บล็อคข่าวส่งเสริมคนดี (รักดีหามจั่ว รักชั่วหามเสา หามจั่วก็หนักนะ)

ข่าวจากสื่อ

บทความจากสื่อ

วันอังคารที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2551

ยิงระเบิดใส่อาคารผู้โดยสารดอนเมือง เจ็บอย่างน้อย 8 ราย

ที่มา MCOT News



ดอนเมือง 2 ธ.ค.-เมื่อช่วงหลัง 24.00 น.ที่ผ่านมา เกิดเหตุระเบิดไม่ทราบขนาดตกใส่อาคารผู้โดยสารภายในประเทศท่าอากาศยานดอนเมือง มีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 8-9 ราย ในจำนวนนี้ 3 คนสาหัสจากสะเก็ดระเบิด สอบสวนพบคนร้ายยิงระเบิดลงมาจากโทลล์เวย์.-สำนักข่าวไทย

อัพเดตเมื่อ 2008-12-02 01:15:58

พันธมิตรฯ ยื่นเงื่อนไขไม่จ่ายค่าเสียหายทำเนียบฯ

ที่มา MCOT News

ทำเนียบฯ 1 ธ.ค. – แกนนำพันธมิตรฯ ยื่นเงื่อนไขสำนักนายกรัฐมนตรี อยากได้ทำเนียบฯ คืนเร็ว ต้องลงลายลักษณ์อักษร ไม่เอาผิด-ไม่คิดค่าเสียที่เกิดขึ้นในทำเนียบฯ แต่ถ้าจะเอาผิด “พล.ต.จำลอง-สุริยะใส” บอกเสียงเดียวกัน ยินดีรับผิดชอบ แต่ไม่มีเงิน

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ ที่ทำเนียบรัฐบาล ช่วงเย็นวันนี้ (1 ธ.ค.) หลังแกนนำพันธมิตรฯ มีมติย้ายผู้ชุมนุมไปสมทบกับผู้ชุมนุมที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และท่าอากาศยานดอนเมือง โดยจะปิดการชุมนุมที่ทำเนียบฯ เวลา 21.00 น. วันนี้ ว่า ภายในทำเนียบฯ ยังคงมีผู้ชุมนุมอยู่ แม้จะบางตาลงไป แต่บนเวทีคึกคักขึ้นอีกครั้ง เมื่อ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรฯ ขึ้นเวทีชี้แจงถึงสถานการณ์การการชุมนุม และเหตุผลที่ต้องย้ายไปปักหลักที่ท่าอากศยานสุวรรณภูมิ และท่าอากาศยานดอนเมืองจนกว่าจะไม่มีรัฐบาลชุดเดิม

นอกจากนี้ พล.ต.จำลอง ยังบอกว่า ได้แจ้งไปยังสำนักนายกรัฐมนตรีว่า ถ้าต้องการให้พันธมิตรฯ ออกจากทำเนียบฯ โดยเร็ว จะต้องมีการลงนามเป็นลายลักษณ์อักษรว่า จะไม่เอาผิด หรือคิดค่าเสียหาย หากมีอะไรบกพร่องเสียหาย เพราะการมาเรียกร้องครั้งนี้ ไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง แต่ทำเพื่อชาติบ้านเมือง แต่ถ้ามีการฟ้องร้องค่าเสียหายคิดเป็นมูลค่า 1,000 ล้านบาท ก็จะขอรับผิดชอบเพียงผู้เดียว รวมทั้งค่าเสียหายจากการปิดท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ วันละ 123 ล้านบาท ที่ฟ้องแกนนำ รวม 11 คน ก็ขอรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว และว่า “ให้มาเก็บกับผมได้ แต่ต้องบอกว่า มีแต่ตัว ไม่มีทรัพย์สินอะไร”

ด้านนายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มพันธมิตรฯ แถลงว่า ขณะนี้ได้มีการประสานไปยังองค์กรต่างๆ อาทิ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน พีเน็ต กรรมาธิการสิทธิมนุษยชนและผู้บริโภคของสภาผู้แทนราษฎร ตัวแทนจากทหาร ตำรวจ ตัวแทนจากสำนักนายกรัฐมนตรี และตัวแทนสื่อมวลชน เพื่อให้มาร่วมกันตรวจสอบทำเนียบรัฐบาล ก่อนที่จะมีการส่งคืน

“เวลานี้เป็นขั้นตอนการเจรจา เรื่องความเสียหายเกิดขึ้นในทำเนียบฯ หากจะมีการดำเนินคดี ก็ไม่มีปัญหา เราพร้อมรับผิดชอบในสิ่งที่กระทำ และไม่ได้คิดหนี แต่ไม่มีเงินจ่าย” นายสุริยะใส กล่าว.-สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-12-01 19:51:19

โฆษกรัฐบาลขอให้ประชาชนช่วยตอบกรณีไม่ให้รัฐเอาผิดพันธมิตรฯ

ที่มา MCOT News

กรุงเทพฯ 1 ธ.ค. - “ณัฐวุฒิ” ขอให้ประชาชนชี้แนะรัฐบาล กรณีพันธมิตรฯ ยื่น 2 เงื่อนไขให้ถอนแจ้งความและไม่เอาผิดทั้งแพ่ง-อาญา กับพันธมิตรฯ ที่บุกยึดทำเนียบฯ และทำทรัพย์สินเสียหาย พร้อมจี้กองทัพแจงข้อเท็จจริงข่าวหน่วยรบพิเศษลพบุรีเป็นครูฝึกให้การ์ดพันธมิตรฯ

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้าในการดำเนินการภายใต้การประกาศภาวะฉุกเฉินของตำรวจว่า มีความคืบหน้าภายใต้หลักสันติวิธีเป็นลำดับ โดยมีการพูดคุยและเจรจากับแกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยมากขึ้น หลังจากก่อนหน้านี้ทำได้ค่อนข้างยาก

นายณัฐวุฒิ ยังกล่าวถึงกรณีที่กลุ่มพันธมิตรฯ ได้ถอนกำลังผู้ชุมนุมออกจากทำเนียบรัฐบาล เพื่อไปร่วมชุมนุมที่ท่าอากาศยานดอนเมือง และท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ว่า พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ ได้ติดต่อมายังปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อยื่นเงื่อนไข 2 ข้อ คือ 1. ขอให้หน่วยงานราชการถอนแจ้งความในคดีบุกรุกทุกคดีที่ได้มีการแจ้งความไว้ในช่วงที่บุกยึดทำเนียบรัฐบาล 2. ขอให้ราชการไม่เอาผิดทั้งคดีแพ่งและคดีอาญากับกลุ่มผู้ชุมนุม ในกรณีที่ทำให้ทรัพย์สินเสียหายและสูญหาย พร้อมทั้งขอความเห็นใจจากทางราชการ โดยอ้างว่า กระทำการไปเพื่อประโยชน์ของชาติบ้านเมือง แต่ขอชี้แจงว่า อาคารสถานที่ในทำเนียบรัฐบาลไม่ได้เป็นของรัฐบาลหรือข้าราชการ แต่เป็นทรัพย์สินของแผ่นดิน มาจากภาษีอากรของประชาชน

“ผมขอฝากให้ประชาชนทั่วประเทศรับทราบ และช่วยรัฐบาลพิจารณาคำตอบ หรือข้อดำเนินการของรัฐบาลในขั้นต่อไปว่า ควรจะสนองตอบต่อข้อเรียกร้องของกลุ่มพันธมิตรฯ อย่างไร แต่เรียนว่า ที่ผ่านมาพันธมิตรฯ บอกว่า หากไม่อยู่ในทำเนียบรัฐบาลแล้ว ก็จะเรี่ยไรทรัพย์สินเงินทองของผู้ชุมนุม เพื่อมาชดใช้รับผิดชอบ และประกาศตลอดว่า ยินดีรับผิดชอบทางกฎหมายทุกกรณี จึงไม่แน่ใจว่า จุดยืนของพันธมิตรฯ เป็นอย่างไร และต่อไปหากพันธมิตรฯ ถอนตัวออกจาก 2 สนามบิน ทางราชการก็ไม่สามารถดำเนินคดีใด ๆ ที่พันธมิตรฯ ขออย่างนี้ได้หรือไม่” โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าว

นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า พรุ่งนี้ (2 ธ.ค.) ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี จะขอความเห็นจากคณะรัฐมนตรีในเรื่องดังกล่าว อย่างไรก็ตาม มีการแจ้งความเสียหายของบุคคลอื่นไว้หลายรายการ ซึ่งรัฐบาลต้องพิจารณา หลังจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเคลียร์พื้นที่ในทำเนียบรัฐบาล จากนั้นปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีจะสำรวจทรัพย์สินราชการที่เสียหายหรือสูญหาย

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า ขอฝากถึงนายทหารและกองทัพให้ช่วยแก้ไขข้อข้องใจของประชาชน กรณีที่วันนี้มีหนังสือพิมพ์บางฉบับได้รายงานว่า มีกองกำลังหน่วยรบพิเศษจากลพบุรี เข้ามาปฏิบัติหน้าที่เป็นครูฝึกให้กับการ์ดพันธมิตรฯ บางครั้งก็เข้ามาเป็นหัวหน้าการ์ดฯ ว่า ข้อเท็จจริงเรื่องนี้เป็นเช่นไร ซึ่งถ้าไม่เป็นความจริงจะได้ชี้แจงให้ประชาชนเกิดความเข้าใจ แต่หากเกิดขึ้นจริงก็เป็นเรื่องที่เหล่าทัพ หรือหน่วยงานต้นสังกัด จะได้ติดตามตรวจสอบและดำเนินการตามระเบียบวินัยต่อไป

นายณัฐวุฒิ กล่าวด้วยว่า ในวันพรุ่งนี้ (2 ธ.ค.) จะมีการประชุมคณะรัฐมนตรีตามปกติ โดยจะใช้ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ตามเดิม และหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีจะเดินทางมาร่วมงานพิธีสวนสนามราชวัลลภ เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แต่ไม่แน่ใจว่า นายกรัฐมนตรีกลับมากรุงเทพฯ แล้วจะเดินทางไปที่ใดต่ออีกหรือไม่. - สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-12-01 19:48:47

จดหมายเปิดผนีกถึงเลขาธิการ UN

ที่มา thaifreenews
เสียงเงียบส่วนใหญ่ชาวไทย(The Silent Majority of Thai People )ได้จัดทำจดหมายเปิดผนึกฉบับหนึ่งเพื่อส่งถึงเลขาธิการสหประชาชาติ(UN)และทูตนานาชาติประจำUN โดยเฉพาะทูตของประเทศสมาชิกสภาความมั่นคง แห่งสหประชาติ กล่าวเรียกร้องให้UNและนานาชาติเร่งเข้ามาปกป้องประชาธิปไตยจากกลุ่มเผด็จการฟาสซิสต์ก่อการร้ายพันธมิตร ที่ได้รับการหนุนหลังจากกองทัพ บรรดาผู้กุมอำนาจ และอภิชนในประเทศ ไม่เช่นนั้นประเทศไทยก็เสี่ยงจะถูกทำลายประชาธิปไตยแบบเดียวกับพม่า ประเทศเพื่อนบ้าน

เนื้อความในจดหมายเปิดผนึกเล่าถึงกลุ่มก่อการร้ายพันธมิตร ซึ่งมีความเชื่อทางการเมืองแบบเผด็จการฟาสซิสต์ได้เข้ายึดสนามบิน แต่แทนที่รัฐบาลจะสามารถบังคับใช้กฎหมายจัดการให้ออกไปจากสนามบินได้ ก็ได้รับการขัดขวางจากบรรดาผู้หนุนหลังที่ไม่สนับสนุนประชาธิปไตย ซ้ำร้ายคาดว่ามีแผนการจะแทรกแซงขบวนการยุติธรรม ด้วยการก้าวก่ายให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายตัดสินคดียุบพรรคการเมือง เพื่อทำลายรัฐบาลที่ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศเลือกตั้งเข้ามา แล้วจัดตั้งรัฐบาลเผด็จการเข้าครอบงำกดขี่ประชาชนไทย

ดังนั้นจึงมีความจำเป็นต้องเรียกร้องให้UN และทูตนานาชาติเร่งเข้ามาแทรกแซงไม่ให้บรรดาชนชั้นนำ ผู้กุมกำลังกองทัพ ตุลาการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และกลุ่มก่อการร้ายฟาสซิสต์พันธมิตรคร่าทำลายประชาธิปไตยลง

หากท่านใดเห็นด้วยกับความเคลื่อนไหวดังกล่าวนี้ โปรดแนบจดหมายเปิดผนึกด้านล่างนี้ ส่งไปถึงเลขาธิการใหญ่สหประชาชาติ และทูตของประเทศสมาชิกความมั่นคงแห่งสหประชาชาตืเป็นการด่วน และกรุณาเผยแพร่ออกไปให้กว้างไกลรวดเร็วที่สุด

รายชื่ออีเมล์ของเลขาธิการใหญ่UNนายบัน คี มูน ecu@un.org อีเมล์ของทูตสหรัฐประจำUNคือusa@un.int ส่วนที่เหลือเป็นอีเมล์ของทูตชาติสมาชิกสภาความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ

newyorkUN@diplobel.be
chinamission_un@mfa.gov.cn
bfapm@un.int
costarica@un.int
cromiss.un@mvp.hr
france@un.int
ptri@indonesiamission-ny.org
italy@un.int
lbyun@undp.org
emb@panama-un.org
rusun@un.int
pmun@southafrica-newyork.net
uk@un.int
info@vietnam-un.org


เนื้อความจดหมายเปิดผนึกถึงเลขาธิการใหญ่ สหประชาชาติ และทูตนานาชาติ

Open Letter
To Honorable Secretary Ban Ki-moon
H.E. Ambassadors Of All Countries In The Free World and Heads of UN
Agencies

Yours Excellencies:

Suvarnabhumi International Airport in Bangkok has now been closed by a group of terrorists from the anti-government People’s Alliance for Democracy (PAD), which is demanding that the elected government resign. This is despite the fact that the government has the backing of the majority of the Thai population. This backing has been proven by repeated elections. The PAD wants a dictatorship to replace democracy.

International Airports are highly sensitive security areas. Thai airports are controlled by the Thai military. It is obvious that the Thai military, who staged an illegal coup in 2006, have quietly supported PAD’s actions. Back in early October, the PAD thugs surrounded parliament to prevent the Prime Minister from making a policy speech. When the police used tear gas to try to disperse the PAD, the police were roundly condemned by the Thai media and most middle-class intellectuals. It is no secret that the PAD terrorists are armed with guns, bombs, knives and wooden batons. They constantly break the law with impunity. Earlier Tuesday PAD thugs were filmed by Thai TV PBS, shooting at taxi drivers who were trying to defend their pro-democracy community radio station. Yesterday the PAD kicked and punched a senior policeman. The police are powerless to act.

The PAD is a royalist fascist mob which has powerful backing. Apart from the army, they are supported by the Queen, the so-called Democrat Party, the courts, the mainstream media and most university academics. What these people have in common is a total contempt for the Thai electorate who are poor. They are angry that the Thai people voted for a government that gave the poor universal health care and other benefits. They want to turn the clock back to a dictatorship which they call "the New Order".

It is clear that the PAD, the Military, the Democrat Party and the conservative establishment would rather see total chaos in Thailand than allow democracy to function. Instead of addressing the airport-seizure stand off, they hope the Thai kangaroo courts will move fast to dissolve the ruling party on November 2, and that an authoritarian "national government" can be set up.

The silence majority of Thailand strongly supports the pro-democracy Red Shirts. We hope our friends abroad will support all our efforts to defend Thai democracy. We urge UN and all governments who adore true democracy to continue support democracy and social justice in Thailand. We urge the International Circles to act fast before it is too late. There has been a lesson to learn from the Myanmar situation which was perhaps the fruit of the delay of prompt actions by the International Community. The support of your Excellencies shall be highly appreciated.

Yours Excellency, we remain
Sincerely,


The Silent Majority of Thai People
ที่มาเวปบอร์ประชาไท โพสโดยนักข่าวรากหญ้า

วันจันทร์ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2551

พันธมิตรเรียงคิวเข้าแถวขโมยกินiติม

ที่มา TFN HOT VDO CLIP

ธง แจ่มศรี แถลงไม่เอารัฐประหารและปฏิเสธแนวทางอนาธิปไตย จากประชาไทหน้าแรก

ที่มา thaifreenews
บทความ โดย Bugbunny

ผมอ่านแล้วตีความได้แบบนี้นะครับ กลุ่มหญิงเฒ่าชายชราและสาวกในขบวนพันธมิตรที่พยายามโฆษณานโยบาย "สามัคคีศักดินาที่ก้าวหน้าโค่นล้มทุนนิยมสามานย์" อ่านจบก็ควรล้างตากันได้แล้ว ผมไม่ได้เข้าป่า แต่ติดตาม พคท มาตลอด ถือเป็นคนนอกที่สนใจขบวนการปฏิวัติเท่านั้น จึงนับตัวเองเป็นออบเซิร์ฟเวอร์หรือคนนอกเท่านั้นครับ


ถ้อยแถลงเนื่องในโอกาสวันก่อตั้งพรรค
ครบรอบ 66 ปี

1 ธันวาคม 2551


สวัสดีครับ

เนื่องในโอกาสก่อตั้งพรรคครบรอบ 66 ปี ผมขอถือโอกาสนี้ส่งความปรารถนาดีและคำอวยพรมายังมิตรสหายผู้ร่วมอุดมการณ์ทั้งหลาย ขอให้มีสุขภาพแข็งแรง ประสบความสำเร็จในหน้าที่และการงานของตน มีพลังกายพลังใจเต็มเปี่ยม พร้อมจะต่อสู้เพื่อภารกิจก้าวหน้าเป็นธรรม ซึ่งเป็นภาระหน้าที่ทางประวัติศาสตร์ที่ทุกคนแบกรับอยู่ให้ก้าวหน้าไปตามความเรียกร้องต้องการของสถานการณ์ในปัจจุบัน

ผมในนามเลขาธิการใหญ่ของพรรค ซึ่งบัดนี้เหลือแต่ชื่อ แต่ในทางเป็นจริงไม่ได้ดำรงสถานภาพนี้อยู่อีกต่อไปแล้ว ดังที่ทราบกันดี นับแต่การประชุมคณะกรรมการบริหารกลางเต็มคณะสมัยที่ 2 ชุดที่ 4 ในปี 2526 เป็นต้นมา เนื่องด้วยเหตุปัจจัยทั้งทางภววิสัยและอัตวิสัย โดยเฉพาะเหตุปัจจัยทางอัตวิสัย คณะกรรมการบริหารกลางชุดนี้ก็ไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะองค์การนำสูงสุดของพรรคมาจนบัดนี้ เท่ากับได้สูญเสียบทบาทขององค์การนำไปแล้วโดยสิ้นเชิง

ปัจจุบันสถานการณ์ของประเทศเราเป็นที่ทราบกันทั่วไปแล้วว่ากำลังอยู่ในสภาวการณ์ที่สับสน แตกแยกกันอย่างกว้างขวางชนิดที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน สภาพเช่นนี้ได้ส่งผลกระทบต่อขบวนของเราอย่างมาก กล่าวสำหรับมวลชนที่ก้าวหน้าและสหายเราที่ยังยึดมั่นในภารกิจที่ก้าวหน้าเป็นธรรมต่างเรียกร้องให้ฝ่ายนำของเรามีบทบาทที่เป็นจริงในการชี้นำทางความคิด ผลักดันสถานการณ์ให้เป็นผลดีต่อการพัฒนาสังคมและประเทศชาติให้ก้าวรุดหน้าตามทันการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย แต่ก็เป็นที่น่าเสียใจอย่างมากที่องค์การนำของเราไม่สามารถมีบทบาทตามความเรียกร้องต้องการของสหายและมวลชนได้ด้วยสาเหตุที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น ผมจึงจำต้องใช้ฐานะส่วนตัวแจ้งให้มิตรสหายทราบถึงแนวความคิดและทิศทางที่ควรจะเป็นของเราต่อไป จะผิดถูกอย่างไรให้ถือเป็นภาระหน้าที่ร่วมกัน วิพากษ์วิจารณ์กันได้เต็มที่

ปมประเด็นที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งแตกแยกกันครั้งใหญ่ในสังคมไทยปัจจุบันนี้ กล่าวโดยสรุปก็สืบเนื่องมาจากความขัดแย้งทางผลประโยชน์ระหว่างกลุ่มทุนผูกขาดที่เป็นชนชั้นปกครองสองกลุ่ม ขอเรียกสั้นๆ ว่าเป็นความขัดแย้งทางผลประโยชน์ระหว่างกลุ่มทุนเก่า (อนุรักษ์นิยม) กับกลุ่มทุนใหม่ (เสรีนิยม) ทั้งทางเศรษฐกิจ การเมือง และวัฒนธรรม ซึ่งไม่สามารถตกลงกันได้ จึงปะทุออกมาในรูปแบบการทำรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน พ.ศ.2549

แม้กลุ่มทุนเก่าจะได้เปรียบ เนื่องจากเป็นฝ่ายที่มีอำนาจอิทธิพลเหนือรัฐสืบเนื่องมายาวนาน โดยเฉพาะคือสามารถมีอำนาจเหนือข้าราชการ ตำรวจ ทหาร และตุลาการได้อย่างเบ็ดเสร็จก็ตาม แต่เนื่องจากรูปแบบการปกครองของประเทศไทยเป็นระบอบประชาธิปไตยรัฐสภา เมื่อกลุ่มทุนเก่าสามารถตั้งรัฐบาลที่มาจากการทำรัฐประหารได้ซึ่งก็คือรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธฺ จุลลานนท์ โดยที่พวกเขาพยายามใช้เวลาหนึ่งปีกว่ามาร่างรัฐธรรมนูญใหม่ที่บิดเบี้ยว คือ รัฐธรรมนูญปี 2550 ที่เรียกกันว่ารัฐธรรมนูญฉบับอำมาตยาธิปไตย และกฎหมายอื่นๆ อีกเป็นจำนวนมาก เพื่อลิดรอนทำลายอำนาจอธิปไตยของประชาชนในรูปแบบที่แอบแฝงแนบเนียน โดยคาดหวังว่าเมื่อจัดให้มีการเลือกตั้งครั้งใหม่ คือการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม ปี พ.ศ.2550 พวกเขาจะได้รับชัยชนะ สามารถกุมเสียงข้างมากในรัฐสภาได้ แต่ผลที่เกิดขึ้นกลับตรงกันข้าม กล่าวคือพรรคที่ได้รับเสียงข้างมากในสภาฯ และสามารถตั้งรัฐบาลใหม่กลับเป็นพรรคพลังประชาชน ซึ่งเป็นคู่ปรปักษ์ของพวกเขา เมื่อไม่สามารถยับยั้งคู่ปรปักษ์ได้ จึงต้องใช้อิทธิพลที่มีอยู่มาระดมลูกน้องลูกสมุนมาก่อกวนขัดขวางรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนตามระบอบประชาธิปไตยในทุกรูปแบบ โดยเฉพาะคือการใช้อิทธิพลครอบงำสื่อต่างๆ มาปลุกปั่นสร้างกระแสบิดเบือน ทำให้เกิดความสับสนในหมู่ประชาชนจนไม่สามารถจำแนกแยกแยะความเท็จความจริงและความถูกผิดได้

ภายใต้สภาพการณ์เช่นนี้ แม้จะมีนักวิชาการออกมามาแสดงความคิดเห็นโต้แย้งกันต่างๆ นานา มีความคิดเห็นกันหลากหลาย แต่ในความหลากหลายเหล่านั้น เราก็สามารถใช้ทัศนะวัตถุนิยมวิภาษและวัตถุนิยมประวัติศาสตร์มาจำแนกแยกแยะได้ว่าโดยเนื้อแท้แล้วก็คือการต่อสู้ขัดแย้งกันระหว่างระบอบประชาธิปไตยของชนชั้นนายทุนกับระบอบอำมาตยาธิปไตยของศักดินานั่นเอง

มาจนถึงจุดนี้ก็มีมิตรสหายบางคนเสนอแง่คิดว่า ในเมื่อมันเป็นความขัดแย้งระหว่างเผด็จการอำมาตยาธิปไตยกับนักประชาธิปไตยของชนชั้นนายทุนแล้ว ก็ไม่น่าจะเกี่ยวกับเราที่เป็นประชาชนคนธรรมดา และยังมีมิตรสหายอีกบางคนให้แง่คิดว่า เราไม่ควรเพ้อฝันมากนักกับประชาธิปไตยของชนชั้นนายทุน ซึ่งมีแต่การซื้อเสียงขายเสียง คอรัปชั่นโกงกินอย่างชั่วช้าสามานย์

แน่นอน นักต่อสู้ของประชาชนเรา จะต้องไม่นั่งงอมืองอเท้ารอคอยสถานการณ์ไปเรื่อยๆ โดยไม่ทำอะไรเลยอย่างเด็ดขาด หากจะต้องใช้สถานการณ์ให้การศึกษามวลชนในรูปแบบเงื่อนไขต่างๆ อย่างทรหดอดทนไปยกระดับความสำนึกตื่นตัวของมวลชนให้สูงขึ้น จนสามารถผลักดันให้พวกเขาสามัคคีรวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อนที่เข้มแข็งไปช่วงชิงผลประโยชน์ที่เป็นจริงของพวกเขาเอง

ส่วนเรื่องที่ว่าประชาชนเราสมควรจะสนับสนุนรัฐสภาของชนชั้นนายทุนหรือไม่นั้น ก็มิใช่ว่าเรารักชอบระบอบทุนนิยมหรือไม่ชอบ แต่อยู่ที่ว่าการวิวัฒนาการของสังคมมนุษยชาติปัจจุบันได้ก้าวถึงขั้นตอนที่เป็นยุคสมัยของทุนนิยมแล้ว ประเทศส่วนใหญ่ในโลกรวมทั้งประเทศไทยก็ได้พัฒนาก้าวเข้าสู่ยุคทุนนิยม แม้ว่าโครงสร้างสังคมบางส่วนยังไม่ได้พัฒนาอย่างเต็มที่ก็ตาม แต่ก็ถือว่าได้ก้าวเข้าสู่ยุคทุนนิยมแล้ว สำหรับปัญหาความรับรู้ของเราที่มีต่อระบบทุนนิยมดีหรือเลวอย่างไรนั้น ปรมาจารย์ลัทธิมาร์กซ์คือ ท่านคาลมาร์กซ์ก็ได้ให้ข้อวิพากษ์วิจารณ์อย่างสมบูรณ์แล้ว ปัญหาจึงอยู่ที่ว่าเรานักลัทธิมาร์กซ์ได้เรียนรู้ ประยุกต์ใช้กับความเป็นจริงของเราอย่างไรต่างหาก ด้วยเหตุนี้ท่าทีของเราต่อทุนนิยมจึงมิใช่รับหรือปฏิเสธอย่างเดียว เพราะแม้เราจะปฏิเสธอย่างไรก็ตาม แต่การดำรงอยู่ของทุนนิยมก็เป็นสิ่งที่เราปฏิเสธไม่ได้ ดังนั้นเมื่อรับรู้ต่อกฎภววิสัยแห่งการพัฒนาเปลี่ยนแปลงของสังคม ก็ยิ่งเรียกร้องให้เราต้องพิจารณาถึงความเป็นจริงที่ดำรงอยู่ ซึ่งก็คือต้องคำนึงถึงจุดอ่อนจุดแข็งของชนชั้นปกครอง และฝ่ายประชาชนเรา จากนี้ไปกำหนดขั้นตอนยุทธศาสตร์ยุทธวิธีในการเปลี่ยนแปลงสังคมให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างมีจังหวะก้าวและสอดคล้องกับความเป็นจริงทางภววิสัย นี่คือทิศทางใหญ่ที่จะต้องเป็นไป

อย่างไรก็ดี เพื่อทำความกระจ่างต่อข้อสงสัยของเพื่อนบางท่าน ที่มีต่อระบอบรัฐสภาของชนชั้นนายทุน จึงใคร่ยกเอาคำสอนของปรมาจารย์ท่านหนึ่งคือท่านเลนิน ซึ่งเขียนไว้ในหนังสือชื่อ โรคไร้เดียงสา “ฝ่ายซ้าย” ในขบวนการคอมมิวนิสต์ โดยท่านชี้ว่า “เรายังไม่มีกำลังพอจะโค่นล้มรัฐสภาชนชั้นนายทุนได้ เรายังต้องเข้าร่วมการต่อสู้บนเวทีรัฐสภาชนชั้นนายทุน จุดมุ่งหมายก็อยู่ที่ให้การศึกษาแก่ชนชั้นที่ล้าหลังในชนชั้นของตนนั่นแหละ อยู่ที่ปลุกและให้การศึกษาแก่มวลชนในชนบทที่การศึกษายังไม่เจริญ ถูกปิดหูปิดตาและขาดความรู้นั่นแหละ ขณะที่พวกท่านยังไม่มีกำลังพอที่จะยุบรัฐสภาชนชั้นนายทุนและองค์กรปฏิกิริยาประเภทอื่นๆ นั้น พวกท่านจะต้องทำงานภายในองค์กรเหล่านี้” (จากบทที่ 7 “จะเข้าร่วมรัฐสภาชนชั้นนายทุนหรือไม่” ในหนังสือ โรคไร้เดียงสา “ฝ่ายซ้าย” ในขบวนการคอมมิวนิสต์)

จากที่กล่าวมาทั้งหมด สรุปได้ว่า ต่อสถานการณ์ในปัจจุบัน ภาระหน้าที่ของพวกเราคือจะต้องยืนหยัดต่อสู้ คัดค้านการทำรัฐประหารทุกรูปแบบ คัดค้านการใช้อำนาจนอกระบบรัฐธรรมนูญ สนับสนุนการพัฒนาระบอบประชาธิปไตยที่อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทยให้เข้มแข็งสมบูรณ์เพื่อนำไปสู่ประชาธิปไตยของประชาชนอย่างแท้จริง มีแต่เช่นนี้เท่านั้นจึงจะทำให้เราสามารถผลักดันให้สังคมก้าวรุดหน้าต่อไปได้ตามการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย


ธง แจ่มศรี


ลองพิจารณากันดูนะครับ

ความเหมือนที่แตกต่าง.....โดย : เนื้อทราย

ที่มา thaifreenews

วันจันทร์ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2551 10:10 น.

วันนี้เป็นเช้าที่สดใสแต่เมื่อมองลอดหน้าต่างออกไปเบื้องหน้ากลับรู้สึกหดหู่หม่นหมอง เหตุบ้านการเมืองวันนี้ยุ่งเหยิงจนทำให้ชาติย่อยยับแหลกละเอียดอย่างหาชิ้นดีไม่ได้เลย อำนาจเป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่มีสองหน้า หน้าหนึ่งสามารถสร้างสรรค์ได้อย่างอลังการ ส่วนอีกหน้าหนึ่งกลับสามารถทำลายได้อย่างร้ายกาจ ชาติจะมีผลลัพธ์อย่างไรนั้นไม่สามารถปฏิเสธได้ว่ามันขึ้นอยู่กับผู้กุมอำนาจในขณะนั้น

ผมเฝ้าดูสถานการณ์อย่างเกาะติดแต่ไม่ใช่ใกล้ชิด สื่อของทั้ง 2 ฝ่ายต่างสาดโคลนใส่กันตลอดเวลา แต่เป็นที่น่าสังเกตว่าทุกครั้งที่มีการปะทะกันฝ่ายที่ต้องล่าถอยทุกครั้งไปทั้งๆที่มีเครื่องทุ่นแรงที่เหนือกว่าคือฝ่ายเจ้าหน้าที่บ้านเมืองแต่กลับถูกด่าว่าประณามอย่างเสียหาย ส่วนอีกฝ่ายหนึ่งทั้งฟาดทั้งตีทั้งยิงทั้งแทงกลับลอยนวลด้วยเหตุผลที่ว่าสิ่งที่ได้กระทำลงไปนั้นเป็นการป้องกันตัวตามสมควร ถ้าเปรียบเป็นคู่มวยชิงแชมป์โลกอาจเรียกได้ว่าผลลัพธ์ที่ออกมาขัดตากรรมการ

ในขณะที่ผมก็เป็นปกติชนคนหนึ่งแต่กลับไม่แน่ใจว่าตรรกะที่ผมใช้พิจารณาเหตุผลจะยังคงเป็นตรรกะเดียวกันกับคนส่วนใหญ่ของคนไทยหรือไม่ เพราะกระแสที่ถูกปลุกเร้ามันกลับกลายเป็นว่าพันธมิตรทำในสิ่งที่ถูกต้องและชอบธรรมแล้ว

ทำไม ? ตรรกะของผมจึงไม่ตรงกับของพันธมิตร หรือเพราะจิตของผมวิปริตผิดเพี้ยนไปเสียสิ้นแล้ว แล้วถ้าหากจิตของผมยังคงปกติสมบูรณ์ด้วยสัมปชัญญะนั่นหมายถึงจิตของพันธมิตรทั้งมวลล้วนวิปริตผิดเพี้ยนกระนั้นหรือ ? แน่นอนคำตอบคือไม่ใช่

ความรักน่าจะเป็นคำตอบเกือบทั้งหมดที่ส่งผลผลักดันให้คนทั้งสองกลุ่มกระทำในสิ่งตรงข้ามในความรู้สึกของแต่ละฝ่าย ความวุ่นวายในบ้านเมืองตอนนี้น่ากล่าวได้ว่าอุบัติขึ้นเพราะความรัก ต่างกันที่ต่างฝ่ายต่างรักในคนละอย่างกัน แต่จะมีความรักใดจะยิ่งใหญ่เท่ารักชาติรักแผ่นดิน ฉะนั้นฝ่ายไหนรักชาติรักแผ่นดิน ไม่ทำให้ประชาชนเดือดร้อน ไม่ทำให้ข้าวยากหมากแพง ผมยินดีที่จะสนับสนุนฝ่ายนั้น รักชาติกับรักคนเพียงไม่กี่คนมันเทียบเคียงกันไม่ได้ในตรรกะของผม ผมจึงพร้อมแล้วที่จะสู้ สู้เพื่อไทยไม่ใช่เพื่อบ้านใดบ้านหนึ่ง....

จาก

.::เนื้อทราย::.

ปฏิวัติล้มรัฐบาลไม่หมู! นานาชาติออกโรงกดดัน"เจ้าของม็อบ"

ที่มา thaienews

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
29 พฤศจิกายน 2551


พันธมิตรฯ ยึดอุดมการณ์ขวาจัดที่เป็นอุดมการณ์ขับเคลื่อนระบอบอมาตยาธิปไตยมายาวนานหลายทศวรรษ อันเป็นระบอบที่ถูกคุกคามถอยร่นมากขึ้นเรื่อยๆ จากการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและการเมืองในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา การบุกยึดและโจมตีที่ทำอย่างเป็นกระบวนการโดยใช้ข้ออ้างการป้องกันตนเอง และการทำเพื่อชาตินั้น เป็นการวางแผนเพื่อให้เกิดความระส่ำระสายในวงกว้าง และเปิดทางให้กลุ่มอภิชนปฏิกริยาพาประเทศไทยกลับสู่ระบอบประชาธิปไตยครึ่งใบแบบเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน

-แถลงการณ์ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งเอเชีย


นานาชาติซึ่งรวมทั้งรัฐบาลสหรัฐฯ สหภาพยุโรป และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งเอเชียได้ออกโรงกดดันพันธมิตรฯ ซึ่งนานาชาติเห็นว่ายึดอุดมการณ์ขวาจัดที่เป็นอุดมการณ์ขับเคลื่อนระบอบอมาตยาธิปไตยมายาวนานหลายทศวรรษให้ยุติการยึดสนามบิน เพราะทำให้ผู้โดยสารต่างประเทศตกค้างอยู่กว่า100,000คน โดยEUได้เตือนว่าเรื่องนี้จะส่งผลเสียหายต่อเศรษฐกิจไทย ขณะที่คณะกรรมการสิทธิทธิมนุษยชนแห่งเอเชียเรียกร้องให้ทั้งโลกโดยเฉพาะUNแทรกแซงไทยเพื่อปกป้องประชาธิปไตยเอาไว้จากเผด็จการฟาสซิสต์พันธมิตร

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของนานาชาติเป็นไปในท่ามกลางการบังคับใช้กฎหมายที่ไร้ประสิทธิภาพ เนื่องจากกองทัพไม่ให้ความร่วมมือกับรัฐบาล นักวิชาการส่วนหนึ่งที่สนับสนุนให้ท้าย คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติที่คอยแต่ห้ามว่าไม่ให้รัฐบาลใช้ความรุนแรงกับผู้ชุมนุม และห้ามรัฐบาลสั่งให้พันธมิตรสลายการชุมนุม(คลิ้กดูข่าวนี้ที่นี่) รวมไปถึงชนชั้นนำของประเทศ ซึ่งถูกเรียกขานว่าเป็น"เจ้าของม็อบพันธมิตร"ซี่งสื่อต่างประเทศรายงานโดยไม่ปิดบังว่าหมายถึงใคร แต่สื่อไทยจำเป็นต้องเซ็นเซอร์ตัวเองในเรื่องนี้อย่างระแวดระวัง

สหรัฐเรียกร้องให้ยุติการปิดสนามบินประท้วง

รายงานข่าวสำนักข่าวต่างประเทศจากซินหัว (28 พ.ย.) แจ้งว่า รัฐบาลสหรัฐฯได้ออกแถลงการณ์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เรียกร้องให้กลุ่มผู้ชุมนุมยุติการปิดสนามบิน

"เราเคารพสิทธิในการแสดงความเห็น แต่การปิดสนามบินไม่ใช่หนทางที่ถูกต้องในการประท้วง" นาย Gordon Duguid รองโฆษกรัฐบาลสหรัฐฯกล่าว

เขาได้เรียกร้องให้กลุ่มพันธมิตรออกจากสนามบินอย่างสันติ และเรียกร้องให้มีการแก้ปัญหาโดยไม่ใช้ความรุนแรง และทำภายใต้หลักแห่งกฏหมาย

ทูตอียูวอนพันธมิตรฯ เคลื่อนย้ายออกจากสนามบิน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานวันนี้ (29 พ.ย.) ว่า สหภาพยุโรป (อียู) ได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้กลุ่มพันธมิตรที่ชุมนุมประท้วงในประเทศไทย ออกไปจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและดอนเมืองอย่างสงบ และว่าการชุมนุมประท้วง ซึ่งทำให้มีผู้โดยสารตกค้างถึงกว่า 100,000 คน กำลังทำให้ภาพลักษณ์ของประเทศไทยเสียหายอย่างมาก

แถลงการณ์จากเอกอัครราชทูตอียูประจำประเทศไทยยังได้เรียกร้องให้ทุกฝ่ายร่วมแก้ไขวิกฤตการณ์ทางการเมืองในไทยอย่างสันติ เคารพในกฎหมาย และสถาบันประชาธิปไตยของประเทศ และว่าอียูเคารพสิทธิในการประท้วง และปราศจากการแทรกแซงปัญหาการเมืองภายในของไทย แต่เห็นว่าการกระทำของกลุ่มผู้ประท้วงในเวลานี้เป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม อีกทั้งยังเป็นการทำลายภาพลักษณ์ของประเทศไทยในสายตาของนานาประเทศ

เอกอัครราชทูตอียูเรียกร้องให้กลุ่มผู้ประท้วงออกไปจากท่าอากาศยานทั้ง 2 แห่ง อย่างสันติและโดยเร็ว เพื่อไม่ให้เกิดวิกฤตการณ์และผลกระทบทางเศรษฐกิจต่อประเทศไทย (ลิงก์ - ไทยรัฐ)

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนเอเชียจี้UNแทรกแซงไทย ปกป้องประชาธิปไตยจากเผด็จการฟาสซิสต์พธม.

ก่อนหน้านั้น เมื่อวันที่26พ.ย.คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแหงเอเชียออกแถลงการณ์ชี้ว่า ความเสียหายที่จะเกิดขึ้นจากน้ำมือของพันธมิตรฯ จะมากมหาศาลกว่าความเสียหายใดๆ ก็ตามที่เกิดจากรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ที่ถูกโค่นล้มไป และจะสามารถสร้างหายนะได้มากกว่าการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 และการฉีกรัฐธรรมนูญ 2540 เสียอีก

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งเอเชียยังได้ เรียกร้องให้ทั้งโลกให้ความสนใจต่อเหตุการณ์ในประเทศไทย ที่ได้ดำเนินมาหลายเดือนโดยแทบไม่มีปฏิกริยาใดๆ จากองค์กรระหว่างประเทศเลย โดยเฉพาะสหประชาชาติ หลังจากลังเลกับการรัฐประหาร 19 กันยามาแล้ว คราวนี้ประชาคมโลกไม่สามารถปล่อยเลยตามเลยโดยปราศจากการแทรกแซงได้อีกแล้ว

"พันธมิตรฯ ยึดอุดมการณ์ขวาจัดที่เป็นอุดมการณ์ขับเคลื่อนระบอบอมาตยาธิปไตยมายาวนานหลายทศวรรษ อันเป็นระบอบที่ถูกคุกคามถอยร่นมากขึ้นเรื่อยๆ จากการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและการเมืองในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา การบุกยึดและโจมตีที่ทำอย่างเป็นกระบวนการโดยใช้ข้ออ้างการป้องกันตนเองและการทำเพื่อชาตินั้นเป็นการวางแผนเพื่อให้เกิดความระส่ำระสายในวงกว้าง และเปิดทางให้กลุ่มอภิชนปฏิกริยาพาประเทศไทยกลับสู่ระบอบประชาธิปไตยครึ่งใบแบบเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน

"คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งเอเชียระบุในแถลงการณ์ตอนหนึ่ง

แหกวงล้อมหนีตาย!

นี่คือรายการเชือดไก่ให้ลิงดู

นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี เซ็นคำสั่งด่วน เด้ง พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

ไปแขวนประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และให้ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ จเรตำรวจ เป็นผู้รักษาราชการแทน

โทษฐานใส่เกียร์ว่าง ไม่เด็ดขาดกับม็อบ

แต่โดยนัยที่ลึกไปกว่านั้น รายการนี้เป็นสัญญาณที่ส่งกระทบชิ่งไปถึง “บิ๊กป๊อก” พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก

หัวแถวผู้นำกองทัพ กระทำการอารยะขัดขืน

ดื้อคำสั่งรัฐบาล

ทหารเฉย บิ๊กตำรวจไม่กล้า “สมชาย” ก็ต้องมีปฏิกิริยา เล่นบทดุชิ่งฉายา “รัฐบาลชายกระโปรง” ที่เก่งแต่ตีกรรเชียงเอาตัวรอดไปวันๆ

ที่แน่ๆเป็นที่รู้กัน นายกฯสมชายส่งมุกพร้อมหักดิบกับม็อบพันธมิตรฯ

สั่งตั้งแถวตำรวจ “หน่วยกล้าตาย” รอคำสั่งลุยยึดคืนท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและสนามบินดอนเมือง

ตั้งท่าลุ้นเกมได้เสีย

ในสถานการณ์ที่รัฐบาลต้องรับศึกประชิดสองด้านพร้อมๆกัน

ล่าสุด ศาลรัฐธรรมนูญนัดพรรคมัชฌิมาธิปไตย พรรคชาติไทย และพรรคพลังประ�ชาชน แถลงปิดคดียุบพรรคด้วยวาจาในวันที่ 2 ธันวาคม เวลา 09.30 น.

รวดเร็วและช็อก

แต่อย่างไรก็ตาม โดยรูปการณ์ที่เตรียมการแก้เกมไว้ล่วงหน้าด้วยการให้รัฐมนตรี และ ส.ส.ระบบสัดส่วนพรรคพลังประชาชนที่เป็นกรรมการบริหารพรรคลาออกจากตำแหน่ง ส.ส. เพื่อเปิดทางให้เลื่อนลำดับถัดไปขึ้นมาเป็น ส.ส.แทน รักษาจำนวนที่นั่งในสภาฯให้ได้ มากที่สุด

เพื่อความชัวร์ในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี

กับชื่อแถวสามที่สำรองไว้ไล่ตั้งแต่นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ มือบริหารยังเหลือพอทำยา หรือนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมว.คมนาคม ที่ “กลุ่มเพื่อนเนวิน” ดันสุดตัว

และก็เป็นไปได้ในสถานการณ์เปิดหน้ารบต้องใช้บริการพวก ฮาร์ดคอร์กล้าได้กล้าเสีย หวยอาจออกที่ “สารวัตรเหลิม” ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.สาธารณสุข

ไหนๆก็ไหนๆ วัดดวงกันไปเลย

แต่อย่างไรก็ตาม ในสถานการณ์ที่เบื้องต้นหากนายกฯสมชายและคณะรัฐมนตรีต้องมีอันเป็นไปจากคดี ยุบพรรค นาทีแรกก็ต้องเป็นหน้าที่ของ พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว. มหาดไทย ที่ไม่ได้รับผลกระทบจากมหกรรมล้มโต๊ะนักเลือกตั้ง

ถูกวางตัวให้คุมเกมแลกหมัดกับม็อบพันธมิตรฯ

ถือดาบคุมเชิงแนวต้านรัฐบาล

ยื้อไม่ให้สถานการณ์ไหลเข้าสู่ภาวะสุญญากาศทางการเมือง เข้าทางเกมของอำมาตย์ที่วางกับดักไว้

รอให้สภาฯไม่มี ส.ส.เหลือแค่วุฒิสภา ส่งซิกบีบคณะกรรม-การการเลือกตั้ง (กกต.) ลาออก จัดเลือกตั้งไม่ได้

ต้องใช้บริการ “รัฐบาลพิเศษ”

ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีชื่อนำหน้าด้วย “พ”

และนั่นก็คือจุดจบที่แสนยาวนานของเหล่านักเลือกตั้ง โดยเฉพาะในเครือข่ายยี่ห้อ “ทักษิณ”

โดยเกมยื้อเดิมพันอนาคต แก้หมากกันแบบช็อตต่อช็อต เบื้องต้นนายกฯสมชายต้องเดินแต้ม ประคองสถานการณ์เพื่อให้ฝ่ายยุทธศาสตร์ของ “นายใหญ่” ได้มีเวลาอพยพลูกข่ายพรรคพลังประชาชนไปรวมตัวกันที่ค่ายใหม่พรรคเพื่อไทย

พร้อมสำหรับการลงสนามที่หวังผลล่วงหน้าได้

เลือกตั้งเมื่อไหร่คะแนนภาคเหนือกับภาคอีสาน และฐานเสียงรากหญ้าพร้อมเทแต้มให้ยี่ห้อ “ทักษิณ”

มันคือหนทางเดียว ที่จะยื้อเดิมพันอำนาจไว้ได้.


ที่มา ไทยรัฐ

วันอาทิตย์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

อำนาจเถื่อนกำลังมาเยือนไทยแลนด์!!!

อำนาจเถื่อนกำลังมาเยือนไทยแลนด์!!!


โดย : ป้าพลอย

วันอาทิตย์ที่ 30 เดือน พฤศจิกายน พ.ศ.2551

ทั่วโลกสวดยับไทยแลนด์คราวนี้ไม่เหลืออะไรต่อไปอีกแล้ว เป็นไงเจ้าของม๊อบชื่อเสียงถูกทั่วโลกยำซะเละป่นปี้สมใจอยากแล้วใช่มั๊ย? ที่อยากให้ประเทศพังพินาศล่มจมแล้วตัวเองก็ต้องล่มจมด้วย หลังจากนี้ไปประเทศชาติจะไม่มีวันสุขสงบแน่ ถึงแม้พวกคุณจะชนะแต่ชนะบนคราบน้ำตาของประชาชน ชนะที่สร้างความสูญเสียเดือดร้อนให้ประชาชน พวกเราไม่มีทางยอมรับและจะไม่ยอมก้มหัวให้อีกต่อไป

ในเมื่อพวกคุณไม่ได้เห็นหัวพวกเรา แล้วพวกเราจะไปเห็นหัวพวกคุณให้เสียเวลาทำไม พวกคุณทำร้ายเราได้ แล้วพวกเราจะทำร้ายตอบพวกคุณไม่ได้กระนั้นหรือ เกลือต้องจิ้มด้วยเกลือ ต่อจากนี้ความเดือดเนื้อร้อนใจของพวกคุณคงจะไม่มีวันสิ้นสุดเพราะพวกคุณได้สร้างศัตรูให้ตัวเองไปทั่วประเทศและทำตัวเองให้ประชาชนเกลียดชัง ความเกลียดชังที่ประชาชนมีต่อพวกคุณจะทำให้พวกคุณไม่สามารถอยู่ได้ แม้จะมีสารพัดองค์กรคอยช่วยเหลือหักดิบสิทธิของประชาชน ก็ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถทำได้ตลอดไป สักวันหนึ่งก็ต้องเป็นโอกาสของประชาชนที่จะเอาคืน

ความสุขที่อยู่บนคราบน้ำตาของคนไทยทั้ง 65 ล้านคนไม่มีทางอยู่ได้นาน ชัยชนะที่อยู่บนความล้มละลายของผู้คนจำนวนมากที่สูญเสียทรัพย์สินไปเพราะการปิดสนามบินสุวรรณภูมิในครั้งนี้ทำให้พวกคุณสะใจ แต่ประชาชนที่ทำมาหากินด้วยความบริสุทธิ์ต้องมารับเคราะห์แทนทั้งๆที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องที่พวกคุณก่อเลย พวกคุณสนับสนุนคนไทยบางกลุ่มให้เป็นมหาโจรปล้นประเทศตัวเอง พวกคุณสนับสนุนคนกลุ่มนี้ให้โกหกหลอกลวงล้างสมองประชาชนไปวันๆ พวกคุณสนับสนุนคนกลุ่มนี้ให้ทำชั่ว พวกคุณสนับสนุนกระบวนการยุติธรรมของไทยให้เอนเอียง ทุกอย่างพวกคุณเข้าแทรกแซงไปหมดทุกองค์กรของประเทศ แล้วเมื่อเป็นอย่างนี้จะให้ประชาชนยอมรับข้อเสนอ 70/30 หรือรัฐบาลแห่งชาติที่พวกคุณกำลังจะยัดเหยียดให้ได้อย่างไร

ความเกลียดชังของประชาชนที่โดนพวกคุณทำร้ายในขณะนี้คงไม่มีใครยอมแน่ คิดว่าประชาชนคงต้องสู้หัวชนฝาไม่ยอมตกเป็นทาสมหาอำนาจเถื่อนนี้แน่นอน ฉะนั้นประชาชนคนไทยทุกคนต้องลุกขึ้นต่อสู้กับอำนาจเถื่อนที่กำลังจะครอบครองประเทศไทยเมื่อประชาธิปไตยพลาดท่าเสียทีให้พวกอำนาจเถื่อนในวันสองวันนี้ พี่น้องคนไทยต้องไม่ยอม ตอนนี้ทุกๆคนในประเทศไทยกำลังเอือมละอากับพวกแนวหน้าก่อการร้ายที่ทำเพื่อสนองนโยบายเถื่อนของคนบางกลุ่ม หากไม่ร่วมมือกันชาติและอำนาจต้องตกเป็นของคนกลุ่มนี้ไปอีกนาน แล้วพวกเราจะให้เขามาข่มเหงเราอยู่อย่างเช่นในปัจจุบันนี้หรือ? ฉะนั้นขอวิงวอนให้พี่น้องคนไทยลุกขึ้นสู้ สู้เพื่อที่จะเอาความสงบสุขมาสู่ประเทศไทยอีกครั้งหนึ่งอย่าปล่อยให้อันธพาลทำลายชื่อเสียงประเทศไทย อย่าปล่อยให้อันธพาลไปยึดสถานที่ราชการ อย่าปล่อยให้อันธพาลเดินขบวนไปทำร้ายคนอื่น คนร้ายมีอาวุธได้เราต้องมีอาวุธได้มันจึงจะยุติธรรม

ในเมื่อพวกมันไดรับอนุญาตให้พกอาวุธได้แล้วทำไมฝ่ายเราจะพกบ้างไม่ได้? ไม่ใช่สนับสนุนให้ฆ่ากันแต่ในเมื่ออีกฝ่ายหนึ่งมีอาวุธเพียบ แต่ฝ่ายเราให้มือเปล่าเหมือนที่สั่งห้ามตำรวจพกอาวุธ ตำรวจต่างประเทศบอกว่าทุเรศจะจับผู้ร้ายแต่สั่งไม่ให้ถืออาวุธฮ่วย ส่วนผู้ร้ายมีทังปืนมีทั้งระเบิดปิงปองและมีดท่อนเหล็กทั้งตีทั้งยิงตำรวจ อยากรู้ว่าคนที่สั่งไม่ให้ตำรวจพกอาวุธสะใจไหมที่เห็นลูกน้องบาดเจ็บ พวกผู้ร้ายมันรู้จักคำว่าพอซะที่ไหน? ยิ่งเดินมือเปล่าเข้าหาพวกมันยิ่งสนุกมือตีไม่ยั้งกระทืบหวังให้ตายลากเอาไปในเพื่อนๆกระทืบต่อ พวกนี้จิตใจมันไม่ใช่มนุษย์เห็นหน้าการ์ทพันธมิตร แต่ละคนเหมือนเป็นโจรใต้ที่ปล้นฆ่าพี่น้องชาวใต้ตายวันละหลายๆศพ ดูแล้วไม่ใช่คนธรรมดา คนพวกนี้ใครเป็นคนเอามาต้องสอบถามต้นตอ แล้วหากมันไม่กลับไปทางใต้เมื่อเสร็จงานครั้งนี้ความเดือดร้อนของคนไทยจะไม่มีวันสิ้นสุดแน่ มันต้องเกิดกรรมพันธุ์ก่อตัวขยายไปทั่วในกรุงเทพฯและที่อื่นๆขอทายไว้เลย พวกมันคงไม่กลับใต้แน่เพราะที่ใหม่ดีกว่าและอาจมีคนสนับสนุนเบื้องหลังต่อคอยดูพฤติการณ์ให้ดี นี่แหละคบโจร โจรหักหลังเมื่อใดโจรมันจะต้องเข้าปล้นบ้านตัวเองเพราะสันดานของพวกมันไม่เชื่อคอยดูต่อไป

ป้าพลอย

ที่มา http://www.thaifreenews.com/?name=politics&file=readpolitics&id=494

ข่าวส่งเสริมคนดี

จำนวนผู้เข้าเยี่มมชม

link to affordable web hosting
Powered by web hosting provider .

สถิติการเข้าชม DMNEWS

eXTReMe Tracker