บล็อคข่าวส่งเสริมคนดี (รักดีหามจั่ว รักชั่วหามเสา หามจั่วก็หนักนะ)

ข่าวจากสื่อ

บทความจากสื่อ

วันศุกร์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2555

จุดพลุไล่น้ำตารินธีระ-กนกแก๊งนรกเนชั่นพ้นช่อง9

ที่มา Thai E-News





วันนี้ "ข่าวข้น คนข่าว" ออกอากาศเป็นสุดท้าย ขอบคุณทุกกำลังใจที่มีให้การเสมอมา ขอบคุณผู้ที่สนับรายการตลอดมา ขอบคุณทุกทีมงานทุกๆท่านที่ร่วมงาน อย่างไม่ย่อท้อ ขอบคุณโชคชะตาที่ทำให้พวกเรามาเจอกัน ต่อไปนี้ เราจะย้ายรังกลับไปที่ๆเรามา และจะทำหน้าที่ต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง ยังติดตามได้ในรายการใหม่ ทาง Natiochannel กับรายการ "ข่าวข้น คนเนชั่น" จ-ศ เวลา 21.30น.-22.30น. และ Fackbookhttp://www.facebook.com/KhonNation ติดตามชมกันครับ


กนก :  สำหรับผมนะใจหาย เพราะผมอยู่ช่อง 9 มา 7 ปี แต่รายการ ข่าวข้นคนข่าว 5 ปี  ตั้งแต่ปี 2550 เราก็รู้สึกผูกพันพอสมควร


จริงๆ เราก็ไม่ได้เหนื่อยนะ โดนเขาออกจากผัง เขาหนะเหนื่อยมั้ย(ยิ้ม) คนที่เขาเอาเราออกจากผังช่องโน้นช่องนี้ เขาน่าจะเหนื่อยเนอะ เราไม่เหนื่อย เราอยู่ตัวแล้ว เพราะว่าถ้าเราไม่ทำช่องที่หลุดออกมาเราก็กลับมาอยู่เนชั่น ตรงนี้เป็นที่ตั้งเป็นเซ็นเตอร์


000รายการจะมีโอกาสกลับไปอยู่ฟรีทีวีไหม
          กนก : ต้องไปถามเขา เราอยากไปอยู่แล้ว  



 ธีระ : พอไปอยู่บ้านคนอื่น เราก็ต้องแต่งตัวให้เรียบร้อย นี่ก็เหมือนกันเราทำงานนึกถึงเสมอว่าเราไปอยู่ที่ช่อง 9 เราก็พยายามเกรงใจ แล้วไม่ทำให้เจ้าบ้านอึดอัดใจ แต่พอมาอยู่บ้านเรา เราสามารถเต็มที่ได้มากกว่าเดิม เพราะนี่คือบ้านเรา


ที่มา:คมชัดลึก



ไปเถิดทั้งคู่....
***********
เรื่องเกี่ยวเนื่อง:


ซีรีส์ฮาร์ดคอร์ลากไส้สื่อเห้(ตอน5):แก๊งเด็กนรกเนชั่น จอมขวัญ ธีระ กนก สรยุทธ หุ่นยนต์พิฆาตของหยุ่น


ผิดจากนี้กูให้เหยียบ-การ นำเสนอ เล่าข่าวด้วยความอคติ ลำเอียง ยืนเคียงเผด็จการ ขายวิญญาณให้ปีศาจ ขาดการตรวจสอบรอบด้าน พิพากษาชี้นำทำลายความเคลื่อนไหวของฝ่ายประชาธิปไตย ไร้ความเป็นวิชาชีพ หากผิดจากนี้ก็ไม่ใช่เรา

โดย คุณรักในหลวงห่วงลูกหลาน
ที่มา บอร์ดฟ้าเดียวกัน
4 พฤษภาคม 2552

หมายเหตุไทยอีนิวส์:ผู้ ใช้นามปากกาว่า"รักในหลวงห่วงลูกหลาน"ได้เขียนลงในเวบบอร์ดฟ้าเดียวกัน แบบเจาะลึกวงในแวดวงสื่อมวลชนแบบรายตัว อย่างถึงรากถึงโคน และมีรสชาติความมันส์ในสไตล์ดิบเถื่อนฮาร์ดคอร์ ซึ่งไทยอีนิวส์เห็นว่าเป็นประโยชน์ที่จะทำให้ประชาชนเข้าใจว่าด้วยเหตุใด สื่อจึงมีบทบาทอย่างที่เห็นกันในปัจจุบัน ซึ่งมีปรากฏการณ์ลำเอียง เคียงข้างเผด็จการต่อต้านประชาธิปไตย โดยได้นำเสนอตามต้นฉบับเดิม แต่เนื่องจากเนื้อหายาวมาก เราจึงจะพิจารณานำเสนอเป็นตอนๆอย่างต่อเนื่อง และขอขอบคุณผู้เขียนมา ณ โอกาสนี้ ทั้งนี้ผู้อ่านพึงใช้วิจารณญาณ

สรยุทธ-กนก-ธีระ:หุ่นยนต์พิฆาตค่ายเนชั่น


ใน3ตัว นี่ว่าไปแล้ว สรยุทธ์น่าเห็นใจมันนะ ชั่วดีถี่ห่างมันก็ยังพยายามจะบอกว่ามันคือมืออาชีพ แต่อีก2ตัวนั่นมันเบ๊หยุ่นเขาหนะ เบ๊ก็ต้องอ่านว่าเบ๊แปลว่าเบ๊ จะให้มันทำเหี้ยอะไรมากกว่านี้ก็คงลำบาก

สรยุทธ์นี่ว่าไปแล้ว อย่างน้อยมันก็ยังมีพื้นฐานเป็นคนข่าวมามั่ง อย่างน้อยก็ไปหาข่าวใต้ถุนสภาปี2ปี ไปทำข่าวรังนกกระจอกอยู่ปี2ปี ก่อนจะมาเล่าข่าวได้ อย่างน้อยมันก็ร่ำเรียนมา หรือเคยอยู่งานสนามมามั่ง แต่อีก2ตัวนี่แม่งไม่มีพื้นฐานงานข่าวสนามมาเลยซักนิด

อันนี้ผมแทรก หน่อยนึง คนข่าวรุ่นลุงรุ่นพ่อนี่ไม่ใช่ทำข่าว2-3ปีมาเป็นบก.ได้นะ เริ่มต้นก็ต้องเป็นนักข่าวตระเวณก่อน ไปตามโรงพัก ไปตามที่มีเรื่องปล้นจี้กัน แล้วค่อยไปทำข่าวกระทรวง มือดีก็ไปทำข่าวกรมตำรวจ เจ๋งขึ้นมาก็สภา ทำเนียบ สายทหารอะไรงี้

อยู่ จนโชกโชนเป็น10ปี ชักแก่ถึงได้ประจำกองบก. แล้วไม่ใช่เป็นบก.หรือบรรณาธิการเลยนะ มึงก็ต้องไปเริ่มที่ตรวจปรู๊ฟก่อน แล้วมาเป็นรีไรเตอร์(คือเรียบเรียงข่าวที่ไอ้พวกนักข่าวสนามส่งเข้ามา แล้วเอามายำ หรือรับข่าวทางโทรศัพท์จากนักข่าวสนามแล้วเรียบเรียง) ฝีมือดีหน่อยก็มาเป็นหัวหน้าข่าว ขยับขึ้นเป็นผู้ช่วยบก. เป็นบก. สุดท้ายแก่ได้ที่ไปหาข่าวเองไม่ไหว เป็นบก.ก็ชักหูตาลาย ก็ไปเป็นคอลัมนิสต์...แล้วอย่านึกว่าเป็นลุงแก่ๆประจำโรงพิมพ์นะ ไอ้พวกคอลัมนิสต์นี่ตัวมีอิทธิฤทธิ์เลยนะสัดด....นักการเมืองใครไปใครมาเป็น รัฐบาล ต้องขอกินข้าวมาซูฮกไอ้พวก18อรหันต์นี่หมด ไม่งั้นเจอรุม

ที นี้ยุคหลังสื่อต้องเบ่งให้ตัวพอง ทำแค่หนังสือพิมพ์ไม่พอ มันก็แตกหน่อเป็นรายสัปดาห์ รายเดือน เข้าไปทำวิทยุ ไปทำทีวีสารพัดที่เรียกว่าmulti-media มันไม่มีคนพอใช้ จะทำไงดี ก็ต้องเอาไอ้พวกวิ่งข่าวสนามนี่แหละมาเป็นมะม่วงบ่มแก๊ส คือลากมาประจำกองบก.หรือออกทีวีแม่งเลย


สรยุทธ์ เขาก็มาเกิดในสถานการณ์ยังงี้ คือตอนนั้นหยุ่นไปได้สัมปทานITVแล้วออกหนังสือพิมพ์หัวสีคมชัดลึกมาแข่งไทย รัฐ เดลินิวส์ อยากจะโฆษณาแฝง ก็ไปมีรายการคมชัดลึกทางITV แรกๆหยุ่นก็ทำเอง แต่มันเป็นนายทุนมัวออกทีวีไม่ไหว เพราะเดี๋ยวต้องนัดป๋า นัดทหาร ตำรวจม นักการเมืองพอ่ค้ากินข้าวเย็น business talk ก็เลยบอก เฮ้ย!ไอ้เผือก(ชื่อเล่นสรยุทธ์) เอ็งมาทำทีวีคู่พี่หน่อยวะ คมชัดลึกนะ

ไอ้ เผือกก็ไปไม่ค่อยเป็นตอนแรก ตื่นกล้องก็ตื่นกล้อง หน้าตาแม่งก็ออกตี๋ๆ หยุ่นก็บอกเอางี้ให้ช่างแต่งหน้าทำผมเอ็งนี่ หวีเรียบแปล้ขึ้นไปข้างบน น้ำมันชโลมหน่อย เอ็งก็ออกมาดูแก่แล้ว แว่นก็หาหนาๆหน่อย ดูแล้วแม่งมีภูมิ

ไอ้ เผือกก็เลยมีlookอย่างที่ว่า แต่ก็เงอะๆงะๆตื่นกล้อง แล้วก็ต้องเดินแนวทางกับหยุ่นคือทำสีหน้าท่าทางมือไม้ให้แม่งดูเครียด คนดูก็ดูไปจะหงิกแดกตามมันไป...หยุ่นก็บอกไอ้เผือกท่าจะไม่รอดแล้วเว้ย คนดูบอกดูมึงแล้วไม่บันเทิง รายการทีวีที่ดีแม่งต้องบันเทิง มึงลดความเครียดลงหน่อยซิวะ

ไอ้เผือกก็ไปไม่ค่อยเป็น ไอ้เชี่ยก็กูเห็นพี่หยุ่นออกแนวเครียดๆ"นะกรั๊บๆ พูดมาฟันธงให้ชัดๆเลยกรั๊บ"กูก็เอาอย่างมั่ง ทำไมคนดูชอบพี่หยุ่น มาดูกูเสือกบ่นเครียด...สรุปคือตอนแรกไอ้เผือกก็ไม่ได้แจ้งเกิดเปรี้ยงปร้าง นะ คือมันก็พยายามจะเป็นสุทธิชัยหยุ่น2 แล้วใครมันจะไปก๊อปปี้ใครได้

หยุ่น เลยแก้ปัญหาให้ว่า เอางี้ลดโทนจากเครียดๆวิเคราะห์การเมืองแบบฮาร์ดคอร์นี่ลงมาให้มันดูบันเทิง ให้entertainคนดูหน่อย เอาเป็นแบบnews talkแล้วกัน หยิบข่าวมาพูดแล้วแสดงความเห็นหยอกมุกอะไรเข้าไป..ไอ้เผือกบอกพี่ผมเล่นไม่ เป็น เอาไงดี

หยุ่นก็เลยไปลากเอากนกนี่มาเป็นตัวชงมุกให้ไอ้เผือก เป็นคนตบ ไอ้หนกชง ไอ้เผือกตบหน้าเน็ต...คนดูก็ชอบเพราะมันแปลกใหม่ อันนี้คือรายการเก็บตกจากเนชั่น แต่มาแจ้งเกิดนี่ทางNation channelคือTTVของลุงไกรวัฒน์นะ คนดูก็จำกัดเขตกรุงเทพฯปริมณฑล

ไอ้ หนกนี่จบวารสาร ธรรมศาสตร์ เอกหนังสือพิมพ์ แต่จบมาแม่งไม่มีแวว เคยไปเป็นเด็กฝึกงานที่เนชั่น เขาก็ไม่เอาหนกทำงาน มันก็ไปสมัครที่ไหนเขาก็ไม่เอา ก็เลยไปเป็นดีเจจัดเพลงทางวิทยุ พวกเพลงป๊อบทั้งหลาย แล้วก็เอาข่าวนู่นนี่มาพูดหน่อยพอกล้อมแกล้ม ก็เงียบๆไม่ดัง หลังๆมาก็มาสมัครทำเป็นดีเจจัดข่าวกับหยุ่น

หยุ่น เห็นว่าเสียงไอ้หนกออกแนวFMก็ให้มันจัด เพราะเนชั่นก็ขยายงานไปสารพัดอย่างที่ว่าไปแล้ว ต่อมาก็เลยลากมันมาเป็นตัวชงให้ไอ้เผือกทางเนชั่นแชนัล แต่ชงไปชงมายังไงไม่รู้ ด้วยความที่ไอ้หนกมันไม่มีพื้นฐานเป็นนักข่าวสนามมาเลย มันก็ออกทะเลอยู่เรื่อย ไอ้เผือกตอนแรกก็เริ่มหงุดหงิด ก็กัดแม่งกลางจอ

กัด ทีงี้เหวอะ...กะจะเอาให้ตายคาจอ เพราะไอ้เผือกติดนิสัยลูกพี่หยุ่นมา กูเอาใครมาออกทีวีนี่ขอกรูทำตัวเป็นนักฆ่าหน้าจอต้อนแม่งจนกระดาน หรือกัดมันเลือดสาดออกจอ สะใจคนดูซาดิสม์

แต่ไอ้เรื่องที่ไอ้เผือก กัดไอ้หนกเหวอะ กลายเป็นเรื่องคนดูทีวีเนชั่นเสือกชอบเว้ยเฮ้ย...ไอ้คนดูแม่งก็ซาดิสม์ได้ เรื่องเหมือนกัน จากที่เริ่มมาจะเป็นตัวชง ไอ้หนกเลยกลายเป็นตัวลูกไล่ให้เผือกกัด...คนดูก็ออกแนวสงสารเห็นใจมัน เห็นตัวเล็กๆเตี้ยๆเท่าลูกหมา เสียงก็FMหน้ามันก็ออกทางหนูไม่รู้ประจำ คนก็เอ็นดู ก็เลยกลายเป็นรายการบันเทิงชนิดหนึ่งขึ้นมา...

กัดกันไป กัดกันมาจนดังได้ที่ ก็ไปเข้าตามิ่งขวัญตอนนั้นมาปลุกปั้นแดนสนธยาช่อง9ให้เป็นโมเดิร์นไนน์ มิ่งขวัญก็ช็อปตัวสรยุทธไปทำรายการคล้ายๆคมชัดลึกเดิม รอบค่ำ4ทุ่ม

ตอน บินหนีจากเนชั่นไปอยู่ช่อง9ทำรายการ"ถึงลูกถึงเมีย” เอ๊ย ถึงลูกถึงคนนี่ ไอ้เผือกก็เป็นเผือกnew lookแล้ว คือไม่ใช่ไอ้ตี๋หน้าจืด เสยผมเรียบแปล้ ยกมือไม้พูดจาทีคนดูหงิกแดก เพราะเครียดกับมันอย่างตะก่อนแล้ว

ไอ้เผือกรู้แล้วว่า การทำทีวี แม้จะเป็นเรื่องจริงจังอย่างเล่าข่าว มันก็ต้องEntertainคนดูด้วย

ที่ สำคัญต้องจับประเด็นที่ผู้คนสนใจ หรือที่วงการเรียกว่าhuman interesting พูดง่ายๆคือหากเทียบการทำหนังสือพิมพ์ ก็ไม่ใช่ภาษาอังกฤษแบบNation หรืออย่างกรุงเทพธุรกิจ มติชน มันต้องจับกลุ่มเป้าหมายใหญ่แบบบ้านๆอย่างไทยรัฐ เดลินิวส์

คนที่เอา มาสัมภาษณ์ก็ไม่จำเป็นต้องผูกไท ใส่สูท อย่างพวกท่านปลัด อธิบดี รัฐมนตรี นายกฯห่าเหว แต่ต้องหาคนสนุกๆมีสีสันอย่างชูวิทย์อ่าง หมอพรทิพย์พุดเดิ้ล เจ๊เจ้าของบ้านสีดำ ยายไฮพังเขื่อน หรือผู้การวิสุทธ์มือปราบน้องแน็ตอะไรประมาณนี้....ไอ้เผือกก็เลยดังระเบิด ด้วยเรื่องบ้านๆ การมงการเมืองนี่ก็นานๆที แต่ขออย่าง กูต้องไม่หาศัตรูแบบหยุ่นทำ

หยุ่นก็แค้นตาแม้น กูอุตส่าห์ปั้นมา ไอ้เผือกหนีไปแจ้งเกิดรวยซะแล้ว ก็ดันไอ้หนกขึ้นเป็นเบอร์1ของเก็บตกเนชั่น แล้วก็หาคู่หูมาให้ หาใครก็ไม่ได้ เลยเหล่ไปเจอเด็กที่เคยยกกล้องแบกกล้อง ต่อมาให้เป็นผู้ช่วยโปรดิวเซอร์(คือตำแหน่งขี้ข้าสารพัดในรายการทีวีหนะแหละ เช่น โทรนัดแขกมาออกรายการ ยกน้ำเสิร์ฟแขก เตรียมออกรายการ ประสานกล้อง ช่างทำหน้าทำผม ชงกาแฟให้คนดำเนินรายการ"

"เฮ้ย!ไอ้ฮุย พี่จะให้เอ็งออกกล้องมึงสนมั๊ย"หยุ่นพูดขึ้นในวันหนึ่ง หลังจากเหล่หาใครไม่เจอว่าจะเอาใครมาเป็นลูกไล่ให้ไอ้หนก

ไอ้ฮุยที่ว่านี้ มีชื่อจริงตามสำเนาทะเบียนบ้านว่า ธีระ ธัญไพบูลย์

คุณๆสังเกตกันไหม แก๊งเด็กนรกเนชั่นนี่จะมีความเหมือนๆกันอยู่2-3อย่างคือ

1.ไม่ได้เป็นนักข่าวสนามมาก่อน(ยก เว้นไอ้เผือก-สรยุทธ มีประสบการณ์ข่าวสนามมาบ้าง2-3ปี) อย่างไอ้หนกนี่เป็นดีเจจัดรายการเพลงอัสนี-วสันต์ อ้อมสุนิสา พี่เบิร์ดมา ไอ้ฮุย-ธีระนี่เด็กยกฉากแบกกล้องชงกาแฟ โทรสายต่อแขก จอมขวัญก็มาจากแปลข่าวต่างประเทศก๊อกๆแก๊กๆ อันนี้มันก็ทำให้พื้นไม่แน่น โดยเฉพาะหากมึงต้องมาว่าด้วยเรื่องข่าวการบ้านการเมือง คือพวกมึงไม่ได้เกิดมาเพื่อสิ่งนี้ มันก็เลยฟ่ามๆ

2.ไม่ได้เป็นactivistหรือเด็กกิจกรรมมาก่อน ซึ่ง อันนี้จะต่างจากหลายๆค่าย อย่างผู้จัดการ มติชน อาทิตย์ของชัชรินทร์ แนวหน้า ไทยรัฐ เดลินิวส์ INN บางกอกโพสต์ ไทยโพสต์ เขาจะเลือกเด็กActivistมาก่อน ข้อดีคือไอ้พวกนี้มันกระฉับกระเฉงลุยงาน ข้อเสียคือไอ้พวกนี้มันมีชุดความคิดบล็อกในหัวมาแล้ว พูดง่ายๆว่าปกครองยาก ล้างสมองก็ยาก เพราะเด็กมันแก่แดด หยุ่นเอาอย่างแก๊งเด็กนรกที่ไม่ใช่Activistมาทำงานก็สบายยังงี้ คือพวกนี้มันเด็กว่าง่าย เอาอะไรใส่หัวให้มัน มันก็รับไว บอกให้มึงศรัทธาใคร เกลียดใคร ให้พวกมันไปกัดใครแทน มันก็ทำถวายชีวิต...

จะ ต่างจากพวกเด็กกิจกรรมมหาลัย ไอ้พวกนี้ไม่ได้ทำงานให้ใครเพราะมันศรัทธา แต่มันจะซักจะถามจะสงสัย และมีกรอบแนวคิดชนิดหนึ่งว่า ที่มันต้องทำลงไปนั้น เป็นประโยชน์หรือผลเสียแก่บ้านเมืองส่วนรวม...คนอย่างนี้ไม่ได้เกิด ที่Nation คือมันก็เป็นเวรกรรมของหยุ่น คือตอนมันหนุ่มๆมันไปทำกับเจ้านายเก่าไว้มาก หักเขาไปทั่ว แก่ตัวมามันเลยหาเด็กๆโนเกี๊ยะหัวอ่อนมาใช้ดีกว่า เอาอะไรยัดใส่กบาลมันก็รับหมด จะให้มันเป็นม้าใช้ ส่งไปกัดใคร มันเหมือนหุ่นยนต์พิฆาต ไม่ต้องเคยถามว่า ที่เราทำๆนี่มันไม่เหี้ยหรือครับพี่ บ้านเมืองเสียหายนะพี่...ไม่มี!

3.ทั้งหมดนี่เป็นคนกรุงเทพฯ สเป็คตี๋หมวยถูกจริตคนกรุงเทพฯถึง หยุ่นจะเป็นคนสงขลาบ้าสะตอ แต่พอจะหาเด็กออกหน้าจอนี่เห็นไหม ไม่มีเลยที่เป็นเด็กสะตอ จะต่างจากค่ายอื่นๆ หากคุณๆว่างไปเดินเล่นใต้ถุนสภา หรือรังนกกระจอกทำเนียบนี่ ก็ต้องคิดไว้ก่อนว่าภาษาทองแดงถือเป็นภาษาราชการของนักข่าว ส่วนภาษากลางนี่เอาไว้ใช้ถามแหล่งข่าวก็พอ พวกมันคุยกันเองก็สะตอแตกทั้งนั้น...

เด็กกรุงเทพฯไม่พอ ต้องมีเชื้อด้วย คือต้องกากี่นั้งทั้งไอ้เผือก ไอ้หนก ไอ้ฮุย จอมขวัญอะไรพวกนี้กากี่นั้งหมด เพราะมันต้องทำรายการเอาใจคนดูชาวกรุง แล้วก็คนเมือง ซึ่งเป็นกากี่นั้งด้วยกัน ส่วนพวกทองแดง หรือออกลาวนี่หยุ่นก็มีไว้มั่งเป็นไม้ประดับไว้ออกข่าวภูมิภาคอะไรกัน ไป...ไม่เคยมีใครดูพวกมันหรอก

4.ไอ้พวกนี้ต้องแสดงออกทางสีหน้าท่าทางกวนตีนกันทุกตัวอัน นี้มันก็ไม่ได้เป็นมาแต่เกิดนะ พ่อหยุ่นสอนมัน พ่อหยุ่นบอกว่าการทำรายการทีวีมันต้องมีภาษากายแบบรายการทีวีฝรั่ง พวกมึงจะมานั่งทื่อมะลื่อนี่ไม่ได้ เอาให้คนดูเห็นๆว่าพวกมึงเกลียดโกรธ บูชาๆคนที่มึงสัมภาษณ์ หรือกำลังพูดถึงให้เห็นตำตาเลย

ดังนั้นเวลาแก๊งเด็กนรกนี่ออกหน้าจอมันก็ทำตามพ่อหยุ่นมันฝังใส่กบาลมานั่นแหละ...

เดี๋ยวไปว่าต่อแต่ละตัว อันนี้ถือว่าแทรกมุก ให้รู้จักแบ็คกราวนด์ตัวละครพอสังเขป



พื้น ฐานไอ้ฮุยนี่ก็ไม่ได้เป็นนักข่าวสนามมาเหมือนไอ้หนก ความคิดความอ่านการเมืองก็ไม่มีห่าอะไรเลย ก็เหมือนเด็กทั่วๆไปที่เกิดแล้วรู้ความสมัยป๋าเป็นนายกฯ คือวันๆก็โดนกรอกหูกรอกตาด้วยเรื่องซาบซึ้งน้ำตาไหลพราก

ไอ้ฮุยนี่ เป็นเอามากถึงขั้นเมียมันจะคลอดวันที่14ธันวานะ แล้วมันนี่ได้ชื่อว่าเป็นคนกลัวมอสระเอียชนิดได้โล่กับเขาคนหนึ่ง ยังอุตส่าห์พาเมียไปผ่าลูกออกก่อนกำหนด คุณๆเดาไม่ผิดหรอกมันผ่าออกตอนวันที่5ธันวาคมพอดี๊พอดี

เพราะงั้น เวลาไอ้ฮุยเล่าข่าวว่าไอ้เหลี่ยมจะล้มล้าง หรืออีเพ็ญจะจับอาวุธลุยถั่วล้มล้าง หรือไอ้พวกเสื้อแดงหมิ่นอะไรต่างๆนี่ มันก็เลยจะออกมาธรรมชาติมากๆ อันนี้พ่อหยุ่นไม่ต้องล้างสมองมา มันเป็นงี้มาแต่เกิด

แล้วเพราะความฟ่ามของไอ้ฮุย ไอ้หนก จอมขวัญที่ว่ามันไม่มีพื้นฐานงานข่าวสนามมาก่อนหนึ่งหละ แล้วก็ไม่เคยผ่านการเป็นเด็กแอ๊คทิวิสต์ในมหาลัยมาด้วยหละ ไอ้สิ่งที่เรียกว่าconceptual frameworkของมันเรื่องของกิจการบ้านเมือง เรื่องในเชิงidealisticsอะไรทั้งหลายแหล่เพื่อประเทศชาติบ้านเมือง เพื่อสังคมส่วนรวม เพื่อคนด้อยโอกาสคนยากคนจนนี่เลยไม่ต้องมี มันมองไปเจอเสื้อแดงมากันเป็นแสนหลายแสนนี่ ที่มันคิดคือสามแสนคน หัวห้าร้อย คุณกันแล้ว ไอ้เหลี่ยมต้องควักเท่าไหร่วะ?....ขี้ชัดๆนะในหัวไอ้พวกเหี้ยนี่

การ ทำรายการทางเนชั่นมันก็เลยออกมาอย่างเห็นๆ แม่งจะแสดงภูมิปัญญาอะไรได้เพื่อประเทศชาติบ้านเกิด คุณคิดเหรอว่างาช้างมันจะงอกออกมาจากปากหมาเน่าๆอย่างไอ้เหี้ยสองตัวนี่

ไอ้ หนกก็นะ ตอนแรกทำรายการไอ้เผือก เป็นลูกไล่ไอ้เผือกออกแนวหงิมๆคนก็เอ็นดูสงสารมัน มันก็เอาใหญ่อ้อนแฟนๆว่า ผมเป็นคนจีนก็จริงแต่ยากจนอนาถา ตอนเด็กมีแฟนอยู่คน มีปัญญาแค่ซื้อแอ็ปเปิ้ลให้กิ๊กกินลูกเดียว จากนั้นก็พลัดพรากจากกัน...พอมามีหนังแฟนฉันเข้าโรงดังบึ้ม ไอ้นี่ก็เข้าไปเขียนประกาศในห้องเฉลิมไทย เวบไซต์พันทิป สะดีดสะดิ้งบอกอยากพาแฟนฉันสมัยเด็กไปตีตั๋วดูหนังรำลึกความหลังกัน....ไอ้ ดอก!ลูกผัวเค๊ามีมันคิดมั่งมั๊ย

ไอ้พวกเฉลิมไทยก็สะดีดสะดิ้งตอแหล ลุ้นไปกับไอ้เหี้ยหนกกันยกใหญ่ ติดตามกันเหมือนละครน้ำเน่าหลังข่าวพระราชสำนัก เอาไปเอามาไอ้หนกต้องเอาจริงเพราะแรงยุของพวกสะดีดสะดิ้งปัญญาสะตึในเหลิ มไทย ผู้หญิงเขาไม่ยอมออกมา ไอ้ห่ารากนี่เอารถไปตามเขาถึงบ้าน ลากเมียเขาออกมา...ผัวเขาก็นั่งกัดฟันกรอดๆรออยู่ที่บ้าน ไอ้เชี่ย แฟนฉันก็จริง แต่อีนี่มันเมียกูนะสัดดด...!

ส่วนเมียไอ้หนกก็เรื่อง รัยจะปล่อยแม่งไปแหววกับแฟนฉันสองต่อสอง แฟนฉันก็ใช่ แต่ไอ้หนกนี่ผัวกูนะอีดอก มันก็เลยไปนั่งคั่นกลาง...คนทั้งโรงก็ดูไปฮากันไป ส่วนไอ้หนกกับเมียพร้อมกิ๊กนี่นั่งหายใจฟืดฟาดๆๆ กว่าจะจบเรื่องได้ ลงท้ายไอ้เจี๊ยบอีน้อยหน่าไม่แฮปปี้เอ็นดิ้งยังไง

ไอ้หนกกับเมียมัน รวมทั้งแฟนฉันและผัวเขา ก็แทบจะบ้านแตกฉันนั้น...

กลับ มาฝั่งไอ้เผือกมั่ง ตอนนี้ต้องใช้คำว่าเสี่ยนำหน้าแล้ว เพราะรายการถึงลูกถึงเมียฮิตระเบิด เจ๊มิ่งก็เลยจะเปิดรายการใหม่ให้เป็นเรื่องเล่าเสาร์อาทิตย์ ไอ้เผือกเลยต้องไปทาบไอ้หนกมาเป็นลูกไล่ที่ช่อง9 ไอ้หนกเลยได้อาศัยเกาะไอ้เผือกดัง เพราะมันทำตัวน่าเอ็นดูให้ไอ้เผือกสับโขกเล่นเป็นที่บันเทิงของคนดู

ไอ้ เผือกก็สร้างวีรกรรมไว้เยอะที่ช่อง9อย่างรู้ๆกัน เรื่องเงินๆทองๆทั้งนั้น ทั้งอมเงินค่าโคดสะนา100กว่าล้าน ทั้งเรื่องให้คนดูส่งSMSมารายการแล้วแทนที่มันจะแบ่งให้ช่อง9เขา ไอ้ห่ารากนี่อมซะเอง ไหนจะเรื่องtry in หรือโคดสะนาแฝงเวลาเชิญแขกเชิญใครมาออกรายการที่พอจะมีตังค์ไถได้

แต่ คุณงามความดีมันก็มากคือมันสร้างปรากฎการณ์ใหม่ให้วงการเยอะมาก แล้วก็ให้ผมพูดตรงๆนะ มันสลัดเงาของหยุ่นได้พอสมควร คือไม่ต้องเป็นขี้ตีนรับใช้เป็นหุ่นยนต์พิฆาตให้หยุ่น ดังนั้นพวกเสื้อแดงอาจจะไม่ถูกใจมัน แต่อย่าลืมว่าไอ้พวกเสื้อเหลืองก็ด่ามันยับ หาว่ามันเป็นคนของระบอบทักษิณ...ผมว่ามันก็ตรงไปตรงมา อย่างตอนไอ้พวกเหี้ยเหลืองยึดสนามบิน มันก็เล่นตรงๆว่า80ลำนะเว้ยเฮ้ย พวกมึงยึดเขาไว้ มันก็กดดันให้เหี้ยเหลืองปล่อยเครื่องบินตัวประกันได้ พวกมุสลิมก็ได้ไปเมกกะห์ก็เพราะมันออกแรง ไม่งั้นก็แห้งตายอยู่สุวรรณภูมิ....

ไอ้เผือกนี่อย่างน้อยมันก็มี พื้นฐานนักข่าวสนามมา มันมีconceptualของมัน ถึงใครจะด่าว่าออกดัดจริต แต่การที่มันเน้นเรื่อง”สามัคคีประเทศไทย รักในหลวง บลาบลาบลา”…ผมก็ว่ามันไม่ได้เหี้ยเหมือนไอ้หนก ไอ้ฮุยที่มีแต่”คอนเซ็ปชั่ว”ลูกเดียวนะ ว่ามั๊ยสัดดด?

ว่า กันตรงๆคือมันก็คือ”พ่อค้า”คนหนึ่งแหละ มันถือตำรากากี่นั้งว่า”กินขี้หมาดีกว่าค้าความ”มันไม่อยากหาศัตรู จะได้ทำมาหาแดกไปได้เรื่อยๆ แสดงออกว่ากรูเดินสายกลาง ไม่เข้าใครออกใคร

แต่ อย่ามีลูกหลุดถึงตีนกูนะ อย่างรถแก๊สดินแดงตอนสงกรานต์ มันก็ต้องตามน้ำว่า”ก็นี่แหละครับ!”ซักหน่อย....ไอ้เรื่องจะเหี้ยก็คือว่า การที่จะสืบเสาะหาข้อเท็จจริงนี่เสือกไม่ทำ ว่ากันไปตามกระแส ไม่รู้แม่งจริงไม่จริง มันก็ตามน้ำไปก่อน..”ก็นี่แหละครับ คุณผู้ชมครับ”...มึงก็ทำการบ้านหน่อยซีว้าไอ้เผือก....อย่าเสือกมักง่าย มึงมักง่ายก็ต้องโดนกูด่า ...ก็นี่แหละครับ

หลัง รัฐประหาร19กันยา เจ๊มิ่งไป ไอ้เผือกก็หลุดช่อง9 ไปประจำช่อง3มันก็ไม่เดือดร้อนหรอก ก็ยังเป็นเสี่ยเหมือนเดิม จะเดือดร้อนหน่อยก็ไอ้เตี้ยหนกนี่เสือกด่าไล่หลังเพื่อนว่า”กูทำงานกับคนโกง ไม่ได้”

..อ้าว!ไอ้เตี้ยนี่ออกลายเนรคุณเพื่อน มาได้เกิดช่อง9ก็ไอ้เผือกลากมา ไม่งั้นก็แคระตายอยู่ช่องเนชั่น พอเพื่อนล้มไอ้เตี้ยโดดข้ามไม่พอ แม่งขอตื้บฟรี1ดอก ไอ้สัดดด

พอ หลัง19กันยาก็อย่างที่เห็นคือไอ้หนกคนเดียวไม่พอ ไอ้ฮุยตามมาด้วย จอมขวัญตามมาติด หยุ่นตัวพ่อก็มาโผล่ เล่นแม่งเป็นลูกระนาด3 5 7 9 NBT ส่วนTPBSนี่ให้หย่องแดกเรียบ เพราะมันมีข้อตกลงกับปีศาจอย่างที่ผมว่ามาก่อนๆนี้

บางทีหาเรื่อง เล่นไม่เจอ ไอ้ฮุยก็มามุกด้านๆเลย บอกได้ฟอร์เวิร์ดเมล์จากทางบ้าน(ก็ไอ้พวกเหี้ยเหลืองนะแหละ)บอกวันนี้ให้ใส่ เสื้อเหลืองทั้งประเทศนะ เพราะหมอผีเขมรเล่นของสะกดเมืองไทยให้ยกเขาพระวิหารให้มัน....ขอเชิญชวน ประชาชนไทยนะ
ครับทั้งชาติแค่รวมใจใส่เสื้อเหลืองแก้เคล็ด วันนี้เห็นมั๊ยผมยังใส่เสื้อเหลืองออกทีวีเลย


วีณา รัตน์ แซ่เล้านั่งจัดคู่ด้วยอายก็อาย ทุเรศก็ทุเรศเลยแขวะไอ้ฮุยว่าเธอนี่ก็เป็นเอามากนะ จะเล่นของไปถึงไหน เมืองไทยก็มีพระสยามเทวธิราชปกป้องคุ้มครองอยู่แล้ว ไอ้ฮุยนี่มีเคืองออกหน้าจอให้เห็น พอพักโคดสะนากลับมามันก็แก้ตัวดิบๆเลยว่า หันไปเล่นมุมว่ากูนี่ไม่ได้บ้าไสยศาสตร์เว้ย กูนี่ก็วิทยาศาสตร์เหมือนกัน

ว่า แล้วไอ้ฮุยก็เล่าข่าวว่า นอกจากเรื่องไสยดำมนต์เขมรแล้วเนี่ย พอดีวันนี้เกิดสุริยุปราคาด้วย แล้วก็เล่าว่าอันนี้เป็นปรากฎการณ์ทางวิทยาศาสตร์นะ โลกบังดวงจันทร์บังอาทิตย์กี่องศาฟิลิปดาห่าเหวยาวเลย วีณารัตน์ แซ่เล้าได้ทีแขวะว่า”อ่า ไปดูสุริยุปราคานี่ไม่ต้องใส่เสื้อเหลืองดูหรอกนะ...”

ไอ้ฮุยเสือกไม่ขำ รายการจบพอดี วีณารัตน์ แซ่เล้าโดนไอ้ฮุยตบคว่ำหรือเปล่า ข่าวไม่ได้แจ้ง 
****************
ซีรีส์สุดมันส์ชุด 

ลากไส้สื่อเหี้ยม..ม.ม้าหายทุกค่ายทุกเม็ดทุกขดhttp://thaienews.blogspot.com/2011/08/blog-post_396.html

ลงขันสร้ิางหนังนวมทองใกล้เป้ายังขาดแค่8แสน

ที่มา Thai E-News



คณะกรรมการผู้จัดสร้างภาพยนตร์เรื่อง"นวมทอง" เปิดเผยความคืบหน้าล่าสุดในการสร้างระดมทุนสร้างภาพยนตร์ "นวมทอง" ว่า ตอนนี้ได้ยอดระดมเงินเข้าบัญชีระดมทุนมากว่า 2.2 ล้านแล้ว (รวมกับที่ถอนไปจ่ายเป็นค่า Casting นักแสดงก่อนหน้านี้ 105,500 บาท ด้วย ) 

ดังนั้นจึงยังขาดอีกแค่เพียง 8 แสนบาท ก็จะครบตามงบฯ ที่ตั้งไว้ (3 ล้านกว่าบาท) จึงขอเชิญชวนให้พี่น้องเสื้อแดง/ผู้รักประชาธิปไตยทุกท่าน ที่ต้องการมีส่วนร่วมในการเป็นเจ้าของหนังเพื่อประชาธิปไตยเรื่องแรกของพวกเรา รีบระดมทุนเข้ามาให้ไว มิฉะนั้นท่านจะตกขบวนรถไฟเที่ยวนี้ (นะจ๊ะ)

โดยติดตามความก้าวหน้า หรือร่วมสมทบทุนที่เฟสบุ๊ค Redmovie Team คลิ้กที่ http://www.facebook.com/pages/Redmovie-Team/274811049262920

สำหรับความคืบ หน้าในการสร้างภาพยนตร์ ตั้งแต่ปลายเดือน พ.ค. – ปัจจุบัน กำลังอยู่ในช่วง Casting นักแสดง และคาดว่าภายในเวลา 3 เดือนนับจากเริ่มงานในส่วนนี้ (โดยประมาณ) จะได้นักแสดงครบเพื่อดำเนินการสร้างหนังต่อไป
ชื่อบัญชี: นายอภิรักษ์ วรรณสาธพ และนายอานนท์ นำภา และนายปณัท นิตย์แสวง
เลขที่บัญชี: 691 – 0 – 10054 – 9
ธนาคารกรุงไทย สาขาเซ็นทรัลเวิลด์

บัตร นปช.รุ่นใหม่ ใช้ระบุตัวเข้าชุมนุม

ที่มา Voice TV

 บัตร นปช.รุ่นใหม่ ใช้ระบุตัวเข้าชุมนุม



สมัครบัตร นปช.รุ่นใหม่ ใช้ระบุตัวเข้าชุมนุม หากบาดเจ็บ เสียชีวิต สูญหาย จะระบุได้ชัดเจน

ในเวทีการปราศรัยใหญ่ ของพรรคเพื่อไทย ได้มีการตั้งเวที "เพื่อไทยความจริงเพื่อประชาธิปไตย" ครั้งที่ 3 บริเวณพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินฯ วงเวียนใหญ่ใน การนี้ ยังมีซุ้มนปช. เพื่อเปิดรับสมัครสมาชิก นปช. โดย คุณสมบัติเบื้องต้น เป็นคนไทย ไม่จำกัดอายุ ส่วนรายละเอียด ขั้นตอนการสมัครสมาชิก นปช. มีดังนี้



1.เตรียมบัตรประชนหรือใบขับขี่
2.กรอกใบสมัครพร้อมลงชื่อ
3.ชำระเงิน 50 บาท สมาชิกตลอดชีพ
4.ถ่ายรูป
5.รอ1นาทีแล้วรับบัตรเป็น สมาชิก นปช.



ทั้งนี้ หากเป็นสมาชิก นปช. เมื่อเข้าร่วมชุมนุมหากมีการสลายการชุมนุมแล้วสมาชิกได้รับบาดเจ็บ เสียชีวิต สูญหาย จะระบุได้ชัดเจน


28 มิถุนายน 2555 เวลา 18:04 น.

วันพฤหัสบดีที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2555

เพือ่ไทยพบประชาชน วงเวียนใหญ่ สุธรรม อดิศร 28-6-2012

ที่มา speedhorse











นาซ่ายกเลิกโครงการสำรวจอากาศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เหตุไม่ได้รับความร่วมมือจากรัฐบาลไทย

ที่มา ประชาไท

 

เว็บไซต์นาซาเผย ยกเลิกโครงการสำรวจอากาศ SEAC4RS mission ซึ่งตามกำหนดการเดิมจะเริ่มขึ้นในเดือนสิงหาคมปี 2555 ระบุเหตุไม่ได้รับความยินยอม และความร่วมมือกันภายใต้กรอบเวลาที่กำหนดจากรัฐบาลไทย
โดยหน้าเว็บของนาซ่า ซึ่งให้รายละเอียดเกี่ยวกับโครงการดังกล่าว ได้อัพเดทข้อมูลว่าหลังจากรอการอนุมัติจากรัฐบาลไทยเพื่อเห็นชอบความร่วมมือ ในโครงการสำรวจอากาศนั้น วันที่ 26 มิ.ย. ที่ผ่านมา นาซ่าได้ยกเลิกโครงการสำรวจอากาศ SEAC4RS mission ซึ่งตามกำหนดการเดิมจะเริ่มขึ้นในเดือนสิงหาคมปี 2555 ระบุเหตุผลว่าไม่ได้รับความยินยอม และความร่วมมือกันภายใต้กรอบเวลาที่กำหนดจากรัฐบาลในภูมิภาค
ขณะที่เว็บไซต์มติชนรายงานคำ สัมภาษณ์โฆษกสถานทูตสหรัฐประจำประเทศไทยเปิดเผยว่า องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติของสหรัฐ (นาซา) ยกเลิกโครงการศึกษาการก่อตัวของเมฆที่มีผลต่อสภาพภูมิอากาศเอเชียตะวันออก เฉียงใต้ (SEAC4RS) แล้วเนื่องจากรอไม่ได้
นายวอลเตอร์ บราวโนห์เลอร์ โฆษกสถานทูตสหรัฐประจำประเทศไทยกล่าววันนี้ว่า นาซาไม่สามารถรอได้เนื่องจากโครงการจะต้องดำเนินการเฉพาะเดือนสิงหาคมและ กันยายนเท่านั้น แต่คณะรัฐมนตรีไทยมีมติเมื่อวันอังคารให้รัฐสภาอภิปรายเรื่องนี้หลังเปิด สมัยประชุมสภาในวันที่ 1 สิงหาคม ซึ่งเลยกำหนดเส้นตายของนาซาไปแล้ว 1 เดือน โฆษกกล่าวด้วยว่า ยังไม่สามารถบอกได้ว่านาซาจะทบทวนเรื่องโครงการนี้อีกครั้งในปีหน้าหรือไม่
ทั้งนี้โครงการดังกล่าวนั้น มีนายไบรอัน ทูน นักวิชาการด้านจากภาควิชาชั้นบรรยากาศและสมุทรศาสตร์ มหาวิทยาลับโคโลลาโดเป็นหัวหน้า โดยคาดหมายว่าจะเริ่มโครงการวิจัยได้ในเดือนสิงหาคมปีนี้ เพื่อศึกษาสภาพอากาศ และผลกระทบโดยเขากล่าวว่าภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นภูมิภาคที่สำคัญ ของโลก ประชากรกลุ่มใหญ่ของโลกอาศัยอยู่ในภูมิภาคนี้ และเป็นภูมิภาคที่มีทั้งการปล่อยมลพิษทั้งจากไฟไหม้ตามฤดูกาล และจากเมืองใหญ่ต่างๆ ตามปรากฏการณ์ที่ซับซ้อนด้านอุตุนิยมวิทยาไปทั่วภูมิภาค และเมื่อสารเคมีต่างๆ เข้าสู่ชั้นบรรยากาศมันก็จะส่งผลต่อโลกทั้งโลกด้วย รวมไปถึงอาจส่งผลต่อฤดูลมมรสุมด้วย ซึ่งเขาหวังว่าโครงการ SEAC4RS จะทำให้เกิดความเข้าใจต่อปรากฏการณ์เหล่านี้ได้มากขึ้น และโครงการนี้ได้รับความร่วมมือจากนักวิชาการจำนวนมากเพื่อที่จะช่วยกันไข ความเข้าใจเกี่ยวกับชั้นบรรยากาศและถือว่าเป็นโครงการใหญ่อีกโครงการหนึ่ง ของนาซ่า
เจฟรีย์ เรียด จาก นักวิชาการจากสถาบัน Naval Research Laboratory's Marine Meteorological Division in Monterey, Calif หัวหน้าทีมวิจัยผลกระทบด้านรังสี กล่าวว่า นักวิทยาศาสตร์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และสหรัฐต้องการจะพัฒนาการพยากรณ์ ด้านอากาศในภูมิภาคนี้ และเพื่อจะพัฒนาไปได้นั้นเราจำเป็นต้องทำความเข้าใจว่ามลพิษและสภาพอากาศ นั้นเกี่ยวข้องกันอย่างไร และไม่มีที่ใดในโลกที่จะมีความซับซ้อนด้านอุตุนิยมวิทยามากเท่ากับภูมิภาค เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และอาจกล่าวได้ว่าภูมิภาคนี้เป็นภูมิภาคที่ทำการพยากรณ์อากาศได้ยากที่สุดใน โลกด้วย เพราะว่ามีทั้งการปล่อยมลพิษในระดับที่รุนแรงขณะเดียวกันก็มีพื้นที่ที่มี อากาศบริสุทธิ์อย่างยิ่งด้วย
ฮัล มาริง จาก Earth Science Division at NASA Headquarters กล่าวถึงประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับอีกประการจากโครงการนี้คือ ข้อมูลที่แม่นยำขึ้นจากที่เคยได้จากดาวเทียมเพราะว่าพื้นที่เอเชียตะวันออก เฉียงใต้นั้นเป็นพื้นที่ที่ยากมากสำหรับการตรวจจับระยะไกลด้วยดาวเทียม เนื่องจากมักมีเมฆเข้ามาอยูในเส้นทาง ดังนั้นหากใช้การเก็บข้อมูลจากเครื่องบินก็จะสามารถเก็บข้อมูลจากในชั้น บรรยากาศได้ดีกว่าการเก็บข้อมูลจากดาวเทียมที่อยู่เหนือชั้นบรรยากาศ และสามารถนำข้อมูลที่ได้มาเปรียบเทียบกันเพื่อพัฒนาข้อมูลที่ได้จากดาวเทียม



สนนท.จัดกิจกรรม 8 ทศวรรษประชาธิปไตยอำนาจสูงสุดยังไม่เป็นของราษฎรทั้งหลาย

ที่มา ประชาไท

 
สนนท. จัดเสวนาและเวทีวัฒนธรรมรำลึก 80 ปีการปฏิวัติประชาธิปไตย ย้ำอำนาจยังไม่เป็นของราษฎร เพราะอำนาจเก่าขัดขวาง หนุนแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยให้ย้อนกลับไปดูรัฐธรรมนูญฉบับแรกในวันที่ 27 มิ.ย.2475 ที่เป็นประชาธิปไตยสุด
09.30 น. วานนี้(27 มิ.ย.) สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย(สนนท.)และเครือข่ายองค์กรนักศึกษา จัดกิจกรรมรำลึก 80 ปีการเปลี่ยนแปลงการปกครองและมีรัฐธรรมนูญฉบับแรกของไทยในชื่องาน “8 ทศวรรษ ประชาธิปไตย อำนาจสูงสุดยังไม่เป็นของราษฎรทั้งหลาย” ที่ อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา สี่แยกคอกวัว ราชดำเนิน โดยเริ่มด้วยการเสวนาโดยนิสิตนักศึกษาในหัวข้อ “ขบวนการนิสิตนักศึกษากับ เจตนารมณ์คณะราษฎร” และหลังจากนั้นบ่ายโมงได้มีการบรรยาย พิเศษคณะราษฎรในความทรงจำ โดย พันตรีพุทธินาถ พหลพลพยุหเสนา ทายาท พระยาพหลพลพยุหเสนา ต่อด้วย เสวนาวิชาการ หัวข้อ “80 ปี ประชาธิปไตย อำนาจสูงสุดยังไม่เป็นของ ราษฎรทั้งหลาย”โดยมี รศ.ดร.สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ อาจารย์คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ และ ดร.ปิยบุตร แสงกนกกุล จากคณะนิติราษฎร์ เป็นวิทยากร สุดท้ายในช่วงค่ำมีเวทีวัฒนธรรม ดนตรี กวี ละคร เครือข่ายองค์กรนักศึกษา โดยมีผู้เข้าร่วมกว่า 80 คน
นายพรชัย ยวนยี เลขาธิการ สนนท. ได้เปิดเผยถึงวัตถุประสงค์ในการจัดกิจกรรมกับผู้สื่อข่าวว่า “เหตุผลแรกคือเราต้องการรำลึกถึงคุณงามความดีในการนำพาประเทศไทยไปสู่ความ เจริญก้าวหน้าของคณะราษฎรโดยการอภิวัฒน์จากระบอบสมบูรณาญาสิทธิ์มาเป็นระบอบ ประชาธิปไตยที่อำนาจสูงสุดอยู่ที่ประชาชนทั้งหลาย สิ่งเหล่านี้มันบ่งบอกออกมาผ่านตัวรัฐธรรมนูญ ส่วนเหตุผลที่ 2 ต้องการเปิดพื้นที่ให้กับนักศึกษานักกิจกรรมได้มาพูดคุยกันเกี่ยวกับ เหตุการณ์ทางการเมืองว่า 80 ปีผ่านมาแล้วในการปฏิวัติประเทศไทยนี่ เรามีอำนาจสูงสุดหรือยัง ประชาชนมีอำนาจสูงสุด ในมุมมองของนักศึกษาเห็นอย่างไรกับเจตนารมณ์คณะราษฎรเห็นอย่างไรกับ การอภิวัฒน์สยามเมื่อปี 2475”
ความสำคัญของวันที่ 24 และ 27 มิถุนายน 2475 ในมุมมองของนักศึกษา นั้น นายพรชัย ยวนยี ได้สะท้อนออกมาว่า “เป็นการนำพาประเทศไทยไปสู่ความศิวิไลซ์เป็นประชาธิปไตยเหมือนอารยะประเทศ มันได้ทำให้บ้านเมืองได้เจริญรุ่งเรื่องขึ้น แต่จากวงเสวนาของนักศึกษาสรุปสรุปว่า ล้วนมีขบวนการขวางกั้นจากกลุ่มอำนาจเดิม เกิดขึ้นมาโต้การอภิวัฒน์ จนนำมาสู่เหตุการณ์ 2490 เป็นการรวบอำนาจของคณะราษฎรโดยเบ็ดเสร็จ มันทำให้ประชาธิปไตยในบ้านเรายังอ่อนแอเพราะยังมีกลุ่มเหล่านี้อยู่จนถึง ปัจจุบัน ในมุมมองของนักศึกษาที่เห็นส่วนนี้ร่วมกัน”
“และได้โยงถึงการโต้กลับที่ว่าคณะราษฎรชิงสุกก่อนห่ามที่ฝ่ายอำนาจเก่า ล้วนพูดถึงกัน นักศึกษาก็ได้พูดว่าสิ่งเหล่านี้มันไม่จริงเลยเพราะว่าสาเหตุของการปฏิวัติ สยามของคณะราษฎรสาเหตุวัตถุประสงค์แรกคือการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองจาก สมบูรณาญาสิทธิ์มาเป็นประชาธิปไตย ส่วนวัตถุประสงค์ที่ 2 เพื่อพัฒนาชาติไทยตามหลัก 6 ประการที่คณะราษฎรกล่าวไว้ ไม่ว่าจะเป็นหลักเอกราช หลักความปลอดภัย เศรษฐกิจ สิทธิเสรีภาพ ความเสมอภาคและการศึกษา ซึ่งในมุมมองนักศึกษาได้มองเห็นร่วมกันว่า หลักที่เรามองเห็นก็คือหลักที่ 6 คือหลักการศึกษาเราจะพบว่าการศึกษาที่คณะราษฎรได้มอบให้คณะราษฎรก็ได้ทำจริง ไม่ว่าจะเป็นการตั้งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ไม่ว่าจะเป็นการให้ความรู้ในต่าง จังหวัด สิ่งเหล่านี้ในปัจจุบันการศึกษากลับถูกครอบงำโดยกลุ่มอำนาจเก่าหมด เพราะการศึกษาเป็นสิ่งสำคัญมากเขาต้องการควบคุมทางความคิด สิ่งเหล่านี้มันแสดงออกผ่านมาปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นหนังสือเรียก แนวคิดในการศึกษาที่อำนาจอยู่ที่ผู้บริหาร โดยที่อำนาจการตัดสินใจไม่ได้อยู่ที่นักศึกษาเลย
ตัวอย่างที่เห็นเป็นรูปธรรมมากที่สุดคือการนำมหาวิทยาลัยออกนอกระบบเพื่อ ให้อำนาจสูงสุดอยู่ที่ฝ่ายบริหารโดย แม้กระทั้งมหาวิทยาลัยก็ไม่มีประชาธิปไตย และที่พูดกันมากในวงนักศึกษาก็คือสื่อมวลชนว่า สื่อเกิดจากการมีเสรีภาพมีประชาธิปไตย แต่เราจะพบว่าสื่อกลับเป็นตัวขัดขวางประชาธิปไตยเองเสียด้วยซ้ำเพราะว่าใน ส่วนหนึ่งมีการประโคมข่าวด้านเดียวการไม่พูดความจริง แม้กระทั้งเดือนนี้เป็นมิถุนาสื่อก็แทบไม่พูดถึง สิ่งเหล่านี้เป็นการบั่นทอนประชาธิปไตย” นายพรชัย ยวนยี กล่าว
เหตุผลที่จัดงานรำลึกในวันที่ 27 มิถุนายน นั้น เลขาธิการ สนนท. ได้ให้เหตุผลว่า “เรามองเรื่องรัฐธรรมนูญเป็นหลัก และส่วนหนึ่งวันที่ 24 มีหลายกลุ่มจัด ซึ่งวันที่ 27 ประเด็นที่ร้อนแรงในปัจจุบันคือการแก้ไขรัฐธรรมนูญของรัฐบาล ของรัฐสภาเอง เราอยากให้คนในสังคมย้อนกลับไปดูว่าการปฏิวัติประเทศ 2475 ได้รัฐธรรมนูญมา ผมคิดว่ารัฐธรรมนูญที่น่าจะเป็นประชาธิปไตยมากที่สุดฉบับหนึ่งก็คือรัฐ ธรรมนูญวันที่ 27 มิถุนายน 2475 ของคณะราษฎร แม้จะเป็นการไม่สมยอมของกลุ่มอำนาจเดิมที่ให้คำว่าชั่วคราวเพื่อกลับไปแก้ไข กันใหม่ แต่ผมคิดว่าเป็นฉบับหนึ่งที่เป็นประชาธิปไตยตามอารยะประเทศมากที่สุดก็เลย จัดงานวันนี้ขึ้น
นายพรชัย ยวนยี กล่าวอีกว่า “ตอนนี้ สนนท. ก็ได้จับตาดูการแก้ไขรัฐธรรมนูญอยู่ว่ากระบวนการแก้ไขของจะเป็นอย่างไร เราจะเห็นบ่อยครั้งว่าต้องการตั้ง สสร. ขึ้นมา มี 99 คน มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นฉบับใหม่ที่เป็นประชาธิปไตยขึ้น แต่ส่วนมันคลายๆกับว่าคุณมีเป้าหมายในตัวเองแล้ว การแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มีเป้าหมายในตัวเองแล้ว โดยที่ยืนอิงกับผลประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นพรรคการเมือง ไม่ว่าจะเป็น ส.ส. ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มผลประโยชน์อื่นๆ ซึ่งการแก้ไขแบบนี้เรามองว่ามันมีข้อเสียคือมันไม่ได้แก้ทั้งฉบับมันไม่ได้ แก้ตัวที่เป็นปัญหาจริงๆ หมวดทั่วไปหมวดพระมหากษัตริย์ก็ไม่แก้ ทุกอย่างมันเป็นปัญหาแต่ไม่ได้แก้กลับแก้กับตัวที่เป็นปัญหากับพวกตัวเอง เท่านั้น เราต้องการให้กลับไปดูรัฐธรรมนูญ 2475 ฉบับชั่วคราวว่ามันสำคัญ มันเป็นพื้นฐานของประชาธิปไตยด้วยซ้ำ การแก้ต้องมาจากทุกคนต้องมาจากการเห็นพ้องของทุกคนมีกระบวนการที่เป็น ประชาธิปไตยและทำให้ทุกคนยอมรับได้ เพราะการยอมรับมันเป็นสิ่งที่สำคัญ”
นอกจากวันที่ 27 มิ.ย.จะเป็นวันครบรอบ 80 ปีการมีรัฐธรรมนูญฉบับแรกแล้ว ยังเป็นวันครบรอบ 78 ปีของการสถาปนามหาวิยาลัยธรรมศาสตร์และการเมือง นายรักษ์ชาติ วงศ์อธิชาติ รองเลขาธิการ สนนท. และอดีตอุปนายกองค์กรนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในฐานะนักศึกษาธรรมศาสตร์ด้วยมองว่า “เรื่องแรกเลยคือว่าคนส่วนใหญ่ยังไม่รู้เลยว่าวันนี้เป็นวันสถาปนา มหาวิทยาลัยน้อยคนมากเลย ดูจากใน facebook นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เพื่อผมครึ่งหนึ่งก็ไม่มีใครรู้หรือพูดถึงวัน สถาปนามหาวิทยาลัย วันปรีดียังพอรู้บ้าง แต่ว่าวันสถาปนานี่แทบไม่มีใครรู้เลย แล้วก็ไม่มีใครรู้ว่ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เกิดมาจากอะไร เกิดจากคณะราษฎรที่ตั้งขึ้นมาส่งเสริมประชาธิปไตย ให้ราษฎรได้มีโอกาสได้เรียนรู้ ตอนนั้นก็มีจุฬาฯแล้วก็มีธรรมศาสตร์ขึ้นมา พอนักศึกษามีรู้แล้วอย่าหวังเลยว่าวันที่ 24 มิถุนา จะมีคนรู้ เพราะ 27 มิถุนา ก็คือผลผลิตจากวันที่ 24 มิถุนา”
นอกจากนี้ นายรักษ์ชาติ วงศ์อธิชาติ  กล่าวถึง 78 ปีของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการเมืองว่า “การเปลี่ยนแปลงคนจะไปมุ่งที่การเปลี่ยนชื่อมหาวิทยาลัยซึ่งผมคิดว่าการ เปลี่ยนชื่อมหาวิทยาลัยก็ไม่ได้สำคัญเท่าไหร่ เปลี่ยนชื่อไปแต่คุณยังเน้นสิทธิเสรีภาพเท่าเดิมผมก็ยังโอเค 14 ตุลา 6 ตุลา นักศึกษาก็ยังอยู่ ดังนั้นการเปลี่ยนชื่อไม่ได้ลดพลังลงไป ผมว่าสิ่งที่มันลดลงไปคือการศึกษาในปัจจุบันมากกว่าที่มันด้อยลง คุณภาพของการศึกษาเองที่มันด้อยลง จากมหาวิทยาลัยรัฐที่เป็นตลาดวิชาที่เป็นมหาลัยเปิดเหมือนรามคำแหงก็เป็นมหา ลัยปิดค่อยๆคัดคนออกไปเรื่อยๆ มีพิเศษขึ้นมาจ่ายค่าเทอมแพงกว่าได้เรียนดีกว่าอย่างนี้ก็มีเพิ่มขึ้นมา แล้วก็เกือบออกนอกระบบอย่างเต็มตัวแล้ว ตรงส่วนนี้ต่างหากที่มีมันทำให้คุณภาพมหาวิทยาลัยที่อาจจะด้อยลงไปบ้าง แล้วก็หลายๆเรื่องเอง เช่น บุคลากรเอง เรื่อความคิดทางการเมืองหลายๆอย่างเองของในปัจจุบันนี่ มันส่งผลทำให้นักศึกษาในมหาวิทยาลัยหรือตัวมหาวิทยาลัยก็ไม่ได้ทำตาม เจตนารมณ์ของดั้งเดิม”
“ตอนนี้ผมว่าราษฎรต่างหากที่ดับกระหายมหาวิทยาลัย นักศึกษาที่จ่ายค่าเทอมให้มหาวิทยาลัยคงอยู่ได้โดยที่มหาวิทยาลัยตอบโจทย์ นักศึกษาแค่ไหนนี่ก็ยังน้อยอยู่ และในท่าพระจันทร์เอง นักศึกษาก็พูดกันว่ากลายเป็นพลเมืองชั้น 2 ของมหาวิทยาลัย เพราะที่จอดรถยังไม่มีเลย สิ่งอำนวยความสะดวกของปริญญาตรีก็น้อยมาก ทั้งๆที่ปริญญาตรีในท่าพระจันทร์จ่ายค่าเทอมแพงกว่าด้วยซ้ำ อันนี้ก็เป็นเรื่องที่พูดกัน หรือว่าหลายๆอย่างเช่นเมื่อปีที่แล้วอธิการออกมติว่าห้ามใช้สถานที่(กรณีคณะ นิติราษฎร์ทำกิจกรรมเสวนาเกี่ยวกับกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ หรือ ม.112) หรือว่าหลายๆอย่างที่ท่านอธิการหรือฝ่ายบริหารทำนี่ก็ไม่ได้ตรงตามเจตนารมณ์ คณะราษฎรตั้งไว้เลย ทั้งนี้ทั้งนั้นผมไม่คิดว่าเรื่องนั้นจะสามารเอามาอ้างได้เท่าไหร่ คือเท่ากับสิ่งที่เป็นหลักสากลที่คนยึดถือมหาวิทยาลัยทุกมหาวิทยาลัยควรจะ เป็นที่ๆให้นักศึกษามีสิทธิเสรีภาพ คือเป็นที่ๆเราสามารถมีเสรีภาพในการแสดงออกในสิ่งที่เราต้องการ สิ่งที่เราจะพูด เราควรจะต้องมีสิทธิเสรีภาพในมหาวิทยาลัยอย่างเต็มที” นายรักษ์ชาติ วงศ์อธิชาติ  กล่าวทิ้งทาย

ภาพกิจกรรม :
  

นายมาร์คจึงเป็นเสมือนภาพของนักการเมืองไทยที่"พูดอย่างทำอย่าง"

ที่มา thaifreenews




จากคุณ   : คนอุบล

  บางครั้งผมก็นึกชมพรรค ปชป.มากๆเหมือนกัน
โดยเฉพาะ นายมาร์ค หน.พรรค..ว่าทำไม..ดูดีมีระดับ จัง
โดยเฉพาะเวลาพูดทำให้ตนเองดูเป็นคนดีคนเก่งความคิดความอ่านดี
พูดน้ำไหลไฟดับ..ไม่เหมือน นายกปูของผมที่พูดผิดบ่อยๆ
ยิ่งมาระยะหลังๆที่คนไทยชักๆจะลืมผลงานนายมาร์คสมัยเป็นรัฐบาล
(ทั้งๆที่พึ่ง ปีที่แล้วเอง) นายมาร์คก็ชักพูดมากเหมือนเดิม
ทำเนียนลืมผลงาน(เลวๆ)ที่ตนเองทำไว้อย่างมากมาย

ผมถูกสอนมาตั้งแต่เด็กว่า..คนเราต้องมีความซื่อสัตย์
เตี่ยผมท่านจะสอนผมมากเรื่องนี้..ว่าถ้าเราอยากทำการค้าเจริญรุ่งเรือง
เริ่มต้นคือ.."ความซื่อสัตย์"..ที่เป็นต้องบันไดขั้นที่หนึ่งในการทำธุรกิจ
ซื่อสัตย์ต่อตนเองและผู้อื่น..ดังนั้นการสร้างเครดิตในวงการค้า
จึงเริ่มด้วย.."วาจาเป็น สัจจะ"พูดคำไหนคำนั้น...พูดแล้วไม่เสียคำพูด

แต่ นายมาร์คคนนี้..
ตั้งแต่ผมเคยรู้จัก สมัยเป็นฝ่ายค้านพูดอย่าง...พอมาเป็นนายกฯก็พูดอีกอย่าง..
จนอยู่ดีๆมีผู้หญิงที่กล้าหาญไปยกป้าย"ดีแต่พูด"
ตั้งแต่นั้นมาสมญานามนี้ก็ติดตัวนายมาร์คไปทุกแห่งทุกเวลาและคงติดไปจนตาย..
เพราะนายคนนี้ "ดีแต่พูด" จริงๆ

นายมาร์คจึงเป็นเสมือนภาพของนักการเมืองไทยที่"พูดอย่างทำอย่าง"....
ไม่ต้องรับผิดชอบคำพูดตนเอง..คิดอยากพูดอะไรก็พูด..พูดไปเรื่อยๆ..
อะไรที่จะเป็นประโยชน์กับตนกับพรรคของตนก็พูดไป..ถ้าวันข้างหน้าไม่ใช่..ก็ค่อยพูดใหม่


เราจึงได้ยิน..พระวิหารเป็นของเค้า..แต่ดินใต้พระวิหารเป็นของเรา...??
ผมฟังทีแรกยังงง..คิดได้ไงนี่..แล้วก็มีคนไทยกลุ่มหนึ่งเชื่อ..
สุดท้าย..ก็เกิดสงครามกันจนคนล้มตายมากมาย..เพราะ"นายกรู้คนเดียว..." 


มาวันนี้เอาอีกแล้ว..เริ่มต้นจากทักษิณให้สหรัฐมาตั้งฐานทัพเพื่อแลกวีซ่า...
แถมยก ม.190 มา...และบอกเรื่องนี้ถ้าไม่เข้าสภา..ก็ต้องให้คณะตลกชี้มูล..?

5555..พอพูดถึง คณะ ตลก ไม่ว่าลูกเด็กเล็กแดงก็รู้ว่า..อนาคตจะเป็นอย่างไร.? 


เพราะฉะนั้น..ก็เลยถอยดีกว่า..แต่พอถอย..นายคนนี้ก็ออกมาหยามหยัน..
ว่า..ถ้ามันดีสำหรับประเทศทำไมไม่เดินหน้า..
ห่วย.!..นายคนนี้..ท่าจะบ้า.. สามารถเอาทุกเรื่องมาเป็นประเด็นให้ตนเองดูดีตลอด


ชะช้า...แถมตอดอีกว่า.. ถ้าเชื่อฝ่ายค้าน..บ้านเมืองก็จะไม่วุ่นวายอย่างนี้...สุดยอดจริงๆ

   ผมแม้จะเป็นคนบ้านนอกคอกนา..เรียนมาน้อย..แต่ที่สำคัญเชื่อเรื่องความจริงใจ
เชื่อว่า..คนเราต้องมีความจริงใจ..ไม่หน้าไหว้หลังหลอก..ไม่กลับไปกลับมา..
ต้องยืนหยัดในสิ่งที่ถูกต้อง..สิ่งใดดีก็ต้องดี..สิ่งใดไม่ดีก็ต้องไม่ดี..
ไม่ใช่เพื่อผลประโยชน์ของตนและพรรคพวก..ก็ยอมกลืนเสลดที่ตนเองถ่มออกมา..

นายคนนี้กลับสามารถเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา..เพื่อให้ตนเองอยู่ข้างชนะตลอดเวลา... นี่เป็นเรื่องน่ารังเกียจอย่างยิ่ง..

แต่ที่น่าอัศจรรย์กว่านั้น...คือ.. ยังมีคนหลงเชื่อหลงศรัทธานายคนนี้อีก...
เป็นสิ่งที่ผมนึกไม่ถึงจริงๆ....

http://www.pantip.com/cafe/rajdumnern/topic/P12298689/P12298689.html

ปรองดอง ฉบับสุเทพ ?

ที่มา thaifreenews

  นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ได้นำเอกสารกว่า 270 หน้า 
เข้าชี้แจงต่อ คอป. แต่ไม่ให้ผู้สื่อข่าวเข้าฟังการชี้แจง 
ทั้งนี้ทางคอป.ได้ขอให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ
แสดงความคิดเห็นเรื่องแนวทางปรองดองต่อคอป.
โดยนายสุเทพ...ออกมาให้ข่าวเสนอแนวทางปรองดองฉบับนายสุเทพดังนี้








1.หากจะปรองดองจริง ฝ่ายของอดีตนายกฯ ทักษิณและบริวารทั้งหลาย 
ต้องยอมรับความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมาย 
และเลิกทำตัวเป็นปฏิปักษ์ต่อองค์กรตรวจสอบที่ถูกต้องตามกฎหมาย 


2. กลุ่มเสื้อแดงก็ต้องสลายตัวเลิกโรงเรียนแดงถ้าจะต่อสู้ทางการเมืองก็มาตั้ง พรรคการเมืองสู้กันตามระบบ หรือไม่ก็ไปเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย 
อย่าเอากำลังอาวุธมาข่มขู่ทำร้ายกัน
3.ให้ คอป.เป็นผู้บริหารโครงการที่จะสานเสวนากับประชาชนทุกภาคส่วนทั่วประเทศ 
เพื่อให้เกิดความเข้าใจและร่วมกันแก้ปัญหาด้วยการปรองดอง 


4.ถ้า คอป.ไม่รับหรือรัฐบาลไม่ให้ทำก็ให้ไปหาหน่วยงานอื่น
ที่เป็นกลางขึ้นมาทำหน้าที่แทน แต่ต้องไม่ใช่หน่วยงานของรัฐ หรือราชการ 
เพราะไม่ได้ผลแน่นอน 
**ที่เสนอเช่นนั้นเพราะ คอป.รู้เรื่องนี้ดีมาตั้งแต่ต้น 
ส่วนรัฐบาลจะตอบรับหรือไม่นั้นตนไม่คิดหวังอะไรจากรัฐบาลนี้
เพราะเมื่อ คอป.ต้องการให้เสนอความเห็นตนก็ทำไป




"สุเทพ เทือกสุบรรณ" เข้าชี้แจงการสลายม็อบแดง เมษายน 53 ต่อ คอป. 
พร้อมมอบเอกสาร กว่า 270 หน้า ห้ามสื่อฟังข้อมูล 
โดยทางคอป.ขอความเห็นเรื่องปรองดอง
จากนายสุเทพ เทือกสุบรรณ 




     


สรุปข่าวโดย ice angel TFN

ล้านคำบรรยาย การ์ตูนเซีย 28/06/55 พวกล้มล้างระบบการปกครองตัวจริง...

ที่มา blablabla

โดย 

 ภาพถ่ายของฉัน




องค์กรเถื่อน พวกอุบาทว์ ทาส.."คนมันชั่ว"
สร้างหม่นมัว ย่อยยับ นับไม่ไหว
สารพัด โคตรชั่ว ตัวจัญไร
ผู้สถาปนา ระบอบใหม่ ใช่..ตัวจริง....


เฉกล้มล้าง การปกครอง สนองตัณหา
กี่มารยา ก็รู้ทัน มันทุกสิ่ง
หาช่องเล็ก ช่องน้อย คอยประวิง
หลอกเหมือนลิง เลี่ยงหลบ บัดซบนัก....


เลียส้นตีน พรรคชั่ว ตัวสถุน
ทดแทนคุณ ไม่ว่างเว้น เห็นประจักษ์
ร้อยเรื่องเลว ร่วมผนึก คอยยึกยัก
เข้าหาญหัก ฝั่งตรงข้าม หยามประชา....


เลือกตั้งแพ้ ซ้ำซาก ยังกาก..ถ่อย
เติมด่างพร้อย ด้วยอุบาทว์ สมชาติหมา
แก๊งค์ห่าลาก ที่เย้ายวน ป่วนสภา
ยังดาหน้า ย้อนยอก เล่นนอกเกมส์....


ตุลาการธิปไตย แบบไทยนี้
พวกอัปรีย์ บอกเข้ายุค สร้างสุขเกษม
สาวกโง่ ระริกระรี้ สุดปรีด์เปรม
เลวเต็มๆ กลับเชิดชู ดูมันทำ....


๓ บลา / ๒๘ มิ.ย.๕๕

คำสาปแช่งไม่ศักดิ์สิทธิ์จริง

ที่มา การ์ตูนมะนาว


ข่าวส่งเสริมคนดี

จำนวนผู้เข้าเยี่มมชม

link to affordable web hosting
Powered by web hosting provider .

สถิติการเข้าชม DMNEWS

eXTReMe Tracker