บล็อคข่าวส่งเสริมคนดี (รักดีหามจั่ว รักชั่วหามเสา หามจั่วก็หนักนะ)

ข่าวจากสื่อ

บทความจากสื่อ

วันอาทิตย์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

อำนาจเถื่อนกำลังมาเยือนไทยแลนด์!!!

อำนาจเถื่อนกำลังมาเยือนไทยแลนด์!!!


โดย : ป้าพลอย

วันอาทิตย์ที่ 30 เดือน พฤศจิกายน พ.ศ.2551

ทั่วโลกสวดยับไทยแลนด์คราวนี้ไม่เหลืออะไรต่อไปอีกแล้ว เป็นไงเจ้าของม๊อบชื่อเสียงถูกทั่วโลกยำซะเละป่นปี้สมใจอยากแล้วใช่มั๊ย? ที่อยากให้ประเทศพังพินาศล่มจมแล้วตัวเองก็ต้องล่มจมด้วย หลังจากนี้ไปประเทศชาติจะไม่มีวันสุขสงบแน่ ถึงแม้พวกคุณจะชนะแต่ชนะบนคราบน้ำตาของประชาชน ชนะที่สร้างความสูญเสียเดือดร้อนให้ประชาชน พวกเราไม่มีทางยอมรับและจะไม่ยอมก้มหัวให้อีกต่อไป

ในเมื่อพวกคุณไม่ได้เห็นหัวพวกเรา แล้วพวกเราจะไปเห็นหัวพวกคุณให้เสียเวลาทำไม พวกคุณทำร้ายเราได้ แล้วพวกเราจะทำร้ายตอบพวกคุณไม่ได้กระนั้นหรือ เกลือต้องจิ้มด้วยเกลือ ต่อจากนี้ความเดือดเนื้อร้อนใจของพวกคุณคงจะไม่มีวันสิ้นสุดเพราะพวกคุณได้สร้างศัตรูให้ตัวเองไปทั่วประเทศและทำตัวเองให้ประชาชนเกลียดชัง ความเกลียดชังที่ประชาชนมีต่อพวกคุณจะทำให้พวกคุณไม่สามารถอยู่ได้ แม้จะมีสารพัดองค์กรคอยช่วยเหลือหักดิบสิทธิของประชาชน ก็ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถทำได้ตลอดไป สักวันหนึ่งก็ต้องเป็นโอกาสของประชาชนที่จะเอาคืน

ความสุขที่อยู่บนคราบน้ำตาของคนไทยทั้ง 65 ล้านคนไม่มีทางอยู่ได้นาน ชัยชนะที่อยู่บนความล้มละลายของผู้คนจำนวนมากที่สูญเสียทรัพย์สินไปเพราะการปิดสนามบินสุวรรณภูมิในครั้งนี้ทำให้พวกคุณสะใจ แต่ประชาชนที่ทำมาหากินด้วยความบริสุทธิ์ต้องมารับเคราะห์แทนทั้งๆที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องที่พวกคุณก่อเลย พวกคุณสนับสนุนคนไทยบางกลุ่มให้เป็นมหาโจรปล้นประเทศตัวเอง พวกคุณสนับสนุนคนกลุ่มนี้ให้โกหกหลอกลวงล้างสมองประชาชนไปวันๆ พวกคุณสนับสนุนคนกลุ่มนี้ให้ทำชั่ว พวกคุณสนับสนุนกระบวนการยุติธรรมของไทยให้เอนเอียง ทุกอย่างพวกคุณเข้าแทรกแซงไปหมดทุกองค์กรของประเทศ แล้วเมื่อเป็นอย่างนี้จะให้ประชาชนยอมรับข้อเสนอ 70/30 หรือรัฐบาลแห่งชาติที่พวกคุณกำลังจะยัดเหยียดให้ได้อย่างไร

ความเกลียดชังของประชาชนที่โดนพวกคุณทำร้ายในขณะนี้คงไม่มีใครยอมแน่ คิดว่าประชาชนคงต้องสู้หัวชนฝาไม่ยอมตกเป็นทาสมหาอำนาจเถื่อนนี้แน่นอน ฉะนั้นประชาชนคนไทยทุกคนต้องลุกขึ้นต่อสู้กับอำนาจเถื่อนที่กำลังจะครอบครองประเทศไทยเมื่อประชาธิปไตยพลาดท่าเสียทีให้พวกอำนาจเถื่อนในวันสองวันนี้ พี่น้องคนไทยต้องไม่ยอม ตอนนี้ทุกๆคนในประเทศไทยกำลังเอือมละอากับพวกแนวหน้าก่อการร้ายที่ทำเพื่อสนองนโยบายเถื่อนของคนบางกลุ่ม หากไม่ร่วมมือกันชาติและอำนาจต้องตกเป็นของคนกลุ่มนี้ไปอีกนาน แล้วพวกเราจะให้เขามาข่มเหงเราอยู่อย่างเช่นในปัจจุบันนี้หรือ? ฉะนั้นขอวิงวอนให้พี่น้องคนไทยลุกขึ้นสู้ สู้เพื่อที่จะเอาความสงบสุขมาสู่ประเทศไทยอีกครั้งหนึ่งอย่าปล่อยให้อันธพาลทำลายชื่อเสียงประเทศไทย อย่าปล่อยให้อันธพาลไปยึดสถานที่ราชการ อย่าปล่อยให้อันธพาลเดินขบวนไปทำร้ายคนอื่น คนร้ายมีอาวุธได้เราต้องมีอาวุธได้มันจึงจะยุติธรรม

ในเมื่อพวกมันไดรับอนุญาตให้พกอาวุธได้แล้วทำไมฝ่ายเราจะพกบ้างไม่ได้? ไม่ใช่สนับสนุนให้ฆ่ากันแต่ในเมื่ออีกฝ่ายหนึ่งมีอาวุธเพียบ แต่ฝ่ายเราให้มือเปล่าเหมือนที่สั่งห้ามตำรวจพกอาวุธ ตำรวจต่างประเทศบอกว่าทุเรศจะจับผู้ร้ายแต่สั่งไม่ให้ถืออาวุธฮ่วย ส่วนผู้ร้ายมีทังปืนมีทั้งระเบิดปิงปองและมีดท่อนเหล็กทั้งตีทั้งยิงตำรวจ อยากรู้ว่าคนที่สั่งไม่ให้ตำรวจพกอาวุธสะใจไหมที่เห็นลูกน้องบาดเจ็บ พวกผู้ร้ายมันรู้จักคำว่าพอซะที่ไหน? ยิ่งเดินมือเปล่าเข้าหาพวกมันยิ่งสนุกมือตีไม่ยั้งกระทืบหวังให้ตายลากเอาไปในเพื่อนๆกระทืบต่อ พวกนี้จิตใจมันไม่ใช่มนุษย์เห็นหน้าการ์ทพันธมิตร แต่ละคนเหมือนเป็นโจรใต้ที่ปล้นฆ่าพี่น้องชาวใต้ตายวันละหลายๆศพ ดูแล้วไม่ใช่คนธรรมดา คนพวกนี้ใครเป็นคนเอามาต้องสอบถามต้นตอ แล้วหากมันไม่กลับไปทางใต้เมื่อเสร็จงานครั้งนี้ความเดือดร้อนของคนไทยจะไม่มีวันสิ้นสุดแน่ มันต้องเกิดกรรมพันธุ์ก่อตัวขยายไปทั่วในกรุงเทพฯและที่อื่นๆขอทายไว้เลย พวกมันคงไม่กลับใต้แน่เพราะที่ใหม่ดีกว่าและอาจมีคนสนับสนุนเบื้องหลังต่อคอยดูพฤติการณ์ให้ดี นี่แหละคบโจร โจรหักหลังเมื่อใดโจรมันจะต้องเข้าปล้นบ้านตัวเองเพราะสันดานของพวกมันไม่เชื่อคอยดูต่อไป

ป้าพลอย

ที่มา http://www.thaifreenews.com/?name=politics&file=readpolitics&id=494

กลยุทธ์ล้อมเว่ยช่วยเจ้า เผาสันติอโศก ช่วยสุวรรณภูมิ


บทความโดย...ลูกชาวนาไทย

สถานการณ์การบุกเข้ายึดสนามบินสุวรรณภูมิอย่างอุกอาจ เยี่ยงผู้ก่อการร้ายของกลุ่มพันธมิตรครั้งนี้ ผมคิดว่าประชาชนต้องช่วยกันหาวิธีสลายม็อบพันธมิตรแล้วครับ จะรอเจ้าหน้าที่บ้านเมือง ตำรวจ หรือทหาร คงไม่ได้แล้ว เพราะม็อบพันธมิตรนี้เส้นใหญ่ จนเจ้าหน้าที่ไม่กล้าที่จะทำอะไรกับกลุ่มผู้ก่อการร้ายนี้ได้ เนื่องจากเกรงอกเกรงใจ เจ้าของม็อบนี้เป็นอย่างยิ่ง

การช่วยกันสลายม็อบของประชาชนผู้รักประชาธิปไตย โดยการส่งกำลังเข้าไปปะทะกับม็อบ พธม. แบบม็อบตีม็อบ นั้นไม่มีประโยชน์แต่อย่างใดทั้งสิ้น รังแต่จะเป็นเงื่อนไขให้ฝ่ายตรงข้ามใช้เป็นข้ออ้างในการทำรัฐประหารยึดอำนาจอีกครั้งหนึ่ง ครั้นจะรอให้รัฐบาลใช้กำลังเข้าปราบปรามและสลายม็อบพันธมิตร ก็จะถูกโจมตีว่าใช้ความรุนแรง และพวกผู้มีบารมีทั้งหลายก็จะล็อบบี้ทหารตำรวจ และมีโทรศัพท์ลึกลับ จนสุดท้ายรัฐบาลก็สั่งการอะไรไม่ได้เต็มที่อีก

ถ้าใครติดตามสถานการณ์ของม็อบจะรู้ว่า องค์ประประกอบของม็อบพันธมิตรนั้นจะมีหลายส่วนด้วยกัน ม็อบที่เป็นแกนหลัก และอยู่ได้นานคือ พลพรรคสันติอโศกของมหาจำลอง และโพธิรักษ์ทั้งหลาย พวกนี้เข้ามากินนอนประจำ อาศัยที่กินน้อยใช้น้อย และไม่ต้องทำงาน ก็เลยอยู่ได้นาน เป็นมวลชนที่เป็นแกนหลักของม็อบพันธมิตร คนกลุ่มนี้มีประมาณ 5,000 คน


500

ส่วนม็อบที่เพิ่มเติมเข้ามา ก็มีพวกพนักงานรัฐวิสาหกิจ รวมทั้งคนที่นักการเมืองสายประชาธิปัตย์ขนเข้ามาช่วยเป็นครั้งๆ ไป ม็อบที่ Walk in เข้ามา จากคนใน กทม. ก็มีส่วนหนึ่ง แต่ม็อบพวกหลังนี้ ไม่ได้อยู่คงทนอะไร แต่ม็อบที่คงทนจริงๆ คือ สันติอโศก


องค์ประกอบที่สองคือ ASTV ของนายสนธิ ลิ้มทองกุล ที่เป็นเจ้าของหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ ฐานบัญชาการ หรือเมืองหลวงอยู่ที่บ้านพระอาทิตย์

องค์ประกอบที่สาม คือ แหล่งทุนที่สนับสนุนทั้งหลาย เช่น ที่รู้ๆ กันคือ ธนาคารชื่อดังเก่าแก่ หรือ เสี่ยเจ้าของบะหมี่สำเร็จรูปเป็นต้น

หากจะทำให้ม็อบเหล่านี้ ถอนตัวกลับ การใช้กำลังเข้าสลาย หรือขนม็อบไปชนม็อบนั้น จะไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ใดๆ ทั้งสิ้น เพราะม็อบ พธม. กำลังฮึกเหิม อยากเข้าปะทะ เพื่อสร้างสถานการณ์นำไปสู่ส่งความกลางเมือง เพื่อจะได้มีข้ออ้างทำรัฐประหารนั่นเอง

แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีกลยุทธ์ในการต่อสู้กับม็อบพันธมิตรเลย

หากใครเคยอ่านตำราพิชัยสงคราม 36 กลยุทธ์พิชิตศึก มีกลยุทธ์หนึ่งที่ปรับมาใช้กับการต่อสู้กับม็อบครั้งนี้ได้คือ กลยุทธ์ที่ 2 ที่เรียกว่า “กลยุทธ์ล้อมเว่ยช่วยเจ้า”



กลยุทธ์ล้อมเว่ยช่วยเจ้า นั้นมีประวัติคือ ในสมัยจ้านกว้อของจีนสมัยโบราณ (ก่อนจิ๋นซีฮ่องเต้) ประเทศจีนแตกออกเป็นหลายแคว้น มีการรบพุ่งแย่งความเป็นใหญ่กันอยู่ประจำ แคว้นเว่ยนั้น เป็นศัตรูกับแคว้นเจ้า และได้ส่งกองทัพเข้ามาล้อมนครหานตาน ซึ่งเป็นเมืองหลวงของแคว้นเจ้า แคว้นเจ้ามีกำลังไม่พอ ก็เลยส่งทูตไปขอความช่วยเหลือจากแคว้นฉี ซึ่งแคว้นฉีก็ตกลงที่จะส่งทหารไปช่วยเหลือ แต่กุนซือของแคว้นฉี (คือซุนปินผู้เขียนตำราพิชัยสงครามซุนหวู) แนะนำว่า หากส่งกองทัพไปช่วยรบที่เมืองหลวงของแคว้นเจ้า ก็จะไม่มีประโยชน์ เพราะต้องไปปะทะกับกองทัพแคว้นเว่ย แพ้ชนะก็ยังไม่รู้ แต่จะเสียทหารไปโดยใช่เหตุ สู้ส่งกองทัพไปตีเมืองหลวงของแคว้นเว่ยดีกว่า เพราะเมื่อกองทัพแคว้นเว่ยที่ล้อมเมืองหลวงของแคว้นเจ้าอยู่ได้ทราบข่าว ก็ต้องถอนกำลังกลับมาช่วยป้องกันเมืองหลวงของตน

อ๋องของแคว้นฉีเห็นด้วย ส่งกองทัพเข้าไปตีเมืองหลวงแคว้นเว่ย กองทัพเว่ยที่ล้อมเมืองหานตานอยู่ ก็ต้องยกทัพกลับมาช่วยแคว้นของตน แคว้นเจ้าก็พ้นภัยสงครามไป

ต่อมาอีก 20 ปี แคว้นเว่ยก็ไปล้อมแคว้นเจ้าอีก แคว้นฉีก็ช่วยโดยยกทัพไปตีเมืองหลวงของเว่ยอีก แคว้นเว่ยก็ต้องยกทัพกลับมาอีก แม้ว่าแม่ทัพเว่ยจะรู้ว่าเป็นกลศึกของซุนปิน แต่ก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร เพราะไม่ยกทัพกลับก็ไม่ได้ เพราะไม่อย่างนั้นเมืองหลวงของตนก็จะเสียแก่ข้าศึก นี่เป็นหมากบังคับ

การนำกลยุทธ์ ล้อมเว่ยล้อมเจ้ามาสลายม็อบพันธมิตร นั้นจึงเป็นวิธีการเดียวที่จะสลายม็อบทำลายบ้านเมืองกลุ่มนี้ แต่ปัญหาคือ “เมืองหลวงของม็อบพันธมิตร” อยู่ที่ใด หากไม่ทราบว่าเมืองหลวงของม็อบอยู่ที่ใด เราก็ไม่อาจส่งกองทัพไปล้อมได้

ก็อย่างที่ผมวิเคราะห์ไว้แต่ต้น องค์ประกอบของม็อบพันธมิตร มี 3 ส่วน ดังกล่าว ที่เป็นส่วนสำคัญคือ สันติอโศก ASTV/บ้านพระอาทิตย์ และกลุ่มทุนที่สนับสนุนทั้งหลายเช่น แบ็งบางแห่ง/เสี่ยบะหมี่ หากจะตีเมืองหลวงก็ต้องตีตามองค์ประกอบนี้

1. สำหรับสันติอโศก มีฐานใหญ่อยู่ที่กลุ่มชุมชนสันติอโศก เช่น ชุมชนปฐมอโศก สาลีอโศก และ ศรีษะอโศก เป็นต้น หากมีการส่งม็อบไปล้อมชุมชนเหล่านี้ เช่น ศรีษะอโศก จังหวัดศรีษะเกษ หรือเข้าตีชุมชุนเหล่านี้ ทำทั่วประเทศ ผมว่าสันติอโศกที่เป็น “แกนหลักของม็อบพันธมิตร” ก็อยู่ไม่ได้ครับ

ทำไมเราปล่อยให้คนเหล่านื้ทำลายพวกเราอยู่ได้โดยให้พวกเขามีชีวิตอย่างสุขสงบในพื้นที่ของเขา ส่งกำลังบำรุงให้ม็อบใน กทม.อยู่ได้ ทำไมไม่โจมตีเมืองต่างๆ ของพวกเขาเหล่านี้ สั่งสอนให้คนพวกนี้รู้ว่า หากยังไม่หยุด พวกเขาก็จะอยู่อย่างสงบในประเทศไทยไม่ได้ เช่นกัน

การสงครามย่อมไม่คำนึงถึงอะไรทั้งสิ้นแล้ว



2. สำหรับ ASTV ที่เหมือนเป็นกระบอกเสียงของ ม็อบพันธมิตรนั้น สามารถออกอากาศได้อย่างปกติสุข ทำลายประเทศอยู่ได้ ทำไมไม่มีใครไปล้อมบ้านพระอาทิตย์ บุก ASTV เหมือนที่ พวกเขาบุกวิทยุแท็กซี่บ้าง ทำไมไม่เผา ASTV บ้าง หรือยึดบ้านพระอาทิตย์บ้าง

3. สำหรับนายทุนที่เป็นท่อน้ำเลี้ยงให้พวกพันธมิตร เช่น แบ็งค์หรือเสี่ยบะหมี่สำเร็จรูป เราต้องร่วมกันรณรงค์ให้ “คนเสื้อแดง” ทั้งหลายช่วยกันบอยคอตธุรกิจของคนเหล่านี้ เพราะพวกเขาทำลายชีวิตของคนจำนวนมากในประเทศนี้ ทำไมเราไม่บอยคอตธุรกิจของคนกลุ่มนี้ กระแส “ปิดบัญชีค๊ะ..” ที่กำลังระบาดอยู่ในโลกไซเบอร์จนแบ็งค์ดังกล่าวต้องออกมาแก้ตัว แสดงว่าพวกเขาหวาดกลัวการบอยคอตค่อนข้างมาก






หากเราใช้กลยุทธ์ล้อมเว่ยช่วยเจ้า โดยให้คนเสื้อแดงต่างๆ เข้าช่วยเหลือ เช่น ชุมชนสันติอโศก ในพื้นที่อีสาน ชมรมคนรักอุดร ควรช่วยกันขับไล่ให้ออกไปจากภาคอีสานเสีย ต้องตอบโต้กันแบบนี้ให้พวกสันติอโศกทราบว่า หากพวกเขายังทำลายชาติต่อไปไม่จบสิ้น ฐานที่มั่นของพวกเขาก็จะถูกทำลายเช่นกัน

หากดำเนินการตามกลยุทธ์ล้อมเว่ยช่วยเจ้านี้ ผมว่าในที่สุดม็อบพันธมิตร ก็ต้องสลายตัวไปแน่นอน

ไม่จำเป็นต้องให้รัฐบาลใช้กำลังปราบม็อบ จนกลายเป็นเงื่อนไขให้พวกอำมาตย์ใช้เป็นข้ออ้างในการยึดอำนาจได้


ที่มา http://www.thaifreenews.com/?name=politics&file=readpolitics&id=493

ถึงเวลาใช้บังคับหลักนิติรัฐ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ถึงเวลาใช้บังคับหลักนิติรัฐ ฉบับนี้ประจำวันอาทิตย์ที่ 30 พฤศจิกายน 2551


............ถึงวันนี้ ต้องถือว่า ประเทศไทยจบเห่ไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการเมือง เศรษฐกิจ...


หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ถึงเวลาใช้บังคับหลักนิติรัฐ ฉบับนี้ประจำวันอาทิตย์ที่ 30 พฤศจิกายน 2551 ............

ถึงวันนี้ ต้องถือว่า ประเทศไทยจบเห่ไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม ล้วนพินาศย่อยยับไม่มีเหลือ ต่อให้ทหารปฏิวัติอีกร้อยครั้งพันครั้ง ก็ไม่มีทางแก้ปัญหาได้ เพราะการยึดอำนาจเป็นการแก้ปัญหาที่ ปลายเหตุ ไม่ใช่ ต้นเหตุ เหมือนที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. ย้ำนักย้ำหนามา ตลอดนั่นแหละว่า ปฏิวัติแก้ปัญหาไม่ได้ เพราะบทเรียนมีให้เห็นอยู่โทนโท่ ใครขืนไปบังคับให้ทหารเดินย่ำซ้ำรอยเดิม ก็เท่ากับสั่งให้กองทัพต้องทำในสิ่งที่ ล้มเหลว และ ไร้ศักดิ์ศรี นั่นเอง!!!............

“เห่าไฟ” เห็นด้วยกับการแสดงบทบาท ของ พล.อ.อนุพงษ์ ที่เข้าไปมีส่วนร่วมแก้ไขปัญหาวิกฤติ แม้จะทำให้ รัฐบาลขุ่นข้องหมองใจไปบ้าง แต่หากเอาใจเขามาใส่ใจเรา ก็จะเข้าใจ พล.อ.อนุพงษ์ ได้ไม่ยาก สิ่งที่ผู้บัญชาการทหารบกคนนี้ได้ทำลงไป ถือว่าดีที่สุดแล้ว ไม่ว่าใครหากโดน กดดันรอบด้าน เพื่อให้นำรถถังออกมาปฏิวัติ แต่กลับยืนกรานปฏิเสธมาตลอดว่า ไม่ทำ คนอย่างนี้ถือว่า มีความเป็นตัวของตัวเองสูงมากทีเดียว!!!............

ส่วนเหตุผลที่หลายฝ่ายมองว่า การปฏิวัติไม่ใช่ทางออก ก็เพราะที่ผ่านมา การปฏิวัติได้นำพาประเทศชาติเข้าสู่ เขาวงกต ต้องเดินวนไปวนมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า สุดท้าย ผลลัพธ์ก็ออกมาเหมือนเดิม ตรงกันข้าม หากมาไล่ดู ปมปัญหา เพื่อใช้ กฎหมายที่มีอยู่ในประเทศไทยเข้าไปแก้ไขปัญหาทีละเปลาะ กำหนดความหนักเบาในการใช้ให้เหมาะสม “เห่าไฟ” เชื่อว่า วิธีนี้จะสามารถ คลี่คลายวิกฤตการณ์ลงได้อย่างแน่นอน!!! ............

โดยเฉพาะขอให้ทบทวนกันดูอีกครั้ง หลักนิติรัฐ ไม่ได้เสื่อมสลายหายไปไหน เพียงแต่ผู้บริหารบ้านเมืองในแต่ละระดับไม่นำมาบังคับใช้อย่างจริงจังต่างหาก ยกตัวอย่างกรณี ม็อบบุกยึดทำเนียบ เมื่อได้ดำเนินการไปตามกระบวนการกฎหมายทุกอย่าง ตุลาการสั่งมาอย่างไร ก็ว่าไปตามนั้น ไม่มีปัญหา!!!............

แต่ กรณีการบุกยึดสนามบินดอนเมือง และสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งเป็นสถานที่สำคัญ เป็นหัวใจหลักของชาติ ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร อาจทำให้ชาติล่มสลายได้ เรื่องนี้ รัฐบาลจำเป็นต้อง บังคับใช้กฎหมายขั้นเด็ดขาด โดยไม่มีการประนีประนอมใดๆทั้งสิ้น!!!............

สำหรับ ความพินาศฉิบหาย ที่ประเทศไทยได้รับจากการปิดสนามบิน ธนวรรธน์ พลวิชัย ผอ.ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย พูดเอาไว้ชัดว่า หากสถานการณ์การเมืองไม่คลี่คลายภายในเดือน ธ.ค. ม็อบยังมีการชุมนุม ต่อเนื่องและปิดสนามบินอยู่จะสร้าง ความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจ ถึง 134,000�215,000 ล้านบาท แบ่ง เป็นผลกระทบต่อการท่องเที่ยว 76,120 ล้านบาท การส่งออก 25,000-40,000 ล้านบาท การลงทุน 12,000-40,000 ล้านบาท และการบริโภค 21,000-30,000 ล้านบาท!!!............

ตอนนี้ สิ่งสำคัญที่สุดที่รัฐบาลต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วนก็คือ ค้นหาบุคลากรที่เป็น มือปฏิบัติ เจ๋งๆ มาทำให้ กฎหมายบ้านเมืองศักดิ์สิทธิ์ เนื่องจากข้าราชการหลายคน เกรงกลัวบางสิ่งบางอย่าง จนไม่กล้าทำกฎหมายให้เป็นกฎหมาย รัฐบาลจึงต้อง สับเปลี่ยน ข้าราชการเหล่านั้นออกไป แล้วนำ มือดีๆ เข้ามาทดแทนเพื่อ บังคับใช้กฎหมาย!!!...........

จริงๆแล้ว เรื่องการบังคับใช้กฎหมายต้อง แยกแยะ ให้ถูกต้อง หากม็อบจัดชุมนุมด่ารัฐบาลรุนแรง กรณีนี้ต้อง ส่งเสริมสนับสนุน เพราะเป็นไปตาม หลักการประชาธิปไตย ใครโดนด่าเสียหายก็ ฟ้องร้อง กันไปตามกระบวนการยุติธรรม แต่หากม็อบไป ยึดสถานที่ราชการด่ารัฐบาล ก็ต้องเปิดเจรจา ใช้มาตรการอ่อนไปหาแข็ง นั่นก็คือ ถ้าพูดกันดีๆไม่รู้เรื่อง ก็ต้อง สลายการชุมนุมที่ผิดกฎหมายทันที!!!............

เท่าที่สังเกตเห็น ยังมีข้าราชการอีกหลายคนที่เป็น มือปฏิบัติตามกฎหมายชั้นยอด พร้อมเข้ามาทำงานสร้างความสงบเรียบร้อยในบ้านเมือง หากรู้จักใช้ทรัพยากรบุคคลเหล่านี้ให้ถูกต้องเหมาะสม ก็จะเกิด กลไกที่มีประสิทธิภาพ ในการบริหารบ้านเมือง สามารถนำ ความสงบ กลับคืนสู่สังคมไทย ได้อย่างแน่นอน!!!............

สำหรับตำรวจ หากยังไม่มีการ ปรับเปลี่ยนยุทธวิธีใหม่ ไม่รู้จักปรับระดับความหนักเบาในการบังคับใช้กฎหมาย โดยเฉพาะ ไม่สามารถรักษาความสงบเรียบร้อยให้แก่ส่วนรวมได้ ก็ต้อง โยกย้าย เอาตำรวจที่ไร้ประ�สิทธิภาพเหล่านั้นออกไปให้หมด แล้วเอาตำรวจที่รู้จักการ ปรับระดับบังคับใช้กฎหมาย ให้เหมาะสมสอดคล้องกับสถานการณ์เข้ามาทำงานแทนโดยด่วน!!! ............

นับจากนี้ไป ไม่ว่าใครหน้าไหน ก็อย่าได้มาแสดงความเป็น ผู้มีอภิสิทธิ์ชนในประเทศนี้อีก เพราะหากทุกคนไม่มี ความเสมอภาคกันทางกฎหมายบ้านเมืองก็คงต้อง ล่มจม และก็คงถึงเวลาแล้วที่จะต้อง เปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เพื่อนำ หลักนิติรัฐ มาบังคับใช้กับทุกคนอย่าง เท่าเทียมกัน!!!............


ที่มา ไทยรัฐ

ภาพ (ข้อเท็จจริง) ที่คุณอาจไม่เคยเห็น

ภาพต่าง ๆ เหล่านี้เป็นเหตุการณ์ในอดีตที่คุณอาจจะยังไม่เคยเห็น


เห็นแล้วสงสาร คุณตำรวจ(ดี ๆ) จับใจ

แฟ้มภาพจาก ร.ต.อ. ทวยเทพ เดวิด วิบุลศิลป์

จาก coffeecartel.hi5.com

ขออนุญาตนำรูปและคำบรรยายบางส่วนมาเผยแพร่

ข้อเท็จจริง... ที่ไม่เคยได้ปรากฎต่อสาธารณะ


"ภาพต้องสงสัย ที่ใครต่อใครว่าเป็นตำรวจปลอมตัวมา"


"เอาใหม่ครับ อย่าเพิ่งใช้อารมณ์ ลองดูใหม่"


"คนเดียวกันหรือเปล่าครับ เป็นป้ายการ์ดนะครับ พิจารณากันเองนะครับ"

“ปรี่เข้าชนซ้ำ แล้วซ้ำอีกสองสามรอบ และชนตำรวจอีกสองสามคนที่มาช่วยเพื่อนด้วย”


“โธ๋...พี่หมวด... ลูกของพี่ทั้งสองคนอายุยังไม่ถึงสิบขวบเลย”


“อาชีพที่ต้องคำสาป....”


“โธ่... พี่....”


“น้องคนนี้ ไม่อาจเดินได้อีกแล้ว... ตลอดชีวิต... เพื่ออะไรครับ...เพื่อให้บางคนได้อำนาจ และเพื่อให้บางคนเสียอำนาจ... อย่างนั้นหรือ”


“ชน แล้วถอยทับ... แล้วชนทับ... แล้วถอยทับ ซ้ำแล้ว...ซ้ำเล่า”

“อโหสิ อหิงสา... แน่หรือ”


ชมภาพและข้อเท็จเพิ่มเติมได้ที่ hi5 ผู้กองเดวิด

เป็นกำลังใจให้ตำรวจปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ เพื่อชาติของเรา

ผู้ใช้รถบนถ.วิภาวดีสุดทนรถพันธมิตร



ที่มา TFN HOT VDO CLIP

คลิปวีดีโอสนธิสั่งสาวกให้ยิงทิ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ



ที่มา TFN HOT VDO CLIP

ช้า ๆ ได้พร้าเล่มงาม...ประชาธิปไตยกำลังจะชนะแล้ว


ผม และหลายท่านผู้นิยมความถูกต้อง ในช่วงนี้อึดอัดจนอกแทบระเบิด เพราะรอแล้ว รอเล่ารัฐบาลก็ไม่ทำอะไรซักที จนบางท่านเหลืออด จนต้องบ่นตัดพ้อรัฐบาล ซึ่งบางทีตัวเองก็เป็นเช่นนั้นเหมือนกัน..แต่มันก็เกิดจากภาวะทางอารมณ์

การบังคับให้ปฏิบัติตามกฏหมายทุกท่านต้องการ แต่อย่าได้หลงลืมว่าสิ่งที่เราต้องการที่เราร่วมต่อสู้กันมาก็เพราะ เราต้องการให้ประเทศนี้ใช้การปกครองที่เป็นประชาธิปไตยต่อไป ถ้าเราลงมือโดยไม่รอบคอบเราจะได้ การเมืองใหม่ (ที่โคตรเก่า) มาแทน เพราะ..

บัดนี้ การเมืองกำลังแก้ด้วยการเมือง ซึ่ง การเมือง คือการแย่งชิงความชอบธรรม เพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศ ภาวะปกติ ขนาดเลือกตั้ง ยังล่อกันอีรุงตุงนังไปหมด...แต่คราวนี้ไม่ธรรมดา ถ้าพลาด ถึงขั้นเปลี่ยนแปลง อำมาตย์ 70 ประชาชน 30 ใครก็รู้ก็คือ อำนาจไปอยู่ที่อำมาตย์นั่นแหล่ะ..

ทหารไม่ปฏิวัติ เพราะไม่มีความชอบธรรม ถ้ารัฐบาลเข้าปราบ พวกมันให้คนแต่งเป็นชุดตำรวจถ่ายให้เห็นหน้าเบลอๆ กำลังยิงปืนใส่เด็กเล็กๆ หรือ เอาภาพเด็กโดนยิงเสียชีวิต แล้วก็ให้สื่อของพวกมัน เอาภาพไปออกทุกช่องแล้วก็โทษว่า เพราะรัฐบาลปราบม็อบ..เราเสร็จมัน...ขณะนี้รัฐบาลคงรอให้ต่างประเทศช่วยสร้างความชอบธรรมให้เต็มที่..เมื่อวานสหรัฐออกมาแล้ว..เดี๋ยวมีอีกหลายประเทศ..เพราะมันกระทบไปถึงพวกเขาด้วย ที่เขียนมาอย่านึกว่าโอเวอร์ เพื่อให้ได้อำนาจ.ทำได้ทุกอย่างโดยเฉพาะอ้ายลิ้มมันเป็นหน่วยกล้าตายเสียด้วย..

แต่ยังไงประชาชนก็ซวยสุดอยู่ดี เป็นมาอย่างนี้ทุกยุคทุกสมัย..แต่ทำไงได้ เหมือนกับที่นายกทักษิณพูด "เพื่อประชาธิปไตยเราอาจเจ็บปวดบ้างเป็นบางครั้ง แต่สำหรับเผด็จการมันคือฝันร้ายตลอดชีวิต" ถูกต้องที่สุดครับ

Politician Boss http://www.prachatai.com/webboard/wbtopic.php?id=753698

ระยะนี้เป็นช่วงที่สถานการณ์ทุกอย่างเขม็งเกลียว และงวดเข้ามาจนแทบจะเรียกว่ากลบข่าวอื่นจนหมดสิ้น บางคนติดตามข่าวสารการเมืองถึงขั้นกินไม่ได้นอนไม่หลับ บางคนเครียดถึงกับต้องเข้าโรงพยาบาลไปเลยก็มี บางคนอดหลับอดนอนเพื่อติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด ชนิดเกาะติดสถานการณ์ (ผมก็อยู่ในส่วนของคนกลุ่มนี้)

ผมติดตามข่าวสารมากมายและอ่านกระทู้ความเห็นจากเวปต่าง ๆ มากเช่นกัน แต่ก็สะดุดใจกับกระทู้ของคุณ Politician Boss ท่านนี้ ที่ลงไว้ในประชาไท เพราะตรงใจผมมากจนต้องขออนุญาตนำมาเผยแพร่ต่อ เวลานี้คนไทยแทบทั้งชาติ ทั้งที่จะชอบท่านนายกทักษิณหรือไม่ก็ตาม ต่างก็มองเห็นและเข้าใจได้เป็นจุดเดียวกันว่า พธม. กระทำในครั้งนี้เป็นการกระทำที่เกินไปจริง ๆ และเข้าข่ายการก่อการร้าย ปิดประเทศของตนเองยังความเสียหายให้กับคนไทยและประเทศชาตินับอเนกอนันต์ เรียกได้ว่าการกระทำครั้งนี้ทำให้ประเทศชาติต้องเริ่มสร้างกันใหม่โดยนับจาก ศูนย์ ทุก ๆ คนในชาติไม่ว่าจะเป็นใครก็ต้องเริ่มตั้งต้นกันใหม่หมด ต้องย้อนหลังประเทศกลับไปกว่า 20 ปี

ถ้าคุณอายุ 15 ปีในเวลานี้และเพิ่งเริ่มต้นลงทุนทำกิจการบางอย่าง ก็อาจจะไม่เท่าไร แต่ถ้าคุณอายุ 50 ปีในเวลานี้ คุณเริ่มลงทุนไว้ตั้งแต่เมื่อ 20 ปีที่แล้ว ทุกอย่างกลับมาเริ่มใหม่หมด......ก็คงจะลำบากมาก เพราะทุกอย่างเริ่มต้นใหม่ได้ แต่สิ่งเดียวที่เริ่มต้นใหม่ไม่ได้ก็คือ เวลา เพราะโอกาสอย่างนั้นอาจจะไม่กลับมาอีกเลย รวมทั้งอายุที่มากขึ้นนี้ด้วย

ด้วยเหตุนี้ ผมเองแม้จะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงด้วยเช่นกันจากเหตุการณ์ครั้งนี้ แต่ก็ยังมองว่ามีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ไหน ๆ ก็ต้องสูญเสียแล้ว เราจะต้องได้รับกลับมาให้คุ้มกับการสูญเสียนั้น ซึ่งก็คือ ประชาธิปไตย ที่สมบูรณ์แบบ เพื่อโอกาสที่เท่าเทียมกับของคนไทยทุกคน ขจัดเผด็จการอมาตยาธิปไตยให้สิ้นซากไปจากเมืองไทยให้ได้ ซึ่งการจะกระทำให้ได้ดังนั้นจึงต้องอาศัยความรอบคอบ และละเอียดอย่างยิ่ง อีกไม่กี่วันศาลรัฐธรรมนูญก็จะตัดสินคดียุบพรรคของทั้ง 3 พรรคการเมือง ซึ่งก็เห็นอยู่แล้วว่าเป็นการเดินเกมส์ทางการเมืองโดยใช้อำนาจตุลาการ มากดดันรัฐบาลที่กำลังจะจัดการกับ พธม. ที่ยึดสนามบินอยู่ในขณะนี้

การต่อสู้ครั้งนี้เป็นการต่อสู้เพื่อแย่งชิงความชอบธรรมทั้งจากภายในและภายนอกประเทศ ถ้าฝ่ายเราเดินเกมส์พลาดแม้แต่เพียงนิดเดียว สิ่งที่เราสูญเสียไปแล้วจะไม่มีวันกลับคืนมาได้อีกเลย ดังนั้นไม่มีทางใดทำได้ดีไปกว่า เชื่อมั่นในรัฐบาล ให้กำลังใจต่อสถานการณ์เหล่านี้ เพราะถึงอย่างไรรัฐบาลนี้ก็เป็นรัฐบาลที่เราเลือกพวกเขาขึ้นมากับมือ ผมเชื่อว่า รัฐบาลท่านนายกสมชาย วงศ์สวัสดิ์ มีแผนการที่จะรับมือกับทุกสถานการณ์อยู่แล้ว อย่าได้วิตกจนเกินเหตุ เพียงแต่กลั้นใจอดทนรอเท่านั้น เพราะการรอคอยโอกาสคือการต่อสู้ที่สำคัญในทุกยุทธภูมิ

การคาดเดาเหตุการณ์ต่าง ๆ ไปในทางร้าย หรือ แสดงอาการเกรี้ยวกราดที่ไม่ได้ดังใจ รังแต่จะทำให้ผู้ปฏิบัติการ (ซึ่งกำลังเตรียมพร้อมอยู่ทุกขณะ) เกิดอาการหวั่นไหวได้ ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งที่ประชาชนทั่วไปอย่างเรา ควรจะไปร่วมแสดงพลังเสื้อแดงในวันนี้ เพื่อให้รัฐบาลได้เห็นว่าประชาชนจะให้กำลังใจพวกเขาให้ทำงานอย่างเต็มที่ แต่ไม่ใช่เป็นการไปกดดันรัฐบาล เพราะนั่นจะยิ่งทำให้ทุกอย่างเสียไป.....

อย่าลืมว่า หมากเกมส์นี้เดินพลาดเพียงนิดเดียว แพ้ทั้งกระดาน ทั้ง ๆ ที่ฝ่ายเราได้เปรียบอยู่แล้ว อดทนให้มากขึ้นอีกนิดเถอะครับ รอและอดทนการข่มเหงมาได้ตั้งแต่ปี 49 เหลือเวลาแค่อีกไม่กี่วันจะทนไม่ได้เสียแล้วหรือ………………….

ปูนนก

ที่มา http://www.thaifreenews.com/?name=politics&file=readpolitics&id=492

ช่วยกันทำประกาศจับ Airport Hijack Terrorist ออกไปทั่วโลก

บทความ โดย Bugbunny

ตอนนี้การยึดสนามบินสาธารณะเข้าองค์ประกอบการเป็นผู้ก่อการร้ายแล้ว

อยากให้ท่านที่ชำนาญภาษาต่างประเทศและท่านที่ชำนาญ AI ช่วยทำประกาศจับทำนอง

WANTED

Airport Sieze Hijacker Terrorist Group

Chamlong, Sondhi, Pipob, Somsak, Somkiat, Suriyasai, Samran, Prapan, Maleerat, Saranyoo, Chaiwat

(และผู้ก่อการร้ายคนอื่น ๆ ที่เห็นสมควร)



ลงรูปและชื่อนำไปกระจายในเวบสถานทูต เวบ Immigration เวบส่วนราชการของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก และเวบต่อต้านการก่อการร้ายสากล เช่น Interpol.

เพราะขณะนี้ทั่วโลกได้ประณามการกระทำที่เข้าข่ายการก่อการร้ายสากลของพวกมันแล้วทั้งสหรัฐและอียู การเป็นผู้ก่อการร้ายสากลนั้น จะมีผลทำให้ไม่ได้รับวีซ่าเข้าประเทศใดเลยที่ร้อยละเก้าสิบลงนามในอนุสัญญาต่อต้านการก่อการร้ายสากล และจะถูกจับกุมนำส่งประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการก่อการร้ายสากลในทันที

ฝากท่านผู้มีความสามารถด้วยครับ

ที่มา http://www.thaifreenews.com/?name=politics&file=readpolitics&id=491

แถลงการณ์มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน

แถลงการณ์มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน
เรื่อง คืนความเป็นมนุษย์และนำหลักนิติรัฐกลับสู่สังคมไทย



ท่ามกลางความขัดแย้งที่กำลังขยายตัวออกอย่างกว้างขวางในสังคมไทย ดังปรากฏให้เห็นจากการเข่นฆ่าและการทำร้ายกันระหว่างฝ่ายที่สนับสนุนและต่อต้านพันธมิตรฯ ทั้งที่เกิดขึ้นทั้งในกรุงเทพและในต่างจังหวัด และจนบัดนี้ก็ยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะยุติลงได้อย่างไร แต่มีแนวโน้มว่าจะทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้น


ไม่ว่าความขัดแย้งระหว่างฝ่ายรัฐบาลและพันธมิตรจะดำเนินไปหรือยุติลงในลักษณะเช่นไร แต่สิ่งที่มีความหมายสำหรับสังคมไทยและจะเป็นหนทางหนึ่งในการธำรงรักษาให้สังคมไทยไม่ให้บอบช้ำไปมากกว่านี้ นั่นคือต้องร่วมผลักดันและเรียกร้องดังต่อไปนี้


ประการแรก นำหลักนิติรัฐมาบังคับใช้อย่างเป็นธรรม
สภาวะความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการไม่บังคับใช้กฎหมายอย่างตรงไปตรงมาของหน่วยงานรัฐรวมถึงการเพิกเฉยของเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งทำให้สังคมตกอยู่ในสภาวะของการทำสงครามระหว่างผู้คน หากยังปล่อยให้สภาพดังกล่าวดำเนินต่อไปก็จะมีผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตของผู้คน


จำเป็นที่จะต้องทำให้เกิดการบังคับใช้กฎหมายโดยองค์กรเจ้าหน้าที่ของรัฐต่อผู้ที่กระทำผิดกฎหมายไม่ว่าผู้กระทำจะเป็นฝ่ายใดก็ตาม หากหน่วยงานรัฐใดไม่กระทำตามหน้าที่ก็ต้องรับผิดชอบในการกระทำของตน อย่างไรก็ตาม การบังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำผิดต้องดำเนินไปตามกรอบของความชอบด้วยกฎหมายและความเหมาะสมตามมาตรฐานของอารยะประเทศ มิใช่เป็นการใช้อำนาจด้วยความรุนแรงตามอำเภอใจเพื่อพิทักษ์ผลประโยชน์ของตนเองและพรรคพวก
ประการที่สอง คืนความเป็นมนุษย์ให้กับสังคมไทย


ในห้วงเวลาแห่งความขัดแย้งที่ผ่านมา ได้มีการปลุกเร้าและสร้างความหมายให้ฝ่ายที่คิดต่างจากตนกลายเป็นศัตรูที่ต้องกำจัด จึงทำให้สามารถที่จะลงมือต่ออีกฝ่ายได้เมื่อเผชิญหน้ากัน สังคมไทยเคยมีบทเรียนของการแบ่ง “ซ้าย/ขวา” จากเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 เมื่อมาถึงบัดนี้การแบ่งแยกระหว่าง “แดง/เหลือง” กำลังนำพาสังคมไทยย้อนกลับไปสู่โศกนาฏกรรมแบบเดิมอีกครั้งหนึ่ง


ควรตระหนักว่าไม่ว่าจะมีความเห็นไปในทิศทางใดก็ตาม แต่ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับตนก็เป็นมนุษย์คนหนึ่งเฉกเช่นเดียวกับเรา อุดมการณ์ทางการเมืองที่ทั้งสองฝ่ายกำลังยึดมั่นและปลุกปั่นอยู่ในขณะนี้ ล้วนแต่ไม่มีคุณค่าพอต่อชีวิตและเลือดเนื้อของผู้คน ต้องเรียกร้องให้หวนกลับมาตระหนักถึงความเป็นมนุษย์ของเพื่อนร่วมสังคมให้มากขึ้น รวมทั้งประณามการกระทำที่มีผลต่อการสร้างความเป็นศัตรูให้เกิดขึ้นระหว่างผู้คนในสังคมไทยด้วยกันไม่ว่าการกระทำนั้นจะมาจากฝ่ายใดก็ตาม


เงื่อนไขทั้งสองประการจะเป็นสิ่งที่ช่วยประคับประคองสังคมไทยให้ผ่านพ้นวิกฤตการณ์ครั้งนี้ไปได้ มหาวิทยาลัยเที่ยงคืนจึงใคร่ขอเรียกร้องให้สังคมร่วมกันผลักดันและสนับสนุนให้เกิดการคืนความเป็นมนุษย์และนำหลักนิติรัฐกลับสู่สังคมไทยโดยเร่งด่วนที่สุด


มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน

29 พฤศจิกายน 2551


ที่มา : website มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน

วันเสาร์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

"อียู"ซัดพธม.ทำภาพลักษณ์ไทยเสียจี้"ม็อบถ่อย"ออกจากสนามบินอย่างสันติ


สหภาพยุโรป ออกแถลงการณ์ จวก ม็อบเถื่อนยึดท่าอากาศยานไม่เหมาะสม ทำภาพลักษณ์ประเทศเสียหาย เรียกร้อง กลุ่มผู้ประท้วงออกจากดอนเมือง-สุวรรณภูมิ อย่างเร็วและสันติ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานวันนี้ (29 พ.ย.) ว่า สหภาพยุโรป (อียู) ได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่ชุมนุมประท้วงในประเทศไทย ออกไปจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและดอนเมืองอย่างสงบ และว่าการชุมนุมประท้วง ซึ่งทำให้มีผู้โดยสารตกค้างถึงกว่า 100,000 คน กำลังทำให้ภาพลักษณ์ของประเทศไทยเสียหายอย่างมาก

แถลงการณ์จากเอกอัครราชทูตอียูประจำประเทศไทยยังได้เรียกร้องให้ทุกฝ่ายร่วมแก้ไขวิกฤตการณ์ทางการเมืองในไทยอย่างสันติ เคารพในกฎหมาย และสถาบันประชาธิปไตยของประเทศ และว่าอียูเคารพสิทธิในการประท้วงและปราศจากการแทรกแซงปัญหาการเมืองภายในของไทย แต่เห็นว่าการกระทำของกลุ่มผู้ประท้วงในเวลานี้เป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม อีกทั้งยังเป็นการทำลายภาพลักษณ์ของประเทศไทยในสายตาของนานาประเทศ
เอกอัครราชทูตอียูเรียกร้องให้กลุ่มผู้ประท้วงออกไปจากท่าอากาศยานทั้ง 2 แห่ง อย่างสันติและโดยเร็ว เพื่อไม่ให้เกิดวิกฤตการณ์และผลกระทบทางเศรษฐกิจต่อประเทศไทย

เด็กพรรคสะตอกร่างรุมตื้บนักข่าวพิมพ์ไทย

เด็กส.ส.ประชาธิปัตย์ อำนาจล้นฟ้า ส่ง 3ชายฉกรรจ์ไล่บี้กระทืบนักข่าวพิมพ์ไทย โดดแย่งหลักฐานภาพเด็ดส่อทุจริตเลือกตั้ง แจกแว่นปชช.เป็นว่าเล่น โชคช่วยรอดน้ำมือมารมาได้โร่แจ้งความตามจับมาดำเนินคดีตามกม.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าวันนี้ (29พ.ย.) เมื่อเวลา 13.30 น.ที่สถานีตำรวจนครบาลบุคโล นายฐากูร คงมิ่ง ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์พิมพ์ไทย เข้าแจ้งความกับพ.ต.ท.สุรศักดิ์ ปานอ้น พนักงานสอบสวนสน.บุคโล เนื่องจากถูกทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บหลังจากเข้าไปถ่ายภาพ ส.ส.พรรคประชาธิปัติแจกแว่นตาให้กับประชาชนที่ศาลเจ้าโกวบ้อ ซอยตากสิน 34

โดยนายฐากูร กล่าวว่า ตนเองได้รับแจ้งจากบรรณาธิการข่าวว่ามีส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ไปแจกจ่ายแว่นตาที่ศาลเจ้าโคลบอล ซึงผิดพ.ร.บ.การเลือกตั้ง จึงให้ตนเองไปตรวจสอบ ตนก็เดินทางไปที่ดังกล่าวในเวลาประมาณ 11.30 น.เมื่อไปถึงพบว่ามีนางนันทพร วีรกุลสุนทร ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมส.ก.ในพื้นที่และทีมงานกำลังแจกจ่ายแว่นตาให้ประชาชนอยู่จริง จึงได้นำโทรศัพท์มือถือขึ้นมาบันทึกภาพ ขณะที่บันทึกภาพอยู่นั้น กลุ่มผู้แจกจ่ายแว่นตาได้เข้ามารุมต่อว่าจะถ่ายไปทำไม และเกิดการโต้เถียงกันขึ้น ตนเองบอกว่าไม่ได้ถ่ายเพราะเกรงจะถูกทำร้าย

“หนึ่งในกลุ่มชายฉกรรจ์ ก็เข้ามาแย่งโทรศัพท์มือถือไปจากมือ และลบภาพที่บันทึกไว้ทิ้งไป และกลุ่มคนร้ายก็รุมต่อว่าและกักตัวไม่ให้ออกจากพื้นที่ พยายามคาดคั้นให้ผมบอกให้ได้ว่าเอารูปไปทำอะไร ผมพยายามหนีขี่มอเตอร์ไซด์ออกมา ขณะที่ขี่มอเตอร์ไซด์ก็ถูกชายคนหนึ่งกระโดดต่อยที่หน้า ผมก็ขี่มอเตอร์ไซด์หนีต่อมาทางซอยตากสิน 34 ก็มีชายฉกรรจ์อีก 3 คนมาดักรุมทำร้าย ผมจึงตัดสินใจทิ้งมอเตอร์ไซด์ แล้ววิ่งหนีมายังฝั่งตรงกันข้ามขอความช่วยเหลือจากสายตรวจบริเวณ นำผมไปแจ้งความที่สน.บุคโล และเอารถผมกลับไปให้”นายฐากูรกล่าว

ทั้งนี้นายฐากูร กล่าวต่อว่า หลังจากไปแจ้งความที่สน.เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวไปตรวจร่างกายที่ รพ.ตากสิน และเข้าไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมติดตามคนร้ายแต่ปรากฏว่าคนร้ายได้หนีไปหมดแล้ว



กลไกบัดซบ!!เสื้อแดงแฉตัดลมพปช.แลกม็อบมารยุติชำเราประเทศ


เข้าตำรายกพิมเสนแลกเกลือ'นายหัววีระ'แฉยับคดียุบพรรคหวัง“รัฐประหารซ่อนรูป”ล้มรัฐบาลพลังประชาชน แลก ม็อบสถุนเลิกย้ำยีประเทศ ชี้'ไอ้ปื้ด'ดอดเจรจาลับกับม็อบโกเต็กซ์ย้ายออกสุวรรณภูมิ 'จตุพร'ลั่นตุลาการรธน.ชุดนี้น่าละอาย สมคบคิดยึดอำนาจ ประกาศศึกวันแดงเดือดพรุ่งนี้ ต้านชุมนุมม็อบสันดานหมาบ้า ต้านรัฐประหารเงียบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้(29 พ.ย.) นายวีระ มุสิกพงษ์ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการการแห่งชาติ และผู้ดำเนินรายการหลักความจริงวันนี้ กล่าวแถลงนัดชุมนุมใหญ่คนเสื้อแดง ว่า หากมาตราการที่จะดึงคนออกจากสนามบินทั้งสองแห่งไม่บังเกิดผลและเหตุการณ์ในบ้านเมืองยังไม่ดีขึ้นเราจะจะนัดชุมนุมคนเสื้อแดง เพื่อให้กำลังใจแต่เจ้าหน้าที่ผู้ปฎิบัติตามกฎหมายให้เห็นว่ายังมีประชาชนสนับสนุนการทำหน้าอย่างเต็มกำลัง พร้อมกับระบุถึงคดียุบพรรคพลังประชาชนนั้นเป็นข้อเจรจาระหว่างคนลึกลับกับคนในม็อบพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เพื่อแลกเปลี่ยนกับการที่กลุ่มพันธมิตรฯจะล่าถอยออกจากการเข้ายึดท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยให้ประชาชนสังเกตจากคำแถลงของ นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ว่า วันที่ 2 ธค.ทุกอย่างจะจบ ซึ่งเห็นได้ว่ามีการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมเพื่อล้มล้างรัฐบาลให้ได้ แต่ใช้วิธีแยบยลให้ประชาชนเห็นว่าเป็นเรื่องของกระบวนการประชาธิปไตย ซึ่งวิธีนี้เป็นวิธี “รัฐประหารซ่อนรูป”

"เวลานี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ปฎิบัติการอย่างเป็นขั้นเป็นตอน โดยจากมาตราการอ่อนไปหาแข็งด้วยวิธีการเจรจา ซึ่งอาจต้องใช้เวลา ฉะนั้นจึงต้องชุมนุมคนเสื้อแดง เพื่อให้กำลังใจการทำงานของรัฐบาล แต่ขณะนี้เกิดเหตุแทรกซ้อน คือกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญจะไม่ พิจารณาตามข้อเสนอของทั้ง 3 พรรค ได้แก่พรรคพลังประชาชน พรรคมฌิมาธิปไตยและพรรคชาติไทย โดยจะไม่พิจารณาพยานหลักฐานเพิ่มเติมตามที่ได้ร้องขอเสนอไป โดยจะไม่รับหลักฐานใดๆเพิ่มเติมปิดคดีเพียงเท่านั้น ซึ่งเรื่องดังกล่าวเราทราบว่าเป็นการแลกเปลี่ยน ในการเจราระหว่างคนลึกลับกับคนในม็อบที่ไปปิดสนามบิน เป็นข้อตกลงว่าใช้มาตราการทางศาลล้มล้างรัฐบาลจะยอมเคลื่อนย้ายออกจากสนามบินสุวรรณภูมิ"นายวีระกล่าว

อย่างไรก็ตามในการวันที่ 30 พ.ย.นี้ จึงมีวัตถุประสงค์ 2 ประการคือ 1. เพื่อให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ปฎิบัติหน้าที่ทุกฝ่ายที่ไปคลี่คลายสถานการณ์ในสนามบินทั้งสองแห่ง 2.เพื่อต่อต้านการทำ “รัฐประหารซ่อนรูป” ดังนั้นเชิญชวนผู้ที่รักประชาธิปไตยมาร่วมต่อต้อานเผด็จการในทุกรูปแบบตั้งแต่วันพรุ่งนี้ ที่ท้องสนามหลวง เวลา 16.00 น.ส่วนการชุมนุมจะจบสิ้นใน 1-2 วันหรือจะยืดเยื้อต่อไปแล้วแต่สถานกาณ์ อย่างไรก็ตามในการชุมนุมจะไม่ต่อสายโทรศัพท์ถึง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี รวมทั้งขอสงวนเนื้อหาของแต่ละคนที่จะขึ้นพูดบนเวทีด้วย และยืนยันว่าการชุมนุมจะไม่สร้าความปั่นป่วนให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และไม่เคลื่อนย้ายเพื่อสร้างความวุ่นวายใดๆทั้งสิ้น

'เดอะตู่'ลั่นแดงรักชาติล้นสนามหลวง

ด้านนายจตุพร พรหมพันธุ์ หนึ่งในแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการการแห่งชาติ กล่าวว่า จุดเปลี่ยของเหตุการณ์มีอยู่ 2 ทางคือ 1.ในวันพรุ่งนี้ประชาชนผู้รักประชาธิปไตยคนเสื้อแดง จะมาชุมนุมกันเต็มท้องสนามหลวงล้นถนนราชดำเนินเพื่อหยุดยั้งความเป็นอาณาธิปไตยในขณะนี้ และ 2.เพื่อหยุดยั้งการรัฐประหาร ของศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้เป็นเครื่องมือทางการเมืองของกลไกลเผด็จการเดิมในการประหัตถ์ประหารฝ่ายประชาธิปไตยอย่างนับไม่ถ้วน

หากพรรคพลังประชาชนถูกตัดสินยุบนั้นไม่มีปัญหา แต่การที่ศาลรัฐธรรมนูญเป็นเครื่องมือเพื่อหยุดยั้งการใช้อำนาจของฝ่ายบริหารในรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ซึ่งเมื่อหลังจากที่ นายกฯประกาศพระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อนำกลุ่มพันธมิตรฯออกจาสนามบิน และวันรุ่งขึ้นศาลรัฐธรรมนูญประกาศวันให้แต่ละพรรคนั้นได้แถลงปิดคดี นั้นหมายความว่าเมื่อตัดสินยุบพรรคความเป็นนายกรัฐมนตรี ของนาสมชาย วงศ์สวัสดิ์ จะพ้นตำแหน่งไปโดยกฎหมาย ทั้งนี้กลไกลของศาลก็เป็นกลไกลของรัฐประหารนายกรัฐมนตรี

พร้อมกันนี้ตนขอเรียนต่อสื่อมวลชนว่า ตุลาการศาลรัฐธรมนูญชุดนี้เป็นกลไกลทางการเมือง ไร้ความน่าเชื่อถือ มีพฤติกรรมที่น่าละอาย สมคบคิดกันยึดอำนาจ เป็นการรัฐประหารแบบครอบคลุม คือการใส่ชุดครุยทำการรัฐประหาร การทำการโดยไม่เกรงใจประชาชนที่รักความยุติธรรม คนที่ตัดสินคดีความหากจิตใจสกปรก ผลการตัดสินดคีก็สกปรก การประกาศวันยุบพรรคเพื่อต้องการประกาศว่า อีก 4 วันรัฐบาลจะหมดอำนาจจะต้องไป เพื่อที่จะบอกเจ้าหน้าที่ที่ปฎิบัติงานว่า อย่าไปทำสิ่งใดกับกลุ่มพันธมิตรฯ ต้องการทำให้เป็นศูนย์ยากาศทางการเมือง ฉะนั้นพี่น้องประชาชนที่รักประชาธิปไตยขอให้มารวมตัวกัน เพื่อนๆสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคยกล่าวว่า จะระดมคนให้นำมารวมกันที่ท้องสนามหลวง

อนุพงษ์เกือบเสียรู้สองนักวิชาการ "สุรพล-สมบัติ" ซ่อนเงื่อนวิ่งราวเก้าอี้ รมต. โดย : Scorpion

Thaifreenews

อนุพงษ์เกือบเสียรู้

อนุพงษ์เกือบเสียรู้สองนักวิชาการ "สุรพล-สมบัติ"


ซ่อนเงื่อนวิ่งราวเก้าอี้ รมต.



โดย : Scorpion


วันเสาร์ที่ 29 เดือน พฤศจิกายน พ.ศ.2551



วันที่ ๒๖ พ.ย. คณะกรรมการติดตามสถานการณ์ร่วมโดยมีพลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. เป็นประธาน สรุปผลหารือกับฝ่ายความมั่นคง หัวหน้าส่วนราชการระดับอธิบดีขึ้นไป อธิการบดีมหาวิทยาลัยของรัฐและเอกชน รวมทั้งนายกสมาคมภาคธุรกิจหลายสาขา เสนอให้นายกรัฐมนตรียุบสภา ตามการชื้นำของ ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ อธิการบดีมหาวิทยลัยธรรมศาสตร์ และ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)

***หากนายกสมชายตัดสินยุบสภาอะไรจะเกิดขึ้น***

๒๗ พ.ย. นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี เดินทางกลับจากต่างประเทศได้เห็นข้อเสนอของ พลเอกอนุพงษ์ เสนอให้ยุบสภาแล้วเห็นว่าเป็นความคิดเห็นที่หวังดี แต่ทำไม่ได้


เพราะการยุบสภาปัญหาจะเกิดขึ้นมาก แม้จะเป็นรัฐบาลรักษาการ ตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.๒๕๕๐ ระบุว่ามาตรา ๑๐๑ บุคคลผู้มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ เป็นผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (๓) เป็นสมาชิกพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งแต่เพียงพรรคเดียวเป็นเวลาติดต่อกัน ไม่น้อยกว่าเก้าสิบวันนับถึงวันเลือกตั้ง เว้นแต่ในกรณีที่มีการเลือกตั้งทั่วไปเพราะเหตุยุบสภา ต้องเป็นสมาชิกพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งแต่เพียงพรรคเดียวเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าสามสิบวันนับถึงวันเลือกตั้ง เพราะ....ถ้ายุบสภาแล้วศาลรัฐธรรมนูญตัดสินคดียุบพรรค เท่ากับลอยแพ ส.ส.สังกัดพรรคที่ถูกยุบพรรค โดยเฉพาะพรรคพลังประชาชน จะวิ่งหาเข้าพรรคใหม่ไม่ทัน ก็หมดสิทธิ์ในการลงสมัครรับเลือกตั้ง และตัวนายกรัฐมนตรีก็จะขาดคุณสมบัติลงทันที

ณ วันนี้ก็เป็นที่ประจักษ์ชัดแล้วว่ามันเล่นกันแบบตาใสๆเลย โดยศาลรัฐธรรมนูญนัดตัดสินคดียุบพรรคในวันที่ ๒ ธ.ค.นี้ ตรงกับพันธมิตรฯที่ประกาศเช้าประกาศเย็นว่าคดียุบพรรคจะตัดสินภายในไม่เกิน ๓ ธ.ค. และนายกฯจะไม่ได้เข้าไปนั่งฟังพระราชดำรัสในวันที่ ๔ ธ.ค.

ผูกเงื่อนพันคอรัฐบาลต่อไป

วีรกรรมการวิ่งราวเก้าอี้นายกรัฐมนตรีก็เกิดขึ้นอีกครั้ง เลยนึกถึงนิทานอีสบเรื่อง สุนัขจิ้งจอกกับอีกา ว่า

สุนัขจิ้งจอกตัวหนึ่ง (สองตัว) เห็นอีกาคาบชื้นเนื้ออยู่บนต้นไม้มันต้องการเนื้อชิ้นนั้นเจ้าสุนัขจิ้งจอกที่ฉลาดแกมโกงจึงกล่าวยกยออีกาว่า " เจ้าช่างสวยอะไรเช่นนี้จะดูขนก็สวยงามกว่าใครๆ ข้ายังไม่เคยพบใครขนสวยอย่างนี้มาก่อนเลยรูปร่างก็ระหงสวยสง่าน้ำเสียงหรือก็จะแสนไพเราะจับใจ " อีกาดีใจที่ได้ฟังคำพูดยกยอดังนั้น จึงกระโดดไปมาด้วยความตื่นเต้นบนกิ่งไม้และต้องการพิสูจน์ตัวเองว่า มีเสียงไพเราะจริงหรือไม่จึงอ้าปาก ส่งเสียงร้องเพลงทันใดนั้นชิ้นเนื้อก็ตกลงมาที่สุนัขจิ้งจอก ซึ่งตรงเข้าตะครุบและขย้ำกินทันทีด้วยความปลาบปลื้มกับ สมองอันชาญฉลาดของมัน

อนุพงษ์ อ้าปากไม่มีชิ้นเนื้อ หมาจิ้งจอกสองตัวนั้นจึงได้กินแต่น้ำลาย

แต่หากนายกสมชายอ้าปาก ชิ้นเนื้อนั้นก็จะตกลงมาให้สุนัขจิ้งจอกสองตัวขย้ำกินอย่างโอชะทันที

จิ้งจอกสองตัวนี้ ไม่เคยคิดถึงความเสียหายอะไรต่อประเทศ ....มีแต่ข่มขืนประเทศครั้งแล้วครั้งเล่า

ขอให้เพียงได้ชิ้นเนื้อ คือเก้าอี้รัฐมนตรี แบบเรียนลัดโดยไม่ต้องลงเลือกตั้ง...ก็พอ

ท่านอนุพงษ์ที่เคารพ ระวังสุนัขจิ้งจอกสองตัวนี้ให้ดี และฝากลสุภาษิตนี้ให้ท่านด้วย ที่ว่า

คบคนพาลพาลพาไปหาผิด คบบัณฑิตบัณฑิตพาไปหาผล

เสี่ยมมาเกิดปชป.แขวะพรรคร่วมเร่งถอรตัวจากรบ.

วันนี้ (29 พ.ย.) นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึง ปัญหาทางการเมืองในขณะนี้ว่า ทุกฝ่ายควรหยุดกระทำการสิ่งต่างๆ และลดทิฐิที่มีต่อกัน เพื่อหาทางออกให้กับประเทศชาติ ซึ่งเชื่อว่าแนวคิดรัฐบาลรักษาการ น่าจะมีความเหมาะสม โดยการเชิญชวนคนกลางที่เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่ายมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ไม่จำเป็นต้องมาจากพรรคใด หรืออาจจะเป็นบุคคลภายนอกได้ อย่างไรก็ตาม ในส่วนตัวต่อต้านการปฏิวัติ แต่หากการทำปฏิวัติแล้วทำให้ปัญหาทุกอย่างจบลง และเป็นทางออกของประเทศก็ยอมรับได้

พร้อมกันนี้หากพรรคร่วมรัฐบาล ยอมถอนตัว เพื่อให้เกิดช่องทางในการแก้ไขปัญหาทางการเมืองก็ถือเป็นเรื่องที่ดี ส่วนการที่พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จะถอนการชุมนุมจากสนามบินสุวรรณภูมิในเวลานี้คงเป็นเรื่องที่ยาก แต่หากผู้ชุมนุม เปิดสนามบินให้ชาวต่างชาติได้เดินทางกลับ ก็ถือเป็นเรื่องที่น่าเหมาะสม



ขี้ล้นสมองม็อบโกเต็กซ์สั่งปชช.ตายแทนด้วย


ม็อบคลั่ง สื่อมั่ว สร้างกระแสป่วนทั้งวุ่น บีบตร.ห้ามเข้าใกล้ฐานที่ตั้ง ขี้ขึ้นสมองหวั่นสลายการชุมุนม ตั้งด่าน จอดรถ 8 คัน ปิดถนนวิภาวดี จราจรติดอัมพาต 3 ชั่วโมง ประชาชนสวดยับโจรทำเดือดร้อน แกนนำหน้าด้านอ้างไม่ใช่พวก กุซ้ำตร.กราดยิงผู้ชุมนุม 'โกตั๊บ'หัวหดปลุกคนไปตายคาสนามบิน อ้างขอป้องกันฐานASTV ยิ่งชีพ

เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา มีกลุ่มบุคคลนำรถยนต์ 8 คัน จอดปิดถนนวิภาวดีรังสิต ขาเข้า บริเวณด้านหน้าอาคารคลังสินค้า สนามบินดอนเมือง ทำให้การจราจรสามารถวิ่งได้เลนเดียว ทำให้รถบริเวณหน้าสนามบินดอนเมืองติดยาวไปถึงรังสิตสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก บางคนถึงกลับลงมาเข็นรถ แต่คนขับใส่เบรคมือไว้ ผู้ใช้รถบางคนจึงนำก้อนหินขว้างใส่รถคันดังกล่าว
อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ผ่านไป 3 ชั่วโมง ตำรวจจราจรกลางจึงนำรถลากมาลากรถที่จอดกีดขวางดังกล่าวทั้งหมดออกไป ขณะที่ทางแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยต่างปฏิเสธว่า ไม่ใช่การกระทำของกลุ่มพันธมิตรฯ

ขณะที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กลุ่มแนวร่วมพันธมิตรฯ ได้ระดมมวลโดยขนคนเต็มรถกระบะหลายคนเพื่อกดดันการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ตรึงกำลังอยู่บริเวณทางเข้ารอบนอกของตัวอาคาร หลังรู้ว่ามีการปิดกั้นไม่ให้นำอาหารและขนคนเข้ามาในพื้นที่การชุมนุม

'โกวิท'ย้ำม็อบหมาบ้าห้ามเมินเจรจา

อย่างไรก็ตามเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมากองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มาประชุมร่วมกับพล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ในฐานะหัวหน้าผู้รับผิดชอบแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง โดยพล.ต.อ.โกวิท กล่าวถึงการเจรจากับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยว่า ต้องดูว่าเขาจะเจรจาด้วยหรือไม่

ทั้งนี้เมื่อถามว่า ถ้ากลุ่มพันธมิตรฯไม่ยินยอมเจรจาตำรวจจะทำอย่างไร พล.ต.อ.โกวิท กล่าวว่า หากไม่เจรจา ก็ต้องทำ โดยไม่ได้ตอบคำถามว่าจะทำอย่างไร โดยอ้างว่าขอเข้าประชุมก่อน

ตร.ตั้งด่านสกัดบนมอเตอร์เวย์ ห้ามเข้าสุวรรณภูมิ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าความคืบหน้าการตั้งด่านสกัดบนทางถนนมอเตอร์เวย์ทางเข้าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิอย่างยาวนานตั้งแต่เวลา 03.00 น.โดยมีการเรียกตรวจรถทุกคันที่วิ่งผ่านอย่างละเอียด พร้อมกับห้ามเข้าไปในสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยยังปักหลักชุมนุมอยู่ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่า เป็นการปฏิบัติหน้าที่ ตาม พ.ร.ก.บริหารราชการแผ่นดินในสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งมีการประกาศใช้ในพื้นที่สนามบินสุวรรณภูมิและสนามบินดอนเมือง

เริ่มจากเมื่อช่วงเช้าของวันนี้(29 พ.ย.)พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ขึ้นเวทีปราศรัยที่ทำเนียบรัฐบาล โดยประกาศให้กลุ่มผู้ชุมนุมที่ทำเนียบรัฐบาล เตรียมพร้อมไปสมทบกับผู้ชุมนุมที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิให้มากที่สุด และจะมีการแจ้งให้ทราบว่าจะไปขึ้นรถที่จุดใด อย่างไรก็ตามการรักษาความปลอดภัยของพันธมิตรฯ การ์ดพันธมิตรฯยังรักษาความปลอดภัยอยู่ทุกประตูอย่างเข้มงวดตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา แต่หลังจากนั้นไม่นานก็มีการประกาศกับกลุ่มผู้ชุมนุมไม่ต้องเดินทางไปสมทบที่สนามบินสุวรรณภูมิแล้ว โดยอ้างว่ามีกำลังพลอย่างเพียงพอ เพราะมีการส่งคนไปก่อนหน้านี้ประมาณ 400 คน ได้มีการจัดชุดทำความเข้าใจกับผู้ชุมนุมที่เดินทางไปช่วยที่สุวรรณภูมิ และให้กลับมาชุมนุมที่ทำเนียบรัฐบาล

ม็อบป่วนล้อมวงตร.หวิดปะทะ

ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่าที่สนามบินสุวรรณภูมิ นายอมร อมรรัตนานนท์ แกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ ได้นำกลุ่มผู้ชุมนุมขึ้นรถยนต์ส่วนตัวและรถบรรทุกของกองทัพธรรมกว่า 30 คัน ออกมาประกบและขอร้องตำรวจชุดปราบจลาจลของกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ให้เปิดเส้นทางเข้าสนามบินสุวรรณภูมิบริเวณทางยกระดับเชื่อมถนนมอเตอร์เวย์ตัดกับถนนร่วมเกล้า

ทั้งนี้ ในจุดดังกล่าว เกิดความวุ่นวายขึ้นเล็กน้อยเมื่อกลุ่มพันธมิตรฯ ที่มีจำนวนมากกว่าเจ้าหน้าที่ ซึ่งมีจำนวน 1 กองร้อย ได้พยายามเข้าล้อมกรอบเจ้าหน้าที่และต้องการให้เคลื่อนย้ายรถบรรทุกผู้ต้องขังออกไปจากการปิดถนน ทั้งนี้ก่อนเหตุการณ์จะบานปลาย พล.ต.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ซึ่งอยู่ในจุดเกิดเหตุได้เข้าเจรจาและทำความเข้าใจกับกลุ่มผู้ชุมนุมจนเหตุการณ์คลี่คลาย โดยตำรวจยอมทำตามข้อเรียกร้องของกลุ่มผู้ชุมนุม

สื่อโกเต็กซ์กุตร.กราดยิงประชาชน

จากเหตุปะทะคารมของกลุ่มผู้ชุมนุมพันธมิตรฯ เพื่อขับไล่เจ้าหน้าที่ตำรวจ 1 กองร้อย ที่ตั้งด่านสกัดอยู่บริเวณดังกล่าว ซึ่งระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังขับรถออกจากที่เหตุ กลุ่มพันธมิตรฯดังกล่าวสื่อเอเอสทีวีผู้จัดการออนไลน์ได้เสนอรายงานข่าวว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 200 นายตรึงกำลังประชิดกลุ่มผู้ชุมนุม ที่บริเวณด่านสกัดตรงทางขาขึ้นสุวรรณภูมิชั้นที่ 4 พร้อมกับเปิดฉากยิงใส่ผู้ชุมนุมแต่ไม่ปรากฎว่ามีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ ทั้งนี้ไม่มีสื่อแขนงใดได้รายงานสถานการณ์รุนแรงดังกล่าว เนื่องจากไม่มีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นจริง

'โกตั๊บ'ชี้นิ้วสั่งม็อบบ้าหลั่งเลือดทาแผ่นดิน

ต่อจากนั้นเมื่อช่วงสายของวันเดียวกันที่สตูดิโอเอเอสทีวี บ้านเจ้าพระยา นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำคนสำคัญได้ นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย แถลงสดผ่านสื่อโดยปลุกระดมประชาชนว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการปิดสถานีโทรทัศน์เอเอสทีวี จึงขอให้ประชาชนต่อสู้ให้ถึงที่สุด เพือปกป้องรัฐธรรมนูญ

" ไม่เป็นไรช่างมั่น ถ้าตายแล้วชาติบ้านเมืองจะดีขึ้นก็ขอให้ตายในวันนี้ก็แล้วกัน ถ้าไม่อย่างนั้นแล้วก็อย่าอยู่มีชีวิตต่อไปอีกจะดีกว่า เพราะมันไม่มีความหมาย ผมไม่อยู่กับความเป็นสัตว์นรก พี่น้องไม่ต้องกังวล พี่น้องดูแลทำเนียบฯ ดูแลสุวรรณภูมิ ถ้ามันจะจ้องหลั่งเลือดอีกหลายครั้งก็ให้มันหลั่งเลือดพี่น้อง การชุมนุมของพวกเราคือป้องกันรัฐธรรมนูญ เอเอสทีวีถ่ายทอดอยู่ในสถานที่ตั้ง ฉะนั้นแล้วการจะมาบุกยึดเอเอสทีวีนั้น เราไม่เปิดประตูให้แน่นอน แล้วถ้าบุกเข้ามายิงเรา เราก็ยิงสวนกลับถ้าต้องตายก็ต้องตาย ”

ตร.อารักขาบ้านนายกฯหวั่นมือมืด

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า บรรยากาศที่บ้านพักของ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี ที่ จ.เชียงใหม่ กลุ่มรักเชียงใหม่ 51 กว่า 100 คน ได้ระดมกำลังมารวมตัวกันที่ถนนด้านหน้า บริเวณทางเข้าหมู่บ้านกรีนวัลเลย์ จ.เชียงใหม่ เพื่ออารักขานายกรัฐมนตรี โดยมีการตั้งเต้นท์ และนำอาหารมารับประทาน เฝ้าเวรยามตลอดทั้งคืน โดยมีเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ตำรวจภูธรภาค 5 และชุดสืบสวนตำรวจภูธร จ.เชียงใหม่ วางกำลังอารักขาโดยรอบประมาณ 15 นาย


ยินดีต้อนรับอดีตนักรบ hi-thaksin.....โดย : Albatross

ยินดีต้อนรับอดีตนักรบ hi-thaksin

โดย : Albatross

วันเสาร์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ.2551

Thaifreenews.com ขอต้อนรับกองทัพอดีตนักรบแห่ง hi-thaksin ผู้มีหัวใจประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการกลับสู่สมรภูมิอีกครั้ง เป็นที่ประจักรแล้วว่าท่านได้ร่วมรบกับ hi-thaksin ในทุกสมรภูมิอย่างกล้าหาญ เป็นที่พึ่งของประชาชนชาวรากหญ้า และสามารถเปิดโปงความไม่ชอบมาพากลต่างๆ ให้กระจ่างชัดเปิดเผยสู่สาธารณชนทั้งก่อนและหลังรัฐประหารอย่างไม่รู้เหน็ดเหนื่อยและได้ผล

Thaifreenews.com ขอประกาศให้ทราบโดยทั่วกันว่า ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป Thaifreenews.com จะร่วมกับกองทัพอดีตนักรบแห่ง hi-thaksin ต่อสู้กับความอยุติธรรมเพื่อรักษาประเทศไทยไว้ให้ลูกหลานสืบไป

ขอต้อนรับ Power Inspection, ประดาบ, กาหลิบ, อาคมซิดนีย์, บก.ลายจุด, มังกรดำ, bangdor, thai esan, konnon, satitep, chaispat, porntep,bdrjr, super mild, prathueang, chunrapan, chaispat, sivadewa, phatararanakorn, lena, USA, chunrapan, pong pang, percival, hmopong,jirayu, clipclub, บิ๊กอู๊ด, เด็กโคราช,รู้ทัน, bell, rangsun,จักร, jeabok, rsujet, phim, กาดำ, demo, คนอีสาน, น้ำใส, leela, ลูกข้าวเหนียว, วาเนซา, คนไทยต่างแดน, คนรากหญ้า, panada, konnan, kan, win, geelong, tugtry chinchar, rakthai,nikita, piya444, Top Secret, Crying Prophet (ขออภัยที่ชื่อตกหล่น) สู่สมรภูมิอีกครั้ง

สมรภูมิของท่านจะปรากฏขึ้นที่นี่ภายในวันอาทิตย์นี้

Albatross

จาก thaifreenews

อินเดียตบหน้าไทยแลนด์อย่างจัง!!!!!!!!!!!

อินเดียตบหน้าไทยแลนด์อย่างจัง!!!!!!!!!!!


โดย : ป้าพลอย

วันเสาร์ที่ 29 เดือน พฤศจิกายน พ.ศ.2551

ตอนนี้ภาคพื้นเอเซียแข่งขันกันก่อการร้ายใหญ่เลย ไทยแลนด์ยังไม่ทันที่จะปราบผู้ก่อการร้ายพันธมิตร ทางประเทศอินเดียแซงคิวไปอีกแล้วตอนนี้กำลังยิงสู้กันหูดับตับไหม้ ดูข่าวในโทรทัศน์รัฐบาลอินเดียเด็ดขาดกว่าไทย สั่งทหารตำรวจลุยเลย ซัดกันใช้ปืนใหญ่ยิงถล่มจุดที่ผู้ก่อการร้ายซุ่มอยู่ในบ้านฝาผนังบ้านพังทลายรูโตช้างยังรอดเข้าไปได้ ยิงกันแบบสงครามอิรักเลยวะ นั่นมันต้องอย่างนั้นแหละถึงจะสาสม เพราะผู้ก่อการร้ายระเบิดในโรงแรมมีคนเสียชีวิตเกือบร่วมร้อยคนที่เมืองท่าเรือบอมส์เบย์

ประเทศไทยผู้ก่อการร้าย ยังไม่ออกจากสนามบิน ตำรวจทหารไทยกลัวผู้ก่อการร้ายขายขี้หน้าสู้ประเทศอินเดียก็ไม่ได้เฮ้อไทยแลนด์ แล้วนี่เมื่อไหร่จะเริ่มเสียทีมัวแต่หันรีหันขวาง คนต่างชาติเขาจะได้กลับบ้านกลับช่องเสียทีลูกเมียคอยอยู่ทางบ้าน ได้ข่าวว่ากร่างน่าดูพวกเสื้อเหลืองก่อการร้าย ฝรั่งบอกไม่เคยเห็นมาก่อนม๊อบมีผู้หญิงเพียบเลย แถมมีคนเฒ่าคนแก่ร่วมด้วย แก่ชราขนาดนั้นยังมานั่งทรมารกับเขา คงเข้าใจผิดอะไรสักอย่างแน่ๆ ยิ่งโชว์รูปภาพฝรั่งยิ่งงงม๊อบทำเพื่อคนคนนั้นทั้งที่เขาอยู่ดีกินดีกว่าคุณลุงคุณป้าทั้งหลายแล้วมาเสี่ยงชีวิตเพื่อเขาทำไม? สรุปแล้วที่มาเย๊วๆกันทั้งหมดโดนหลอกมาทั้งสิ้น

ต่างชาติบอกไม่เห็นมีใครมาทำให้เจ้าของภาพถ่ายเดือดร้อน เจ้าของภาพเขานอนกินนั่งกินอยู่บนฟูกอันนุ่มๆ แต่พวกพี่ป้าน้าอามานอนกินนั่งกินกันกลางถนนเยี่ยงสุนัขแล้วทำเพื่ออะไร? ยังไม่มีใครจับเจ้าของรูปเป็นตัวประกันสักหน่อยแล้วมาประท้วงหาหอกอะไร? ต่างประเทศมองคนเหล่านี้แล้วสั่นหัว พวกเขาช่างโง่งมงายอย่างไร้สาระเชื่อในสิ่งที่เหลวไหลตกเป็นเครื่องมือหากินของพวกสิบแปดมงกุฏแท้ๆ แทนที่จะทำเพื่อตัวเองดันไปทำให้คนที่ร่ำรวยล้นฟ้าไม่นึกถึงตัวเองเลยแล้วหลังจากเสร็จการประท้วงจะมีข้าวกรอกหม้อให้ครอบครัวตัวเองกินหรือเปล่าหนอ? แล้วจากนี้ไปจะมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นกว่าเก่าหรือไม่? ที่อุตส่าห์เสียสละทรมานสังข์หลับนอนข้างถนนเพื่อคนคนหนึ่งที่ไม่ใช่พ่อไม่ใช่แม่ของเราเองสักหน่อยเลย ฉะนั้นคนต่างชาติจึงงงว่าคนไทยทำไมจึงได้งมงายเพียงนี้ แล้วที่ว่ามากู้ชาติต่างประเทศก็งงกู้ชาติไหน ไทยแลนด์ยังไม่ได้ตกเป็นของใครสักหน่อยแล้วบอกกู้ชาติ

โทษทักษิณขายชาติแล้วใครมาซื้อชาติที่ทักษิณขายไปล่ะ? ทักษิณนี่ช่างแข็งแรงจังน๊ะแบกชาติเที่ยวเร่ขายให้คนอื่น ถ้าทักษิณขายชาติพวกเอ็งทั้งหลายคงไม่มานั่งกินนอนกินเห่าหอนอยู่ได้อย่างนี้ เจ้าของประเทศที่เขารับซื้อจากทักษิณเขาคงเอาเอ็ม 79 ส่องพวกเอ็งลงนรกไปนานแล้ว ดังนั้นถ้าเอ็งยังมีที่ยืนมีที่นั่งมีที่เห่าหอนแปลว่าทักษิณไม่ได้ขายชาติ อยากหาเรื่องใส่ความเขาควรหัดมีสมองคิดซะมั่ง การกล่าวร้ายผู้อื่นโดยไม่มีหลักฐานมายืนยันว่าทักษิณโกงอีกเรื่องหนึ่ง พวกที่ชอบเดาเอาเองแหกปากปาวๆก็พวกฟังเขาเล่ามาทั้งนั้น ของจริงไม่รู้อยู่ที่ใหนเห่าหอนกันเป็นทอดๆเหมือนฝูง Wolf แต่หาต้นตอที่ทักษิณโกงไม่เจอ

คนที่เกลียดทักษิณก็ยังหาความจริงไม่ได้ ทีเกลียดก็เพราะฟังเขาเล่าว่าทักษิณโกงแต่เนื้อหารายละเอียดไม่รู้ มีน้องสาวที่เป็นล่ามแปลภาษาต่างประเทศเพราะจบมาทางนี้โดยตรง เวลาคนไทยมีปัญหาขึ้นโรงขึ้นศาลต้องเอาล่ามไปแปลด้วย ในกรณีที่ต้องตกเป็นจำเลยทางศาลเขาจะไต่ถามถึงสาเหตุทำไมถึงต้องตบตีกันจนหน้าแหกแบบนี้ ล่ามแปลจะต้องสอบถามจำเลยอย่างละเอียดแล้วจึงอธิบายให้ศาลรับทราบ บางครั้งน้องสาวก็ต้องโมโหจำเลยพูดจากวนไม่รู้ต้นสายปลายเหตุ

อยู่กับใครฟังคนอื่นเขามาเล่าอีกทีไม่ได้ยินด้วยตัวเอง เรื่องจึงบานปลายเพราะของจริงไม่รู้อยู่ทีใหนฟังเขามาเล่าว่าอย่างนั้นอย่างนี้นี่คือสันดานคนไทยหรือใครจะเถียงว่าไม่จริง? ดังคำโบราณที่ว่าฟังไม่ศัพท์แล้วจับเอามากระเดียด ขอเสียทีเถอะที ฟังคนอื่นมาเล่าน๊ะเซ็ง ในประเทศไทยต้องมีการปรับระบบอีกหลายๆอย่าง เพราะมันยังบกพร่องอีกมาก ขั้นแรกคือ ระบบใส่ร้ายป้ายสีต้องใส่กฏหมายลงโทษปรับหรือจำคุกฐานประทุษร้ายทำลายชื่อเสียงคนอื่น คนไทยจะได้ไม่กล้าปั้นน้ำเป็นตัวอีก ทักษิณโดนทั้งขึ้นทั้งร่อง อะไรๆก็โทษแต่ทักษิณทำเพราะมันไม่มีอะไรที่จะเล่นจึงใช้ชื่อ ทักษิณโกง ทักษิณขายชาติ ทักษิณทรยศต่อสถาบัน ทักษิณโกงภาษีทั้งที่ทักษิณเสียภาษีปีละหลายหมื่น ทักษิณจะเป็นประธานาธิบดี ทักษิณคอรัปชั่นเป็นต้นฯ นี่คือคำกล่าวหาที่เลื่อนลอยสร้างความเสียหายต่อผู้ที่ถูกกล่าวหา หวังว่ารัฐบาลรุ่นต่อไปควรพิจารณาเรื่องนี้ด้วย...........

ป้าพลอย

จาก thaifreenews

ข่าวส่งเสริมคนดี

จำนวนผู้เข้าเยี่มมชม

link to affordable web hosting
Powered by web hosting provider .

สถิติการเข้าชม DMNEWS

eXTReMe Tracker