บล็อคข่าวส่งเสริมคนดี (รักดีหามจั่ว รักชั่วหามเสา หามจั่วก็หนักนะ)

ข่าวจากสื่อ

บทความจากสื่อ

วันจันทร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2553

สุดท้ายที่กรุงเทพฯ

ที่มา โลกวันนี้

คอลัมน์
เป็นประชารัฐ
จากหนังสือพิมพ์ โลกวันนี้
ปีที่ 11 ฉบับที่ 2762 ประจำวัน จันทร์ ที่ 22 มีนาคม 2010
โดย ลอย ลมบน

ต้องเรียกว่าเป็นปรากฏการณ์ “เข็มขัดสั้น” หรือคาดไม่ถึงจริงๆสำหรับการเคลื่อนขบวนคาราวานของคนเสื้อแดงไปรอบกรุงเทพมหานคร เมืองหลวงของประเทศ ด้วยระยะทางกว่า 60 กิโลเมตร ที่ได้รับการตอบรับจากประชาชนทั่วไปที่ออกมาโบกไม้โบกมือ โบกผ้าแดงให้การต้อนรับ

ผู้เขียนไม่ได้ร่วมขบวนไปสังเกตการณ์กับเขาด้วย ได้แต่ติดตามข่าวสารทางหน้าจอทีวี. ก็เสียดายว่าการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงครั้งนี้สื่อทีวี.ประเทศไทยไม่ได้ให้ความสนใจกับเนื้อหามากนัก แต่ไปเน้นหนักกันเรื่องปัญหาการจราจร

เช้า สาย บ่าย เย็น ข่าวหน้าจอทีวี.เมืองไทยพูดกันแต่เรื่องปัญหาการจราจรที่ดูเหมือนเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศมากกว่าความเป็นประชาธิปไตย ความเสมอภาคเท่าเทียมกันในสังคม

อีกประเด็นที่ดูว่าสื่อทีวี.ในเมืองไทยจะให้ความสนใจเป็นพิเศษก็คือ การนำเสนอความเห็นของนายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่นั่งปักหลักอยู่ที่ราบ 11 ให้สื่อทีวี.ช่องแล้วช่องเล่าเข้าสัมภาษณ์เพื่อนำไปออกอากาศอย่างไม่รู้เบื่อ คนทำสื่อทีวี.ก็ดูเหมือนว่าจะภูมิอกภูมิใจที่ได้สัมภาษณ์เดี่ยวนายกฯ โดยหารู้ไม่ว่าถูกเขาหลอกใช้เป็นเครื่องมือ

ถึงบอกว่าไม่ได้ให้ความสำคัญกับการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดง แต่การปักหลักให้สัมภาษณ์สื่อทีวี.แบบตัวต่อตัวเกือบจะทุกช่องนั้น ถือได้ว่านายอภิสิทธิ์ต้องการชิงพื้นที่ข่าวจากสื่อที่หันไปสนใจรายงานความเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดง โดยเฉพาะกระแสการตอบรับของประชาชนกรุงเทพฯ

เมื่อสื่อให้ความสนใจกับคนเสื้อแดงมาก มวยรุ่นใหญ่อย่างนายอภิสิทธิ์จึงต้องออกมาปักหลักแลกหมัดเพื่อชิงพื้นที่สื่อกับคนเสื้อแดงด้วยตัวเอง เพราะรู้ว่าหากส่งพวกตัวกระจ๊อกออกมามีหวังเสียท่าให้กับการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงแน่

ย้อนกลับไปที่การเคลื่อนคาราวานของคนเสื้อแดง รู้สึกว่านี่น่าจะเป็นหนแรกๆของการเคลื่อนไหวทางการเมืองที่มีขบวนแห่ออกไปพบพี่น้องประชาชน โดยมีคนเข้าร่วมมากที่สุด และได้รับการตอบรับมากที่สุด

นึกไปถึงภาพของนักชกเหรียญทองโอลิมปิกหรือนักร้องดังๆที่มาเปิดคอนเสิร์ตแล้วต้องมีขบวนแห่โชว์ตัวรอบเมือง ที่มีคนออกมาโบกไม้โบกมือทักทาย

การที่คนในกรุงเทพฯเริ่มให้การตอบรับการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงถือเป็นการส่งสัญญาณไปถึงนายอภิสิทธิ์และบรรดาอำมาตย์ที่อยู่ข้างหลังว่า ประชาชนเขาเริ่มเอือมระอากับการพวกอภิสิทธิ์ชน การใช้ 2 มาตรฐาน และความไม่จริงใจที่จะหาทางออกให้บ้านเมือง

นับว่าคนเสื้อแดงเดินมาถูกทางแล้วที่ยึดแนวทางเคลื่อนไหวอย่างสันติ อหิงสา การชุมนุมที่ผ่านมา 8 วัน เข้าสู่วันที่ 9 ในวันนี้ที่เป็นไปอย่างสงบ ถือว่าได้ตบหน้ารัฐบาลฉาดใหญ่ที่ใส่ความสร้างภาพให้คนเสื้อแดงเป็นพวกนิยมความรุนแรงมาตลอด และยังเป็นการลบคำปรามาสว่าไม่เกิน 3 วัน 7 วันก็แยกย้ายกันกลับบ้าน เพราะมาด้วยการว่าจ้างไม่ได้มาด้วยใจ

การชุมนุมของคนเสื้อแดงถือเป็นการเขียนประวัติศาสตร์ทางการเมือง ซึ่งแน่นอนว่าการเขียนประวัติศาสตร์ต้องอดทนเขียนไปทีละบรรทัด ทีละบรรทัด กว่าจะเป็นประวัติศาสตร์เล่มใหญ่

ขึ้นบันไดยังต้องเริ่มที่ขั้นแรก แต่วันนี้ขบวนการของคนเสื้อแดงถือว่าได้เดินมาไกลมากแล้ว ระหว่างสองข้างทางที่ผ่านก็มีประชาชนเข้าร่วมมากขึ้นเรื่อยๆ

ไม่รู้ว่าคนกรุงเทพฯคิดอย่างไรกับการชุมนุม แต่โอกาสที่จะได้ร่วมกันเขียนประวัติศาสตร์ได้เปิดกว้างขึ้นแล้ว ก็อยู่ที่ว่าจะเลือกนอนเกาสะดือดูความเป็นไปของบ้านเมืองอยู่ที่บ้าน หรือว่าจะร่วมกันออกมาสร้างประชาธิปไตยที่แท้จริงให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมในแผ่นดินนี้

จะจบเมื่อไรคำตอบสุดท้ายจึงน่าจะอยู่ที่พลังของคนกรุงเทพฯเป็นสำคัญ

ข่าวส่งเสริมคนดี

จำนวนผู้เข้าเยี่มมชม

link to affordable web hosting
Powered by web hosting provider .

สถิติการเข้าชม DMNEWS

eXTReMe Tracker