บล็อคข่าวส่งเสริมคนดี (รักดีหามจั่ว รักชั่วหามเสา หามจั่วก็หนักนะ)

ข่าวจากสื่อ

บทความจากสื่อ

วันเสาร์ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2552

52บุคคลอัปรีย์

ที่มา Thai E-News


52บุคคลอันตรายแห่งปี-ไทยอีนิวส์รวบรวม52บุคคลอันตรายที่สุดแห่งปี ที่ประชาชนไทยต้องการตัวมากที่สุด สำหรับชดใช้ต่อความพังพินาศของภาพลักษณ์ประเทศ-เศรษฐกิจในปี2551ที่ผ่านมา

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
31 ธันวาคม 2551

ปี2551ที่กำลังผ่านไป คนไทยมีทุกข์สาหัสกับสภาพบ้านเมืองที่แตกแยกออกเป็นเสี่ยง ต่อไปนี้คือ"52 MOST WANTED" หรือผู้ที่ก่อกรรมทำเข็ญไว้กับประเทศไทยอย่างมาก ประชาชนชาวไทยจึงต้องจารึกชื่อพวกเขาไว้ในบัญชีหนังสุนัข แต่ไม่ต้องรอวันชำระบัญชี เพราะทำดีได้ดีทำชั่วได้ชั่วนั้นเป็นเรื่องจริง ตอนนี้คนพวกนี้กำลังเสวยกรรมชั่วอย่างแสนสาหัสอยู่แล้ว


โดยจะขอไล่เรียงเป็นประนามานุกรม 52 บุคคลอันตรายสำหรับประชาธิปไตยไทยดังต่อไปนี้

ก.
แก้วสรร อติโพธิ

ก่อกรรม-เป็นกรรมการตรวจสอบทรัพย์สินรัฐบาลจากระบอบประชาธิปไตย โดยไม่อิงหลักกฎหมาย แต่เต็มไปด้วยอคติ
ผลกรรม-โดนสนธิ ลิ้มทองกุล หักหลังตัดหางปล่อยวัด สั่งสาวกพันธมิตรอย่าเลือกเป็นผู้ว่าฯโดยอ้างว่านำแอ๊ด คาราบาวมาร่วมทีม

การุณ ใสงาม

ก่อกรรม-ทรยศประชาชนฝ่ายประชาธิปไตยมาเป็นสมุนบริวารสนธิลิ้มทำลายประชาธิปไตยทั้งในประเทศ และเดินสายต่างประเทศ
ผลกรรม-ลงเลือกตั้งสังกัดพรรคมัฌชิมาฯของเสี่ยประชัย สอบตกย่อยยับ ลงสมัครนายกเทศมนตรีบุรีรัมย์ได้ที่โหล่400คะแนน

กษิต ภิรมย์

ก่อกรรม-ใส่ร้ายรัฐบาลจากระบอบประชาธิปไตยในทางสากลด้วยความเท็จ หาเรื่องผู้นำประเทศเพื่อนบ้าน
ผลกรรม-สื่อมวลชนต่างประเทศโจมตีที่พูดว่า"ม็อบพันธมิตรมันส์มาก อาหารรสดี ดนตรีเพราะ"

กนก รัตน์วงศ์สกุล

ก่อกรรม-ผู้เล่าข่าวเครือNATIONไม่เป็นกลาง เอียงข้างพันธมิตร พ่อยกเผด็จการ ระรานฝ่ายประชาธิปไตย
ผลกรรม-ขาดความเชื่อถือจากฝ่ายประชาธิปไตย และผู้ชมทั่วประเทศ กนกโผล่ปั๊บ คนกดรีโมตหนีพร้อมยี้กันทั่วประเทศ


ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ

ก่อกรรม-เคลื่อนไหวให้ร้ายอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตรในเวทีต่างประเทศอย่างต่อเนื่องหลายกรณี
ผลกรรม-จากที่เคยมีนโยบายเขมรอยู่ข้างฮุนเซ็นในสมัยรัฐบาลชาติชาย ต้องมาหวานอมขมกลืนกับพวกสายเหยี่ยวที่จ้องทำสงครามกับเพื่อนบ้านแบบประสงค์ สุ่นศิริ สุดท้ายโดนปาดหน้าตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศไปโดยกษิต ภิรมย์

ข.เครือข่ายแวดวงนักข่าว5เครือข่าย(คลิ้กดูรายละเอียดที่นี่)
กรรมที่ก่อ-ขาดจรรยาบรรณ ไม่เป็นกลาง เอียงข้างพันธมิตร ใกล้ชิดเผด็จการ ระรานประชาธิปไตย โฆษณาชวนเชื่อรับใช้คนๆเดียว
ผลกรรม-ขาดความเชื่อจากฝ่ายประชาธิปไตย ประชาชนเลิกอุดหนุนซื้อหา หันไปติดตามสื่อต่างประเทศ และสื่อทางเลือกแทน บางรายล้มละลายคือเครือผู้จัดการ บางรายต้องขายของเก่ากินเช่นเครือเนชั่น

ค.
คำนูณ สิทธิสมาน(อ่านบทประนามฯจากดาวแดงถึงผ้าพันคอสีฟ้า คลิ้กที่นี่)

ก่อกรรม-เป็นสมุนรับใช้สนธิลิ้มทั้งในกระบอกเสียงพันธมิตรคือผู้จัดการ และเป็นหัวโจกกลุ่ม40สว.ทาสเผด็จการ
ผลกรรม-ถูกบันทึกชื่อในฐานะผู้ทรยศต่อชาติและประชาธิปไตยฝ่ายประชาชน ไปเป็นสมุนกากเดนศักดินา

จ.
จรัญ ภักดีธนากุล

ก่อกรรม-ร่วมมือกับพันธมิตร ตัดสินพิพากษาโดยขาดหลักนิติธรรม ลำเอียงโดยอคติ เปิดพจนานุกรมลากเอาผิดฝ่ายปฏิปักษ์การเมือง
ผลกรรม-ถูกแฉว่ามีพฤติการณ์เดียวกับจำเลยที่ถูกตัดสิน ต้องเสื่อมเกียรติยศ ถูกแฉว่าภรรยามีพฤติการณ์ในทางชั่ว

เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง(อ่านรายละเอียด เสือเจ็บไม่ร้อง หมาเจ็บร้องเอ๋ง คลิ้กที่นี่)

ก่อกรรม-ทำลายล้างรัฐบาลจากการเลือกตั้ง รับใช้เผด็จการ ประสานงานพันธมิตร ใกล้ชิดสื่อโจร
ผลกรรม-หมดความน่าเชื่อถือทั้งในฐานะนักวิชาการ สื่อ นักการเมือง ถูกตีตราเป็นเป็นเพียงข้ารับใช้เผด็จการหมดราคา


จำลอง ศรีเมือง(ดูรายละเอียดใน9กบฎพันธมิตร คลิ้ก)

ก่อกรรม-เป็นหัวหน้าโจรก่อการร้ายพันธมิตรอันดับ2นำโจรยึดทำเทียบ ไฮแจ็คสนามบิน ทำลายความสามัคคีในชาติ
ผลกรรม-ทำให้ชาติแตกแยกเป็นสามัคคีเพท สั่นคลอนสถาบันชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ส่วนจำลองหมดความนับถือจากคนที่เคยศรัทธา

จารุวรรณ เมณฑะกา

ก่อกรรม-เป็นเครื่องมือเผด็จการคมช.ตรวจสอบยึดทรัพย์รัฐบาลจากการเลือกตั้งโดยกฎหมายที่ตราขึ้นโดยเผด็จการ
ผลกรรม-ถูกตรวจสอบกลับว่ามีพฤติการณ์มิชอบทั้งตั้งลูกกินเงินเดือนปปง. พาลูกเที่ยวเมืองนอก จ้างเพื่อนรับงานราชการ

ช.

ชัยอนันต์ สมุทวนิช(อ่านรายละเอียด อ.ย.ม.ชัยอนันต์ คลิ้กที่นี่)
ก่อกรรม-เป็นกูรูและนักคิดให้กับสนธิลิ้มและพันธมิตรหลายเรื่อง รวมทั้งการเมืองใหม่ นายกฯม.7 ทำลายประชาธิปไตย ฝักใฝ่ศักดินา
ผลกรรม-เสื่อมความนับถือในวงวิชาการทั้งนานาชาติและในประเทศ ถูกแฉว่าอยากเป็นองคมนตรีจนเอาเกียรติยศเข้าแลก

ไชยวัฒน์ สินสุวงศ์

ก่อกรรม-เป็นม้าใช้ให้สนธิกับจำลองเคลื่อนไหวทำลายประชาธิปไตย พยายามสร้างองค์กรจัดตั้งในภาคอีสาน
ผลกรรม-จัดตั้งองค์กรหน้าม้าในอีสานล้มเหลว ลงส.ส.สอบตกแต่ขี้แพ้ชวนตี เสื่อมเกียรติภูมิที่เคยสร้างไว้ในตอนพฤษภา35

ชนะ ผาสุกสกุล


ก่อกรรม-เปลี่ยนสีแปรธาตุจากที่เคยเป็นอดีตผู้นำนักศึกษาเรียกร้องนายกฯจากการเลือกตั้งมาขับไล่นายกฯจากเลือกตั้ง
ผลกรรม-เสื่อมเกียรติภูมิที่เคยสร้างไว้ในอดีต กลายเป็นเบ๊ของสนธิลิ้มที่ใช้ให้เป็นหัวหมู่ทะลวงฟันนับวันไร้ราคาลงเรื่อยๆ

ชัชวาลย์ ชาติสุทธิชัย

ก่อกรรม-อดีตคนเดือนตุลา เคยรับใช้ไกรศักดิ์และพล.อ.ชาติชายตอนนี้มารับใช้สนธิลิ้ม และพาลูกชายอ้วนดำโน้ต-ยุรชัฎมาเคลื่อนไหวต่อต้านประชาธิปไตยด้วย
ผลกรรม-คนเดือนตุลาต่างก็ตั้งข้อรังเกียจชัชวาลย์ที่ขายตัวให้กับสนธิและพวกกากเดนศักดินาทำลายประชาธิปไตย

ณ.
ณรงค์ โชควัฒนา

ก่อกรรม-เครือสหพัฒน์เป็นสปอนเซอร์ให้พันธมิตรออกนอกหน้า เพื่อแลกกับให้สนธิลิ้มโจมตีโมเดิร์นเทรด เพื่อปกป้องธุรกิจ
ผลกรรม-ประชาชนไทยหันไปซื้อของห้างโมเดิร์นเทรดมากขึ้น สหพัฒน์ทำท่าจะเป็นเสือลำบาก และเสือโหยในอีกไม่นาน

ถ.
เถกิง สมทรัพย์
(คลิ้กดูรายละเอียดเครือข่ายแวดวงสื่อที่นี่)

ก่อกรรม-เป็นทีมงานที่เจิมศักดิ์ส่งเข้ามาทำงานร่วมกับเครือเนชั่นในTPBSในฐานะรองผอ.ฝ่ายข่าว เสนอข่าวเอียงข้างเผด็จการ ระรานฝ่ายประชาธิปไตย
ผลกรรมปากเบี้ยวมากขึ้นทุกวัน ตาเหล่มากขึ้นเรื่อยๆ สังขารสวนทางผลประโยชน์ที่ได้รับจากภาษีเหล้า-บุหรี่

ท.
เทพชัย หย่อง


ก่อกรรม-หลังจากร่วมกับสุทธิชัย หยุ่น พี่ชายก่อหนี้ในITVล้นพ้นตัว และใช้อิทธิพลคมช.ทุบITVทิ้งแล้วแปลงมาเป็นTPBSก็กลับเข้ามายึดกุมอีกครั้ง โดยที่ทิ้งขี้สัมปทานหลายหมื่นล้านของITVไว้เบื้องหลัง และน้ำตาของผู้ถือหุ้นรายย่อย
ผลกรรม-หย่องบอกว่าจะมาเป็นกรรมการผู้อำนวยการแค่ช่วงก่อตั้ง แต่แล้วก็สมัครเข้ามาเป็นผู้อำนวยการหลังจากล็อกสเป็กให้ตัวเองเรียบร้อย ท่ามกลางเสียงสาปแช่งก่นด่าของฝ่ายประชาธิปไตย และขี้เหล้าขี้ยาที่ผลาญภาษีย่ำยีปชต.

ไทกร พลสุวรรณ

ก่อกรรม-ไทกรก้าวจากความเป็นโนเนมคนหนึ่ง อาศัยรูปร่างหน้าตาตรงสเป็กของดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์เข้าสู่แวดวงการเมือง ข่าวว่าเขาได้เงินไปพอที่จะออกรถและตั้งตัวได้ ก่อนจะล่าสุดไดเงินประชัยไปใช้อีกหลายล้าน ประสานกับการจับมือสุเทพ เทือกสุบรรณในคดีจ้างพรรคเล็ก และเป็นตัวอะไหล่บนเวทีพันธมิตร หากผู้จัดการไม่มีแหล่งข่าวให้อ้างไปบลั๊ฟฝ่ายตรงข้าม สามารถจะใช้ชื่อ"ไทกรกล่าวว่า...."ได้โดยตลอด
ผลกรรม-เช่นเดียวกับนักการเมืองที่ยืนอยู่ตรงข้ามประชาชนคนอื่น ไทกรลงสมัครอะไรในขอนแก่นก็สอบตกเรียบ แต่ก็แอบอ้างว่าตนเองเป็นประธานกลุ่มอีสานกู้ชาติ

ธ.
ธีรยุทธ บุญมี
(ดูรายละเอียดใน กาฝาก 14 ตุลาและ"ปัญญาชนบริกร" )

ก่อกรรม-วิพากษ์วิจารณ์กัดติดประดิดประดอยถ้อยคำด่าทอรัฐบาลจากการเลือกตั้งของประชาชน เช่น"ชายกระโปรง" แล้วยกยอพวกเผด็จการเช่น"รัฐบาลขิงแก่"คอยเสี้ยมสอนชี้แนะพันธมิตรเป็นกองเชียร์ที่เอาการเอางาน
ผลกรรม-ถูกคนเดือนตุลาให้ฉายาว่าเป็นกาฝาก14ตุลาและปัญญาชนบริกร สิ้นไร้ความนับถือตกเป็นที่สาบแช่งของญาติวีรชน14ตุลาฯ

ธีระ ธัญไพบูลย์

ก่อกรรม-เล่าข่าวทางเนชั่น ช่อง 3 ช่อง9แบบเป็นกองเชียร์เผด็จการ ระรานฝ่ายประชาธิปไตย ฝักใฝ่ไสยศาสตร์ ออกนอกหน้าและน้ำเสียง ครั้งหนึ่งเคยใส่เสื้อเหลืองออกทีวีชวนเชิญคนทั้งประเทศให้ทำตาม อ้างว่าแก้คุณไสยเขมร เล่นตามที่พวกม้อบโกเต๊กซ์นิยมไสยดำ
ผลกรรม-คนดูเรียกขานว่าชินจัง ทำให้ต้นตำหรับการ์ตูนญี่ปุ่นเดือดร้อนมาก เพราะคนชังมากกว่าคนชอบแบบชินจังในการ์ตูน

น.
เนวิน ชิดชอบ


ก่อกรรม-ทำตนเป็นหมาหลายเจ้าบ่าวหลายนาย ตอนหนีจากนายบรรหารก็ด่าว่า"เตียบเตี้ยบ" หนีจากทักษิณก็ว่า"มันจบแล้วครับนาย" ตอนเล่นงานคมช.ก็อ้างว่าทหารปฏิวัติเสร็จพาขึ้นรถตู้ปล่อยลงมาถอดเสื้อผ้าหมดต้องหนีตายแบบโทงเทง
ผลกรรม-หากผลกรรมที่จะเกิดขึ้นก็คงเป็น"นายใหม่"ไม่ว่าจะเป็นแฝดอินจันอภิสิทธิ์ หรือนายอนุพงษ์ และนายหญิงใหญ่ เร็วๆนี้

ป.
เปรม ติณสูลานนท์



ก่อกรรม-นายพลอาวุโสเปรมชอบบอกว่าให้ตอบแทนแผ่นดิน ซึ่งแปลว่าตอบแทนคนๆเดียวหรือตระกูลเดียว แล้วย่ำยีคนทั้งแผ่นดิน ชอบพูดเรื่องคุณธรรมจริยธรรม แปลว่าการเล่นพรรคเล่นพวกระบบอุปถัมภ์ ให้ทำดี แปลว่า ทำชั่วได้ทุกอย่างหากเปรมเห็นว่าดีแล้ว ชอบพูดว่าคนไทยโชคดีที่ได้อภิสิทธิ์เป็นนายกฯ ซึ่งความหมายจริงๆก็คือโชคร้ายที่สุด
ผลกรรม-จากที่มีฐานะอยู่สูงเป็นถึงประธานองคมนตรี คนกราบไหว้เหมือนอยู่บนหิ้ง ก็ลงมาต่ำเป็นขี้ปากชาวบ้านร้านตลาด หมดแล้วซึ่งความขลังศักดิ์สิทธิ์ มีแต่รอวันถูกโค่นล้มหรือเสื่อมสลายในฐานะมาสเตอร์มายด์ของฝ่ายอำมาตย์

ประสงค์ สุ่นศิริ

ก่อกรรม-แค้นที่จำลอง ศรีเมือง อดีตหัวหน้าพรรคพลังธรรมปลดออกจากรัฐมนตรีต่างประเทศ แล้วตั้งทักษิณเป็นแทนจึงตามจองล้างจองเวรไม่สิ้นสุด ทั้งบนดินใต้ดิน ทั้งทำให้ชาติพินาศย่อยยับ และวางแผนวินาศกรรม ลอบสังหาร ยึดอำนาจ ชั่วๆมาจากสมองของคนๆนี้
ผลกรรม-กินแห้วมาตลอด ลุ้นตำแหน่งนายกฯยุคคมช.ก็อด ลุ้นประธานสภาสสร.ก็แห้ว ล่าสุดทวงบุญคุณว่าประชาธิปัตย์ได้เป็นรัฐบาลเพราะพันธมิตร(ภายใต้การวางแผนของสงค์เสี้ยม)ลงทุนยึดทำเนียบ ปิดสภา บุกตีบชน. ไฮแจ็คสนามบิน แต่คงจะแห้วตามเคย

ประพันธ์ คูณมี

ก่อกรรม-เป็นตัวประสานงานระหว่างประสงค์เสี้ยมที่เป็นลูกพี่กับสนธิลิ้มพันธมิตรในการต่อต้านประชาธิปไตย ทำลายรัฐบาลประชาชน
ผลกรรม-ลงเลือกตั้งส.ส.เขตบางกะปิเขตเดียวกับสำราญ รอดเพชร คนกรุงเทพฯให้คะแนนสู้ดาราบรู๊คไม่ได้ ผลเลยสอบตก

ประชัย เลี่ยวไพรัตน์


ก่อกรรม-เป็นสปอนเซอร์ให้เผด็จการ สนับสนุนพันธมิตร เพื่อหวังจะคว้าTPIไว้ เนื่องจากเสียประโยชน์หาว่ารัฐบาลทักษิณไม่โอบอุ้ม
ผลกรรมตั้งพรรคมัฌชิมา ถูกป๋าเหนาะเย้ยว่าเป็นอนุบาลการเมือง หมดเปลืองเงินไปร่วมพันล้านแต่ตัวเองกับลูกทีมสอบตกกราวรูด ได้เป็นส.ส.เฉพาะกลุ่มก๊วนนายสมศักดิ์ และถูกลูกน้องสมศักดิ์เฉดพ้นพรรคแบบเจ็บแสบ

ปราโมทย์ นาครทรรพ


ก่อกรรม-เป็นนักวิชาการร่วมรุ่นของชัยอนันต์ มีบทบาทเขียนบทความใส่ไคล้เรื่องปฏิญญาฟินแลนด์ กับหนุนระบบศักดินาคร่าทำลายประชาธิปไตย
ผลกรรม-ถูกประนามหยามหมิ่นว่านำชื่อเสียงเกียรติคุณที่อยู่ฝ่ายประชาธิปไตยในอดีตมาทำป่นปี้ตอนแก่

เปลว สีเงิน

ก่อกรรม-ทำหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์มีจุดยืนมั่นคงคือเป็นใบปลิวโจมตีทักษิณมาแต่ไหนแต่ไร และทำหน้าที่เป็นกุนซือให้กับพันธมิตรกับฝ่ายเผด็จการ หลังๆก็เอียงข้างศักดินาๆไปด้วย
ผลกรรม-ทำหนังสือพิมพ์เจ๊ง ยอดขายไม่พอหล่อเลี้ยงตัว โฆษณาไม่เข้า ก็ลองเดาดูว่าอยู่มาได้อย่างไร ใครอุดหนุน

พิภพ ธงชัย

ก่อกรรม-พิภพทิ้งหมู่บ้านเด็กเมืองกาญจน์และสังคมอุดมคติไว้เบื้องหลัง แล้วก้าวมาเป็น1ในแกนนำพันธมิตรที่มีทัศนะนโยบายล้าหลังคลั่งศักดินา ฉุดรั้งประชาธิปไตยถอยลงคลอง เสนอการเมืองระบบอภิสิทธิชน70:30หมิ่นแคลนสิทธิ์เสียงประชาชน
ผลกรรม-นักวิชาการ นักเคลื่อนไหว เอ็นจีโอจำนวนมากประกาศตัดหางพิภพออกจากขบวนการ และให้เลิกอ้างว่าเคลื่อนไหวในนามภาคประชาชนอีกต่อไป พร้อมทั้งเรียกร้องให้วิพากษ์วิจารณ์ตรวจสอบพันธมิตรที่เคลื่อนไหวล้าหลังคลั่งศักดินาจารีตด้วย

พัลลภ ปิ่นมณี(อ่านรายละเอียด ชัยชนะที่ปูลาดด้วยเลือดและชีวิตผู้บริสุทธิ์ คลิ้กที่นี่)

ก่อกรรม-พัลลภก่อกรรมในหลายกรรมหลายวาระ หลังเหตุการณ์จับกุมจำลอง ศรีเมืองเพื่อนรักของเขา ได้ประกาศว่าจะก่อเหตุรวดเดียวจบ ซึ่งก็ตามมาด้วยเหตุการณ์พันธมิตรก่อเหตุบุกยึดสภา-บชน.เมื่อ7ตุลาคม2551ซึ่งลีลาเนื้อหาคล้ายกับปฏิบัติการมือที่3ในเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ2535ที่พัลลภเคยบอกด้วยความภูมิใจว่าเป็นฝีมือของเขาเอง
ผลกรรม-พัลลภถูกสกัดจากสนธิลิ้มไม่ให้มีบทบาทบนเวทีพันธมิตรในฐานะผู้นำรุ่นที่2เขาต้องหนีไปพึ่งทักษิณที่เมืองจีน ทั้งที่ถูกเคยตั้งข้อสงสัยว่าอาจเกี่ยวพันกับเหตุคาร์บอมบ์ ล่าสุดเขาอ้างว่าทักษิณให้มาช่วยงานพรรคเพื่อไทย ส่วนจำลองอ้ำอึ้งที่จะพูดถึงเขา

โพธิรักษ์

ก่อกรรม-สมณะโพธิรักษ์นักบวชหัวรุนแรงที่ต้องการเปลี่ยนแปลงสังคมไทยให้ไปเป็นสังคมชาวพุทธในอุดมคติที่ไม่มีอยู่จริง ปฏิเสธต่อต้านทุนนิยม ทำลายความเป็นปุถุชนของมนุษย์ ถึงขั้นตั้งพรรคเพื่อฟ้าดินที่มีนโยบายแบบการเมืองใหม่ และใช้ชาวอโศกผู้ศรัทธาเป็นสันหลังของม็อบ193วัน เพราะคนเหล่านี้ทุ่มกายถวายชีวิตให้ศาสดาโพธิรักษ์
ผลกรรม-ประชาชนผู้รักชาติ และพิทักษ์พุทธศาสนาที่เดินสายกลางไม่หัวรุนแรงพากันต่อต้านศาสนาโพธิรักษ์แผ่กว้างออกไปทั่วประเทศ ทั้งที่บึงกุ่ม นครปฐม อุบลราชธานี และศรีษะเกษบ้านเกิดโพธิรักษ์

ไพศาล พืชมงคล(อ่านรายละเอียด จาก"โค่นล้มศักดินา"ถึง"โอ้ว่าพระทูลกระหม่อมแก้ว" คลิ้ก )

ก่อกรรม-จากนักประชาธิปไตยเคลื่อนไหวเพื่อกรรมกรในอดีต ไพศาลมารับใช้ขุนศึกชวลิต ยงใจยุทธ มาเขียนประกาศคณะรัฐประหารให้คมช. จากที่เคยเขียนเพลง"เสียงครวญของมวลกรรมกร"มาเขียนเชิดชูบทบาทศักดินาใหญ่ที่ไปงานศพคนของพันธมิตร
ผลกรรม-เช่นเกียวกับนักต่อสู้นักเคลื่อนไหวในอดีตที่เปลี่ยนสีแปรธาตุ ทำให้ประชาชนต้องสาปแช่ง

ภ.
ภูวดล ทรงประเสริฐ
(อ่านรายละเอียด มือเผา14ตุลาฯเปี๊ยนไป๋! คลิ้กที่นี่)

ก่อกรรม-จากเลขาธิการสมาคมสังคมศาสตร์แห่งประเทศไทย ทำให้มีสายสัมพันธ์ที่แน่นเหนียวกับชัยอนันต์ คนกินเงินเดือนขอวสนธิ ทำให้ภูวดลปักหลักบนเวทีพันธมิตร ด้วยการด่าชนิดแม่ค้าปากตลาดอาย ทำให้พันธมิตรฮาร์ดคอร์ชื่นชมมีแม่ยกติดเกรียว
ผลกรรม-อย่างไรก็ตามจำลอง ศรีเมือง ขาใหญ่เบอร์2พันธมิตรไม่ถูกหู ในวันที่13ต.ค.51จำลองสั่งปิดไมค์ของภูวดล แล้วไล่ลงเวที ภูวดลเครียดจัดเป็นอัมพาตครึ่งตัว ตอนนี้นอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลจุฬาฯ พูดจาด่าใครไม่ได้อีกแล้ว

ม.มาลีรัตน์ แก้วก่า

ก่อกรรม-จากอดีตนักกิจกรรมยุค6ตุลา เข้าป่าไปร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์พบรักกับ"อ๋า"ธัญญา ผู้นำนักศึกษายุค14ตุลา ต่อมาชาวสกลนครเลือกให้เป็นส.ส. ก่อนจะวิญญาณนักเคลื่อนไหวเก่าเข้าสิงสู่ มาประจำเวทีพันธมิตร
ผลกรรม-มาลีรัตน์ก็เช่นเดียวกับพวกพันธมิตรหลายคนคือเมื่อมาเป็นพธม.ก็ถูกปฏิเสธจากประชาชน จนสอบตกในการเลือกตั้ง(เช่นเดียวกับการุณ ใสงาม,สำราญ รอดเพชร,ประพันธ์ คูณมี,พิเชียร อำนาจวรประเสริฐ,อมร อมรรัตนานนท์,ไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ฯลฯ)แต่แทนที่จะสำนึกที่ประชาชนสั่งสอนบทเรียน กลับหันไปสมคบกับนายทุน ขุนศึก ศักดินาคร่าทำลายประชาธิปไตย และเรียกหาการเมืองใหม่70:30เหมือนจะแก้แค้นที่ประชาชนไม่ยอมเลือกพวกตนเข้าสภา

ร.รสนา โตสิตระกูล

ก่อกรรม-รสนาเคยเป็นเพียงปัญญาชนสายที่สาม คือไม่ขวาไม่ซ้าย เป็นแบบalternativeที่ใกล้ชิดไปทางส.ศิวรักษ์ที่เน้นเรื่องอุดมคติทางศาสนาพุทธแบบปัญญาชน ต่อต้านทุนนิยมโลกาภิวัตน์ มามีชื่อเสียงจากการตรวจสอบเรื่องทุจริตยา แต่รสนาเป็นนักการเมืองที่แย่ คือเอียงขวาสุด ผูกติดกับพันธมิตร เป็นปี่เป็นขลุ่ยกับเผด็จการ ต่อต้านฝ่ายประชาธิปไตย
ผลกรรม-รสนาเข้าไปโหวกเหวกด่าการแถลงนโยบายของรัฐบาลนายสมชาย ในสภาพ"ซุกสามี"สันติสุข โสภณศิริ ลูกศิษย์ใกล้ชิดส.ศิวรักษ์ และเป็นเพื่อนน้ำมิตรของเปี๊ยก-พิภพ ธงชัยอีกคน ขณะที่ในลีลาบรรยากาศแบบเดียวกันของการแถลงนโยบายรัฐบาลอภิสิทธิ์ นอกจากไม่โวยวายแล้ว รสนายังชื่นชมจนออกนอกหน้าอีกด้วย

ว.วัชระ เพชรทอง

ก่อกรรม-แจ็คเป็นนักศึกษาโข่งรามคำแหง ร่วมรุ่นกับตู่-จตุพร พรหมพันธุ์ แข่งขันกันตั้งแต่อยู่รั้วพ่อขุน จนออกมาสู่สนามใหญ่ ขณะที่ตู่ยืนอยู่บนเวทีนปช. แจ๊คไปโผล่ที่เวทีเสื้อเหลือง ควบกับเป็นบก.แนวหน้าตามราวีล้างผลาญรัฐบาลประชาธิปไตย ก่อนจะลงเลือกตั้งซ่อมได้เป็นส.ส.สังกัดพรรคประชาธิปัตย์
ผลกรรม-แจ็คเคยชื่นชมนักปฏิวัติฝ่ายซ้ายเชกูวาร่ามาก จนถึงขั้นพิมพ์หนังสือขาย มาวันนี้โลกสวิงไป180องศาถึงวันที่แจ๊คต้องเล่นบทคลั่งไคล้ใหลหลงศักดินาใหญ่เข้าให้บ้าง แต่ที่ไม่เปลี่ยนไปเลยคือตอนนี้เขาต้องเจอตู่-จตุพร คู่กัดตลอดกาลออกมาเคลื่อนไหวขย่มรัฐบาลเทพประทานอย่างหนัก

ศ.ศิริชัย ไม้งาม

ก่อกรรม-ไม้ เป็นนักสหภาพที่นำคนสหภาพเข้าร่วมเป็นเนื้อเดียวกับพันธมิตรทุกความเคลื่อนไหว เขาขู่ตัดน้ำตัดไฟประชาชนเพื่อหวังผลชนะในการม็อบ โดยพวกสหภาพเคียดแค้นที่รัฐบาลทักษิณแปรรูปรัฐวิสาหกิจเพื่อประโยชน์ของชาติ และผู้บริโภค
ผลกรรม-ประชาชนเลิกใช้บริการของรัฐวิสาหกิจที่มีเอกชนเป็นคู่แข่งและทางเลือก เช่นบริการของTOT CAT เป็นต้น ส่วนอภิสิทธิ์เมื่อได้เป็นรัฐบาลวันแรกๆไปพูดที่ตลาดหุ้นว่ารัฐบาลของเขาจะส่งเสริมการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ

ศรัณยู วงศ์กระจ่าง

ก่อกรรม-เป็นดารารุ่นใหญ่ที่โดดขึ้นเวทีพันธมิตรและเอาการเอางานเคียงคู่กับเจ๊ปองอัญชลี จนได้เป็นแกนนำพันธมิตรรุ่นสองช่วงท้ายๆตอนปิดสนามบินสุวรรณภูมิ
ผลกรรม-ช่อง7สีปลดออกจากผู้ดำเนินรายการเรื่องจริงผ่านจอ เพราะเรทติ้งตกเนื่องจากประชาชนฝ่ายประชาธิปไตยค่อนประเทศบอยคอต เช่นเดียวกับพากันบอยคอตไม่ดูหนังฟอร์มใหญ่เรื่ององค์บากภาค2ที่ศรัณยูเล่นอยู่ไม่กี่ฉาก เพราะไม่อยากสนับสนุน

ส.สนธิ ลิ้มทองกุล

ก่อกรรม-สนธิเริ่มต้นจากการต่อต้านทักษิณเพราะเสียผลประโยชน์ไม่ได้อนุมัติให้รับสัมปทานโทรทัศน์NEWS1และรัฐบาลทักษิณไม่ต่ออายุให้วิโรจน์ นวลแขเพื่อมาเคลียร์หนี้เน่าให้เครือผู้จัดการ แต่เล่นเพลินไปหน่อย เขาจึงสร้างความตกต่ำให้ทุกสถาบันในประเทศไทยอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนนับแต่ยุคเสียกรุงอยุธยาครั้งที่2เป็นต้นมา
ผลกรรม-นอกจากถูกดำเนินคดีกบฎ บุกรุกทำเนียบแล้ว บริษัทผู้จัดการก็ถูกสั่งให้ล้มละลาย และถูกสื่อค่ายมติชนแฉว่าสนธิลิ้มจึงต้องก่อม็อบเพื่อรับเงินบริจาคเข้ามูลนิธิที่ก่อตั้งขึ้นแล้วนำเงินไปเข้าบริษัทที่เกาะฟอกเงิน สนธิลิ้มยังจิตหลอนต้องกันไปพึ่งคุณไสยดำสารพัด และหวาดระแวงว่าจะโดนลอบฆ่าจากศัตรูรอบด้าน

สมศักดิ์ โกศัยสุข

ก่อกรรม-สมศักดิ์เป็นหางเครื่องของ5แกนนำพันธมิตร แต่บารมีในวงการสหภาพแรงงานก็เหลือไม่เท่าไหร่แล้ว ต้องพึ่งนักสหภาพรุ่นน้องอย่างไม้เป็นหลัก
ผลกรรม-นักสหภาพแรงงาน นักวิชาการด้านแรงงานตัดหางปล่อยวัดสมศักดิ์ ฐานเคลื่อนไหวทำลายประชาธิปไตย และห้ามแอบอ้างว่าทำในนามภาคประชาชน นอกนั้นก็โดนดำเนินคดีกบฎ คดียึดทำเนียบรัฐบาล รอคิวคดียึดสนามบิน

สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์

ก่อกรรม-จากนักเคลื่อนไหวในวงการครู ก้าวสู่วงการเอ็นจีโอ และวงการสื่อจากการรู้จักแนบแน่นกับสำราญ รอดเพชร และเครือเนชั่น สุดท้ายเป็นส.ส.บัญชีรายชื่อประชาธิปัตย์ แต่ก็เคลื่อนไหวในนาม5แกนนำพันธมิตรด้วย
ผลกรรม-โดนดำเนินคดีกบฎ คดีบุกยึดทำเนียบรัฐบาล รอคิวคดียึดสนามบิน และคดีก่อการร้ายสากล แถมยังโดนส.ส.ลูกพรรคพลังประชาชน เก่ง-การุณ โหสกุลกระโดดถีบ เพราะไปปากดีท้าทายว่าใครแน่เจอกันนอกห้องประชุม แต่พอเจอถีบแล้วกลับไม่แน่ วิ่งแร่ไปแจ้งความตำรวจว่าโดนทำร้ายร่างกาย

สุริยะใส กตะศิลา

ก่อกรรม-จากอดีตเลขาธิการนักศึกษา สนนท.ที่มีจุดยืนประชาธิปไตย มาเป็นผู้ประสานงานพันธมิตร คอยเป็นหนังหน้าไฟให้กับแกนนำ ทั้งที่สุริยะใสควรได้เป็นแกนนำไปนานแล้ว แต่ที่สุดได้เฉพาะรางวัลปลอบใจคือตำแหน่ง"หนุ่มหน้าตาดีที่สุดในเวทีพันธมิตร"
ผลกรรม-โดน สนนท.รุ่นน้องบุกไปมอบหรีดและเผาโลงประท้วง โดนคนนามสกุลเดียวกันที่ศรีษะเกษตัดญาติและเผาโลงประท้วง โดนนักข่าวบอยคอตไม่ทำข่าวหลายหนเพราะมัวแต่ไปแจกลายเซ็นแม่ยก จนมองข้ามหัวนักข่าว โดนจำลองเบรกหัวทิ่มหลายหน โดนลือว่ารวยขี่เบ๊นซ์ไปแล้ว โดนคดีกบฎ คดียึดทำเนียบ แต่เพื่อนคนหนึ่งชื่อ"ไผ่ ครป."โดนคดียึดNBTแต่สุริยะใสอ้างว่าไม่รู้จัก เลยโดนเพื่อนรุมด่าอย่างหนัก สรุปว่าโดนรอบด้านงานเข้ารอบตัว

สำราญ รอดเพชร

ก่อกรรม-สำราญเคยทำงานITVของทักษิณ ต่อมาทักษิณปลดออกในสภาพหมาล่าเนื้อ มาได้สนธิลิ้มโอบอุ้มไว้จึงต้องทุ่มทั้งชีวิตชดใช้บุญคุณ ทำหน้าที่เป็นโฆษกเวทีพันธมิตรเจ้าของประโยคฮิต"พี่น้องเอ๊ยยยยยย.."
ผลกรรม-สอบตกส.ส.เขตบางกะปิเช่นเดียวกับประพันธ์ คูณมีและพรรคพวกร่วมอุดมการณ์พันธมิตรที่ถูกปฏิเสธจากประชาชนเจ้าของประเทศ

สุทธิชัย หยุ่น

ก่อกรรม-หยุ่นชงเรื่องตั้งโทรทัศน์ITVหลังเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ2535ขึ้นไปให้รัฐบาลอานันท์ แล้วเข้ารับสัมปทานด้วยข้อเสนอจ่ายค่าสัมปทานแพงลิบ แต่ทำไม่ได้ตามสัญญา พยายามจะให้รัฐบาลประชาธิปัตย์ลดให้ แต่ต่อมารัฐบาลทักษิณเข้าขวางไว้ และทักษิณเข้าเทกโอเวอร์ITVพวกหยุ่นต้องระเห็จออกไปทำNation Channelกับไกรวัฒน์ลูกน้องเก่าทักษิณ เป็นความตกต่ำอย่างที่สุดของหยุ่น

ในที่สุดทหารทำรัฐประหาร หยุ่นสามารถยึดITVกลับมาในฉลากใหม่คือTPBSโดยที่ทิ้งขี้ค่าสัมปทานITVไว้เบื้องหลัง และผู้ถือหุ้นรายย่อยที่พินาศขาดทุนยับเยิน แถมเขาส่งเทพชัย หย่อง น้องชายกลับไปกุมบังเหียนTPBSแบบที่รัฐต้องควักเงินจากภาษีบาปมาอุดหนุนปีละ2พันล้าน ให้ทำทีวีเนชั่นสาขา2แบบจ้องระรานฝ่ายประชาธิปไตย โปรพันธมิตร-เผด็จการเต็มที่
ผลกรรม-ประชาชนไม่นิยมอ่านหรือชมเพราะเป็นสื่อเอียง ทำให้ขายโฆษณาไม่ได้ ในที่สุดได้ประกาศขายตึกNATIONบางนาเพื่อให้รอดภาวะล้มละลายตามค่ายผู้จัดการของลิ้ม แต่หยุ่นจะรอดไปได้กี่น้ำ ยังต้องลุ้นระทึก เพราะตอนนี้เริ่มปลดลูกน้องกันระนาวแล้ว

สุเทพ เทือกสุบรรณ

ก่อกรรม-กำนันสุเทพพาประชาธิปัตย์กลับมาเป็นรัฐบาลสำเร็จในรอบ9ปี โดยวิธีเดิมคือไปฉกลูกพรรคอื่น คือกลุ่มเพื่อนเนวินมาหนุนอภิสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรี
ผลกรรม-ผลกรรมของกำนันเทพนั้นมีมากนับไม่หมดไม่ถ้วน แต่ที่เสวยกรรมไปในไวๆนี้ก็คือพรรคประชาธิปัตย์เคยทำกับรัฐบาลทักษิณไว้อย่างไรโดนย้อนศรคืนทุกเม็ด รวมทั้งไปโดนชาวอุบลฯม็อบไล่ทั้งที่ร้านอาหาร และโรงแรม เรียกได้ว่าเจอทุกขลาภจากการเป็นรัฐบาล ชนิดที่อยู่กันไม่สุข

สุรพล นิติไกรพจน์

ก่อกรรม-สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นอธิการบดีคนแรกที่ทิ้งจุดยืนประชาธิปไตยอันแน่วแน่ มาอยู่เคียงข้างพันธมิตร เคียงข้างเผด็จการทหาร ล่าสุดคือเคียงข้างพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้นำกองทัพเสนอให้นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ยุบสภา หาไม่แล้วจะแนะนำให้พล.อ.อนุพงษ์ทำอารยะขัดขืน
ผลกรรม-ถูกลูกศิษย์ยกพวกนำพวงหรีดไปประท้วง ส่วนมหาวิทยาลัยก็ตกต่ำอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน มีกรณีอาจารย์ให้นักศึกษาหญิงอมนกเขาแลกเกรด จนมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ยุคของสุรพลถูกล้อเลียนว่าเป็นมหาวิทยาลัยนกเขา นับเป็นความเสื่อมเพราะสุรพล

สมบัติ ธำรงธัญวงศ์

ก่อกรรม-เป็นอธิการของNIDAที่แสดงจุดยืนเคียงข้างพันธมิตร และผู้นำกองทัพอย่างเหนียวแน่น ละเลยหลักการประชาธิปไตยที่พร่ำสอนนักศึกษา
ผลกรรม-โดนกลุ่มนักศึกษานิด้าประชาธิปไตยออกแถลงการณ์ประนามอย่างหนัก และเสนอให้หยุดพฤติการณ์ให้ท้ายพันธมิตร

ห.หงา คาราวาน

ก่อกรรม-ทิ้งจุดยืนเพื่อประชาธิปไตยและประชาชนคนยากจนยากไร้ ขึ้นเวทีพันธมิตรที่ใกล้ชิดไฮโซราชนิกุล มีแนวนโยบายรุกรานเพื่อนบ้านในอินโดจีน นอกจากนี้ศิลปินหลายคนเช่น เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ อังคาร กัลยาณพงศ์ ไพวรินทร์ ขาวงาม วงโฮ้ป เป็นอาทิ ต่างก็มีพฤติกรรมทำนองเดียวกับหงา
ผลกรรม-โดนเพื่อนร่วมอุดมการณ์ในอดีตทั้งวิสา คัญทัพ และจรัล ดิษฐาอภิชัย ออกมาแฉชีวิตส่วนตัวและอุดมการณ์อย่างหมดเปลือก เสื่อมความเชื่อถือจากแฟนๆขาประจำทั้งประเทศ

อ.อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

ก่อกรรม-ต่อต้านรัฐบาลจากประชาชนเลือกตั้งไม่ลืมหูลืมตา เข้าข้างให้ท้ายพันธมิตรอย่างไม่เกรงใจใคร ส่งลูกพรรคอย่างนายสมเกียรติ และวัชระ เพชรทองไปประจำเวที หนุนส่งด้านกำลังและเสบียงกรัง ร่วมมือกับผู้นำเหล่าทัพปล้นอำนาจรัฐบาลที่ประชาชนเลือกตั้ง เพื่อตัวเองจะได้ตั้งรัฐบาลแทน
ผลกรรม-อภิสิทธิ์ต้องชดใช้ผลกรรมที่ก่อแบบที่โดนฝ่ายประชาธิปไตยย้อนศรทุกเม็ด นับแต่การแถลงนโยบายรัฐบาลเป็นต้นไป แม้ได้เป็นนายกฯ แต่ก็ไร้เกียรติภูมิเพราะคนทั้งโลกเห็นว่าเป็นเพียงนายกรัฐมนตรีหุ่นเชิดของพันธมิตร กองทัพ อสิทธิ์ชนในประเทศไทย ไม่ใช่ตัวแทนที่ภาคภูมิใจของประชาชนชาวไทย และฝ่ายเสื้อแดงประกาศว่าอย่าหวังความเป็นสุขในการทำงาน ตราบที่ไม่มีความยุติธรรม ตราบนั้นก็ไม่มีสันติภาพที่จีรัง

อมร อมรรัตนานนท์

ก่อกรรม-อดีตนักศึกษาคนเดือนตุลา เคยทำงานกับทักษิณในกองทุนฟื้นฟูเกษตรกร ต่อมารับใช้สนธิลิ้ม เป็นหัวหมู่ทะลวงฟันคนสำคัญ บทบาทเด่นคือนำกองโจรศรีวิชัยและกองโจรพันธมิตรบุกยึดNBTและสนามบินสุวรรณภูมิ
ผลกรรม-โดนดำเนินคดีบุกรุกNBT คดีบุกยึดทำเนียบ รอคิวคดีก่อการร้ายสากลบุกยึดสนามบินสุวรรณภูมิ

อัญชลี ไพรีรักษ์

ก่อกรรม-เจ๊ปองเคยเป็นอดีตผู้อ่านข่าวช่อง7 ต่อมาทำธุรกิจรายการวิทยุแล้วตามด่าทักษิณ เลยโดนปลดออกจากคลื่น หม้อข้าวโดนทุบจึงไปเข้าแก๊งกับเอกยุทธ อัญชัญบุตร เจ้าพ่อแชร์ชาร์เตอร์ ต่อมาก็มาประจำการที่เวทีพันธมิตรเป็นการถาวร
ผลกรรม-ได้ชื่อในเรื่องเป็นพิธีกรปากมอมประจำเวทีพันธมิตร แม้แต่แฟนคลับก็ยังอ่อนอกอ่อนใจ แถมโดนแมงลือใส่ไคล้เรื่องสัมพันธ์ลึกซึ้งกับดาราชายรุ่นใหญ่ขาประจำเวทีพันธมิตรให้อีก ทั้งที่อีกฝ่ายมีลูกเมียเป็นตัวเป็นตนแล้ว

อนุพงษ์ เผ่าจินดา

ก่อกรรม-เป็นกำลังหลักในการทำรัฐประหารยึดอำนาจ19กันยายน49 มีบทบาทโดดเด่นในฐานะทหารเสือราชินี ออกมาสำทับให้รัฐบาลนายสมชายยุบสภา-ลาออกผ่านทางโทรทัศน์ถึง2ครั้ง สุดท้ายต้อนก๊วนเนวินเข้าไปหาที่บ้านพักในร.11พร้อมกับยื่นเงื่อนไขจาก"บุคคลที่ไม่อาจปฏิเสธได้"ให้เนวินสลายขั้วมาหนุนอภิสิทธิ์เป็นนายกฯ
ผลกรรม-ถูกนานาชาติ ทั้งทูต ทูตทหาร สื่อมวลชนต่างประเทศโจมตีว่าเหตุใดทหารไม่เป็นกลไกของรัฐในการรักษาความสงบในประเทศ ทั้งในตอนรัฐบาลนายสมัครประกาศฉุกเฉินตั้งให้อนุพงษ์ควบคุมเหตุการณ์ความไม่สงบในตอนวันที่2กันยายน2551 และตอนที่พันธมิตรยึดสนามบิน แต่พอทีกลุ่มเสื้อแดงเดินขบวนโดยสงบไปประท้วงรัฐบาลนายอภิสิทธิ์แถลงนโยบายเถื่อนที่กระทรวงต่างประเทศ ทหารกลับออกมาพรึบพรับ ทำให้กองทัพไทยถูกมองว่าเป็นกองทัพของประเทศด้อยพัฒนา แทรกแซงทำลายประชาธิปไตย

ฮ.เฮียกับเจ๊

ก่อกรรม-มีเพียงเสียงร่ำลือว่าเฮียกับเจ๊ ผัวเมียคู่นี้เป็นศัตรูหลักของประชาชน และเป็นตัวถ่วงของฝ่ายประชาธิปไตย แต่ก็เดากันไปต่างๆนานาว่าเฮียกับเจ๊ ผัวเมียคู่นี้เป็นใคร จะเป็นคู่ของนายใหญ่+นายหญิง หรือสมชาย+เจ๊แดง หรือมาร์ค+เมีย หรือใครก็ไม่รู้แน่ชัด คงต้องรอให้อนาคตเฉลยว่าเฮียกับเจ๊เป็นใครกันแน่ต่อไป...

ผลกรรม-เรายังต้องรอดูว่าเฮียกับเจ๊ต้องเสวยผลกรรมในชาตินี้อย่างไรบ้าง..

แต่ก็มีเสียงร่ำลือถึงความ"เสื่อม"ลามไปดั่งไฟลามทุ่งเมื่อแล้ง ก็มิปาน

ต้องยกระดับสงครามข่าวสารในแนวรบสากล

ที่มา thaifreenews

บทความ โดย Bugbunny

อยากจะขออนุญาตเรียนว่าเป็นคนแรก ๆ ที่นำเสนอข้อความภาษาอังกฤษเพื่อทำป้ายในการเดินขบวนไปหน้ารัฐสภา ผมไม่ได้เสนอข้อความป้ายภาษาไทยเลยในแต่ละโพสต์ เพราะประชาชนทำกันเองได้ดีอยู่แล้ว ในวันชุมนุมได้มีการทำป้ายภาษาอังกฤษและภาษาอื่น ๆ โดยประชาชนเองทั้งชนิดถูกและไม่ถูก Grammar ซึ่งก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะไม่ใช่ภาษาพ่อแม่เรา แต่มันแสดงความรู้สึกที่แท้จริงของคนไทยได้ดีมาก ที่น่ายินดีก็คือป้ายเหล่านั้นสร้างผลการสื่อสารได้อย่างกว้างขวาง นักข่าวต่างชาติถ่ายป้ายเหล่านั้นเผยแพร่ไปทั่วโลก รวมทั้งหลายป้ายเป็นข้อความที่ผมเขียนเสนอไว้ในเวบไซท์บางแห่งก็ปรากฏออกไปสู่สายตาชาวต่างประเทศด้วยเช่นกัน เป็นสิ่งดีที่เราต่างได้ช่วยกันพัฒนางานสื่อสารสากลให้กับขบวนการประชาชน ทำให้ชาวโลกรับรู้ว่าสงครามครั้งนี้ไม่ใช่สงครามระหว่างทักษิณกับศัตรูเท่านั้น แต่มันได้พัฒนาเป็นสงครามของแนวความคิดที่ขัดแย้งกันอย่างสิ้นเชิงของคนสองกลุ่ม ที่มองอนาคตประเทศไทยต่อสากลโลกกันไปคนละแนวทาง ผมอยากขอเสนอการเคลื่อนไปข้างหน้าของสงครามการสื่อสารในทางสากลของขบวนการประชาธิปไตยดังต่อไปนี้

ในด้านเนื้อหาความชัดเจนทางสากลเกี่ยวกับสถานการณ์ในประเทศไทยนั้น สื่อสากลส่วนใหญ่เริ่มเข้าใจกันชัดเจนแล้วว่า สถานการณ์ในประเทศไทยที่วุ่นวายมาตลอดสองสามปีที่ผ่านมานี้มีสาเหตุมาจากอะไรและใครอยู่เบื้องหลังอย่างแท้จริง ยิ่งฝ่ายอนุรักษ์นิยมเดินเกมผิดพลาดอย่างยิ่งที่แสดงการสนับสนุนออกนอกหน้าต่อปฏิบัติการของพวกผู้ก่อการร้ายพันธมิตร เริ่มจากกรณียึด NBT ยึดทำเนียบ การใช้ความรุนแรงที่หน้ารัฐสภา กรณีงานศพ ไปจนถึงการยึดสนามบิน ฯลฯ ความชัดเจนและการวิพากษ์วิจารณ์เปิดโปงเป็นไปอย่างกว้างขวางทั่วโลก แต่อย่างไรก็ตาม สื่อสากลยังใช้คำว่า Thaksin Follower แทนกลุ่มของเรา แม้จะเป็นความจริงบางส่วน แต่ต้องเข้าใจว่ามันควรพัฒนาไปเป็นคำว่า Majority Thai Democratic Movement หรือแม้แต่ Thai Democratic Group มากกว่าการติดยึดกับบุคคล ที่ผลของมันทำให้ชาวโลกมองเราว่า เป็นกลุ่มคนจำนวนหนึ่งที่สนับสนุนทักษิณเท่านั้น ทำให้ข้อกล่าวหาว่ามีการว่าจ้างตามมาอย่างง่ายดาย กรณี Denis Gray ของ AP ที่ไป Quote คำสัมภาษณ์พวกพันธมิตรในข่าวที่กำลังบอกถึงความยิ่งใหญ่ในการเคลื่อนไหวเดินขบวนของภาคประชาธิปไตยและสาวกคนนั้นก็ถือโอกาสแสดงความเห็นแย้งกับภาคประชาชนและบอกว่าทักษิณว่าจ้างพวกเราเป็นตัวอย่างที่ชัดเจน แม้ผู้เขียนจะต้องการแสดงว่ามีผู้เห็นต่างจากเราเท่านั้น แต่โดยรวมของข้อเขียนให้โทนที่ไม่เป็นบวกต่อภาคประชาธิปไตยนัก จนรู้สึกได้ว่า Denis Gray ซึ่งถือได้ว่าเป็นเอตทัคคะคนหนึ่งของสื่อสากลในภูมิภาคนี้ น่าจะได้รับข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง หรือไม่ก็เป็นเพราะฝ่ายเราสัมพันธ์กับนักข่าวชั้นนำน้อยไปจนไม่สามารถทำให้เขาเข้าใจได้ว่าวันนี้ขบวนการนี้ไม่ใช่เป็นเพียงขบวนการเรียกร้องเพื่อทักษิณอีกแล้ว แต่เป็นขบวนการเรียกร้องเพื่อประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศที่ต้องการประชาธิปไตยอย่างแท้จริง

ข้อเสนอของผมต่อท่านผู้ที่ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบดูแลด้านการสื่อสารของขบวนการก็คือ ต่อไปนี้ทุกครั้งที่มีการเคลื่อนไหวและแม้แต่การแถลงข่าวของคนเสื้อแดง ต้องมีการสื่อสารข้อมูลที่ชัดเจนด้วยระบบ Press Release ภาษาต่างประเทศ มีป้ายแถลงข่าวที่เป็นภาษาต่างประเทศ มี Banner ภาษาต่างประเทศ และทุกครั้งต้องเชิญนักข่าวต่างประเทศ องค์กรระหว่างประเทศ Press Attache’ หรือผู้ช่วยทูตฝ่ายข่าวสารของสถานทูตประเทศต่าง ๆ ฯลฯ มาร่วมในการแถลงข่าวหรือไม่เช่นนั้นก็ต้องส่ง Press Release ตามไปทุกครั้ง เราต้องมีหน่วยงานที่จัดตั้งขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อการนี้ เชี่ยวชาญภาษาต่างประเทศ แปลถูกต้อง แปลเร็ว หน่วยงานนี้ต้องมีหน้าที่สำคัญอีกอย่างคือการเตรียมข้อความสำหรับทำป้ายภาษาต่างประเทศ สร้างคำขวัญหลักที่ใช้ร่วมกันในการต่อสู้เป็นภาษาต่างประเทศในแบบเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันทุกงาน ฯลฯ ต้องมีการจัดตั้งสำนักงานเผยแพร่ข่าวสารของภาคประชาชนขึ้นในประเทศต่าง ๆ ที่เป็นศูนย์กลางของสื่อมวลชนนานาชาติด้วย เช่น ฮ่องกง สิงคโปร์ สหภาพยุโรป ฯลฯ เป็นสำนักงานที่ต้องประกาศฐานะของตนเป็นอิสระ ไม่เกี่ยวกับทักษิณหรือองค์กรในประเทศ เพื่อเพิ่มน้ำหนักความน่าเชื่อถือของข่าวสาร มุ่งกระจายข่าวสารการต่อสู้ของภาคประชาชนไทยให้กว้างขวาง ในปัจจุบันการสื่อสารทางอินเตอร์เนทของเรามีต่อคนไทยและผู้ใช้ภาษาไทยที่อยู่ในและต่างประเทศมากกว่าทางสากล ซึ่งความสำเร็จอยู่ในขั้นที่น่าพอใจ แต่การสื่อสารต่อสังคมโลกยังอ่อนด้อยอยู่ เวปไซท์ภาษาต่างประเทศที่สื่อสารข่าวของภาคประชาชนยังไม่แข็งแรงหรือแทบไม่มีเลยก็ว่าได้ นอกจากเวปไซท์แนวร่วมที่ดำเนินการโดยเอกชนในต่างประเทศและเห็นด้วยกับแนวทางของเราเท่านั้น แต่เขาจะไม่รู้ข่าวสารที่เราต้องการให้โลกรับรู้ เราต้องเคลื่อนไหวเผยแพร่ข่าวสารของเราเองให้กว้างขวางทุกรูปแบบ ฯลฯ

ข้อเสนอเหล่านี้ของผมสามารถปฏิบัติได้ไม่ยากนัก ยังมีอีกหลายวิธีมากกว่านี้ที่สามารถกระทำได้และมีแนวความคิดในการสร้างข่าวทางสากลอีกหลายรูปแบบและเนื้อหา ตัวคุณทักษิณเองนั้นมีข้อจำกัดที่ไม่สามารถกล่าวถึงบางสิ่งได้อย่างตรงตรงมา แต่สำนักข่าวทำได้ในต่างประเทศ และไม่ได้ใช้งบประมาณอะไรมากเลยเมื่อเทียบกับการจัดการบางเรื่องที่ผ่านมาในการชุมนุมเคลื่อนไหวต่าง ๆ แต่มันช่วยเพิ่มความร้อนแรงและประสิทธิผลของการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยของเราเอง ฝ่ายตรงข้ามของเรามีจุดอ่อนตรงความกังวลต่อภาพพจน์ในระดับนานาชาติ การบีบคั้นของต่างประเทศผนวกกับการเคลื่อนไหวของมวลชนเสื้อแดงในวันนี้ทำให้เขาไม่สามารถทำการยึดอำนาจด้วยกำลังทหารได้ จนต้องหันมาใช้การรัฐประหารด้วยพรรคการเมือง ตุลาการ องค์กรอิสระ มวลชนจัดตั้ง อำนาจนอกระบบ ใช้ทหารข่มขู่ลับ ๆ ฯลฯ แต่ในทางสากลข้อมูลเหล่านี้มีการบอกกล่าวน้อยมาก จนนานาชาติบางแห่งเข้าใจว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงตามระบอบรัฐสภาที่พวกเขารับได้ ต้องมีการให้ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นอย่างแท้จริง มิฉะนั้น การบิดเบือนเช่นนี้จะทำให้เมืองไทยต้องจมอยู่ภายใต้แอกความหลอกลวงของพวกเผด็จการศักดินาอำมาตย์ไปอีกนานแสนนาน

วันพฤหัสบดีที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2552

พงศ์เทพ ยันไม่เกี๊ยเซี้ยสุเทพนำ พ.ต.ท.ทักษิณ กลับไทย

ที่มา MCOT News
กรุงเทพฯ 31 ม.ค. - “พงศ์เทพ เทพกาญจนา” ระบุรัฐบาลควรทำอะไรให้ถูกต้องก่อนที่จะเจรจากับ “พ.ต.ท.ทักษิณ” ยืนยันไม่มีการเกี๊ยเซี้ยนำอดีตนายกรัฐมนตรีกลับไทย

นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา โฆษกประจำตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี พร้อมเจรจากับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีเพื่อยุติปัญหาชาติ ว่าไม่ใช่เรื่องที่รัฐบาลจะคุยกับอดีตนายกรัฐมนตรี เพียงแต่รัฐบาลต้องย้อนไปดูตัวเองก่อนว่าเข้ามาตามกระบวนการที่ถูกต้องหรือไม่ เพราะมีการแทรกแซงจากทหาร การแถลงนโยบายเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง การจะไปคุยกับใคร ควรทำตัวเองให้ถูกต้องตามกฎหมายก่อน

“เรื่องนี้ไม่ใช่การเกี๊ยเซี้ยหรือมีการฮั้วกัน และรัฐบาลไม่มีหน้าที่ให้ใครกลับประเทศ ยอมรับว่าทุกอย่างต้องเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม เมื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางกลับประเทศ คงต้องถูกดำเนินคดีและถูกจับในคดีที่ดินรัชดา ซึ่งเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย ที่ผ่านมาไม่มั่นใจว่ากระบวนการที่ทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณต้องคดีถูกต้องหรือไม่ จึงไม่ทราบว่าอดีตนายกรัฐมนตรีจะเดินทางกลับเข้าประเทศเมื่อไหร่ และนายสุเทพคงไม่ประสานผ่านผมเพื่อพูดคุยกับ พ.ต.ท.ทักษิณ” นายพงศ์เทพ กล่าว

นายพงศ์เทพ ยังยืนยันว่าจนถึงขณะนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ยังไม่เดินทางกลับประเทศไทยอย่างแน่นอน ส่วนการดำเนินคดีการเพิกถอนหนังสือเดินทางและการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน อดีตนายกรัฐมนตรีไม่รู้สึกวิตกกังวล เพราะได้ถือหนังสือเดินทางของประเทศอื่นอยู่ด้วย เพียงขอให้การดำเนินการใด ๆ อยู่ในมาตรฐานเดียวกัน พร้อมจะยอมรับ

“ยืนยันว่า อดีตนายกรัฐมนตรีต้องการที่จะเดินการกลับประเทศ เนื่องจากอยู่ที่ไหน ไม่อบอุ่นเหมือนประเทศไทย และต้องการที่จะเข้ามาทำประโยชน์ โดยเฉพาะงานที่ทำอยู่คือมูลนิธิการสร้างอนาคตใหม่ให้สังคมโลกมีความทัดเทียมกันมากขึ้น ซึ่งหลายประเทศต้องการให้เข้าไปช่วยงาน” นายพงศ์เทพ กล่าว

นายพงศ์เทพ ปฏิเสธกระแสข่าวการต่อรองขอกลับเข้าประเทศของอดีตนายกรัฐมนตรีเพื่อแลกกับการยึดทรัพย์ 760,000 ล้านบาท โดยยืนยันว่าไม่เป็นความจริง เนื่องจากการขายหุ้นได้ทำตามกระบวนการตามกฎหมาย ทุกอย่างจึงไม่มีความจำเป็นต้องต่อรอง และพร้อมที่จะต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรม ส่วนจะมีการถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษ มองว่าสามารถทำได้ พ.ต.ท.ทักษิณ อาจจะขอเองหรือคนอื่นขอให้ เพราะที่ผ่านมาอดีตนายกรัฐมนตรีได้ทำงานด้วยความจงรักภักดี และทำคุณประโยชน์ให้กับประเทศ

ส่วนกรณีที่อดีตนายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อต่างประเทศจะกลับมาเล่นการเมืองต่อนั้น นายพงศ์เทพ กล่าวว่า ที่ผ่านมายังไม่เคยได้ยินอดีตนายกรัฐมนตรีพูดถึงเรื่องดังกล่าว เพียงแต่ได้รับทราบผ่านทางสื่อเท่านั้น แต่ยอมรับว่าที่ผ่านมามีสื่อมวลชนทั้งในและต่างประเทศพยายามติดต่อสัมภาษณ์โดยผ่านมายังตนเอง แต่ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้ตอบรับ เพราะไม่ต้องการทำตัวให้เป็นข่าว และต้องการที่จะเก็บตัวอย่างเงียบ ๆ.- สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-12-31 18:48:56

เสื้อแดงหยุดปีใหม่ชั่วคราว เล็งตั้งสถาบันต้าน"รบ.มาร์ค"

ที่มา มติชนออนไลน์


นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) และอดีตโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขณะนี้การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงจะหยุดไว้ก่อน เพื่อเฉลิมฉลองกับเทศกาลปีใหม่ และหลังจากนั้น ประมาณวันที่ 5-6 ม.ค. แกนนำทั้งหมดทั้งจากเวทีความจริงวันนี้และนปช. จะประชุมกันอีกครั้ง เพื่อประกาศท่าที แต่ที่แน่นอนคือคนเสื้อแดงจะไม่สนับสนุนการบริหารงานของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในทุกด้าน เพราะการที่นายอภิสิทธิ์ปฏิเสธที่จะเดินเข้าสภา ผ่านคนเสื้อแดง แต่ในครั้งที่พันธมิตรฯล้อมสภา กลับเดินมาถ่ายรูปแจกลายเซ็นผ่านคนเสื้อเหลือง แสดงว่านายอภิสิทธิ์ปฏิเสธที่จะเป็นนายกฯของคนเสื้อแดง คนเสื้อแดงก็จะไม่ยอมรับนายอภิสิทธิ์เป็นนายกฯอยากฝากบอกนายอภิสิทธิ์ว่าขอสวัสดีปีใหม่ และขอให้คิดถึงหลักคำสอนของพุทธศาสนาที่ว่ากฎแห่งกรรมเอาไว้ให้ดี


นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า อย่างไรก็ดี การต่อต้านของเราจะดำเนินไปในแนวทางอารยะ ไม่ให้เกิดความรุนแรง ไม่เข้าประชิดตัว ไม่ทำร้ายร่างกาย แต่นายอภิสิทธิ์หรือคณะรัฐมนตรี(ครม.) ไปไหนก็อาจจะเจอหัวใจตบ เพื่อแสดงออกของการต่อต้านได้ นอกจากนี้ หลังจากปีใหม่จะเดินสายพบปะพี่น้องประชาชนคนเสื้อแดงทั่วประเทศ และตั้งสถาบันคนเสื้อแดง รวมทั้งจะมีโครงสร้างของสถาบันออกมา โดยจะมีข้อเรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์ยุบสภาคืนอำนาจให้ประชาชน ซึ่งเมื่อนายอภิสิทธิ์ยุบสภา การเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงเองก็จะหยุดทันที

ปชป.เจอ"ดาบนั้นคืนสนอง"เพื่อไทย-เสื้อแดง ย้อนเกร็ดเจ็บแสบ "มาร์ค"ไหวทันเลี่ยงประทะไร้เลือดตกยางออก

ที่มา มติชนออนไลน์

โดย ชฎา ไอยคุปต์

นับตั้งแต่เหตุการณ์ นองเลือด 7 ตุลาคม 2551 เป็นวันที่รัฐบาลนำโดยนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เป็นนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชาชน ตะลุยกลุ่มผู้ชุมนุมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย โดยเจ้าหน้าที่ยิงแก๊สน้ำตาสลายผู้ชุมนุม เพื่อเปิดทางให้สมาชิกรัฐสภาเข้าแถลงนโยบายรัฐบาลต่อที่ประชุม ในครั้งนี้ฝ่ายค้านซึ่งมี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เป็นหัวหน้าฝ่ายค้าน ที่มีมติไม่เข้าร่วมประชุมเพราะไม่อยากเหยียบผ่านกองเลือด


ในขณะนั้นด้านนอกอาคารรัฐสภาที่ถูกสลายด้วยแก๊สน้ำตาเริ่มกลับมาชุมนุมอีกครั้ง เสื้อเหลืองปิดล้อมประตูรัฐสภาอีกครั้งระดมยิงลูกแก้วเข้ามาภายในทำให้ นายสมชาย ต้องเร่งสปีดแถลงนโยบายให้เสร็จสิ้นเร็วที่สุด


เหตุการณ์นั้นผ่านไปเพียง 84 วัน เหตุการณ์นั้นกลับเกิดขึ้นอีกครั้ง หลังจากประเทศไทยมีนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ชื่อ "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" พลิกจากฝ่ายค้านมาเป็นรัฐบาล มีกำหนดเข้าแถลงนโยบายวันที่ 29-30 ธันวาคม แต่ต้องเจอชะตาเดียวกันกับพรรคพลังประชาชนซึ่งถูกยุบพรรคย้ายเข้าพรรคเพื่อไทย ถูกกลุ่มคนเสื้อแดงและกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ ปิดล้อมทางเข้าออกอาคารรัฐสภาเช่นเดียวกับพันธมิตรฯ


ท่ามกลางวิกฤตกลุ่มม็อบที่กดดันและบีบ ยื่นเงื่อนไขนายกฯต้องลาออกหรือยุบสภาที่ทั้ง 2 รัฐบาลเจอเหมือนกันแต่วิธีจัดการกับกลุ่มผู้ชุมนุมต่างกัน รัฐบาลสมชาย ใช้วิธีแหวกฝูงชนเข้าประชุมสภา ส่วนรัฐบาลอภิสิทธิ์ เห็นตัวอย่างรัฐบาลสมชาย เปิดทางเข้าสภาไม่เวิร์ก ครั้นจะเดินเท้าเข้าไปตามคำเชิญชวนเสื้อแดงก็หวั่นไม่ปลอดภัย จึงพลิกสถานการณ์หลอกล่อวนเวียนรอบๆม็อบก่อนแวะมาจอดป้ายกระทรวงการต่างประเทศ เรียก ส.ส.และส.ว.เข้าร่วมประชุมทั้งหมด 330 เสียง ได้ในเวลา 1 ชั่วโมง การย้ายที่ประชุมเป็นเหตุให้พรรคฝ่ายค้านอ้างว่าผิดข้อบังคับ


คำนวณเวลาอภิปรายด่วนจี๋ทั้งคู่ รัฐบาลอภิสิทธิ์ ใช้เวลาน้อยกว่ารัฐบาลสมชาย ครึ่งชั่วโมง "อภิสิทธิ์" เริ่มต้นอ่านนโยบาย 36 หน้าภายในเวลา 50 นาที รวมกับ 3 ส.ว.ที่ร่วมอภิปราย กินเวลาทั้งสิ้น 2 ชั่วโมง ท่าทางการแถลงเงยหน้าขึ้นมามองกล้องบ้าง ส่วนอดีตนายกฯสมชาย นั้นก้มหน้าก้มตาอ่านเร่งสปีดพร้อมกระดกน้ำดื่มเพราะน้ำลายแห้งไหลไม่ทันกับการอ่านฉบับไฟแล่บ คอแหบคอแห้ง อ่านข้ามไปหลายย่อหน้า ใช้เวลาทั้งหมด 2 ชั่วโมงครึ่ง


ระหว่างที่อ่านนโยบายอยู่นั้น กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็พบว่าว่ากลุ่มผู้ชุมนุมได้ตีกรอบเข้ามาโอบรอบสถานที่แถลงนโยบายทั้ง 2 แห่ง สมัยรัฐบาลสมชาย เข้าอย่างไรก็ออกอย่างนั้น เจ้าหน้าที่ปราบจลาจลปะทะกับผู้ชุมนุมอีกรอบ ขบวนรถส.ส.ตั้งแถวรอจังหวะแต่ก็ยังออกไม่ทันทุกคัน บางคนต้องปีนรั้วหนีออกไป ส่วนนายกฯสมชายกับลูกสาวหลบไปนั่งเฮลิคอปเตอร์บินไปลงที่กองทัพไทย


รัฐบาลสมชายคงอยากเห็น ปู่ชัย (ชัย ชิดชอบ) กระโดดกำแพงหนีอีกรอบแต่ก็ต้องแห้ว เพราะรัฐบาลมาร์คออกจากกระทรวงการต่างประเทศโดยไม่ต้องปีนรั้ว เพราะม็อบเสื้อแดงถอยกลับไปในที่สุดตั้งแต่รัฐบาลแถลงเสร็จสิ้น แถมปู่ชัยยังพูดติดตลกให้ส.ส.-ส.ว.ได้ผ่อนคลายก่อนออกมาเผชิญกับม็อบตั้งฉายา "ฮิตาชิ" มอบให้กระทรวงการต่างประเทศว่า "รวดเร็วทันใจ" จัดห้องประชุมทันเวลา


แม้ว่าจะมีการปะทะกันก็มีบ้างก็เป็นเพียงเล็กน้อยที่เจ้าหน้าตำรวจช่วยผลักและดันม็อบเสื้อแดงให้ออกไปเพื่อเปิดประตู นายอภิสิทธิ์ ก็พาคณะรัฐมนตรี ส.ส.ขึ้นรถตู้สำนักงานตำรวจแห่งชาติกว่า 10 คัน กลับที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์อย่างปลอดภัยและความโล่งใจของทุกฝ่าย และยังโชว์สปริตเอาใจพรรคร่วมให้ออกไปก่อนส่วนรถปชป.ออกเป็นขบวนสุดท้าย


ในปีเดียวมีเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดและไม่เคยเกิดขึ้นในประวัติศาสตร์การเมืองไทยก็มีให้เห็นในปี 51 ตรงกับปี "ชวด" ที่ใครหลายๆคนพลอยชวดไปตามชื่อปี นั่งเก้าอี้ไม่ทันร้อนก็ต้องลุกให้คนอื่นนั่งสับเปลี่ยนกันถึง 4 รอบ


หวังว่าปีหน้าฟ้าใหม่คงไม่เห็นความทุกลักทุเลของฝ่าย "บริหาร-นิติบัญญัติ-ตุลาการ" ถูกหมิ่นเกียรติ-ศักดิ์ศรี ถูกปิดล้อมล้อมจนต้องปีนรั้วปลอมตัวหนีตายอลหม่านทั้งๆที่อายุอานามก็ใกล้และปลดเกษียณไปแล้วเกือบทั้งนั้น

สวัสดีปีใหม่

ที่มา เดลินิวส์

ข้อเขียนชิ้นนี้ตรงกับ วันขึ้นปีใหม่ พอดิบพอดี ตามปกติแล้ว ก็น่าจะพูดและกระทำแต่เรื่องดี ๆ งาม ๆ เพื่อเป็น สิริมงคล แก่ชีวิต เพราะเริ่มต้นดีก็มีชัยไปกว่าครึ่งแล้ว ดูอย่างคนจีนสิ ตรุษจีน เมื่อไหร่ แม้แต่การกวาดบ้าน ยังถูกดุเลย กลัวจะเป็นการกวาดเงินกวาดทอง กวาดความโชคดีไปจากบ้าน

ปีนี้แม้พวกเราจะรู้แก่ใจ ไม่ต้องอาศัยโหรต่องแต่งมาทำนายทายทัก ก็เดาถูกว่าปีวัวปีนี้ แรง กระเพื่อมจากวิกฤติทั้งการเมืองและเศรษฐกิจยังจะรุนแรงต่อเนื่อง ไม่เห็นวี่แววที่จะบรรเทาเบาบางลงไปได้เลย

มีแต่จะหนักหนาสาหัสขึ้นไม่ว่า

ที่จริงคนไทยหวังว่าหลังผ่านการเลือกตั้ง 23 ธ.ค. 2551 ความขัดแย้งทั้งมวลจะยุติลง หวังว่าเมื่อมีรัฐบาลใหม่ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนเสียงส่วนใหญ่ ประเทศชาติจะเดินไปข้างหน้า แต่ความหวังก็ถูกขยี้ยับเยิน

เพราะกระบวนการนอกรัฐธรรมนูญที่ไม่เคารพฉันทามติของประชาชน

ไม่มากไปหรอก หากจะบอกว่า มีเล่นกันทุกรูปแบบ เป็นเครือข่ายใยแมงมุม ทั้งกองทัพ พรรคการเมือง การใช้กฎหมาย องค์กรอิสระ ที่ลืมไม่ได้กลุ่มพันธมิตรฯ แตกหัก เมื่อยึดทำเนียบรัฐบาล ยึดสนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมือง จนถึงยุบ 3 พรรคการเมืองเพื่อปูทางล้มรัฐบาลที่มาจากเสียง ส่วนใหญ่

สถาปนารัฐบาลที่ตัวเองต้องการจนสำเร็จ

นี่คือจุดเริ่มของความยุ่งยากสับสนทั้งมวล ตราบใดที่ไม่ใช้หลักนิติรัฐ นิติธรรม ยอมรับการตัดสินใจของเสียงส่วนใหญ่ เมื่อนั้นเราจะเผชิญความแตกแยกร้าวฉานไม่สิ้นสุด ทั้งปีนี้และปีต่อ ๆ ไป

แต่จะยังไงก็ช่างเถอะ พักไว้ชั่วคราวก่อน เพราะวันนี้เป็นวันปีใหม่ อยากนำข้อเขียนของ พระพยอมกัลยาโณ อ่านแล้วโดนใจดี ก็เลยขอฝากให้ได้อ่านกันทั่ว ๆ หน้า

พระพยอมท่านเขียนเรื่อง พระพุทธเจ้า สอนให้เผา

ท่านบอกว่า พระพุทธเจ้าสอนเรื่องเผาไว้ดีมาก เราควรจะฟัง แล้วนำไปปฏิบัติ พระพุทธเจ้า บอกว่า เมื่อไรที่เราโกรธ เราโมโห เราไม่ได้ดั่งใจ ให้เผาเลย

เผากิเลสในตัวเรา

เอาสติไปเผากิเลส สติมันจะบอกเราว่า กิเลสเป็นของไม่ดี เผาทิ้งไปจากใจเราซะ พอเราเผากิเลส หากไปจากใจเราแล้ว ความโกรธ ความโมโห ความหุนหันพลันแล่น ที่มันเป็นลูกน้องกิเลส มันก็หาย มันก็ตามไปด้วย แต่นี่เวลามันโมโห มันเสือกไปเผาผิดที่

ดันไปเผาสถานที่ราชการ เลยทำให้ผู้คนเดือดร้อน บ้านเมืองเดือดร้อน......มันเผาผิดที่

นั่นสินะ เผาผิดที่ ปีนี้ ยังไงขอแรงพวกเรา ช่วยกันเผากิเลสให้มาก ๆ เลย จะได้ช่วยประคับประคอง ทั้งใจของเราเอง และสถานการณ์บ้านเมืองให้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี จากหนักจะได้เป็นเบา

สุดท้ายขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยได้ดลบันดาลให้ท่านผู้อ่านทุกท่าน จงมีแต่ความสุข ความเจริญ มีกำลังใจที่จะต่อสู้กับทุกสถานการณ์ของชีวิต คิดเงินขอให้ได้เงิน คิดทองขอให้ได้ทอง สุขสดชื่นตลอดปี

ใครเดินทางไปพักผ่อนท่องเที่ยว ก็ขอให้เดินทางไปและกลับโดยสวัสดิภาพทุกท่าน

ท้ายสุดขอสวัสดีปีใหม่ท่านผู้อ่านทุกท่าน คิดสิ่งใดขอให้สมปรารถนาทุกประการด้วยเทอญ.

ดาวประกายพรึก

'เสนาะ' ซัด ปชป.จงใจขัด รธน.

ที่มา ไทยรัฐ

วันที่ 31 ธ.ค. ที่บ้านพักเมืองทองธานี นายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลแถลงนโยบายที่กระทรวงต่างประเทศ ว่า การแถลงของ รัฐบาลครั้งนี้เป็นโมฆะ 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะตนไม่ได้รับแจ้งจากประธานสภาฯเลยว่าจะมีการย้ายที่แถลงนโยบาย หากเป็นแบบนี้ต่อไปใครก็ทำได้ นึกจะย้ายไปไหนก็ย้าย ไม่จำเป็นต้องบอกใคร การทำแบบนี้มันมากเกินไป แล้วสังคมจะมองอย่างไร พรรคประชาธิปัตย์เองก็มีผู้ใหญ่ในพรรคเป็นจำนวนมาก ที่เก่งเรื่องกฎหมาย ทั้งนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ทำไมยังทำแบบนี้ ทั้งๆที่รู้ว่าขัดต่อระเบียบการประชุม และขัดรัฐธรรมนูญ “ต่อไปผมจะดูซิว่านักกฎหมาย หรือตุลาการจะว่าอย่างไร จะเอากันแบบนี้จริงๆหรือ แบบนี้เท่ากับว่าหมดแล้ว ไม่เหลืออะไรแล้ว กฎหมายของประเทศนี้ใช้ไม่ได้ และผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งที่จะส่งเรื่องนี้ให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ และจะต้องส่งไปทุกแห่งที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย และจะได้เห็นกันว่าขื่อแปอยู่ที่ไหน แล้วต่อจากนี้ไปบั้นปลายจะเหลืออะไร เมื่อโจรมาปล้นเอารัฐบาลไป แล้วรู้ทั้งรู้ว่าเป็นโจร แต่ถ้าศาลตัดสินเข้าข้างโจรว่าการปล้นเป็นเรื่องที่ถูกต้อง ต่อไปก็ไม่ต้องใช้กฎหมายแล้ว” นายเสนาะกล่าว

จวกแหลกรัฐบาลบ้าไปแล้ว

นายเสนาะกล่าวว่า ก่อนหน้านี้การออกพระกฤษฎีกาเปิดประชุมสภาในวันที่ 29-30 ธ.ค. ก็กำหนดไว้ชัดว่าจะต้องประชุมที่รัฐสภา ในเมื่อวันที่ 29 ธ.ค.ประชุมไม่ได้ นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา ก็เลื่อนประชุมมาเป็นวันที่ 30 ธ.ค. แต่ทำไมนายชัยไม่แจ้งให้สมาชิกคนอื่นให้ทราบว่าจะมีการย้ายที่ ทั้งที่ประธานสภาฯก็รู้ว่าต้องแจ้ง แต่กลับเอารถไปรับเฉพาะคนของตัวเอง และให้ ส.ว.เซ็นชื่อเข้าประชุมตั้งแต่วันที่ 29 ธ.ค.

“มันไม่ใช่ว่าการกระทำครั้งนี้จะมากไป แต่มันบ้าไปแล้ว ถูลู่ถูกังเอาประโยชน์ให้ตัวเองทุกอย่าง อย่างนี้บ้านนี้เมืองนี้ก็หมด ไม่มีอะไรเหลือ ตั้งแต่เล่นการเมืองไม่เคยพบเคยเจอ และไม่ใช่ว่าฝ่ายค้านเขาไม่ต้องการไปร่วมประชุม ไม่เหมือนกับที่พรรคประชาธิปัตย์ทำเมื่อวันที่ 7 ต.ค. ในตอนที่รัฐบาลนายสมชาย วงสวัสดิ์ แถลง เพราะตอนนั้นประชาธิปัตย์ตั้งใจไม่ร่วมประชุมเอง” นายเสนาะกล่าว

พท.ส่ง ส.ส.ลงพื้นที่ฟ้องชาวบ้าน

ทางด้านพรรคเพื่อไทย วันเดียวกัน นายวิทยา บุรณศิริ ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า ในช่วงปีใหม่ได้ให้ ส.ส.ลงพื้นที่พบปะประชาชน เพื่อชี้แจงกรณีรัฐบาลย้ายสถานที่ประชุมแถลงนโยบายรัฐบาล ซึ่งไม่เปิดโอกาสให้ฝ่ายค้านเข้าร่วม โดยในวันที่ 4 ม.ค. 2552 แกนนำพรรคเพื่อไทย และ ส.ส.จะมาหารือที่พรรค เพื่อเตรียมการเปิดเวทีอภิปรายนโยบายรัฐบาลนอกสภา ในวันที่ 5 ม.ค. อาจจะเชิญพรรคร่วมรัฐบาลมาร่วมด้วย จะแฉเบื้องลึกการจัดตั้งรัฐบาลโดยมิชอบของพรรคประชาธิปัตย์ ผู้ที่จะขึ้นเวทีจะเป็นทีมอภิปรายชุดเดียวกับที่วางตัวไว้แถลงนโยบายรัฐบาล ส่วนกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ระบุว่า การย้ายสถานที่แถลงนโยบายรัฐบาลไม่ขัดกฎหมายนั้น ทุกคนทราบว่าเรื่องดังกล่าวไม่มีการบัญญัติไว้ในข้อบังคับ แต่อะไรที่ไม่ได้บัญญัติไว้ ต้องยึดตามธรรมเนียมประเพณีที่เคยปฏิบัติในอดีต ซึ่งไม่ถูกต้องและไม่สง่างาม

อัด “ชวน” ลืมหลักการ ปชต.

นายวิทยากล่าวว่า เท่าที่ทราบการเปลี่ยนสถานที่แถลงนโยบายรัฐบาลไม่ใช่แนวคิดนายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา แต่เป็นแนวคิดของพรรคประชาธิปัตย์ แต่นายชัยในฐานะประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ น่าจะตัดสินใจอะไรด้วยตัวเอง ควรรู้ว่าที่ใดควรใช้เป็นที่ทำงานฝ่ายนิติบัญญัติ การทำตัวตามเช่นนี้ไม่สง่างาม ทำให้ถูกมองว่าฝ่ายนิติบัญญัติถูกครอบงำโดยฝ่ายบริหาร เข้าใจว่าเป็นพ่อของนายเนวิน ชิดชอบ อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ที่มี ส.ส. ในพรรคร่วมรัฐบาล แต่ไม่ควรไปสมยอมให้สภาเสียเกียรติ เรื่องการแถลงนโยบายรัฐบาลให้ลองถามอดีตประธานรัฐสภาหลายคน ทั้งนายมีชัย ฤชุพันธุ์ นายอุทัย พิมพ์ใจชน ว่าถูกต้องหรือไม่ แม้แต่นายชวน หลีกภัย ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ก่อนหน้านี้ 2 วัน ระบุว่าการย้ายสถานที่ ประชุมสภาเป็นการไม่ควร แต่เมื่อวันที่ 30 ธ.ค. ทำไมไม่ทักท้วง กลับเดินทางไปประชุมที่กระทรวงการต่างประเทศด้วย ก้มหน้าก้มตา ทำไม่รู้ไม่เห็น ลืมอุดมการณ์และแนวคิดในหลักประชาธิปไตยของตัวเองไปแล้ว

โวย “ชัย” เอื้อประโยชน์รัฐบาล

นายวิทยากล่าวว่า ส่วนการตรวจสอบรายชื่อ 50 ส.ว.ที่ไปลงชื่อเข้าแถลงนโยบายรัฐบาลล่วงหน้านั้น จะต้องตรวจสอบว่า ส.ว.เหล่านี้เข้าประชุมในวันที่ 30 ธ.ค. จริงหรือไม่ เรื่องนี้มีหลายฝ่ายตรวจสอบ ทั้งนี้ในวันดังกล่าว ให้เวลาฝ่ายค้านเตรียมตัวแค่ 1 ชั่วโมง คงไม่มีใครไปร่วมประชุมทัน หากไปทัน ฝ่ายรัฐบาลคงกีดกันไม่ให้ไปร่วมประชุมด้วยอยู่แล้ว หากเข้าไปคงเห็นว่าองค์ประชุมครบจริงหรือไม่ ส่วนการส่งข้อความทางโทรศัพท์มือถือ ขอให้ไปถาม ส.ส.ที่อายุมากๆ เช่น นายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช นายมณฑล ไกรวัฒนุสสรณ์ ส.ส. สมุทรสาคร ที่ไม่สามารถรับข้อความเองได้ เวลาจะประสานอะไร ไม่ใช่สักแต่ว่าทำ ต้องคำนึงถึงความถูกต้องด้วย ซึ่งในวันที่ 29 ธ.ค. ประธานรัฐสภายังประสานกับตนอยู่ แต่ทำไมวันที่ 30 ธ.ค. กลับไม่มีการประสาน เหมือนจงใจเอื้อประโยชน์ให้รัฐบาล

เสี้ยมแก๊งมนต์เขมรทำเจ๊ง

ด้านนายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข ส.ส.เลย พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา สั่งย้ายสถานที่ประชุมจากรัฐสภาไปกระทรวงการต่างประเทศว่า นายชัยมีพฤติกรรม 2 มาตรฐาน เห็นได้จากในวันที่ 7 ต.ค. 2551 ประกาศว่าไม่สามารถย้ายที่ประชุมรัฐสภาได้ แต่เมื่อวันที่ 30 ธ.ค. 2551 กลับย้ายที่ประชุมรัฐสภาได้ หรือว่ารัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ให้โบนัสแก๊งมนต์เขมร ขอเตือนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ ระวังแก๊งมนต์เขมรจะทำให้เกิด สปก.4-01 รอบ 2 ทำให้รัฐบาลต้องยุบสภา แก๊งนี้อยู่ที่ไหนก็หักหลังเขาไปหมด เคยอยู่กับนายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย ก็หักหลังมาแล้ว อยู่ พรรคพลังประชาชนก็ทรยศต่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ จึงอยากให้รัฐบาลอภิสิทธิ์ต้องระมัดระวังแก๊งนี้เป็นพิเศษ และขอเตือนให้กลุ่มเพื่อนเนวินที่ได้เป็น รมว.คมนาคม และ รมว.มหาดไทย ซึ่งเป็นกระทรวงเกรดเอ มีผลประโยชน์ มหาศาล ขอให้ทำงานเพื่อประชาชนจริงๆ อย่าทำเพื่อตัวเองเด็ดขาด ส่วนพฤติกรรมของกองทัพนั้น ประชาชนในพื้นที่ฝากไปถึงว่าขอให้วางตัวเป็นกลางทางการเมือง ไม่ใช่ ตอนม็อบเสื้อเหลืองปิดสนามบินกลับไม่ยอมทำอะไร แต่ พอม็อบเสื้อแดงปิดล้อมกระทรวงการต่างประเทศ ปรากฏว่ากองทัพส่งให้ทหารออกมา

ท้ากลุ่มเนวินวัดศรัทธาคนอีสาน

ขณะที่นายไพจิต ศรีวรขาน ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยมีมติมอบ หมายให้นายประเกียรติ นาสิมมา ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย และคณะทำหนังสือประณามรัฐบาลและนายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา ที่จัดแถลงนโยบายรัฐบาลที่กระทรวงการต่างประเทศว่า หลังวันปีใหม่คงแล้วเสร็จและเปิดให้ ส.ส.ลงชื่อร่วมกันประณาม โดยเฉพาะนายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา ที่ลุแก่อำนาจนัดประชุมนอกรัฐสภาโดยทำผิดข้อบังคับการประชุม ทำตัวเป็นลูกไล่รัฐบาล ไม่เป็นประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ ส่วนกรณีที่ มี ส.ส.เพื่อไทยเตรียมร่วมลงชื่อถอดถอนนายชัยออกจากตำแหน่งนั้น เป็นอีกขั้นตอนหนึ่ง ยังไม่ถึงเวลา หลังจากนี้ไปพรรคเพื่อไทยต้องเข้าสู่สนามเลือกตั้งซ่อม โดยเฉพาะในภาคอีสาน ที่จะเป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่าประชาชนยังสนับสนุนพรรคเพื่อไทยจริงหรือไม่ เป็นการต่อสู้กันระหว่างพรรคเพื่อไทยกับกลุ่มเพื่อนเนวิน ส่วนการเลือกตั้งซ่อมในภาคกลางและภาคเหนือนั้น เป็นการต่อสู้กันระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคชาติไทยพัฒนา เชื่อมั่นว่าเราจะได้ ส.ส.ประมาณ 20 ที่นั่งจากเลือกตั้งซ่อม 29 ที่นั่ง

ขู่มีข้อมูลเด็ดฟัน “ชวรัตน์-โสภณ”

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจทันทีที่เปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรสมัยสามัญทั่วไป นายไพจิตตอบว่า ขณะนี้มีหลักฐานที่มีน้ำหนักอภิปรายได้ 3 วัน 7 วัน โดยสามารถยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ทันที ทั้งนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นผู้มีส่วนได้เสียในบริษัทชิโนทัย ที่เป็นบริษัทรับเหมาก่อสร้างขนาดใหญ่ และยังมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล ลูกชายนายชวรัตน์ ที่มีเรื่องที่ไม่ถูกต้องอยู่เยอะ โดยผู้ที่จะอภิปรายจะขุดมาหมดว่าไปทำอะไรไว้ เพราะมันเกี่ยวข้องกับนโยบายที่ใช้กำหนดนโยบาย กระทรวงคมนาคม รวมถึงจะอภิปรายนายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม ที่จะอภิปรายในประเด็นการฉ้อฉล การทุจริต โดยเฉพาะโครงการเช่ารถเอ็นจีวี 4 พันคัน

จ้องเปิดแผล “เทพเทือก-ประวิตร”

นายไพจิตกล่าวว่า ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ได้จองกฐินนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯดูแลความ มั่นคง และผู้จัดการรัฐบาล ในอดีตเคยถูกอภิปรายเรื่อง สปก.4-01 เราจึงทราบเจตนาที่เข้ามาดูแลสำนักการตำรวจแห่งชาติว่าเป็นอย่างไร และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม ในประเด็นการจัดการหายุทโธปกรณ์ไม่โปร่งใส พร้อมทั้งอภิปรายในประเด็นสำคัญการได้มาซึ่ง อำนาจของพรรคประชาธิปัตย์ เพราะพรรคนี้มีอุดมการณ์ ต่อสู้เผด็จการ แต่กลับไม่ทำตามอุดมการณ์ เราจึงเตรียมอภิปรายชี้ให้ประชาชนเห็นถึงไม่ชอบธรรม นอกจากนี้นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ก็จะถูกอภิปรายไม่ไว้ วางใจด้วย ที่ไม่มีความเหมาะสมโดยไปขึ้นเวทีกลุ่มพันธมิตรฯ แต่กลับได้เป็น รมว.ต่างประเทศ

ไม่มีใครอีกแล้ว นอกจาก .. กัน และ กัน ...

ที่มา Thai E-News

โดย คุณ ปูนนก
ที่มา เวบบอร์ด พันทิปราชดำเนิน
31 ธันวาคม 2551

ผมใช้เวลานานทีเดียว ในการรวบรวมความรู้สึกเพื่อเขียนบทความชิ้นนี้ ..... วันที่ 30 ธ.ค. ที่ผ่านมา ผมไม่มีโอกาสได้เข้าร่วมการชุมนุมที่หน้ารัฐสภา กับพี่น้องคนเสื้อแดงในเวลานั้น แต่ก็ได้ติดตามข่าวสารทางเสียง และภาพอย่างใกล้ชิดโดยผ่านทางสื่อทางเลือก ก็คือ อินเตอร์เน็ต นี่เอง

จากภาพข่าวที่เห็น ซึ่งต่อเนื่องมาจากวันที่ 28 ธ.ค. ณ ท้องสนามหลวง เป็นภาพข่าวที่ให้ความรู้สึกอันลึกซึ้ง ที่ไม่สามารถจะบรรยายได้ และไม่สามารถหาได้จากสื่อหลักทางทีวีอย่างสิ้นเชิง .....

การมาชุมนุมกันของพี่น้องชาวเสื้อแดงนับแสน ด้วยจิตใจที่มุ่งมั่น เพื่อเรียกร้องสิทธิอันพึงมีพึงได้ของพวกเขา ที่ถูกนักการเมืองโฉดขโมยเอาไป เป็นภาพที่ยังความตื้นตัน และปลาบปลื้มใจ สำหรับนักสู้เพื่อประชาธิปไตยอย่างยิ่ง....

พวกเขามาจากต่างท้องที่ ต่างภูมิภาค .....พวกเขามาจากต่างสถานภาพ .....พวกเขามาจากคนต่างสถานะ .....พวกเขามาจากคนที่ต่างวัยวุฒิ ......พวกเขามาจากคนที่ต่างฐานะทางสังคม ........แต่พวกเขา มี 2 สิ่งที่เหมือนกันคือ “หัวใจที่รักและเรียกร้องในเสรีประชาธิปไตย, และหัวใจสีแดง ที่สวมทับด้วยเสื้อสีแดง”

ภาพการผลักดันกัีนด้วยมวลชนเสื้อแดงมือเปล่าฝ่ายหนึ่ง กับตำรวจปราบจลาจล ที่ใส่ชุดป้องก้ันพร้อมโล่ที่หน้าประตูทางเข้ารัฐสภา แม้จะดูว่า เป็นการปะทะกันของตำรวจกับประชาชนที่มาชุมนุม แต่ผมกลับรู้สึกว่าเป็นการปะทะกันที่ “น่ารัก” มาก และมันเทียบกันไม่ได้เลย เมื่อเอาไปเปรียบกับ พธม. ซึ่งถือปืนไล่ยิ่งตำรวจ ....ขับรถทับตำรวจ .....เอาด้ามธงแทงตำรวจ ..... ขณะที่ประชาชนเสื้อแดง ผลักและดันด้วยมือเปล่า ๆ กับตำรวจถือโล่ ...... และเมื่อประลองกำลังจนรู้แพ้รู้ชนะกันแล้ว ประชาชนก็เอาน้ำดื่ม .... ไอศครีมแบ่งป้ันให้ตำรวจ โดยลอดไปทางช่องประตูให้แก่กันและกัน

พอถึงเวลา ก็ประลองกำลังดันกันอีก เป็นอยู่อย่างนี้ 6 – 7 รอบ แต่ทั้่งสองฝ่าย ก็มีใบหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใสเข้าหากัน หาได้มีอาการโกรธขี้งกันแต่อย่างใดไม่ เพียงแค่ต่างฝ่ายต่างทำหน้าเท่านั้น

นี่ต่างหากครับ คือการชุมนุมประท้วงอย่างสงบสันติ ปราศจากอาวุธ ที่แท้จริง ซึ่งต่างพฤติกรรมของการชุมนุมอนาธิปไตย ยึดทำเนียบ ยึดสนามบิน ของ พธม. อย่างสิ้นเชิง

ภาพสองภาพของเหตุการณ์การชุมนุมเหมือนกัน สถานที่เดียวกัน แต่แตกต่างกันอย่างสิ้นเิชิงเช่นนี้้ ไม่ต้องใช้การพินิจพิเ้คราะห์อะไรให้มาก ก็สามารถมองเห็นได้อย่างแจ่มชัดอยู่แล้วว่า ใครกันแน่ที่เป็นประชาชนผู้รัก และเรียกร้องประชาธิปไตยที่แท้จริง

การชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธ เพื่อเรียกร้องประชาธิปไตย และสิทธิอันชอบธรรมของประชาชน ที่ถูกแย่งชิงไปนั้น เป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน ที่ประชาชนในระบอบประชาธิปไตย พึงสามารถกระทำได้ และประชาชนชาวเสื้อแดงก็ได้กระทำตามสิทธิ์นั้นอย่างสมบูรณ์แล้ว

แต่กลับดูเหมือนว่า เมื่อเทียบกับ พธม. แล้ว ประชาชนชาวเสื้อแดง เป็นเสมือนกับพลเมืองชั้นสองของประเทศนี้ ..... ความยุติธรรมในการบังคับใช้กฎหมายจากผู้รักษากฎหมาย หรือความยุติธรรมในการตัดสินคดีความ หรือความยุติธรรมในการปกครอง ประชาชนชาวเสื้อแดง กลับได้รับน้อยเหลือเกิน เมื่อเทียบกับ พธม.

ทุก ๆ ก้าวย่างของการชุมนุมของคนเสื้อแดง เต็มไปด้วยอุปสรรคการขัดขวางทุกวิถีทาง ทั้งจากรัฐบาล, ทหาร, ตำรวจ, ตุลาการ และภาคส่วนอื่น ๆ ทั้ง ๆ ที่เป็นการชุมนุมของประชาชนชาวรากหญ้าโดยแท้ เป็นการมาร่วมชุมนุมกันด้วยจิตใจ และจิตวิญญาณของความรัก ที่จะเรียกร้องสิทธิและเสรีภาพของความเป็นคนไทย เพื่อที่จะให้ได้รับความเท่าเทียม กับคนส่วนอื่นในประเทศนี้บ้างเท่านั้น

และหลังจากที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ได้ปล้นสิทธิ์ของประชาชนไป ให้รัฐบาลอภิสิทธิ์ 1 อย่างไร้ยางอาย ด้วยการยุบพรรคพลังประชาชน และในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ทุกองคาพยพของรัฐบาล และการปกครองในประัเทศนี้ ต่างก็ประสานเสียงไปในทางเดียวกันว่า รัฐบาลอภิสิทธิ์ 1 ที่ได้พยายามยัดเยียดให้กับประชาชนในครั้งนี้ คือสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว โดยไม่สนใจเลยว่า ความต้องการที่แท้จริงของประชาชนนั้น คือสิ่งใด

การเลือกตั้งทั่วไปที่ผ่านมา 3 ครั้งล่าสุด ประชาชนได้แสดงให้เห็นแล้วว่า พวกเขาต้องการสิ่งใด แต่พวกเผด็จการที่ปกครองประเทศนี้มาอย่างยาวนาน กลับไม่สนใจเสียงของประชาชน แต่ต้องการยึดครองอำนาจของตนเองเอาไว้มากกว่า

ประชาชนเหมือนน้ำ “น้ำนั้นสามารถทำให้เรือลอยก็ได้ หรือจมเรือก็ได้”

ช่วงเวลาประมาณเดือนเศษที่ผ่านมา และมาชัดเจนเมื่อ 2 – 3 วันนี้ ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้่ว “ประชาชนชาวเสื้อแดง ไม่ได้ถูกนับว่าเป็นพลเมืองที่มีสิทธิ์สมบูรณ์ของประเทศนี้” แต่พวกเขากลายเป็น “พลเมืองชั้นสอง” ของประเทศนี้อย่างสิ้นเชิง เป็นพลเมืองชั้นสองที่ “ไม่มีเส้น” ไม่ได้รับสิทธิ์ที่เท่าเทียมกับอภิสิทธิ์ชนอีกกลุ่มหนึ่ง อย่าง พธม.

นับจากห้วงเวลานี้เป็นต้นไป ประชาชนชาวเสื้อแดงได้รับรู้แล้วว่า พวกเราจะ “ไม่มีใครอีกแล้ว”

ไม่มีใครที่จะคอยอุ้มชู ยามพวกเราล้มลง .....
ไม่มีใครที่คอยปกป้อง ยามพวกเราพลั้งพลาด .....
ไม่มีใครที่จะคอยช่วยเหลือ ยามพวกเราต้องการ.....
ไม่่มีใครที่จะคอยซับน้ำตาให้แ่ก่พวกเรา ยามร่ำไห้....
ไม่มีใครที่เช็ดเลือดทำแผลให้แ่ก่พวกเรา ยามที่เลือดต้องหลั่งริน ...... และ
ไม่มี .....ไม่มีใครจริง ๆ ........

ถึงเวลาแล้ว ที่พวกเราประชาชนชาวเสื้อแดง ผู้ที่รักและเรียกร้องประชาธิปไตย ที่จะมีอยู่เพียงแค่ “กันและกัน” เท่านั้น

ประชาชนชาวเสื้อแดงที่มีหัวใจประชาธิปไตยเท่านั้น ที่จะคอย “ดูแล” กันและกัน

พวกเราเท่านั้น ที่จะคอย “อุ้มชู” กันและกัน
พวกเราเท่านั้นที่จะคอย “ช่วยเหลือ” กันและกัน
พวกเราเท่านั้นที่จะคอย “ซับน้ำตา” ให้แก่กันและกัน และ
พวกเราเท่านั้นที่จะคอย “เช็ดเลือดทำแผล” ให้แก่กันและกัน

สิ่งต่าง ๆ ที่ผ่านมา ได้พิสูจน์แล้วว่า ไม่มีใครอีกแล้วจริง ๆ ที่จะเห็นใจ และเข้าใจพี่น้องชาวเสื้อแดงคนรากหญ้าอย่างพวกเรา นอกจากพวกเราด้วยกันเอง

เวลานี้พี่น้องชาวเสื้อแดงผู้รักประชาธิปไตยทุกท่าน จะต้องจับมือกันและกันเอาไว้ให้มั่น เพราะเป็นเวลาที่จะมีเพียงเราเท่านั้น ที่จะร่วมกันยืนหยัดขึ้นมา เพื่อต่อสู้กับเผด็จการอมาตย์ ที่กำลังสยายอำนาจเข้ากดขี่ และปกครองพวกเรา โดยไม่สนใจว่า อันที่จริงแล้ว ประชาชนชาวเสื้อแดงต่างหากคือ “ประชาชนส่วนใหญ่” ของประเทศนื้ หาใช่อภิสิทธิ์ชนอย่างอมาตย์ไม่

และเราทุกคน จะจับมือร่วมกัน เดินไปด้วยกัน จนกว่าจะได้รับชัยชนะ คือ ประชาธิปไตยอันสมบูรณ์ กลับคืนมาสู่ประเทศนี้อีกครั้ง

สุดยอดคำปราศรัยแห่งปี 2551 'เสียงไชโยโห่ร้องของเราในยามนี้ จากคนที่เกิดและเติบโตบนผืนแผ่นดิน จะได้ยินถึงท้องฟ้า แน่นอน !! '

ที่มา Thai E-News

โดย คุณ MiniSiam
ที่มา เวบไซต์ อารยชน
31 ธันวาคม 2551

ดิฉันรู้จักคุณณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผ่านรายการ สภาโจ๊ก มานานนับปี เป็นคนหนุ่มไฟแรง พูดจาสนุกสนาน มีคารมโวหารได้จับใจผู้ฟังเสมอ แต่นั่น ดิฉันรู้ว่า เป็นบท เป็นสคริปท์ ที่มีผู้กำกับบทเขียนไว้แล้ว

คุณณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เติบโตขึ้นเรื่อย จนมีพื้นที่ตนเองในเวทีการเมือง ตำแหน่งสุดท้าย คือโฆษกรัฐบาลสมัคร สุนทรเวช และ สมชาย วงศ์สวัสดิ์ ก่อนรัฐบาลนี้ ถูกรัฐประหารผ่านศาล ด้วยคำสั่งยุบพรรคพลังประชาชนไปเมื่อเร็วๆ นี้นี่เอง

ในระหว่างวันที่ 28 ถึง 30 ธันวาคม 2551 คนเสื้อแดง โดยแกนนำ วีระ มุสิกพงศ์, จตุพร พรหมพันธุ์, ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, จักรภพ เพ็ญแข, และคนอื่นอีกมากมาย นำกำลังปิดล้อมรัฐสภา เพื่อบังคับให้คณะของรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เดินผ่านคนเสื้อแดงเข้าสู่สภาด้วยสองเท้าเท่านั้น

การต่อสู้มีรับ มีรุก มีโต้ มีถอย สุดท้าย นายกอภิสิทธิ์ จึงใช้กระทรวงต่างประเทศ ในการแถลงนโยบายแทนที่จะใช้รัฐสภา เพื่อแถลงนโยบายอย่างที่รัฐบาลอื่นปฏิบัติกันมาในทุกสมัย และเป็นการแถลงฯ แบบปราศจากฝ่ายค้านร่วม ในการแถลงนโยบายที่ว่านี้

ในที่สุด แกนนำคนเสื้อแดง ก็ประกาศยุติการชุมนุมของปี 2551 เมื่อคืนนี้ และก่อนจะแยกย้ายจากกัน กลับบ้านนั้น แกนนำทุกคน ก็ขึ้นมาปราศรัย ไล่เรียงกันไปทีละคน ทีละคน ก่อนจะปิดการปราศรัยด้วยเสียงดนตรี เพื่อจะได้พักช่วงวันหยุดยาว สะสมแรงไว้ เพียงเพื่อจะได้กลับมาชุมนุมใหม่ ในปี 2552

ในบรรดาคำปราศรัยของแกนนำทุกคนนั้น ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ - ผู้ตั้งชื่อพื้นที่ที่ตนเองทำการปิดกั้นว่า"ด่านมะขามเตี้ย" (อยู่หน้าประตูด้านข้างของรัฐสภา) และถูกขนานนามในภายหลังว่า วีรบุรุษด่านมะขามเตี้ย "ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ"

ณัฐวุฒิ แสดงความสามารถในการพูดในที่สาธารณะได้เยี่ยมยอดเกินความคาดหมาย เป็นคำปราศรัยสด ที่ไพเราะ งดงาม จับใจคนฟัง เรียกเสียงโห่ร้องตอบรับจากผู้ฟังในขณะนั้นอย่างยาวนาน และกลายเป็นคำปราศรัย ที่เป็นที่เล่าขานในกันอินเทอร์เน็ต (โชคดีของโชคร้าย ที่ประเทศไทยมีอินเทอร์เน็ต ใช้กันค่อนข้างแพร่หลายแล้ว) มีการเรียกร้องขอฟังซ้ำ จากผู้ที่ไม่มีโอกาสไปร่วมชุมนุม เป็นความอยากรู้ของคนที่ได้ยินคนอื่นเล่าขานต่อกันมา

เมื่อดิฉันได้ฟัง คำปราศรัยอันแสนยาว ความยาวราวๆ 68 นาที ที่สหายสนิทท่านหนึ่งส่งมาให้ฟังเต็มๆ (เล่นส่งมาตอนตีสาม หลับๆ ตื่นๆ ฟัง เบลอๆ ไปเลย)

ดิฉันฟังซ้ำแล้ว ซ้ำอีกหลายรอบ ประทับใจมาก มากจนพิมพ์เป็นตัวอักษรเผื่อให้โลกได้รับรู้ ผ่านตัวอักษรเชิญลองรับฟังจากคลิปนี้ และเนื้อคำที่ถอดความมาค่ะ

เราไม่มีหลายอย่างนะครับ
เราไม่มีโอกาสได้รับความยุติธรรม
เราไม่มีโอกาสได้รับการปฏิบัติอย่างดี จากองค์กรของรัฐ
เราไม่มีโอกาสได้รับพื้นที่ ที่นำเสนอข่าวอย่างตรงไปตรงมา จากสื่อหลายแขนง
เราไม่มีโอกาสได้ประกาศการต่อสู้ของตัวเองว่า นี่คือการต่อสู้อย่างชัดเจน บริสุทธิ์ใจ ตรงไปตรงมา

และที่สำคัญที่สุด พี่น้องครับ ... ให้พี่น้องจดจำและมั่นใจว่า เราไม่มีเส้นครับ ...เราไม่มีเส้นครับ...

เราเกิดบนผืนแผ่นดิน เราโตบนผืนแผ่นดิน เราก้าวเดินบนผืนแผ่นดิน เมื่อเรายืนอยู่บนดิน เราจึงห่างไกลเหลือเกินกับท้องฟ้า ... พี่น้องครับ...

เมื่อเรายืนอยู่บนดิน ต้องแหงนคอตั้งบ่า แล้วเราก็รู้ว่า ... ฟ้าอยู่ไกล...

เมื่อเราอยู่บนดิน แล้วก้มหน้าลงมา เราจึงรู้ว่า ... เรามีค่า เพียงดิน ...

แต่ผมแน่ใจว่า ... ด้วยพลังของคนเสื้อแดง ที่มันจะมากขึ้น ทุกวัน ทุกวัน ขยายตัวเพิ่มขึ้น ทุกนาที ทุกนาที

แม้เรายืนอยู่บนผืนดิน แม้เราพูดอยู่บนผืนดิน แต่จะได้ยินถึงท้องฟ้า แน่นอน!

เสียงไชโยโห่ร้องของเราในยามนี้ จากคนที่มีค่าเพียงดิน จากคนที่เกิดและเติบโตบนผืนแผ่นดิน จะได้ยินถึงท้องฟ้า แน่นอน!

คนเสื้อแดง จะบอกดิน บอกฟ้าว่า ... คนอย่างข้า ก็มีหัวใจ...!
คนเสื้อแดง จะบอกดิน บอกฟ้าว่า ... ข้าก็คือคนไทย...!
คนเสื้อแดง จะถามดิน ถามฟ้าว่า ... ถ้าไม่มีที่ยืนที่สมคุณค่า...!
จะถามดิน ถามฟ้าว่า... จะให้ข้าหาที่ยืนเองหรืออย่างไร...!
เสียงไชโยโห่ร้องของคนเสื้อแดง จะได้ยินถึงดิน ถึงฟ้า...!

พี่น้องที่เคารพครับ แต่ไม่ว่าเราจะมี หรือไม่มีอะไร เรามีสิ่งที่มีค่าที่สุดแล้ว ในแนวทางของการต่อสู้ คือจิตวิญญาณของประชาธิปไตย

และผมอยากจะกราบเรียนพี่น้องว่า มีอยู่สิ่งหนึ่ง ที่ผมคิดว่า ผมต้องทำ ตั้งใจแล้ัวว่าต้องทำ
ตั้งแต่นำพี่น้องอยู่ที่ด่านมะขามเตี้ยว่า สิ่งที่ต้องทำ และต้องแสดงออกกับพี่น้องที่รวมตัวกันอยู่ที่นั่น หรือว่าไม่ได้ไปที่นั่น แต่ส่งใจมาร้อยรัดกันเป็นพลัง ก็คือว่า

พี่น้องครับ สำหรับความยิ่งใหญ่ของพี่น้อง ทำได้อย่างนี้อย่างเดียวครับ (ก้มกราบ) ผมทำได้อย่างเดียวจริงๆ

ยิ่งใหญ่เหนือกำลัง ยิ่งใหญ่เหนือกำลัง คือ ...พลังแห่งมวลมหาประชาชน.. !!!!


ดาวโหลดคลิปเสียง คุณณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ 30 ธค.51 ที่หน้ารัฐสภา ได้ที่
http://baygon3.no-ip.org/savefiles/081228-30/081230-1920_Nuttawut.MP3
( ภาพประกอบ จาก เวบไซต์ไทยรัฐ และ เวบบอร์ด ประชาไท โดย คุณ noname )

ข่าวส่งเสริมคนดี

จำนวนผู้เข้าเยี่มมชม

link to affordable web hosting
Powered by web hosting provider .

สถิติการเข้าชม DMNEWS

eXTReMe Tracker