ชกไม่มีมุม
วงค์ ตาวัน
การจัดเจรจาเพื่อยุติปัญหาการประท้วงของม็อบแดงในขณะนี้ เป็นทางออกที่ดีแน่นอน ทุกฝ่ายล้วนสนับสนุนและตั้งความหวัง แต่อย่าเพิ่งมั่นอกมั่นใจว่าจะสำเร็จได้โดยง่ายดาย
ประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาบ่งบอกว่า ในศึกสงคราม ในความขัดแย้งทางอุดมการณ์ ล้วนจบลงได้อย่างแท้จริงที่โต๊ะเจรจา
*จึงน่าจะเป็นทางออกที่ดีสุดสำหรับบ้านเมืองเรา*
นายกฯ อภิสิทธิ์ ขานรับการเจรจาพูดคุยอย่างเต็มที่
แต่ก็แฝงเงื่อนไขไว้มากมาย
ฟังแล้วนึกภาพตาม กว่าจะเดินไปถึงโต๊ะถกสันติภาพ ต้องผ่านด่านที่ตั้งเอาไว้หลายชั้น!?
แน่นอนว่า รัฐบาลอาจจะยังไม่รู้สึกว่า การเคลื่อนไหวของเสื้อแดงในขณะนี้สร้างแรงกดดันอะไรได้
ในวงประชุมที่ราบ 11 คงคิดกันว่า เดี๋ยวม็อบคงหมดมุข แยกย้ายกันกลับบ้าน
ฝ่ายม็อบก็ตั้งแง่การเจรจาไว้ไม่น้อย
*อาจเพราะก่อนการเดินเข้าวงถกยุติศึกนั้น แต่ละฝ่ายต้องมั่นใจเสียก่อนว่า ต้องมีความเหนือกว่า จึงจะพูดจาได้เสียงดังกว่า*
อีกทั้งม็อบยังเชื่อว่า สามารถชุมนุมได้อีกยาวนาน เพิ่มแรงกดดันให้รัฐบาลได้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ยังไม่จำเป็นต้องรีบจับเข่าหย่าศึก
อีกอย่างคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ที่เข้ามาเป็นคนกลาง ก็ดันเดินถลำเข้าไปในกรมทหารราบที่ 11 เสียอีก เลยทำให้ฝ่าย นปช.ตั้งข้อสังเกตเชิงรังเกียจ
กรรมการสิทธิฯ นั้น ล้วนคนดี เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ แต่อาจขาดความจัดเจนทางการเมือง
ก่อนหน้านั้นไปพบแกนนำม็อบ ก็อุตส่าห์เจอกันในสถานที่เป็นกลาง โรงแรมย่านหลานหลวง
แต่พอไปพบนายกฯ กลับเดินเข้ากรมทหาร นั่งแถลงข่าวกันในดงท็อปบู๊ต มอบกระเช้าดอกไม้กันชื่นมื่นเป็นอันมาก!?
ภาพเลยออกมาเอียง
เหล่านี้ยังเป็นอุปสรรคอยู่ แต่ก็น่ายินดีที่เริ่มต้นได้บ้างแล้ว
ฟังดูเงื่อนไขสำคัญของนายกฯ มาร์ค คือ ต้องคุยกับแกนนำม็อบเท่านั้น ไม่ใช่คุยกับทักษิณ คุยเรื่องประชาธิปไตย ไม่ใช่คุยปัญหาของคนๆ เดียว
*เป็นเงื่อนไขที่ดี แทงใจดำของฝ่ายแดง!!*
แต่เรื่องแบบนี้นายกฯ คงซาบซึ้งดี
ทุกวันนี้ตั้งผบ.ตร.ไม่ได้ เพราะโดนคนที่เหนือกว่าชี้นำสั่งการจนเข้ารกเข้าพง!
วงค์ ตาวัน
การจัดเจรจาเพื่อยุติปัญหาการประท้วงของม็อบแดงในขณะนี้ เป็นทางออกที่ดีแน่นอน ทุกฝ่ายล้วนสนับสนุนและตั้งความหวัง แต่อย่าเพิ่งมั่นอกมั่นใจว่าจะสำเร็จได้โดยง่ายดาย
ประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาบ่งบอกว่า ในศึกสงคราม ในความขัดแย้งทางอุดมการณ์ ล้วนจบลงได้อย่างแท้จริงที่โต๊ะเจรจา
*จึงน่าจะเป็นทางออกที่ดีสุดสำหรับบ้านเมืองเรา*
นายกฯ อภิสิทธิ์ ขานรับการเจรจาพูดคุยอย่างเต็มที่
แต่ก็แฝงเงื่อนไขไว้มากมาย
ฟังแล้วนึกภาพตาม กว่าจะเดินไปถึงโต๊ะถกสันติภาพ ต้องผ่านด่านที่ตั้งเอาไว้หลายชั้น!?
แน่นอนว่า รัฐบาลอาจจะยังไม่รู้สึกว่า การเคลื่อนไหวของเสื้อแดงในขณะนี้สร้างแรงกดดันอะไรได้
ในวงประชุมที่ราบ 11 คงคิดกันว่า เดี๋ยวม็อบคงหมดมุข แยกย้ายกันกลับบ้าน
ฝ่ายม็อบก็ตั้งแง่การเจรจาไว้ไม่น้อย
*อาจเพราะก่อนการเดินเข้าวงถกยุติศึกนั้น แต่ละฝ่ายต้องมั่นใจเสียก่อนว่า ต้องมีความเหนือกว่า จึงจะพูดจาได้เสียงดังกว่า*
อีกทั้งม็อบยังเชื่อว่า สามารถชุมนุมได้อีกยาวนาน เพิ่มแรงกดดันให้รัฐบาลได้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ยังไม่จำเป็นต้องรีบจับเข่าหย่าศึก
อีกอย่างคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ที่เข้ามาเป็นคนกลาง ก็ดันเดินถลำเข้าไปในกรมทหารราบที่ 11 เสียอีก เลยทำให้ฝ่าย นปช.ตั้งข้อสังเกตเชิงรังเกียจ
กรรมการสิทธิฯ นั้น ล้วนคนดี เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ แต่อาจขาดความจัดเจนทางการเมือง
ก่อนหน้านั้นไปพบแกนนำม็อบ ก็อุตส่าห์เจอกันในสถานที่เป็นกลาง โรงแรมย่านหลานหลวง
แต่พอไปพบนายกฯ กลับเดินเข้ากรมทหาร นั่งแถลงข่าวกันในดงท็อปบู๊ต มอบกระเช้าดอกไม้กันชื่นมื่นเป็นอันมาก!?
ภาพเลยออกมาเอียง
เหล่านี้ยังเป็นอุปสรรคอยู่ แต่ก็น่ายินดีที่เริ่มต้นได้บ้างแล้ว
ฟังดูเงื่อนไขสำคัญของนายกฯ มาร์ค คือ ต้องคุยกับแกนนำม็อบเท่านั้น ไม่ใช่คุยกับทักษิณ คุยเรื่องประชาธิปไตย ไม่ใช่คุยปัญหาของคนๆ เดียว
*เป็นเงื่อนไขที่ดี แทงใจดำของฝ่ายแดง!!*
แต่เรื่องแบบนี้นายกฯ คงซาบซึ้งดี
ทุกวันนี้ตั้งผบ.ตร.ไม่ได้ เพราะโดนคนที่เหนือกว่าชี้นำสั่งการจนเข้ารกเข้าพง!