วันอังคารที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2553

ใครคือ "นาย" คนนั้น

ที่มา ข่่าวสด

คอลัมน์ ทิ้งหมัดเข้ามุม

จ่าบ้าน




เสียงเรียกร้องให้ควานหาคนผิด ไม่ว่าจะผิดจากการตัดสินใจ หรือผิดเพราะรับผลประโยชน์ต่างตอบแทน หรือผิดเพราะปฏิบัติหน้าที่อย่างข้าราชการ "เช้าชามเย็นชาม" กรณีพลตำรวจเอกสมเพียร เอกสมญา ก็ดังกระหึ่มขึ้นทุกวัน

ตั้งแต่ภริยาและบุตร ญาติ ข้าราชการตำรวจผู้เคยเป็นทั้งผู้บังคับบัญชาและผู้ใต้บังคับบัญชา

เพื่อนตำรวจและเพื่อนร่วมอาชีพข้าราชการ ตลอดจนประชาชนทั่วไป และที่ปรากฏต่อเนื่องจากสื่อมวลชน

รับรองได้ว่า งานนี้ไม่น่าจะได้ตัวผู้กระทำความผิดมาเพื่อลงโทษแต่อย่างใด

เพราะคำตอบคือเกิดจากระบบ เกิดจากขั้นตอน ประการสำคัญคือความเหมาะสมที่หยิบยกขึ้น

มาอ้างได้ทุกสถานการณ์ตั้งแต่ไหนแต่ไรมาแล้ว

ประโยคสุดเจ็บปวดที่ได้รับกลับมา คือ "ยังมีนายบางคนต้องการเงินมากกว่าคนทำงาน" นั้น

ใครก็อยากรู้ว่า "นาย" คนนั้น คือใคร

ผู้ที่ทราบว่า "นาย" คนนั้นคือใคร แต่ปิดบัง ต้องถือว่าเป็นผู้ที่มีความผิดฐานปิดบังผู้กระทำความผิด ย่อมต้องได้รับโทษเช่นเดียวกัน

ก่อนเหตุนี้จะเกิดขึ้น มีกรณีที่รัฐบาลโดยนายกรัฐมนตรีแต่งตั้งคณะกรรมการชุดหนึ่งเพื่อสอบสวนกรณีการซื้อขายตำแหน่งในกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ซึ่งมีเสียงออกมาว่า แม้จะไม่ได้ตัวคนรับเงินซื้อขายตำแหน่ง แต่การปรับเปลี่ยนโยกย้ายตำรวจผู้ดำรงตำแหน่งนั้นออกจากพื้นที่ ก็เท่ากับว่าลงโทษผู้ซื้อขายตำแหน่งระดับหนึ่ง

ส่วนกรณี "มีนายบางคนต้องการเงินมากกว่าคนทำงาน" ย่อมชัดเจนในตัวเองแล้วว่างานนี้มี "นาย" รับเงินซื้อขายตำแหน่งแน่นอน

งานนี้ไม่ใช่การเชือดไก่ให้ลิงดู

แต่เป็นการธำรงไว้ซึ่งความศักดิ์สิทธิ์ของระบบราชการตำรวจอย่างแท้จริง

หากกระชากหน้ากาก "นาย" คนนั้นออกมาได้