คอลัมน์ ทิ้งหมัดเข้ามุม
จ่าบ้าน
เสียงเรียกร้องให้ควานหาคนผิด ไม่ว่าจะผิดจากการตัดสินใจ หรือผิดเพราะรับผลประโยชน์ต่างตอบแทน หรือผิดเพราะปฏิบัติหน้าที่อย่างข้าราชการ "เช้าชามเย็นชาม" กรณีพลตำรวจเอกสมเพียร เอกสมญา ก็ดังกระหึ่มขึ้นทุกวัน
ตั้งแต่ภริยาและบุตร ญาติ ข้าราชการตำรวจผู้เคยเป็นทั้งผู้บังคับบัญชาและผู้ใต้บังคับบัญชา
เพื่อนตำรวจและเพื่อนร่วมอาชีพข้าราชการ ตลอดจนประชาชนทั่วไป และที่ปรากฏต่อเนื่องจากสื่อมวลชน
รับรองได้ว่า งานนี้ไม่น่าจะได้ตัวผู้กระทำความผิดมาเพื่อลงโทษแต่อย่างใด
เพราะคำตอบคือเกิดจากระบบ เกิดจากขั้นตอน ประการสำคัญคือความเหมาะสมที่หยิบยกขึ้น
มาอ้างได้ทุกสถานการณ์ตั้งแต่ไหนแต่ไรมาแล้ว
ประโยคสุดเจ็บปวดที่ได้รับกลับมา คือ "ยังมีนายบางคนต้องการเงินมากกว่าคนทำงาน" นั้น
ใครก็อยากรู้ว่า "นาย" คนนั้น คือใคร
ผู้ที่ทราบว่า "นาย" คนนั้นคือใคร แต่ปิดบัง ต้องถือว่าเป็นผู้ที่มีความผิดฐานปิดบังผู้กระทำความผิด ย่อมต้องได้รับโทษเช่นเดียวกัน
ก่อนเหตุนี้จะเกิดขึ้น มีกรณีที่รัฐบาลโดยนายกรัฐมนตรีแต่งตั้งคณะกรรมการชุดหนึ่งเพื่อสอบสวนกรณีการซื้อขายตำแหน่งในกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ซึ่งมีเสียงออกมาว่า แม้จะไม่ได้ตัวคนรับเงินซื้อขายตำแหน่ง แต่การปรับเปลี่ยนโยกย้ายตำรวจผู้ดำรงตำแหน่งนั้นออกจากพื้นที่ ก็เท่ากับว่าลงโทษผู้ซื้อขายตำแหน่งระดับหนึ่ง
ส่วนกรณี "มีนายบางคนต้องการเงินมากกว่าคนทำงาน" ย่อมชัดเจนในตัวเองแล้วว่างานนี้มี "นาย" รับเงินซื้อขายตำแหน่งแน่นอน
งานนี้ไม่ใช่การเชือดไก่ให้ลิงดู
แต่เป็นการธำรงไว้ซึ่งความศักดิ์สิทธิ์ของระบบราชการตำรวจอย่างแท้จริง
หากกระชากหน้ากาก "นาย" คนนั้นออกมาได้
จ่าบ้าน
![]() |
ตั้งแต่ภริยาและบุตร ญาติ ข้าราชการตำรวจผู้เคยเป็นทั้งผู้บังคับบัญชาและผู้ใต้บังคับบัญชา
เพื่อนตำรวจและเพื่อนร่วมอาชีพข้าราชการ ตลอดจนประชาชนทั่วไป และที่ปรากฏต่อเนื่องจากสื่อมวลชน
รับรองได้ว่า งานนี้ไม่น่าจะได้ตัวผู้กระทำความผิดมาเพื่อลงโทษแต่อย่างใด
เพราะคำตอบคือเกิดจากระบบ เกิดจากขั้นตอน ประการสำคัญคือความเหมาะสมที่หยิบยกขึ้น
มาอ้างได้ทุกสถานการณ์ตั้งแต่ไหนแต่ไรมาแล้ว
ประโยคสุดเจ็บปวดที่ได้รับกลับมา คือ "ยังมีนายบางคนต้องการเงินมากกว่าคนทำงาน" นั้น
ใครก็อยากรู้ว่า "นาย" คนนั้น คือใคร
ผู้ที่ทราบว่า "นาย" คนนั้นคือใคร แต่ปิดบัง ต้องถือว่าเป็นผู้ที่มีความผิดฐานปิดบังผู้กระทำความผิด ย่อมต้องได้รับโทษเช่นเดียวกัน
ก่อนเหตุนี้จะเกิดขึ้น มีกรณีที่รัฐบาลโดยนายกรัฐมนตรีแต่งตั้งคณะกรรมการชุดหนึ่งเพื่อสอบสวนกรณีการซื้อขายตำแหน่งในกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ซึ่งมีเสียงออกมาว่า แม้จะไม่ได้ตัวคนรับเงินซื้อขายตำแหน่ง แต่การปรับเปลี่ยนโยกย้ายตำรวจผู้ดำรงตำแหน่งนั้นออกจากพื้นที่ ก็เท่ากับว่าลงโทษผู้ซื้อขายตำแหน่งระดับหนึ่ง
ส่วนกรณี "มีนายบางคนต้องการเงินมากกว่าคนทำงาน" ย่อมชัดเจนในตัวเองแล้วว่างานนี้มี "นาย" รับเงินซื้อขายตำแหน่งแน่นอน
งานนี้ไม่ใช่การเชือดไก่ให้ลิงดู
แต่เป็นการธำรงไว้ซึ่งความศักดิ์สิทธิ์ของระบบราชการตำรวจอย่างแท้จริง
หากกระชากหน้ากาก "นาย" คนนั้นออกมาได้
