ปัญหาการเมืองไทย ที่ว่ากันว่าแก้ไขไม่ได้ ไม่มีทางออกนั้นว่ากันจริงๆ แล้ว ไม่ใช่เรื่องลำบากยากเย็นอะไร...ถ้าอยากจะแก้ไขกันจริงๆ และคนที่แก้ไขหรือสั่งให้มีการแก้ไขก็ไม่มีอะไรต้องสูญเสีย...รู้กันทั้งประเทศว่า...เรื่องราวที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องราวของสงครามตัวแทนประชาชนสีเหลืองกับประชาชนสีแดง...ไม่มีอะไรแตกต่างกัน เขาต่างก็เป็นประชาชนที่สนใจในเรื่องราวของบ้านเมือง...เขาฟัง เขาเชื่อ เขาก็แสดง...พลังของเขาออกมาตามศรัทธาและความเชื่อของเขา...ความเชื่อที่ว่า...ประชาธิปไตยนั้นเริ่มต้นกันที่ประชาชนความเชื่อที่ว่า...เพื่อนร่วมเกิดแก่เจ็บตาย...ในแผ่นดินเดียวกันนั้น...ก็เป็นประชาชนล้วนๆความเชื่อที่
ว่า...ในที่สุดแล้วฝ่ายที่มีและเป็นประชาชน จะเป็นผู้ชนะดังนั้นเมื่อใดที่การเมืองบ้านเมืองใดมีปัญหา...เมื่อตัวแทนแห่งอำนาจกับตัวแทนแห่งอำนาจ ขัดแย้งกัน...จนไม่สามารถตกลงกันได้ ก็คืนอำนาจนั้นกลับไปสู่ประชาชน...ให้ประชาชนเป็นผู้พิพากษาประชาชนพิพากษาเช่นใด ก็ให้เป็นไปเช่นนั้น นั่นแหละประชาธิปไตยพรรคประชาธิปัตย์...เพราะตัวบุคคลในพรรค...ไปแขวนการต่อสู้ไว้กับ ทักษิณ ชินวัตร เอาสถาบันไปสู้กับบุคคลและดูถูกประชาชนว่าเป็นขี้ข้ารับ
ใช้ ทักษิณ ชินวัตร ทั้งๆ ที่บนความเป็นจริงนั้น...ประชาชนทนไม่ได้กับการยึดอำนาจของกองทัพแต่เพราะพวกเขาเป็นคนมือเปล่า...พวกเขาจึงต้องการเวลา...ประชาธิปัตย์หลงทาง...และเห็นกงจักรเป็นดอกบัว...เข้าไปเกลือกกลั้วกับทหาร...ประชาธิปัตย์จึงเดินห่างออกไปจากประชาชน...ผละประโยชน์จึงกลับไปตกอยู่กับ ทักษิณ ชินวัตรถ้าประชาธิปัตย์...ถึงจะเป็นศัตรูกับพรรคไทยรักไทยและทักษิณ ชินวัตร...แต่เมื่อมีการรัฐประหารเกิดขึ้น...ประชาธิปัตย์...บอยคอตต่อ
ต้าน...และเรียกร้องประชาธิปไตย...ไม่สมยอมและปฏิเสธสิ่งที่เผด็จการหยิบยื่นให้ถ้าประชาธิปัตย์ เป็นผู้ปฏิเสธเผด็จการและทวงคืนประชาธิปไตยให้กับประชาชน วันนี้พรรคประชาธิปัตย์ ก็จะมีหัวหน้าพรรคเป็นนายกรัฐมนตรี และมีประชาชนทั่วประเทศให้การสนับสนุนอาจจะสายแต่ก็ยังไม่เกินไปคืนประชาธิปไตยให้กับประชาชน...แล้วประชาชนจะคืนประเทศให้กับพรรคประชาธิปัตย์