วันเสาร์ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2553

ฟางเส้นสุดท้าย

ที่มา ไทยรัฐ

การนำเอา แผนการยุบสภาของรัฐบาล หรือที่เรียกว่า โรดแม็ป มาเผยแพร่ตามสื่อต่างๆ โดยรัฐบาลกำหนดจะยุบสภาในเดือน พ.ย.-ธ.ค. และจะมีการเลือกตั้งในเดือน ม.ค.ปีหน้า เสร็จสรรพ ได้รัฐบาลก็ประมาณเดือน ก.พ.โน่น

แผนการที่ว่า ความจริงพรรคร่วมรัฐบาลเคยเกริ่นกันมาบ้างแล้ว ถึงจะไม่ชัดเจนอย่างนี้ โดยสรุปก็คือรัฐบาลประเมินว่าวิกฤติการเมืองปีนี้จะร้อนแรงที่สุดและต้องเจอกับการต่อต้านจนไม่สามารถที่จะอยู่ครบเทอมได้อย่างแน่นอน จึงต้องมาดูเวลาที่เหมาะสมในการยุบสภาเพื่อจัดให้มีการเลือกตั้งล้างไพ่กันใหม่

ทั้งนี้ การกำหนดให้มีการยุบสภาในเดือน พ.ย. ก็เพื่อให้การเบิกจ่ายงบประมาณที่มีเป็นจำนวนแสนๆล้าน ได้ลงตัวก่อนและโครงการต่างๆที่รัฐบาลดำเนินการเอาไว้สามารถที่จะเดินหน้าต่อไปได้

ไม่เช่นนั้นจะมีผลต่อท่อน้ำเลี้ยงที่จะไหลเข้าพรรค การเมือง

รวมทั้ง ผลงานของรัฐบาล ก็น่าจะเห็นผลในช่วงดังกล่าว หลังจากที่เม็ดเงินสามารถไปหล่อเลี้ยงได้อย่างเต็มที่ อย่างน้อยก็จะมีผลงานที่จะเอาไปหาเสียงในช่วงเลือกตั้ง

ต่อมาก็คือเรื่องของ การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ ต้องยอมรับว่าตำแหน่งสำคัญที่จะเกษียณอายุราชการในเดือน ต.ค.นี้ มีหลายตำแหน่งด้วยกัน อาทิ ตำแหน่ง ผบ.ทบ. และ ผบ.ตร แค่สองตำแหน่งนี้ ก็มีผลถึงความมั่นคงของรัฐบาลเกือบเต็มร้อยแล้ว

มีผลต่อการเลือกตั้งโดยตรง

ในขณะเดียวกัน นักการเมืองก็จะได้รับเงินทอน จากการอนุมัติโครงการต่างๆ รวมทั้งการซื้อขายตำแหน่งในการแต่งตั้งโยกย้ายครั้งนี้อีกบานตะไท ทิ้งทวนรับเละ

เป็นเหตุผลสำคัญที่รัฐบาลยืนเวลาการยุบสภาต้องเป็น 9 เดือนเท่านั้น ไม่ใช่เหตุผลที่จะต้องมีการแก้กฎกติกาอย่างที่ว่ากัน เพราะไม่ว่าจะเปลี่ยนกติกาอย่างไร ถ้าจะมีการใช้อำนาจโดยมิชอบแล้วกฎกติกาก็เป็นแค่กระดาษแผ่นเดียว และการแก้กติกาในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ก็ยิ่งจะเพิ่มความขัดแย้งในสังคมมากขึ้น

แต่ปรากฏว่ารัฐบาลคาดการณ์ผิดพลาดไป 2-3 ประเด็น นั่นคือการชุมนุมของคนเสื้อแดง เข้มแข็งและมีพลังเกินคาด มีโรคแทรกซ้อนเข้ามาที่ใหญ่เกินกว่าการเรียกร้องของคนเสื้อแดงธรรมดา และเศรษฐกิจไม่ฟื้นอย่างที่คิด โดยเฉพาะปากท้องของประชาชนที่ได้รับผลกระทบวิกฤติการเมืองและภัยแล้ง

เป็นก้างชิ้นใหญ่ที่เริ่มตำคอรัฐบาล การปล่อยข่าวแผนโรดแม็ปออกมาก็เพื่อจะสร้างภาพให้เห็นว่ารัฐบาลจริงใจที่จะยุบสภาโยนความผิดให้คู่กรณี ในขณะเดียวกันฝ่ายผู้ชุมนุมรู้อยู่เต็มอกว่าจะปล่อยให้ยืดเยื้อจนถึงเดือน ต.ค.ไม่ได้เด็ดขาด ดังนั้น เชื่อว่าการเจรจาทั้งสองฝ่ายน่าจะเป็นปาหี่มากกว่า เพราะมีการปักธงภาคบังคับเอาไว้แล้ว มวยคู่นี้ชกกันแบบไม่มีกรรมการมาจนถึงยกสุดท้าย ป่วยการที่จะมาเสนอตัวเป็นกรรมการข้างเวที เพราะบ้านนี้เมืองนี้ อำนาจอยู่ที่ปลายกระบอกปืน.

หมัดเหล็ก