บล็อคข่าวส่งเสริมคนดี (รักดีหามจั่ว รักชั่วหามเสา หามจั่วก็หนักนะ)

ข่าวจากสื่อ

บทความจากสื่อ

วันอาทิตย์ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2551

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ท่ามกลางสถานการณ์ สับสนไร้หลักการ

• หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ท่ามกลางสถานการณ์ สับสนไร้หลักการ ฉบับนี้ประจำวันอาทิตย์ที่ 1 มิถุนายน 2551............

• ฝ่ายเสียงข้างมาก ภายใต้ การตัดสินใจของ คณะผู้บริหารในปัจจุบัน ได้ประกาศยอมถอยหลายก้าวให้แก่ ฝ่ายชุมนุมประท้วง และ แนวร่วมทั้งที่มองเห็นและมองไม่เห็น โดยเฉพาะการเสียสละ จักรภพ เพ็ญแข จากตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ รวมถึงการ ถอนชื่อ เพื่อล้มญัตติขอแก้รัฐธรรมนูญ ถือเป็นการส่ง บรรณาการระลอกแรก!!!............

• และหากคณะผู้บริหารยังทำตัวหน่อมแน้ม ยอมทำตามข้อเสนอของ เสียงข้างน้อย ตลอดเวลา สุดท้ายประชาชนก็จะพากันไปเลือก เสียงข้างน้อย ให้กลายเป็น เสียงข้างมาก เพราะไม่รู้จะเลือก รัฐบาลเสียงข้างมาก ที่ทำตัวเป็น หุ่นเชิด ให้เสียงข้างน้อยไปทำไมเหมือนกัน สู้ไปเลือก เสียงข้างน้อยตัวจริงเสียงจริง เลยไม่ดีกว่าหรือ!!!............

• “เห่าไฟ” ขอยืนยันอีกครั้งว่า การปกครองในระบอบประชาธิปไตย ถือเป็นการปกครองที่ดีที่สุดในโลก แต่เพื่อให้ ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข เป็นที่ยอมรับของ นานาชาติ จะต้องดำเนินการทุกอย่างไปตามบทบัญญัติของ รัฐธรรมนูญโดยเคร่งครัด เพราะกฎหมายจะเป็น หลักประกันที่ดีที่สุด ให้แก่มนุษย์ทุกคน ส่วน อารมณ์ ของคนนั้น มีขึ้นมีลง เอาแน่นอนอะไรไม่ได้ แถมยังมี กิเลสตัณหา เป็นตัวบ่อนทำลาย ทำให้เกิด ความยุ่งเหยิงสับสน ขึ้นในบ้านเมือง!!! ............

• ก่อนหน้านี้ คณะปฏิวัติเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 ก็เคยทำทุกอย่างไปตาม อารมณ์ ของเสียงข้างน้อย เพราะคิดว่า เสียงข้างน้อยที่ส่งเสียงดังเอ็ดตะโร คือ เสียงข้างมาก แต่ปรากฏว่า พอผลเลือกตั้งออกมาก็ หงายหลังกันตึง เพราะเสียงข้างมากตัวจริง ไม่เคยออกไป ประท้วงแหกปากโหวกเหวกโวยวายข้างถนน เนื่องจากมีความเข้าใจในระบอบประชาธิปไตยดีว่า ต้องไปใช้สิทธิในคูหาเลือกตั้งเพื่อแสดงความต้องการอย่าง อารยชนที่เจริญแล้ว และให้เห็นผลเป็น รูปธรรมที่ยั่งยืนเท่านั้น!!!............

• ล่าสุด รัฐบาลสมัคร คงอยากเลียนแบบ คณะปฏิวัติ ด้วยการยอมรับ ข้อเสนอ ของเสียงข้างน้อย เพื่อตัดรำคาญเสียงเอ็ดตะโรเอะอะโวยวาย แต่สุดท้ายก็จะพบได้เอง ว่า ไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาที่ยั่งยืน เพราะเป้าหมายสำคัญของเสียงข้างน้อยก็คือ ขับไล่ตัวแทนเสียงข้างมากเพื่อ ช่วงชิง อำนาจการบริหารประเทศไปให้ พรรคนอมินี ของฝ่ายตนเช่นกัน!!!............

• และทั้งหมดนี้ก็คือ ความจริงของการเมืองไทย “เห่าไฟ” เห็นใจทุกฝ่ายที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับการ จัดสรรอำนาจทางการเมือง เพื่อปกครองประเทศ เพราะทุกอย่างเต็มไปด้วย ความไม่แน่นอน ไม่มีอะไรลงตัว แม้แต่คนเก่งๆที่เคยบริหารธุรกิจจนประสบความสำเร็จสูงสุดอย่าง อดีตนายกฯทักษิณ ยังโดนเล่นงานจนสะบักสะบอม แทบเอาชีวิตไม่รอด!!!............

• ที่สำคัญ ตอนนี้ทุกคนก็เล่นการเมืองกันแบบ หงายไพ่เป็นหงายไพ่ตายกันแล้ว เอาจริงเอาจังยิ่งกว่าในหนังเสียอีก สู้กันแบบต้อง ติดคุกติดตะราง ไปข้างหนึ่ง ทั้งที่ทุกฝ่ายก็เป็น บุคลากรที่มีค่า ของบ้านเมืองด้วยกันทั้งนั้น แต่กลับต้องมา ห้ำหั่น กันเอง แทนที่จะ รวมหัวกันคิด เอาชนะประเทศคู่แข่ง กลับต้องสิ้นเปลือง พลังคิด เพื่อเอาชนะคะคานกันเอง น่าเวทนาประเทศไทยจริงๆ!!!............

• ยิ่งไปกว่านั้น “เห่าไฟ” เห็นพฤติกรรมของบางคนแล้วยิ่งทำให้สังเวชใจหนักขึ้น คือ เอะอะอะไร ก็จะ ประกาศสงครามยันเต ทำท่าขึงขัง ตะโกนเสียงดัง ปลุกระดม คุณลุงคุณป้า ที่นั่งฟังให้โกรธแค้นชิงชังคนไทยด้วยกันเอง ถ้าเป็นสมัยอยุธยาจะไปรบทัพจับศึกกับพม่าก็ว่าไปอย่าง แต่นี่คนไทยด้วยกันทั้งนั้น ฆ่ากันเกลียดกันแล้วได้อะไรหรือ!!!............

• “เห่าไฟ” ยืนยันว่า บ้านเมืองจะมั่นคงถาวรได้ ต้องยึด กฎหมายเป็นหลัก ไม่ใช่ปกครองไป ตามใจตามอารมณ์ ของคนบางคน เคยเห็นไหมในต่างประเทศ ฝรั่งในประเทศที่เจริญแล้วประท้วง เขาออกมาแสดงพลัง เป็นแสนเป็นล้านคน เต็มถนนไปหมด เสร็จแล้วก็ กลับไปทำงานต่อ ไม่มีการปักหลักอยู่ยาวสร้าง ความเดือดร้อนรำคาญ ให้คนอื่นเหมือนบ้านเรา แต่รัฐบาลในประเทศนั้นก็หนาวไปถึงกระดูก เพราะรู้ดีว่าเลือกตั้งสมัยหน้า ม่องเท่งแน่ ส่วนเมืองไทย ต้องยึดกฎหมู่เป็นหลัก ไม่งั้นไม่ใช่ฮีโร่ ฮ่วย!!!............

“เห่าไฟ”

ทุกฝ่ายประสานเสียงให้แก็งค์พันธมิตร “ถอย” แต่เชื่อว่า“ไม่ถอย” เพราะ “ความถ่อย”

โดย คุณจำปีเขียว
ที่มา เวบบอร์ด
พันทิปราชดำเนิน
1 มิถุนายน 2551

เท่าที่ประมวลความคิดเห็นจากฝ่ายต่างๆ แม้แต่นักวิชาการ ที่เคยสนับสนุนแก็งค์พันธมิตร ยังลงความเห็นว่าแก็งค์พันธมิตรควร “ถอย” และยับยั้ง “รัฐบาลไม่ให้ใช้ความรุนแรง”

แต่โดยส่วนตัวเชื่อว่า แก็งค์พันธมิตร จะ “ไม่ถอย” เพราะเท่าที่ดูทิฐิความดื้อรั้น และพฤติกรรมที่ผ่านมา ของคนพวกนี้แล้ว ไม่เคยเห็นจะยอมรับฟังเหตุผลอะไรเลย

ตั้งชื่อแก็งค์ว่าพันธมิตรเพื่อประชาธิปไตย ประชาธิปไตยจากนรกที่ไหนไม่ยอมรับความคิดเห็นของคนอื่นเลย

รัฐบาลที่พวกแก็งค์พันธมิตรไปกล่าวหาว่าเป็นเผด็จการ ยังใจกว้าง เมื่อหลายฝ่ายออกมาขอร้อง ให้รัฐบาลอย่าพึ่งใช้มาตรการุนแรง รัฐบาลก็ดูมีทีท่ารับฟัง และให้เวลากับแก็งค์พันธมิตร

แต่คิดว่ารัฐบาลคงรอเก้อ เพราะนายสนธิประกาศไว้แล้วว่า “นี่คือสงครามครั้งสุดท้าย” ได้ยินแล้ว ตำรวจน่าจับเข้าตะราง

ที่นี่เมืองไทย เคยอยู่กันอย่างสันติมาช้านาน มาประกาศสงครามอะไรกัน สัปดาห์ก่อน ทำพี่น้องประชาชนบาดเจ็บกันไปก็มาก บาดเจ็บสาหัสก็หลายราย จากผลของการปลุกระดม ไม่ละอายใจบ้างเลยหรือไง?

คนเขารู้กันทั่วบ้านทั่วเมืองว่า นายสนธิทำเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจของตนเองทั้งสิ้น

พล.ต.จำลอง ก็อีกคน ๑๖ ปีก่อน “พาคนไปตาย” เห็นคนเจ็บคนตายมาต่อหน้าต่อตา เห็นบ้านเมืองอยู่บนซากปรักหักพังอยู่ต่อหน้า จนล้นเกล้าล้นกระหม่อมต้องทรงเตือนสติว่า “ไม่มีใครชนะ มีแต่ประชาชนคนไทยทุกคน ที่พ่ายแพ้”

แต่กมลสันดานของคนเปลี่ยนยาก เคยเป็นทหารในป่า ฆ่าคนตายมาก็มาก คิดอะไรก็เป็นยุทธวิธีไปหมด มุ่งแต่จะเอาชนะคะคาน กะให้พี่น้องคนไทยเจ็บตายอีกเท่าไหร่ในคราวนี้ ถือศีลไปทำไม เมื่อใจกระหายเลือด

แก้อย่างไรก็ไม่หาย เริ่มรู้สึกขึ้นมาแล้ว“ความถ่อย” ของคนพวกนี้ มีแต่จะทำให้ประเทศประชาธิปไตยพินาศ เพราะจะทำแต่ตามใจตัวเองเท่านั้น !!!


จาก Thai E-news

วงกลมแห่งความฉิบหาย

ประเทศกำลังตกอยู่ในวังวนของหลุมดำแห่งการเมืองที่ไม่รู้ทางออกย้อนหลังกันไป 2 ถึง 3 ปี..ประเทศนี้ไม่มีรัฐบาล..เพราะแทบจะไม่มีการบริหารราชการแผ่นดิน อันเนื่องมาจากรัฐบาลสูญเสียอำนาจปกครอง

เริ่มตั้งแต่..เริ่มต้นสมัยที่สองของรัฐบาลไทยรักไทย..นายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กับเครือข่ายพันธมิตรฯ ของ สนธิ ลิ้มทองกุล เริ่มเผชิญหน้ากันจนในที่สุด รัฐบาลไทยรักไทยก็โดนรัฐประหาร โดยทหารที่เรียกขานตัวเองว่า..คณะปฏิรูปการปกครองรัฐบาลแต่งตั้ง..ได้ถูกจัดตั้งขึ้น..และแทบจะทันที..กลุ่มคนในรัฐบาลเก่าก็ไม่เปิดโอกาสให้รัฐบาลใหม่ได้ทำงาน..ขบวนการต่างๆได้เกิดขึ้นมาอย่างมากมาย.. และมีบทบาทในการปราศรัยขัดขวางรัฐบาลของ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ จนไม่เป็นอันทำงาน

เรื่องไม่เป็นเรื่องถูกขุดคุ้ยกันขึ้นมาให้เป็นเรื่องที่เป็นเรื่องเจอเข้าไป 2 เด้ง..รัฐนาวาทำท่าจะแล่นไม่ไหว.. เป็นมาแล้วทุกตำแหน่ง ทั้งผู้บัญชาการทหารบก องคมนตรี...แต่เป็นนายกรัฐมนตรีประเทศนี้..เหมือนตกนรกทั้งเป็นแม้แต่ คมช. ทีมปฏิวัติที่ว่าน่าเกรงขาม ก็โดนม็อบยกไปปิดล้อมถึงหน้ากองบัญชาการทหารบก ท้าทายให้ใช้อำนาจปราบปรามกระทั่ง ประธานองคมนตรี พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์..ก็ต้องนับว่าตกอยู่ในวิบากกรรม ต้องละบ้านเปลี่ยนที่นอนเลือกตั้งเสร็จสรรพไทยรักไทยในชื่อใหม่ได้อำนาจรัฐคืนมา..แต่เรื่องราวก็ย้อนกลับไปเริ่มต้นกันใหม่..พันธมิตรฯ กลุ่มเก่าเริ่มนับเดินเครื่องล้มรัฐบาลกันใหม่

ทั้งประเทศทายกันว่า รัฐบาลจะล้มลงเมื่อไหร่..ไม่มีใครเชื่อในอำนาจของการเป็นรัฐบาลหากรัฐบาลพลังประชาชนล้มกันอีกครั้ง..ใครมาเป็นรัฐบาล ก็จะต้องไปพบกับเรื่องแบบเก่า..มีผู้ก่อม็อบเข้ามาย่ำยีท้าทาย..ผลัดกันมาผลัดกันไปอยู่อย่างนี้ ไม่มีวันสิ้นสุด แผ่นดินนี้เป็นแผ่นดินของม็อบ..ไม่ใช่ของรัฐบาล ไม่ใช่ของประเทศจนกว่าประเทศจะวอดวาย แผ่นดินฉิบหายกันจนสิ้นที่น่าสงสารคือ ลูกหลานไทยเบื้องหน้า

พญาไม้



ออกทีวีช่อง11-9 ' สมัคร' ฟัด ตอบโต้พันธมิตร


หลังจากกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย พร้อมผู้ชุมนุมจำนวนมากยังยึดพื้นที่ถนนราชดำเนินนอก บริเวณเชิงสะพานมัฆวานรังสรรค์มาตลอดสัปดาห์ เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลถอนมติการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 และปรับแผนเป็นขับไล่รัฐบาล สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ใช้รถใช้ถนนที่ต้องผ่านไปในบริเวณดังกล่าว ทำให้เกิดข่าวสะพัดตลอดคืนวันที่ 29 พ.ค. ที่ผ่านมาว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมเข้าสลายการชุมนุม จนกลุ่มพันธมิตรฯต้องตื่นตัวตลอดเวลา พร้อมรับมือกับเหตุไม่คาดฝัน ท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาตลอดทั้งคืนเช่นกันนั้น

ลุ้นระทึกตลอดคืนระวัง ตร.บุก


ต่อมาเมื่อล่วงเข้าสู่วันที่ 30 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศความเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตรฯ ว่าทีมงานรักษาความปลอดภัยของกลุ่มพันธมิตรฯ ได้มีการดัดแปลงสถานที่ชุมนุมบริเวณจุดทางเข้าให้เป็นป้อมค่ายเพื่อป้องกันการบุกสลายการชุมนุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยเฉพาะบริเวณถนนราชดำเนินนอก ขาออกหน้า บก.ทบ. ได้มีการนำลวดสลิงมาขึงกั้นขวางถนนราชดำเนินถึง 2 ชั้น และยังมีการจัดตั้งกองกำลังพิเศษขึ้นอีก 2 ชุด โดยชุดแรกนำชายฉกรรจ์ประมาณ 30 คน สวมหมวกกันน็อกสีแดง ถือไม้และโล่ ทำหน้าที่เป็นหน่วยปะทะ คอยตีสกัดหน่วยปราบจลาจลของตำรวจ ขณะที่ชุดที่สอง เป็นชายฉกรรจ์ ประมาณ 40 คน สวมหมวกกันน็อกสีดำ ถือโล่ พร้อมชุดเครื่องยิงหนังสติ๊กและลูกแก้ว จะคอยทำหน้าที่ยิงสกัดไม่ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาตัดลวดสลิงได้ง่าย

หมอผีเขมรขึ้นเวทีทำพิธีสาปแช่ง

กระทั่งเวลา 03.00 น. บรรยากาศความตึงเครียดเริ่มผ่อนคลายลง หลังจากอยู่ในสภาพตึงเครียดและตากสายฝนมาตลอดทั้งคืน เนื่องจากฝนหยุดตกและไม่มีการเคลื่อนกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาสลายการชุมนุมตามที่ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง คาดการณ์ไว้ จากนั้นตัวแทนกลุ่มเครือข่ายพันธมิตรฯ จ.บุรีรัมย์ จำนวน 5 คน ได้ขึ้นเวทีปราศรัยทำพิธีสาปแช่ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้มีอันเป็นไปใน 3 วัน 7 วัน ตามตำราไสยศาสตร์แบบเขมร ในข้อหาร่วมกันคิดคดเป็นกบฏต่อชาติ ซึ่งสร้างความครึกครื้นให้กลุ่มผู้ชุมนุมเป็นอย่างมาก

สั่งระดมอึใส่ถุงไว้ปาป้องกันตัว

ด้านนายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ หนึ่งในแกนนำพันธมิตรฯ ได้ขึ้นเวทีกล่าวโจมตีการบริหารงานกระทรวงศึกษาธิการของนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการว่า บริหารงานไม่มีวิสัยทัศน์ ปล่อยให้ผู้ปกครองและนักเรียนเดือดร้อน เพราะไม่สามารถควบคุมให้โรงเรียนในสังกัดจัดการศึกษาฟรี 12 ปี ได้ตามกฎหมาย รวมทั้งยังปล่อยให้มีการเปลี่ยนแปลงเครื่องแบบลูกเสือและเนตรนารี สร้างภาระซ้ำเติมประชาชนในภาวะค่าครองชีพสูงแต่ค่าแรงต่ำอีก นอกจากนี้ นายสมเกียรติยังบอกกับกลุ่มผู้เข้าร่วมชุมนุมกับกลุ่มพันธมิตรฯ ทุกคนว่าอย่าเพิ่งวางใจว่าจะไม่มีการสลายการชุมนุมจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยขอให้พี่น้องทุกคนเตรียมหาอุจจาระและปัสสาวะใส่ถุงเตรียมพร้อมไว้เพื่อเป็นการป้องกันตัวในจุดสุดท้าย

ปรับชุด รปภ.ม็อบอาวุธครบมือ

จากนั้น ในช่วงเช้าตรู่วันที่ 30 พ.ค. พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ ได้เรียกหน่วยรักษาความ ปลอดภัยของกลุ่มมาประชุม และมีคำสั่งให้ตรวจเข้มการเข้าออกให้มีการอยู่เวรยามตลอด 24 ชม. และกำหนดให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของกลุ่มต้องแต่งชุดของพันธมิตรฯ คือสวมหมวกกันน็อก มีอาวุธครบมือ อาทิ โล่ ท่อนไม้ ฯลฯ นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของกลุ่มพันธมิตรฯ ยังให้สื่อมวลชนที่จะเข้ามาทำข่าวภายในกลุ่ม ต้องให้แขวนบัตรพนักงานของแต่ละสำนักข่าว เพื่อแยกแยะคนด้วย

ปัดเป็นเหตุทำรถติด-เศรษฐกิจพัง

ในเวลา 11.00 น. พล.ต.จำลองได้เปิดแถลงข่าวชี้แจงเรื่องการที่จราจรติดขัด สร้างความเดือดร้อนให้ผู้ใช้รถใช้ถนน โดยยืนยันว่าไม่ใช่ความผิดของกลุ่มพันธมิตร ถ้าตำรวจให้เข้าทำเนียบฯก็จะไม่เกิดปัญหานี้ เช่นเดียวกับเรื่องเศรษฐกิจ พล.ต.จำลองกล่าวว่า ก็ไม่ใช่ปัญหาของเราอีก แต่เป็นปัญหาของรัฐบาล ซึ่งทางพันธมิตรได้ออกแถลง การณ์มานานแล้วขอให้รัฐบาลมุ่งแก้ปัญหาปากท้องของประชาชน ดีกว่าเอาเวลาไปมุ่งเน้นกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะมีแต่เกิดความเสียหาย ฉะนั้น เศรษฐกิจจะพังลง เรื่อยๆ ตราบใดที่รัฐบาลยังไม่แก้ไขเศรษฐกิจอย่างจริงจัง จะมาอ้างไม่ถึงเวลา เพราะทางรัฐบาลต้องพร้อมตั้งแต่มารับตำแหน่งแล้ว เนื่องจากไม่มีใครบังคับมาเป็นนายกฯ

อ่านรายละเอียดต่อ ไทยรัฐ

ตร.คุมสถานการณ์เริ่มล้า ฟากพันธมิตรฯไม่เลิกลา

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา นางรสนา โตสิตระกูล ส.ว.กทม. นายวีระ สมความคิด ประธานกลุ่มพิทักษ์สิทธิเสรีภาพของประชาชน และกลุ่มเยาวชนรักไทย ประมาณ 20 คน ได้นำดอกไม้มามอบให้กับตำรวจ พร้อมแสดงความขอบคุณที่ไม่มีการใช้กำลังสลายการชุมนุม

ขณะที่เวทีพันธมิตรฯ ตลอดทั้งคืน มีการผลัดเปลี่ยนขึ้นเวทีปราศรัย สลับกับการแสดงดนตรี ในส่วนของ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งดูแลความสงบเรียบร้อยการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ มาตลอดทั้งวัน และต่อเนื่องมาหลายวัน เริ่มนอนเอาแรง หลายคนมีอาการอ่อนล้า

ก่อนหน้านี้ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มพันธมิตรฯ ประกาศชุมนุมยืดเยื้อและไม่ยอมสลายว่า ไม่ห่วงสถานการณ์การชุมนุม และเชื่อว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดูแลและควบคุมสถานการณ์ ได้

เมื่อถามถึงกรณีที่นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ระบุว่าจะใช้กำลังทหารเพื่อสลายการชุมนุมนั้น ผบ.ทบ. กล่าวว่า เชื่อว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดูแลสถานการณ์ได้ และขณะนี้ทหารยังไม่ได้มีการเตรียมกำลังใดๆ เพื่อจะออกมาช่วยเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งสิ้น

พรรคร่วมรัฐบาลพอใจหลังนายกฯ ยืนยันไม่สลายการชุมนุม

กรุงเทพฯ 31 พ.ค.-พรรคร่วมรัฐบาลแสดงความพอใจหลังนายกรัฐมนตรียืนยันจะไม่ใช้กำลังสลายการชุมนุม

ในการรับประทานอาหารร่วมกันของแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลที่ประกอบด้วย นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย นายสุวิทย์ คุณกิตติ หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน นายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช รวมถึงแกนนำพรรคมัชฌิมาธิปไตย ได้หยิบยกสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยขึ้นมาหารือ โดยทุกคนแสดงความเป็นห่วงว่าเหตุการณ์จะบานปลายหากมีการใช้กำลังสลายการชุมนุมตามที่นายกรัฐมนตรีประกาศไว้ แต่เมื่อ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการมหาดไทย ออกมาระบุว่า จะไม่มีการใช้กำลังใด ๆ ทั้งสิ้น แกนนำพรรคร่วมรัฐบาลทุกคนก็สบายใจขึ้น

นายเสนาะ กล่าวว่า ขอให้คำพูดของ มท.1 เป็นความจริง เพราะหากกลับไปใช้กำลังแล้วเกิดความสูญเสียตามมา พรรคร่วมรัฐบาลทั้งหมดจะไม่ขอรับผิดชอบด้วย แต่เหตุการณ์ช่วงนี้ยังบอกไม่ได้ว่าถึงขั้นต้องถอนตัวออกจากการร่วมรัฐบาลหรือไม่

ขณะที่ นายบรรหาร ยืนยันการนัดหารือนอกรอบครั้งนี้ ไม่ใช่การกดดันเพื่อต่อรองเก้าอี้รัฐมนตรี แต่ทุกคนรู้สึกเป็นห่วงสถานการณ์จริง ๆ.-สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-06-01 01:06:34

ร.ต.อ.เฉลิม ยืนยันไม่มีการสลายการชุมนุม

กรุงเทพฯ 31 พ.ค.-กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยยังคงชุมนุมกดดันเรียกร้องขับไล่รัฐบาล ขณะที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.มหาดไทย ออกมาแถลงยืนยันไม่มีการสลายการชุมนุม

บรรยากาศการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย บริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ ยังคงเนืองแน่นไปด้วยประชาชนที่ออกมาชุมนุม โดยมีแกนนำสลับขึ้นปราศรัย โดยยังคงโจมตีการทำงานของรัฐบาล และอดีตนายกรัฐมนตรีในเรื่องต่าง ๆ

นายสุริยะใส กตะศิลา ยืนยันการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ เป็นไปตามกฎหมาย โดยปราศจากอาวุธ ดังนั้น จึงไม่เป็นเงื่อนไขให้รัฐบาลใช้ตำรวจและทหารมาสลายการชุมนุม.

ชมรายละเอียด สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-06-01 00:13:03




นายกฯ ไม่สลายการชุมนุม ระบุสกัดมือป่วนได้แล้ว

กทม. 31 พ.ค.- นายกฯ มอบ มท1. ชี้แจง ยืนยันไม่สลายการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ และไม่มีนโยบายใช้ความรุนแรง แจงกรณีคำพูดเช้าวันนี้ เพราะห่วงใย หลังได้รับรายงานจะมีมือที่ 3 ก่อความวุ่นวาย ซึ่ง จนท.สกัดกั้นแผนดังกล่าวได้แล้ว

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ได้รับมอบหมายจากนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี มาชี้แจง โดยนายกฯ ไม่มีความคิดที่จะสลายการชุมนุม แต่เนื่องจากได้รับทราบข่าวว่ามีผู้จะก่อเหตุร้าย หากปล่อยให้การชุมนุมดำเนินต่อไป ผู้เข้าชุมนุมจะได้รับอันตราย จึงอาจจะต้องสลายการชุมนุม อย่างไรก็ตาม ได้สกัดกั้นการก่อเหตุร้ายได้แล้ว ทั้งนี้ ตนเองจะแถลงข่าวอย่างเป็นทางการที่บ้านในค่ำวันนี้.

ชมรายละเอียด สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-05-31 19:37:44




วันเสาร์ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2551

พันธมิตรไม่หวั่นจับ 5 แกนนำ เชื่อมีรุ่นใหม่สานต่อ





















นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าววันนี้ (31 พ.ค.) กรณี นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ประกาศแตกหักกับผู้ชุมนุม หากยังไม่เคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่ดังกล่าว ว่า ไม่เกรงกลัวว่าจะถูกเจ้าหน้าที่สลายการชุมนุม ยืนยันว่ากลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย มีสิทธิชุมนุมได้ตามกฎหมาย หากเจ้าหน้าที่ใช้ความรุนแรงสลายการชุมนุม กลุ่มก็จำเป็นต้องป้องกันสตัวในทางสันติวิธี

ผู้ประสานงานกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวต่อว่า หากแกนนำทั้ง 5 คนของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ถูกจับกุม ก็พร้อมมอบตัวและจะประกันตัวออกมาต่อสู้ใหม่ ระหว่างนั้นเชื่อจะมีแกนนำรุ่นใหม่ขึ้นมาต่อสู้หรือปฏิบัติหน้าที่แทนอย่างแน่นอน

เวลา 16.00 น. วันเดียวกัน นายพิภพ ธงไชย แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย อ่านแถลงการณ์พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ฉบับที่ 12 เนื้อหาระบุว่า พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย มีสิทธิในการปกป้องชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ตลอดเวลาที่มีการชุมนุมก็ได้ทำอย่างสงบ อหิงสา และไร้อาวุธ การชุมนุมถือว่าเป็นสิทธิอันชอบธรรมตามมาตรา 63 ของรัฐธรรมนูญ ปี 2550 การสลายการชุมนุมโดยไร้กฎหมายและสภาวการณ์รองรับ ไม่สามารถทำได้ตามที่ศาลจังหวัดสงขลา เคยพิพากษาไว้

นายพิภพ กล่าวต่อว่า หากเจ้าหน้าที่รัฐจะสลายการชุมนุม ก็ต้องมีกฎหมายรองรับ ไม่เช่นนั้นจะไม่ยอมให้มีการใช้อำนาจในการสลายการชุมนุม พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ยินยอมให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่แต่งกายด้วยเครื่องแบบครบถ้วนสามารถเข้ามาตรวจตราการชุมนุมได้ แต่จะไม่ยอมให้ผู้ใดทำร้ายผู้ชุมนุม และทำลายหรือเคลื่อนย้ายทรัพย์สินสิ่งของของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย หากรัฐบาลประกาศภาวะฉุกเฉินหรือประกาศกฎอัยการศึก จะขอให้ผู้ชุมนุมทุกคนอยู่ในความสงบ

แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวด้วยว่า หากมีการสลายการชุมนุมโดยมิชอบ ขอให้ประชาชนร่วมกันต่อสู่กับความไม่ถูกต้องและร่วมกันขับไล่รัฐบาลหุ่นเชิดจนกว่าจะสำเร็จ และหากมีการจับกุมตัวแกนนำ ก็จะมีแกนนำรุ่นใหม่เพื่อสานต่องานต่อไป

งัดพรบ.จราจรจัดการชุมนุม ไม่เคลื่อนย้าย-ใช้กำลังตร.ช่วย

พล.ต.ต.สุรพล ทวนทอง รองผู้บัญชการตำรวจสอบสวนกลาง ในฐานะ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวในรายการ "เรื่องเด่นเย็นนี้" ทางสถานีโทรทัศน์ ช่อง 3 อสมท วันนี้ (31 พ.ค.) กรณีนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ให้กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เคลื่อนย้ายสถานที่ชุมนุมออกจากบริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ ว่า สิ่งที่นายกรัฐมนตรี สั่งการเพื่อไม่ต้องการให้เกิดความเดือดร้อนแก่ประชาชน ไม่มีคำพูดใดที่นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงการปราบปรามกลุ่มผู้ชุมนุม

"การปราบปรามใช้กับอาชญากรรม ส่วนกลุ่มผู้ชุมนุมเป็นพี่น้องประชาชนชาวไทยที่มีความคิดเห็นแตกต่างกันไปในการดำเนินการบางเรื่องของรัฐบาล กระทั่งมีการชุมนุมกันตามกฎหมายให้สิทธิไว้ เพียงแต่ว่ากลุ่มผู้ชุมนุมบางส่วนทำให้พี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อนด้านการจราจร และมีการนำสิ่งของบางอย่างที่ใช้แทนอาวุธเข้าไปในการชุมนุม ถือว่าเกินกว่าขอบเขตที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงพยายามจะใช้วิธีการพูดคุยหารือกัน ว่า ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญกำหนด" นายกรัฐมนตรี และว่า การดำเนินการจะเน้นการพูดคุยประสานการกับแกนนำในการที่จะให้ย้ายพื้นที่การชุมนุมออกไป จากบริเวณดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า แกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมประกาศจะไม่ย้ายการชุมนุมอกจากพื้นที่สะพานมัฆวาน ตำรวจจะสลายจะเข้าไปสลายกลุ่มผู้ชุมนุมเวลาใด รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า คาดว่าจะมีคำสั่งเจ้าพนักงานจราจรให้กลุ่มผู้ชุมนุมเคลื่อนย้ายการชุมนุม เมื่อมีคำสั่งเจ้าพนักงานจราจรแล้ว ยังไม่มีการเคลื่อนย้ายการชุมนุม เจ้าพนักงานตำรวจอาจเข้าไปช่วยเหลือในการขนย้าย สำหรับบุคคลที่ไม่เข้าใจต่อต้าน ถือเป็นเรื่องแต่ละบุคคล

"บ้านเมืองเคยเผชิญกับสิ่งต่างๆที่มีการใช้ความรุนแรง ต่อต้านความรุนแรง สุดท้ายทำให้เกิดความเสียหายแก่บ้านเมือง ระหว่างนี้คงพยายามจะพูดคุยกัน ให้ชุมนุมโดยที่ประชาชนไม่เดือดร้อน เนื่องจาก ขณะนี้ ประเด็นการชุมนุม ได้รับการสนองตอบ จากผู้ที่เกี่ยวข้องหลายส่วน ส่วนประเด็นที่ยังค้างคาใจอยู่ผู้ชุมนุมสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในการใช้รถใช้ถนนในบริเวณนั้น เป็นเรื่องต่อรอง" รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าว

รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวด้วยว่า ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มอบนโยบายชัดเจนในการดำเนินการเรื่องนี้ ว่า ให้ดำเนินการด้วยความอดทน อดกลั้น และจะใช้ความละมุนละม่อมที่สุด ส่วนผู้ที่ใช้กำลังต่อต้านถือเป็นการกระทำผิดกฎหมาย จะถือว่าเป็นเรื่องเฉพาะบุคคล ตำรวจไม่เหมารวมว่าเป็นการกระทำของกลุ่มผู้ชุมนุมชุมนุม อีกทั้ง กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยก็ให้แนวทางให้ผู้ชุมนุมนิ่งสงบ ถือเป็นแนวทางตรงกัน ถึงเวลาแล้วที่สังคมได้หันหน้ามาพูดคุยกันด้วยเหตุผล เพื่อให้สังคมเดินหน้าต่อไปได้

ต่อข้อถามว่า เตรียมการป้องกันมือที่สามไม่ให้ก่อเหตุอย่างไร รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ตำรวจระมัดระวังเรื่องนี้เป็นพิเศษ และพยายามควบคุมกลุ่มที่คิดเห็นตรงกันข้ามไม่ให้เคลื่อนไหว พร้อมประสานกลุ่มผู้ชุมนุมไม่ให้เคลื่อนย้ายไปในสถานที่ที่ไม่เหมาะสม เนื่องจากการชุมนุมที่มีผู้เข้าร่วมจำนวนมากอาจทำประสิทธิภาพการควบคุมการชุมนุมลดลงไป

ด้าน ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ตนไม่เข้าใจว่ากลุ่มผู้ชุมนุมทำไมยังรวมตัวจับกลุ่มกันอยู่ เพราะถึงวันนี้ นายจักรภพ เพ็ญแข ก็ลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี การเสนอญัตติแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญก็ได้ถอนออกไปแล้ว ถือว่าได้ปลดล็อกทุกอย่างเพื่อคลายชนวนเหตุความขัดแย้งไปหมดแล้ว การชุมนุมก็น่าจะยุติ เพื่อให้บ้านเมืองเดินหน้าต่อไป

ข่าวส่งเสริมคนดี

จำนวนผู้เข้าเยี่มมชม

link to affordable web hosting
Powered by web hosting provider .

สถิติการเข้าชม DMNEWS

eXTReMe Tracker