วันอังคารที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2553

ซับซ้อนซ่อนเงื่อน

ที่มา ข่าวสด

คอลัมน์ ชกไม่มีมุม

วงค์ ตาวัน



เหตุการณ์ม็อบแดงเคลื่อนขบวนไปทั่วเมืองกรุงเมื่อวันเสาร์ ผ่านไปได้ด้วยดี ขณะที่ในตอนค่ำของวันนั้น บนเวทีสะพานผ่านฟ้าฯ เฉลิมฉลองชัยชนะกันยกใหญ่

ประกาศอย่างมั่นอกมั่นใจว่า จะชุมนุมกันยืดเยื้อยาวนาน ตามแนวทางสันติวิธี กดดันรัฐบาลจนกว่าจะยอมยุบสภาให้ได้

แต่กลางดึกของคืนวันเสาร์นั้นเอง เกิดเหตุระเบิดต่อเนื่อง!

ขว้างใส่สำนักงานป.ป.ช. ตามด้วยการยิงจรวดอาร์พีจี ตูมสนั่นที่ถนนแพร่งภูธร ห่างจากที่ชุมนุมเสื้อแดงไม่ไกลนัก

เอ็ม-79 เบาไปเสียแล้ว ต้องเพิ่มระดับเป็นอาร์พีจี

แถมมือยิงอาร์พีจียังผิดพลาด ทำให้ตำรวจติดตามยึดรถวีโก้พาหนะของคนร้ายที่เสียหายยับเยินได้

ถ้ามือที่ก่อเหตุระเบิดทั้ง 2 ตูม เกี่ยวข้องกับกลุ่มเสื้อแดงจริง

ถือว่าหักมุมแบบ 180 องศา

ชุมนุมเรียกคนได้หนาแน่น ตระเวนไปทั่วเมืองหลวง ได้รับเสียงชื่นชมเรื่องสงบสันติอยู่ดีๆ

กลับมาสร้างสถานการณ์เพื่อมุ่งสู่ความรุนแรง

พลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือได้ขนาดนี้เชียวหรือ!?

เรื่องแบบนี้ต้องตามกันให้ทัน อย่ามองอะไรชั้นเดียว

ภายในรถวีโก้ของมืออาร์พีจี ยังค้นพบหลักฐานมากมายในรถ มีทั้งอาร์พีจี มีปืนกล ระเบิด กระสุนเพียบ รวมทั้งเสื้อแดงอีก 2 ตัว

มองเฉพาะอาวุธสงครามที่บรรทุกในปิกอัพคันนี้

ตำรวจหลายคนที่เข้าไปตรวจค้นถึงกับเอ่ยปากด้วยความสงสัย มันจะขนอะไรมามากมายขนาดนี้

มากเกินไป มากเกินกว่าจะเอามาใช้ก่อกวนปั่นป่วนทั่วกรุงเทพฯ!

แล้วที่สำคัญ ขณะที่รัฐบาลประกาศใช้พ.ร.บ.มั่นคง ด่านตรวจเต็มไปหมด ยิ่งใกล้บริเวณที่ชุมนุม ใกล้สถานที่ราชการ ทั้งมหาดไทยและกลาโหม

คนขับรถปิกอัพคันนี้ กินดีหมีใจมังกรมาจากไหน กล้าขนอาวุธมาแน่นเอี๊ยด โดยไม่เกรงกลัวด่าน

เอาเป็นว่ารอผลการตรวจสอบร่องรอยรถวีโก้ของทีมสืบสวน ว่าจะสามารถตามหาผู้ซื้อคนสุดท้ายได้หรือไม่ หลังพบว่าขายกัน 4-5 ทอดในตลาดมืด

อาจจะได้รู้โฉมหน้ามือที่ 3 ที่มุ่งสร้างสถานการณ์

เป็นมือที่สามจาก"สี"ไหนกันแน่

หวังว่าไม่ใช่ยิ่งสืบยิ่งสอบยิ่งมืด!