยู่&lt;/p&gt; &lt;p&gt;จนถึงวันนี้ ร่างกฏหมายเผด็จการที่กดขี่เสรีภาพของมวลชน  โครงสร้างของความอยุติธรรมทางสังคม  และทิศทางสร้างทางออกใหม่ที่ปลดปล่อยพลังการผลิตของสังคมให้เป็นประโยชน์ อย่างสร้างสรรค์ก็ยังคงดำเนินไปอย่างเชื่องช้าและวกวน  ไม่สามารถใช้ประโยชน์ในการขับเคลื่อนเป้าหมายทางการเมืองได้อย่างมีพลัง&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ไม่เพียงเท่านั้น   บทบาทในการกำหนดย่างก้าวของรัฐในเวทีเศรษฐกิจการเมืองระหว่างประเทศเพื่อ สร้างฐานะนำอย่างมีพลังด้วยแล้วยิ่งไม่ปรากฎขึ้นเลยแม้แต่น้อย&lt;/p&gt; &lt;p&gt;รวมทั้งบทบาทการแทรกแซงการเมืองของกองทัพ  ก็ยังคงดูเหมือนว่าจะมีอยู่ในระดับเข้มข้นต่อไปอย่างสังเกตได้  ความพยายามใดๆที่จะสร้างเงื่อนไขให้กองทัพต้องถอนตัวจากการแทรกแซงทางการ เมือง  ลดระดับลงเหลือเพียงแค่การ”เกียเซียะ”ในมุมมืดแบบหมูไปไก่มาเท่านั้นเอง&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ที่เลวร้ายไปกว่านั้น  คำถามว่าด้วยการสร้างพลังถ่วงรั้งการใช้อำนาจและอิทธิพลของกลุ่มทุนใหญ่ที่ ผูกขาดกลไกธุรกิจไทยอย่างเหนียวแน่นที่อยู่เบื้องหลังการสมคบคิดกับอำนาจรัฐ มายาวนาน กลับไม่ปรากฏ  เสมือนหนึ่งดูเบาว่านี่ไม่ใช่ปัญหาหลักอย่างหนึ่งของสังคมไทย &lt;/p&gt; &lt;p&gt;ชัยชนะหลังการเลือกตั้ง 3 กรกฎาคม 2554  ย่อมมีส่วนทำให้พลังของผู้รักประชาธิปไตย-คนเสื้อแดงเปลี่ยนไปจากเดิม  แบบเดียวกันกับปรากฏการณ์ที่เคยเกิดขึ้นกับโซลิดาริตี้ของโปแลนด์เมื่อ 20  กว่าปีก่อน แต่ดูเหมือนไม่เร็วเกินไปที่จะสรุปว่า  เส้นทางของการเชื่อมต่อการต่อสู้เพื่อไปบรรลุเป้าหมายสร้างสังคมที่ยกระดับ เสรีภาพและยุติธรรมมากขึ้นนั้น  โซลิดาริตี้ทำได้ดีกว่าหลายสิบเท่าของผู้รักประชาธิปไตย-คนเสื้อแดงในไทย&lt;/p&gt; &lt;p&gt;หากไม่ศึกษาบทเรียนจากโซลิดาริตี้อย่างจริงจัง  และยังไม่สามารถใช้ประโยชน์จากการต่อสู้เพื่อแปลงให้เป็นรูปธรรมในช่วง เปลี่ยนผ่าน  ความเป็นไปได้ที่ชัยชนะจากการต่อสู้จะเป็นได้เพียงแค่ม่านที่อำพรางความอ่อน ด้อยภายในของพลังเสรีภาพและยุติธรรม บนเอกภาพที่ไม่ยั่งยืนเท่านั้น &lt;/p&gt; &lt;p&gt;หากความคาดหมายนี้เกิดขึ้นมาจริง ความหลากหลายที่ไร้เอกภาพและไร้พลัง  ย่อมหมายถึงโอกาสเป็นไปได้ที่ชัยชนะจะสูญเปล่า  รอเวลาสำหรับการเข้าสู่วงจรอุบาทว์รอบใหม่ ซึ่งเสรีภาพ  และยุติธรรมจะถูกปล้นชิงไปได้เมื่อกลุ่มเผด็จการอำมาตย์สมคบคิดซึ่งยามนี้ กำลังอำพรางตัวเองกับสถานการณ์ใหม่ สามารถตั้งตัวได้  และกลับมาร่วมตัดสินใจครั้งใหม่ในวันข้างหน้าว่าพร้อมแล้วสำหรับการกลับมา ใช้ความรุนแรงของอำนาจดิบกระชากสิทธิ์และผลประโยชน์กลับคืนไป&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ถึงตอนนั้น ก็สายเกินไปเสียแล้วที่จะเปลี่ยนสถานการณ์ได้  และอาจจะทำให้ผู้รักประชาธิปไตยไทยตกอยู่ในสภาพยิ่งกว่า”ไก่คุ้ยกองขยะ”เสีย ด้วยซ้ำ&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5135425816290860163-4421817118201848730?l=downmerngnews.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5135425816290860163/posts/default/4421817118201848730'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5135425816290860163/posts/default/4421817118201848730'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://downmerngnews.blogspot.com/2012/01/blog-post_7511.html' title='ศึกษาโซลิดาริตี้ในโปแลนด์: บทเรียนสำหรับผู้รักประชาธิปไตย-คนเสื้อแดง'/><author><name>downmerng</name><uri>http://www.blogger.com/profile/14601586173795367918</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5135425816290860163.post-8174996326739294830</id><published>2012-01-29T13:10:00.001+07:00</published><updated>2012-01-29T13:10:21.968+07:00</updated><title type='text'>ทศพล ทรรศนกุลพันธ์: น้ำท่วมปากเกษตรกร</title><content type='html'>ที่มา &lt;a href="http://www.prachatai.com/journal/2012/01/38986" target="_new"&gt;ประชาไท&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div class="field field-type-text field-field-byline"&gt;     &lt;div class="field-items"&gt;             &lt;div class="field-item odd"&gt;                     &lt;p&gt;ทศพล ทรรศนกุลพันธ์&lt;br /&gt;เครือข่ายนักวิชาการเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกรในระบบพันธสัญญา&lt;br /&gt;เผยแพร่ครั้งแรกในไทยโพสต์วันที่ 15 ม.ค. 55&lt;/p&gt;         &lt;/div&gt;         &lt;/div&gt; &lt;/div&gt; &lt;p&gt;หลังภาวะภัยพิบัติธรรมชาติครั้งใหญ่ที่สายน้ำได้พัดพาเอาความฝัน ความหวังของเกษตรกรในปีที่ผ่านมาลอยไปกับตา เปรียบเสมือน  คนเอาเงินแสนใส่กระเป๋าแต่มารู้ตัวอีกทีเงินก็หายไปแล้วเพราะก้นกระเป๋าขาด&lt;/p&gt; &lt;p&gt;เกษตรกรจำนวนมากอยู่ในภาวะน้ำปริ่มจะท่วมปากท่วมจมูกด้วยภาวะหนี้สินที่ ต้องพยายามปลดเปลื้องกันปีต่อปี  และหากปีใดเก็บเกี่ยวผลผลิตหรือจับสัตว์เลี้ยงไม่ได้แม้แต่ฤดูกาลเดียว  นั่นหมายถึงหนี้สินก้อนโตที่จะเข้ามาทับถมเพิ่ม  จนอาจจะต้องสูญเสียปัจจัยการผลิตที่มีอยู่ออกไป    เพราะเกษตรกรต้องใช้ที่ดินของตนจำนองหรือค้ำประกันหนี้สินที่กู้ยืมมาเพื่อ ลงทุนทำการผลิตในฤดูกาลนั้นแล้วหวังว่าสิ้นฤดูกาลจะมาเก็บผลผลิตเพื่อใช้ หนี้แล้วเหลือเงินบางส่วนได้ใช้จ่ายในครอบครัว  หรือสะสมเอาไว้เป็นทุนส่งเสียลูกหลานเรียนต่อเพื่อพัฒนาความสามารถในการแข่ง ขันตามระบบเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว&lt;/p&gt; &lt;p&gt;หลังวิกฤตน้ำท่วมสิ่งที่เป็นปัญหาใหญ่กับเกษตรกรจึงมิใช่เพียงเรื่องการ สูญเสียรายได้และมีหนี้สินพอกพูนขึ้นมากเท่านั้น    แต่ปัญหาที่สำคัญกว่าถึงขั้นต้องเลิกทำเกษตรกรรมกันเลยทีเดียว ก็คือ  การสูญเสียปัจจัยการผลิต&lt;/p&gt; &lt;p&gt;การสูญเสียปัจจัยการผลิตที่สังคมตระหนักดีและเป็นห่วงกันอยู่มาก ก็คือ  ปัญหาการสูญเสียที่ดินทำกิน   รัฐบาลก็ได้เล็งถึงปัญหาเหล่านี้มาต่อเนื่องทุกยุคทุกสมัยโดยมีการผลักดัน กฎหมาย นโยบาย  และงบประมาณจำนวนมากมาแก้ไขปัญหาผ่านโครงการร่วมกับสถาบันการเงินที่เกี่ยว ข้องกับเกษตรกรโดยตรง  หรือแม้กระทั่งการจัดตั้งกองทุนฟื้นฟูหนี้สินให้แก่เกษตรกร&lt;/p&gt; &lt;p&gt;อย่างไรก็ดีปัจจัยการผลิตที่เกษตรกรกำลังสูญเสียไปและอาจจะหมายถึงการสูญ เสียความสามารถในการดำรงวิถีชีวิตเกษตรกรที่สามารถพึ่งพากันเองไปตลอดกาลก็ คือ การสูญเสียสิทธิในพันธุกรรมพืช และสัตว์ที่ใช้ทำการผลิตทางการเกษตร    ทั้งนี้บรรษัทอุตสาหกรรมเกษตรทั่วโลกเล็งเห็นความสำคัญของพันธุกรรมทางการ เกษตรมายาวนานโดยลงทุนวิจัยและจดสิทธิบัตรเพื่อหวงกันสิทธิเพื่อขายต่อให้ เกษตรกรในราคาที่ตนกำหนดโดยกดดันให้รัฐทั้งหลายออกกฎหมายมารับรองสิทธิบัตร เหนือสิ่งมีชีวิตให้กับเอกชน   ซึ่งประเด็นนี้เป็นการคุกคามสิทธิเกษตรกร  และอธิปไตยเหนืออาหารของคนทั้งโลกอย่างร้ายแรง&lt;/p&gt; &lt;p&gt;เมื่อผนวกเข้ากับภาวะภัยพิบัติน้ำท่วมที่กวาดเอาพืชและสัตว์รวมทั้งเมล็ด พันธุ์ตัวอ่อนที่เกษตรกรรักษาหายไปกับน้ำจนหมดเกลี้ยง    เกษตรกรจึงตกในภาวะเสี่ยงที่จะไม่มีปัจจัยการผลิตมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt; &lt;p&gt;จะด้วยความโชคดีหรือโชคร้ายก็ไม่อาจทราบได้  ความหวังดีของภาครัฐและเอกชนที่ต้องการจะช่วยเหลือเกษตรกรให้พ้นจากภาวะล้ม ละลายและพลิกฟื้นกลับมาทำการผลิตได้อีกครั้ง ด้วยการระดมเมล็ดพันธุ์พืช  และตัวอ่อนสัตว์มารวมกันแล้วนำไปมอบให้เกษตรกรเป็นการกุศล  อาจทำให้เกิดปัญหาอย่างที่ผู้หวังดีคาดไม่ถึง&lt;/p&gt; &lt;p&gt;หากคิดในเชิงสมคบคิดก็อาจจะเห็นความแยบคายของกลยุทธ์ที่บรรษัทอุตสาหกรรม เกษตรกรฉกฉวยเอาวิกฤตมาพลิกเป็นโอกาสอย่างชัดเจน    เนื่องจากบรรษัทเหล่านี้หวังที่จะนำเมล็ดพันธุ์  และตัวอ่อนของบรรษัทตนไปขายให้เกษตรกรใช้จนติดและต้องมาซื้อไปผลิตซ้ำๆแล้ว ซ้ำเล่าในฤดูกาลต่อไป    แต่เกษตรกรจำนวนมากที่มีการเก็บรักษาพันธุกรรมเหล่านั้นหลุดรอดพ้นบ่วงมาได้ ด้วยพันธุกรรมที่ตนสะสมไว้หลายชั่วอายุคน   &lt;/p&gt; &lt;p&gt;เมื่อน้ำท่วมขังต่อเนื่องยาวนานทำให้พันธุกรรมเหล่านี้สูญหายไปอย่างมาก   บรรษัทเกษตรสามารถยื่นพันธุกรรมพืชและสัตว์ของตนให้ภาคเอกชนและภาครัฐนำไป ทำการกุศลโดยแจกจ่ายไปยังเกษตรกรหลายพื้นที่  จนเกษตรกรต้องใช้พันธุ์พืชพันธุ์สัตว์ของบรรษัทที่ตัดแต่งพันธุกรรมให้เป็น หมันทำให้ต้องซื้อใหม่ทุกฤดูกาลเพราะของบรรพบุรุษก็สูญหาย  ส่วนของบรรษัทก็เก็บมาใช้ในฤดูกาลถัดไปไม่ได้เพราะเป็นหมัน    หรือต้องเลี้ยงสัตว์และปลูกพืชซึ่งเหมาะที่จะเลี้ยงด้วยอาหารและยาของบรรษัท และเป็นหนี้สินกับบรรษัทมากยิ่งขึ้น มีอำนาจต่อรองน้อยลงไปทุกที &lt;/p&gt; &lt;p&gt;หากเราเป็นห่วงเกษตรกรจริงก็ขอความกรุณาทุกท่านที่มีจิตอันเป็นกุศลช่วย นำพาพันธุ์พืชพันธ์สัตว์ของเกษตรกรในพื้นที่อื่นมามอบให้แก่เกษตรกรด้วยกัน เพื่อรักษาสายใยเกษตรกรรมที่เชื่อมโยงกับวิถีชีวิตและธรรมชาติ  แทนที่จะนำพันธุกรรมของบรรษัทมามอบให้เกษตรกร   &lt;/p&gt; &lt;p&gt;ไม่อย่างนั้นความหวังดีของทุกท่านก็อาจเป็นความประสงค์ร้ายต่อเกษตรกร เมื่อท่านได้อ่านและรับรู้เรื่องราวผ่านบทความนี้แต่ยังไม่เปลี่ยนวิธีการ ส่งมอบพันธุกรรมให้แก่เกษตรกร&lt;/p&gt; &lt;p&gt;น้ำที่ท่วมเรือกสวนไร่นาของเกษตรกรที่แห้งไปแล้ว ก็จะเปลี่ยนเป็นหนี้สินที่จะพอกพูนเพิ่มขึ้นมาท่วมปากเกษตรกรต่อไป&lt;/p&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5135425816290860163-8174996326739294830?l=downmerngnews.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5135425816290860163/posts/default/8174996326739294830'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5135425816290860163/posts/default/8174996326739294830'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://downmerngnews.blogspot.com/2012/01/blog-post_6309.html' title='ทศพล ทรรศนกุลพันธ์: น้ำท่วมปากเกษตรกร'/><author><name>downmerng</name><uri>http://www.blogger.com/profile/14601586173795367918</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5135425816290860163.post-8934798508793963550</id><published>2012-01-29T13:09:00.002+07:00</published><updated>2012-01-29T13:10:02.362+07:00</updated><title type='text'>กรณีเสกสรรค์ กับ ครก. 112 และการแก้ปัญหาแบบ top down</title><content type='html'>ที่มา &lt;a href="http://www.prachatai.com/journal/2012/01/38979" target="_new"&gt;ประชาไท&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div class="field field-type-text field-field-byline"&gt;     &lt;div class="field-items"&gt;             &lt;div class="field-item odd"&gt;                     &lt;p&gt;ประวิตร โรจนพฤกษ์&lt;a href="http://twitter.com/pravitr"&gt;&lt;br /&gt;@pravitr&lt;/a&gt;&lt;/p&gt; &lt;p&gt;  &lt;/p&gt;         &lt;/div&gt;         &lt;/div&gt; &lt;/div&gt; &lt;p class="rtecenter"&gt;&lt;img src="http://www.ccaa112.org/images/placeholders/logo-1-2.jpg" alt="" /&gt;&lt;/p&gt; &lt;p&gt; หลังจากเสกสรรค์ ประเสริฐกุล อดีตผู้นำนักศึกษารุ่น 14 ตุลา นามอุโฆษ ออกมาเขียน&lt;a href="http://prachatai.com/journal/2012/01/38961"&gt;จดหมายชี้แจง&lt;/a&gt;ว่า  ชื่อเขาไปปรากฏใน 112 ชื่อแรกของคณะกรรมการรณรงค์แก้ไขมาตรา 112  ได้อย่างไร ซึ่งเสกสรรค์บอกว่า “ถูกขอร้องโดยผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ”  แต่ยืนยันว่า เขา “ไม่ใช่แกนนำในการรณรงค์แก้ไข มาตรา 112”  หลังจากนั้นผู้คนจำนวนหนึ่งก็เกิดอาการผิดหวัง เศร้าใจ  หรือแม้กระทั่งโกรธเสกสรรค์ ทั้งในอินเทอร์เน็ต และนอกอินเทอร์เน็ต  และมีการกล่าวหาและวิจารณ์ว่า เสกสรรค์ขี้ขลาด ไร้จุดยืน ชราแล้ว เปลี่ยนไป  ฯลฯ &lt;/p&gt; &lt;p&gt;ผู้เขียนเชื่อว่า  อาจารย์เสกสรรค์คงต้องรับผิดชอบต่อการที่ชื่อตัวเองไปปรากฏในรายนาม ครก.  112 คน ส่วนจุดยืนของเสกสรรค์เป็นอย่างไรนั้น ไม่ใช่หัวข้อของบทความนี้  หากบทความนี้มุ่งตั้งคำถามว่า  การที่เสกสรรค์ออกมาพูดเช่นนี้มันสะท้อนอะไรเกี่ยวกับกระบวนการคัดสรรจัด ตั้ง ครก. 112 รวมถึงคำถามที่ว่า แท้จริงแล้ว  กระบวนการคัดสรรโปร่งใสและมีส่วนร่วมจากสาธารณะมากน้อยเพียงใดและทำไม  ผู้เขียนจึงขอตั้งข้อสังเกตคร่าวๆ ดังนี้ &lt;/p&gt; &lt;p&gt;1. กระบวนการคัดสรรรายนาม 112 คนแรกของ ครก.  เป็นไปในลักษณะที่ขาดการมีส่วนร่วมอันเป็นประชาธิปไตยของสาธารณะในวงกว้าง  ขาดความโปร่งใส &lt;/p&gt; &lt;p&gt;คำถามก็คือ มีใครรู้บ้างว่า เขาคัดสรรคน 112 คนแรกนี้กันอย่างไร  และทำไมถึงเกิดเหตุอย่างกรณีของเสกสรรค์ได้ หากการคัดสรรคน 112 คนเน้นคนดัง  คนมีชื่อเสียง มากกว่าคนที่มีจุดยืนอย่างชัดเจนต่อเรื่องมาตรา 112 แล้ว  ผู้เขียนเกรงว่า  มันคงเป็นกระบวนการที่มิอาจช่วยให้สังคมเป็นประชาธิปไตยได้อย่างแท้จริง  และมิต่างจากการเน้นการพึ่งพาชนชั้นนำแบบเก่า หรือเซเลบริตี้/เซเล็บ  หรือผู้มีบุญบารมี จะต่างกันก็เพียง  กลุ่มนี้คนส่วนใหญ่น่าจะเป็นผู้มีเจตนาดีต่อบ้านเมือง (แต่ก็อย่างว่า  อีกฝ่ายที่เอา ม.112 ก็อ้างว่า ผู้นำฝ่ายตนเองที่พวกเขาเทิดทูน นับถือ  ก็เป็นคนดี และหวังดีต่อสังคมเหมือนกันมิใช่หรือ)&lt;/p&gt; &lt;p&gt;การที่เสกสรรค์บอกว่า มีผู้ใหญ่ที่เขาเคารพนับถือ ‘ขอร้อง’  นั่นก็แสดงถึงการใช้ระบบอุปถัมภ์ ระบบพี่ ระบบน้อง ในการคัดสรรคน 112  คนแรกเช่นกัน ตรงนี้ถ้ามองในแง่กระบวนการก็มิต่างจากพรรคการเมืองหลายพรรค  ที่จัดสรรเก้าอี้รัฐมนตรี&lt;/p&gt; &lt;p&gt;2. ข้อเสนอของกลุ่มนิติราษฎร์ และ ครก.112 สำเร็จรูปเกินไป? &lt;/p&gt; &lt;p&gt;สิ่งที่น่าเป็นห่วงก็คือ  หากคุณเป็นประชาชนธรรมดาคนหนึ่งที่มองเห็นถึงปัญหาของกฎหมายหมิ่นพระบรมเด ชานุภาพ แต่ไม่มีเส้นสายหรือคอนเนกชั่น (connection)  ในการเข้าไปร่วมประชุมปิด ณ วันนี้ สิ่งที่คุณทำได้ก็คือ  ตัดสินใจซะว่าจะเซ็นหรือไม่เซ็นเท่านั้นเอง เพราะข้อเสนอในการแก้มาตรา 112  ของนิติราษฎร์และ ครก. นั้น มันออกมาตายตัวอย่างสำเร็จรูปแล้ว  โดยที่คนธรรมดาทั่วไปมิได้มีส่วนร่วมในการให้ความเห็น หรือเสนออะไรเลย  (โดยส่วนตัวแล้ว ผู้เขียนขอประกาศไว้เลยว่า  ถึงแม้จะตระหนักถึงเจตนาดีของทั้งสองกลุ่ม แต่ก็จะไม่ร่วมลงชื่อ เพราะว่า  ผู้เขียนรับไม่ได้กับการร่วมลงชื่อที่ลดโทษกฎหมาย มาตรา 112  แต่ยังคงไว้ซึ่งความชอบธรรมของโทษทางอาญา  และไม่รวมถึงข้อกังขาเรื่องความโปร่งใสและกระบวนการในการจัดตั้ง  ครก.และตั้งข้อเสนอ) &lt;/p&gt; &lt;p&gt;3. ทั้งข้อ 1. และข้อ 2. ทำให้เราเห็นว่า การพยายามแก้ปัญหา  อย่างไม่มีส่วนร่วมโดยสาธารณะอย่างแท้จริง ย่อมนำไปสู่การพึ่งพา  (dependency) อีกแบบหนึ่ง ถึงแม้นิติราษฎร์และ ครก.  จะมีเจตนาดีแต่ถ้าเราเชื่อมั่นในพลังและสติปัญญาของประชาชน กระบวนการต่างๆ  ก็ควรจะเปิดกว้างให้มากที่สุด มิใช่ทำกันเงียบๆ  แล้วผลิตข้อเสนอสำเร็จรูปออกมาให้สู่สาธารณะให้ประชาชนเลือกว่าจะเซ็นหรือ ไม่เซ็น (ดูตัวอย่างตรงกันข้าม กรณีเครือข่ายพลเมืองเน็ต จัดแคมเปญ My  Computer Law ที่เริ่มจากการระดมความเห็นจากสาธารณะทั่วประเทศ  แล้วจึงนำความเห็นเหล่านั้นมาทำเป็นร่าง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ฉบับประชาชน  แล้วจึงจะมีการระดมลายเซ็นเพื่อเสนอกฎหมายเข้าสภา  ซึ่งปัจจุบันยังอยู่ในชั้นระดมความเห็น)&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ตราบใดที่ยังมีการแก้ปัญหาแนวดิ่งแบบบนลงล่าง (top down)  แบบสูตรสำเร็จให้ประชาชนเลือกเลย  ตราบนั้นประเทศไทยก็ยังคงเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริงได้ยาก  ทางเลือกของประชาชนในสังคมประชาธิปไตยควรจะมีมากกว่าการตัดสินใจว่าจะเซ็น หรือไม่เซ็น&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ประชาชนในสังคมประชาธิปไตยที่แท้จริงไม่ได้มีไว้เพียงเพื่อคอยสนับสนุน ผู้นำแบบที่เขาเห็นด้วย  หากควรมีบทบาทมากกว่าการเป็นกองเชียร์หรือคนลงนามในการรณรงค์แบบแนวดิ่ง อย่างสูตรสำเร็จ เราต้องไม่สับสนระหว่างสังคมที่ดีที่อยากเห็น  ซึ่งอาจมีการผลักดันสิ่งต่างๆ  อย่างไม่มีส่วนร่วมอย่างแท้จริงกับกระบวนการที่โปร่งใส  มีส่วนร่วมและเป็นประชาธิปไตย ซึ่งเอาเข้าจริง  อย่างหลังสำคัญกว่าต่อสังคมไทยในระยะยาว&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ประชาชนมิควรต่อสู้เพียงเพื่อเปลี่ยนการพึ่งพาจากชนชั้นกลุ่มหนึ่งไปสู่ ชนชั้นนำอีกกลุ่มอีกแบบที่พวกตนเชื่อว่าดีกว่า  หากควรต่อสู้เพื่อเปลี่ยนแปลงโครงสร้างความสำคัญระหว่างคนกลุ่มต่างๆ  ในสังคมด้วย&lt;/p&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5135425816290860163-8934798508793963550?l=downmerngnews.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5135425816290860163/posts/default/8934798508793963550'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5135425816290860163/posts/default/8934798508793963550'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://downmerngnews.blogspot.com/2012/01/112-top-down.html' title='กรณีเสกสรรค์ กับ ครก. 112 และการแก้ปัญหาแบบ top down'/><author><name>downmerng</name><uri>http://www.blogger.com/profile/14601586173795367918</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5135425816290860163.post-8077094101203173604</id><published>2012-01-29T13:09:00.001+07:00</published><updated>2012-01-29T13:09:31.944+07:00</updated><title type='text'>ต่างชาติขาดข้อมูลวิจัยปาตานี ชี้แนวโน้มโลกมุ่งศึกษาประวัติท้องถิ่น</title><content type='html'>ที่มา &lt;a href="http://www.prachatai.com/journal/2012/01/38991" target="_new"&gt;ประชาไท&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div class="field field-type-text field-field-byline"&gt;     &lt;div class="field-items"&gt;             &lt;div class="field-item odd"&gt;                     &lt;p&gt;อารีด้า สาเม๊าะ&lt;br /&gt;โรงเรียนนักข่าวชายแดนใต้ ศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ (DSJ)&lt;/p&gt;         &lt;/div&gt;         &lt;/div&gt; &lt;/div&gt; &lt;p&gt; นักวิชาการออสเตรเลีย เผยต่างชาติขาดข้อมูลประวัติศาสตร์วัฒนธรรมปาตานี  เหตุนักวิจัยมุ่งศึกษาความรุนแรง จนกลบภาพพลวัตรสังคม  ชี้แนวโน้มโลกมุ่งศึกษาประวัติท้องถิ่น&lt;/p&gt; &lt;p&gt; &lt;/p&gt; &lt;p class="rtecenter"&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255); "&gt;&lt;img alt="" src="http://www.prachatai.com/sites/default/files/u15/jorry.JPG" width="425" align="absMiddle" height="302" /&gt;&lt;br /&gt;แพทริค โจรี&lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p&gt;เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 28 มกราคม 2555 ที่อาคารมหาจุฬาลงกรณ์  คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กรุงเทพมหานคร ดร.แพทริค โจรี  อาจารย์ภาควิชาประวัติศาสตร์ตะวันออกเฉียงใต้ สถาบัน School of History,  Philosophy Religion and Classics Faculty of Arts มหาวิทยาลัยควีนแลนด์  ประเทศออสเตรเลีย กล่าวปาฐกถาเรื่อง Problem of Modernity in Patani and  Thailand : The Emergence of the people in Patani’s Past and Present  ในงานเสวนาวิชาการเรื่องสภาวะความสมัยใหม่อันแตกกระจายของปาตานี&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ดร.แพทริค กล่าวว่า  ประวัติศาสตร์ปาตานีที่ถูกนำเสนอผ่านงานวิจัยส่วนใหญ่นำเสนอประเด็นความขัด แย้งทางการเมือง ทำให้คนทั่วไปเห็นแต่มุมความขัดแย้งเหมือนภาพหลอน  แต่ไม่ค่อยพบงานวิจัยที่นำเสนอชีวิตของคนในพื้นที่  ซึ่งสามารถพบได้จากการวิจัยประวัติศาสตร์วัฒนธรรม&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ดร.แพทริค กล่าวต่อไปว่า  การอ่านเอกสารวิชาการเชิงประวัติศาสตร์วัฒนธรรมจะเป็นการสร้างความเข้าใจ สังคม วิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนในพื้นที่ความขัดแย้งได้ดีกว่า  การนำเสนอในเชิงประวัติศาสตร์การเมืองการปกครองหรือความรุนแรง&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ดร.แพทริค กล่าวอีกว่า ในช่วง 2 – 3 ปีมานี้  นักวิชาการและนักวิจัยมีแนวโน้มให้ความสนใจประวัติศาสตร์ที่ลงย่อยลงมากขึ้น  จากเดิมที่สนใจศึกษาประวัติศาสตร์ของกษัตริย์  ต่อมาเริ่มสนใจในบริบทความเป็นชาติ และลงย่อยมาจนถึงประวัติศาสตร์ท้องถิ่น  แต่ประวัติศาสตร์ปาตานี ก็ยังถูกมองข้ามจากสังคมโดยรวม&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ดร.แพทริค กล่าวว่า ยกตัวอย่างเช่น สำนักอันนานซ์ ประเทศฝรั่งเศส  ที่เปลี่ยนแนวทางการศึกษาวิจัยจากประวัติศาสตร์ความรุนแรงทางการเมือง  มาเป็นการศึกษาประวัติศาสตร์สังคม  เป็นอีกตัวอย่างแนวโน้มที่มีการเปลี่ยนการศึกษาประวัติศาสตร์ของประเทศใน ยุโรป&lt;/p&gt; &lt;p&gt;“เงื่อนไขเกี่ยวกับการเขียนประวัติศาสตร์ปาตานีในสังคมไทยมีหลายประการ  อย่างการพูดถึงตัวตนของปาตานีหรือ Geo-body ที่ไม่มีในประวัติศาสตร์ไทย  แต่เป็นเรื่องยากที่จะปฏิเสธว่าไม่มีปาตานีในแผ่นดินไทย” ดร.แพทริค กล่าว&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ดร.แพทริค กล่าวว่า  ปัจจุบันนักวิชาการต่างประเทศสนใจศึกษาประวัติศาตร์ปาตานีมากขึ้น  เนื่องจากได้รับข้อมูลจากงานวิชาการถูกแปลเป็นภาษาต่างๆ มากขึ้น&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ดร.แพทริค กล่าวอีกว่า ประวัติศาสตร์ปาตานี  แม้มีความใกล้ชิดกับความเป็นอิสลามมาก  แต่ยังไม่มีงานเขียนทางวิชาการเรื่องอิสลามกับความเป็นสมัยใหม่ในสังคมปา ตานีเลย  แต่งานเขียนลักษณะนี้มักพบเห็นในประเทศเพื่อนบ้านอย่างอินโดนีเซียและ มาเลเซีย&lt;/p&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5135425816290860163-8077094101203173604?l=downmerngnews.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5135425816290860163/posts/default/8077094101203173604'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5135425816290860163/posts/default/8077094101203173604'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://downmerngnews.blogspot.com/2012/01/blog-post_6586.html' title='ต่างชาติขาดข้อมูลวิจัยปาตานี ชี้แนวโน้มโลกมุ่งศึกษาประวัติท้องถิ่น'/><author><name>downmerng</name><uri>http://www.blogger.com/profile/14601586173795367918</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5135425816290860163.post-861492546630711220</id><published>2012-01-29T13:08:00.004+07:00</published><updated>2012-01-29T13:09:08.241+07:00</updated><title type='text'>'จิตภัสร์' นำหลากสีต้านแก้ 112 'นิติ มธ.2501' จี้ปลด 'อาจารย์นิติราษฎร์'</title><content type='html'>ที่มา &lt;a href="http://www.prachatai.com/journal/2012/01/38990" target="_new"&gt;ประชาไท&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;p&gt;จิตภัสร์ ภิรมย์ภักดี'  และแกนนำเสื้อหลากสีลั่นชุมนุมทุกเสาร์ต้านข้อเสนอ 'กลุ่มนิราษฎร์'  ด้านกลุ่ม 'นิติ มธ. 2501' จี้ปลดอาจารย์ 'นิติราษฎร์' ลั่น ห้ามใช้สถานที่  มธ. จัดกิจกรรมจาบจ้วง ด้าน 'ชวน' เชื่อ ม.112 แก้ไม่ได้แน่นอน&lt;/p&gt; &lt;p&gt;28 ม.ค. 55 - &lt;a href="http://www.thairath.co.th/content/pol/234152"&gt;เว็บไซต์ไทยรัฐ&lt;/a&gt;รายงาน ว่าที่ลานพระบรมรูปทรงม้า น.ส.จิตภัสร์ ภิรมย์ภักดี หรือ "ตั๊น"  อดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์  พร้อมกลุ่มเยาวชนคนไทยหัวใจรักสถาบัน และ นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์  แกนนำกลุ่มเสื้อหลากสี รวมทั้งประชาชนประมาน 200 คน  ได้ออกมารวมตัวแสดงจุดยืนในการปกป้องสถาบัน  และต่อต้านกลุ่มนิติราษฎร์ที่ออกมาเสนอแก้ไขกฎหมายมาตรา 112 นั้น  โดยกิจกรรมในครั้งนี้ มีการสักการะพระบรมรูปทรงม้า  และอ่านแถลงการณ์ของกลุ่มต่างๆ เพื่อแสดงจุดยืน  ท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง แต่กลุ่มผู้ชุมนุมไม่ยอมถอย  ต่างยืนฟังแถลงการณ์กลางสายฝน  อีกทั้งยังได้ตั้งโต๊ะแจกเอกสารสำหรับลงชื่อคัดค้านการแก้ไขกฎหมาย มาตรา  112 ด้วย&lt;/p&gt; &lt;p&gt;นพ.ตุลย์ เปิดเผยว่า การเคลื่อนไหวในครั้งนี้  เพื่อมาแสดงจุดยืนคัดค้านการแก้ไขมาตรา 112  และต่อต้านการแสดงความคิดเห็นที่บิดเบือนของกลุ่มนิติราษฎร์  ซึ่งเกินความเป็นจริง โดยมีข้อสังเกตหลายอย่างที่มีความน่าสงสัย  โดยมีคนโพสต์ข้อความไปในทางที่ผิดของการให้ร้าย และเข้าเกี่ยวข้องกับสถาบัน  รวมถึงการเข้าใจผิดของหลักการประชาธิปไตย ซึ่งเป็นของคนหมู่มาก  ไม่ใช่ของคนมีอำนาจเพียงกลุ่มเดียวเท่านั้น  แต่ตัวแทนที่ได้รับคัดเลือกจากระบอบประชาธิปไตยต้องเป็นตัวแทนทำเพื่อประเทศ  ขาติ ไม่ใช่มาเปลี่ยนแปลง หรือลดบทบาทอำนาจของสถาบันลง  สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องผิดกฎหมาย ทั้งนี้ เราได้ล่ารายชื่อแล้วประมาน 3,000  กว่ารายชื่อ ซึ่งต้องหาให้ได้กว่า 10,000 รายชื่อ  เพื่อเสนอการคัดค้านในครั้งนี้ให้รัฐสภาพิจารณา  โดยเราจะมีการนัดชุมนุมทุกวันเสาร์ ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ด้าน น.ส.จิตภัสร์ กล่าวว่า ตนในฐานะตัวแทนเยาวชนคนรุ่นใหม่  มีความไม่สบายใจในสิ่งที่เกิดขึ้นในการออกมาเคลื่อนไหวของบางกลุ่มที่มีความ  บิดเบือนในเรื่องข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถาบัน  จึงได้ออกมารวมตัวกันในครั้งนี้  เพื่อต้องการให้ทุกคนเห็นและทราบข้อมูลอันเป็นจริง  เพื่อนำไปแก้ไขและเผยแพร่ให้มีความเข้าใจที่ถูกต้อง  ซึ่งการรวมตัวในครั้งนี้ตนมิได้นัดอย่างเป็นทางการ  แต่ได้ใช้โซเชียลเน็ตเวิร์กเป็นสื่อนัดรวมตัว  โดยกลุ่มของตนไม่ใช่กลุ่มเดียวกับกลุ่มเสื้อหลากสี  เป็นเพียงกลุ่มที่มีความคิดเห็นตรงกันเท่านั้น  จึงมาร่วมชุมนุมในครั้งนี้ด้วย&lt;/p&gt; &lt;p&gt;“การออกมารวมตัวกันครั้งนี้ เพื่อปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์  ร่วมกันต่อสู้ให้ข้อมูลที่ถูกต้อง ส่วนการเคลื่อนไหวนี้  ทางพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องด้วยแต่อย่างใด  เพราะทำในฐานะส่วนตัวที่รักสถาบัน  ซึ่งคิดว่าพรรคก็คงจะมีการแถลงแสดงจุดยืนในส่วนของพรรคอีกทาง” น.ส.จิตภัสร์  กล่าว&lt;/p&gt; &lt;p&gt; &lt;/p&gt; &lt;p&gt;&lt;strong&gt;นิติ มธ.2501 จี้ปลดอาจารย์ 'นิติราษฎร์'&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ด้าน&lt;a href="http://www.komchadluek.net/detail/20120128/121516/%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%98.2501%E0%B8%88%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%8E%E0%B8%A3%E0%B9%8C.html"&gt;เว็บไซต์คมชัดลึก&lt;/a&gt;รายงาน ว่าชมรมนิติ มธ. 2501  นำโดย นายสุเทพ นิรันดร และนายสุชาติ สหัสโชติ  ประธานชมรม ได้ออกแถลงการณ์ และทำจดหมายเปิด  ผนึกเรียกร้องอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  ดำเนินการห้ามไม่ให้มีการใช้สถานที่ ของ ม.ธรรมศาสตร์  รณรงค์ยกเลิกหรือแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 8 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา112  อันเป็นพฤติกรรมเหิมเกริมจาบจ้วงต่อสถาบันพระมหากษัตริย์  ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบใด&lt;/p&gt; &lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังให้กลุ่มอาจารย์นิติราษฎร์  ซึ่งประกอบด้วยอาจารย์ชายหญิง  คณะนิติศาสตร์ 5 คน และคณะอื่นอีกบางคณะ  ให้ยุติการปฏิบัติหน้าที่อาจารย์ทันที  เพื่อไม่ให้นักศึกษารับความคิดมิจฉามาเป็นแบบอย่างต่อไป&lt;/p&gt; &lt;p&gt;นิติมธ.2501 ยังเรียกร้องให้มีการดำเนินการสอบสวน  เพื่อลงโทษทางวินัยกลุ่มอาจารย์นิติราษฎร์ ซึ่งมีการแสดงออกอย่างชัดเจนว่า  เป็นผู้ไม่นิยมเลื่อมใสการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตย  อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข  ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ข้าราชการไทยทุกคนจะต้องมีด้วย&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ด้านนายชวน หลีกภัย อดีตนายกฯ และประธานที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์  หนึ่งในเพื่อนร่วมรุ่นนิติ มธ. 2501กล่าวว่า  จุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์ชัดเจนว่า ไม่เห็นด้วยกับการเคลื่อนไหว  รณรงค์ยกเลิก หรือแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 8 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา112  ของกลุ่มนิติราษฎร์&lt;/p&gt; &lt;p&gt;"แม้ว่า พวกเขาจะมีสิทธิเสนอความเห็นทางวิชาการได้  แต่การแก้ไขแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 8 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา112  จะต้องดำเนินการผ่านรัฐสภา ซึ่งผมคิดว่า เรื่องดังกล่าว ไม่มีทางการผ่านสภา  ออกมาบังคับใช้ทางกฎหมายได้แน่นอน" นายชวน ระบุ&lt;/p&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5135425816290860163-861492546630711220?l=downmerngnews.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5135425816290860163/posts/default/861492546630711220'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5135425816290860163/posts/default/861492546630711220'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://downmerngnews.blogspot.com/2012/01/112-2501.html' title='&apos;จิตภัสร์&apos; นำหลากสีต้านแก้ 112 &apos;นิติ มธ.2501&apos; จี้ปลด &apos;อาจารย์นิติราษฎร์&apos;'/><author><name>downmerng</name><uri>http://www.blogger.com/profile/14601586173795367918</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5135425816290860163.post-5428684705503677433</id><published>2012-01-29T13:08:00.003+07:00</published><updated>2012-01-29T13:08:44.558+07:00</updated><title type='text'>พิพากษากรณีที่เจ้าหน้าที่ซ้อมทรมาน 'อัสฮารี สะมะแอ' 30 ม.ค. นี้</title><content type='html'>ที่มา &lt;a href="http://www.prachatai.com/journal/2012/01/38988" target="_new"&gt;ประชาไท&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;28 ม.ค. 55 - มูลนิธิผสานวัฒนธรรมเปิดเผยว่าในวันที่ 30 มกราคม 2555  เวลา 10.00 น.  ศาลปกครองสงขลา นัดฟังคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ 39/2553   โดยคดีดังกล่าว  นางแบเดาะ สะมาแอ ในฐานะผู้ฟ้องคดี  ได้ยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหายทางละเมิดจากกระทรวงกลาโหม ที่ 1 กองทัพบก ที่ 2  สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 3 และสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 4  เป็นผู้ถูกฟ้องคดี   เนื่องจากเจ้าหน้าที่ในสังกัดของผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสี่ได้กระทำละเมิดใน ระหว่างปฏิบัติหน้าที่โดยใช้อำนาจตามกฎอัยการศึกควบคุมตัวนายอัสฮารี สะมาแอ  บุตรชายของผู้ฟ้องคดี กับพวก  และได้ซ้อมทรมานทำร้ายร่างกายในระหว่างการควบคุมตัวจนเป็นเหตุให้นายอัสฮารี  สะมาแอ  เสียชีวิตในเวลาต่อมา   จึงขอเชิญท่านที่สนใจเข้าฟังคำพิพากษาของศาลร่วมกันตามวันและเวลาดังกล่าว ข้างต้น&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;อนึ่ง  คดีนี้เป็นคดีที่โอนมาจากศาลแพ่ง  โดย เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม  2550  เวลาประมาณ 11.00 น. เจ้าหน้าที่ทหารหน่วยเฉพาะกิจที่ 1  กับหน่วยเฉพาะกิจที่ 13  ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.ปะแต อ.ยะหา จ.ยะลา  ร่วมกันปิดล้อม ตรวจค้น และควบคุมตัวนายอัสอารี  สะมาแอ  กับพวก   บริเวณสวนยางพารา หมู่ที่ 5  บ้านจาเราะซีโป๊ะ  ต.สะเอะ  อ.กรงปินัง   จ.ยะลา โดยอาศัยอำนาจตามกฎอัยการศึก ปรากฏว่าเวลาประมาณ 19.00 น.  เจ้าหน้าที่ได้นำตัวนายอัสฮารีฯ ไปส่งที่โรงพยาบาลค่ายอิงคยุทธบริหาร  จ.ปัตตานี  เนื่องจากนายอัสฮารีฯ ได้รับบาดเจ็บสาหัส   และแพทย์ได้ส่งไปรักษาต่อยังโรงพยาบาลปัตตานี  และโรงพยาบาลศูนย์ยะลาตามลำดับ โดยได้เสียชีวิตในวันที่ 22 กรกฎาคม 2550  เวลาประมาณ 05.20 น. ที่โรงพยาบาลศูนย์ยะลา  โดยใบความเห็นแพทย์ระบุว่า  เสียชีวิตเนื่องจากสมองบวม ตามร่างกายมีรอยฟกช้ำ   ต่อมาผู้ถูกจับกุมและควบคุมตัวพร้อมนายอัสฮารีฯ  ได้ร้องเรียนต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติว่า  ถูกเจ้าหน้าที่ทำร้ายร่างกายในระหว่างการควบคุมตัวทำให้ได้รับบาดเจ็บ  และเจ้าหน้าที่ได้ทำร้ายร่างกายนายอัสฮารีจนเป็นเหตุให้นายอัสฮารีฯเสีย ชีวิต&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;นางแบเดาะ สะมาแอ มารดา  จึงฟ้องเรียกค่าเสียหายจากหน่วยงานต้นสังกัดของเจ้าหน้าที่ผู้กระทำละเมิดใน ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ต่อศาลแพ่ง  แต่เนื่องจากคดีอยู่ในเขตอำนาจของศาลปกครองสงขลา  ศาลแพ่งจึงมีคำสั่งโอนคดีไปศาลปกครองสงขลา&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5135425816290860163-5428684705503677433?l=downmerngnews.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5135425816290860163/posts/default/5428684705503677433'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5135425816290860163/posts/default/5428684705503677433'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://downmerngnews.blogspot.com/2012/01/30_29.html' title='พิพากษากรณีที่เจ้าหน้าที่ซ้อมทรมาน &apos;อัสฮารี สะมะแอ&apos; 30 ม.ค. นี้'/><author><name>downmerng</name><uri>http://www.blogger.com/profile/14601586173795367918</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5135425816290860163.post-9166863914013365566</id><published>2012-01-29T13:08:00.001+07:00</published><updated>2012-01-29T13:08:23.371+07:00</updated><title type='text'>ธรรมศาสตรา: สนทนาธรรมกับ อ.วรเจตน์ ภาคีรัตน์ แห่งคณะนิติราษฎร์ (ตอนที่ 1</title><content type='html'>ที่มา &lt;a href="http://www.prachatai.com/journal/2012/01/38985" target="_new"&gt;ประชาไท&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div class="field field-type-text field-field-byline"&gt;     &lt;div class="field-items"&gt;             &lt;div class="field-item odd"&gt;                     &lt;p&gt;สัมภาษณ์ โดย วิจักขณ์ พานิช&lt;br /&gt;๒๔ ม.ค.๕๕&lt;/p&gt;         &lt;/div&gt;         &lt;/div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;"วิจักขณ์ พานิช" สนทนาธรรมกับ "อ.วรเจตน์ ภาคีรัตน์"  แห่งคณะนิติราษฎร์ ชวนคุยในประเด็นธรรมะกับการเมือง ตอนที่ 1  ศรัทธาที่เป็นเหตุเป็นผล&lt;/div&gt;  &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;&lt;strong&gt;(๑) ศรัทธาที่เป็นเหตุเป็นผล&lt;/strong&gt;&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255); "&gt;&lt;strong&gt;วิจักขณ์:&lt;/strong&gt;  วันนี้มาแปลกนิดนึงนะครับ คืออยากชวนอาจารย์คุยในประเด็นธรรมะกับการเมือง  ก่อนอื่นอยากถามว่า อาจารย์วรเจตน์มีความสนใจเรื่องศาสนาอยู่บ้างไหมครับ&lt;/span&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;&lt;strong&gt;วรเจตน์:&lt;/strong&gt; ตอนสมัยเรียนอยู่มัธยม  หรือสมัยมหาวิทยาลัยช่วงที่สนใจการเมืองเยอะๆ   ผมก็แอนตี้เรื่องศาสนาอยู่เหมือนกันนะ คือ  การสอนศาสนาในโรงเรียนเป็นเรื่องของการให้ท่องจำ แล้วก็บังคับให้เชื่อ  พอดีผมก็เป็นพวกที่ไม่ค่อยชอบเชื่ออะไรง่ายๆ  ประกอบการเรียนในชั้นเรียนวิชาพุทธศาสนา  ก็มีแต่สอนให้ท่องธรรมะข้อนั้นข้อนี้ แล้วก็เวลาสอบก็ท่องไปตอบ เช่น  พรหมวิหาร 4 มีอะไร... ผมเลยไม่ค่อยชอบ เพียงแต่ว่าการไม่ชอบก็อยู่ในใจ  ไม่ได้แสดงออกมาทางภายนอกมาก ก็อาจมีถกเถียงกับเพื่อนที่สนใจเรื่องนี้บ้าง&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;ที่นี้พอเราโตมากขึ้น เห็นโลกมากขึ้น สงสัยมากขึ้น ก็ศึกษามากขึ้น   จุดเปลี่ยนที่สำคัญในชีวิตของผมครั้งหนึ่ง ก็คือ  คุณพ่อผมเสียตอนที่ผมกำลังจะขึ้นปี 2 ซึ่งก็กระทบกับทางบ้านเยอะ  พูดง่ายๆ  คือ ต้องรีบเรียนหนังสือให้จบออกมาทำงาน  มันก็เป็นธรรมดา  พอเราเสียเสาหลักไป... คือ ผมรักคุณพ่อมาก สนิทกันมากเลย...  เราก็รู้สึกเหมือนว่าอะไรบางส่วนของเราหายไป ก็เลยพยายามแสวงหาว่า  โลกมันคืออะไร ชีวิตคืออะไร ทำไมมันเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นกับเรา  ที่นี้ทางบ้านเค้าก็เชื่อแบบในแง่วิญญาณอะไรไป แต่สำหรับผม  การตายของพ่อก็ทำให้ผมเริ่มสนใจอะไรในด้านนี้ขึ้นมาบ้าง&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;แต่สิ่งที่ผมสนใจมากๆ ก็คือ ปรัชญา ที่นี้พอสนใจปรัชญา  ก็หนีไม่พ้นที่ต้องมาสนใจศาสนาด้วย เหมือนเป็นของคู่กัน ผมชอบมากๆ  ตอนที่หลุดออกจากโรงเรียนในชั้นมัธยมมาได้  ตอนนั้นผมสอบเทียบแล้วได้เข้าเรียนที่ธรรมศาสตร์ พอเข้ามหาวิทยาลัย  เราก็ได้เรียนวิชาที่เราอยากเรียน วิชานึงที่ผมเลือก ก็คือ  วิชาปรัชญาพื้นฐาน เพื่อนๆ ก็พยายามท้วงว่าอย่าไปเรียน วิชานี้มันยาก  คือปกติในมหาวิทยาลัยรุ่นพี่ก็พยายามช่วยจัด แนะนำว่าให้ลงวิชานี้สิง่าย  ลงเซ็คชั่นนี้กับอาจารย์คนนี้นะ จะได้เกรดดี  แต่ผมเป็นคนไม่สนใจรุ่นพี่  ผมก็เลยจัดวิชาที่ผมอยากเรียนเอง...  คือมหาวิทยาลัยมันก็ดีอย่างนี้  เราได้เรียนในสิ่งที่เราชอบ แล้วมันก็เสรีในแง่ที่ไม่มีใครมาบังคับเรา  มันเปลี่ยนจากการอยู่ในกรอบแบบโรงเรียน ที่บังคับให้ต้องตัดผมสั้นเท่านี้  ต้องเรียนร.ด. ซึ่งบางเรื่องผมรู้สึกว่ามันไร้สาระ  แล้วมันก็ไม่ได้ช่วยพัฒนาอะไรในตัวเรา  สิ่งแวดล้อมแบบมหาวิทยาลัยทำให้ผมมีความสุขมากๆ  พอเราเรียนแบบมีความสุขก็เรียนได้ดี&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;ด้วยรูปแบบการเรียนช่วงมหาวิทยาลัย ท้ายๆ ผมก็เริ่มสนใจศาสนาพุทธแล้ว  แต่จุดที่ทำให้ผมสนใจศาสนาพุทธมาก  ก็คือตอนที่ผมได้รับทุนอานันทมหิดลไปเรียนต่อที่ประเทศเยอรมัน  ตอนนั้นผมเรียนที่เมืองกัทธิงเน่น  ก่อนรวมประเทศเมืองนี้จะอยู่เกือบๆ  ชายแดนระหว่างฝั่งเยอรมันตะวันออกกับเยอรมันตะวันตก แต่พอรวมประเทศแล้ว  กัทธิงเน่นก็อยู่ตรงกลาง ที่นี้ที่เมืองนี้ คือ ตอนแรกผมก็ไม่รู้หรอก  พอไปเรียนก็ได้รู้ว่า  มันเป็นศูนย์กลางของการศึกษาพุทธศาสนาที่สำคัญแห่งหนึ่ง  โปรเฟสเซอร์ทางด้านพุทธศาสนาที่มีชื่อเสียงก็อยู่ที่นี่   ในเมืองจะมีศูนย์พุทธศาสนาอยู่บนเขา ผมก็จะชอบขี่จักรยานขึ้นเขาไปที่นี่   มันเป็นบ้านของโปรเฟสเซอร์ที่เค้าเคยสอนอยู่ที่นี่  แล้วภายหลังก็อุทิศให้กับมหาวิทยาลัย   แล้วก็เหมือนเป็นห้องสมุดที่มีหนังสือเกี่ยวกับพุทธศาสนาค่อนข้างเยอะ  ผมก็เริ่มศึกษา เริ่มอ่าน บางทีก็ซีร็อกซ์เก็บไว้ก็มี&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;การศึกษาพุทธศาสนาแบบตะวันตกจะมีลักษณะที่เป็นเหตุเป็นผล  เป็นศาสตร์มากขึ้น  ซึ่งเราก็เข้าสู่ความรู้สึกนึกคิดทางพุทธศาสนาผ่านในแง่ความมีเหตุมีผลเชิง วิชาการเข้าไป อ่านทั้งหนังสือที่วิพากษ์วิจารณ์พระพุทธเจ้า  และหนังสือที่อธิบายคำสอนพระพุทธเจ้าในแง่มุมต่างๆ ที่น่าสนใจ &lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;จริงๆ ผมก็เอาหนังสือจากเมืองไทยไปด้วยหลายเล่มเหมือนกัน เล่มหนึ่งคือ  หนังสือพุทธธรรม ของท่านพระธรรมปิฎก และหนังสือบางเล่มของ อ.สมภาร พรมทา  ช่วงนึงตอนที่ผมจบปริญญาโทแล้วกลับมาเมืองไทย ผมก็เริ่มมีความสนใจมากขึ้น  ทำให้ผมศึกษาค้นคว้า แล้วก็พบว่า คำสอนในศาสนาพุทธหลายๆ  เรื่องก็มีเหตุมีผลในเชิงที่ทำให้เราเข้าใจโลกและเข้าใจชีวิตมากขึ้น   แต่ผมก็ไม่ได้เป็นคนที่สนใจพุทธศาสนาในลักษณะปฏิบัติธรรมแบบเคร่งครัด  ก็อยู่แบบโลกย์ๆ นี่แหละ  ก็ใช้ข้อธรรมบางข้อที่พระพุทธเจ้าสอนแล้วรู้สึกกินใจเรา  เวลาที่เรามีปัญหาทุกข์ใจ เราก็ใช้การระลึกเอา อย่างเช่น เจริญมรณานุสติ  ระลึกดูว่าจริงๆ ชีวิตเรามันก็สั้น วันนึงก็ต้องตาย  สุดท้ายก็เอาอะไรไปไม่ได้หมด เราเกิดมาชั่วเวลาหนึ่งก็ต้องตาย  โลกนี้เป็นของชั่วคราว คือ ผมว่าเวลามีปัญหาเกิดขึ้นกับตัวเรา  แล้วเราสามารถมองโลกและจักรวาลในมิติที่มันกว้าง  เราก็จะรู้สึกว่าเราก็เป็นแค่สิ่งเล็กมากๆ ในจักรวาล  ปัญหาที่เรารู้สึกว่ามันใหญ่มาก เกิดขึ้นในชั่วพริบตาเดียว  เดี๋ยวมันก็จะหายไป  คือในแง่นี้ เวลาที่มีปัญหาหลายอย่างรุมเร้า  มันก็ช่วยในแง่ของจิตใจทำให้เราเข้มแข็ง ศาสนาก็จะช่วยผมในแง่นี้มากกว่า  แต่ถึงขนาดนั่งสมาธิ ลงลึกไปในทางจิตวิญญาณ ผมยังไม่ถึงขั้นนั้น  เพราะว่ามันก็ยังถูกร้อยรัดกับเรื่องของโลกย์ๆ  ก็พยายามทำบ้าง  แต่ก็ไม่ได้ถึงขนาดประสบความสำเร็จอะไร และส่วนตัวมีความรู้สึกว่า  เรื่องในทางจิตเนี่ยเป็นเรื่องที่มีความซับซ้อน มันยาก แล้วก็หลงทางได้ง่าย   ถ้าเราไปผิดทางเนี่ย มันก็จะผิดไปเลย  การทดลองอะไรกับเรื่องจิตเป็นเรื่องที่เราต้องระมัดระวังมากๆ  เพราะว่าถ้าหลงทาง มันก็อาจจะหลงไปไกลจนกู่ไม่กลับ &lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;อีกอย่างนึง คือเวลาที่พูดว่าผมสนใจเรื่องพุทธเนี่ย  ผมก็ไม่ได้ติดว่าตัวเองต้องเป็นคนดีอะไรมากมาย  คือความรู้สึกของผม  การเป็นคนดีก็คือ แค่เราไม่ทำอะไรให้คนอื่นเดือดร้อน  แล้วก็ทำอะไรให้คนอื่นบ้าง แต่ว่าชีวิตที่ใช้ ก็เป็นชีวิตแบบโลกย์ๆ  ไม่รู้สึกว่าตัวเองเป็นคนที่บริสุทธิ์อะไรเลย เป็นคนธรรมดามากๆ   สำหรับผมถ้าก้าวไปสูงกว่านั้นได้ก็ดี แต่ถ้าไม่ถึงขั้นนั้น  เราอยู่กับโลกย์ๆ เราก็ไม่ควรจะต้องรู้สึกผิดอะไร  ตราบที่เราไม่ได้ทำให้คนอื่นเดือดร้อน และเบียดเบียนตัวเองมากจนเกินไป &lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255); "&gt;วิจักขณ์: &lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255); "&gt;ถึงตอนนี้ความรู้สึกแอนตี้ศาสนามันหายไปมั๊ยครับ&lt;/span&gt;&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;&lt;strong&gt;วรเจตน์: &lt;/strong&gt;ตอนนี้ก็ไม่ได้รู้สึกอะไรแล้ว  เพราะพอเราได้ศึกษาเองมากขึ้น  เราก็เห็นเหตุเห็นผลในคำสอนพระพุทธเจ้าด้วยตัวเราเองมากขึ้น  คือบางทีพุทธศาสนามันอาจจะมาพร้อมกับการเติบโตของชีวิตด้วย   แต่ในขณะเดียวกันเราก็ไม่ยึดติดกับมันมากเกินไป &lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;มองย้อนกลับไป สิ่งที่ผมมีปัญหากับพุทธศาสนาในบ้านเรา  มันอาจจะไม่ใช่ตัวพุทธศาสนาเอง  แต่เป็นรูปแบบการนำเสนอหรือการสอนบางอย่างที่มันเป็นตำนานเสียมาก  แล้วเวลาสอนก็เป็นลักษณะท่องจำ  ผมไม่รู้สึกว่าเราจะได้อะไรจากการจำธรรมะได้เยอะๆ   อีกอย่างคือในเรื่องความเชื่อทำไมต้องบังคับ ทำไมไม่ปล่อยให้คนศึกษา  แล้วตัดสินใจเอง ผ่านการคิดตรึกตรองของเขา แล้วรู้สึกว่าเหมาะกับจริตของเขา&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;ประสบการณ์ของผมในโลกตะวันตก อย่างในชั้นเรียนที่เยอรมัน  ก็มีคนถามผมว่าผมเชื่อพระเจ้ามั๊ย ผมก็บอกว่าผมไม่เชื่อพระเจ้า  โดยผมบอกเขาไปว่า ถ้าพระเจ้ามีจริงแบบตำนานว่าไว้เนี่ย แล้วพระเจ้าสร้างโลก  สร้างมนุษย์อะไรจริง ทำไมถึงสร้างให้มันมีความแตกต่างกันเยอะแยะขนาดนี้  ทำไมถึงสร้างให้มันมีความดีความชั่ว ทำไมไม่สร้างโลกนี้ให้มันดีพร้อมไปเลย  แล้วผมก็รู้สึกว่าคำอธิบายนี้มันไม่ค่อยตรงกับจริตของผมเท่าไหร่  แต่สุดท้ายผมก็มองว่าใครจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ขึ้นอยู่กับแต่ละคน   ผมก็มองว่าพระเจ้าอาจจะมีในหลายความหมายก็ได้   อาจจะไม่ได้มีความหมายในแบบที่เป็นอะไรบางอย่างซึ่งมีเจตจำนงในการเนรมิต ทุกสิ่งทุกอย่าง อย่างที่สอนๆ กันมา แต่อาจจะมีหลายๆ นัยยะ เพราะฉะนั้น  พระเจ้าในลักษณะที่เป็นพระผู้สร้างนั้นผมไม่เชื่อ  แต่ในเซ้นส์อื่นนั้นผมไม่รู้  คืออย่างในทางพุทธเนี่ย  ทุกอย่างมันก็เกิดขึ้นด้วยเหตุปัจจัยทั้งนั้น หากจะสืบสาวหาจุดเริ่มต้น  และจุดจบก็ไม่ได้ เอาเข้าจริงมันก็อยู่ตรงระหว่างทั้งสิ้น  แต่ถ้ามากไปกว่านั้นเกี่ยวกับโลก กับชีวิต ผมก็ไม่รู้หรอก ก็รู้เท่านี้แหละ  แต่ถ้าถามว่าผมเชื่อมั๊ยว่ามีใครเป็นคนบงการ สร้างโลกอะไรแบบนี้  ผมไม่เชื่อ&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255); "&gt;(บทสัมภาษณ์ชิ้นนี้มี 5 ตอน โปรดติดตามตอนที่ 2 เร็วๆ นี้)&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5135425816290860163-9166863914013365566?l=downmerngnews.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5135425816290860163/posts/default/9166863914013365566'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5135425816290860163/posts/default/9166863914013365566'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://downmerngnews.blogspot.com/2012/01/1_29.html' title='ธรรมศาสตรา: สนทนาธรรมกับ อ.วรเจตน์ ภาคีรัตน์ แห่งคณะนิติราษฎร์ (ตอนที่ 1'/><author><name>downmerng</name><uri>http://www.blogger.com/profile/14601586173795367918</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5135425816290860163.post-4893829847260669020</id><published>2012-01-29T13:07:00.002+07:00</published><updated>2012-01-29T13:08:00.314+07:00</updated><title type='text'>ยูนิเซฟเผย มีเด็กเสียชีวิตในเหตุรุนแรงซีเรียแล้ว 384 ราย</title><content type='html'>ที่มา &lt;a href="http://www.prachatai.com/journal/2012/01/38984" target="_new"&gt;ประชาไท&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;เหตุรัฐบาลสังหารหมู่ประชาชนในซีเรียระลอกล่าสุดเกิดขึ้นตามเมืองสำคัญ ต่างๆ โดยฝ่ายรับบาลใช้อาวุธหนักอย่างปืนกล ปืนครก จรวด ยิงถล่มเข้าใส่  ด้านองค์กรพิทักษ์เด็กเผยมีเด็กเสียชีวิตรวมแล้ว 384 ราย และมีถูกกุมขังอีก  380 รายนับตั้งแต่การลุกฮือ 10 เดือน&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div class="rtecenter"&gt;&lt;img alt="" src="http://www.aljazeera.com/mritems/Images/2012/1/27/2012127134012150734_20.jpg" width="600" align="absMiddle" height="397" /&gt;&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255); "&gt;องค์กรพิทักษ์สิทธิเด็ก (UNICEF) กล่าวเมื่&lt;/span&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255); "&gt;อวัน ที่ 27 ม.ค. ว่านับตั้งแต่การลุกฮือในซีเรีย  มีเด็กถูกสังหารรวมแล้วอย่างน้อย 384 ราย  และมีจำนวนใกล้เคียงกันที่ถูกกุมขัง (ที่มาภาพ: &lt;/span&gt; &lt;span style="color: rgb(0, 0, 255); "&gt;Aljazeera&lt;/span&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255); "&gt;)&lt;/span&gt;&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;27 ม.ค. 2012 -  นักกิจกรรมในซีเรียเปิดเผยว่ากองกำลังฝ่ายรัฐบาลได้ทำการล้อมปราบประชาชนใน เมืองฮอมของประเทศซีเรียจนมีผู้เสียชีวิตอีกราว 30 ราย&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;โดยกองกำลังฝ่ายรัฐบาลได้ใช้ปืนครกและปืนกลยิงเข้าใส่  ซึ่งถือเป็นความรุนแรงครั้งหนักสุดนับตั้งแต่มีการลุกฮือขึ้นต่อต้านรัฐบาล อัสซาด 10 เดือนที่ผ่านมา&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;นอกจากนี้แล้วยังมีรายงานว่าเกิดเหตุระเบิดรถยนต์ที่จุดตรวจนอกเมือง อิดหลิบ โดยทางองค์กรเฝ้าระวังเรื่องสิทธิมนุษยชนในซีเรีย (SOHR)  รายงานเรื่องนี้ผ่านผู้พบเห็นเหตุการณ์โดยยังไม่ทราบข้อมูลความเสียหาย&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;กลุ่มตัวแทนสันนิบาตชาติอาหรับที่เข้ามาสังเกตการณ์เหตุในซีเรียเปิด เผยว่ามีเหตุรุนแรงสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อช่วง 3 วันที่ผ่านมา  โดยเฉพาะในเมือง ฮอม, ฮามา และ อิดลิบ&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;นายพล โมฮัมเมด อาห์เมด มุสตาฟา อัล-ดาบี ตัวแทนสันนิบาตฯ จากซูดาน  แถลงว่า สถานการณ์ความรุนแรงในปัจจุบันนี้ไม่ได้ทำให้เกิดบรรยากาศที่ทุกๆ  ฝ่ายลงมานั่งพูดคุยเจรจากัน  และนายพลจากซูดานยังได้เรียกร้องให้หยุดการกระทำรุนแรงเพื่อปกป้องประชาชน ชาวซีเรียและหาหนทางแก้ปัญหาอย่างสันติ&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;&lt;strong&gt;เหตุสังหารหมู่ที่น่าหวาดผวา&lt;/strong&gt;&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;เหตุสังหารหมู่ในเมืองฮอมเริ่มต้นในช่วงก่อนรุ่งสาง  โดยเริ่มโจมตีจากย่าน คาม อัล-เซตุน  ผู้อยู่อาศัยในเมืองประสบความยากลำบากเนื่องจากมีเสียงปืนยิงอยู่ตลอดเวลา&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;"มันเป็นการสังหารหมู่ที่น่าหวาดกลัว" รามี อับดุล-ราห์มัน  ผู้อำนวยการ SOHR กล่าว  และเรียกร้องให้มีการสอบสวนเหตุสังหารหมู่ที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 26 ม.ค.  ด้วย&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;กลุ่ม LCC ซึ่งเป็นกลุ่มแนวร่วมผู้ประท้วงต่อต้าน ปธน. อัสซาด  เปิดเผยว่าฝ่ายรัฐบาลได้ใช้ปืนใหญ่และจรวดขีปนาวุธยิงถล่มย่าน บับ เซบา  นอกจากนี้ยังได้ยินเสียงสู้รบเกิดขึ้นที่เขต บาบา อัมโร ด้วย&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;SOHR บอกอีกว่าในใจกลางเมืองฮามา ก็ถูกโจมตีในช่วงเช้าวันที่ 27 ม.ค. โดยมีการยิงปืนกลหนักและมีเสียงระเบิดให้ได้ยิน&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;&lt;strong&gt;ยูนิเซฟเผย มีเด็กเสียชีวิตในเหตุรุนแรงซีเรียแล้ว 384 ราย&lt;/strong&gt;&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;ที่เขตชานเมืองของดามากัส มีเด็กอายุ 11  ปีถูกสังหารที่จุดตรวจในฮามูริเยห์ และในอเลปโป  เมืองที่ใหญ่รองจากกรุงดามากัสก็มีประชาชนเสียชีวิต 2  รายเมื่อเจ้าหน้าที่สั่งว่า "ยิงไม่เว้น"&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;องค์กรพิทักษ์สิทธิเด็ก (UNICEF) กล่าวเมื่อวันที่ 27 ม.ค.  ว่านับตั้งแต่การลุกฮือในซีเรีย มีเด็กถูกสังหารรวมแล้วอย่างน้อย 384 ราย  และมีจำนวนใกล้เคียงกันที่ถูกกุมขัง&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;"จนถึงวันที่ 7 มกราคม มีเด็กถูกสังหารแล้ว 384 ราย  ส่วนใหญ่เป็นเด็กผู้ชาย มีเด็กถูกกุมขัง 380 ราย บางคนอายุต่ำกว่า 14 ปี"  ริมา ซาลาห์ รักษาการผู้อำนวยการ UNICEF กล่าว โดยบอกอีกว่าทาง UNICEF  มีพันธะต้องปกป้องและรักษาสิทธิเด็กในซีเรีย&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;"ที่ทำการของพวกเราในซีเรียยังคงทำงานอยู่ พวกเราคอยปรึกษาหารือกับรัฐบาลและภาคประชาสังคมอยู่ตลอดเวลา" ริมากล่าว&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;ก่อนหน้านี้การสำรวจตัวเลขเด็กผู้เสียชีวิตในซีเรียอยู่ที่ 307 ราย  ซึ่งเป็นข้อมูลจากการแถลงข่าวของข้าหลวงใหญ่ด้านสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ  นาวี พิลเลย์ เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. 2011&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;&lt;strong&gt;ที่มา: &lt;/strong&gt;&lt;/div&gt; &lt;div&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255); "&gt;Syria activists report 'massacre' in Homs, Aljazeera, 27-01-2012&lt;br /&gt;http://www.aljazeera.com/news/middleeast/2012/01/2012127132326703799.html&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5135425816290860163-4893829847260669020?l=downmerngnews.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5135425816290860163/posts/default/4893829847260669020'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5135425816290860163/posts/default/4893829847260669020'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://downmerngnews.blogspot.com/2012/01/384.html' title='ยูนิเซฟเผย มีเด็กเสียชีวิตในเหตุรุนแรงซีเรียแล้ว 384 ราย'/><author><name>downmerng</name><uri>http://www.blogger.com/profile/14601586173795367918</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5135425816290860163.post-2135408429927362362</id><published>2012-01-29T13:07:00.001+07:00</published><updated>2012-01-29T13:07:29.769+07:00</updated><title type='text'>ระวังมัสยิดเป็นพื้นที่สังหาร เงื่อนไขต่อต้านรัฐในชายแดนใต้</title><content type='html'>ที่มา &lt;a href="http://www.prachatai.com/journal/2012/01/38980" target="_new"&gt;ประชาไท&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div class="field field-type-text field-field-byline"&gt;     &lt;div class="field-items"&gt;             &lt;div class="field-item odd"&gt;                     &lt;p&gt;อารีด้า สาเม๊าะ&lt;br /&gt;โรงเรียนนักข่าวชายแดนใต้ ศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ (DSJ)&lt;/p&gt;         &lt;/div&gt;         &lt;/div&gt; &lt;/div&gt; &lt;p&gt;ชัยวัฒน์ สถาอานันท์ เปิดผลวิจัย มัสยิด “แดง”  ทอนความรู้สึกรุนแรงต่อพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์  ชี้เหตุรุนแรงที่กรือเซะ-อัลฟุรกอน ขยายความขัดแย้ง  เตือนรัฐบาลป้องกันจริงจัง&lt;/p&gt; &lt;p class="rtecenter"&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255); "&gt;&lt;img alt="" src="http://www.prachatai.com/sites/default/files/u15/chaiwat.jpg" width="460" align="absMiddle" height="345" /&gt; &lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p class="rtecenter"&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255); "&gt;ชัยวัฒน์ สถาอานันท์&lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p&gt;เมื่อเวลา 8.30 วันที่ 27 มกราคม 2555  สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ ร่วมกับ คณะอักษรศาสตร์  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สำนักงานวิชาศิลปศาสตร์ มหาวิยาลัยวลัยลักษณ์  และมูลนิธิเอเชีย จัดเสวนาหัวข้อสภาวะความเป็นสมัยใหม่ อันแตกกระจาย  การค้นหาประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรม ปาตานี Fragmented Modernites : The  Quest of a Social and Cultural History of Patani&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ศ.ดร.ชัยวัฒน์ สถาอานันท์ หัวหน้าสาขาวิชาการเมืองการปกครอง  คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวปาฐกถานำและนำเสนอบทความหัวข้อ  มัสยิด “แดง”: ทอนความรุนแรงต่อพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ในสังคมมนุษย์ว่า  สังคมมลายูมุสลิมยึดมั่นว่า มัสยิดคือพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์  เพราะฉะนั้นสองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในมัสยิด คือ  การวิสามัญฆาตกรรมขบวนการต่อต้านรัฐในมัสยิดกรือเซะ จังหวัดปัตตานี  เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2547  และการลอบสังหารผู้กำลังละหมาดในมัสยิดอัลฟุรกอน จังหวัดนราธิวาส  ในเดือนมิถุนายน 2552 เป็นเงื่อนไขที่ทำให้ชาวบ้านไม่ไว้วางใจรัฐ  เนื่องจากมองเห็นว่า ศาสนสถานของพวกเขาไม่ได้รับการเคารพจากเจ้าหน้าที่รัฐ&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ศ.ดร.ชัยวัฒน์ กล่าวว่า การกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐดังกล่าว  ส่งผลให้การต่อต้านรัฐขยายวงกว้างมากขึ้น  จึงทำให้ฝ่ายขบวนการที่อาจดูเหมือนแพ้ในการรบ  แต่กลับชนะในแง่ของการสามารถทำให้ชาวมลายูรู้สึกว่า  พวกเขาตายอย่างไม่เป็นธรรมจากการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ  ซึ่งเป็นเหตุให้มีข้ออ้างในการต่อต้านรัฐของฝ่ายขบวนการจนถึงปัจจุบัน&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ศ.ดร.ชัยวัฒน์ กล่าวว่า ไม่เพียงในพื้นที่ 3  จังหวัดชายแดนภาคใต้เท่านั้น  ที่เจ้าหน้าที่รัฐหวาดระแวงการรวมกลุ่มของชาวมุสลิมในพื้นที่ความขัดแย้ง  แต่ยังเกิดในหลายพื้นที่ในโลก เช่น ช่วงปี ค.ศ. 2002  ที่มีกระแสการก่อการร้ายทั่วโลก ตำรวจเยอรมันได้เข้าตรวจค้นมัสยิดกว่า 300  แห่งทั่วประเทศ เพราะเชื่อว่าเป็นแหล่งซ่องสุ่มของผู้ก่อเหตุไม่สงบในประเทศ  แต่ช่วงหลังๆ เจ้าหน้าที่ยอมรับว่ามองผิดพลาดไป  ซึ่งเรื่องนี้ชี้ให้เห็นว่า  ความหวาดระแวงระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับมุสลิมเกิดขึ้นทั่วโลก&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ศ.ดร.ชัยวัฒน์ กล่าวว่า  เมื่อสัญลักษณ์ทางศาสนากลายเป็นพื้นที่สังหารหรือถูกทำร้ายโจมตีจากเจ้า หน้าที่รัฐ จนทำให้เกิดความขุ่นเคืองต่อผู้ศรัทธาต่อสถานที่นั้น  ประเด็นความขัดแย้งดังกล่าวกลายเป็นเรื่องศักดิ์ศรี  ซึ่งจะส่งผลให้ความขัดแย้งยืดเยื้อยาวนานขึ้น&lt;/p&gt; &lt;p&gt;“ผมคิดว่าความรุนแรงต่อศาสนสถานและศาสนบุคคลเป็นความรุนแรงที่กำลังแพร่ ขยายไปอย่างกว้าง  และยิ่งทำให้ความขัดแย้งเชิงชาติพันธุ์ยืดเยื้อเข้มข้นมากขึ้นและอันตราย ยิ่งขึ้น  ผมจึงเสนอให้รัฐบาลตระหนักและแสดงถึงความจริงจังในการป้องกันไม่ให้เกิด เหตุการณ์ดังกล่าว  ซึ่งจะเป็นเงื่อนไขในการใช้ความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ อีก”ศ.ดร.ชัยวัฒน์ กล่าว&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ในวันเดียวกัน ยังมีผู้นำเสนอบทความทางวิชาการอีก 9 ชิ้น ได้แก่  นายพุทธพล มงคลวรวรรณ เรื่องปาตานีผ่านแว่นของจักรวรรดิและดวงตาสมัยใหม่:  การสำรวจทางมานุษย วิทยาของมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ในรัฐมลายูของสยาม  ค.ศ.1899–1900 (A Modern Gaze, the Imperial Science: the Cambridge  Anthropological Survey of Patani, 1899-1900) &lt;/p&gt; &lt;p&gt;นายนิยม กาเซ็ง เรื่องเส้นทางสู่ความทันสมัย:  ประวัติศาสตร์สังคมของถนนทางหลวงสายใหม่สู่ ปาตานี (A Route to Modernity: A  Social History of Modern Roads to Patani) นายมูฮัมหมัด อิลยาส หญ้าปรัง  เรื่องการตีความความเป็นสมัยใหม่: ต่วนกูรู อิสมาแอล สะปันยัง (2498 - )  อูลามาอ์สายจารีตในสังคมปาตานีสมัยใหม่ (Interpreting Modernity: Tuan Guru  Ismael Sapanyang, a Traditional Ulama in a Modern Patani Society)&lt;/p&gt; &lt;p&gt;นางสาวทวีลักษณ์ พลราชม และนายวารชา การวินพฤฒ เรื่อง ณ ระหว่างพื้นที่:  ประสบการณ์ || อัตลักษณ์ || มุสลิมมะฮฺปัตตานีบนเส้นทางการศึกษาสมัยใหม่  (In-Between Space: Experiences || Identities || the Pattani Women on a  Modern Route of Education)&lt;/p&gt; &lt;p&gt;นางสาวอสมา มังกรชัย เรื่อง ตำรวจมลายู:  ลูกผสมของความเป็นสมัยใหม่แบบอาณานิคม ประวัติศาสตร์บาดแผล และความรุนแรง  (The Melayu Police: A Colonial Hybridity of Modernity, a Wounded  History, and the Violence) นายบัณฑิต ไกรวิจิตร เรื่อง  พิธีกรรมและศิลปะการละเล่นพื้นบ้านมลายูปาตานี: วัฒนธรรมลูกผสมกับสภาวะความ  เป็นสมัยใหม่อันแตกกระจาย&lt;/p&gt; &lt;p&gt;นายสะรอนี ดือเระ เรื่อง เสียงเพรียกใหม่:  นิตยสารอาซานและกลุ่มปัญญาชนใหม่ในปาตานีกลางทศวรรษ 2510 (A New Voice: the  Azan Magazine and New Intellectuals in Patani, 1970s) นางสาวปิยะนันท์  นิภานันท์ เรื่อง ความทันสมัยในภาพเรืองแสง:  ประวัติศาสตร์วัฒนธรรมของโรงภาพยนตร์ในสังคม ปาตานี (Illuminating  Modernities: a Cultural History of Cinema in the Patani Society)&lt;/p&gt; &lt;p&gt;นายบัญชา ราชมณี เรื่อง โมเดิร์นดิเกมิวสิค:  อุตสาหกรรมดนตรีและพัฒนาการของสื่อบันเทิงในปาตานี (Modern Dikir Music:  Music Industry and Development of Entertaining Media in Patani)&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ส่วนในวันที่ 28 มกราคม 2555 จะมีการนำเสนอบทความทางวิชาการอีก 6 ชิ้น&lt;/p&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5135425816290860163-2135408429927362362?l=downmerngnews.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5135425816290860163/posts/default/2135408429927362362'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5135425816290860163/posts/default/2135408429927362362'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://downmerngnews.blogspot.com/2012/01/blog-post_5878.html' title='ระวังมัสยิดเป็นพื้นที่สังหาร เงื่อนไขต่อต้านรัฐในชายแดนใต้'/><author><name>downmerng</name><uri>http://www.blogger.com/profile/14601586173795367918</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5135425816290860163.post-5733871021772408124</id><published>2012-01-29T13:06:00.002+07:00</published><updated>2012-01-29T13:07:02.923+07:00</updated><title type='text'>เหิมเกริมยิ่งนัก: ชมรมนิติมธ 2501 บังอาจมาไล่อาจารย์นิติราษฎร์ของประชาชนออกจากธรรมศาสตร์</title><content type='html'>ที่มา &lt;a href="http://thaienews.blogspot.com/2012/01/2501.html" target="_new"&gt;Thai E-News&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-size:100%;"&gt;29 มกราคม 2555&lt;br /&gt;โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;a href="http://4.bp.blogspot.com/-t1a8mfOwLUo/TySfRp6LIoI/AAAAAAAACKk/Dp7xNgA702I/s1600/405289_168653089910110_100002962601265_268178_1855035119_n.jpg"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 400px; height: 229px;" src="http://4.bp.blogspot.com/-t1a8mfOwLUo/TySfRp6LIoI/AAAAAAAACKk/Dp7xNgA702I/s400/405289_168653089910110_100002962601265_268178_1855035119_n.jpg" alt="" id="BLOGGER_PHOTO_ID_5702858153814336130" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:100%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;blockquote&gt;&lt;span style="color: rgb(51, 0, 51);font-size:100%;"&gt;เห็น ข่าวนี้จากมติชน แล้วทำเอาชาวไทยอีนิวส์ปวดหัวใจ  เมื่อเห็นมรดกรัฐบาลรัฐประหารสฤษดิ์ 2501 เหิมเกริมหนัก  บังอาจมาขับไล่อาจารย์นิติราษฎร์ออกจากมหาลัยในข้อหา &lt;span style="font-style: italic; color: rgb(0, 0, 102);"&gt;"&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:100%;"&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 102); font-style: italic;"&gt;เป็น ผู้ไม่นิยมเลื่อมใสการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็น พระประมุข ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ข้าราชการไทยทุกคนจะต้องมี"&lt;/span&gt;&lt;br style="color: rgb(51, 0, 51);"&gt;&lt;br style="color: rgb(51, 0, 51);"&gt;&lt;span style="color: rgb(51, 0, 51);"&gt;ไม่ ทราบว่าข้าราชการไทยนี่กินข้าวจากเงินภาษีของประชาชนหรือเปล่า  ถึงกล้ากระทำการที่กระทบกระเทือนหัวใจประชาชนผู้เสียภาษี  โดยไม่สำนึกบุญคุญข้าวแดงแกงร้อนของประชาชน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ช่างบังอาจยิ่งนักที่คิด จะขับไล่อาจารย์ที่ทำคุณประโยชน์เพื่อประชาชนออกจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  ที่ก่อตั้งโดยผู้ได้ชื่อว่าเป็นบิดาของระบอบประชาธิปไตยของไทย  ศาสตราจารย์ปรีดี พนมยงค์!&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/blockquote&gt;&lt;span style="font-size:100%;"&gt;&lt;br style="color: rgb(255, 0, 0);"&gt;&lt;/span&gt;&lt;div style="text-align: center;"&gt;&lt;span style="font-size:100%;"&gt;&lt;span style="color: rgb(255, 0, 0);"&gt;0 0 0 0 0&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;span style="font-size:100%;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:100%;"&gt;ที่มาของอาการโรคหัวใจกำเริบ&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:100%;"&gt; &lt;a href="http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1327751832&amp;amp;grpid=00&amp;amp;catid=&amp;amp;subcatid="&gt;มติชนออนไลน์&lt;/a&gt;  &lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:100%;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชมรม นิติมธ.2501 นำโดย นายสุเทพ นิรันดร และนายสุชาติ  สหัสโชติ ประธานชมรม   ออกแถลงการณ์และทำจดหมายเปิดผนึกเรียกร้องอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  ดำเนินการห้ามไม่ให้มีการใช้สถานที่ของม.ธรรมศาสตร์รณรงค์ยกเลิกหรือแก้ไข  รัฐธรรมนูญมาตรา 8 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา112   อันเป็นพฤติกรรมเหิมเกริมจาบจ้วงต่อสถาบันพระมหากษัตริย์   ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบใด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และให้กลุ่มอาจารย์นิติราษฎร์   ซึ่งประกอบด้วยอาจารย์ชายหญิงคณะนิติศาสตร์ 5 คน และคณะอื่นอีกบางคณะ   ให้ยุติการปฏิบัติหน้าที่อาจารย์ทันที&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพื่อไม่ให้นักศึกษารับความคิดมิจฉาทิฐิมาเป็นแบบอย่างต่อไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พร้อม ทั้งให้มีการดำเนินการสอบสวนเพื่อลงโทษทางวินัยกลุ่มอาจารย์นิติราษฎร์   ซึ่งมีการแสดงออกอย่างชัดเจนว่า   เป็นผู้ไม่นิยมเลื่อมใสการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรง  เป็นพระประมุข ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ข้าราชการไทยทุกคนจะต้องมี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="color: rgb(204, 0, 0);font-size:100%;"&gt;0 0 0 0 0 &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color: rgb(51, 0, 51);font-size:130%;"&gt;พร้อมกับนี้ขอร่วมประชาสัมพันธ์ลิงค์หนังสือ คู่มือประชาชนล้มรัฐประหาร ของนิติราษฎร์&lt;/span&gt;&lt;span style="color: rgb(51, 0, 51);"&gt; สำหรับทุกท่านที่สนใจ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/-95yLFW0JPjU/TySot0QJOjI/AAAAAAAACKw/kBpAYfX7K-Y/s1600/431373_318841294825839_246832782026691_937344_1953603197_n.jpg"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 278px; height: 400px;" src="http://3.bp.blogspot.com/-95yLFW0JPjU/TySot0QJOjI/AAAAAAAACKw/kBpAYfX7K-Y/s400/431373_318841294825839_246832782026691_937344_1953603197_n.jpg" alt="" id="BLOGGER_PHOTO_ID_5702868533231827506" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br style="color: rgb(153, 0, 0);"&gt;&lt;div style="text-align: center;"&gt;&lt;span style="color: rgb(153, 0, 0);" class="hasCaption"&gt;ล้ม รัฐประหาร 19 กันยา&lt;/span&gt;&lt;br style="color: rgb(153, 0, 0);"&gt;&lt;span style="color: rgb(153, 0, 0);" class="hasCaption"&gt;ล้าง ผลพวงรัฐประหาร&lt;/span&gt;&lt;br style="color: rgb(153, 0, 0);"&gt;&lt;span style="color: rgb(153, 0, 0);" class="hasCaption"&gt;ร่าง รัฐธรรมนูญฉบับใหม่&lt;/span&gt;&lt;br style="color: rgb(153, 0, 0);"&gt;&lt;span style="color: rgb(153, 0, 0);" class="hasCaption"&gt;ลงประชามติโดยประชาชน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;span class="hasCaption"&gt;&lt;br /&gt;ดาวน์โหลดได้ที่นี่&lt;br /&gt;PDF File : &lt;a href="http://www.mediafire.com/?dlrunr98md2i67o" target="_blank" rel="nofollow nofollow"&gt;&lt;span&gt;http://www.mediafire.com/&lt;/span&gt;&lt;wbr&gt;&lt;span class="word_break"&gt;&lt;/span&gt;?dlrunr98md2i67o&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;MS Powerpoint : &lt;a href="http://www.mediafire.com/?z4laak2b8dfllsa" target="_blank" rel="nofollow nofollow"&gt;&lt;span&gt;http://www.mediafire.com/&lt;/span&gt;&lt;wbr&gt;&lt;span class="word_break"&gt;&lt;/span&gt;?z4laak2b8dfllsa&lt;/a&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5135425816290860163-5733871021772408124?l=downmerngnews.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5135425816290860163/posts/default/5733871021772408124'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5135425816290860163/posts/default/5733871021772408124'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://downmerngnews.blogspot.com/2012/01/2501.html' title='เหิมเกริมยิ่งนัก: ชมรมนิติมธ 2501 บังอาจมาไล่อาจารย์นิติราษฎร์ของประชาชนออกจากธรรมศาสตร์'/><author><name>downmerng</name><uri>http://www.blogger.com/profile/14601586173795367918</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://4.bp.blogspot.com/-t1a8mfOwLUo/TySfRp6LIoI/AAAAAAAACKk/Dp7xNgA702I/s72-c/405289_168653089910110_100002962601265_268178_1855035119_n.jpg' height='72' width='72'/></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5135425816290860163.post-5849972127239371653</id><published>2012-01-29T13:06:00.001+07:00</published><updated>2012-01-29T13:06:39.332+07:00</updated><title type='text'>บทความวิเคราะห์: การปลอบใจตนเอง กับคำว่า "ลับ ลวง พราง"</title><content type='html'>ที่มา &lt;a href="http://thaienews.blogspot.com/2012/01/blog-post_29.html" target="_new"&gt;Thai E-News&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div class="clearfix"&gt;&lt;div class="mbs uiHeaderSubTitle lfloat fsm fwn fcg"&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;29 มกราคม 2555&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดย ดวงจำปา&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;ที่มา  &lt;a href="http://www.facebook.com/doungchampa"&gt;Doungchampa Spencer&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span class="mls"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;p&gt;&lt;span class="photo_left"&gt;&lt;img class="photo_img img" src="http://photos-c.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-ash4/423158_208540145909559_100002607261570_413951_1600438121_a.jpg" alt="" /&gt;&lt;span class="caption"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;มีเพื่อนท่านหนึ่งส่งข้อความมาให้หลังไมค์ ให้ความเห็นต่างๆ และบอกว่า&lt;strong&gt; "อย่าไปห่วงอะไรเลย เพราะพรรคเพื่อไทยกำลังเล่นเกมส์ '&lt;span class="fbUnderline"&gt;ลับลวงพราง&lt;/span&gt;'   กับฝ่ายอำมาตย์อยู่ รออีกสักพักกับความหวังที่กำลังจะเกิดขึ้น   เพราะเราจะได้เห็นกันเองว่า ที่แท้จริงแล้ว เขากำลังต่อรองเพื่อประชาชน"&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ดิฉัน  อ่านแล้ว ก็พยายามใช้วิจารณญาณถามตนเองว่า   พรรคที่ประชาชนเขาเลือกเข้าไปปฎิบัติหน้าที่นั้น   คนส่วนใหญ่เลือกเพื่อให้เข้าไปเล่นเกมส์ต่อรองกันหรือ? ไปๆ มาๆ ผู้แทนราษฎร   กลายเป็น broker แบบตลาดหุ้นไปเสียแล้ว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ท่านผู้ที่ส่งข้อความมานี้ ยังได้อธิบายถึงตำราในเรื่องสามก๊ก เกี่ยวกับ ตัวละครชื่อ &lt;a href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%B5%E0%B9%8B%E0%B8%A2%E0%B8%99" rel="nofollow" target="_blank"&gt;"&lt;span class="fbUnderline"&gt;&lt;strong&gt;อุยเอี๋ยน&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;"&lt;/a&gt; รวมทั้งแผนการต่างๆ ในตำราพิชัยสงคราม ฯลฯ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;  จะ ขอตอบท่านใน Notes ฉบับนี่้ว่า ท่านผู้ที่ส่งข้อความมาให้   เป็นผู้มีความซื่อสัตย์และยึดตัวอยู่กับพรรคที่ท่านสังกัดอยู่เป็นอย่างยิ่ง   ท่านสามารถแก้ต่างให้กับพรรคและตัวแกนนำ (หรือผู้นำ) ในทุกๆ เรื่องได้   ท่านเป็นฐานเสียงอย่างซื่อสัตย์ของพรรคที่แท้จริง   รวมไปถึงทัศนคติของการมองโลกในแง่ดีและการใช้เวลาโดยการ   "รอความหวังที่กำลังจะเกิดขึ้น" (ซึ่งทางฝ่ายอำมาตย์ชอบมากๆ   ที่ประชาชนไม่ต้องไปทำอะไรกัน)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ดิฉันจะถามกลับไปถึงท่านว่า การ "รอ" ปล่อยเวลาให้ผ่านไปนั้น มันเป็นประโยชน์กับตัวท่านเองหรือเปล่า? &lt;span class="fbUnderline"&gt;&lt;strong&gt;ท่าน  สามารถทำอะไรให้กับสังคมและประเทศชาติได้บ้าง   เพื่อการพัฒนาบ้านเมืองไปสู่รูปแบบประชาธิปไตย ซึ่งเป็นของประชาชน   บริหารโดยประชาชน และ เพื่อประชาชนอย่างแท้จริง?&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;การ พัฒนาจะเกิดขึ้นได้เพราะการสื่อสารและการกระทำสองทาง คือ   ท่านต้องสื่อสารกับรัฐบาล และรัฐบาลต้องสื่อสารกลับมาถึงตัวท่าน   มันถึงประสบความสำเร็จได้ ถ้าเป็นแบบ one-way   มันก็เหมือนกับปรบมือข้างเดียว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;คำว่า "รออีกสักพัก"   สักพักของท่านนั้น อาจจะใช้เวลาอีกเป็นปีๆ ก็ได้    รถไฟขบวนที่ท่านต้องการจะโดยสารไปด้วยนั้น   อาจจะไม่เดินทางมาจอดที่สถานีของท่านเลย  ท่านปล่อยให้เวลาผ่านไปจริงๆ   โดยการ "รออีกสักพัก"&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;----------------&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ถ้าถามความคิดเห็นส่วนตัวของดิฉัน เรื่องลับลวงพราง หรือ เกมส์ต่างๆ นั้น &lt;span class="fbUnderline"&gt;&lt;strong&gt;ดิฉันขอยืนยันว่า มันเป็นไปไม่ได้ เพราะเราไม่ได้อยู่ในโลกสมัยสามก๊ก &lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ความ คิดเรื่อง "ลับลวงพราง" เป็นความคิด ที่พวกเรา "คิดกันเอง" มากกว่า   เป็นเรื่องของการปลอบใจตนเองว่า "เราไม่ได้ถูกต้มตุ๋น หรือ ถูกหลอกลวง"    พยายามบอกกับตัวเองว่า "เราเรียนสูงขนาดนี้ มีความรู้ขนาดนี้ จะมาเสียโง่   ได้อย่างไร?" นั่นคือ การสร้างกลไกทางจิตใจเป็นเกราะกำบังขึ้นมา   อย่างทางจิตวิทยาเรียกว่า defense machanisms   เพื่อปกป้องกับความรู้สึกอันแท้จริงที่ว่าเสียใจหรือชอกช้ำใจนั่นเอง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;บางทีเราต้องยอมรับว่า มันเป็นไปได้และเกิดขึ้นแล้ว  เหมือนกับความรัก &lt;/p&gt;&lt;p&gt;ความรักทำให้คนตาบอด อะไรก็ตามที่คนรักพูด ก็เชื่อว่าเป็นจริงได้หมด เพราะหัวใจบอกไว้ก่อน เรื่องเหตุผลตามมาทีหลัง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;กว่า จะรู้ว่า คนที่เราเคยรักนั้น เขาหรือเธอทำตัวแท้จริงอย่างไร   เมื่อเราทำตัวเป็นกลาง ไม่นำเอาความรักมาเป็นปัจจัย   เมฆหมอกที่เคยปกคลุมสายตาให้พร่ามัวเริ่มเจือจางลง    เราจะได้เห็นหรือยอมรับรู้กับเหตุผลที่ดีขึ้นว่าอะไรเป็นอะไร   ภาษาอังกฤษกล่าวว่า เปลี่ยนจาก Subjective (เอาความคิดตนเองเป็นหลัก)   มาเป็น Objective (เอาเรื่องจุดประสงค์หรือเหตุผลเป็นหลัก) แทน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สมัย นี้ โลกการสื่อสารต่างๆ เป็นเรื่องที่ไร้พรมแดน   การพูดอะไรหรือให้สัมภาษณ์จากตัวแทนพรรคการเมือง   โดยเฉพาะที่อยู่ในตำแหน่งระดับสูง   เป็นเรื่องที่่สามารถเอามาอ้างอิงได้ในการเลือกตั้งคราวต่อๆ ไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt; และเป็นเรื่องที่สามารถนำมา "&lt;span class="fbUnderline"&gt;&lt;strong&gt;สังหารตัวเอง&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;" ในการเลือกตั้งครั้งหน้า เพราะเป็นแบบ &lt;a href="http://www.school.net.th/library/create-web/10000/generality/10000-10611.html" rel="nofollow" target="_blank"&gt;"&lt;span class="fbUnderline"&gt;&lt;strong&gt;ปลาหมอตายเพราะปาก&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;"&lt;/a&gt;   จริงๆ  เนื่องจากมีการบันทึกทุกอย่างแล้วว่า เคยพูดอะไรไว้, เมื่อไร,   ที่ไหน ย้อนหลังไปได้เท่าไร ไม่ลืมกันง่ายๆ หรอก (ตัวอย่างเช่น   อภิสิทธิ์พูดว่า คนๆ เดียว หรือ หนึ่งแสนคน... คงไม่มีใครลืมกัน..)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;และ อีกอย่างหนึ่งคือ การพูดออกมาหรือประกาศตัวตนออกมาว่า   มันเป็นนโยบายของพรรคที่จะไม่ทำอย่างนู้นอย่างนี้   แถมไปด่ากราดกระทบผู้คนที่เขาเสนอความคิดเห็นอีกรูปแบบหนึ่ง   (ในระบอบประชาธิปไตย) มันไม่ได้กระทบอยู่กับประเทศไทยแต่เพียงประเทศเดียว&lt;/p&gt;&lt;p&gt; &lt;span class="photo_left"&gt;&lt;img class="photo_img img" src="http://photos-b.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-ash4/402126_208545735909000_100002607261570_413961_933397199_a.jpg" alt="" /&gt;&lt;span class="caption"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;สังคม  ในศตวรรษที่ 21 เป็นสังคมโลก ข่าวต่างๆ ที่พวกนี้ พูดออกมา   มีการแปลความหมายและคำพูดออกไปทั่วทุกมุมโลกว่านโยบายตนเองเป็นอย่างไร    คำกล่าวและการกระทำของรัฐบาลจะมากลับกลอกหลอกลวงกับประชาคมโลกไม่ได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ที่กล่าวมาแล้ว ทำให้ดิฉันมั่นใจว่า เรื่องการเล่นเกมส์ต่างๆ รวมไปถึง เรื่องลับลวงพราง โดยทางรัฐบาลฝ่ายพรรคเพื่อไทยนั้น &lt;span class="fbUnderline"&gt;&lt;strong&gt;เป็นเรื่องของการปลอบใจต่อบุคคลที่มีศรัทธาต่อพรรคที่ตนเองชื่นชอบ เพราะมันเป็นไปไม่ได้โดยเด็ดขาด&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;การให้สัมภาษณ์จากผู้คนในระดับสูงของรัฐบาลนั้น จะมาพูดเล่นๆ ลวงหลอกกันไม่ได้ค่ะ &lt;/p&gt;&lt;p&gt;และอยากถาม ท่านทั้งหลายว่า &lt;span class="fbUnderline"&gt;&lt;strong&gt;ครั้ง  สุดท้ายที่ท่านเห็น พรรคการเมือง ออกมาเล่นเกมส์ ลับลวงพราง   เพื่อช่วยเหลือประชาชนจริงๆ ครั้งสุดท้ายน่ะ มันเกิดเมื่อไร?   ขอยกตัวอย่างให้ทราบด้วย&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt; เพราะดิฉันจำไม่ได้ค่ะ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เรื่อง การเล่นลับลวงพราง เป็นการทำให้ทางฝ่ายรัฐบาลเอง   ต้องเสียเครดิทและความน่าเชื่อถือเป็นอย่างมาก   รวมทั้งถูกประชาชนตำหนิในสายตาทั่วทุกมุมโลกโดยเฉพาะกับทางการเมืองระหว่าง  ประเทศ ไม่ใช่เพียงแต่ประเทศไทยเท่านั้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;การที่ฝ่ายรัฐบาลจะ  ปฎิบัติอะไรก็ตามแต่ ต้องเป็นตามที่กล่าวและยืนยันไว้ ไม่อย่างนั้น   จะถูกตราหน้าว่า ปลิ้นปลอกหลอกลวง เพราะไม่มีประเทศไหนเขาทำกัน &lt;/p&gt;&lt;p&gt;ในขณะนี้ สื่อต่างประเทศทั่วโลก &lt;strong&gt;&lt;span class="fbUnderline"&gt;ได้รายงานถึงจุดยืนของรัฐบาลไทย ในเรื่องการปฎิเสธการแก้ไขกฎหมายเพื่อสิทธิมนุษยชน&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;    ลองไป search ดูใน Googleได้ว่า เขารายงานในลักษณะไหนกัน หรือว่า   ไมต้องแคร์ก็ได้ เพราะพวกนี้ ไม่รู้ดีในเรื่อง "ความเป็นไทย"   เหมือนกับที่ทางฝ่ายอนุรักษ์นิยมหลายๆ ท่านได้กล่าวถึง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;จุดยืนเหล่า นี้ จะนำการเปลี่ยนแปลงมาสู่วิถีทางการเมืองของประเทศไทย   โดยเฉพาะทางพรรคเพื่อไทยเองว่า   ตัวพรรคจะพยายามฉุดและดึงประชาชนให้อยู่กับตนเองหรือเปล่า   เพราะประชาชนมีแนวคิดที่ล้ำหน้าไปมากกว่านั้นแล้ว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;บทเรียนคือ   ถ้าตนเองไม่ยอมก้าวล้ำหน้าเข้ามาสู่กระแสโลกาภิวัฒน์   ส่วนหนึ่งของประชาชนที่สนับสนุนหรือเคยสนับสนุนก็คงจะต้องเดินทางไปกันเอง   หรือไม่ก็หาขบวนรถไฟที่มีประสิทธิภาพเหมาะสมกับสภาวการณ์ของเขา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ประชาชน  ที่มีความคิดแบบแนวก้าวหน้าสามารถเกิดขึ้นได้ภายใน 2 ปีที่ผ่านมา   มันมีโอกาสเป็นไปได้สูงมากที่จะมีการตั้งกลุ่มหรือพรรคของประชาชนที่ยึดถือ  นโยบายในรูปแบบโลกาภิวัฒน์เกิดขึ้น ภายในระยะเวลาไม่เกิน 2   ปีข้างหน้าเป็นอย่างช้าที่สุด (ตัวดิฉันเอง คาดว่า   จะเกิดการก่อตัวจัดตั้งพรรคการเมืองแนวที่สามภายในหรือภายนอกประเทศไทยอย่าง  แน่นอนค่ะ)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;----------------------------------------------------&lt;/p&gt;&lt;p&gt; &lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span class="photo_right"&gt;&lt;img class="photo_img img" src="http://photos-a.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-ash4/395294_208540342576206_100002607261570_413952_1603072480_a.jpg" alt="" /&gt;&lt;span class="caption"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;ดิฉันขอกล่าวไว้ ณ ที่นี้ก่อนเลยว่า &lt;strong&gt;&lt;span class="fbUnderline"&gt;การ  หาเสียงเลือกตั้งคราวหน้าและในคราวต่อๆ ไป จะใช้ระบบ Online และ Social   Networks มากขึ้นในการเข้าถึงประชาชนผู้มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้ง&lt;/span&gt; &lt;/strong&gt;การ  หาเสียงของพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้าม สามารถแสดงให้ประชาชนเห็นทันทีเลยว่า   ตัวแทนของรัฐบาลเคยพูดและกล่าวอะไรไว้บ้างในแง่ลบ ด้วยการ Replay   จากคลิปต่างๆ ได้ตลอด  การโจมตีด้วยคำพูดที่ตนเองเคยกล่าวไว้   มีประสิทธิภาพมาก   เพราะเป็นการตอกย้ำให้เห็นถึงจุดอ่อนที่อีกฝ่ายสามารถนำมาใช้เพื่อสร้างความ  ได้เปรียบ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;การสร้างเวปไซค์ออนไลน์โดย&lt;a href="https://www.facebook.com/note.php?note_id=205816012848639"&gt;&lt;span class="fbUnderline"&gt;&lt;strong&gt;พรรคการเมืองแบบแนวที่สาม&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;   สามารถขึ้นมาต่อสู้กับพรรคการเมืองใหญ่ๆ ได้ทุกเรื่อง   ถึงแม้ว่าเงินทุนจะน้อยกว่าก็ตาม เพราะระดับ web นั้น   มีศักดิ์ศรีเท่าเทียมกันหมด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span class="photo_left"&gt;&lt;img class="photo_img img" src="http://photos-g.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-ash4/430265_208540492576191_100002607261570_413953_626245127_a.jpg" alt="" /&gt;&lt;span class="caption"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;พรรค การเมือง  แบบแนวที่สามไม่ต้องไปจัดคอนเสริ์ทหรือปรากฎตัวกับประชาชนในที่สาธารณะอย่าง  บ่อยครั้ง สามารถตอบคำถามที่ประชาชนส่งให้ทางออนไลน์ได้หมด จะทำแบบ &lt;a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Town_hall_meeting" rel="nofollow" target="_blank"&gt;&lt;span class="fbUnderline"&gt;&lt;strong&gt;Town Hall Meetings&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;   ได้ทันที เพียงแต่นัดกันว่า จะพบกับประชาชนเมื่อไร สามารถ phone-in   และเชิญวิทยากรผู้มีความรู้ความสามารถมาร่วมรายการได้เช่นเดียวกัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;การบริจาคเงินช่วยเหลือสามารถทำได้ ในรูปแบบของการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคาร แม้กระทั่ง PayPal ซึ่งใช้กันอยู่ทั่วทุกมุมโลก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span class="photo_left"&gt;&lt;img class="photo_img img" src="http://photos-f.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-snc7/400108_208540675909506_100002607261570_413954_872747324_a.jpg" alt="" /&gt;&lt;span class="caption"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;   นอกไปจากนั้น   ประชาชนสามารถส่งหรือถามคำถามผู้สมัครเกี่ยวกับนโยบายหลักของพรรคตนเองที่ทำ  สัญญาไว้กับประชาชน โดยใช้ระบบ instant message (chat) หรือ SMS แบบ Skype  /  Window Messenger ไม่ต้องออกไปไหนมาไหน ผจญกับปัญหารถติดหรือเสียเวลา   จะไปหาเพื่อนๆ แล้วรับฟังรับชมด้วยกันที่บ้านก็ได้   หรือแม้แต่จะบริจาคเงินก็ทำได้ทุกอย่าง จาก SmartPhone นี่เอง    จะอยู่ต่างจังหวัดก็ไม่เป็นปัญหา เพราะสามารถร่วมการแสดงความคิดเห็นได้   เพราะทุกอย่างเป็นแบบ Virtual Meeting หรือการพบปะกันออนไลน์    ท่านจะอยู่ที่กรุงเทพฯ, อุบลราชธานี, ประเทศเยอรมัน, ประเทศในทวีปยุโรป,   อัฟริกา, ประเทศบราซิล หรือ ประเทศออสเตรเลีย   มีค่าเท่าเทียมกันทั้งหมดในสังคม Virtual Online Meeting&lt;/p&gt;&lt;p&gt;(อย่าคิดว่า ประชาชนที่อยู่นอกกรุงเทพฯ จะใช้ไม่เป็นนะคะ นั่นคือความประมาทอันแท้จริงเพราะท่านไม่ได้สำรวจอะไรเลย)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เมื่อ ประชาชนมีความเป็นส่วนตัว ไม่ต้องออกไปแสดงให้คนทราบว่า ตนเองสังกัดพรรคไหน   (เพื่อความปลอดภัยของตนเอง), กำลังคิดอะไรอยู่ หรือ จะเลือกพรรคไหนดี   เป็นเรื่องที่น่ากลัวมากสำหรับพรรคการเมืองที่ชอบหว่านเงินซื้อเสียงหรือ  พรรคใหญ่โตของฝ่ายอำมาตย์  (แม้กระทั่งพรรคเพื่อไทยเอง ก็ควรจะ "หนาว"   ด้วย) เพราะเรื่องนี้ คือ "คลื่นใต้น้ำ" อันแท้จริงที่ทุกๆ   ฝ่ายไม่สามารถคาดคะเนได้ว่า จิตใจของประชาชน   กำลังจะกาหรือลงคะแนนให้กับพรรคการเมืองใดบ้าง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ความปลอดภัยกับชีวิต และทรัพย์สินของตัวผู้สมัครย่อมมีมากขึ้น  อาจจะออกไปปราศรัยอย่างพอสมควร  แต่สามารถใช้ระบบ online และ virtual  meeting  นี้เข้าถึงประชาชนได้มากขึ้นโดยตรง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เรื่องจะเอาเงินมาหว่านหรือพูดจากล่อมผู้คนคงจะยากในการเลือกตั้งคราวหน้า และ คราวต่อๆ ไปในอนาคต&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อย่าลืมว่า เมื่อปีที่แล้ว มีสำนวน "&lt;strong&gt;&lt;span class="fbUnderline"&gt;รับเงินหมา กาเบอร์หนึ่ง&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;"  บางทีคำกล่าวแบบนี้ อาจจะย้อนกลับเข้ามาหาพรรคตัวเองได้เหมือนกัน....&lt;/p&gt;&lt;p&gt;และ ในปัจจุบัน ประชาชน 99% เขาได้เลือกข้างไปเรียบร้อยแล้วว่า เขาอยู่ฝ่ายไหน   สีไหน ฐานเสียงไม่เปลี่ยนแปลงแน่ ถ้ายังมีการสาดโคลนโจมตีตัวบุคคลกันอยู่   แทนที่จะเสนอนโยบายแบบสร้างสรรค์ ประชาชนก็คงจะเอือมระอาที่จะลงคะแนนให้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เพราะ คะแนนเสียงลงไป ไม่สามารถแก้ไขอะไรจริงๆ จังๆ ได้    ถ้าต้องการเปลี่ยนคะแนนเสียงจากฐานเสียงเดิม   คุณจะต้องใช้นโยบายสร้างสรรค์ว่า   คุณสามารถทำประโยชน์อะไรให้กับประชาชนเขาได้บ้าง นโยบายคุณเป็นอย่างไร   แทนที่จะไปประชดว่า "ไอ้พรรคนี้มันรับเงินนายใหญ่จากที่่นั่นที่นี่"   ถ้าเป็นจริง คุณก็น่าจะยื่นเรื่องฟ้อง แต่ถ้าไม่เป็นจริง   คุณก็ไม่ได้สร้างอะไรให้เป็นชิ้นเป็นอันกับประชาชนเขาได้เลย...&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำหรับ ตอนนี้ มันอยู่ที่ตัวของท่านเองว่า   ท่านมีความเชื่อมั่นในขบวนรถไฟสายนี้ขนาดไหน หรือว่า   น่าจะลองขึ้นขบวนรถไฟที่สนับสนุนการดำเนินการของทางฝ่ายนิติราษฎร์เขาบ้าง   เพราะขบวนที่ท่านโดยสารอยู่ในขณะนี้  มันดูเหมือนกับว่า   เขาไม่ต้องการจอดส่งผู้โดยสารที่สถานีจังหวัดเชียงใหม่   แต่กำลังพาท่านไปสู่จุดหมายอันแท้จริงซึ่งอยู่ประมาณ 4 กิโลเมตรเศษๆ   จากวัดพระธาตุดอยสุเทพฯ ต่างหาก....&lt;/p&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5135425816290860163-5849972127239371653?l=downmerngnews.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5135425816290860163/posts/default/5849972127239371653'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5135425816290860163/posts/default/5849972127239371653'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://downmerngnews.blogspot.com/2012/01/blog-post_29.html' title='บทความวิเคราะห์: การปลอบใจตนเอง กับคำว่า &quot;ลับ ลวง พราง&quot;'/><author><name>downmerng</name><uri>http://www.blogger.com/profile/14601586173795367918</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5135425816290860163.post-4444534960988814535</id><published>2012-01-28T13:51:00.001+07:00</published><updated>2012-01-28T13:51:25.683+07:00</updated><title type='text'>มังกรไฟ</title><content type='html'>ที่มา &lt;a href="http://manaotoon.blogspot.com/2012/01/blog-post_28.html" target="_new"&gt;การ์ตูนมะนาว&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://4.bp.blogspot.com/-V-nCzjVD2v4/TyNhrNqOCsI/AAAAAAAACF8/xoXir82BDr0/s1600/%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25A3%25E0%25B9%2584%25E0%25B8%259F01.jpg"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 400px; height: 400px;" src="http://4.bp.blogspot.com/-V-nCzjVD2v4/TyNhrNqOCsI/AAAAAAAACF8/xoXir82BDr0/s400/%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25A3%25E0%25B9%2584%25E0%25B8%259F01.jpg" alt="" id="BLOGGER_PHOTO_ID_5702508948210191042" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/-FMfE_ZEvkYM/TyNhqgmaycI/AAAAAAAACF0/Yt09G-Pg2_A/s1600/%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25A3%25E0%25B9%2584%25E0%25B8%259F02.jpg"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 400px; height: 400px;" src="http://2.bp.blogspot.com/-FMfE_ZEvkYM/TyNhqgmaycI/AAAAAAAACF0/Yt09G-Pg2_A/s400/%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25A3%25E0%25B9%2584%25E0%25B8%259F02.jpg" alt="" id="BLOGGER_PHOTO_ID_5702508936114653634" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://1.bp.blogspot.com/-lkiSN8rR8fU/TyNhqSy2qMI/AAAAAAAACFk/lTgPpIJSa9c/s1600/%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25A3%25E0%25B9%2584%25E0%25B8%259F03.jpg"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 400px; height: 400px;" src="http://1.bp.blogspot.com/-lkiSN8rR8fU/TyNhqSy2qMI/AAAAAAAACFk/lTgPpIJSa9c/s400/%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25A3%25E0%25B9%2584%25E0%25B8%259F03.jpg" alt="" id="BLOGGER_PHOTO_ID_5702508932408715458" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5135425816290860163-4444534960988814535?l=downmerngnews.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5135425816290860163/posts/default/4444534960988814535'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5135425816290860163/posts/default/4444534960988814535'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://downmerngnews.blogspot.com/2012/01/blog-post_2364.html' title='มังกรไฟ'/><author><name>downmerng</name><uri>http://www.blogger.com/profile/14601586173795367918</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://4.bp.blogspot.com/-V-nCzjVD2v4/TyNhrNqOCsI/AAAAAAAACF8/xoXir82BDr0/s72-c/%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25A3%25E0%25B9%2584%25E0%25B8%259F01.jpg' height='72' width='72'/></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5135425816290860163.post-8363783734485713433</id><published>2012-01-28T12:55:00.002+07:00</published><updated>2012-01-28T12:56:14.571+07:00</updated><title type='text'>รู้เขารู้เรา สุนัย สุทิน 27-1-2012</title><content type='html'>ที่มา &lt;a href="http://www.tfn5.info/board/index.php?topic=34361" target="_new"&gt;thaifreenews&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดย &lt;b&gt;&lt;a href="http://www.tfn5.info/board/index.php?action=profile;u=3613" title="ดูรายละเอียดของ bozo"&gt;bozo&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/b&gt;&lt;span style="line-height: 1.3em;font-size:130%;" &gt;กาแฟ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;object style="height: 390px; width: 640px"&gt;&lt;param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/RCHIRW9zdWo?version=3&amp;amp;feature=player_embedded"&gt;&lt;param name="allowFullScreen" value="true"&gt;&lt;param name="allowScriptAccess" value="always"&gt;&lt;embed src="http://www.youtube.com/v/RCHIRW9zdWo?version=3&amp;amp;feature=player_embedded" type="application/x-shockwave-flash" allowfullscreen="true" allowscriptaccess="always" width="640" height="360"&gt;&lt;/embed&gt;&lt;/object&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="line-height: 1.3em;font-size:130%;" &gt;&lt;a href="http://speedhorse.blogsite.org/read.php?tid=1055" target="_blank"&gt;http://speedhorse.blogsite.org/read.php?tid=1055&lt;/a&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5135425816290860163-8363783734485713433?l=downmerngnews.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5135425816290860163/posts/default/8363783734485713433'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5135425816290860163/posts/default/8363783734485713433'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://downmerngnews.blogspot.com/2012/01/27-1-2012.html' title='รู้เขารู้เรา สุนัย สุทิน 27-1-2012'/><author><name>downmerng</name><uri>http://www.blogger.com/profile/14601586173795367918</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5135425816290860163.post-6111447992724978053</id><published>2012-01-28T12:55:00.001+07:00</published><updated>2012-01-28T12:55:24.828+07:00</updated><title type='text'>โหนนน เจ้าาาา จนตรอก บิดเบือนนิติราษฎร์ หวังปิดประเทศ</title><content type='html'>ที่มา &lt;a href="http://www.tfn5.info/board/index.php?topic=34363" target="_new"&gt;thaifreenews&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดย &lt;b&gt;&lt;a href="http://www.tfn5.info/board/index.php?action=profile;u=3450" title="ดูรายละเอียดของ NuDang"&gt;NuDang&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/b&gt;&lt;span style="font-size: 15pt; line-height: 1.3em;"&gt;เปิดตำราการเมืองเล่น&lt;br /&gt;สูตรสำเร็จ ประวัติศาสตร์การเมืองไทย&lt;br /&gt;แอบอิงสถาบันกษัตริย์ แย่งชิงอำนาจการเมือง&lt;br /&gt;หวังเพื่อทำลายล้างศัตรู จากบารมีของกษัตริย์&lt;br /&gt;ผิดเจตนา ที่กษัตริย์ได้...มอบอำนาจการปกครองให้ประชาชน&lt;br /&gt;แต่คนโหนเจ้า...ก็ได้ใช้บารมีหยิบอำนาจนั้นไว้กับตัวเอง&lt;br /&gt;ใช้ทหารเป็นเครื่องมือ เพราะมีอาวุธปืน ระเบิด รถถัง&lt;br /&gt;ใช่ว่าเหตุเกิดมาครั้งเดียว...แต่เกิดมาซ้ำหลายครั้ง&lt;br /&gt;ไม่ว่าจะเป็น หญิง ชาย เด็ก สตรี นักศึกษา หากขัดขืน&lt;br /&gt;ล้วนโดนกำจัดให้หายชีวิต ไม่ต้องมีใครมารับผิดชอบ&lt;br /&gt;................................&lt;br /&gt;ผบ.ทบ. นายประยุทธ  คาดหวังอะไร ?&lt;br /&gt;กับการจ้อไมค์ออกทีวี  .......กล่าวหานิติราษฎร์ ไม่จงรักภักดี&lt;br /&gt;เขาไม่รู้ใช่ไหม ว่าการใช้วิธีดังกล่าวจะเกิดผลอย่างไรตามมา&lt;br /&gt;หรือกำลังขาดสติ ใช้อารมณ์ มากกว่าหาเหตุผล จากหน่วยงานข่าวกรอง&lt;br /&gt;ที่ตัวเองสามารถ กรองข่าว ตรวจสอบ ให้ชัดเจนก่อน ที่จะจ้อข่าว&lt;br /&gt;หรือตั้งใจพูดแบบนั้น&lt;br /&gt;เพื่อให้ผมเข้าใจว่า ท่านต้องการปลุกระดม “คนไทยฆ่าคนไทย” อีกครั้ง&lt;br /&gt;เพื่อท่าน ผบ.ทบ. จะได้ปิดประเทศ ใช้กำลังทหาร ออกมาควบคุมสถานะการณ์&lt;br /&gt;เพื่อเอาอำนาจการปกครองไว้กับตัวเอง...ด้วยเหตุผล รัฐบาลไม่สามารถควบคุมความสงบได้&lt;br /&gt;เข้าตำรา โหนเจ้า เล่มเดิม  ของแท้&lt;br /&gt;...............&lt;br /&gt;กลุ่มนิติราษฎร์  จึงถูกบิดเบือนเจตนา&lt;br /&gt;จากต้องการปกป้องสถาบัน เพื่อไม่ให้นักการเมือง&lt;br /&gt;เอามาเป็นเครื่องมือ หลังจากเกิดเหตุการเดิมๆ&lt;br /&gt;ที่กลุ่มโหนเจ้าชอบใช้ มาตรา 112 เล่นงานทางการเมือง&lt;br /&gt;ออกมาให้ข่าวเฉพาะบางส่วน  ที่ทำกระทบต่อจิตใจของคนไทย&lt;br /&gt;ด้วยการถามหาความจงรักภักดี&lt;br /&gt;แต่ไม่ได้ยกเหตุผล ที่มา ที่ไป ของเจตนา ของนิติราษฎร์&lt;br /&gt;กลับยกประเด็น ชี้นำ  จากปากของ ตัวเอง จากความคิดของตัวเอง&lt;br /&gt;เพื่อให้กลุ่มนิติราษฎร์ กำลังล้มเจ้า......&lt;br /&gt;แต่ถ้าสังเกตให้ชัดเจน จะพบว่า&lt;br /&gt;ผบ.ทบ.  พูดยอมรับเองว่า  ไม่มีปัญญาทำอะไร นิติราษฎร์&lt;br /&gt;เพราะนิติราฎร์ทำตามกฏหมาย อยู่ในกรอบของกฎหมาย&lt;br /&gt;สามารถเคลื่อนไหวได้.........&lt;br /&gt;&lt;span style="color: red;"&gt;ถ้านิติราษฎร์ อยากจะล้มเจ้าจริง ทำไมถึงจะเล่นงานทางกฎหมายไม่ได้ จริงไหม ?&lt;br /&gt;แสดงว่ามีทหารเลวต้องการ  “ปิดประเทศ” จริงๆ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;..................................&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5135425816290860163-6111447992724978053?l=downmerngnews.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5135425816290860163/posts/default/6111447992724978053'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5135425816290860163/posts/default/6111447992724978053'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://downmerngnews.blogspot.com/2012/01/blog-post_3920.html' title='โหนนน เจ้าาาา จนตรอก บิดเบือนนิติราษฎร์ หวังปิดประเทศ'/><author><name>downmerng</name><uri>http://www.blogger.com/profile/14601586173795367918</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5135425816290860163.post-2948839875446156838</id><published>2012-01-28T12:54:00.001+07:00</published><updated>2012-01-28T12:54:57.917+07:00</updated><title type='text'>นิติราษฏร์ต้องได้รับเสรีภาพทางวิชาการ การกล่าวหาว่านิติราษฏร์เป็นนิติเรด เป็นเรื่องน่า</title><content type='html'>ที่มา &lt;a href="http://www.tfn5.info/board/index.php?topic=34364" target="_new"&gt;thaifreenews&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดย &lt;b&gt;&lt;a href="http://www.tfn5.info/board/index.php?action=profile;u=129" title="ดูรายละเอียดของ PKT"&gt;PKT&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/b&gt;ถ้าได้ฟังอาจารย์วรเจตน์มาตั้งแต่ต้น  อาจารย์ท่านแสดงเจตน์จำนงค์จะนำเสนอแนวทางการเคลื่อนไหวของนิติราษฏร์ในทาง วิชาการ ไม่ใช่การเมือง ในทางวิชาการแล้ว  จำนวนคนไม่สำคัญเท่าประเด็นเนื้อหาที่กำลังเสนอ   และในทางวิชาการจะปฏิเสธแนวคิดที่แตกต่างหรือข้อถกเถียง ข้อโต้แย้ง  ด้วยเหตุผลจากฝ่ายตรงข้ามไม่ได้ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข้อเสนอของนิติราษฏร์ ไม่ใช่คัมภีร์ ที่ห้ามโต้แย้ง หรือ ตั้งคำถาม &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่น่าเสียดายอย่างยิ่งที่ฝ่ายที่คิดเห็นตรงข้ามกับนิติราษฏร์กลับใช้วิธีเยี่ยงอันธพาล ข่มขู่ คุกคามแทน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ประ เทศใหนที่มีการคุกคามนักวิชาการ ก็จบเห่ ครับ  คือคุณข่มขู่คุกคามนักการเมืองก็ยังพอทำเนาเพราะนักการเมืองเป็นบุคคล สาธารณะ จำเป็นต้องยอมรับ และอดทนต่อการคุกคามอยู่แล้ว    แต่นักวิชาการนั้นไม่ใช่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นักวิชาการนั้นต้องมีเสรีภาพในการคิดและ นำเสนอความคิด  การข่มขู่นักวิชาการไม่ว่าจากฝ่ายใหน  จะเป็นการแสดงความอับปัญญาและด้อยพัฒนาของของประเทศนั้น  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ใน ทางกลับกัน การพยายามดึงเอานักวิชาการ ลากเอานักวิชาการ ประเด็นทางวิชาการ  เข้ามาสนับสนุนประเด็นทางการเมือง ต้องทำด้วยความระมัดระวัง  โดยไม่ทำลายความเป็นกลางทางวิชาการลงไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เราต้องไม่ดราม่า  แต่นำมาพิจารณาถกเถียงกันด้วยเหตุผล กระบวนการแก้ไขมาตรา112  จึงจะสามารถดำเนินการไปได้ ถ้าเขาดราม่ามา เราดราม่ากลับ   กระบวนการนี้ก็จบเห่ เข้าทางเขา และจะไปไม่ถึงใหน (มองกันออกเนอะ)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การ บริหารความขัดแย้งนั้น ไม่ใช่เราจะเอาชนะเขาลูกเดียว  ทำตามแต่ใจเรา  โดยไม่คำนึงถึงใจเขา เราต้องลดความขัดแย้งลง  ยิ่งบอกว่าตัวเองตาสว่าง  มีความเข้าใจในเรื่องต่างๆดี  เรายิ่งต้องเมตตาบรรดาผู้ยังมืดบอดให้มาก   เหมือนครูผู้รู้ แม้นักเรียนจะดื้อสักเพียงใด  เราก็ต้องหาวิธีบอกกล่าวเล่าคุยกัน  ไม่ใช่สอนไม่ฟัง พูดไม่ฟัง  ไล่ออกจากโรงเรียนโลด อย่างนี้ไปเจอกันนอกโรงเรียนก็ตัวใครตัวมัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นิ ติราษฏร์ตอนเริ่มต้นดีแล้ว   ระวังอย่าให้ใครเอาสีใดๆไปป้ายให้อาจารย์ทั้งหลาย  นิติราษฏร์ต้อง สีใส  มองเห็นได้ว่าไม่ได้ซ่อนอะไรไว้ นอกจากความหวังดีต่อชาติ  ประเด็นที่นิติราษฏร์นำเสนอ จึงจะสามารถส่งไปถึงทุกคนในประเทศนี้ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พึงเอาชนะความโกรธด้วยเมตตา&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5135425816290860163-2948839875446156838?l=downmerngnews.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5135425816290860163/posts/default/2948839875446156838'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5135425816290860163/posts/default/2948839875446156838'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://downmerngnews.blogspot.com/2012/01/blog-post_1975.html' title='นิติราษฏร์ต้องได้รับเสรีภาพทางวิชาการ การกล่าวหาว่านิติราษฏร์เป็นนิติเรด เป็นเรื่องน่า'/><author><name>downmerng</name><uri>http://www.blogger.com/profile/14601586173795367918</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5135425816290860163.post-4953535139114230759</id><published>2012-01-28T12:30:00.003+07:00</published><updated>2012-01-28T12:30:48.640+07:00</updated><title type='text'>"ไชยวัฒน์ สินสุวงศ์" นำเผาหุ่น "วรเจตน์" หน้า มธ.</title><content type='html'>ที่มา &lt;a href="http://www.prachatai.com/journal/2012/01/38976" target="_new"&gt;ประชาไท&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;p&gt;ไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ - บรรณวิทย์ เก่งเรียน  พร้อมกลุ่มผู้สนับสนุนได้นำหุ่นฟางคล้ายวรเจตน์ ภาคีรัตน์  ไปเผาหน้าทางเข้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร๋ พร้อมยื่นรายชื่อ 53,948 รายชื่อ  ขออำนาจตุลาการเข้ารับผิดชอบในการหยุดยั้งการทำลายชาติ  เพื่อความมั่นคงปลอดภัยแห่งราชอาณาจักรไทย&lt;/p&gt; &lt;p class="rtecenter"&gt;&lt;img alt="" src="http://farm8.staticflickr.com/7002/6772057149_5a1f818cd8.jpg" align="absMiddle" /&gt;&lt;/p&gt; &lt;p class="rtecenter"&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255); "&gt;(ที่มาของภาพ: เฟซบุคกลุ่มคนไทยรวมพลังปกป้อง กม.อาญา มาตรา 112)&lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p&gt;เมื่อวานนี้ (27 ม.ค.) นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ และ พลเรือเอก บรรณวิทย์  เก่งเรียน กลุ่มแนวร่วมคนไทยหัวใจรักชาติ ได้นำหุ่นคล้ายนายวรเจตน์  ภาคีรัตน์ อาจารย์คณะนิติศาสตร์  มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ไปเผาบริเวณหน้าประตูทางเข้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  หลังจากนั้น ได้นำรายชื่อประชาชน 53,948 รายชื่อ  ขออำนาจตุลาการเข้ารับผิดชอบในการหยุดยั้งการทำลายชาติ  เพื่อความมั่นคงปลอดภัยแห่งราชอาณาจักรไทย โดยมี นางพรพิมล จิระศิริโรจน์  ผอ.ศาลฎีกา เป็นตัวแทนมารับรายชื่อบริเวณหน้าศาลฎีกา สนามหลวง&lt;/p&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5135425816290860163-4953535139114230759?l=downmerngnews.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5135425816290860163/posts/default/4953535139114230759'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5135425816290860163/posts/default/4953535139114230759'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://downmerngnews.blogspot.com/2012/01/blog-post_1979.html' title='&quot;ไชยวัฒน์ สินสุวงศ์&quot; นำเผาหุ่น &quot;วรเจตน์&quot; หน้า มธ.'/><author><name>downmerng</name><uri>http://www.blogger.com/profile/14601586173795367918</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5135425816290860163.post-3458409115632703788</id><published>2012-01-28T12:30:00.001+07:00</published><updated>2012-01-28T12:30:26.099+07:00</updated><title type='text'>‘ไทยพลัดถิ่น’ บุก ‘รัฐสภา’ ซ้ำ จี้หยุดพลิก ‘ร่างพ.ร.บ.สัญชาติ’</title><content type='html'>ที่มา &lt;a href="http://www.prachatai.com/journal/2012/01/38977" target="_new"&gt;ประชาไท&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div class="field field-type-text field-field-byline"&gt;     &lt;div class="field-items"&gt;             &lt;div class="field-item odd"&gt;                     &lt;p&gt;ปรัชญเกียรติ ว่าโร๊ะ&lt;br /&gt;โรงเรียนนักข่าวชายแดนใต้ ศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ (DSJ)&lt;/p&gt;         &lt;/div&gt;         &lt;/div&gt; &lt;/div&gt; &lt;p&gt; &lt;/p&gt; &lt;p class="rtecenter"&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255); "&gt;&lt;img alt="" src="http://www.prachatai.com/sites/default/files/u15/DSC00262.JPG" width="600" align="absMiddle" height="450" /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p class="rtecenter"&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255); "&gt;ภควิน แสงคง (ใส่หมวก)&lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p&gt;นายภควิน แสงคง  ที่ปรึกษาเครือข่ายการแก้ปัญหาคืนสัญชาติคนไทยจังหวัดระนองและจังหวัดประจวบ  คีรีขันธ์ แกนนำเครือข่ายไทยพลัดถิ่น เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 28 – 30  มกราคม 2555 เครือข่ายคนไทยพลัดถิ่นพร้อมเครือข่ายภาคี  จะชุมนุมที่หน้ารัฐสภา  เพื่อติดตามการประชุมพิจารณาร่างพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่…) พ.ศ.  ….ของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่...)  พุทธศักราช …… ในวันที่ 30 มกราคม 2555 นี้&lt;/p&gt; &lt;p&gt;นายภควิน เปิดเผยอีกว่า เหตุที่เครือข่ายไทยพลัดถิ่นออกมาชุมนุมอีกครั้ง  สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 17 มกราคม 2555  คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่…) พ.ศ.  ….ได้ประชุมและมีมติตัดมาตรา มาตรา 7/1 ออก และมีการเพิ่มข้อความ  “คณะรัฐมนตรีกำหนดก่อนวันที่พระราชบัญญัติสัญชาติจะมีผลบังคับใช้”  ต่อท้ายในมาตรา 3  โดยยืนตามมติเดิมในระหว่างพิจารณาร่างพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่…) พ.ศ.  ….วุฒิสภา เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2555&lt;/p&gt; &lt;p&gt;นายภควิน เปิดเผยด้วยว่า  จากการที่ตนและเครือข่ายไทยพลัดถิ่นไปศึกษาพบว่า แม้มีการตัดมาตรา 7/1 ออก  แต่การเพิ่มข้อความ  “การสำรวจจัดทำทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎรภายใต้หลักเกณฑ์และ  เงื่อนไขที่คณะรัฐมนตรีกำหนด  ก่อนวันที่พระราชบัญญัติสัญชาติจะมีผลบังคับใช้” ต่อท้ายในมาตรา 3  ค่าออกมาก็เท่ากับไม่ตัดมาตรา 7/1 ทิ้งแต่อย่างใดเลย  จะทำให้คนไทยพลัดถิ่นถึง 80% ไม่มีสิทธิได้สัญชาติไทยตลอดไป&lt;/p&gt; &lt;p&gt;นายภควิน เปิดเผยอีกด้วยว่า  ตนและเครือข่ายไทยพลัดถิ่นต้องการให้คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราช บัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่...) พุทธศักราช ……วุฒิสภา นำมาตรา 3  ของร่างพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่…) พ.ศ. ….ที่คณะรัฐมนตรี  และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้เสนอ ที่มีข้อความต่อท้ายว่า  “การสำรวจจัดทำทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎรภายใต้หลักเกณฑ์และ  เงื่อนไขที่คณะรัฐมนตรีกำหนด  หรือเป็นผู้ซึ่งมีลักษณะอื่นทำนองเดียวกันตามที่กำหนดในกฏกระทรวง” &lt;/p&gt; &lt;p&gt;นายภควิน เปิดเผยอีกว่า  ตนและเครือข่ายไทยพลัดถิ่นจะเข้าเจรจากับคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่…) พ.ศ. …. ถ้าหากว่าคณะกรรมาธิการฯ  ไม่รับฟังสิ่งที่ตนและเครือข่ายไทยพลัดถิ่นพยายามเรียกร้อง  ก็จะมีการชุมนุมยืดเยื้อไปจนกระทั่งถึงวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2555  ซึ่งคณะกรรมาธิการฯประชุมพิจารณาร่างพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่…) พ.ศ.  ….อีกครั้ง&lt;/p&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5135425816290860163-3458409115632703788?l=downmerngnews.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5135425816290860163/posts/default/3458409115632703788'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5135425816290860163/posts/default/3458409115632703788'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://downmerngnews.blogspot.com/2012/01/blog-post_7152.html' title='‘ไทยพลัดถิ่น’ บุก ‘รัฐสภา’ ซ้ำ จี้หยุดพลิก ‘ร่างพ.ร.บ.สัญชาติ’'/><author><name>downmerng</name><uri>http://www.blogger.com/profile/14601586173795367918</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5135425816290860163.post-631886375230185432</id><published>2012-01-28T12:29:00.004+07:00</published><updated>2012-01-28T12:30:02.964+07:00</updated><title type='text'>“อเนก” ชี้อุปสรรคกระจายอำนาจหากยังคิดในกรอบรัฐเดียว</title><content type='html'>ที่มา &lt;a href="http://www.prachatai.com/journal/2012/01/38974" target="_new"&gt;ประชาไท&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;p class="rtecenter"&gt;&lt;img alt="" src="http://www.prachatai.com/sites/default/files/u15/anek.JPG" width="400" align="absMiddle" height="300" /&gt;&lt;/p&gt; &lt;p class="rtecenter"&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 255); "&gt;เอนก เหล่าธรรมทัศน์&lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p&gt;เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 27 มกราคม 2555 ที่ห้องศาสตราจารย์ทวีแรงขำ  (ร. 103) คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คณะรัฐศาสตร์  มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมกับสำนักงานโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP)  จัดสัมมนาระดมความเห็นเรื่อง “คลื่นลูกที่สองของการกระจายอำนาจ : บริบทใหม่  ความจำเพาะของพื้นที่  และการเคลื่อนไหวเพื่อจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ”  มีนักวิชาการจากสถาบันต่างๆ ทั่งประเทศเข้าประมาณ 100 คน &lt;/p&gt; &lt;p&gt;ศาสตราจารย์(พิเศษ)ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์  คณบดีวิทยาลัยบริหารรัฐกิจและรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต  กล่าวในการปาฐกถาพิเศษเรื่อง “การกระจายอำนาจ คือ การคืนอำนาจให้ประชาชน  ชุมชนและท้องถิ่น” ว่า การกระจายอำนาจในรูปของการปกครองท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ   หากยังคิดในกรอบความเป็นรัฐเดียวแบบรวมศูนย์และผูกขาดอำนาจอธิปัตย์จะทำได้ ยาก เพราะอำนาจยังอยู่ที่รัฐบาล  ส่วนกระทรวงทบวงกรมมุ่งสร้างความเป็นเลิศเฉพาะทาง  แต่มีความรู้เรื่องพื้นที่น้อยมาก  ต่างจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีความรู้เรื่องพื้นที่อย่างดี&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ศาสตราจารย์(พิเศษ)ดร.เอนก กล่าวอีกว่า แต่ละพื้นที่มีความแตกต่างกัน  แต่กรอบความคิดเอกกะนิยม คือการทุกอย่างต้องเหมือนกันทั้งหมด  ได้ทำลายความสวยงามที่หลากหลายไป จริงๆ แล้วควรเป็นพหุรัฐ  ถ้าเป็นเป็นพหุนิยมมากขึ้น ก็จะเห็นความงามที่แตกต่างได้  ไม่ใช่มีเพียงมาตรฐานเดียว  &lt;/p&gt; &lt;p&gt;ศาสตราจารย์(พิเศษ)ดร.เอนก กล่าวว่า จริงๆ แล้ว  รัฐธรรมนูญแก้ไขได้ทุกมาตรา แต่ที่ผ่านมาทั้งทหาร นักวิชาการ นักปฏิรูป  อำมาตย์ ไพร่ ก็ยังคิดไม่พ้นกรอบเดิม คือ รัฐรวมศูนย์อำนาจ ผูกขาดอธิปไตย  และยิ่งรวมศูนย์อำนาจ นายกรัฐมนตรีก็จะถูกเรียกร้องให้ทำเรื่องเล็กลง&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ศาสตราจาย์ดร.จรัส สุวรรณมาลา คณบดีคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  กล่าวในการสัมมนาเรื่อง“บริบทใหม่ ความเคลื่อนไหวใหม่  กับคลื่นลูกที่สองของการกระจายอำนาจ” ว่า  ต้องให้องค์กรปกครองท้องถิ่นใหญ่ขึ้น  มากกว่าองค์การบริหารส่วนตำบลหรือเทศบาล โดยให้มีอำนาจทางการคลังมากขึ้น  เช่น เก็บภาษี โดยอาจรวมเป็นกลุ่มจังหวัด&lt;/p&gt; ศาสตราจาย์ดร.จรัส ยังได้นำเสนอบทความทางวิชาการเรื่อง  ท้องถิ่นพิเศษกับแนวคิดจังหวัดปกครองตนเอง โดยระบุว่า  ขณะนี้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีความอ่อนแอลง  เพราะไม่มีแรงจูงใจที่พึ่งตนเองทางการคลัง เรียกว่าเป็น โรคเฮมิลตัน  พาราด็อก เพราะมัวแต่พึ่งพาการช่วยเหลือจากรัฐ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5135425816290860163-631886375230185432?l=downmerngnews.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5135425816290860163/posts/default/631886375230185432'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5135425816290860163/posts/default/631886375230185432'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://downmerngnews.blogspot.com/2012/01/blog-post_7558.html' title='“อเนก” ชี้อุปสรรคกระจายอำนาจหากยังคิดในกรอบรัฐเดียว'/><author><name>downmerng</name><uri>http://www.blogger.com/profile/14601586173795367918</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5135425816290860163.post-7397322085827800718</id><published>2012-01-28T12:29:00.003+07:00</published><updated>2012-01-28T12:29:40.286+07:00</updated><title type='text'>เด็กไร้รัฐได้ปล่อยตัวจากสถานกักกันตรวจคนเข้าเมืองกรุงเทพฯ ครั้งแรกในไทย</title><content type='html'>ที่มา &lt;a href="http://www.prachatai.com/journal/2012/01/38972" target="_new"&gt;ประชาไท&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;p&gt; (27 ก.พ.55) ที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทย  มีการแถลงข่าวกรณีการให้ความช่วยเหลือประกันตัวเด็กไร้รัฐ 2  คนพร้อมด้วยแม่ของเด็ก และหญิงชาวเวียดนาม 1 คน  ด้วยความร่วมมือระหว่างคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ  และมูลนิธิไทยเพื่อคนมีปัญหาสิทธิและสถานะบุคคล&lt;/p&gt; &lt;p&gt;อมรา พงศาพิชญ์ ประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวว่า  เช้าวันนี้ วัน หญิงชาวเวียดนามวัย 32 ปี พร้อมด้วยลูกชายวัย 11  ปี-ลูกสาววัย 13 ปีซึ่งถูกจัดเป็นคนไร้รัฐ และโรซิน หญิงเวียดนามวัย 27 ปี  ได้รับการปล่อยตัวจากสถานกักกันตรวจคนเข้าเมืองกรุงเทพฯ ซอยสวนพลู  หลังถูกจับกุมที่เชียงใหม่ และถูกกักอยู่ที่สถานกักกันนาน 1 ปี 6 เดือน  โดยทั้งหมดได้รับการประกันตัวด้วยวงเงินคนละ 50,000 บาท  ด้วยเงินจากกองทุนเพื่ออิสรภาพของผู้ลี้ภัยและคนไร้สัญชาติของมูลนิธิเพื่อ คนมีปัญหาสิทธิและสถานะบุคคล โดยจากนี้ พวกเขาจะต้องรายงานตัวทุก 30 วัน  และรอการพิจารณาของสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR)  เพื่อขอลี้ภัยไปยังประเทศที่สาม&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ทั้งนี้ ต่อข้อวิจารณ์ว่าไม่สามารถติดต่อ UNHCR  ได้ในระหว่างถูกกักตัวนั้น อมรา ระบุว่าจะพยายามประสานงานกับ ตม.  เพื่อขอให้พวกเขาเข้าถึงองค์กรภาคประชาสังคม รวมถึง UNHCR  เพื่อขอความช่วยเหลือด้วย&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ระหว่างการประกันตัวนี้  เด็กทั้งสองคนจะได้รับทุนการศึกษาจากโรงเรียนเซนต์แอนดรูส์ แอนนี ฮันเซน  ผู้อำนวยการฝ่ายรับสมัครและการตลาดของโรงเรียนนานาชาติเซนต์แอนดรูส์  ระบุว่า ระหว่างที่พวกเขายังอยู่ในประเทศไทย  ก็จะได้รับการสนับสนุนด้านการศึกษา&lt;/p&gt; &lt;p&gt;วีรวิชญ์ เธียรชัยนันท์  ผู้อำนวยการบริหารมูลนิธิไทยเพื่อคนมีปัญหาสิทธิและสถานะบุคคล ระบุว่า  จากนี้พวกเขาจะอยู่ในความดูแลของมูลนิธิ  โดยจะมีทีมงานดูแลเรื่องความปลอดภัยและทำความเข้าใจกับตำรวจในพื้นที่และ หน่วยงานรัฐอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt; &lt;p&gt;วันและโรซิน กล่าวตรงกันว่า ต้องการความช่วยเหลือจาก UNHCR  ในการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ลี้ภัย เพื่อเดินทางไปยังประเทศที่สาม  เนื่องจากไม่สามารถกลับไปบ้านได้อีก  โดยโรซินเล่าถึงสาเหตุที่เธอต้องหนีเข้ามาที่ประเทศไทยว่า  เป็นเพราะครอบครัวของเธอทำงานกับสหรัฐอเมริกา ช่วงสงครามเวียดนาม  ทำให้เธอเป็นที่จับตาของหน่วยงานความมั่นคง  อีกทั้งเธอยังนับถือศาสนาคริสต์ซึ่งไม่เป็นที่ชื่นชอบของรัฐบาล&lt;/p&gt; &lt;p&gt;เกศริน เตียวสกุล ผอ.กลุ่มงานตรวจสอบเรื่องร้องเรียน 1  สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษชนแห่งชาติ กล่าวว่า  สถานกักกันมีความเป็นอยู่ที่แออัดมาก ผู้ถูกกักตัวมีโอกาสเจอแสงแดดเพียง 1  วันต่อสัปดาห์ บางครั้งได้ออกมาเจอแดดตอนเที่ยงซึ่งร้อนมาก  โดยปัจจุบันมีเด็กในสถานกักกันราว 50 คน ทั้งนี้ เนื่องจากมองว่า  เด็กไม่ใช่อาชญากรรม แต่กลับถูกขังโดยไม่มีกำหนด ขณะนี้  คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนฯ พยายามจะเจรจากับ ตม.  เพื่อขอให้ย้ายเด็กเหล่านี้ไปอยู่ในสถานที่ควบคุมของกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์แทน&lt;/p&gt; &lt;p&gt;วีรวิชญ์ กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ลี้ภัยจากพม่าราว 140,000 คนใน  9 ค่าย 4 จังหวัดคือ ตาก แม่ฮ่องสอน กาญจนบุรี และราชบุรี  ขณะที่ในเมืองมีผู้ลี้ภัยเกือบ 3,000 คนจาก 30 ประเทศ อาทิ ศรีลังกา  ปากีสถาน เกาหลีเหนือ คองโก โซมาเลีย  แบ่งเป็นผู้ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ลี้ภัยราว 900 คน  ส่วนที่เหลืออีก 2,000 กว่าคนอยู่ระหว่างการพิจารณา&lt;/p&gt; &lt;p&gt;วีรวิชญ์ กล่าวด้วยว่า  จากการที่ประเทศไทยยังไม่ให้สัตยาบันในสนธิสัญญาเรื่องผู้ลี้ภัยฉบับ ค.ศ.  1951 ทำให้การจัดการเรื่องผู้ลี้ภัยเป็นไปด้วยความยากลำบาก  เพราะไม่มีมาตรฐานทางกฎหมาย ทั้งนี้  มีข้อมูลว่าในประเทศที่เป็นภาคีอนุสัญญาดังกล่าว  จำนวนผู้หลบหนีเข้าเมืองลดลง  เพราะมีกระบวนการทางกฎหมายและกรอบเวลาการทำงานที่ชัดเจน  มีเกณฑ์การพิจารณาที่โปร่งใสและเป็นธรรม  ผู้ที่ต้องการลี้ภัยก็สามารถแสดงตัวเพื่อเข้าสู่กระบวนการได้ทันที&lt;/p&gt; &lt;p&gt;วีรวิชญ์ กล่าวว่า ทั้งนี้  ที่ผ่านมาการช่วยเหลือบุคคลไร้รัฐทำด้วยหลักมนุษยธรรมโดยไม่มีกรอบของกฎหมาย ที่ชัดเจน  แต่การปล่อยตัวคนไร้รัฐครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่มีความพยายาม ทำให้การปล่อยตัวคนไร้รัฐเป็นไปโดยมีระบบและถูกต้องทั้งในทางปฏิบัติและตาม กฎหมาย โดยการปล่อยตัวครอบครัวดังกล่าวนี้เป็นโครงการนำร่อง  ยังมีคนไร้รัฐที่ถูกกักตัวที่จะให้การช่วยเหลือต่อไปอีก&lt;/p&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5135425816290860163-7397322085827800718?l=downmerngnews.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5135425816290860163/posts/default/7397322085827800718'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5135425816290860163/posts/default/7397322085827800718'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://downmerngnews.blogspot.com/2012/01/blog-post_2584.html' title='เด็กไร้รัฐได้ปล่อยตัวจากสถานกักกันตรวจคนเข้าเมืองกรุงเทพฯ ครั้งแรกในไทย'/><author><name>downmerng</name><uri>http://www.blogger.com/profile/14601586173795367918</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5135425816290860163.post-6253457624560340551</id><published>2012-01-28T12:29:00.001+07:00</published><updated>2012-01-28T12:29:17.270+07:00</updated><title type='text'>นักข่าวพลเมือง: จับตาผู้ว่าอุดรฯ ชงโปแตชรับ ครม.สัญจร</title><content type='html'>ที่มา &lt;a href="http://www.prachatai.com/journal/2012/01/38975" target="_new"&gt;ประชาไท&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;p&gt;หวังแซะงบสิบล้าน ครม.ยิ่งลักษณ์  อ้างเผยแพร่ประชาสัมพันธ์โครงการเหมืองแร่ เอ็นจีโอซัด  เพิ่มความขัดแย้งหนักในพื้นที่ บี้  องค์กรส่วนท้องถิ่นสร้างประชาสังคมการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง  เลิกโกหกชาวบ้าน  &lt;/p&gt; &lt;p&gt;นายสุวิทย์ กุหลาบวงษ์   เลขาธิการคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชนภาคอีสาน (กป.อพช.อีสาน)   เปิดเผยว่า การประชุม ครม.สัญจร ที่จังหวัดอุดรธานีในครั้งนี้  มีประเด็นสำคัญที่ต้องจับตามองที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวผลักดันของ โครงการเหมืองแร่โปแตชอุดรธานี  โดยทางจังหวัดอุดรธานีเตรียมชงโครงการเหมืองแร่โปแตชเข้าที่ประชุม  ครม.สัญจร เพื่อหวังงบประมาณประชาสัมพันธ์โครงการเหมืองแร่โปแตช  มาดำเนินการในพื้นที่  ในขณะที่เวลานี้ก็มีความขัดแย้งในพื้นที่มาอย่างต่อเนื่องของชาวบ้านใน พื้นที่ กับส่วนราชการจังหวัดอุดรธานี  ในเรื่องการประชาสัมพันธ์ให้ข้อมูลเพียงด้านเดียวของโครงการเหมืองแร่โป แตชมาตลอด&lt;/p&gt; &lt;p&gt;นายสุวิทย์ กล่าวว่า อุตสาหกรรมจังหวัดอุดรธานี  กำลังเตรียมทำแผนการรณรงค์ ประชาสัมพันธ์ ร่วมกับ กพร.  เพื่อเสนอให้ผู้ว่าจังหวัดในการชงเรื่องพิจารณาของบประชาสัมพันธ์ข้อมูล โครงการเหมืองแร่โปแตชในจังหวัดอุดรธานี จาก ครม.สัญจรที่จะถึงนี้  ซึ่งคงไม่ต่ำกว่าสิบล้านบาท โดยในวันพรุ่งนี้(28 ม.ค.)  จะมีการประชุมแผนพัฒนาจังหวัดอุดรธานีกับทุกหน่วยงานที่จังหวัด  ที่มีพลตำรวจเอก ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม   เป็นประธานที่ประชุม  โดยมีการหยิบยกประเด็นโปแตชเข้าหารือในที่ประชุมด้วย  ตนคิดว่าเรื่องนี้ หากจังหวัดคิดจะทำ  ควรจะทำแผนประชาสัมพันธ์ให้ข้อมูลต้องทำมา 7-8 ปี แล้ว ตามกฎหมายแร่ ปี  2545  มาตรา  88/9  ว่าด้วยการปรึกษาเบื้องต้นกับผู้มีส่วนได้เสีย    ไม่ใช่มาเสนอทำแผนประชาสัมพันธ์โครงการเอาตอนนี้ มันไม่มีความจำเป็น  แต่ที่เสนอขึ้นมาเร่งด่วนอย่างนี้ต้องการ เพียงแค่หวังงบประมาณจากการประชุม  ครม.สัญจรครั้งนี้เท่านั้น&lt;/p&gt; &lt;p&gt;“ หน้าที่ในระดับจังหวัดที่ต้องพิจารณาอย่างจริงจังคือ  ในส่วนขององค์กรส่วนปกครองท้องถิ่น อบต.กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ที่ทำประชาสังคม  ถูกต้องตามระเบียบ กฎหมายหรือไม่ เพราะที่ผ่านมา  การทำประชาสังคมไม่เคยเป็นการให้เกิดการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง  มีแต่การประชาสังคมให้ข้อมูลโกหกชาวบ้าน เป็นการให้ข้อมูลด้านเดียวอยู่ตลอด  จนเกิดความขัดแย้งในพื้นที่มาอย่างต่อเนื่อง  รวมทั้งการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมทางยุทธศาสตร์หรือ เอชอีเอ  ที่ต้องนำมาพูดถึงอย่างจริงจังไม่ใช่ กพร.ไปว่าจ้างมหาวิทยาลัยทำ  โดยให้ความสำคัญเฉพาะแต่เรื่องวิศวกรรมโดยละเลยประเด็นสำคัญคือ  ด้านสิ่งแวดล้อม และสังคม”  ” นายสุวิทย์ กล่าว   &lt;/p&gt; รายงานข่าวแจ้งว่า ก่อนหน้านี้  นายวิเชียร ขาวขำ   แกนนำเสื้อแดงจังหวัดอุดรธานี ได้พูดคุยกับคนใกล้ชิดว่า  ไม่เห็นด้วยกับโครงการเหมืองแร่โปแตชอุดรธานี  ในเรื่องผลประโยชน์ที่ได้ไม่คุ้มไม่เสีย  โดยเฉพาะประเด็นเรื่องผลประโยชน์จากค่าภาคหลวงแร่เพียงแค่ 7  เปอร์เซนต์เท่านั้น  แทนที่จะได้ 50 เปอร์เซนต์ รวมทั้งเขาระบุว่า  บริษัทต้องวางเงินประกันค่าความเสียหาย  ที่จะเกิดขึ้นให้กับชาวบ้านเท่าตัวเพราะพวกชาวบ้านจังหวัดอุดรธานีเป็นผู้ เสียสละ  และที่สำคัญพวกเขาต้องได้รับความเสียหายจากผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการทำ โครงการเหมืองแร่ขนาดใหญ่อย่างแน่นอนในเรื่องชีวิต และสิ่งแวดล้อม&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5135425816290860163-6253457624560340551?l=downmerngnews.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5135425816290860163/posts/default/6253457624560340551'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5135425816290860163/posts/default/6253457624560340551'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://downmerngnews.blogspot.com/2012/01/blog-post_5267.html' title='นักข่าวพลเมือง: จับตาผู้ว่าอุดรฯ ชงโปแตชรับ ครม.สัญจร'/><author><name>downmerng</name><uri>http://www.blogger.com/profile/14601586173795367918</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5135425816290860163.post-668464756813730501</id><published>2012-01-28T12:28:00.003+07:00</published><updated>2012-01-28T12:28:54.311+07:00</updated><title type='text'>“หม่อมปลื้ม” วิเคราะห์เดโมแครตให้ร้ายคนรวย คล้าย “ประชาธิปัตย์” บ้านเรา</title><content type='html'>ที่มา &lt;a href="http://www.prachatai.com/journal/2012/01/38973" target="_new"&gt;ประชาไท&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;p&gt;“หม่อมปลื้ม” วิเคราะห์ยุทธศาสตร์ของพรรคเดโมแครตทั้งสองประเทศ  เน้นสร้างความเกลียดชังกับคนที่มีฐานะดี  และเพิ่มช่องว่างในความเกลียดชังอิจฉาริษยาคนจนที่มีต่อคนรวย  ทิ้งท้ายตั้งข้อสงสัยทำไมถึงเป็นแบบนั้น&lt;/p&gt; &lt;p&gt;27 ม.ค. 55 -  ในรายการ &lt;a href="http://shows.voicetv.co.th/the-daily-dose/29206.html"&gt;The Daily Dose ประจำวันที่ 27 ม.ค. 55&lt;/a&gt;  ม.ล.ณัฏฐกรณ์ เทวกุล  ผู้ดำเนินรายการได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับการแถลงประจำปีต่อรัฐสภาของ ประธานาธิบดี บารัค โอบามา (Barack Obama) ม.ล.ณัฏฐกรณ์  เห็นว่าเป็นการปลุกกระแสต่อต้านคนรวย  โดยโอบามาพูดถึงความพยายามที่จะสร้างความเท่าเทียมกันในสังคมมากขึ้น  โดยที่มีนโยบายเศรษฐกิจที่สะท้อนระบบเศรษฐกิจทุนนิยมที่มีความเป็นธรรม  สำหรับคนยากคนจน ลดช่องว่างของคนที่มีรายได้สูงกับคนที่มีรายได้ต่ำ&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ม.ล.ณัฏฐกรณ์กล่าวว่านี่เป็นสิ่งที่โอบามาพูดเพื่อให้คนนั้นคิดถึงตัวแทน ของพรรครีพับบลิกัน (พรรคคู่แข่ง) ในการเลือกตั้งครั้งต่อไป  โดยโอบามานั้นเริ่มที่จะค่อยๆ  ใช้ประเด็นของการที่คนจนนั้นควรที่จะได้รับสิทธิพิเศษในการได้ส่วนแบ่งใน ภาษีของคนร่ำรวย พยายามที่จะเสนอวาระแบบนี้ในการแถลงต่อสภา  กอปรกับมีสื่อโฆษณาบางชิ้นที่ออกมาเผยแพร่ในช่วงนี้  ก็มีจุดประสงค์ที่ต้องการลดความชอบธรรมของว่าที่คู่ท้าชิงตำแหน่ง ประธานาธิบดีจากพรรครีพับบลิกันคือ มิต รอมนีย์ (Mitt Romney)&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ซึ่งรอมนีย์นั้นก็เป็นเศรษฐี ซึ่งมีข่าวว่าเขามีเงินเก็บมากกว่า 300  ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ  และฐานะที่ร่ำรวยของรอมนีย์กำลังกลายมาเป็นปัญหาสำหรับตัวเขาเอง โดยโฆษณา  Rich Kids for Romney (เริ่มเผยแพร่ใน http://www.huffingtonpost.com)  ที่ล้อเลียนเขานั้น ซึ่ง ม.ล.ณัฏฐกรณ์  ระบุว่าไม่ทราบแน่ชัดว่าฝ่ายไหนเป็นคนผลิตโฆษณาชิ้นนี้ขึ้นมา ได้ล้อ เลียนว่าคนที่เป็นลูกคนร่ำคนรวยเท่านั้นถึงจะสนับสนุนรอมนีย์ให้เป็น ประธานาธิบดี ทั้งนี้การจุดกระแสแบบนี้มันอาจจะมีผลในช่วงที่คนอเมริกัน 9%  ไม่มีงานทำ และมีกระแสการต่อต้านวอลล์สตรีท (Occupy Wall Street)&lt;/p&gt; &lt;p&gt;แต่ ม.ล.ณัฏฐกรณ์ วิเคราะห์สรุปว่าท้ายที่สุดนี่ก็คือเกมส์การเมือง  เกมส์การเมืองของพรรคเดโมแครตเหมือนเดิม  และเสริมว่านี่คล้ายเกมส์การเมืองของพรรคเดโมแครตทั้ง 2 ประเทศ  (เปรียบเทียบกับพรรคประชาธิปัตย์ในบ้านเรา) คือพรรคเดโมแครตของสหรัฐฯ  ภายใต้การนำของโอบามาอาจจะดีกว่าพรรคเดโมแครตของประเทศไทย  (พรรคประชาธิปัตย์) ภายใต้การนำของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ  แต่ก็ดีไม่มากนัก คือยุทธการณ์โดยรวมก็คือการสร้างความเกลียดชัง กับคนที่มีฐานะดี  และเพิ่มช่องว่างในความเกลียดชังอิจฉาริษยาคนจนที่มีต่อคนรวยนั้น  มันเป็นยุทธการของพรรคเดโมแครตทั้งสองประเทศ โดยที่สหรัฐฯ  นั้นใช้ความเข้มข้นยิ่งกว่าบ้านเราอีก&lt;/p&gt; และ ม.ล.ณัฏฐกรณ์ ได้ทิ้งท้ายให้ผู้ชมรายการไปคิดต่อว่าทำไมยุทธศาสตร์ของพรรคการเมืองทั้งสองประเทศที่มีชื่อเหมือนกันจึงเป็นแบบนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;iframe src="http://www.youtube.com/embed/fit79MQwyeY?feature=player_embedded" allowfullscreen="" width="640" frameborder="0" height="360"&gt;&lt;/iframe&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;อ่านเพิ่มเติม :&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;&lt;a href="http://prachatai.com/journal/2011/10/37541"&gt;&lt;br /&gt;"หม่อมปลื้ม" เทียบขบวนการ "Occupy Wall St." ที่สหรัฐฯ คือ "พันธมิตรฯ" บ้านเรา&lt;/a&gt; (ประชาไท, 22 ต.ค. 54)&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5135425816290860163-668464756813730501?l=downmerngnews.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5135425816290860163/posts/default/668464756813730501'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5135425816290860163/posts/default/668464756813730501'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://downmerngnews.blogspot.com/2012/01/blog-post_8826.html' title='“หม่อมปลื้ม” วิเคราะห์เดโมแครตให้ร้ายคนรวย คล้าย “ประชาธิปัตย์” บ้านเรา'/><author><name>downmerng</name><uri>http://www.blogger.com/profile/14601586173795367918</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://img.youtube.com/vi/fit79MQwyeY/default.jpg' height='72' width='72'/></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5135425816290860163.post-4711044164519800073</id><published>2012-01-28T12:28:00.001+07:00</published><updated>2012-01-28T12:28:29.643+07:00</updated><title type='text'>10 เม.ย.นัดพิพากษา ‘บก.ลายจุด’ ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ใต้ด่วนดินแดง</title><content type='html'>ที่มา &lt;a href="http://www.prachatai.com/journal/2012/01/38971" target="_new"&gt;ประชาไท&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;p&gt;27 ม.ค.55 ที่ศาลแขวงพระนครเหนือ  มีการสืบพยานจำเลยคดีที่อัยการฟ้องนายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือบก.ลายจุด  จากกรณีที่จัดกิจกรรม “เปลือยเพื่อชีวิต”  และเวทีชั่วคราวบริเวณใต้ทางด่วนดินแดง เมื่อวันที่ 18 พ.ค.53 ในข้อหา  มั่วสุมทางการเมืองเกิน  5 คน กีดขวางทางจราจร และ  ก่อความไม่สงบแก่ประชาชน  ในพื้นที่ซึ่งมีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน  โดยพยานโจทก์ในวันนี้ ได้แก่  นางสาวขวัญระวี วังอุดม  นักสิทธิมนุษยชนที่เข้าร่วมกิจกรรมในวันดังกล่าว  และ น.พ.นิรันดร์  พิทักษ์วัชระ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ&lt;/p&gt; &lt;p&gt;รายงานข่าวแจ้งว่า ศาลนัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 10 เม.ย.55 เวลา 9.00 น. ศาลแขวงพระนครเหนือ ทั้งนี้ สมบัติโดนฟ้องใน&lt;a href="http://prachatai.com/journal/2011/09/36919"&gt;คดีใกล้เคียงกันอีกหนึ่งคดี&lt;/a&gt;จาก กรณีนัดหมายประชาชนประมาณ 80  คนไปรวมตัวกันที่บริเวณสวนหย่อมถนนเลียบทางด่วน ลาดพร้าว 71  เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารกันหลังเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงจากการสลายการ ชุมนุม ซึ่งศาลได้สั่งลงโทษจำคุก 6 เดือน รอลงอาญา และปรับ 6,000  บาท&lt;/p&gt; &lt;p&gt;นายสมบัติให้สัมภาษณ์ภายหลังการสืบพยานว่า   ในสำนวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ส่งให้อัยการ ทั้งในคดีนี้และคดีก่อนหน้า  ล้วนเขียนให้มีการเกี่ยวพันกับการเผายาง การยุยงปลุกปั่นประชาชน  แต่เมื่อสืบพยานจริงเจ้าหน้าที่กลับไม่มีข้อมูลหรือหลักฐานในส่วนนั้นแต่ ย่างใด  เหมือนกับต้องการเขียนสำนวนให้อัยการส่งฟ้องไว้ก่อน&lt;/p&gt; &lt;p&gt;สมบัติยังกล่าวถึงคดีแรกที่ศาลสั่งลงโทษจำคุก 6 เดือนแต่รอลงอาญาว่า ได้ทำเรื่องอุทธรณ์ไปแล้ว แต่ยังไม่มีความคืบหน้า&lt;/p&gt; &lt;p&gt;“ถึงไม่ติดคุก แต่มันผิดไง ถ้าเรายอมความเราก็รอลงอาญาแต่ต้นแล้ว  แต่เราพยายามสู้ในหลักการให้ได้  แม้มันจะเป็นเรื่องยากมากที่ศาลจะเห็นอย่างนั้นก็ตาม  เพราะที่ผ่านมาก็ลงโทษผู้ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ไปแล้วเป็นจำนวนมาก”  สมบัติกล่าวถึงการต่อสู้เรื่องการใช้สิทธิในการชุมนุมซึ่งเป็นสิทธิตามรัฐ ธรรมนูญไม่ขัดต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน&lt;/p&gt; &lt;div class="field field-type-link field-field-related-link"&gt;       &lt;div class="field-label"&gt;เรื่องที่เกี่ยวข้อง: &lt;/div&gt;     &lt;div class="field-items"&gt;             &lt;div class="field-item odd"&gt;                     &lt;a href="http://prachatai.com/journal/2010/05/29587" target="_blank"&gt;“เปลือยเพื่อชีวิต” ถอดผ้าบอกโลก เสื้อแดงก็ 'คน' - ไร้อาวุธ&lt;/a&gt;        &lt;/div&gt;               &lt;div class="field-item even"&gt;                     &lt;a href="http://prachatai.com/journal/2011/01/32840" target="_blank"&gt;รับฟ้องคดี บก.ลายจุด จัด ‘เปลือยเพื่อชีวิต’ ใต้ทางด่วนดินแดง ผิด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ขวางการจราจร&lt;/a&gt;        &lt;/div&gt;         &lt;/div&gt; &lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5135425816290860163-4711044164519800073?l=downmerngnews.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5135425816290860163/posts/default/4711044164519800073'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5135425816290860163/posts/default/4711044164519800073'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://downmerngnews.blogspot.com/2012/01/10_28.html' title='10 เม.ย.นัดพิพากษา ‘บก.ลายจุด’ ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ใต้ด่วนดินแดง'/><author><name>downmerng</name><uri>http://www.blogger.com/profile/14601586173795367918</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5135425816290860163.post-5169220632806115401</id><published>2012-01-28T12:27:00.002+07:00</published><updated>2012-01-28T12:28:02.493+07:00</updated><title type='text'>"เพื่อไทย-ประชาธิปัตย์" จี้ "ดีเอสไอ" เอาผิดประเด็นหมิ่นสถาบัน</title><content type='html'>ที่มา &lt;a href="http://www.prachatai.com/journal/2012/01/38968" target="_new"&gt;ประชาไท&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;"เพื่อไทย-ประชาธิปัตย์" เตรียมบุกดีเอสไอ 30 ม.ค.  พร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย เพื่อไทยจี้ฟันเว็บหมิ่น  ส่วนประชาธิปัตย์จี้เอาผิด “นายกฯ-อนุดิษฐ์-เฉลิม-ผบ.ตร.”  เมินปราบเว็บหมิ่นอีกที "ทักษิณ" เตรียมฟ้อง "ชวนนท์"  หลังถูกอ้างให้ร้ายสถาบันพระมหากษัตริย์&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;27 ม.ค. 55 - &lt;a href="http://news.sanook.com/1094153/%E0%B8%9E%E0%B8%97.-%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%81%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B9%84%E0%B8%AD-30-%E0%B8%A1.%E0%B8%84.-%E0%B8%88%E0%B8%B5%E0%B9%89-%E0%B8%9F%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B9%87%E0%B8%9A%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%99-/"&gt;สำนักข่าวไอเอ็นเอ็น&lt;/a&gt;รายงาน ว่านายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ในวันจันทร์ ที่ 30  ม.ค. นี้ เตรียมเดินทางไปยังกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ  เพื่อยื่นหนังสือให้ตรวจสอบ เว็บไซต์หมิ่นสถาบันที่ยังคงเกิดขึ้นทุกวัน  ซึ่งคณะทำงานกฎหมายพรรคเห็นว่า จะต้องช่วยกันปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์  ด้วยอีกทางหนึ่ง เพราะเป็นที่เคารพรักของประชาชน และหากพบว่า  มีการดำเนินการ ที่ผิดกฎหมาย ก็ขอให้ดำเนินการ ทั้งนี้  เพื่อให้เห็นว่าพรรคเพื่อไทย ดำเนินการอย่างจริงจัง ในเรื่องนี้  พร้อมกันนี้ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวอีกว่า กระทรวง ไอซีที  ได้ทำการปราบเว็บหมิ่นสถาบันตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งผ่านมาแล้ว 3 เดือน  สามารถปิดเว็บหมิ่นไปแล้วประมาณ 60,000 ยูอาร์แอล&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;&lt;strong&gt;ปชป.ยื่น DSI จันทร์นี้ เอาผิด “นายกฯ-อนุดิษฐ์-เฉลิม-ผบ.ตร.” เมินปราบเว็บหมิ่น&lt;/strong&gt;&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;ด้า&lt;a href="http://www.mcot.net/cfcustom/cache_page/323758.html"&gt;นสำนักข่าวไทย&lt;/a&gt;รายงาน ว่า น.ส.มัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงวันนี้ว่า  ขณะนี้ครบกำหนด 2 เดือน ที่ได้ยื่นหนังสือถึง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร  นายกรัฐมนตรี และ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT)  ให้ปราบปรามเว็บไซต์ที่หมิ่นสถาบันและไม่เหมาะสมจำนวน 200 URL  แต่เท่าที่ตรวจสอบกลับพบว่าไม่มีความคืบหน้า  นอกจากเว็บไซต์เหล่านั้นยังไม่ถูกปิดแล้ว  ยังมีเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสมเพิ่มขึ้นเป็น 400 URL &lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;“ดังนั้นวันจันทร์ที่ 30 มกราคมนี้ เวลา 10.00 น.  จะเดินทางยื่นหนังสือต่อนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI)  เพื่อแจ้งความเอาผิดกับนายกรัฐมนตรี น.อ.อนุดิษฐ์ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง  รองนายกรัฐมนตรี และ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ  ในข่ายความผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ฐานการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่  เพราะละเลยเพิกเฉยต่อการปราบปรามเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสมทั้งที่ทราบข้อมูล แล้ว” น.ส.มัลลิกา กล่าว&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;นอกจากนี้ น.ส.มัลลิกา กล่าวว่า  จะนำลิงค์เว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสมของเดิม 200 URL  และที่ได้รับข้อมูลเพิ่มเติมในรอบ 6 เดือน รวม 478 ลิงค์ มอบให้นายธาริต  และขอแจ้งความดำเนินคดีทั้ง 478 ลิงค์ด้วย ในความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์  และจะขอให้ DSI รับคดีเหล่านี้เป็นคดีพิเศษด้วย.&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;&lt;strong&gt;"ทักษิณ" เตรียมฟ้อง "ชวนนท์" หลังถูกอ้างให้ร้ายสถาบันพระมหากษัตริย์&lt;/strong&gt;&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;&lt;a href="http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1327651537&amp;amp;grpid=03&amp;amp;catid=&amp;amp;subcatid="&gt;มติชนออนไลน์&lt;/a&gt;รายงาน ว่านายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี  กล่าวว่า ในสัปดาห์หน้าพ.ต.ท.ทักษิณ จะดำเนินการฟ้องร้องนายชวนนท์  อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ในข้อหาหมิ่นประมาท  หลังออกมาระบุว่าพ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวให้ร้ายสถาบันพระมหากษัตริย์  ซึ่งส่งผลให้พ.ต.ท.ทักษิณ ถูกเกลียดชัง  ทั้งที่ไม่มีข้อความตอนไหนในบทสัมภาษณ์ของหนังสือ Conversation with  THAKSIN ที่กล่าวหาหรือให้ร้ายสถาบันพระมหากษัตริย์เลย&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;เช่นเดียวกับกรณีที่สำนักข่าวทีนิวส์  ได้นำคำแปลในหนังสือออกมาเผยแพร่ในลักษณะที่อาจจะทำให้เข้าใจว่าพ.ต.ท. ทักษิณ เสนอให้นายบันคีมุน  เลขาธิการองค์การสหประชาชาติเข้ากราบทูลฯพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนั้น  ก็ไม่เป็นความจริง  เนื่องจากเรื่องดังกล่าวเป็นคำถามของผู้สัมภาษณ์โดยเป็นการสมมติเหตุการณ์ ขึ้นมา ซึ่งพ.ต.ท.ทักษิณ ก็ได้แสดงความคิดเห็นออกไป  โดยไม่มีคำพูดไหนที่แสดงถึงการให้ร้ายสถาบัน นอกจากนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ  ยังเห็นด้วยกับการออกแถลงการณ์ของพรรคเพื่อไทย  ที่แสดงจุดยืนต่อการไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112  ดังนั้นขอเรียกร้องไปยังพรรคประชาธิปัตย์ว่า  ขออย่านำสถาบันมาทำลายล้างกันทางการเมือง&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5135425816290860163-5169220632806115401?l=downmerngnews.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5135425816290860163/posts/default/5169220632806115401'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5135425816290860163/posts/default/5169220632806115401'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://downmerngnews.blogspot.com/2012/01/blog-post_8278.html' title='&quot;เพื่อไทย-ประชาธิปัตย์&quot; จี้ &quot;ดีเอสไอ&quot; เอาผิดประเด็นหมิ่นสถาบัน'/><author><name>downmerng</name><uri>http://www.blogger.com/profile/14601586173795367918</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5135425816290860163.post-8133303920131975330</id><published>2012-01-28T12:27:00.001+07:00</published><updated>2012-01-28T12:27:37.508+07:00</updated><title type='text'>ล้านคำบรรยาย การ์ตูนเซีย 28/01/55 สาเหตุที่ท่อระบายน้ำอุดตัน...</title><content type='html'>ที่มา &lt;a href="http://3blabla.blogspot.com/2012/01/280155.html" target="_new"&gt;blablabla&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดย &lt;a rel="author" href="profile/12600685323851948402"&gt;3บลา ประชาไท&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;dl class="profile-datablock"&gt;&lt;dt class="profile-img"&gt;&lt;a href="profile/12600685323851948402"&gt;&lt;img src="http://2.bp.blogspot.com/-x_iAwrLOf0I/TgVdMqv0E-I/AAAAAAAAAfI/X2mhmN1gjAo/s220/3bla.jpg" alt="ภาพถ่ายของฉัน" width="80" height="77" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/dt&gt;&lt;/dl&gt;&lt;br /&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="http://4.bp.blogspot.com/-mAX3A_HR4cM/TyNJcSXdWsI/AAAAAAAABNU/mcywmCKoRI4/s1600/23.jpg" style="margin-left: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img src="http://4.bp.blogspot.com/-mAX3A_HR4cM/TyNJcSXdWsI/AAAAAAAABNU/mcywmCKoRI4/s400/23.jpg" width="400" border="0" height="322" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;span style="background-color: white; color: #333333; font-family: 'lucida grande', tahoma, verdana, arial, sans-serif; font-size: 11px; line-height: 14px; text-align: left;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="color: #20124d; font-size: large;"&gt;&lt;span style="background-color: white; font-family: 'lucida grande', tahoma, verdana, arial, sans-serif; line-height: 14px; text-align: left;"&gt;ขวางทางน้ำ ขวางท่อ ก่อวิบัติ&lt;/span&gt;&lt;br style="background-color: white; font-family: 'lucida grande', tahoma, verdana, arial, sans-serif; line-height: 14px; text-align: left;"&gt;&lt;span style="background-color: white; font-family: 'lucida grande', tahoma, verdana, arial, sans-serif; line-height: 14px; text-align: left;"&gt;ยิ่งเห็นชัด ใครคิดชั่ว ตัวปัญหา&lt;/span&gt;&lt;br style="background-color: white; font-family: 'lucida grande', tahoma, verdana, arial, sans-serif; line-height: 14px; text-align: left;"&gt;&lt;span style="background-color: white; font-family: 'lucida grande', tahoma, verdana, arial, sans-serif; line-height: 14px; text-align: left;"&gt;คือเหตุผล เลวระยำ เห็นตำตา&lt;/span&gt;&lt;br style="background-color: white; font-family: 'lucida grande', tahoma, verdana, arial, sans-serif; line-height: 14px; text-align: left;"&gt;&lt;span style="background-color: white; font-family: 'lucida grande', tahoma, verdana, arial, sans-serif; line-height: 14px; text-align: left;"&gt;ยุคผู้ว่าฯ กทม.ท่ออุดตัน....&lt;/span&gt;&lt;br style="background-color: white; font-family: 'lucida grande', tahoma, verdana, arial, sans-serif; line-height: 14px; text-align: left;"&gt;&lt;br style="background-color: white; font-family: 'lucida grande', tahoma, verdana, arial, sans-serif; line-height: 14px; text-align: left;"&gt;&lt;span style="background-color: white; font-family: 'lucida grande', tahoma, verdana, arial, sans-serif; line-height: 14px; text-align: left;"&gt;ฝนห่าเล็ก ห่าใหญ่ เอาไม่อยู่&lt;/span&gt;&lt;br style="background-color: white; font-family: 'lucida grande', tahoma, verdana, arial, sans-serif; line-height: 14px; text-align: left;"&gt;&lt;span style="background-color: white; font-family: 'lucida grande', tahoma, verdana, arial, sans-serif; line-height: 14px; text-align: left;"&gt;แถมคุดคู้ เก้งก้าง ไม่สร้างสรรค์&lt;/span&gt;&lt;br style="background-color: white; font-family: 'lucida grande', tahoma, verdana, arial, sans-serif; line-height: 14px; text-align: left;"&gt;&lt;span style="background-color: white; font-family: 'lucida grande', tahoma, verdana, arial, sans-serif; line-height: 14px; text-align: left;"&gt;ใครมาขอ ความร่วมมือ ดื้อดึงดัน&lt;/span&gt;&lt;br style="background-color: white; font-family: 'lucida grande', tahoma, verdana, arial, sans-serif; line-height: 14px; text-align: left;"&gt;&lt;span style="background-color: white; font-family: 'lucida grande', tahoma, verdana, arial, sans-serif; line-height: 14px; text-align: left;"&gt;ดูพวกมัน เถิดพี่น้อง ผองประชา....&lt;/span&gt;&lt;br style="background-color: white; font-family: 'lucida grande', tahoma, verdana, arial, sans-serif; line-height: 14px; text-align: left;"&gt;&lt;br style="background-color: white; font-family: 'lucida grande', tahoma, verdana, arial, sans-serif; line-height: 14px; text-align: left;"&gt;&lt;span style="background-color: white; font-family: 'lucida grande', tahoma, verdana, arial, sans-serif; line-height: 14px; text-align: left;"&gt;คนที่เลือก มันมา แทบบ้าคลั่ง&lt;/span&gt;&lt;br style="background-color: white; font-family: 'lucida grande', tahoma, verdana, arial, sans-serif; line-height: 14px; text-align: left;"&gt;&lt;span style="background-color: white; font-family: 'lucida grande', tahoma, verdana, arial, sans-serif; line-height: 14px; text-align: left;"&gt;ไร้ความหวัง เกินจะบ่น และค้นหา&lt;/span&gt;&lt;br style="background-color: white; font-family: 'lucida grande', tahoma, verdana, arial, sans-serif; line-height: 14px; text-align: left;"&gt;&lt;span style="background-color: white; font-family: 'lucida grande', tahoma, verdana, arial, sans-serif; line-height: 14px; text-align: left;"&gt;กทม.เคยสวยงาม อร่ามตา&lt;/span&gt;&lt;br style="background-color: white; font-family: 'lucida grande', tahoma, verdana, arial, sans-serif; line-height: 14px; text-align: left;"&gt;&lt;span style="background-color: white; font-family: 'lucida grande', tahoma, verdana, arial, sans-serif; line-height: 14px; text-align: left;"&gt;"นามเมืองฟ้า" ก็หายวับ พังยับเยิน....&lt;/span&gt; &lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="background-color: white; font-family: 'lucida grande', tahoma, verdana, arial, sans-serif; line-height: 14px; text-align: left;"&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="color: #20124d; font-size: large;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="color: #20124d; font-size: large;"&gt;&lt;span style="background-color: white; font-family: 'lucida grande', tahoma, verdana, arial, sans-serif; line-height: 14px; text-align: left;"&gt;ยิ่งดูดาย นิ่งเงียบ มันเหยียบย่ำ&lt;/span&gt;&lt;br style="background-color: white; font-family: 'lucida grande', tahoma, verdana, arial, sans-serif; line-height: 14px; text-align: left;"&gt;&lt;span style="background-color: white; font-family: 'lucida grande', tahoma, verdana, arial, sans-serif; line-height: 14px; text-align: left;"&gt;พวกไฝ่ต่ำ มันรอบจัด ไม่ขัดเขิน&lt;/span&gt;&lt;br style="background-color: white; font-family: 'lucida grande', tahoma, verdana, arial, sans-serif; line-height: 14px; text-align: left;"&gt;&lt;span style="background-color: white; font-family: 'lucida grande', tahoma, verdana, arial, sans-serif; line-height: 14px; text-align: left;"&gt;คนเมืองฟ้า ก็แสนโง่ โอ๋เหลือเกิน&lt;/span&gt;&lt;br style="background-color: white; font-family: 'lucida grande', tahoma, verdana, arial, sans-serif; line-height: 14px; text-align: left;"&gt;&lt;span style="background-color: white; font-family: 'lucida grande', tahoma, verdana, arial, sans-serif; line-height: 14px; text-align: left;"&gt;ความเจริญ ยิ่งต่ำต้อย ถอยลงคลอง....&lt;/span&gt;&lt;br style="background-color: white; font-family: 'lucida grande', tahoma, verdana, arial, sans-serif; line-height: 14px; text-align: left;"&gt;&lt;br style="background-color: white; font-family: 'lucida grande', tahoma, verdana, arial, sans-serif; line-height: 14px; text-align: left;"&gt;&lt;span style="background-color: white; font-family: 'lucida grande', tahoma, verdana, arial, sans-serif; line-height: 14px; text-align: left;"&gt;จงช่วยกัน กำจัดมัน ตัวปัญหา&lt;/span&gt;&lt;br style="background-color: white; font-family: 'lucida grande', tahoma, verdana, arial, sans-serif; line-height: 14px; text-align: left;"&gt;&lt;span style="background-color: white; font-family: 'lucida grande', tahoma, verdana, arial, sans-serif; line-height: 14px; text-align: left;"&gt;ไร้น้ำยา ไร้ผิด-ชอบ ตอบสนอง&lt;/span&gt;&lt;br style="background-color: white; font-family: 'lucida grande', tahoma, verdana, arial, sans-serif; line-height: 14px; text-align: left;"&gt;&lt;span style="background-color: white; font-family: 'lucida grande', tahoma, verdana, arial, sans-serif; line-height: 14px; text-align: left;"&gt;สร้างตราบาป เลวระยำ อย่างช่ำชอง&lt;/span&gt; &lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="color: #20124d; font-size: large;"&gt;&lt;span style="background-color: white; font-family: 'lucida grande', tahoma, verdana, arial, sans-serif; line-height: 14px; text-align: left;"&gt;ใครอยากโง่ อีกซ้ำสอง ต้องคอยดู....&lt;/span&gt; &lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="background-color: white; font-family: 'lucida grande', tahoma, verdana, arial, sans-serif; line-height: 14px; text-align: left;"&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="color: #20124d; font-size: large;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="background-color: white; font-family: 'lucida grande', tahoma, verdana, arial, sans-serif; line-height: 14px; text-align: left;"&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="color: #20124d; font-size: large;"&gt;๓ บลา / ๒๘ ม.ค.๕๕&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5135425816290860163-8133303920131975330?l=downmerngnews.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5135425816290860163/posts/default/8133303920131975330'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5135425816290860163/posts/default/8133303920131975330'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://downmerngnews.blogspot.com/2012/01/280155.html' title='ล้านคำบรรยาย การ์ตูนเซีย 28/01/55 สาเหตุที่ท่อระบายน้ำอุดตัน...'/><author><name>downmerng</name><uri>http://www.blogger.com/profile/14601586173795367918</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://2.bp.blogspot.com/-x_iAwrLOf0I/TgVdMqv0E-I/AAAAAAAAAfI/X2mhmN1gjAo/s72-c/3bla.jpg' height='72' width='72'/></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5135425816290860163.post-852692668785400572</id><published>2012-01-28T12:26:00.000+07:00</published><updated>2012-01-28T12:27:07.766+07:00</updated><title type='text'>ปากหมอสระอาตุลย์ด่าคนลาวโง่!...เหมือนไทย</title><content type='html'>ที่มา &lt;a href="http://thaienews.blogspot.com/2012/01/blog-post_5018.html" target="_new"&gt;Thai E-News&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="http://1.bp.blogspot.com/-cmzdvp4Quds/TyCwNO4eInI/AAAAAAAATPY/MWbD8NL1dbA/s1600/395375_304137796305005_100001263625918_899757_1752951633_n%2B%25281%2529.jpg" style="margin-left:1em; margin-right:1em"&gt;&lt;img src="http://1.bp.blogspot.com/-cmzdvp4Quds/TyCwNO4eInI/AAAAAAAATPY/MWbD8NL1dbA/s400/395375_304137796305005_100001263625918_899757_1752951633_n%2B%25281%2529.jpg" width="400" border="0" height="560" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;b&gt;ปากหมอ สระอา&lt;/b&gt;..หมอ ตุลย์-นายแพทย์ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ แกนนำกลุ่มเสื้อหลากสี  ถึงกับทนไม่ได้ที่เห็นรูปข้างบนตอนที่อดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร  ไปเยือนหลวงพระบาง มีชาวลาวมาต้อนรับล้นหลาม  ถึงกับหลุดจิตใต้สำนึกที่เหยียดเชื้อชาติออกมาทาง&lt;a href="http://www.facebook.com/DrTul?sk=wall"&gt;เฟซบุ๊ค Tul Sittisomwong&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;blockquote&gt;คนลาวมันก็โง่เหมือนคนไทย  ที่ไม่รู้ว่าเปลือกนอกแม้วที่ดูเก่งดูคล่องขายฝัน สร้างความเจริญ  สุดท้ายทรัพยากรและความมั่งคั่งจะตกอยู่กับแม้ว ทิ้งให้ลาวจนกรอบ  เจริญแต่วัตถุ สังคมฟอนเฟะ ดูพี่ไทยเป็นตัวอย่างก็แล้วกัน น้องลาวที่รัก&lt;/blockquote&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;รักหมอตุลย์-สำนึกบุญคุณบิณฑ์ ฟังเพลงสรรเสริญก่อนดูปัญญากับเรณู2ทุกโรงทั่วประเทศ&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/-QJ5KrEPvSWw/Tx-mtOioScI/AAAAAAAATOc/ohd1SoeJPkg/s1600/394895_282603651800191_129555123771712_758732_471258364_n.jpg" style="margin-left:1em; margin-right:1em"&gt;&lt;img src="http://2.bp.blogspot.com/-QJ5KrEPvSWw/Tx-mtOioScI/AAAAAAAATOc/ohd1SoeJPkg/s400/394895_282603651800191_129555123771712_758732_471258364_n.jpg" width="400" border="0" height="560" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: center;"&gt;&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/-xwNayxMvJbo/Tx38VIrCc4I/AAAAAAAACKM/mQnel-BIdes/s1600/405546_224407184311659_100002271364703_479338_1289781855_n.jpg"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 400px; height: 480px;" src="http://2.bp.blogspot.com/-xwNayxMvJbo/Tx38VIrCc4I/AAAAAAAACKM/mQnel-BIdes/s400/405546_224407184311659_100002271364703_479338_1289781855_n.jpg" alt="" id="BLOGGER_PHOTO_ID_5700990143356367746" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5135425816290860163-852692668785400572?l=downmerngnews.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5135425816290860163/posts/default/852692668785400572'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5135425816290860163/posts/default/852692668785400572'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://downmerngnews.blogspot.com/2012/01/blog-post_28.html' title='ปากหมอสระอาตุลย์ด่าคนลาวโง่!...เหมือนไทย'/><author><name>downmerng</name><uri>http://www.blogger.com/profile/14601586173795367918</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://1.bp.blogspot.com/-cmzdvp4Quds/TyCwNO4eInI/AAAAAAAATPY/MWbD8NL1dbA/s72-c/395375_304137796305005_100001263625918_899757_1752951633_n%2B%25281%2529.jpg' height='72' width='72'/></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5135425816290860163.post-3042451464961129087</id><published>2012-01-27T19:43:00.004+07:00</published><updated>2012-01-27T19:44:10.927+07:00</updated><title type='text'>WHO..."อ.อนามัยโลก" ผลักดันใช้ระบบ "บัตรทอง 30 บ."ทั่วโลก ขอข่าวดีๆแบบนี้หน่อย</title><content type='html'>ที่มา &lt;a href="http://www.tfn5.info/board/index.php?topic=34328" target="_new"&gt;thaifreenews&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดย &lt;b&gt;&lt;a href="http://www.tfn5.info/board/index.php?action=profile;u=1092" title="ดูรายละเอียดของ ควาย.ไท"&gt;ควาย.ไท&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/b&gt;&lt;a href="http://www.go6tv.com/2012/01/30.html" target="_blank"&gt;http://www.go6tv.com/2012/01/30.html&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อ วันที่ 24 ม.ค. พญ.มัวรีน อี.เบอร์มิงแฮม ผู้แทนองค์การอนามัยโลก (WHO)  ประจำประเทศไทย กล่าวว่า นานาชาติมองว่า  การปฎิรูประบบหลักประกันสุขภาพของประเทศไทยถือเป็นตำนาน  เพราะได้เปลี่ยนแปลงระบบในช่วงที่ประเทศยังไม่ร่ำรวย และเป็นประเทศแรกๆ  ที่ดำเนินการนโยบายนี้และประสบความสำเร็จ ทั้งนี้ทศวรรษแรกของระบบ  เป็นการเน้นด้านการเงินการคลังเพื่อให้ระบบอยู่ได้ แต่ในทศวรรษที่สองจากนี้  ควรเป็นระบบที่เน้นการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค  ส่วนความท้าทายอีกเรื่อง คือ การดูแลให้ครอบคลุมกลุ่มแรงงานข้ามชาติ  ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยมีกลุ่มคนเหล่านี้ 2-4 ล้านคน  ซึ่งเป็นกำลังสำคัญทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พญ.มัวรีน  กล่าวต่อว่า จากผลการดำเนินของประเทศไทย  องค์การอนามัยโลกจะผลักดันให้ดำเนินระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าไปทั่วโลก  โดยจะดำเนินการผ่าน 4 ช่องทาง คือ  1.จัดการประชุมแลกเปลี่ยนระบบสุขภาพระหว่างประเทศในกลุ่มผู้มีอำนาจตัดสินใจ ของประเทศต่างๆ เพื่อให้ตระหนักและเห็นความจำเป็นในการดำเนินนโยบายนี้  2.ทำงานเป็นพันธมิตรร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐ  ประชาสังคม และนักวิชาการ  3.นำยุทธศาสตร์การดำเนินนโยบายที่ได้จากประเทศไทยไปใช้  ซึ่งในรายงานองค์การอนามัยโลก ปี 2553  ก็มีเรื่องระบบหลักประกันสุขภาพของไทย และ 4.  การจัดทำกลไกติดตามความก้าวหน้า  เพื่อให้มีการศึกษาระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า.&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วิสัยทัศน์ท่านนายกฯทักษิณโดยแท้......  แมลงสาบไปไกลตีนเลย&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5135425816290860163-3042451464961129087?l=downmerngnews.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5135425816290860163/posts/default/3042451464961129087'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5135425816290860163/posts/default/3042451464961129087'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://downmerngnews.blogspot.com/2012/01/who-30.html' title='WHO...&quot;อ.อนามัยโลก&quot; ผลักดันใช้ระบบ &quot;บัตรทอง 30 บ.&quot;ทั่วโลก ขอข่าวดีๆแบบนี้หน่อย'/><author><name>downmerng</name><uri>http://www.blogger.com/profile/14601586173795367918</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5135425816290860163.post-3957269431970402764</id><published>2012-01-27T19:43:00.003+07:00</published><updated>2012-01-27T19:43:46.900+07:00</updated><title type='text'>ไม่ค่อยกังวล พวกอำมาตย์ออกมาถล่มนิติราษฎร์ เพราะนี่คือสมรภูมิทางปัญญาไม่ใช่กำลัง</title><content type='html'>ที่มา &lt;a href="http://www.tfn5.info/board/index.php?topic=34330" target="_new"&gt;thaifreenews&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดย &lt;b&gt;&lt;a href="http://www.tfn5.info/board/index.php?action=profile;u=3" title="ดูรายละเอียดของ ลูกชาวนาไทย"&gt;ลูกชาวนาไทย&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/b&gt;&lt;div style="overflow: auto; width: 100%;"&gt;&lt;img src="http://www.tfn4.info/politicsicon/1299672089.jpg" alt="" class="avatar" width="65" border="0" height="65" /&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;ผมไม่ค่อยกังวลเท่าไหร่ ที่พวกอำมาตย์ออกมาถล่มนิติราษฎร์ เพราะนี่คือสมรภูมิทางปัญญาไม่ใช่กำลัง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คือเห็นพวกอำมาตย์ระดมคนมาถล่มนิติราษฎร์แล้ว อาจทำให้หลายคนกังวล  ว่าจะเพลี้ยงพล้ำฝ่ายอำมาตย์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ช่วง แรกผมก็กังวลเหมือนกัน แต่ตอนนี้ผมพอประเมินออกแล้วว่า  ไม่มีผลมากมายอะไรนัก แต่จะส่งผลลบกับพวกอำมาตย์และฝ่ายต่อต้านการแก้ไข 112  มากกว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพราะนี่คือ สมรภูมิทางปัญญา ไม่ใช่สมรภูมิทางการใช้กำลัง&lt;br /&gt;ต่อให้ยกพวกออกมาหลายหมื่น ก็เปลี่ยนแปลงสภาพอับจนทางวิชาการไม่ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อัน ที่จริงการตอบโต้สมรภูมิทางความคิด สมรภูมิทางปัญญานี้ แค่มี "บทความดีๆ"   มีเหตุมีผล แนวคิดมีหลักการและทฤษฎีรองรับแบบโต้แย้งทางวิชาการได้ยาก  มีแค่บทความเดียว ก็สามารถยันนิติราษฎร์ถอยกลับไปติดกำแพงได้แล้ว   หากมีบทความดีๆ ความคิดดีๆ อย่างที่ว่านั้นจริง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพราะการตอบโต้ด้วย การด่าว่า ใช้กำลังขมขู่ ในที่สุดก็ไม่มีความหมายอะไร เพราะมันหักล้าง  Thesis (ข้อเสนอ) ของนิติราษฏร์ไม่ได้ ยิ่งยกพวกออกมา  พวกที่สนับสนุนนิติราษฏร์ก็คงยกพวกออกมาเช่นกัน สุดท้าย  ฝ่ายที่มีเหตุมีผลย่อมชนะในที่สุด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เรื่อง 112 ในทางทฤษฎีหลักการ  ถึงอย่างไรมันก็ต้องแก้ไข ผมยังไม่เห็นข้อโต้แย้ง  ที่มีน้ำหนักทางวิชาการใดๆ เลย ที่สามารถยันไม่ให้แก้ไขได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จนวันนี้ "ก็ยังไม่มีข้อโต้แย้งนิติราษฏร์" ที่มีน้ำหนักทางวิชการเลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อัน ที่จริงหากใครศึกษาทฤษฎีการเมือง ก็รู้ว่า มันไม่มี เพราะเรื่อง  อนุรักษ์นิยม กับ ลิเบอร์รัล ลัทธิอำมาตย์กับประชาธิปไตย  มันสู้กันในยุโรปมาตั้งแต่ปลายศตวรร์ที่ 17 (ราวๆ คศ. 1650 ขึ้นมา) แล้ว  และผลสรุปก็เห็นชัดเจนในยุโรปแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอนนี้มันแค่เริ่มในประเทศไทย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถึงอย่างไร พวกทหารก็คงแพ้ในทางการเมืองและการต่อสู้ทางความคิดอยู่ดี&lt;br /&gt;หาก หัวหอกของฝ่ายทหารเป็นแค่ "ประยุทธ์ จันโอชา" ยิ่งแพ้เร็วมาก  เพราะเชื่อมั่นในกำลัง และความรุนแรง แต่ดันมีอำนาจในศตวรรษที่ 21  ซึ่งโลกเชื่อมโยงกันอย่างแนบแน่น นี่ไม่ใช่ยุคสงครามเย็น แบบสฤกษ์ ธนะรัช  ที่จะสามารถใช้กำลังอย่างไรก็ได้&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5135425816290860163-3957269431970402764?l=downmerngnews.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5135425816290860163/posts/default/3957269431970402764'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5135425816290860163/posts/default/3957269431970402764'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://downmerngnews.blogspot.com/2012/01/blog-post_6082.html' title='ไม่ค่อยกังวล พวกอำมาตย์ออกมาถล่มนิติราษฎร์ เพราะนี่คือสมรภูมิทางปัญญาไม่ใช่กำลัง'/><author><name>downmerng</name><uri>http://www.blogger.com/profile/14601586173795367918</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5135425816290860163.post-3002847135680879808</id><published>2012-01-27T19:43:00.001+07:00</published><updated>2012-01-27T19:43:20.754+07:00</updated><title type='text'>เสื้อแดง ไม่ดื่มเบียร์สิงห์ เพราะสิงห์สนับสนุนอำมาตย์</title><content type='html'>ที่มา &lt;a href="http://www.tfn5.info/board/index.php?topic=34337" target="_new"&gt;thaifreenews&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดย &lt;b&gt;&lt;a href="http://www.tfn5.info/board/index.php?action=profile;u=3" title="ดูรายละเอียดของ ลูกชาวนาไทย"&gt;ลูกชาวนาไทย&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/b&gt;&lt;div style="overflow: auto; width: 100%;"&gt;&lt;img src="http://www.tfn4.info/politicsicon/1299672089.jpg" alt="" class="avatar" width="65" border="0" height="65" /&gt;&lt;/div&gt;ผมเพิ่งได้คอนเซ็บนี้จากคุณ M14 เราน่าจะรณรงค์ถล่มเบียร์สิงห์กันอีกรอบ&lt;br /&gt;เพราะ  "อาวุธที่รุนแรง" ของคนเสื้อแดงคือการบอยคอต  เพราะคนเสื้อแดงเป็นพวกรากหญ้า พลังด้านทุนเราสู้พวกอำมาตย์ไม่ได้  อำนาจทางการเมืองเราก็สู้พวกอำมาตย์ไม่ได้ แต่อำนาจการ "บอยคอต"  เราชนะทุกคน เพราะเราคือผู้บริโภคกลุ่มใหญ่สุด ดังนั้น  หากเราไม่ใช้สินค้าอะไร สินค้านั้นก็ต้องเจ๊ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ยุคนี้สินค้าอุปโภคบริโภคส่วนใหญ่อยู่ในตลาดแข่งขัน ไม่ได้อยู่ในตลาดผูกขาด ดังนั้นไม่ใช่สินค้าใดสินค้าหนึ่ง เราก็ไม่เดือดร้อน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เบียร์ สิงห์มีหลานสาวเป็นพวกอำมาตย์ ที่ต่อต้านนิติราษฎร์เรื่อง 112 ดังนั้น  เราก็ต่อต้านเบียร์สิงห์โดยออกแคมเปญ "คนเสื้อแดงไม่ดื่มสิงห์"   แสดงพลังกันอีกทีว่าคนเสื้อแดงนั้นมีพลังขนาดไหน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปล.อันที่จริงผม ไม่ดื่มเบียร์อยู่แล้ว เลยไม่เดือดร้อนอะไร  แต่ไม่ทราบว่าท่านที่นิยมเบียร์จะเดือดร้อนหรือไม่ เพราะบางคนมีรสนิยม  ชอบเครื่องดื่มยี่ห้อใดยี่ห้อหนึ่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อันที่จริงการบอยคอตนี่เป็น เรื่องที่ทำได้ง่าย ไม่เดือดร้อนเรา  และเป็นอาวุธของคนชั้นล่างที่จะต่อสู้กับพวกคนชั้นสูงได้สมน้ำสมเนื้อ  หากมีสามัคคีจริงๆ พวกชนชั้นนำก็ต้องแพ้คนรากหญ้าอยู่ดี&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5135425816290860163-3002847135680879808?l=downmerngnews.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5135425816290860163/posts/default/3002847135680879808'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5135425816290860163/posts/default/3002847135680879808'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://downmerngnews.blogspot.com/2012/01/blog-post_2699.html' title='เสื้อแดง ไม่ดื่มเบียร์สิงห์ เพราะสิงห์สนับสนุนอำมาตย์'/><author><name>downmerng</name><uri>http://www.blogger.com/profile/14601586173795367918</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5135425816290860163.post-2892967239606984711</id><published>2012-01-27T19:42:00.000+07:00</published><updated>2012-01-27T19:43:01.982+07:00</updated><title type='text'>โมเดลแก้รธน สูตรเพือไทย ปอกเปลือกข่าว 26 1 2012</title><content type='html'>ที่มา &lt;a href="http://www.tfn5.info/board/index.php?topic=34339" target="_new"&gt;thaifreenews&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดย &lt;b&gt;&lt;a href="http://www.tfn5.info/board/index.php?action=profile;u=3613" title="ดูรายละเอียดของ bozo"&gt;bozo&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/b&gt;&lt;span style="line-height: 1.3em;font-size:130%;" &gt;กาแฟ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;object style="height: 390px; width: 640px"&gt;&lt;param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/w4p4pZSNYos?version=3&amp;amp;feature=player_embedded"&gt;&lt;param name="allowFullScreen" value="true"&gt;&lt;param name="allowScriptAccess" value="always"&gt;&lt;embed src="http://www.youtube.com/v/w4p4pZSNYos?version=3&amp;amp;feature=player_embedded" type="application/x-shockwave-flash" allowfullscreen="true" allowscriptaccess="always" width="640" height="360"&gt;&lt;/embed&gt;&lt;/object&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="line-height: 1.3em;font-size:130%;" &gt;&lt;a href="http://speedhorse.blogsite.org/read.php?tid=1046" target="_blank"&gt;http://speedhorse.blogsite.org/read.php?tid=1046&lt;/a&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5135425816290860163-2892967239606984711?l=downmerngnews.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5135425816290860163/posts/default/2892967239606984711'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5135425816290860163/posts/default/2892967239606984711'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://downmerngnews.blogspot.com/2012/01/26-1-2012.html' title='โมเดลแก้รธน สูตรเพือไทย ปอกเปลือกข่าว 26 1 2012'/><author><name>downmerng</name><uri>http://www.blogger.com/profile/14601586173795367918</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5135425816290860163.post-9179399844188332976</id><published>2012-01-27T19:27:00.003+07:00</published><updated>2012-01-27T19:27:53.331+07:00</updated><title type='text'>สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ถึง ‘พี่เสกที่นับถือ’: “ใครถอยและใครทน พิสูจน์ได้เมื่อภัยมา”</title><content type='html'>ที่มา &lt;a href="http://www.prachatai.com/journal/2012/01/38965" target="_new"&gt;ประชาไท&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color: rgb(128, 128, 128);"&gt;หมายเหตุ: ชื่อบทความเดิม ’  “ใครถอยและใครทน พิสูจน์ได้เมื่อภัยมา”: ตอบจดหมายกรณี นิติราษฎร์-ครก.112 ของเสกสรรค์ ประเสริฐกุล&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt; &lt;p&gt; &lt;/p&gt; &lt;p&gt;เรียน พี่เสก ที่นับถือ&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ผมอ่าน&lt;a href="http://prachatai.com/journal/2012/01/38961"&gt;จดหมายชี้แจงกรณี “นิติราษฎร์-ครก.112”&lt;/a&gt; ของพี่เสกด้วยความรู้สึกเศร้าใจมากกว่าอย่างอื่น ความจริง ผมว่า พี่เสก คง &lt;em&gt;“ชรา”&lt;/em&gt;  แล้วอย่างที่พี่เสกพูดถึงตัวเองในจดหมายจริงๆ  จึงตัดสินทำอะไรที่ไม่ควรทำเช่นนี้  ที่ในระยะยาวมีแต่จะเป็นการลดทอนชื่อเสียงเกียรติภูมิและฐานะทางประวัติ ศาสตร์ของพี่เสกลงไปอีก&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ก่อนอื่น ใครที่ได้อ่านจดหมายของพี่เสกฉบับนี้  ก็ยากจะหลีกเลี่ยงอดคิดไม่ได้ว่า ที่พี่เสกเพิ่งมาออกจดหมายฉบับนี้ –  สองสัปดาห์หลังจากมีการประกาศชื่อผู้ร่วมลงนามสนับสนุนร่างแก้ไข 112 ของ  นิติราษฎร์ (ซึ่งรวมชื่อพี่เสกอยู่ด้วย) ก็เพราะหลายวันที่ผ่านมา  มีกระแสโจมตี “นิติราษฎร์” อย่างหนัก ซึ่งนับเป็นเรื่องน่าเสียใจว่า  “เสกสรรค์ ประเสริฐกุล” ผู้เคยนำมวลชนลุกขึ้นสู้อย่างกล้าหาญไม่ถอย เมื่อ  40 ปีก่อน  (ในท่ามกลางเพื่อนรุ่นเดียวกันหลายคนที่หวั่นไหวกับการขู่ของอำนาจทหารฟัส ซิสต์) กลายมาเป็นคน “ใจเสาะ” อ่อนไหวง่ายกับกระแสโจมตี ที่ทั้งหมด  มีแต่เสียงคำรามแบบป่าเถื่อน ไม่มีร่องรอยของภูมิปัญญาอยู่เลยนี้  ไปได้เสียแล้ว&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ความจริง กระแสโจมตีในขณะนี้ พุ่งเป้าไปที่นิติราษฎร์เท่านั้น  เรียกว่าไม่มีการกล่าวถึงคนอื่นๆที่ร่วมลงนามเลย อย่าว่าแต่พี่เสกเลย  แม้แต่คนที่ใกล้ชิดหรือมีท่าทีสนับสนุนนิติราษฏร์มากกว่าพี่เสกหลายเท่า  เช่น อาจารย์ชาญวิทย์ หรือ อาจารย์นิธิ (ที่พูดในงานเปิดตัวด้วย)  ก็ยังเรียกว่าไปไม่ถึง ก็แล้วทำไมพี่เสกจะต้อง “ร้อนตัว”  ออกจดหมายมาชี้แจงแบบนี้เล่า?&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ผมเชื่อว่า ทุกคนตระหนักดีว่า ในการรณรงค์ที่ใช้รูปแบบร่วมลงชื่อกันมากๆ  เป็นร้อยคนขึ้นไปเช่นนี้ แต่ละคนย่อมอาจจะมีเหตุผลเฉพาะของตัวเอง  และไม่จำเป็นต้องคิดเหมือนกับคนที่เป็นผู้ริเริ่มทั้งหมด แต่อย่างน้อย  ในฐานะที่แต่ละคนเป็นผู้ใหญ่มีวุฒิภาวะและวิจารณญาณกันแล้ว (อย่าว่า&lt;em&gt; “ชรา” &lt;/em&gt;แล้ว  อย่างพี่เสก) การลงชื่อ หรือยอมให้ชื่อของตัวเองรวมเข้าไปด้วย  ย่อมมาจากการต้องเห็นด้วยกับข้อเสนอเช่นนั้น  ไม่ว่าจะมีเหตุผลหรือมุมมองเฉพาะของตัวเองอย่างไร ดังนั้น จะว่าไปแล้ว  ก็ไม่เห็นจะมีความจำเป็นที่แต่ละคนจะต้องออกมาชี้แจงเลย  ยิ่งในเมื่อกระแสโจมตีในกรณีนี้ หาได้พุ่งเป้าไปที่ใครโดยเฉพาะ  (นอกจากนิติราษฎร์) ที่แน่ๆ ผมก็ไม่เห็นกระแสโจมตีนี้ ไปแตะถึงตัวพี่เสกเลย&lt;/p&gt; &lt;p&gt;แต่ตอนนี้ พี่เสกกลับรู้สึกว่าจำเป็นต้อง &lt;em&gt;“ชี้แจงจุดยืนของตัวเองให้กระจ่าง” &lt;/em&gt;โดยอ้างว่า ที่ลงชื่อไปนั้น&lt;em&gt;  “เนื่องจากถูกขอร้องโดยผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ  และผมเองก็ได้พิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นข้อเสนอที่อยู่ในกรอบของการปฏิรูป กฎหมาย มีเนื้อหากลางๆ ออกไปในแนวมนุษยธรรม  และที่สำคัญคือยังคงไว้ซึ่งจุดหมายในการพิทักษ์รักษาสถาบันสำคัญของชาติ”&lt;/em&gt;&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ก่อนอื่น ผมขอตั้งข้อสังเกตว่า หลังๆ ดูๆ พี่เสกจะชอบ “ออกตัว”  เวลาทำอะไรที่มีลักษณะเป็นประเด็นถกเถียง (controversial) ในลักษณะนี้คือ  “ถูกผู้ใหญ่ขอร้อง” คราวที่พี่เสกไปรับตำแหน่งในคณะกรรมการปฏิรูป ก็บอกว่า &lt;em&gt;“หนึ่ง-ผมเกรงใจท่านอดีตนายกฯ อานันท์ ปันยารชุน ที่อุตส่าห์เชิญผมไปร่วมงาน” &lt;/em&gt;(ใน &lt;a href="http://www.fo3p.net/index.php?option=com_content&amp;amp;task=view&amp;amp;id=763&amp;amp;Itemid=100"&gt;คำสัมภาษณ์นิตยสาร “ค คน”&lt;/a&gt;)  พี่เสกก็แก่มากแล้ว ทำไมจะต้องคอย “ออกตัว” (แก้ตัว) ในลักษณะนี้ให้เด็กๆ  อายุคราวหลานหลายคนที่เขาร่วมลงชื่อครั้งนี้รู้สึกสมเพชด้วยเล่า?  พวกเขาเด็กปานนั้น  ยังไม่เห็นมีใครเคยบอกว่าที่ทำไปเพราะคนเป็นผู้ใหญ่กว่าขอให้ทำเลย&lt;/p&gt; &lt;p&gt;แต่ที่สำคัญกว่านั้น คือการออกมาชี้แจงด้วยเหตุผลที่เห็นได้ชัดว่า  ต้องการให้ตัวเอง “ดูดี” ว่า ไม่ได้เป็นพวก “ล้มเจ้า”  แบบที่กระแสโจมตีอันป่าเถื่อนกำลังกล่าวหา “นิติราษฎร์” ในขณะนี้  ไม่เช่นนั้น ทำไมจะต้องอุตส่าห์ใส่ข้อความว่า&lt;em&gt; “&lt;u&gt;ที่สำคัญ&lt;/u&gt;คือยังคงไว้ซึ่งจุดหมายในการพิทักษ์รักษาสถาบันสำคัญของชาติ” &lt;/em&gt;ด้วย  มิหนำซ้ำ ในข้อความที่ตามมา ยังอุตส่าห์เขียนในลักษณะ “เป็นนัยๆ”  ในลักษณะที่ฝรั่งเรียกว่า innuendo (พูดเป็นนัยๆ ให้เสียหาย) ว่า &lt;em&gt;“ผมต้องขอยืนยันว่าผมไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับนักวิชาการกลุ่มนี้ และยิ่งไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับ&lt;u&gt;ข้อเสนอในประเด็นอื่นๆ ที่กลุ่มดังกล่าวได้ประกาศออกมาอย่างต่อเนื่อง&lt;/u&gt;”&lt;/em&gt;&lt;/p&gt; &lt;p&gt;คือถ้าพูดกันด้วยภาษาชาวบ้านๆ ใครที่อ่านหนังสือไทยได้ ก็เข้าใจว่า  พี่เสกกำลังบอกเป็นนัยว่า “ผมจงรักภักดีนะ ผมไม่เกี่ยวข้องกับพวกนั้น  (นิติราษฎร์) เลย ที่พวกนั้นออกมาในแนวไม่จงรักภักดี (คือไม่มี&lt;em&gt; “จุดหมายในการพิทักษ์รักษาสถาบันสำคัญของชาติ”&lt;/em&gt;  เหมือนผม) ผมไม่รู้ไม่เห็นด้วยนะ” – คือถ้าไม่ให้ตีความเช่นนี้  ก็ไม่รู้ว่าจะอธิบายการที่พี่เสกต้อง “ร้อนตัว” มาบอกว่า  ไม่เกี่ยวข้องกับนิติราษฎร์ได้ยังไง ในเมื่อ (ก) ในประเทศไทย  ไม่เห็นมีใครเคยบอกว่าพี่เสกเกี่ยวข้องกับนิติราษฎร์ และ (ข) ถ้า&lt;em&gt; “ข้อเสนอในประเด็นอื่น”&lt;/em&gt; ที่นิติราษฎร์ &lt;em&gt;“ประกาศออกมาอย่างต่อเนื่อง” &lt;/em&gt;เป็น เรื่องอื่น ไม่ใช่เกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์  (ที่พวกเขาเสนอให้ปฏิรูปตามอารยประเทศประชาธิปไตย) พี่เสกจะต้องออกมา  “ชี้แจง” เช่นนี้ และต้องพาดพิงถึง&lt;em&gt; “ประเด็นอื่นๆ ที่กลุ่มดังกล่าวได้ประกาศออกมาอย่างต่อเนื่อง” &lt;/em&gt;ด้วยหรือ?&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ผมเสียใจที่พี่เสกยิ่งแก่ยิ่งกล้าหาญน้อยลงๆ ถ้าพี่เสกเห็นว่า สิ่งที่นิติราษฎร์ &lt;em&gt;“ประกาศออกมาอย่างต่อเนื่อง” &lt;/em&gt;เป็นอะไรที่ไม่ดีต่อสถาบันกษัตริย์ (ที่พี่เสกปวารณาจะ &lt;em&gt;“พิทักษ์รักษา”&lt;/em&gt;) ก็ควรกล้าที่จะอธิบายออกมาตรงๆ ไม่ใช่ใช้วิธี innuendo แบบนี้&lt;/p&gt; &lt;p&gt;น่าเสียใจด้วยว่า ในคำสัมภาษณ์ “ค คน” พี่เสกได้พูดถึง &lt;em&gt;“สมบูรณาญาสิทธิราชย์”&lt;/em&gt; โดยเสนอว่า ลักษณะ “โครงสร้างแบบอำนาจนิยม” ของ “ชนชั้นนำ” ในปัจจุบัน&lt;em&gt; “เป็นโครงสร้างอำนาจเดียวกับสมัยสมบูรณาญาสิทธิราชย์” &lt;/em&gt;จริงอยู่ พี่เสกกำลังโจมตีนักการเมือง ซึ่งเป็น&lt;em&gt; “ผู้ใช้อำนาจการปกครอง&lt;/em&gt; [ในปัจจุบัน] &lt;em&gt;ไม่ใช่พระมหากษัตริย์เหมือนแต่ก่อน”&lt;/em&gt; (พี่เสกพูดต่อด้วยคำที่เบาลงมาด้วยว่า&lt;em&gt; “หรือ&lt;u&gt;บางที&lt;/u&gt;ก็เป็นผู้นำกองทัพ”&lt;/em&gt;) แต่ในเมื่อพี่เสกกล่าวว่า “โครงสร้าง” การใช้อำนาจปัจจุบันซึ่งพี่เสกวิพากษ์นั้น &lt;em&gt;“แทบจะเหมือนเดิมทุกประการ”&lt;/em&gt;  กับสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ก็ย่อมหมายความว่า พี่เสก  ไม่เห็นด้วยกับสมบูรณาญาสิทธิราชย์เช่นกัน แต่ไฉน  พี่เสกจึงมายอมค้อมหัวให้กับกระแสโจมตีนิติราษฎร์ในขณะนี้  ที่มาจากอุดมการณ์และวิธีคิดแบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์อย่างชัดเจนด้วยเล่า?&lt;/p&gt; &lt;p&gt;วินาทีแรกที่ผมอ่านจดหมายของพี่เสกจบ ผมนึกถึงกาพย์ของจิตร ภูมิศักดิ์ ท่อนนี้ ขึ้นมาทันที&lt;/p&gt; &lt;p&gt;&lt;em&gt;หนทางพิสูจน์ม้า  และเวลาพิสูจน์คน&lt;br /&gt;ใครถอยและใครทน พิสูจน์ได้เมื่อภัยมา&lt;/em&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;ด้วยความเศร้าใจจริงๆ&lt;br /&gt;สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล&lt;/p&gt; &lt;p&gt; &lt;/p&gt; &lt;div class="field field-type-link field-field-related-link"&gt;       &lt;div class="field-label"&gt;เรื่องที่เกี่ยวข้อง: &lt;/div&gt;     &lt;div class="field-items"&gt;             &lt;div class="field-item odd"&gt;                     &lt;a href="http://www.prachatai.com/journal/2012/01/38961" target="_blank"&gt;'เสกสรรค์' แจงลงชื่อแก้กฎหมาย ม.112 แต่ไม่ใช่แกนนำผลักดัน&lt;/a&gt;        &lt;/div&gt;         &lt;/div&gt; &lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5135425816290860163-9179399844188332976?l=downmerngnews.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5135425816290860163/posts/default/9179399844188332976'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5135425816290860163/posts/default/9179399844188332976'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://downmerngnews.blogspot.com/2012/01/blog-post_1668.html' title='สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ถึง ‘พี่เสกที่นับถือ’: “ใครถอยและใครทน พิสูจน์ได้เมื่อภัยมา”'/><author><name>downmerng</name><uri>http://www.blogger.com/profile/14601586173795367918</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5135425816290860163.post-5144979644725668917</id><published>2012-01-27T19:27:00.001+07:00</published><updated>2012-01-27T19:27:28.886+07:00</updated><title type='text'>กระบวนการยุติธรรมที่ไร้ความรู้สึก</title><content type='html'>ที่มา &lt;a href="http://www.prachatai.com/journal/2012/01/38964" target="_new"&gt;ประชาไท&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div class="field field-type-text field-field-byline"&gt;     &lt;div class="field-items"&gt;             &lt;div class="field-item odd"&gt;                     &lt;div&gt;ทศพล ทรรศนกุลพันธ์&lt;/div&gt; &lt;div&gt;คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่&lt;/div&gt; &lt;div&gt;ตีพิมพ์ครั้งแรก ในมติชนรายวัน 24 ม.ค.2555&lt;span style="font-size:10.0pt;font-family:&amp;quot;Tahoma&amp;quot;,&amp;quot;sans-serif&amp;quot;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;         &lt;/div&gt;         &lt;/div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;กฎหมายในโลกสมัยใหม่จำเป็นต้องมีความชัดเจน แน่นอน มั่นคง  เพื่อผดุงไว้ซึ่งความยุติธรรมต่อทุกฝ่าย  โดยเนื้อหาสาระของการกระทำใดที่จะเป็นความผิดจะต้องมีการระบุและอธิบายไว้ อย่างชัดเจนล่วงหน้า  เพื่อหวังว่าคนที่กำลังชั่งใจว่าจะทำดีหรือไม่จะได้ใช้เป็นต้นทุนประกอบการ ตัดสินใจและงดเว้นการกระทำผิดเสีย&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;อย่างไรก็ดีสิ่งที่สำคัญกว่า คือ กระบวนการที่จะพิสูจน์ว่าบุคคลได้กระทำการตามที่กฎหมายกำหนดไว้ว่าเป็นความผิดหรือไม่&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;กฎหมายหมายในปัจจุบันจึงต้องมีการบัญญัติถึง กระบวนการพิสูจน์  “ความจริง” ว่าบุคคลได้กระทำจริงดังที่ได้มีการกล่าวหากันหรือไม่  การตัดสินว่าบุคคลนั้น “ถูก หรือ ผิด”  จึงเกิดตามภายหลังดังนั้นกระบวนการยุติธรรมที่พิสูจน์ข้อเท็จจริงจะต้องยืน อยู่บนหลักฐานในเชิงประจักษ์ ซึ่งสามารถตรวจสอบได้ผลที่ชัดเจนแน่นอน  ก่อนที่จะนำข้อเท็จจริงนั้นมาปรักปรำให้บุคคลต้องรับโทษทัณฑ์&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;จากประสบการณ์อันเลวร้ายในทุกสังคม  ซึ่งประวัติศาสตร์ได้สะท้อนการกระทำอันเป็นผลร้ายต่อผู้บริสุทธิ์จำนวนมาก ซ้ำแล้วซ้ำเล่า  บทเรียนเหล่านั้นได้ก่อให้เกิดกระบวนการยุติธรรมต้องมีการประกันสิทธิของคู่ กรณี เพื่อป้องกันการลงโทษ “แพะ” ที่ถูกลากมาให้ “รับบาป”  จากสิ่งที่ตนมิได้กระทำ&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;กระบวนการยุติธรรมทางอาญาในปัจจุบันจึงกำหนดให้  คู่กรณีฝ่ายที่ถูกกล่าวหา หรือ “จำเลย”  ได้รับการประกันสิทธิในกระบวนการยุติธรรมทางอาญาอย่างเข้มแข็ง ด้วยเหตุว่า  ถ้าจำเลยต้องคำพิพากษาว่า “ผิดจริง” จะต้องรับโทษทางอาญาที่มีผลร้ายแรง  ลิดรอนสิทธิอย่างกว้างขวางและยาวนาน&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;บทบาทการทำหน้าที่ของผู้พิพากษาในกระบวนการยุติธรรมทางอาญาจึงต้อง คำนึงถึง  หลักสันนิษฐานไว้ก่อนว่าบริสุทธิ์จนกว่าจะพิสูจน์ได้อย่างปราศจากข้อสงสัย ว่าผิดจริง ดังที่รัฐธรรมนูญกำหนด&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;ในคดีอาญาหลายกรณี  ศาลได้ใช้ดุลยพินิจในการวินิจฉัยข้อเท็จจริงโดยอาจจะมิได้พิเคราะห์คำอธิบาย ที่แตกต่างจากการรับรู้ทั่วไปของสังคมที่ตกอยู่ภายใต้การครอบงำของวาทกรรม  “ความมั่นคงของชาติ” “ความสงบเรียบร้อยของสังคม” และ  “ศีลธรรมอันดีของประชาชน” ซึ่งมีความคลุมเครือ&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;ยกตัวอย่างคดีอาญาหลายคดี เช่น คดีสิ่งแวดล้อม คดียาเสพย์ติด  คดีก่อการร้าย คดีการใช้สิทธิในการชุมนุม  และคดีการแสดงความคิดเห็นอันสุ่มเสี่ยงต่อความผิดฐานหมิ่นประมาทหรือความ มั่นคง  ประชาชนที่ตกเป็นจำเลยมักจะพยายามอธิบายการกระทำซึ่งเป็นข้อเท็จจริงแห่งคดี ที่แตกต่างไปจากวาทกรรมเรื่อง “ความมั่นคงของชาติ”  “ความสงบเรียบร้อยของสังคม” และ “ศีลธรรมอันดีของประชาชน”  ซึ่งเจ้าหน้าที่ของรัฐ และตุลาการเข้าใจ และยึดถือเป็นสรณะ  แต่ในแทบทุกคดีไม่ได้รับการตอบสนอง&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;ท่ามกลางข้อถกเถียงและโต้แย้งว่า ขอบเขตของสิ่งที่เรียกว่า  “ความมั่นคงของชาติ” “ความสงบเรียบร้อยของสังคม” และ  “ศีลธรรมอันดีของประชาชน” ควรจะหมายถึงอะไร กรณีใดจะเข้าลักษณะดังกล่าว  ประชาชนที่แสดงความเห็นต่างในหลายคดี ก็ต้องคำพิพากษาจำคุกมาอย่างต่อเนื่อง&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;จากการทบทวนความคิดเห็นของประชาชนชาวไทยในพื้นที่สื่อสาธารณะทั้งหลาย  ทั้งในข่าว บทสัมภาษณ์ เครือข่ายทางสังคมบนโลกอินเตอร์เน็ต  หรือแม้กระทั่งโพลล์ คนในสังคมไทยมักแสดงออกว่ายอมรับในความหลากหลาย  แต่เมื่อเกิดคดีในกลุ่มข้างต้น  พวกเขากลับดูดายต่อผู้ที่เห็นต่างในกรณีเหล่านี้  โดยเฉพาะในเมื่อคดีเข้าสู่การพิจารณาของกระบวนการยุติธรรม&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;การตีความเรื่อง “ความมั่นคงของชาติ” “ความสงบเรียบร้อยของสังคม” และ  “ศีลธรรมอันดีของประชาชน”  ของผู้ที่ใช้อำนาจรัฐทั้งฝ่ายปกครองอันมีเจ้าหน้าที่บ้านเมืองเป็นหลัก  และการตีความของฝ่ายตุลาการที่มีผู้พิพากษาเป็นหัวหอก  โดยพยายามเชื่อมโยงประเด็นเหล่านี้เข้ากับ “ความรู้สึก”  ย่อมมีผลต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชนผู้เห็นต่างเป็นอย่างมาก  ไม่ว่ารัฐจะอ้างว่าเป็น “ความรู้สึกของปวงชนชาวไทย”  แต่คนที่อ้างก็มิเคยทำประชามติหรือประชาพิจารณ์  หรือแม้มีลูกขุนมาให้ความเห็นเลยสักครั้ง&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;ท่ามกลาง “ฝุ่นควันของความขัดแย้งทางความคิดในช่วงเปลี่ยนผ่าน”  การใช้อำนาจรัฐดำเนินการต่อความหลากหลายทางความคิดย่อมกดทับ  ความพยามยามในการต่อสู้ทางการเมืองบนพื้นฐานของสันติวิธีให้เหี้ยนเตียนไป  อนึ่งการแสดงความคิดเห็นเป็นวิธีการที่ประหยัดเลือดเนื้อที่สุดอันควรค่าแก่ การรักษา&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;กระบวนการยุติธรรมที่ตีความขยายขอบเขตเรื่อง “ความมั่นคงของชาติ”  “ความสงบเรียบร้อยของสังคม” และ “ศีลธรรมอันดีของประชาชน”  ออกไปจำกัดการใช้สิทธิของประชาชน โดยอ้างเรื่อง “ความรู้สึก”  ย่อมเป็นการทำลายความเป็นคนที่ตั้งอยู่บนความแตกต่างหลากหลายเป็นที่สุด&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;หากต้องการรักษาสันติภาพไว้ในสังคมไทยที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งที่แหลม คมขึ้นเรื่อง  การตีความและใช้กฎหมายบนพื้นฐานของเหตุผลที่รองรับด้วยกฎหมายที่ประกันสิทธิ เสรีภาพเป็นที่ตั้ง ย่อมเป็นหนทางที่ “ต้องเลือก” อย่างถึงที่สุด  เนื่องด้วยกฎหมายลำดับรองและการบังคับใช้กฎหมายเหล่านั้นภายใต้บริบทของรัฐ ไทยที่มีปัญหาเรื่องอำนาจนิยมจะมีผลต่อการลิดรอนสิทธิของประชาชนไม่ฝ่ายใดก็ ฝ่ายหนึ่งเสมอ แล้วแต่ว่าตอนนั้นอำนาจรัฐอยู่กับใคร ดังนั้นการยึดมั่น  “สิทธิตามรัฐธรรมนูญ”  จึงมีความสำคัญต่อทุกคนที่อาจจะตกเป็นฝ่ายตรงข้ามรัฐเมื่อไหร่ก็ได้&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;หากกระบวนการยุติธรรมในระยะเปลี่ยนผ่านยังไม่มีการปรับตัว  และคงดำเนินไปอย่างชาชินต่อความรู้สึกเจ็บปวด ทรมาน ไม่ยุติธรรม  ของเหยื่ออธรรม ซึ่งสั่งสมขึ้นเป็นความคลั่งแค้น  กงล้อแห่งความรุนแรงย่อมหมุนไปบนเงื่อนไขที่ทำให้สังคมก้าวเดินไปสู่ภาวะ  “ไร้ความรู้สึกต่อเพื่อนมนุษย์” ในท้ายที่สุด&lt;/div&gt; &lt;div&gt; &lt;/div&gt; &lt;div&gt;เมื่อจุดแตกหักทางความคิดและกระบวนการผลักดันให้เกิดความเปลี่ยนแปลงมา ถึง “ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์” และ “มนุษยธรรม” ต่อผู้ที่เห็นต่าง  ก็อาจจะไม่หลงเหลืออยู่ในสังคมนี้อีกเลย  เพราะท่ามกลางความขัดแย้งที่กำลังคุกรุ่น และพร้อมที่จะระเบิดขึ้นนั้น  คนที่มีความกลัวย่อมเกิดความหวากระแวงและพร้อมที่จะใช้ความรุนแรงเข้าประหัต ประหารฝ่ายตรงข้ามในในอีกไม่ช้า&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5135425816290860163-5144979644725668917?l=downmerngnews.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5135425816290860163/posts/default/5144979644725668917'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5135425816290860163/posts/default/5144979644725668917'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://downmerngnews.blogspot.com/2012/01/blog-post_9601.html' title='กระบวนการยุติธรรมที่ไร้ความรู้สึก'/><author><name>downmerng</name><uri>http://www.blogger.com/profile/14601586173795367918</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5135425816290860163.post-2025188860458698308</id><published>2012-01-27T19:26:00.004+07:00</published><updated>2012-01-27T19:27:05.758+07:00</updated><title type='text'>เพ็ญ ภัคตะ: พ่อแม่ไม่สั่งสอน!</title><content type='html'>ที่มา &lt;a href="http://www.prachatai.com/journal/2012/01/38963" target="_new"&gt;ประชาไท&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div class="field field-type-text field-field-byline"&gt;     &lt;div class="field-items"&gt;             &lt;div class="field-item odd"&gt;                     &lt;p&gt;เพ็ญ ภัคตะ&lt;/p&gt; &lt;p&gt; &lt;/p&gt;         &lt;/div&gt;         &lt;/div&gt; &lt;/div&gt; &lt;p&gt; &lt;/p&gt; &lt;p&gt;สงสัยว่าพ่อแม่ไม่สอนสั่ง&lt;br /&gt;จึงมานั่งหน้าจอจ้อโขมง&lt;br /&gt;คุ้ยข่าวนู้นแขวะคนนี้ว่าขี้โกง&lt;br /&gt;จนคอโป่งตาโปนถลนตะลึง&lt;/p&gt; &lt;p&gt;คุณคงเป็นลูกรักยิ่งนักแล้ว&lt;br /&gt;พ่อดั่งแก้วกนกมณีเป็นที่หนึ่ง&lt;br /&gt;แม่คุณคงสั่งสอนเสียลึกซึ้ง&lt;br /&gt;ปากคุณจึงจ้วงจาบอำเภอใจ&lt;/p&gt; &lt;p&gt;โอ้ละหนอ...นกน้อยแห่งไร่ส้ม&lt;br /&gt;พ่นคารมข่มเหงยำเยงไพร่&lt;br /&gt;หนึ่งหนึ่งสองที่ผองคุณทูนเทิดไว้&lt;br /&gt;แท้คือโซ่เส้นใหญ่ใกล้หย่อนยาน&lt;/p&gt; &lt;p&gt;เมื่อมีคนเห็นต่างย่อมต่างเห็น&lt;br /&gt;ไยต้องเป็นหนึ่งเดียวเกลียวสมาน&lt;br /&gt;ฉุดกระชากลากไถไสกบาล&lt;br /&gt;ขู่ประจานให้พ้นเขตประเทศไทย&lt;/p&gt; &lt;p&gt;สำรอกทับวลีถ่อยฟังแล้วอึ้ง&lt;br /&gt;“พ่อแม่มึงไม่สั่งสอนกันใช่ไหม?”&lt;br /&gt;สอนน่ะสอน! ว่าอย่าเป็นทาสรับใช้&lt;br /&gt;สั่งสิสั่ง! ว่าหัวใจให้อิสรีย์&lt;/p&gt; &lt;p&gt;หยุดเหยียบย่ำหยามเย้ยถึงแม่พ่อ&lt;br /&gt;ปากสอพลอตระบัดสัตย์สิ้นศักดิ์ศรี&lt;br /&gt;ใครจงรักไม่จงรักสิทธิเขามี&lt;br /&gt;บุพการี...ขอไว้อย่าลามปาม!&lt;/p&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5135425816290860163-2025188860458698308?l=downmerngnews.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5135425816290860163/posts/default/2025188860458698308'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5135425816290860163/posts/default/2025188860458698308'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://downmerngnews.blogspot.com/2012/01/blog-post_8390.html' title='เพ็ญ ภัคตะ: พ่อแม่ไม่สั่งสอน!'/><author><name>downmerng</name><uri>http://www.blogger.com/profile/14601586173795367918</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5135425816290860163.post-7438140363955538156</id><published>2012-01-27T19:26:00.003+07:00</published><updated>2012-01-27T19:26:47.987+07:00</updated><title type='text'>มุกหอม วงษ์เทศ: อาถรรพ์แห่งศัพท์</title><content type='html'>ที่มา &lt;a href="http://www.prachatai.com/journal/2012/01/38949" target="_new"&gt;ประชาไท&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div class="field field-type-text field-field-byline"&gt;     &lt;div class="field-items"&gt;             &lt;div class="field-item odd"&gt;                     &lt;p&gt;มุกหอม วงษ์เทศ&lt;/p&gt; &lt;p&gt; &lt;/p&gt;         &lt;/div&gt;         &lt;/div&gt; &lt;/div&gt; &lt;p&gt;&lt;strong&gt;ศัพท์บางประเภทมีอาถรรพ์ คำบางวงศ์วานมีอาคม&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ช่วงครึ่งทศวรรษที่ผ่านมา ความนิยมใช้คำว่า “เจ้า”  พวยพุ่งรุ่งโรจน์อย่างเป็นปรากฏการณ์  สวนทางกับความนิยมในสามานยนามและวิสามานยนามเกี่ยวกับเจ้าที่ตกต่ำลง  ข้าพเจ้าลองนั่งนึกสลับกับสืบค้นแบบลวกง่ายไม่ทรมานสังขารอันไม่เที่ยง  ก็พบว่าคำว่า “เจ้า” มีความหมายและการใช้ตามสมัยนิยมที่รุ่มรวย หลากหลาย  เหลื่อมซ้อน ย้อนแย้ง อินุงตุงนัง อาทิเช่น&lt;/p&gt; &lt;p&gt;(1) ผู้มีอำนาจในปริมณฑลหรือกิจการต่างๆ เช่น เจ้าหน้าที่, เจ้าพนักงาน, เจ้าเมือง, เจ้าสำนัก, เจ้าอาวาส, เจ้าพ่อ&lt;/p&gt; &lt;p&gt;(2) เหล่าพระราชวงศ์และราชนิกูลในสถาบันกษัตริย์  นับตั้งแต่ชั้นหม่อมเจ้าขึ้นไป (หมายเหตุ: ตามกฎนี้  ผู้มีฐานันดรศักดิ์ต่ำกว่าหม่อมเจ้า จึงไม่ใช่ “เจ้า” อย่างไรก็ดี  ผู้ไม่ใช่เจ้ามาแต่กำเนิดก็สามารถถูกแต่งตั้งให้เป็น “เจ้า” ได้  หรือในกรณีที่มีการเปลี่ยนราชวงศ์ สามัญชนก็ตั้งตนเป็นเจ้าได้ เช่น  รัชกาลที่หนึ่งผู้สถาปนาราชวงศ์จักรี)&lt;/p&gt; &lt;p&gt;(3) ผี เทพ เทวดา สิ่งศักดิ์สิทธิ์ เช่น เจ้าที่, ศาลเจ้า, ไหว้เจ้า, ทรงเจ้า&lt;/p&gt; &lt;p&gt;(4) God - พระเจ้า, พระผู้เป็นเจ้า&lt;/p&gt; &lt;p&gt;(5) ความเป็นเจ้าของ หรือผู้เป็นใหญ่เหนือสิ่งของ เช่น เจ้าหนี้, เจ้าทรัพย์, เจ้าบ้าน &lt;/p&gt; &lt;p&gt;(6) ผู้มีความเชี่ยวชาญช่ำชองในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เช่น เจ้าเล่ห์, เจ้าชู้, เจ้าคารม, เจ้ากี้เจ้าการ&lt;/p&gt; &lt;p&gt;(7) สรรพนามบุรุษและสตรีที่สองและสาม ใช้แทนผู้ที่เราพูดด้วยและพูดถึง โดยมีนัยยะถึงคนที่มีสถานะต่ำกว่าหรือเท่ากัน เช่น&lt;/p&gt; &lt;p&gt;“ชายชาติอาชาไนยอย่างข้า ไม่เอาเจ้าด้วยกำลังหรือเล่ห์เพทุบายดอก”  “วันหลังคุณอย่าพาเจ้าหนูมาที่นี่อีกนะ ดิฉันรำคาญเด็ก”  “เจ้าหล่อนนึกยังไงหนอ ถึงยอมไปไหนมาไหนกับเจ้าราฟาเอล” &lt;/p&gt; &lt;p&gt;นอกจากนี้ยังเกิดความนิยมใช้ “เจ้า”  นำหน้าสิ่งไม่มีชีวิตหรือสิ่งมีชีวิตที่ไม่ใช่คน  นัยว่าเพื่อแสดงตนเป็นคนสุภาพน่ารัก จิตใจดี  มีความเอ็นดูอันเหลือเฟือให้กับสรรพสิ่ง เช่น “อพยพออกจากบ้านเป็นเดือนแล้ว  ทำไมเจ้ามวลน้ำไม่เห็นมาเสียที” “อนิจจา, พวกใจบาปจะมากำจัดน้ำเน่ากันแล้ว  เรามาร่วมสวดมนต์ให้เจ้าแบคทีเรียกันเถอะ”&lt;/p&gt; &lt;p&gt;(8) ผู้ประกอบการ เช่น “ลูกชิ้นปิ้งเจ้านี้อร่อยที่สุด  ใส่บอแรกซ์ไม่อั้น” “เจ้านี้ก็ห่วย เจ้าโน้นก็ห่วย  เจ้าที่คนมะรุมมะตุ้มแย่งกันยิ่งห่วย แถวนี้ห่วยทุกเจ้า”&lt;/p&gt; &lt;p&gt;(9) คำอุทาน คำสบถ คำร้องเรียกความสนใจ หรือคำลงท้ายขานรับ  เช่น  “อุแม่เจ้า!” “แม่เจ้าโว้ย!” “เจ้าข้าเอ๊ย!”  “สั่งสอนพวกไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงเสร็จเรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ!”  “จะให้บ่าวเชือดไก่ให้ลิงดูอีกตัวไหมเจ้าคะ?” &lt;/p&gt; &lt;p&gt;น่าประหลาดที่คำว่า “เจ้า”  ตามอักขรวิธีและการสะกดในปัจจุบันมีนัยความหมายและการใช้มากมายและวุ่นวาย ขนาดนี้ ในบางกรณี  ความหมายแบบหนึ่งทำลายความหมายอีกแบบหนึ่งจนย่อยยับอย่างไม่น่าให้อภัยโทษ และอยู่ร่วมราชอาณาจักรกันได้&lt;br /&gt; &lt;/p&gt; &lt;p class="rtecenter"&gt;&lt;img alt="" src="http://farm8.staticflickr.com/7168/6764606661_1dfb41e551.jpg" /&gt;&lt;/p&gt; &lt;p&gt; &lt;strong&gt;ศัพท์กำราบ สาปด้วยศัพท์&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt; &lt;p&gt;นับตั้งแต่กระแสเรียกร้องสิทธิ เสรีภาพ  การปฏิรูปและการวิพากษ์สถาบันกษัตริย์ทวีความเข้มข้นพร้อมส่งสัญญาณไม่ยอม จำนน บรรดาสาวกและอัศวินแห่งลัทธิเทวราชากลายพันธุ์  (รวมทั้งพวกโหนเจ้าทั้งที่อาจไม่ได้นิยมเจ้าด้วยใจจริง)  ต่างกระวีกระวาดสาดถ้อยคำเข้าใส่ปีศาจแห่งความเป็นสมัยใหม่อย่างเมามัน &lt;/p&gt; &lt;p&gt;“กำเริบเสิบสาน” “เหิมเกริม” “เห่อเหิม” “ลบหลู่” “จาบจ้วง”  “ล่วงละเมิด” “ล่วงเกิน” “ก้าวล่วง” “อาจเอื้อม” “บังอาจ” “ตีตนเสมอ”  “มักใหญ่ใฝ่สูง” “หมิ่นเบื้องสูง” “หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ” “หลู่พระเกียรติ”  “ระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท” “มิบังควร” “ดึงฟ้าต่ำ” “อกตัญญู” “เนรคุณ”  “ทรยศ” “พ่อแม่ไม่สั่งสอน” “ล้มเจ้า” “ล้มล้างราชบังลังก์” “ไม่จงรักภักดี”  “ไม่สำนึกบุญคุณ” “ไม่รู้ที่ต่ำที่สูง” “ไม่เจียมกะลาหัว” “เหาจะกินหัว”  “ขี้กลากจะขึ้นหัว” “นรกจะกินกบาล”&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ศัพท์แสงสำนวนโวหารหรูหราเหล่านี้ล้วนร้อยรัดอยู่กับแก่นแกนอุดมการณ์ โบราณเดียวกัน (“โบราณ” แต่ก็เป็นการผสมผสานอย่างไม่สถิตของ  “มรดก-ซากเดน-เพิ่งสร้าง-ประดิษฐ์ใหม่-กลายพันธุ์”)  อุดมการณ์ศักดินาที่ทรงฤทธิ์นี้อ้างอิงปนบิดผันอุดมการณ์พุทธปนพราหมณ์ว่า ด้วยการแบ่งแยกลำดับชั้นตามชาติกำเนิด สิทธิธรรมและบุญญาบารมี  ด้วยลักษณะสังคมแบบ “ยศช้างขุนนางพระ” และ “นายว่าขี้ข้าพลอย”  ภาษาไทยจึงมีคำ “ด่า-แดกดัน”  เกี่ยวกับการฝ่าฝืนกฎเกณฑ์ลำดับชั้นมากมายหลายเฉดให้เลือกใช้ตามแต่อกุศลจิต  ภาษา “คุณไสย” จำพวกนี้มีหน้าที่ตำหนิติเตียน ผรุสวาท เหยียดหยาม เยาะหยัน  ข่มขู่ และสาปแช่งการ “ละเมิด”  หลักการและคุณค่าว่าด้วยความเหลื่อมล้ำต่ำสูงของสถานภาพบุคคลที่ฝ่ายต่ำ ศักดิ์กว่า (คนสามัญ ไพร่ ฆราวาส) กระทำต่อฝ่ายสูงศักดิ์กว่า (คนชั้นสูง  เจ้านาย พระสงฆ์ สิ่งศักดิ์สิทธิ์) &lt;/p&gt; &lt;p&gt;ภายใต้ระเบียบสังคมแนวดิ่ง เมื่อใดที่คนสถานะต่ำไม่ประพฤติตนทั้งกาย  วาจา ใจตามกติกาที่บังคับให้นอบน้อมสวามิภักดิ์ต่อคนสถานะสูง  สังคมไทยถือว่าเป็นการแหกจารีตแบบแผนที่อัปมงคลและชั่วช้าสามานย์อย่างยิ่ง  จำต้องประณาม ประจาน ประชด  และกดปราบพฤติกรรมที่สั่นคลอนโครงสร้างอำนาจและอุดมการณ์  “คนต้องไม่เท่ากัน” แบบไทยให้สิ้นพิษสง  ในโลกทัศน์และขอบฟ้าจินตนาการของคนรุ่นเก่าหัวโบราณ  คนรุ่นใหม่ที่คร่ำครึกว่าคนหัวก้าวหน้าเมื่อร้อยกว่าปีก่อน  หรือกล่าวได้ว่าส่วนใหญ่ของคนทั่วไปที่นิยมเจ้า “เจ้า”  แม้จะเชื่อได้ยากแล้วว่าเป็นอวตารของเทพแขก  แต่ก็ยังเชื่อได้ง่ายว่าเป็นผู้สั่งสมบุญญาบารมีมามากและไม่มีทางจะเป็นคน ธรรมดาได้ดังความเชื่อที่แพร่หลายว่า “พระมหากษัตริย์  อย่างไรก็อยู่สูงกว่าคนทั่วไป”&lt;/p&gt; &lt;p&gt;นอกจากข้อกล่าวหาเรื่องการละเมิดหลักแห่ง hierarchy แล้ว  การปิดปากการวิจารณ์และสกัดกั้นการปฏิบัติต่อเจ้าในฐานะบุคคลแบบเดียวกับ สามัญชนอีกแบบที่ร้ายกาจยิ่งกว่าคือการอ้างว่าเป็นเรื่องกระทบกระเทือนจิตใจ เหล่าผู้รักและศรัทธา  ซึ่งเป็นวิธีให้เหตุผลชนิดเดียวกันของเหล่าศาสนิกชนหัวรุนแรงที่ไม่อาจทนให้ ศาสนาและศาสดาของตนถูกแตะต้องได้  ยิ่งใช้ข้ออ้างนี้เป็นรากฐานมากเท่าใดก็ยิ่งทำให้ “Head of State” กลายเป็น  “God, Prophet, Spiritual Leader”   มากขึ้นเท่านั้น  ขันติธรรมซึ่งเป็นคุณค่าสำคัญในสังคมประชาธิปไตยเป็นสิ่งที่ไม่ปรากฏในสังคม ที่ปราศจากขันติต่อการแตะต้องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่แตะต้องไม่ได้&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ขัดกับคุณค่า “มนุษยนิยม” ของนานาอารยะชน, ลักษณะกึ่ง “เทวสถานะ”  ดังที่เป็นอยู่จริงเห็นประจักษ์ชัดแจ้งได้จากความเชื่อเกี่ยวกับคุณงามความ ดีอันบริสุทธิ์ไร้ข้อด่างพร้อย (ซึ่งลดหลั่นกันไปไม่เท่ากัน  และซึ่งสะท้อนว่าไม่ใช่ “เทวนิยม”  แบบโบราณที่สามารถใช้พระเดชโดยไม่จำเป็นต้องใช้พระคุณ)  พิธีกรรมทั้งแบบรัฐพิธีและลัทธิพิธี แบบแผนอากัปกิริยา  กฎหมายลายลักษณ์อักษร กฎหมู่ที่ไม่เป็นลายลักษณ์อักษร กิจกรรมเทิดไท้  ประเพณียอพระเกียรติ และธรรมเนียมคำราชาศัพท์&lt;br /&gt; &lt;/p&gt; &lt;p&gt;&lt;strong&gt;ราชาศัพท์: ศัพท์ศักดินาแห่งลัทธิเทวราชา&lt;/strong&gt;&lt;span style="color: rgb(128, 0, 0);"&gt;&lt;strong&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;span style="color: rgb(128, 0, 0);"&gt;“ความสำคัญของราชาศัพท์&lt;br /&gt;1. ราชาศัพท์เป็นระเบียบการใช้คำพูดของไทยให้สุภาพตามชั้นของบุคคล&lt;br /&gt;2. ราชาศัพท์บ่งบอกถึงเอกลักษณ์ และวัฒนธรรมอันดีของชาติไทย&lt;br /&gt;3. การเรียนรู้ราชาศัพท์ถึงขั้นสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ บ่งบอกถึงระดับการศึกษาของผู้ใช้&lt;br /&gt;4. การพูดราชาศัพท์ได้ถูกต้องและเหมาะสม นอกจากแสดงถึงการรักชาติแล้ว ยังเป็นการแสดงถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันกษัตริย์ไทยอีกด้วย”&lt;br /&gt;                                                                      คติความเชื่อทั่วไปเกี่ยวกับราชาศัพท์&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 51, 0);"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 51, 0);"&gt; “การใช้ “ราชาศัพท์” นี้  ไม่ใช่ใช้เมื่อกราบบังคมทูลหรือกราบทูลเฉพาะพระองค์ท่านเท่านั้น  แม้จะเป็นการกล่าวถึงหรือกล่าวลับหลังก็ต้องใช้ราชาศัพท์  อย่าคิดว่าเป็นการพูดกันเองหรือประสงค์จะพูดเร็ว  จึงใช้คำธรรมดาแทนใช้ราชาศัพท์ ซึ่งจะเป็นการไม่ถวายความเคารพไป”         &lt;br /&gt;                                                                                     จำนงค์ ทองประเสริฐ, 2528&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 128);"&gt;  “ความจริงราชาศัพท์เป็นเรื่องยุ่งยาก  แต่ก็เป็นของที่ยังตัดไม่ขาดในประเทศที่มีพระมหากษัตริย์...ในที่นี้ก็จะ ต้องขอวางหลักไว้ว่า ราชาศัพท์นั้นถ้าเลี่ยงได้ก็เลี่ยงเสียดีกว่า  พึงใช้เฉพาะในกรณีที่จำเป็นจริงๆ เท่านั้นเอง”&lt;br /&gt;                                                                                             คึกฤทธิ์ ปราโมช, 2495&lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p&gt;วันเวลาสมัยประถมเป็นอดีตอันแสนสุขที่ข้าพเจ้าหวนหาอาลัยอยู่เสมอ  นอกจากต้องเรียนคัดลายมือด้วยดินสอบ้างปากกาหมึกซึมบ้างเพื่อเอาดีในวิชาชีพ เสมียน,  ฝึกทักษะเย็บปักถักร้อยเพื่อสร้างเสริมประสบการณ์อยู่กับเหย้าเฝ้ากับเรือน  และหัดคลานเข่าไปหาคุณครูตามประเพณีศักดินาในโรงเรียนแล้ว  ข้าพเจ้ายังได้สนุกสนานเพลิดเพลินกับการท่องจำคำราชาศัพท์เพื่อการสอบเลื่อน ชั้นแต่ไม่เลื่อนสถานะอีกด้วย&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ในบรรดาหมวดหมู่วิชาภาษาไทยทั้งหมด ข้าพเจ้าชอบหมวดคำราชาศัพท์ที่สุด  เพราะเต็มไปด้วยภาษาแปลกใหม่ที่ข้าพเจ้าไม่เคยพบไม่เคยเห็นและไม่เคยใช้ใน ชีวิตมาก่อน อย่างไรก็ดีคำศัพท์เกี่ยวกับอากัปกิริยาพื้นๆ อย่างเสด็จ เสวย  ตรัส ทูล จำพวกนั้นไม่มีอะไรดึงดูดใจนัก  อาณาจักรที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดกลับคือหมวดอวัยวะ  ศัพท์แสงอันวิจิตรพิสดารและยากแก่การจดจำทำให้สมัยนั้นข้าพเจ้าเ
