บล็อคข่าวส่งเสริมคนดี (รักดีหามจั่ว รักชั่วหามเสา หามจั่วก็หนักนะ)

ข่าวจากสื่อ

บทความจากสื่อ

วันเสาร์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2553

ทำคดี "บิ๊ก" สตง.ให้กระจ่าง พิสูจน์ ป.ป.ช.2 มาตรฐาน?

ที่มา มติชน
โดย ประสงค์ วิสุทธิ์

บรรดาคดีที่กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติ (นปช.) และพรคคเพื่อไทยข้องใจว่า การทำงานของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ใช้ 2 มาตรฐานดึงเรื่องให้ล่าช้านั้น นอกจากเรื่องการถอดถอนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีและพวกในหลายข้อหาแล้ว


ยังมีคดีที่มีการกล่าวหา คุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ว่า ทุจริตในหลายเรื่อง


ในคดีคุณหญิงจารุวรรณนั้น แม้กลุ่ม นปช.และพรรคเพื่อไทยไม่ออกมาเคลื่อนไหวกดดัน คณะกรรมการ ป.ป.ช.ก็ควรเร่งไต่สวนเพราะ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) มีอำนาจหน้าที่ในการตรวจสอบการใช้เงินและการทุจริตของหน่วยงานรัฐ


ถ้าผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินเองยังถูกกล่าวหาว่า ทุจริตและไม่ทำความจริงให้กระจ่าง จะมีหน้าไปตรวจสอบและกล่าวหาว่า ผู้อื่นทุจริตได้อย่างไร


ในทางตรงกันข้าม ถ้าผลไต่สวนออกมาว่า ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินไม่มีความผิด(ต้องให้สาธารณชนตรวจสอบผลการไต่สวนได้ด้วย) จะทำให้สามารถทำหน้าที่ได้อย่างเต็มภาคภูมิ และไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลังเกี่ยวกับคดีความต่างๆอีก


จากคำชี้แจงของคณะกรรมการ ป.ป.ช.พบว่า ได้ตั้งอนุกรรมการไต่สวนคุณหญิงจารุวรรณกับพวก 2 เรื่อง(มีนายภักดี โพธิศิริ เป็นประธาน)ดังนี้


หนึ่ง กรณีอนุมัติให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมหลักสูตร "ผู้บริหาร/ผู้เชี่ยวชาญยุคใหม่" และผู้ติดตาม เดินทางไปศึกษาดูงาน ณ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ประเทศฝรั่งเศส สวิสเซอร์แลนด์และอิตาลี โดยมีการเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายโดยมิชอบ


มีการกล่าวหาว่า ในการเดินทางดังกล่าวช่วงพฤศจิกายน 2546 สตง.ได้ขอตั๋วเครื่องบินฟรีไป-กลับจากการบินไทย จำนวน 10 ใบโดยอ้างว่า เพื่อใช้ในการเดินทางไปฝึกอบรม แต่กลับเอาชื่อลูกสาว-น้องสาวของ"บิ๊ก สตง."ไปใส่ในตั๋วฟรี 2 ที่นั่ง และยังเบิกค่าใช้จ่ายในส่วนค่าตั๋วที่ได้ฟรีทั้ง 10 ใบด้วย


สตง. ทำสัญญาจ้างบริษัท คาริสม่า แทรเวล เซอร์วิส เป็นเงิน 3.12 ล้านบาท เป็นผู้ให้บริการนำคณะของ สตง.จำนวน 40 คน ไปดูงานซึ่งในสัญญาระบุว่า ค่าจ้างดังกล่าว รวมตั๋วเครื่องบินไป-กลับโดยสายการบินไทยชั้นนักท่องเที่ยวด้วย


แต่ข้อเท็จจริง มีผู้เดินทางไปกับคณะรวม 42 คนเพิ่มจากที่ระบุไว้ในสัญญาได้แก่ น้องสาวและลูกสาวของ "บิ๊ก สตง." รายดังกล่าว


ตรงนี้มีการกล่าวหาว่า ทั้งๆ ที่ใช้ตั๋วฟรีถึง 10 ใบแต่ไม่มีส่วนลดจาก 3.12 ล้านบาท เพราะเป็นค่าใช้จ่ายในส่วนของลูกสาวและน้องสาว"บิ๊ก สตง."


อย่างไรก็ตามนายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส รองผ้ว่าการตรวจเงินแผ่นชี้แจงว่าไม่มีการอมตั๋วเครื่องบินที่ได้รับมาฟรีแต่อย่างใด แต่เป็นความผิดพลาดในการออกตั๋วของการบินไทยที่นำเอาชื่อของลูกสาวและน้องสาวไปใส่ในตั๋วที่ฟรีรวมกับเจ้าหน้าที่ของ สตง.อีก 8 คนทั้งที่ ลูกสาวและน้องสาว"บิ๊ก สตง."ได้ชำระเงินค่าตั๋ว2 ที่นั่งด้วย ทำให้เสียโอกาสไม่ได้รับการสะสมไมล์(ตัวกรุ๊ปทัวร์มีสะสมไมล์?)


นายพิศิษฐ์ยืนยันว่า ไม่มีการทุจริตเรื่องนี้โดยดูได้จากการเบิกจ่ายเงินค่าตั๋วเครื่องบินจาก สตง.ว่า มีการเบิกจ่ายเพียง 30 คน จากผู้เดินทาง 42 คน


เมื่อดูข้อเท็จจริงเบื้องต้นแล้ว คดีนี้ไม่มีความซับซ้อน สามารถตรวจสอบได้จากเอกสารหลักฐาน เช่น การเบิกจ่ายเงินเงินจาก สตง.ที่จ่ายให้บริษัททัวร์ 3.12 ล้านบาทว่า รวมค่าตั๋ว 40 ใบหรือไม่หรือคิดแค่ 30 ใบ, ขั้นตอนการออกตั๋วฟรีกับตั๋วซื้อแยกจากกันชัดเจน(ถ้าไม่มีการสั่งให้ส่งชื่อให้จะออกตั๋วฟรีได้อย่างไร) หลักฐานการจ่ายเงินของลูกสาวและน้องสาว"บิ๊ก สตง."


สอง กรณีการเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางและค่าที่พักในการจัดอบรมตามโครงการประชุมสัมมนาผู้บริหารที่จังหวัดน่านโดยมิชอบ


มีการกล่าวหาว่า เป็นการจัดสัมมนาบังหน้าเพื่อสามารถเบิกค่าเบี้ยเลี้ยงได้ เพราะความจริงแล้ววันดังกล่าว สตง.จัดทอดกฐินหลวง แต่การเดินทางไปทอดกฐินหลวงไม่สามารถเบิกค่าเบี้ยเลี้ยงได้ เลยทำเป็นจัดสัมมนาในวันเดียวกัน แต่ทำเป็นขอยกเลิกในภายหลัง แต่ได้เบิกเบี้ยเลี้ยงเข้ากระเป๋าไปแล้ว


ประเด็นนี้ตรวจสอบได้ง่ายมากว่า มีการจัดกฐินหลวงในวันและสถานที่เดียวกันหรือไม่ มีการเบิกค่าเบี้ยงเลี้ยงอย่างไร น่าจะสามารถสรุปข้อเท็จจริงได้ในไม่กี่วัน


ที่สำคัญ ถ้าผู้บริหาร สตง.บริสุทธิ์ใจควรให้ความร่วมมือกับ ป.ป.ช.ในการไต่สวน แต่เท่าที่ทราบ เมื่อเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ไปขอข้อมูล กลับมี"เจ๊"บางคนเรียกเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ไปต่อว่า และพูดทำนองว่า มีผู้ร้องเรียน ป.ป.ช.มาที่ สตง.จำนวนมาก แต่ ทาง สตง.เก็บเรื่องไว้ไม่สอบ


การพูดในลักษณะดังกล่าว อาจทำให้เข้าใจได้ว่า เป็นการ "ทวงบุญคุณ" หรือ "ข่มขู่ทางอ้อม"

บทสรุป 3 นายพล

ที่มา ข่าวสด

คอลัมน์ ชกไม่มีมุม

วงค์ ตาวัน



ท่ามกลางข้อมูลที่หลั่งไหลจากผู้รู้ทางกฎหมาย ทำให้ความเชื่อตามสูตรเดิมๆ ที่ว่า มติของป.ป.ช.ไม่สามารถลบล้างด้วยมติขององค์กรอื่นใดได้ เริ่มคลอนแคลน

รายละเอียดทางกฎหมายบอกว่า มติของก.ตร.หรือคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หลังรับพิจารณาอุทธรณ์ จาก 3 นายตำรวจที่โดนป.ป.ช.ชี้มูลลงโทษร้ายแรงนั้น

ก.ตร.สามารถทำได้

เพราะเป็นการรับอุทธรณ์ตามที่พ.ร.บ.ตำรวจให้อำนาจไว้ และพ.ร.บ.ของป.ป.ช.เองก็ชี้ช่องให้สามารถอุทธรณ์ได้ด้วย

ทั้งกฎหมายตำรวจและกฎหมายป.ป.ช.สอดรับกัน ไม่ขัดแย้งกัน

รวมทั้งไม่ขัดรัฐธรรมนูญ

แล้วผู้รู้ทางกฎหมายทุกสำนักชี้ตรงกันว่า มติของก.ตร.ในเรื่องนี้ องค์กรที่เกี่ยวข้องต้องปฏิบัติตามในทันที ไม่เช่นนั้นจะเกิดปัญหาตามมาไม่สิ้นสุด!

นายตำรวจทั้งสาม เมื่อพ้นโทษในคดีม็อบ 7 ต.ค. 51 และคดีม็อบอุดรธานีแล้ว

ต้องได้รับตำแหน่งหน้าที่กลับคืน

นายกฯอภิสิทธิ์ต้องคืนสถานะเดิมให้กับพล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ!

เพื่อบันทึกเอาไว้ในประวัติราชการว่า เกษียณอายุราชการในวันที่ 30 ก.ย. 2552

สำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องรับพล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว และพล.ต.ต.เพิ่มศักดิ์ ภราดรศักดิ์ กลับเข้ารับราชการ

นายตำรวจทั้งสาม รับราชการมายาวนานกว่า 30 ปี ไม่มีเรื่องประพฤติเสียหายร้ายแรง

ไม่เคยทุจริตคอร์รัปชั่น ไม่เคยโกงกินกับการจัดซื้อจัดจ้างหลายพันล้าน

จะอดรับเงินบำนาญหลังเกษียณอายุราชการ ทั้งที่ไม่ได้โดนลงโทษในคดีทุจริตและประพฤติชั่วร้ายแรงอะไรเลยหรือ!?

ข้อกล่าวหานายตำรวจเหล่านี้ คือ การปฏิบัติหน้าที่ในเหตุการณ์ม็อบ

ทั้งที่พล.ต.อ.พัชรวาท ผบ.ตร.ขณะนั้น คือผู้ประนีประนอมกับม็อบ ไม่ใช่ตำรวจบ้าอำนาจซาดิสต์แต่อย่างใด

ควรจะต้องพิสูจน์กันอย่างเปิดเผยและโดยผู้เชี่ยวชำนาญที่ทุกฝ่ายเชื่อถืออย่างแท้จริง

ต้องมีผู้ชดใช้หนี้ชีวิตให้กับประชาชนผู้บริสุทธิ์ที่เสียชีวิตในเหตุการณ์ 7 ต.ค.

แก๊สน้ำตาทำให้ตายได้จริงหรือไม่ และผู้ตายเสียชีวิตด้วยอาวุธใดกันแน่

ดีกว่าปล่อยให้อึมครึม แล้วนำเอาความเลวร้ายในเหตุการณ์นี้มาเป็นเครื่องมือ

เพื่อทำลายล้างศัตรูคู่อาฆาตกันเท่านั้นเอง!

มหกรรมตบเท้า

ที่มา ข่าวสด

คอลัมน์ เหล็กใน




ขุนทหารใหญ่น้อยตบเท้าพึ่บพั่บยิ่งกว่ามหกรรม

เพื่อแสดงพลังให้กำลังใจพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.

พร้อมๆ กับกดดันพล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ผู้ทรงคุณวุฒิ ทบ. ยุติการดูหมิ่นผู้บังคับบัญชา

พล.ต.คนเดียว ตำแหน่งเพียงผู้ทรงคุณวุฒิ ทำเอาปั่นป่วนไปทั้งกองทัพ!

มหกรรมตบเท้าห่างหายจากกองทัพนานแล้ว

และที่ผ่านมาการแสดงพลัง มักเป็นปัญหาระหว่าง "นาย" กับฝ่ายการเมือง

ไม่ใช่ "นาย" กับลูกน้อง หรือกับทหารด้วยกันเองเหมือนตอนนี้?

ยุคเก่าก่อนพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ สมัยนั่งผบ.ทบ.ควบเก้าอี้นายกฯ

อบอุ่น อิ่มเอิบอย่างยิ่ง

บรรดา "ลูกป๋า" พากันตบเท้าเป็นประจำ เพราะนักการเมืองมักจุกจิกกวนใจ

ความอบอุ่นของลูกๆ มีส่วนช่วย "ป๋า" ครองตำแหน่งยาวนานถึง 8 ปี

จากนั้นมีมหกรรมตบเท้าครั้งใหญ่ในยุคพล.อ.สุจินดา คราประยูร

เมื่อผบ.ทบ.ขัดแย้งอย่างรุนแรงกับนายกฯ

กองทัพเปิดโรงแรมหรูกลางกรุง จัดงาน "ร้อยกรมแดนไกล รวมใจที่นายเดียว"

เสียงท็อปบู๊ตคอมแบตกระทบกันดังกระหึ่ม

ผู้นำแสดงพลังวันนั้น คือ ผบ.ร.11 รอ. ตำแหน่งเดียวกับพ.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์

ทายาท "บิ๊กจ๊อด" ผู้นำตบเท้าวันนี้

อีกไม่กี่วันต่อมา "บิ๊กสุ" จัดการปฏิวัติ "น้าชาติ" เรียบโร้ยย รสช.

แต่แล้ว "บิ๊กสุ" ก็ต้องเสียผู้เสียคนเพราะตบเท้า?

เมื่อเปิดทบ.รับกำลังใจก่อนไปรับตำแหน่งนายกฯ

ชายชาติทหารใหญ่น้ำตาคลอ คร่ำครวญเรียกร้องความเห็นใจ!

"ขอเสียสัตย์เพื่อชาติ"

ทว่าประชาชนไม่เล่นด้วย รวมตัวเดินขบวนขับไล่ บานปลายกลายเป็น "พฤษภาทมิฬ" เลือดนองราชดำเนิน

จากนั้นมาแทบไม่มีมหกรรมตบเท้ากระทบท็อปบู๊ตของเหล่าขุนทหาร

เพราะโลกยุคใหม่ การตบเท้า ยกป้าย ชูคำขวัญ มันออกแนวเชยๆ

คนแสดงก็เหมือนเชลียร์ คนรับก็เหมือนขาดความอบอุ่น

ถ้ามีก็มักเป็นการจัดฉากเอาใจนักการเมือง หรือข้าราชการผู้ใหญ่ที่มีปัญหา

เมื่อจู่ๆ ขุนทหารออกมาตบเท้าให้กำลังใจ "นาย" เป็นมหกรรมต่อเนื่อง

สายตาจากสังคมจึงรู้สึกพิศวง??

เพราะคู่กรณีผบ.ทบ.ไม่ใช่ฝ่ายการเมืองเหมือนอดีต

แต่เป็นพล.ต.คนเดียวโด่เด่

และเป็นลูกน้องใต้บังคับบัญชา!

เบี้ยวจริงๆ

ที่มา ไทยรัฐ

วิกฤติเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลระบาดนาข้าวกว่าแปดแสนไร่ ทำให้พี่น้องชาวนาหมดเนื้อหมดตัวไปกว่าหนึ่งแสนราย ถือเป็นวิบัติภัยที่สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างร้ายแรง

"แม่ลูกจันทร์" เห็นว่าวิกฤติเพลี้ยกระโดดระบาดเป็นปัญหาใหญ่ที่ "นายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" ควรกระโดดลงไป ดูแลด้วยตัวเอง

เพราะถ้าปล่อยให้กระทรวงเกษตรฯแก้ปัญหาไปตามลำพังอาจจะสายเกินการ??

เช่นเดียวกับวิกฤติแก้รัฐธรรมนูญที่ "นายกฯอภิสิทธิ์" ประกาศหักดิบไม่ร่วมสังฆกรรมแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 2 ประเด็น ของ 5 พรรคร่วมรัฐบาล

สร้างความเจ็บปวดแก่บรรดาเพลี้ยกระโดดการเมืองอย่างจั๋งหนับบุเรงนอง

นี่ก็เป็นปัญหาใหญ่ที่ "นายกฯอภิสิทธิ์" ต้องวางแผนรับมือให้ดี

เพราะเพลี้ยกระโดดในสภาฯปราบยากกว่าเพลี้ยกระโดดในท้องนาหลายเท่าตัว

ข้อสำคัญ การที่ "นายกฯอภิสิทธิ์" ขัดขวางการแก้รัฐธรรมนูญ มีผลกระทบต่ออนาคตของ 5 พรรคร่วมรัฐบาลอย่างแน่นอน

เพราะถ้าแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ สำเร็จ การเลือกตั้งครั้งต่อไปก็ต้องใช้ ระบบ "เขตใหญ่" ตามกติกาเดิม

การเลือกตั้งเขตใหญ่เป็นกติกาที่ออกแบบให้พรรคใหญ่ได้เปรียบพรรคขนาดกลางและพรรคขนาดเล็กทุกประตู

เพราะเมื่อเขตเลือกตั้งใหญ่โอกาสที่พรรคเล็กๆจะเบียดแทรกเข้ามาได้ก็ยิ่งลำบากยากเย็น

แต่ถ้าเป็นระบบเขตเล็ก พื้นที่หาเสียงเล็กๆ ผู้สมัครพรรคเล็กยังสู้กับผู้สมัครพรรคใหญ่ได้คู่คี่สูสีกัน

การแก้ไขระบบเลือกตั้งจึงมีความ สำคัญต่อ 5 พรรคร่วมรัฐบาลด้วยประการฉะนี้แล

อย่างไรก็ตาม การที่ "นายกฯอภิสิทธิ์" กล้าดับเครื่องชนพรรคร่วมรัฐบาลทำให้ภาวะผู้นำของ "อภิสิทธิ์" มีความโดดเด่นมากกว่าที่ผ่านมา

แถมการแข็งกร้าวของ "อภิสิทธิ์" ทำให้พรรคร่วมรัฐบาลไร้อำนาจต่อรองอย่างสิ้นเชิง

ถือว่างานนี้ "อภิสิทธิ์" ได้คะแนนบวกไปเต็มๆ

แต่ในมุมของพรรคร่วมรัฐบาลคือพรรคประชาธิปัตย์ "เบี้ยว" สัญญา

เพราะเงื่อนไขสำคัญในการเจรจาตั้งรัฐบาลคือประเด็นแก้รัฐธรรมนูญ เปลี่ยนกติกาเลือกตั้งจากเขตใหญ่เรียงเบอร์เป็น เขตเดียวเบอร์เดียว

แต่ "นายกฯอภิสิทธิ์" ยืนยันนั่งยันว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่เคยสัญญาว่าจะแก้รัฐธรรมนูญจากเขตใหญ่เป็นเขตเล็ก อย่างที่พรรคร่วมฯโจมตี

"อภิสิทธิ์" ท้าเหย็งๆ ถ้าพรรคประชาธิปัตย์ตกลงจะแก้รัฐธรรมนูญประเด็นนี้จริง ให้เอาหลักฐานมายืนยัน

"แม่ลูกจันทร์" พลิกแฟ้มข่าวย้อนหลัง ก็บังเอิญเจอใบเสร็จเข้าเต็มเปา!!

หนังสือพิมพ์ประจำวันที่ 17 กันยายน 2552 พาดหัวว่า "สุเทพ" ย้ำข้อตกลงพรรคร่วมแก้ รธน. 2 มาตรา

"นายสุเทพ กล่าวว่า การหารือใน พรรคประชาธิปัตย์มี 2 ประเด็นที่สอดคล้องกับพรรคต่างๆ และเห็นว่าสามารถแก้ไขได้เลยคือ มาตรา 190 ว่าด้วยการทำสนธิ สัญญาต่างประเทศ และการแก้ไขเขตเลือกตั้ง ฯลฯ"

ถ้าแค่นี้ยังไม่พอ ก็ต้องพลิกข่าวย้อนหลังไปอีก 10 วัน

นสพ.ฉบับวันที่ 7 กันยายน 2552 ลงข่าว "นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม" รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวความคืบหน้าการแก้รัฐธรรมนูญ

"เบื้องต้นพรรค (ประชาธิปัตย์) มีความเห็นให้แก้รัฐธรรมนูญใน 2 มาตรา คือ มาตรา 190 การทำสัญญาระหว่างประเทศ และการเปลี่ยนรูปแบบการเลือกตั้ง ส.ส.มาเป็นแบบเขตเดียวเบอร์เดียว ซึ่งพรรคเห็นว่าสามารถแก้ไขได้เลย"

จากวันนั้นถึงวันนี้ ก็ผ่านไปแค่ 5 เดือน...

พรรคประชาธิปัตย์เป็นโรคความจำสั้นซะแล้วไง??

"แม่ลูกจันทร์"

การเมืองเบื้องหลัง

ที่มา ไทยรัฐ

คติที่ว่า ไม่มีมิตรแท้และศัตรูที่ถาวรทางการเมือง คงจะไม่จริงเสมอไป การเมืองที่สร้างขั้วบวกกับขั้วลบขนาดนี้ ชนิดตายไม่เผาผี ไม่ใช่การเมืองในระบอบประชาธิปไตยแบบไทยๆ เหมือนที่ผ่านมา แต่เป็นการเมืองจองล้างจองผลาญ

มีหลายคนที่เห็นใจ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กับชะตากรรมที่กำลังได้รับ บ้านแตกสาแหรกขาด ไม่รู้ว่าอนาคตจะลงเอยอย่างไร พูดภาษาชาวบ้านคือแทบไม่มีแผ่นดินจะอยู่แล้ว

ผู้นำรัฐบาลบางคนพยายามที่จะอ้างภารกิจ ในการล้มล้าง ระบอบทักษิณ ให้สิ้นซากมาเป็นข้ออ้างที่จะให้พรรคร่วมรัฐบาลร่วมจับมือกันต่อไป

พยายามจะผูกขั้วการเมืองเอาไว้ใช้ประโยชน์ พรรคแกนนำรัฐบาลอย่างประชาธิปัตย์ แทงหวย ว่า พรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรค ไม่กล้าถอนตัวจากการร่วมรัฐบาล และไม่กล้าที่จะฟรีโหวต ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลแน่นอน

เพราะเชื่อว่า พรรคร่วมรัฐบาลก็ไม่มีที่ไปและถูกบังคับให้มีพื้นที่จำกัด มีภารกิจที่จำกัด โอกาสที่จะไปจับมือกับพรรคฝ่าย ค้านก็น่าจะรู้ถึงชะตาในอนาคตเป็นอย่างดี อย่างไรก็ไปไม่รอด เผลอๆ เกิดอุบัติเหตุการเมืองอย่างใดอย่างหนึ่งขึ้นมา มีแต่กอดคอกันตายเปล่าๆ

เป็นการเมืองภายใต้อำนาจนอกระบบ

แม้เงื่อนไขการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะตึงเครียด หรือแรงจนกระทั่งปล่อยให้มีการฟรีโหวต แต่ก็คงไม่ถึงขั้นจะร่วมมือกับฝ่ายค้านที่ จะแก้เอารัฐธรรมนูญปี 2540 มาใช้ หรือถึงกับจะพลิกขั้วรัฐบาลอย่างมากก็แก้กันแค่มาตราหรือ 2 มาตราพอหอมปากหอมคอ

เป็นเรื่องของเกมการเมืองในสภาปกติ

พรรคร่วมรัฐบาลก็ยังกอดคอเป็นพรรคร่วมรัฐบาลต่อไปวันยังค่ำ หนีไม่ออก จะมองหน้ากันได้บ้างไม่ได้บ้างก็เป็นเรื่องธรรมดาของนักการเมือง

รัฐบาลก็ค่อยๆประคับประคอง ถูลู่ถูกัง กันไปจนกว่าจะถึงจุดจบ จะปี 2 ปี 3 ปี ไม่มีกำหนด นอกจากจะมีช่องว่างทางการเมืองในการที่จะเอาคืนก็เป็นอีกเรื่อง

ระหว่าง คุณเนวิน ชิดชอบ คุณสุเทพ เทือกสุบรรณ และ คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อยู่ในอาการกล้ำกลืน และจำเป็นต้องอยู่ร่วมกันด้วยความกล้ำกลืน

กุนซือของ นายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่อยู่รอบตัว จะหน้าแหลมฟันดำ จะพันธมิตรฯ จะเป็นกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ หรือใครก็ตาม เชื่อว่า ประชาธิปัตย์ยังได้เปรียบเต็มประตู กุมไพ่ ที่เหนือกว่าอยู่ในมือ และเชื่อว่าจะเอาชนะการเลือกตั้งได้อย่างสบายๆ

จึงเริ่มใช้ไม้แข็ง

อยู่ในอาการฮึกเหิมเพราะถือว่ามีตัวช่วย แต่ก็อย่างว่าอุบัติเหตุการเมืองเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ การตบเท้าให้กำลังใจของผู้บังคับบัญชาของบรรดานายทหารตามคำขอของบิ๊กตู่ นอกจากจะโชว์พลังแล้ว ยังชี้ให้เห็นว่า กองทัพยังเป็นเอกภาพและพร้อมที่จะใช้กำลังเข้ารักษาความสงบได้ตลอดเวลา พร้อมยึด.

หมัดเหล็ก

เพื่อไทยชี้ปฏิวัติ เกิดยาก ต่างชาติไม่หนุน

ที่มา ไทยรัฐ
Pic_61916
พรรคเพื่อไทยชี้ปฎิวัติยึดอำนาจเกิดยาก ชาติมหาอำนาจไม่หนุน ส่งผลกระทบสร้างความเสียหายต่อประเทศ ชี้ถ้าเกิดจริงเจอต่อต้านทั่วประเทศนองเลือดแน่นอน.....

แหล่งข่าวจากพรรคเพื่อไทย เปิดเผยกับ"ไทยรัฐออนไลน์"ถึงกระแสการปฎิวัติยึดอำนาจเกิดขึ้นตลอดในช่วงนี้ว่า จากกระแสดังกล่าวทำให้ถูกจับตามองจากทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะการเคลื่อนไหวของประเทศมหาอำนาจในส่วนของเอกอัครราชทูตประเทศสำคัญ จากประเทศสหรัฐอเมริกา อังกฤษ นิวซีแลนด์ เป็นต้น เข้าพบหารือกับ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทยอย่างต่อเนื่องในช่วงเวลาที่ผ่านมา ต่างสะท้อนในมุมมองเป็นห่วงสถานการณ์การเมืองและรับทราบปัญหาภายในประเทศไทยตลอด

เบื้องต้นประเทศเหล่านี้ ต่างมีจุดยืนชัดเจนต่อต้าน และไม่สนับสนุนรัฐบาลที่มาจากการปฎิวัติและรัฐประหารอย่างชัดเจน ดังนั้น การเข้าพบพรรคเพื่อไทยซึ่งเป็นพรรคร่วมฝ่ายค้าน ต้องการส่งสัญญาณ ไปยังกลุ่มที่คิดจะกระทำการปฎิวัติได้รับทราบ พร้อมมีมาตรการต่อต้านอย่างชัดเจนและรุนแรงต่อรัฐบาลที่มาจากการยึดอำนาจ ฉะนั้นเมื่อเกิดรัฐประหารขึ้นย่อมจะส่งผลกระทบสร้างความเสียหายต่อประเทศ ชาติอย่างมากมาย

เพราะฉะนั้นช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้ง พล.อ.ชวลิต กับ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย ค่อนข้างมีความมั่นใจเมื่อเอกอัครราชทูตหลายประเทศเข้าพบหารือ ทำให้เชื่อมั่นว่า โอกาสเกิดการปฎิวัติยึดอำนาจจะไม่เกิดขึ้น โดยเฉพาะสังคมโลกทุกวันนี้ประเทศไทยก็ถูกกระแสโลกภายนอกกดดันอยู่ อีกทั้ง ยังมีกระแสประชาชนต่อต้านการปฏิวัติมีอย่างต่อเนื่อง ขยายไปทั่วประเทศไม่ว่า กลุ่มเสื้อแดง รวมถึงกลุ่มพันธมิตรฯหรือกลุ่มเสื้อแดง

ดังนั้นหากมีใครกล้ากระทำการปฎิวัติขึ้น เชื่อว่าจะเกิดการกระแสต่อต้านอย่างรุนแรงจากประชาชนทั่วทุกภาคอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้น ซึ่งหากจะไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ มีโอกาสถึงขั้นนองเลือดจากปะทะกันของกลุ่มต่อต้านอย่างหนีไม่พ้นแน่นอน

มอบหรีดดำ

ที่มา เดลินิวส์

ทั้งลือหนักเรื่องปฏิวัติ ทั้ง ชวน หลีกภัย บัญญัติ บรรทัดฐาน อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ รวมหัวถีบส่ง ผู้จัดการรัฐบาล สุเทพ เทือกสุบรรณ ลงเหวไปเรียบร้อย

เมื่อ ปชป.มีมติ 82 ต่อ 48 ไม่แก้ รธน. ม.94 ตามมติพรรคร่วม ทั้งที่ เทพเทือก ไปแบกหน้ารับ สัญญา ลูกผู้ชาย กับพรรคร่วมมา แต่ไม่ว่าเทพเทือกจะลงทุนหว่านล้อมให้เห็นใจยังไง

ก็ไร้ผล

เหมือน นิพนธ์ พร้อมพันธุ์ พี่ภรรยา อดีตเลขาธิการนายกฯ สู้อุตส่าห์ นำสัญญาณพิเศษ มาบอกด้วยรักและหวังดี เพราะหัวหน้าพรรคดันไปขอปรึกษาเรื่อง เก้าอี้ ผบ.ตร. เอง

แต่พอสัญญาณมา กลับตะแบงดื้อ ๆ ข้อมูลเก่า ของตัวเอง สิ ข้อมูลใหม่

เลขาฯ จะตากหน้าไหวหรือ แล้ว เทพเทือก ล่ะ ในพรรคก็ไม่มีราคา พรรคร่วม ก็ดาหน้าถล่มเละ ตั้งแต่ เขียนด้วยมือ ลบด้วยเท้า ไร้สัจจะ ไม่ใช่ลูกผู้ชาย จะตากหน้าอยู่ต่อไปไหวหรือเนี่ย ???

เสถียรภาพรัฐบาลว่าร้าว ว่าร้อนแล้ว แต่เรื่องนี้ ถ้าไม่ได้เขียน คงนอนตายตาไม่หลับ เพราะ นายสุรพล นิติไกรพจน์ อธิการบดี ธรรมศาสตร์ นี่แหละ

คนนี้ ได้ดิบได้ดีเป็นสนช.เพราะ คมช.ตั้งมา แล้วก็ได้ดิบได้ดี ต่อมา เป็นประธานบอร์ด “อสมท” ตอนรัฐบาลสมชาย ก็คนนี้อีกล่ะ ร่วมมือกองทัพ ออกทีวีขู่ทั่วประเทศ

ให้ ข้าราชการ อารยะขัดขืน ก็เอาเถอะ ได้รู้เช่นเห็นตัวตน กันแล้ว !!!

แต่ถึงขนาดไปพูดสัมมนาว่า ถ้า รธน. ปี 2550 (ฉบับปิศาจ หน้าแหลม ฟันดำ) มาจากปฏิวัติ แล้ว รธน.2540 (ฉบับประชาชน) ก็มาจาก รสช. (ปฏิวัติ) เหมือนกัน ทำไมยอมรับได้ล่ะ

พูดอีกว่า ถ้ารัฐบาลอภิสิทธิ์ มาจากรัฐประหาร แล้วรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ ซึ่งเป็นรัฐบาล ต่อจากรัฐบาลนายสมัคร นายสมชาย มาจากไหน จะบอกว่า ก็มาจากปฏิวัติ เหมือนกัน ซีนะ

มันใช้ “ตรรก” อะไรเนี่ย พอกับ นายกฯ มาร์ค ที่ว่า ถ้าเอาหวย 2 ตัว 3 ตัวมาอยู่บนดิน ก็ต้องเปิดให้ยาบ้าขายเสรี ด้วย ยังไง ยังงั้น เลย

ไม่รู้หรือ รธน.ปี 40 ส.ส.ร.ที่ได้รับเลือกตั้งทั่วประเทศ เป็นคนร่าง ขนาดทักษิณยังสอบตก ไม่ได้รับเลือกเลย ส่วน รธน.ปิศาจ คมช. ตั้ง สนช.มาเองทั้งดุ้น แล้วร่างตามธงไง!!!

ไอ้เสียง 14 ล้านน่ะ ก็ยึดสื่อรัฐ พูดล้างสมองข้างเดียวตลอด หลอกว่า รับ ๆ ไปก่อน ไปแก้ทีหลัง หลอกว่า หากไม่รับ ขิงแก่ จะอยู่อีกนาน ใช้อำนาจรัฐทุกรูปแบบ บีบให้รับ จริงไม่จริง ???

เรื่องรัฐบาลสมัคร-สมชาย เค้ามา เพราะมีเสียงข้างมาก ตั้งในสภา ส่วนมาร์ค ไปจัดตั้งที่ไหน ไปจัดตั้งกันในกองทัพ สื่อไทย สื่อเทศ ลงข่าวดังทั่วโลก

เค้าถึงเรียก ปฏิวัติซ่อนรูปไง ไปอยู่หลังเขาหรือ

มิน่า ลูกแม่โดม ถึงมอบพวงหรีดดำให้ นี่หรือ อธิการบดี ของมหาวิทยาลัย ที่ผู้คนพลีชีพสู้เพื่อประชาธิปไตยมาทุกตารางนิ้ว เป็นเยี่ยงนี้หรือ ???

น่าเศร้าใจแทนลูกแม่โดมที่สุด.

ดาวประกายพรึก

ผมถือว่า 'สัจจะ' เป็นเรื่องสำคัญ

ที่มา เดลินิวส์

ตกใจกันไปทั้งเมืองกับจดหมายน้อยที่ นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล อดีตรองหัวหน้าพรรคชาติไทย ในฐานะกรรมการที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนาส่งถึงนายกรัฐมนตรีผ่านสื่อมวลชน “ทีมการเมืองเดลินิวส์” ได้สัมภาษณ์เจ้าของจดหมายถึงที่มาที่ไปและเหตุผลที่ต้องทำ

** ถึงวันนี้จุดยืนในการแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคชาติไทยพัฒนายังเหมือนเดิม

จากการหารือนายชุมพล ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา เรายังยืนยันว่าจะต้องก้าวเดินต่อไป เพราะขณะนี้สามารถรวบรวมเสียง ส.ส.ได้ครบตามรัฐธรรมนูญกำหนด ส่วนประเด็นที่ยื่นได้มีการยกร่างหลักการ เหตุผล และรายละเอียดเสร็จเรียบร้อยแล้ว ซึ่งจะได้ส่งไปให้ 4 พรรคการเมืองคือ กิจสังคม พรรคภูมิใจไทย พรรครวมใจไทยชาติพัฒนาและพรรคเพื่อแผ่นดินเพื่อไปตรวจสอบดูว่าเห็นตรงกันหรือควรจะมีการแก้ไขหรือไม่คาดว่าอย่างช้าในสัปดาห์หน้าจะได้ยื่นญัตติการแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อรัฐสภาได้

** ความคาดหวังว่าจะสำเร็จหรือไม่หลังจากที่พรรคประชาธิปัตย์มีมติไม่ร่วมแก้ไข

การแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือการร่างรัฐธรรมนูญมันไม่ใช่เรื่องของสมาชิกรัฐสภาฝ่ายเดียวในยุคของระบอบประชาธิปไตยที่มีภาคพลเมืองเป็นหลักภาคพลเมืองจะมีความเข้มแข็งและเข้ามามีส่วนร่วมมาก ผมจึงคาดหวังกับประชาชนและภาคพลเมืองเพราะมีประสบการณ์และบทเรียนจากรัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 ซึ่งคงจำได้ว่าเมื่อสภาร่างรัฐธรรมนูญเสร็จต้องเสนอต่อรัฐสภาเพื่อให้ความเห็นชอบซึ่งก็มีเสียงปฏิเสธจากกลุ่มคนในรัฐบาลค่อนข้างมากคือทั้ง พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ หัวหน้าพรรคความหวังใหม่และท่านเสนาะ เทียนทอง เลขาธิการพรรคความหวังใหม่ในขณะนั้นได้คัดค้านอย่างเต็มที่โดยให้เหตุผลว่ารัฐธรรมนูญ ดังกล่าวจะนำไปสู่ปัญหาความขัดแย้ง แต่ขณะเดียวกันเสียงเรียกร้องจากภาคประชาชน มีธงเขียวออกมาสนับสนุนว่าเป็น รัฐธรรมนูญที่ดีที่สุดเพราะเป็นการเขียนโดยความร่วมมือร่วมใจของคนทั้งประเทศ มีการทำประชาพิจารณ์ ซึ่งในที่สุด พล.อ.ชวลิตและท่านเสนาะก็ต้องลงมติเห็นชอบรับรัฐธรรมนูญฉบับนี้

ผมจึงคิดว่าไม่น่าจะแตกต่างกันอย่าว่าแต่กฎหมายรัฐธรรมนูญเลย กฎหมายที่มีความสำคัญ เกี่ยวพันกับวิถีชีวิต สังคมไทย ภาคพลเมืองที่มีความเข้มแข็ง เข้ามามีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น วิพากษ์วิจารณ์อย่างเข้มแข็งผมเชื่อว่าเมื่อเข้าสู่กระบวนการรัฐสภา นักวิชาการ กลุ่มองค์กร หรือแม้แต่กระทั่งนักการเมืองคงจะต้องแสดงความเห็นอย่างกว้างขวาง ที่สุดผมเชื่อว่ารัฐสภาจะเคารพและฟังเสียงประชาชน ฉะนั้นผมเชื่อว่าเสียงเหล่านี้จะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยในการตัดสินใจว่า ใน 2 ประเด็นที่เราเสนอไปนั้นจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย และเมื่อออกมาเป็นอย่างไร พรรคชาติไทยพัฒนาและพรรคร่วมรัฐบาลที่ยื่นญัตติก็พร้อมที่จะน้อมรับกับสิ่งที่เป็นมติของรัฐสภา

** รู้แต่แรกแล้วหรือไม่เพราะเห็นเดินสายพูดคุยกับพรรคร่วมรัฐบาลแต่ไม่มีพรรคประชาธิปัตย์

เราอยู่ในแวดวงการเมืองค่อนข้างนาน จึงรู้ว่าพรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคการเมืองเก่าแก่ที่มีระบบพรรคที่เข้มแข็งจะทำอะไรต้องเป็นระบบ ฉะนั้นการที่ให้ท่านสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีหรือจะให้ท่านนายกรัฐมนตรีมาพูดคุยหารืออะไรกับพวกเราก็ไม่ต่างไปกับการเป็นเพียงแมสเซนเจอร์ธรรมดาเพราะท้ายที่สุดอำนาจตัดสินใจก็จะอยู่ที่พรรค ซึ่งพวกเราก็รู้ว่าเมื่อเข้าไปสู่กระบวนการตรงนี้มันเป็นระบบของเขา

ขณะเดียวกันวันนี้ต้องนับเวลาถอยหลังแล้วเพราะสภาผู้แทนราษฎรเหลือเพียง 1 ปีเศษและการแก้ไขรัฐธรรมนูญมันเป็นเรื่องใหญ่ มันต้องใช้ห้วงเวลาซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะทอดยาวไปแค่ไหน แม้จะมีเพียง 2 ประเด็น เราก็เป็นห่วงว่าถ้าเกิดเวลามันหมดแล้วรัฐธรรมนูญแก้ไขไม่ได้แล้วเราจะทำอย่างไร ถ้ามีวิกฤติทางการเมืองเกิดขึ้นแล้วจะทำอย่างไร อย่างน้อยที่สุดการแก้ไขรัฐธรรมนูญแม้ว่าจะไม่ครบทุกประเด็นตามที่กรรมการสมานฉันท์ฯหรือที่สังคมอยากเห็นแต่อย่างน้อยยังดีกว่าไม่ได้แก้ไขอะไรเลย ส่วนประเด็นต่อ ๆ ไปเมื่อสังคมคืนสู่ภาวะปกติ ผมคิดว่ายังมีเวลาให้สภาชุดใหม่ แต่สภาชุดนี้เวลามันน้อยเกินไป เอา 2 ประเด็นนี้ให้ได้ไปก่อนมันน่าจะไปได้ ที่สำคัญทั้ง 2 ประเด็นนี้ พวกเราวิเคราะห์กันว่าเป็นประเด็นที่ไม่ได้นำไปสู่ความขัดแย้งหรือไม่ได้เป็นไฟที่จะไปเติมให้มีการเผชิญหน้าของผู้คนในสังคมมากขึ้น ตรงกันข้ามเป็นประเด็นที่ได้ตกผลึกไปแล้วอย่างมาตรา 190 ส่วนมาตรา 94 ผมเชื่อว่าคณะกรรมการสมานฉันท์ฯที่ประกอบไปด้วยตัวแทนจากทุกฝ่ายได้คิดและมีเหตุผลแล้วว่าทำไมจึงต้องใช้การเลือกตั้งแบบเขตเดียวเบอร์เดียวรวมทั้งตรงนี้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญปี 2540 ซึ่งผ่านกระบวนการประชาพิจารณ์ซึ่งคนส่วนใหญ่เห็นด้วยแล้ว สังคมรับได้ เราจึงเสนอ 2 ประเด็นนี้

เราห่วงชาติบ้านเมืองเหมือนกันลองโยนมาตรา 237 ออกไปสิครับก็จะมองได้ทันทีว่าจะทำนิรโทษกรรมใช่หรือไม่เพราะมันเกี่ยวกับการยุบพรรคมันเกี่ยวกับการเพิกถอนสิทธิเราถึงไม่กล้าที่จะแก้เพราะรู้ว่าสิ่งเหล่านี้ทำไปแล้วเราตอบคำถามไม่ได้เหมือนกับว่าพวกเราจะแก้เพื่อตัวเองใช่หรือไม่เราจึงได้หยุดประเด็นเหล่านี้

** การแก้ไขรัฐธรรมนูญได้มีการทำข้อตกลงหรือมีสัญญาใจ ระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่

เราไม่มีข้อตกลงอะไรหรอกเพราะเราเชื่อในเกียรติของกันและกันเราไม่เคยบันทึกเทปเพราะแต่ละคนต่างเป็นผู้ใหญ่ซึ่งพูดคุยกันก็เห็นสอดคล้องกันเพียงแต่ไม่ได้ลงในรายละเอียดว่าจะแก้ในประเด็นไหน เราพูดภาพรวมว่าการบริหารราชการแผ่นดินในภาวะบ้านเมืองที่ไม่ปกติ สิ่งแรกที่จะต้องทำคือการสร้างความสมานฉันท์ต้องคืนความเป็นธรรมให้กับคนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมเสีย รัฐธรรมนูญมาตราไหนที่เป็นข้อจำกัดทำให้การบริหารราชการแผ่นดินเป็นอุปสรรคเราก็แก้ไข การที่ผมได้เขียนจดหมายเปิดผนึกถึงนายกรัฐมนตรีนั้น เพื่อฟื้นความจำที่ได้พูดคุยกันที่บ้านท่านนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ ที่ท่านนายกฯ ได้บอกว่าให้แต่ละพรรคไปสรุปประเด็นมานั่นคือนัย

** แล้ววันนี้ทำไมนายกรัฐมนตรีจึงได้เปลี่ยนแปลงท่าที

ผมถึงได้บอกว่า ผมพบสัจธรรมแล้วว่า ท่านนายกฯ ก็ดีท่าน สุเทพก็ดี ก็ทำหน้าที่เป็นเพียงแมสเซนเจอร์ที่ไปรับสารมาเท่านั้นการตัดสินใจอยู่ที่พรรค และเมื่อพรรคมีมติว่าอย่าไปลงชื่ออย่าไปยุ่งกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งผมก็เคารพและไม่ปฏิเสธการแสดงความคิดเห็นอย่างเสรีของพรรคประชาธิปัตย์ ผมไม่เคยต่อว่าเลยไม่ได้คิดน้อยอกน้อยใจเพียงแต่มีความรู้สึกนิดเดียวว่า ถ้าคุณไม่เอาก็คือไม่เอาแต่คุณไม่ควรจะมาละเมิดคนอื่น ดูหมิ่นดูแคลนคนอื่นเขาว่าจะได้ประโยชน์โดยเฉพาะการดูหมิ่นว่าจะทำให้ง่ายต่อการซื้อเสียงซึ่งเท่ากับเป็นการดูถูกคณะกรรมการสมานฉันท์ฯ ด้วย

** กรณีนี้จะนำไปสู่ความขัดแย้งในรัฐบาลหรือไม่

ไม่หรอกครับตรงนี้เราทำความเข้าใจกันอย่างชัดเจนแล้วว่าเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญเป็นเรื่องของรัฐสภา ส่วนเรื่องการบริหารราชการแผ่นดินเป็นเรื่องของรัฐบาล พวกเราทั้งหมด 6 พรรคการเมืองยังทำงานร่วมกันในฐานะรัฐบาล วันนี้ปัญหาบ้านเมืองวิกฤติมันจะปล่อยให้เป็นสุญญากาศไม่ได้ต้องทำงานแก้ไขปัญหาร่วมกันฉะนั้นในส่วนนี้เราทำงานร่วมกันเป็นปกติ การแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องความเห็นต่างเป็นเรื่องปกติเรารับได้คงไม่ถึงกับกล้ำกลืนอะไร เราต้องแยกเป็นคนละประเด็น ท่านบรรหาร พูดอยู่ตลอดว่าการเคารพ การให้เกียรติ และสัจจะถือเป็นเรื่องสำคัญ ดังนั้นยืนยันไม่มีการถอนตัวจนนำไปสู่การยุบสภาแน่นอน

** เกรงจะถูกคัดค้านจากกลุ่มพันธมิตรฯ ที่ขู่จะมาชุมนุมหากมีการยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญ

เราไม่ห่วงเพราะทุกอย่างเราทำตามกติกาเราไม่ได้แอบหรือลักลอบทำ ผมอยากถือโอกาสตรงนี้บอกว่าอย่าผูกขาดรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญเป็นของทุกคน อย่าไปเหมาว่ารัฐธรรมนูญเป็นของกู คนอื่นแก้ไขไม่ได้ นอกจากกลุ่มกูเท่านั้น รัฐธรรมนูญมันเป็นความงดงาม มันเป็นของประชาชนโดยประชาชนเพื่อประชาชน.

อีกแล้ว!องคมนตรีเสือฮุบที่สาธารณะ

ที่มา Thai E-News


สนองพระราชเสาวนีย์-กรณีเสื้อแดงไปชุมนุมเขาสอยดาว ให้เอกชนคืนที่รุกเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและต้นน้ำไปทำสนามกอล์ฟหรูคืนแก่แผ่นดิน ซึ่งนับเป็นการสนองพระราชเสาวนีย์สมเด็จพระนางเจ้าฯ โดยกล่าวหาว่าบริษัทเอกชนดังกล่าว"มีเส้น"เพราะมีพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี เป็นประธานที่ปรึกษาเงียบหายไป เพราะมีข่าวปฏิวัติกลบ ทำให้เรื่องเงียบ ล่าสุดมาโผล่กรณีองคมนตรีอีกรายรุกที่สาธารณะ

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
30 มกราคม 2553

เสื้อแดงเล่นงานองคมนตรีต่อเนื่อง ล่าสุดแดงกาฬสินธุ์โผล่ทำเนียบ ร้อง “ประชา” จี้ฟัน “พิจิตร” สร้างบ้านล้ำที่สาธารณะในหมู่บ้านปัฐวิกรณ์ 2 กทม. รั้นอ้างเป็นการครอบครองปรปักษ์ โดนตอกดื้อตาใสเพราะเป็นที่หลวงจะครอบครองปรปักษ์ได้ไง เพราะไม่ใช่ที่ดินเอกชน


นายสุดชาย บุญไชย คนเสื้อแดง จ.กาฬสินธุ์ ได้เดินทางมายื่นหนังสือร้องเรียนต่อนายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน เมื่อวันที่ 28 มกราคม เพื่อขอให้ตรวจสอบ พล.อ.พิจิตร กุลละวณิชย์ องคมนตรี กรณีรุกล้ำที่สาธารณะ โดยนายสุดชายได้นำภาพถ่ายผ่านดาวเทียม สำเนาโฉนดที่ดิน มาแถลงข่าวว่า ตนได้รับการร้องเรียนจากคนในครอบครัวเจ้าของโครงการหมู่บ้านปัฐวิกรณ์ 2 ว่า พล.อ.พิจิตร มีบ้านและพื้นที่ในโครงการดังกล่าวจำนวน 100 ตารางวา แต่ปรากฏว่ามีการรุกล้ำที่สาธารณะเพิ่มอีก 162 ตารางวา โดยทำการครอบครองที่ดินสาธารณะ ครอบครองถนนสาธารณะ บึงน้ำสาธารณะ อีกทั้งยังปิดทางเข้าออกถนนที่เชื่อมต่อไปยังบึงน้ำสาธารณะ ทำให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านไม่สามารถเข้าไปใช้บึงน้ำดังกล่าวได้ ยกเว้นบ้านอยู่มีบริเวณอยู่ติดบึงเท่านั้น พล.อ.พิจิตร ยังได้สร้างศาลากลางน้ำอยู่กลางบึงดังกล่าวอีก 2 หลังด้วย

“แม้จะเป็นที่ดินของเอกชนแต่ก็เป็นที่สาธารณะ และแม้เรื่องนี้จะผ่านมาหลายสิบปีแล้วแต่ พล.อ.พิจิตร เป็นถึงองคมนตรีก็ไม่ควรใช้อำนาจไปรุกล้ำสิทธิของผู้อื่น แม้จะเป็นพื้นที่ไม่มากก็ตาม แต่เพื่อความสง่างามก็ควรจะคืนที่ดินที่ได้รุกล้ำไปทั้งหมด เรื่องนี้ผมเคยไปยื่นที่บ้านสี่เสามาแล้ว โดย พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป หัวหน้าสำนักงานประธานองคมนตรี ได้บอกให้ผมไปยื่นเรื่องที่ทำเนียบองคมนตรีแทน แต่เมื่อไปยื่นก็พบว่ามีรถสะกดรอยตามผมด้วย แต่ผมก็สามารถเอาตัวรอดมาได้” นายสุดชายกล่าว

ด้าน นายประชากล่าวว่า คณะกรรมาธิการฯ จะตรวจสอบเอกสารหลักฐานต่างๆ เมื่อชัดเจนแล้วว่าเป็นความจริงตามที่นายสุดชายอ้าง คณะกรรมาธิการฯ จะเชิญ พล.อ.พิจิตร เจ้าของโครงการ ผอ.เขตบึงกุ่ม และอธิบดีกรมที่ดิน มาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการฯ คาดว่าน่าจะเป็นภายในสัปดาห์หน้า

เมื่อถามว่า พล.อ.พิจิตร ซื้อบ้านตั้งแต่ 30 ปีที่แล้วก็เอาผิดทางกฎหมายไม่ได้ เพราะเข้าข่ายครอบครองโดยปรปักษ์ นายสุดชาย กล่าวว่า แม้เรื่องนี้จะเอาผิดทางกฎหมายไม่ได้ แต่สามารถตรวจสอบความถูกต้องทางจริยธรรมได้ ยืนยันว่า การยื่นหนังสือครั้งนี้ไม่มีเจตนาแอบแฝง และไม่มีเจตนาล้มล้างสถาบันองคมนตรี เพราะหากมีความโปร่งใสจริง การตรวจสอบน่าจะทำให้คนเลื่อมใสมากขึ้นด้วยซ้ำ

มีผู้แสดงความเห็นว่า การอ้างว่าเข้าครอบครองปรปักษ์นั้นใช้ไม่ได้กับกรณีนี้ เพราะไม่ใช่ที่ดินเอกชน แต่เป็นที่สาธารณะ(
คลิ้ก)

คลิ้กชมข่าวช่อง 3

ในเหตุการณ์ชุมนุมใหญ่เดือนเมษายน พ.ศ. 2552 หลังจากที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้กล่าวพาดพิง พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์, พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ และนายชาญชัย ลิขิตจิตถะ 3 องคมนตรี ว่าอยู่เบื้องหลังของการรัฐประหาร 19 กันยายน พ.ศ. 2549

พล.อ.พิจิตร ได้ออกตอบโต้โดยตั้งข้อสงสัยถึงเรื่องราวที่ผ่านมาว่า เหตุใดการที่อดีตนายกรัฐมนตรีคนหนึ่ง ถูกศาลพิพากษาจำคุกแล้ว แต่ไม่ยินยอมรับโทษนั้น หรือการกล่าวถึงสถาบันเบื้องสูงด้วยถ้อยคำที่ไม่ถูกไม่ควร เหตุใดจึงไม่มีผู้ดำเนินการเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง รวมถึงการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการนำเงินจำนวนมากไปฝากในเกาะที่มีชื่อเรื่องการฟอกเงิน (หมู่เกาะเคย์แมน) ทำไมจึงไม่มีการติดตามเรื่องเหล่านี้เพื่อนำข้อเท็จจริงให้ปรากฏออกมาให้ประชาชนได้รับทราบ

ซึ่งในเรื่องฟอกเงินนี้ ทางฝ่าย พ.ต.ท.ทักษิณ อ้างว่าไม่มี ซึ่งทาง พล.อ.พิจิตร ยืนยันว่ามีหลักฐาน โดยได้เคยสนทนาถึงเรื่องนี้กับอดีตเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา (นายราล์ฟ บอยซ์ จูเนียร์) และนายราล์ฟ บอยซ์ จูเนียร์ ก็พร้อมจะมาเป็นพยาน อีกทั้งวิพากษ์ถึงพฤติกรรมในอดีตหลายประการของ พ.ต.ท.ทักษิณว่าแสดงออกถึงความไม่จงรักภักดี เช่น กรณีการทำบุญในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม พร้อมกับกล่าวยืนยันว่ามีขบวนการจ้องล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์

สังคมข่าวชาวเสื้อแดง(30ม.ค.):ในสนามรบมีดอกไม้

ที่มา Thai E-News






ในสนามรบมีดอกไม้-ภาพเก็บตกจากการชุมนุมหน้ากองทัพบกตลอดบ่ายถึงค่ำวานนี้ สาวเสื้อแดงมากันแน่นและเข้มแข็งคึกคักเช่นเคย ใครเป็นใคร ดูกันเอาเอง[ภาพ:ไทยฟรีนิวส์]

***สังคมข่าวชาวเสื้อแดงประจำวันเสาร์ที่ 29 มกราคม 2553 สถานการณ์ข้นคลั้กเช่นเคย ส่งข่าวคราวกิจกรรม หรือรูปภาพกิจกรรมมาได้ที่ thaienews99@googlegroups.com ลงข่าวให้ฟรีไม่เสีัยตังค์***


***กลุ่มกรรมกรแดงเพื่อประชาธิปไตย ขอเชิญร่วมกิจกรรม “พูดคุยสบาย สบาย สไตล์กรรมกรแดง”ในประเด็น : ประชาธิปไตยในประเทศไทยมีจริงหรือไม่ ? วันเสาร์ที่ 30 มกราคม 2553 เวลา 18.00-22.00 น. พบกับแกนนำกรรมกรแดงเพื่อประชาธิปไตย และ อธิการบดีสนามหลวง สุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ ณ บ้านปลดแอกตำนานเพื่อชีวิต (ใต้สะพานวงแหวนอุตสาหกรรม ถ.ปู่เจ้าสมิงพราย)ติดต่อสอบถามรายละเอียดและสำรองที่นั่งได้ที่ 087-7063092, 084-3840561***

***เสาร์ที่ 30 มกราคมนี้เสื้อแดงปากน้ำจะมีวิทยุชุมชนฟังเสียงฝ่ายประชาธิปไตยแล้ว ท่านใดอยู่ย่านนี้เชิญครับงานเปิดวิทยุชุมชน 97.25 ที่เลขที่999/101 ชั้น 3 อาคารโจนาธาน หมู่ 1 ถนนสุขุมวิท ตำบลสำโรงเหนือ อำเภอเมือง สมุทรปราการ(ข้างอิมพีเรียลเวิลด์ สำโีรง) ถวายภัตตาหารเช้าพระสงฆ์ 7 โมงเช้า ฤกษ์ดี 9.39 เปิดสถานี โดยนายกฯสมชาย วงศ์สวัสดิ์ จากนั้น10โทงฟังการปราศรัยจากทีมแกนนำ3เกลอ วีระ-จตุพร-ณัฐวุฒิ และแกนนำมากมาย เที่ยงทานข้าวด้วยกัน มีถ่ายทอดสดทางพีเพิลแชนัลตลอดรายการ รายละเอียดโทร02-7569918 085-4401912 คลิ้กทักทายที่เวบ http://www.thewebred.com/ ***

***ฮัดเช้ย!นักรบหรือนั่น ออกมาฮึ่มฮั่มๆบอกเสธ.แดงหมิ่นสถาบันทหาร ยอมไม่ได้ ต้องตบเท้าแสดงพลัง..แล้วตอนสนธิลิ้มทั้งถ่มทั้งถุยใส่อนุพงษ์มาสารพัด พวกเอ็งไปนั่งสวมกระโปรงซุกอยู่รูไหนวะ?...อย่ากระนั้นเลยปล่อยให้พวกนายพันนายพลนักกอล์ฟเล่นลิเกกันไป ฝ่ายประชาธิปไตยอย่าไปให้ราคานัก และขอเรียนเชิญไปให้เกียรติแก่เสธ.แดงที่จะเดินทางไปปราศัยกับพี่น้องเสื้อแดง ในวันอาทิตย์ที่ 31 มกราคม 2553 เวลา 13.00 -18.00 น. ณ โรงแรม ซิตี้บีช อยู่ติด สภ.อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ สนใจติดต่อ คุณโต..089-1594953 และ คุณชมเมือง 089-4097577 เขตประชนไม่ห้ามใครเข้า ***

***พบกันครั้งที่ 4 แล้ว สำหรับเวทีประชาธิปไตยเพื่อประชาชน ณ ลานประชาธิปไตย ข่วงท่าแพ วันเสาร์ ที่ 30 มกราคม 2553 17.00 - 23.00 น. ขอเรียนเชิญชาวเชียงใหม่ผู้รักประชาธิปไตย และเพื่อนพ้องน้องพี่ที่ผ่านทางมาทุกท่าน มาพบปะพูดคุยกัน ตามประสาคนเสื้อแดง พบกับวิทยากรจากส่วนกลาง หมุนเวียนเปลี่ยนกันมา และวิทยากรจากเชียงใหม่อีกหลายท่าน พิเศษพบ VDO Link จากคุณ จักรภพ เพ็ญแข ต่อด้วยโฟนอินจากนายกฯทักษิณ ชินวัตรเวลา 3 ทุ่ม ถ่ายทอดสดทางhttp://thaipeoplevoice.net ส่งเสริมประชาธิปไตย ขับไล่อำมาตย์ ทวงคืนอำนาจของประชาชน รวมใจชาวเชียงใหม่ทุกผู้คน ณ ข่วงท่าแพ ทุกเย็นวันเสาร์ จัดโดยศูนย์ประสานงานกลาง นปช.แดงเชียงใหม่ คุณ พีรพล 086-9110208 คุณ สุพล 081-9527723***


***ท่านใดที่สนใจเรื่อง"สื่อใหม่"ที่จะมาแทนสื่อเก่า สื่อน้ำเน่ารับใช้เผด็จการ เชิญฟังการบรรยายทางวิชาการในวันอาทิตย์ที่ 31 มกราคม ช่วงเช้า 9.00 น.-12.00 ห้องบรรยายชั้น 5 อาคารหอสมุดเดิม วิทยาลัยนวัตกรรม ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ไม่มีค่าใช้จ่าย แต่รับจำนวนจำกัด บรรยายโดยนักวิชาการสายประชาธิปไตย อาจารย์วิภา ดาวมณี หนนี้ว่าด้วย ศึกษาแนวคิดทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง คือทฤษฎีการบริหารสื่อ และอุตสาหกรรมการผลิตสื่อสมัยใหม่- และการบริหารความเปลี่ยนแปลงแนวคิด IMC (Strategy and Corporate Culture in High-Tech Firms)สำรองที่นั่งสอบถามที่อีเมล์ octnet72@yahoo.com ***


เสร็จแล้วไปต่อกันที่งานจรรยาบรรณเ(สื่อ)ม-งานเสวนาวงเล็ก Mirror Talk 3.5 วันอาทิตย์ที่ 31 มกราคม บ่ายโมง ที่ลานเสรีภาพ อิมพิเรียลเวิลด์ ลาดพร้าว ชั้น 5 พบกับวิทยากร จอม เพชรประดับ สมยศ พฤกษาเกษมสุข รศ. สุดสงวน สุธีสร โทร. 084-0910707 (ไม่มีค่าเก็บบัตรผ่านเข้างาน)




***แดงออสเตรเลียขอเชิญพี่น้องผู้มีหัวใจรักประชาธิปไตยร่วมงาน"สังสรรค์ประสานใจThai RED AUSTRALIA กิน ฟ้อน ร้อง รำ"ในงานพบกับโฟนอินจากนายกฯทักษิณ 7 กุมภาพันธ์นี้ที่Petersham tawnhall(ใกล้สถานีรถไฟPetersham)17.00-22.30น. ติดต่อซื้อบัตรโทร0403 979 889 บัตรราคา$15(ไม่รวมเครื่องดื่ม)***

***คิวกิจกรรมของทีมนปช.แดงทั้งแผ่นดิน วันนี้-สิ้นเดือนมกราคม 2553


เสาร์ 30 มกราคม 18.00-24.00 น. อำเภอเมือง กาญจนบุรี นำทีมปราศรัยโดยวีระ,จตุพร,ณัฐวุฒิ,อริสมันต์,พายัพ,วิสา,ไพจิตร

อาทิตย์ 31 มกราคม 18.00-24.00 อำเภอเมือง ขอนแก่น ปราศรัยใหญ่ถ่ายทอดสดพีเพิลแชนัล นำทีมโดยวีระ,จตุพร,ณัฐวุฒิ,อริสมันต์,พายัพ,วิสา,ไพจิตร,นิสิต,แรมโบ้,เจ๋ง ดอกจิก


***กำหนดการสัมมนา เรื่อง “ การก้าวเดินของพรรคแนวร่วมสังคมประชาธิปไตย” วันอาทิตย์ที่ 31 มกราคม พ.ศ 2553 เวลา 10.00 น. – 16.30. น.ณ โรงแรมรัตนโกสินทร์


สืบเนื่องจากคณะบุคลกลุ่มหนึ่งที่พยายามฟื้นฟูการจัดตั้งพรรคสังคมนิยมเพื่อเป็นทางเลือกสำหรับ ประชาชนในยามวิกฤตและสับสนต่อความเป็นประชาธิปไตย ความพยายามของกลุ่มบุคคลดังกล่าวไม่ผ่านการอนุมัติจากคณะกรรมการเลือกตั้งที่จะให้ใช้ชื่อ พรรคสังคมนิยมแห่งประเทศไทยจึงได้มีความพยายามปรับเปลี่ยนให้ตรงกับระเบียบของคณะกรรมการเลือกตั้งเพื่อความสมบูรณ์ของการเป็นพรรคการเมืองไทยโดยใช้ชื่อ “แนวร่วมสังคมประชาธิปไตย” โดยมีนาย ประชา อุดมธรรมมานุภาพ เป็นหัวหน้าพรรค และกำหนดจัดสัมมนาขึ้น มีกำหนดการดังนี้

10.00 น. – 10.30 น. ลงทะเบียน
10.30 น. - 10.45 น. หัวหน้าพรรคแนวร่วมสังคมประชาธิปไตย กล่าวเปิดตัว พรรค และแสดงวิสัยทัศน์
10.45 น. – 11.00 น. ปาฐกถา “สังคมนิยมไทยไม่มีวันตาย” โดย พ.อ สมคิด ศรีสังคม
11.00 น. – 12.00 น. กระบวนการต่อสู้ของประชาชน โดย สุรชัย ด่านวัฒนานุสรน์
12.00 น. – 13.00 น. แสดงความยินดีในการฟื้นฟู อุดมการณ์สังคมนิยมกับพรรคการเมือง โดย คำสิงห์ ศรีนอก
13.30 น. – 15.30 น. สัมมนา เรื่อง รัฐสวัสดิการ และแนวคิดสังคมนิยมในยุโรป ดำเนินรายการโดย อ.วิภา ดาวมณี
15.30 น. – 16.30 น. ความเป็นมาของสังคมนิยมไทยในอดีต โดย ดร.สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ
17.00 น. ปิดการสัมมนา


ติดต่อสอบถาม โทรศัพท์ 080 0369301 , 081 8601129***

ข่าวส่งเสริมคนดี

จำนวนผู้เข้าเยี่มมชม

link to affordable web hosting
Powered by web hosting provider .

สถิติการเข้าชม DMNEWS

eXTReMe Tracker