บล็อคข่าวส่งเสริมคนดี (รักดีหามจั่ว รักชั่วหามเสา หามจั่วก็หนักนะ)

ข่าวจากสื่อ

บทความจากสื่อ

วันพุธที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2554

เอเอฟพีทำสกู๊ปยิ่งลักษณ์ ท้าชิงเก้าอี้นายกฯ ต้านรัฐประหาร

ที่มา ข่าวสด









เมื่อ วันที่ 1 มิ.ย. สำนักข่าวเอเอฟพี ประเทศฝรั่งเศส นำเสนอสกู๊ปพิเศษเรื่องราวและบทสัมภาษณ์พิเศษ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย เขียนโดยนายดาเนียล รู้ก ในหัวข้อว่า "น้องสาวทักษิณชิงตำแหน่งนายกฯ หญิงคนแรก เรียกร้องอย่ามีรัฐประหารอีก"

รายงานระบุว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นนักธุรกิจหญิงที่รูปร่างหน้าตาดี เป็นคุณแม่ลูกหนึ่งและอายุห่างจากพี่ชาย 18 ปี เป็นนักการเมืองหน้าใหม่ที่เข้าสู่สนามการเมืองในช่วงเวลาที่เกิดความแตกแยก มีคนตายเกิน 90 ศพและเจ็บกว่า 1,900 รายในเหตุรุนแรงทางการเมืองปีที่แล้ว

น.ส.ยิ่งลักษณ์ให้ความเห็นว่า การรัฐประหารคงจะไม่เกิดขึ้นอีก และหวังว่าจะไม่มีอีก ต้องทำให้ทุกคนเคารพในการตัดสินใจของประชาชน ตอนนี้ประเทศไทยถอยหลังมา 4-5 ปีแล้ว ประชาชนต้องการให้ประเทศเดินไปข้างหน้า

น.ส.ยิ่งลักษณ์ต้องแข่งกับนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งโพลสำรวจคะแนนนิยมพบว่า พรรคของน.ส.ยิ่งลักษณ์มีแต้มนำ อย่างไรก็ตาม ในความเห็นของนายไมเคิล มอนเตซาโน จากสถาบันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา ที่สิงคโปร์ คาดการณ์ว่า พรรคเพื่อไทยคงไม่ได้รับอนุญาตให้ขึ้นมาเป็นรัฐบาล ยิ่งน.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นคนในตระกูลเดียวกับพ.ต.ท.ทักษิณ ยิ่งทำให้โอกาสน้อยลงไปอีก

วันเดียวกัน น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวถึงความชัดเจนในการเลือกพรรคการเมืองมาร่วมจัดตั้งรัฐบาล หากพรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้งว่า คงต้องรอดูผลการเลือกตั้งก่อน และอยากให้ทุกฝ่ายใจเย็น เพราะตอนนี้ยังไม่ถึงเวลา ส่วนที่นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยระบุว่าพรรคเพื่อไทย มีมติจะไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทยนั้น คงต้องหารือกันอีกครั้ง เพราะต้องรอดูว่าพรรคการเมืองไหนจะได้จัดตั้งรัฐบาลก่อน ซึ่งตอนนี้พรรคเพื่อไทยคงต้องลงพื้นที่หาเสียงให้พรรคเพื่อไทยชนะการเลือก ตั้งก่อน

เมื่อถามถึงกรณีที่คนเสื้อแดงติดตามขับไล่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ระหว่างการเดินสายหาเสียง น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ไม่อยากแสดงความคิดเห็นเรื่องนี้ และเรื่องนี้ก็เป็นความคิดเห็นส่วนบุคคล ซึ่งตนอยากเห็นการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นไปอย่างสร้างสรรค์ ส่วนจะมีการให้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่เกี่ยวข้องกับคนเสื้อแดงไปเจรจาให้ยุติความเคลื่อนไหวเหล่านั้นหรือไม่ นั้นหากอะไรทำได้ในตอนนี้ทุกคนก็ต้องทำ

คิดว่าคนไทยมันโง่หรือไง

ที่มา thaifreenews

โดย คนเมืองกาญ

หญิงชุดแดงโผล่กอดมาร์คฟังนิทานชายชุดดำ ยิ่งลักษณ์เตือนเลิกคิดรัฐประหารหากพท.ชนะเลือกตั้ง

ที่มา Thai E-News

สำนักข่าวต่างประเทศนำเสนอภาพข่าวอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้รับการต้อนรับด้วยดีจากหญิงใส่เสื้อแดงที่ซอยสีลมในวันนี้(ภาพ:AP)

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
1 มิถุนายน 2554

รายการ ข่าวเรื่องเด่นเย็นนี้ทางช่อง 3 เสนอภาพข่าวนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไปหาเสียงย่านซอยสีลม ศูนย์กลางธุรกิจของประเทศไทย โดยมีหญิงเสื้อแดง 2 รายปรากฎตัว แต่การปรากฎตัวของรายแรกมาแหวกแนว เพราะตรงเข้าไปจับไม้จับมือและสวมกอดนายอภิสิทธิ์และมอบดอกไม้ให้กำลังใจราว กับเตรียมมาเพื่อการนี้ โดยพูดว่าเสื้อแดงยินดีต้อนรับทุกพรรคการเมืองขณะที่นายอภิสิทธิ์ก็สวมกอด ด้วยความอบอุ่น ขณะที่หญิงเสื้อแดงอีกรายได้ถามนายอภิสิทธิ์เรื่องการสังหารผู้ประท้วงเมื่อ ปีที่แล้ว โดยนายอภิสิทธิ์กล่าวปฏิเสธว่าทางการไม่ได้เป็นฝ่ายสังหาร

THE NATION สื่อของสุทธิชัย หยุ่น ซึ่งสนับสนุนอภิสิทธิ์รายงานว่าหญิงทั้งสองถือหนังสือVoice of Thaksinมาด้วย โดยเป็นฉบับที่พาดหัวข่าวเรื่องการที่รัฐบาลสังหารผู้ชุมนุมเมื่อปีกลายและ เรียกร้องความเป็นธรรม ซึ่งอภิสิทธิ์บอกว่าเป็นฝีมือของชายชุดดำโจมตีกองกำลังรัฐบาล ซึ่งหญิงเสื้อแดงถามว่าทำไมไม่สั่งให้ทหารยุติการสังหารผู้ประท้วง อภิสิทธิ์ตอบว่า กองกำลังทหารได้รับคำสั่งแล้ว แต่ไม่สามารถหยุดได้ เพราะถูกโจมตีจากชายชุดดำ

กระดานสนทนาคนเสื้อแดงทั้งเวบบอร์ดประชา ทอล์ก และอินเตอร์เน็ตฟรีด้อมได้มีการตั้งข้อสังเกตอย่างแพร่หลายถึงการปรากฎตัว ของหญิงเสื้อแดงทั้งการออกมาด่า หรือมาสวมกอดนายอภิสิทธิ์ในช่วงนี้ว่าอาจเป็นการจัดฉากของนายอภิสิทธิ์และ พรรคประชาธิปัตย์เสียเอง เพื่อหวังผลสะท้อนให้เป็นผลบวกต่อการเลือกตั้งของพรรคประชาธิปัตย์ เพราะไม่น่าเชื่อว่าคนเสื้อแดงจะมีพฤติการณ์ไปตามรังควานให้คนเบื่อหน่าย หรือการไปสวมกอดยิ่งไม่น่าจะเป็นไปได้

ทางด้านสำนักข่าวเอเอฟพีได้ สัมภาษณ์ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เรียกร้องกองทัพอย่าก่อรัฐประหารอีก หากเธอชนะการเลือกตั้ง และได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของไทย

สำนัก ข่าวต่างประเทศเสนอภาพข่าวอภิสิทธิ์เดินผ่านป้ายหาเสียงของยิ่งลักษณ์ โดยชี้ว่าทั้งคู่ขับเคี่ยวตำแหน่งนายกฯในการเลือกตั้ง3ก.ค.โดยยิ่งลักษณ์มี คะแนนนิยมสูงกว่าในเวลานี้(ภาพ:รอยเตอร์)

ใน การให้สัมภาษณ์กับเอเอฟพี น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า "ดิฉันไม่คิดว่าจะเกิดรัฐประหารขึ้นอีกครั้ง ฉันหวังว่าจะไม่เป็นอย่างนั้น แต่เราต้องการให้แน่ใจว่าทุกๆ ฝ่ายเคารพในการตัดสินใจของประชาชน"

"ประเทศ ไทยก้าวถอยหลังมาตลอด 4-5 ปี และประชาชนก็ต้องทุกข์ทรมานกันมานานแล้ว ดังนั้นพวกเขาจึงต้องการให้ประเทศก้าวไปข้างหน้า" นักธุรกิจสาว และนักการเมืองหน้าใหม่ วัย 43 ปี ผู้เป็นน้องสาวแท้ๆ ของอดีตนายกฯ ทักษิณ กล่าว

เธอออกมาเรียกร้องในครั้งนี้ ก่อนหน้าที่จะมีการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 3 กรกฎาคม ซึ่งผลสำรวจหลายสำนักชี้ว่า พรรคเพื่อไทยของเธอมีคะแนนนำอยู่อย่างสูสีกับพรรคประชาธิปัตย์ของนายก รัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญการเมืองไทยจากต่างประเทศมองว่า พรรคเพื่อไทยไม่น่าจะได้เป็นรัฐบาล

"ไม่ น่าจะเป็นไปอย่างยิ่ง ที่พรรคเพื่อไทยจะได้รับการยอมรับให้เป็นรัฐบาล" ไมเคิล มอนเตซาโน จากสถาบันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษาในสิงคโปร์กล่าว โดยว่า "ตัวแทนของทักษิณ ซึ่งมาจากครอบครัวเดียวกัน ใช้นามสกุลเดียวกันยิ่งทำให้ความเป็นไปได้น้อยลง"

ก่อนหน้านี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ให้สัมภาษณ์รายการเลทไลน์ ทางสถานีโทรทัศน์เอบีซีของออสเตรเลีย โดยยืนกรานว่าตัวเองไม่ทะเยอทะยานอยากกลับมาเป็นผู้นำประเทศไทยอีก พร้อมระบุว่า น้องสาวคนเล็กของเขาเป็นเสมือน "โคลน" ของเขา ซึ่ง น.ส.ยิ่งลักษณ์เองก็ได้ย้ำถึงอุดมการณ์ทางการเมืองที่เหมือนกันอีกด้วย

"ฉัน ทำงานกับเขามาตั้งแต่ยังเด็ก ดังนั้นฉันจึงได้เรียนรู้วิธีการทำธุรกิจ ทั้งการวางตัวของเขา สไตล์ และวิธีคิดของเขา" เธอเสริม โดยชี้ว่า พรรคของเธอได้ประโยชน์จากแนวคิดทางการเมืองของพี่ชาย แต่ก็ยืนยันว่าเธอมีอิสระที่จะตัดสินใจด้วยตัวเธอเอง

ทั้งนี้ ผลสำรวจของมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต เมื่อวันอาทิตย์ (29 พ.ค.) ที่ผ่านมาระบุว่า พรรคเพื่อไทยมีคะแนนนำพรรคประชาธิปัตย์อยู่ 43% ต่อ 37% แต่โพลดังกล่าวชี้ว่าผู้มีสิทธิ์ออกเสียงจำนวนมากยังไม่ได้ตัดสินใจ และการเลือกตั้งก็ยังเหลือเวลามากกว่า 1 เดือน

ขณะที่ มอนเตซาโนเสริมว่า "ความเสี่ยงที่ใหญ่ที่สุดคือ กระแสยิ่งลักษณ์ฟีเวอร์นั้นไม่ยั่งยืน"

"ทักษิณ ได้พิสูจน์ว่าเป็นอัจฉริยะทางการเมืองมาหลายครั้ง จึงชัดเจนว่าการแต่งตั้งยิ่งลักษณ์นั้นมีอะไรมากกว่าแค่เสนอตัวแทนที่มีนาม สกุลเหมือนกัน" เขาสำทับ

*****
เรื่องเกี่ยวเนื่อง:ปริศนาไขกระจ่างชายชุดดำคือใคร? ฮิวแมนไรต์ว็อท์ชแฉทหารฆ่าเสื้อแดงลอยนวลเหนือกฎหมาย

บก.ลายจุดรณรงค์VOTE YES!

ที่มา Thai E-News



โดย prainn
ที่มา ไทยฟรีนิวส์





เมื่อเวลา 16 .00 น. ณ โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล ห้องพีเมียร์ 8 วันที่ 31 พฤษภาคม 2554 นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือบก. ลายจุด ได้เปิดแถลงข่าวการรณรงค์ Vote Yes ก่อนจะมีการเลือกตั้งที่จะถึงในวันที่ 3 กรกฎาคม นี้ว่า ให้ทุกคนออกมาใช้สิทธิในการเลือกตั้ง ส่วนจะเลือกใคร พรรคไหน ถือเป็นสิทธิของทุกคนหรือจะไม่เลือกใครเลย แต่ข้อสำคัญคืออย่าละทิ้งสิทธิในการเลือกตั้ง

ส่วนกรณีพันธมิตร ประชาชนเพื่อประชาธิปไตยรณรงค์ Vote No นั้น บก.ลายจุดกล่าวว่าก็เห็นด้วยกับพันธมิตรฯ เพียงแต่ว่าวันนี้ประชาธิปไตยมันต้องเดินหน้าต่อไปโดยไม่มีอะไรมาสะดุดขวาง กั้น และหากพันธมิตรฯเห็นว่าการ Vote No เป็นการยกระดับความเป็นประชาธิปไตยก็ไม่มีอะไรเสียหาย ขอเพียงอย่างเดียวว่าอย่าหลุดออกจากกรอบของประชาธิปไตย เช่นกรณีนายกมาตรา 7 ที่พันธมิตรฯเคยนำเสนอมาเมื่ออดีต หรือการกวักมือเรียกรถถังออกมาป่วนบ้านป่วนเมืองอีกก็แล้วกัน

บก.ลาย จุดกล่าวว่า ประชาชนคงไม่ยอมง่ายๆเหมือนเมื่อครั้งที่ผ่านมาคือ 19 กันยา 49 และอะไรจะเกิดขึ้นนั้นก็คงตอบได้ยากเช่นกัน รู้แต่เพียงว่าการต่อต้านการรัฐประหารนั้นมันได้พัฒนาเกินกว่าจะคาดคิดได้

หลัง จากแถลงข่าวเสร์จกลุ่มวันอาทิตย์สีแดงได้ร่วมกันขับจักรยานออกจากที่ ประชุมแถลงข่าวไปยังแยกราชประสงค์เพื่อแจกจ่ายสติ๊กเกอร์ Vote Yes ให้กับผู้คนที่เดินผ่านไป-มาในย่านนั้น และในวันอาทิตย์ที่ 5 มิถุนายน 2554 นี้ก็จะทำการรณรงค์ Vote Yes ที่บริเวณสวนจตุจักร เป็นครั้งต่อไป

INTELLIGENCE VOTE 2011

ที่มา Voice TV




พลังของประชาชนจะเป็นใหญ่ในแผ่นดินอีกครั้ง กับการเลือกตั้ง 2554 หนึ่งเสียงหนึ่งสิทธิ์ชี้ชะตาประเทศไทย ร่วมกันค้นหาคำตอบ จากทุกพรรคการเมือง...ขายฝันหรือทำได้จริง? เจาะลึกทุกนโยบายและแนวทางการบริหารจัดการ

INTELLIGENCE VOTE 2011 เปิดเวทีทุกพรรคการเมือง ตอบคำถามก่อนถึงวันตัดสินอนาคตประเทศ ทุกวันจันทร์ถึงวันศุกร์ เวลา 20.30 – 21.30 น. เริ่ม 1 มิถุนายนนี้

วางบึ้ม 3 ลูกซ้อนที่ยะลา ปลัดอำเภอ-อส.ดับ 2 ราย เจ็บ 6 ฝังในสวนยางล่อเข้าไปกดอีก 2

ที่มา มติชน

เมื่อ วันที่ 1 มิถุนายน 2554 เวลา 03.30 น. ศูนย์วิทยุ สภ.กาบัง จ.ยะลา ได้รับแจ้งว่ามีชาวบ้านเหยียบกับระเบิดภายในสวนยาง ได้รับบาดเจ็บ เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลกาบัง จึงได้แจ้ง พ.ต.ท.มุสตอปา มะนิ รอง ผกก.สภ.กาบัง นำเจ้าหน้าที่ ตร.สภ.กาบัง เดินทางเข้าตรวจสอบผู้บาดเจ็บที่โรงพยาบาลกาบัง ทราบชื่อผู้บาดเจ็บคือ นายรังสี ศุภัสสร อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 198 หมู่ 1 ต.กาบัง อ.กาบัง จ.ยะลา ถูกแรงระเบิดทำให้ขาซ้ายหัก เกือบขาด และถูกสะเก็ดระเบิดที่ใบหน้า

จากการสอบสวน เบื้องต้นทราบว่า ขณะที่นายรังสีเดินทางเข้าสวนยางเพื่อกรีดยาง ที่หมู่ 3 บ้านลูโบ๊ะบันยัง ต.กาบัง อ.กาบัง จ.ยะลา และกำลังกรีดยาง ได้เดินไปเหยียบกับระเบิดที่คนร้ายนำมาซุกซ่อนไว้ใต้ต้นยาง จนเกิดระเบิดขึ้นเป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บ

ต่อมาเวลา 06.30 น. ขณะที่นายอัสมัน เฮาะมะสะเอ๊ะ อายุ 33 ปี ปลัดอำเภอกาบัง พร้อมเจ้าหน้าที่อาสาสมัครรักษาดินแดนอำเภอกาบัง เจ้าหน้าที่ทหาร และตำรวจ เดินทางเข้าไปตรวจสอบพื้นที่ ด้วยรถยนต์กระบะ ได้เกิดเหตุระเบิดขึ้นอีกครั้ง บนถนนในหมู่บ้านที่หมู่ 3 ต.กาบัง อ.กาบัง จ.ยะลา ก่อนถึงจุดเกิดเหตุระเบิดลูกแรก ประมาณ 2 กิโลเมตร เป็นเหตุให้นายอัสมัน เฮาะมะสะเอ๊ะ ปลัดอำเภอกาบัง และนายอุสมาน เจ๊ะนิ อาสาสมัคร เสียชีวิตทันที และมีอาสาสมัครได้รับบาดเจ็บอีก 4 ราย คือ นายมะยูโซ๊ะ อาแด นายหะมะ ลือแบกาแซง นายซาการียา บือมีมะเลง และนายอับดุลมามิ มูซอ

ต่อมาเวลา 08.00 น. เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดของเฉพาะกิจอโนทัย ได้เข้าไปตรวจสอบ ขณะที่เดินเข้าตรวจสอบสายไฟ จ.ส.อ.นิยม แป้นนรินทร์ เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดได้เหยียบกับระเบิดที่คนร้ายฝังระเบิดได้ รับบาดเจ็บ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่า คนร้ายได้วางแผนด้วยการซุกระเบิดในสวนยางเพื่อทำร้ายชาวสวนยาง ก่อนที่จะนำระเบิดมาซุกไว้ในเส้นทางที่เจ้าหน้าที่จะเดินทางเข้าตรวจสอบ แล้วจุดชนวนระเบิดรวมทั้งซุกระเบิดแบบเหยียบเป็นลูกที่สามไว้ที่ปลายสายไฟ เพื่อทำร้ายเจ้าหน้าที่ในขณะเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ

หลัง เกิดเหตุ พล.ต.ต.โชติ ชวาลวิวัฒน์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กาบัง ขยายพื้นที่ในการปิดกั้นจุดเกิดเหตุ พร้อมสั่งห้ามเจ้าหน้าที่ทุกนายเข้าไปในจุดเกิดเหตุ เนื่องจากเกรงว่าอาจจะมีระเบิดซุกซ่อนอยู่อีก รวมทั้งสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด ภ.จว.ยะลา รีบเข้าดำเนินการตรวจสอบพื้นที่แล้ว

ปิดไม่ลับสเปเชี่ยล "อภิสิทธิ์-ยิ่งลักษณ์"

ที่มา มติชน





โพ ลทุกสำนัก ฟันธง "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" เบอร์ 1 เพื่อไทย เบียดแซง "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ คู่แข่งคนสำคัญ เฉียดฉิวในหลายมุม!


แม้บางมุม "อภิสิทธิ์" จะยังเหนือกว่าอยู่ แต่ก็ไม่ใช่การนำขาด ทิ้งหลายช่วงตัว


ดี ไม่ดี "เพื่อไทย" ซึ่งเป็นต้นตำรับ "การตลาดการเมือง" เชี่ยวชาญเรื่องการสร้างกระแส จะงัด "เทคนิคด้านการโฆษณา-ประชาสัมพันธ์" มาตีกระแส แซงนำ "อภิสิทธิ์" เอาง่ายๆ


แต่เมื่อสถานการณ์มา ถึงจุดนี้ จึงไม่แปลกที่ "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" จะกลายเป็น "ฝันหวาน" ของ "แกนนำเพื่อไทย" ว่านำพาพรรค ชิง "อำนาจรัฐ" กลับคืน และพุ่งขึ้นถึงขั้นครอบครองเก้าอี้ "นายกรัฐมนตรี" ไปกินได้ไม่ยาก


ถึงขั้นบางคนเรียกขาน "ยิ่งลักษณ์" ขั้น "นายกฯหญิง" ไปแล้ว !!!


และเมื่อทุกแกนนำ มองเห็นโอกาสในวิกฤต จึงมีการเตรียมการส่งคนใกล้ชิดตัวเอง มาใกล้ชิด "แคนดิเดตนายกฯ" เอาไว้ก่อนหน้า!!!


นัยว่า จองตำแหน่ง "วอลล์เปเปอร์นายกฯ" เอาไว้แทน "ศิริโชค โสภา" เจ้าของ "วอลล์เปเปอร์อภิสิทธิ์"

ให้ เป็น "ตำแหน่งพิเศษ" ในการเป็นสะพานเชื่อมประสานไปสู่โอกาสในการจัดสรรเก้าอี้ "เสนาบดี-งบประมาณ-โครงการ" ไปจนถึงการ "โยกย้ายข้าราชการ" หาก "เพื่อไทย" ชิงตั้ง "รัฐบาล" ได้ และ "ยิ่งลักษณ์" ได้เป็น "นายกฯ"


ที่เห็นๆ กันตอนนี้ก็มี "2 แก๊งใหญ่" เริ่มไหวตัว ส่ง "คนใกล้ชิด" ประกบ "ยิ่งลักษณ์" ระดับคอหอย-ลูกกระเดือก!


แก๊ง แรก เป็นคนของ "เฮีย" ที่ตอนนี้นั่งคู่กับ "นายใหญ่" ทั้งวอร์รูม ที่ "ดูไบ" และ "บรูไน" ส่วนอีกแก๊ง เป็นคนของ "เจ๊" เจ้าแม่เมืองหลวง ที่พยายามส่ง "นักการเมืองคนสนิท" มาใกล้ชิด "ยิ่งลักษณ์" ด้วย



แต่รายหลังดูเหมือนจะปิ๋ว! เพราะภาพที่ออกมาชัดเจน ว่า "ยิ่งลักษณ์" ใช้บริการคนของ "เฮีย" มากกว่า "เจ๊"

ซึ่ง ไม่แน่ชัดว่าเป็นเพราะเหตุข้างต้นด้วยหรือไม่ จึงทำให้ "อดีตพันธมิตรเจ๊" จึงมีชื่อเข้าร่วม "ทีมวอร์รูม" ยกร่าง "คำปราศรัย" เตรียม "กรอบ" การหาเสียง ไปจนถึงขั้่นเซ็ต "ประเด็น" ให้สัมภาษณ์สื่อสารมวลชนรายวัน ให้ "ว่าที่นายกฯหญิง" ของเพื่อไทย เป็นกระตั้ก!


หลายคนอาจสงสัย ว่าเหตุใด สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ถึงไม่ยี่หระกับสารพัดโพลที่ผลออกมาคล้ายๆ กันว่า ในการเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคเพื่อไทย จะเอาชนะได้อย่างไม่ยากเย็น


"อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" หัวหน้าประชาธิปัตย์ มักจะพูดซ้ำๆ ว่า ผลโพลแต่ละสำนักไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ ยืนยันว่าประชาธิปัตย์กับเพื่อไทย จะได้ ส.ส.ใกล้เคียงกันราว 200 เสียง


"สุเทพ เทือกสุบรรณ" เลขาธิการพรรคออกแนวฮาร์ดคอร์ ถ้าไม่ท้าทายให้เจ้าสำนักโพลต่างๆ นำผลโพลของตัวเองไปแปะข้างฝาไว้ ก็มักกล่าวหาว่าผลโพลดังกล่าว เป็นการสร้างกระแสจากคู่แข่งขัน


เหตุที่ขุนพลสะตอไม่เชื่อผล โพลที่ออกมาระหว่างนี้ เพราะภายในพรรคสีฟ้าก็มีการจัดทำโพลของตัวเอง ดำเนินการโดย "กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ" รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์


ด้วยวิธีการที่ผู้สมัคร ส.ส.บางส่วนหยิบไปล้อเลียนว่า "เป็นวิทยาศาสตร์อย่างยิ่ง"!


"โพ ลกอร์ปศักดิ์" ก็คือโพลที่ "เทพเทือก" หยิบไปเถียงตลอดเวลา ว่า "แม่นยำ" ยิ่งกว่าโพลเป็นไหนๆ และยืนยันว่า ประชาธิปัตย์ชนะเพื่อไทย ชัวร์!!


วิธีการทำโพลของ ปชป.จะแบ่งออกมาเป็น 3 ช่วงเวลา ที่มีความแม่นยำ ลดหลั่นกันไป


ช่วงแรก ก่อนสมัคร จะวัดได้เฉพาะกระแสพรรค ไม่รวมผู้สมัคร-นโยบาย-และปัจจัยอื่นๆ ดังนั้น ความแม่นยำจะ "น้อยที่สุด"


ช่วง ที่สอง หลังสมัครไปแล้วระยะเวลาหนึ่ง จะวัดได้ทั้งแต้มพรรค-ผู้สมัคร-นโยบายบางส่วน แต่ยังไม่รวมถึงปัจจัยใต้ดินอื่นๆ ความแม่นยำถึงได้ระดับ "ปานปลาง"


และช่วงที่สาม ก่อนวันเลือกตั้ง 1 สัปดาห์ การทำโพลช่วงนี้จะได้ผลแม่นยำ "มากที่สุด" เพราะคู่ต่อสู้ต่างออกอาวุธมาจนเกือบหมดแล้ว


จึง ไม่น่าแปลกใจ ว่าเหตุใดสมาชิก ปชป.จึงไม่ออกอาการสะทกสะท้านต่อผลโพลที่ชี้ว่า "ยิ่งลักษณ์" จะได้เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 28 เพราะยังเหลือเวลาอีกตั้ง 37 วัน กว่าจะถึงวันลงคะแนนจริง !!


การแข่งขันชิงกระแสของ "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กับ "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" ปาร์ตี้ลิสต์เบอร์ 1 ของพรรคเพื่อไทย ถูกจับจ้องมาโดยตลอด


กระทั่ง เกิดแรงสั่นสะเทือนขึ้นมาอีกครั้ง หลัง "เนวิน ชิดชอบ" แกนนำพรรคภูมิใจไทย ออกโรงทำนายว่าทั้ง 2 ผู้โดดเด่น จะไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรีหลังการเลือกตั้ง


ทำนายเสียงให้เสร็จสรรพ "พรรคประชาธิปัตย์" จะได้เพียง 160 เสียง ส่วน "พรรคเพื่อไทย" ได้ 210 เสียง


การ เด็ดดอกไม้ของ "เนวิน" ซึ่งขึ้นชื่ออยู่แล้วเรื่องเฉียบคมในกลเกมการเมือง ย่อมสะเทือนไปถึงดวงดาว แน่นอนว่าบิ๊กเนมพรรคประชาธิปัตย์หลายคน จึงออกมาเต้นผาง ปฏิเสธพัลวัน


แต่ในใจลึกๆ ของบรรดาขุนพลการเมืองตัวจริงของทั้งสามฝ่ายย่อมรู้กันดี เพราะปกติแล้วกระแสผกผันของคะแนนเสียง จะแบ่งออกเป็น 3 ช่วง


ช่วง แรกคือ 7 วันหลังจับเบอร์พรรค ซึ่งชัดเจนว่า "ยิ่งลักษณ์" จาก "พรรคเพื่อไทย" มาแรง ช่วงที่ 2 คือช่วงกลาง ส่วนช่วงที่ 3 คือ 7 วันสุดท้ายก่อนหย่อนบัตร


เมื่อเป็นเช่นนี้ ความกังวลใจจึงตกมาอยู่ที่ "พรรคประชาธิปัตย์" และกังวลใจยิ่งกว่าคือ "เนวิน" ถ้าหากกระแสยังตกอยู่ที่พรรคขนาดใหญ่ 2 พรรค


พรรคขนาดกลางจะไม่มีที่ยืนในการดึงเสียงระบบบัญชีรายชื่อ??


การ ทำนายอัตราส่วน 160 : 210 ของ "เนวิน" จึงเป็นการปั่นราคาตัวเลขให้พรรคตรงกลางไว้ที่ 130 เสียง ซึ่งสูงกว่าอัตราประเมินที่ "ประชาธิปัตย์" และ "เพื่อไทย" ประเมิน


ยิ่ง ไปกว่านั้น เก๋าเกมอย่าง "เนวิน" ย่อมไม่พลาดที่จะได้ยินเสียงกระบวนการขับเคลื่อนอย่างลับๆ ของนายใหญ่ และกระบวนการเดินสายขายไอเดีย "นายกฯคนกลาง" ของบิ๊กการเมืองฝ่ายหนึ่ง กับบรรดานักคิดนักเขียนในบ้านเมือง ประมาณว่า "ยิ่งลักษณ์" จะเป็นเพียงตัวชูในการหาเสียง ส่วนนายกฯตัวจริงจะปรากฏตัวในภายหลัง


ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ "พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์" จาก "พรรคชาติไทยพัฒนา" และอีก 2-3 อะไหล่ ที่ช่วยลดแรงเสียดทาน


โดย ก่อนโค้งสุดท้ายเลือกตั้ง จะมีการยิงนโยบายปรองดองสำคัญซึ่งแหลมคมเพียงพอต่อการดึงกระแสครั้งใหญ่ เพื่อเตรียมประกาศวาระสำคัญของรัฐบาลหลังการเลือกตั้ง ที่จะทุ่มเทสร้างบรรยากาศปรองดอง ด้วยการจัดงานมหามงคลสำคัญยิ่งต่อปวงชนชาวไทย


ซึ่งได้รับการ สนับสนุนจากนักการเมืองตัวจริงจำนวนหนึ่งในกลุ่ม 111 ที่เห็นด้วยในคาแร็กเตอร์ของผู้นำคนกลางมาบริหารสถานการณ์ รอเวลาอีกไม่เกินขวบปี ที่ผู้เล่นตัวจริงจะพ้นโทษแบนลงสนาม


กระแสใหม่ๆ ที่มีผลต่อการหย่อนบัตร ...จะโหมหนักขึ้นจนถึงระยะ 7 วันสุดท้ายก่อนเข้าคูหา..


(จากคอลัมน์ ปิดไม่ลับสเปเชี่ยล)

ผังล้มเจ้า

ที่มา มติชน



โดย ฐากูร บุนปาน

(ที่มา คอลัมน์สถานีคิดเลขที่ 12 หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ฉบับประจำวันที่ 31 พฤษภาคม 2554)

ข่าวที่เป็นหัวข้อวิพากษ์วิจารณ์ตั้งแต่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ล่วงมาถึงสัปดาห์นี้ก็ยังเป็นที่พูดคุยกันเรื่องหนึ่งก็คือ

ความจริงเท็จของเอกสารที่ถูกเรียกว่า ′ผังล้มเจ้า′

เอกสารที่ออกมาโดย ศอฉ. หรือศูนย์อำนวยการบริหารราชการแผ่นดินในภาวะฉุกเฉิน ก่อนเหตุการณ์สลายการชุมนุม 19 พฤษภาคม 2553

ซึ่งเพิ่งถูกเปิดโปงออกมากลางศาล หลัง พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษก ศอฉ. ในขณะนั้น ประนีประนอมยอมความในคดีที่ถูกนายสุธาชัย ยิ้มประเสริฐ อาจารย์ประจำคณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ ฟ้องร้อง

ในข้อความการยอมความระบุว่า เอกสารผังล้มเจ้านั้นเกิดขึ้นเพราะ

1.ศอฉ. ′เชื่อมั่น′ ว่ามีขบวนการจ้องจะล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์จริง

2.ช่วง นั้นเกิดข่าวลือว่ามีบุคคลใกล้ชิดเชื้อพระวงศ์ระดับสูง โทรศัพท์มาสั่งการ ศอฉ. อยู่ตลอดเวลา จึงนำข้อมูลของหน่วยงานด้านความมั่นคงที่รวบรวมข่าวสารของขบวนการจ้องจะล้ม ล้างสถาบันพระมหากษัตริย์มาชี้แจงทำความเข้าใจกับสังคม

3.ในการแถลง ข่าว โฆษก ศอฉ.ระบุว่า ผู้ต้องหาในคดีหมิ่นสถาบันโดยตรงนั้นมีเพียง 2 ราย มิได้หมายความว่าผู้ที่มีชื่อในเอกสารเป็นผู้อยู่ในขบวนการล้มล้างสถาบันพระ มหากษัตริย์

แต่หลังจากนั้นสื่อมวลชนนำเรื่องราวต่างๆ เหล่านี้ไปขยายผล ขยายความ ซึ่งอาจจะส่งผลต่อผู้ที่เกี่ยวข้องทำให้ได้รับความเสียหาย

หรือสรุปความได้ว่า เอกสารที่คนทั่วไป (ถูกทำให้) เข้าใจว่าเป็นผังล้มเจ้านั้น

เอาเข้าจริงเป็นแค่ ′ความเชื่อ′ ของคนกลุ่มหนึ่ง ที่มีต่อคนอีกกลุ่มหนึ่ง

แต่

1.ก็ ปล่อยให้ความเชื่อผิดๆ นี้ล่วงเลยมาได้เป็นเวลายาวนานร่วมปี จนกระทั่งคดีจวนตัวจึงบอกปัดปฏิเสธว่านี่ไม่ใช่เอกสารยืนยันข้อเท็จจริง

2.มีความเกี่ยวโยงกันระหว่างเอกสารเบื้องต้น กับปฏิบัติการสลายการชุมนุมของประชาชนในช่วงเดือนพฤษภาคม 2553 มากน้อยเพียงใด

ความ เชื่อที่หลักฐานข้อมูลอ่อน (อย่างน้อยก็ไม่มีน้ำหนักที่สามารถนำมาให้ศาลพิจารณาได้นั้น) กลายเป็นเครื่องมือทำลายล้าง (และอาจจะทำลายชีวิต) คนร่วมสังคมต่อมาอีกเท่าไหร่

ที่นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ออกมาให้สัมภาษณ์ยืนยันถึง ′ความเป็นจริง′ ของผังล้มเจ้านั้น

มีคำถามง่ายๆ ว่า ถ้าผังนั้นไม่ใช่แค่ความเชื่อ แต่มีหลักฐานข้อมูลสนับสนุนแน่นหนาจริง

ทำไมไม่จับกุมผู้กระทำผิดกฎหมายเหล่านั้นให้หมด

ปล่อยให้ลอยนวลอยู่ทำไม?

ถ้าจับไม่ได้ หรือตอบไม่ได้

นายธาริตหรือผู้สนับสนุนนายธาริตต้องกลับมาตั้งคำถามตัวเองว่า

ใครกันแน่ที่บ่อนเซาะความมั่นคงของสถาบัน

คนมีชื่อในผัง หรือคนสร้างผังนี้ขึ้นมา เพื่ออาศัยข้อหาอันละเอียดอ่อนต่อความรู้สึก

เป็นเครื่องมือทำลายล้างกันทางการเมือง

จะเอาไงกับปัญหาภาคใต้?

ที่มา มติชน



โดย มูฮัมหมัดอิลยาส หญ้าปรัง คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง



วันนี้ ต้องถามกันตรงๆ แบบนี้แหละครับว่า ปัญหาที่หนักหนาสาหัสที่สุด ซึ่งได้สร้างความสูญเสียมากกว่าสี่พันชีวิต บาดเจ็บอีกเรือนหมื่นไม่นับรวมทรัพย์สินอีกมากมายที่ถูกทำลายลง เป็นปัญหาที่กัดกร่อนสภาพจิตใจของคนไทยทั้งประเทศมาเป็นเวลาอย่างน้อยเกือบ 7 ปี และดูดเอางบประมาณของรัฐไปมากกว่าหนึ่งแสนล้านบาท

แต่เรายังไม่ ได้ยินนักการเมืองโดยเฉพาะพรรคใหญ่ทั้งสองพรรคที่กำลังต่อสู้กันในเวทีเลือก ตั้งที่จะถึง และเป็นการเลือกตั้งที่ว่ากันว่าเป็นครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์การเมืองไทย พูดถึงเรื่องนี้อย่างจริงๆ จังๆ ว่าจะ "เอาไง" กับปัญหาความไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้

พรรคประชาธิปัตย์ซึ่ง ก่อนหน้านี้มีรัฐมนตรีรับผิดชอบโดยตรงต่อการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้และ เป็นผู้ผลักดันให้เกิด พ.ร.บ.การบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ.2554 หรือเรียกสั้นๆ ว่า พ.ร.บ.ศอ.บต. ที่เพิ่งจะมีผลบังคับใช้ก่อนที่รัฐบาลจะยุบสภาไปเพียงไม่กี่เดือน

ประ ชาธิปัตย์หมายมั่นปั้นมือว่า ศอ.บต.ภายใต้ พ.ร.บ.นี้ จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการแก้ปัญหาภาคใต้โดยได้เพิ่มอำนาจให้แก่เลขาธิการ ศอ.บต. และมีคณะกรรมการที่ปรึกษาที่มาจากหลากหลายภาคส่วนร่วมกันทำงาน

แต่ จากเหตุการณ์ที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นและไม่มีท่าทีว่าจะมีสัญญาณไปในทิศทาง ที่จะสร้างความอุ่นใจให้กับประชาชนในพื้นที่ ทำให้เกิดคำถามมากมายเกี่ยวแนวทางในการแก้ไขปัญหาแบบ conventional ของพรรคประชาธิปัตย์

นั่นคือการเพิ่มหน่วยงานราชการเข้าไป ราชการเป็นตัวหลักแล้วดึงมุสลิมที่อยู่บนส่วนยอดของสังคมที่อ้างว่าเป็นตัว แทนของมุสลิมในพื้นที่เข้าร่วม ขณะที่โครงสร้างทางอำนาจยังคงเดิมไม่เปลี่ยนแปลง

ประชา ธิปัตย์ควรชี้แจงแถลงไขมาให้พวกเราซึ่งจะเข้าคูหากาบัตรในวันที่ 3 กรกฎาคมนี้ ฟังหน่อยว่า เมื่อเป็นแบบนี้ ถ้ากลับมาเป็นรัฐบาลจะเอาไงต่อ?

สำหรับพรรคเพื่อไทยนั้นนับตั้งแต่ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ที่เคยเสนอเรื่องนครรัฐปัตตานี และยังไม่ชัดเจนว่ารูปแบบจะเป็นอย่างไร และขณะนี้ตัว พล.อ.ชวลิตได้ลาออกจากพรรคเพื่อไทยไปแล้ว ยิ่งทำให้แนวทางการแก้ปัญหาภาคใต้ของพรรคเพื่อไทยมืดสนิท พรรคเพื่อไทยซึ่งถือกำเนิดมาจากพรรคพลังประชาชนโดยมีปู่คือพรรคไทยรักไทย และถูกสังคมตราหน้า (อย่างน้อยจากพรรคคู่แข่ง) มาตลอดว่าเป็นต้นเหตุแห่งปัญหาความรุนแรง "ระลอกใหม่" ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ จากนโยบายยุบหน่วยงานทางทหาร และนโยบายปราบยาเสพติด

พรรคเพื่อไทยซึ่งมีศักดิ์เป็นหลานจะทำอย่างไรกับมรดกตกทอดของเจ้าคุณปู่ที่ทิ้งเอาไว้และจะกู้ชื่อเสียงคุณปู่กลับคืนมาอย่างไร?

คุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ช่วยพาน้องๆ ทหาร ตำรวจ โดยเฉพาะระดับล่างๆ ที่กรำแดดกรำฝน ลาดตระเวนตามท้องถนนตั้งแต่ อ.จะนะ ไปยันนราธิวาส "กลับบ้าน" ได้มีโอกาสไปพบลูกเมียด้วยเถิด! ถ้ายังไม่มีไอเดีย ผมแนะนำให้ไปดูข้อเสนอจากภาคประชาชนในพื้นที่ เกี่ยวกับการปกครองท้องถิ่นรูปแบบพิเศษในจังหวัดชายแดนภาคใต้ภายใต้รัฐ ธรรมนูญไทย (ดูได้ที่ www.deepsouthwatch.org)

พรรคมาตุภูมิที่ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน เป็นหัวหน้าพรรคดูเหมือนจะเป็นพรรคที่เสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาชายแดนภาคใต้ เอาไว้บ้าง โดยพรรคมาตุภูมิได้ไปปรับเอาข้อเสนอในงานวิจัยของ รศ.ดร.สมภพ จิตภิรมณ์ศรี (คณะรัฐศาสตร์ มอ.ปัตตานี) และ ดร.สุกรี หลังปูเต๊ะ (คณะศิลปศาสตร์ ม.อิสลามยะลา) คือเสนอให้มีทบวงบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ มารับผิดชอบเป็นการเฉพาะ (จริงๆ แล้วข้อเสนอของอาจารย์ศรีสมภพ และอาจารย์สุกรีมีรายละเอียดและครอบคลุมมากกว่านั้น โปรดดู www.deepsouthwatch.org/sites/default/files/SriSukri_Extinguish.pdf) แต่รายละเอียดอื่นๆ เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหา เช่น จะยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านในระดับกัมปง (ชุมชน) ให้เป็นรูปธรรมอย่างไร จะทำอย่างไรกับที่นารกร้างว่างเปล่าที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก ลองกองกิโลละ 5 บาท จะประกันราคาให้เหมือนลำใยหรือพืชเศรษฐกิจตัวอื่นได้มั้ย?

คนหนุ่มสาววัยทำงานที่เป็นพลังอันสำคัญทางเศรษฐกิจได้หนีความยากจนและสถานการณ์ไปทำงานในประเทศเพื่อนบ้านกันหมดจะทำอย่างไร

ความยุติธรรมซึ่งเป็นปัญหาหลักและว่ากันว่าเป็นบ่อเกิดแห่งปัญหาทั้งหลายทั้งปวงจะมีกระบวนการยกเครื่องอย่างไร?

ปัญหาคุณภาพการศึกษาในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม ที่เด็ก ม.3 ยังอ่านหนังสือไม่ออกจะแก้กันอย่างไร?

และ หัวใจสำคัญที่สุดจะ approach (ขออภัยท่านผู้อ่านที่ต้องใช้ภาษาอังกฤษ) ผู้ก่อความไม่สงบซึ่งเป็นตัวแสดงสำคัญในปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างไร?

จะ ไล่ล่ากันอย่างนี้ต่อไป จะพูดคุยกัน (dialogue) หรือจะมีแนวทางหรือพื้นที่ (space) ให้พวกเขาได้แสดงความต้องการออกมาอย่างไร? เหล่านี้ล้วนเป็นคำถามที่คนในพื้นที่มีความหวังที่จะได้รับคำตอบ

ใน ตอนที่ท่าน พล.อ.สนธิเป็นผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ซึ่งมีอำนาจมากมายมหาศาล แต่ก็ยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้ ผู้คนต่างสงสัยว่าแล้วหน่วยงานระดับทบวงจะแก้ปัญหาได้หรือ? ท่าน พล.อ.สนธิ คุณนัจมุดดีน หรือคุณอารีเพ็ญ ช่วยคลายข้อสงสัยให้หน่อย ประชาชนจะได้มีข้อมูลในการตัดสินใจเลือกหรือไม่เลือกพรรคของท่านให้มาแก้ไข ปัญหาภาคใต้

การที่พรรคการเมืองประกาศนโยบายหรือแนวทางในการแก้ไข ปัญหาสำคัญๆ อย่างปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ แล้วประชาชนเห็นด้วยและเลือกเข้ามาทำหน้าที่ โดยมีทหาร ตำรวจ ตลอดจนระบบราชการที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเป็นเครื่องมือหรือกลไกเพื่อทำงานให้ บรรลุวัตถุประสงค์ของนโยบายที่ตั้งไว้ตอนหาเสียงเลือกตั้งนั่นแหละ คือการเมืองนำการทหาร ดังเช่นที่ประธานาธิบดีบารัค โอบามา ได้ประกาศตอนรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งว่า เขาจะถอนทหารออกจากอิรักถ้าได้เป็นประธานาธิบดี และเขาก็ทำเช่นนั้นจริงๆ ทั้งๆ ที่เรื่องการถอนทหารเป็นเรื่องที่แสดงให้เห็นถึงความพ่ายแพ้ (อย่างน้อยในสายตาของฝ่ายต่อต้าน) ซึ่งฝ่ายmหารไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง (โดยเฉพาะอุตสาหกรรมทหาร) แล้วปัญหาการรบที่ยืดเยื้อ ทหารลูกหลานอเมริกันตายเป็นผักเป็นปลา ก็หมดไป

ในเมื่อเป็น ที่ยอมรับกันจากทุกฝ่ายว่าการแก้ไขปัญหาภาคใต้ต้องใช้การเมืองนำการทหาร ดังนั้น นักการเมืองต้องออกมาพูด สร้างเจตจำนงทางการเมือง (Political will) และรวบรวมเสียงสนับสนุน (gathering supports) ขณะนี้ได้เวลาอันสมควรที่นักการเมืองจะต้องออกมานำแล้วครับ!

กลัวตกขบวน

ที่มา ข่าวสด

คอลัมน์ เหล็กใน
สมิงสามผลัด





การปราศรัยใหญ่ของพรรคภูมิใจไทยที่โคราชเมื่อวันที่ 29 พ.ค.ที่ผ่านมา

มีประเด็นที่น่าสนใจอย่างยิ่ง

เพราะนายโสภณ ซารัมย์ รักษาการรมว.คมนาคม ในฐานะรองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อม นายภิรมย์ พลวิเศษ ผู้สมัครส.ส.นครราชสีมา เขต 5

ขึ้นเวทีหาเสียงต่อหน้าชาวโคราชกว่า 3 หมื่นคน

ที่ว่าน่าสนใจก็ตรงที่นายโสภณกับนายภิรมย์ ประกาศขอฉันทามติบนเวทีปราศรัยว่า

อยากให้ภูมิใจไทยจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคประชาธิปัตย์หรือพรรคเพื่อไทย

พี่น้องชาวโคราชก็ส่งเสียงเชียร์กันสนั่นให้จับมือกับพรรคเพื่อไทย

แบบว่าไม่เอาประชาธิปัตย์!

นาย ภิรมย์ยังปราศรัยต่อไปว่า "ส่วนตัวมีความมั่นใจอย่างยิ่งว่าพรรคเพื่อไทยจะชนะเลือกตั้ง และได้ตั้งรัฐบาลใหม่ โดยน.ส.ยิ่งลักษณ์จะเป็นนายกรัฐมนตรี และขอยืนยันว่าผมและพรรคภูมิใจไทยจะเข้าร่วมกับพรรคเพื่อไทยตั้งรัฐบาลแน่ นอน"

ขณะที่นายโสภณก็ประกาศจุดยืนทำนองเดียวกันว่า ภูมิใจไทยต้องการกลับมาบริหารประเทศ มีจุดยืนที่ชัดเจนที่จะเข้าร่วมเป็นรัฐบาล ไม่ขอเป็นฝ่ายค้านเด็ดขาด

ท่าทีของภูมิใจไทยสอดคล้องกับโพลการเมืองล่าสุด

เพราะสวนดุสิตโพลเผยผลสำรวจหมาดๆ ระบุว่าความนิยมส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์เพื่อไทยยังนำประชาธิปัตย์

ร้อยละ 43.16 จะเลือกเพื่อไทย

ร้อยละ 37.45 จะเลือกประชาธิปัตย์

ส่วนนิด้าโพลเผยผลสำรวจเช่นกันว่าประชาชน ส่วนใหญ่ให้ความสนใจนโยบายพรรคเพื่อไทยมากถึง ร้อยละ 25.45

รองลงมาคือนโยบายพรรคประชาธิปัตย์ได้ร้อยละ 18.23

ท่าทีนายโสภณเกิดขึ้นภายหลังจากนายบรรหาร ศิลปอาชา โต้โผพรรคชาติไทยพัฒนาส่งสัญญาณพลิกขั้ว

เตรียมชิ่งพรรคประชาธิปัตย์ ไปซบพรรคเพื่อไทย

ประกาศขอเป็นใบเฟิร์นในแจกันทักษิณ และเชียร์ "ยิ่งลักษณ์" เป็นนายกฯ หญิง

ล่าสุดนายบรรหารยังตัดพ้อต่อว่านายสุเทพ เทือกสุวรรณ ชักทำตัวห่างเหิน

ตอนเป็นรัฐบาลด้วยกันโทร.คุยกันบ่อยๆ

พอยุบสภาเลือกตั้งก็ไม่เคยโทร.หาเลย

ผสมโรงกับเรื่อง "เพื่อนหยามเพื่อน" ยิ่งร้าวเข้าไปใหญ่

พูดแบบนี้ก็ถึงบางอ้อแล้วว่าชาติไทยพัฒนาเลือกยืน อยู่ตรงไหน!?

ภูมิใจไทยก็ไม่น้อยหน้า กระโจนโหนกระแส "ยิ่งลักษณ์"

เพราะกลัวตกขบวนรถไฟเที่ยวสุดท้าย

จะมีก็แต่นายเนวิน ชิดชอบ ครูใหญ่แห่งภูมิใจไทย คนเดียวที่เคยทำนายว่าเพื่อไทยจะชนะ

แต่ "ยิ่งลักษณ์" จะไม่ได้เป็นนายกฯ

ยังหวังจะพึ่ง "มือที่มองไม่เห็น" อยู่อีกหรือ!??

ข่าวส่งเสริมคนดี

จำนวนผู้เข้าเยี่มมชม

link to affordable web hosting
Powered by web hosting provider .

สถิติการเข้าชม DMNEWS

eXTReMe Tracker