บล็อคข่าวส่งเสริมคนดี (รักดีหามจั่ว รักชั่วหามเสา หามจั่วก็หนักนะ)

ข่าวจากสื่อ

บทความจากสื่อ

วันอังคารที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

ทอท.ประกาศห้ามเครื่องบินขึ้นลงสนามบินสุวรรณภูมิ หลังพันธมิตรบุกเข้าถึงในอาคาร อลหม่านทั้งสนามบิน

ม็อบดาวกระจายพันธมิตรบุกถึงอาคารสนามบินสุวรรณภูมิ ทอท.ต้องประกาศไม่ให้เครื่องบินขึ้นลง ทำทั้งผู้โดยสาร-ลูกเรือ ตกเครื่องระนาวหลังช่วงเช้ามืดยกพลบุกที่ดอนเมืองได้ ตำรวจรวบการ์ดพันธมิตร ค้นรถเจอ "อูซี่-กระสุน" เพียบ ระบุเป็นปืนที่หายไปจากทำเนียบ


ความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ชุมนุมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย หลังจากสามารถยึดสนามบินกรุงเทพ (ดอนเมือง) หรือ ทำเนียบรัฐบาลชั่วคราวได้สำเร็จ เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ก่อนจะเคลื่อนขบวนไปกองบัญชาการกองทัพไทย ต่อด้วยสนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อรอขับไล่นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี ซึ่งเสร็จภารกิจการประชุมเอเปก จะเดินทางกลับจากเปรู

ทอท.สั่งปิดสนามบินทั้งขาเข้า-ออก

เมื่อเวลาประมาณ 21.00 น. วันที่ 25 พฤศจิกายน นายเสรีรัตน์ ประสุตานนท์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทอท.) กล่าวว่า หลังจากกลุ่มพันธมิตรกว่า 1,000 คน บุกรุกเข้าไปยังอาคารผู้โดยสารชั้น 4 และชั้น 2 ของสนามบินสุวรรณภูมินั้น ทำให้หลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องประเมินสถานการณ์แล้วเห็นว่าไม่สามารถควบคุมเหตุการณ์ได้ ประกอบกับได้ขอความร่วมมือไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ หน่วยงานความมั่นคงให้ส่งกำลังมาช่วยเหลือ แต่กลับไม่ได้รับการตอบรับ ดังนั้นจึงหารือกับผู้ที่เกี่ยวข้องและมีความเห็นว่าให้ปิดการใช้บริการสนามบินสุวรรณภูมิทั้งขาเข้า-และขาออกไปก่อนโดยไม่มีกำหนด โดยเฉพาะขาออก ไม่ให้เครื่องบินทั้งหมดบินขึ้น ส่วนผู้โดยสารที่เดินทางแล้วและอยู่บนเครื่องบิน บนน่านฟ้าประเทศไทย ทางหอบังคับการบินแจ้งไปยังกัปตันทุกสายการบินแล้ว หากจะลงที่สนามบินสุวรรณภูมิ ทาง ทอท.จะอำนวยความสะดวกให้ อย่างไรก็ตาม ทาง ทอท.และผู้ที่เกี่ยวข้องจะตั้งทีมงานเฉพาะกิจวางแผนปรับไปตามสถานการณ์

ด้านนายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ภายหลังจากที่หารือร่วมกันพบว่าสถานการณ์ดังกล่าวไม่สามารถควบคุมได้ด้วยตำรวจและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเท่านั้น เมื่อขอความร่วมมือไปยังหน่วยงานความมั่นคงกลับไม่ได้รับการตอบรับ โดยให้ช่วยเหลือตัวเองไปก่อน ดังนั้นจึงต้องปิดการให้บริการสนามบินสุวรรณภูมิทั้งขาเข้า-ขาออก อย่างไม่มีกำหนด นอกจากนี้เตรียมสนามบินดอนเมือง และสนามบินต่างจังหวัดไว้รองรับสายการบินแล้ว

จำลองลั่นยึด"สุวรรณภูมิ"

เวลา 21.30 น. พล.ต.จำลองได้ประกาศว่า พันธมิตรได้ยึดสนามบินสุวรรณภูมิแล้ว แต่ยังไม่มั่นคงเพียงพอ ขอให้ระดมกำลังเข้าไปเพิ่มอีก พร้อมระบุว่า ยังมีสถานที่ที่น่าจะไปอีก และในวันที่ 26 พฤศจิกายน จะมีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ควรจะเคลื่อนไปปิดล้อมด้วย ส่วนการประชุม ครม.รัฐบาลอย่ามาปิดเลย เพราะพันธมิตรมีหูตามากมาย


สื่อตปท.ตีข่าวม็อบปะทะตร.

ด้านสื่อต่างประเทศทุกสำนักเริ่มรายงานข่าวการบุกสนามบินสุวรรณภูมิของกลุ่มพันธมิตร ตั้งแต่เวลา 21.13 น. โดยผู้สื่อข่าวของรอยเตอร์ที่อยู่ในที่เกิดเหตุรายงานว่า ผู้ประท้วงหลายร้อยคนได้บุกเข้าไปในอาคารสนามบินหลังตะลุมบอนกับตำรวจปราบจลาจล ก่อนที่หน่วยงานซึ่งดูแลสนามบินจะประกาศปิดสนามบินและยกเลิกเที่ยวบินขาออกเมื่อเวลา 21.15 น. เนื่องจากกลุ่มผู้ประท้วงได้เคลื่อนเข้ามายังอาคาร แถลงการณ์ของผู้จัดการสนามบินระบุว่า ได้พยายามเจรจากับกลุ่มผู้ประท้วงแล้วแต่ไร้ประโยชน์ ดังนั้น เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร สนามบินจึงจำเป็นต้องยกเลิกเที่ยวบินขาออกเป็นการชั่วคราวจนกว่าสถานการณ์จะกลับสู่สภาวะปกติ

พันธมิตรเคลื่อนบุก"สุวรรณภูมิ"

เมื่อเวลา 14.30 น. ผู้ชุมนุมที่ดอนเมือง ทยอยขึ้นรถบรรทุก รถตู้ และรถยนต์ส่วนตัวหลายสิบคันไปปิดล้อมสนามบินสุวรรณภูมิ เนื่องจากนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี จะเดินทางกลับจากประเทศเปรู วันที่ 26 พฤศจิกายน

เวลา 15.00 น.กลุ่มพันธมิตร เข้าไปในพื้นที่สนามบินสุวรรณภูมิ โดยเดินจากทางเชื่อมมอเตอร์เวย์ พร้อมรถบัส 3 คัน จอดขวางอยู่บริเวณทางเข้าหลัก 4 ช่องทาง และมีรถสองแถวขับนำหน้ากลุ่มพันธมิตรกว่า 1 พันคนที่เดินเท้าเข้ามาบริเวณชั้น 4 ของสนามบินสุวรรณภูมิ โดยเส้นทางหลักทั้ง 4 เส้นทางผู้โดยสารไม่สามารถเดินทางเข้าไปยังสนามบินสุวรรณภูมิได้ เพราะการจราจรติดขัดอย่างหนัก นอกจากนี้ยังมีรถ 6 ล้อที่ติดตั้งเครื่องเสียง พยายามขับรถเข้ามาบริเวณชั้น 4 อีกด้วย

เวลา 16.00 น. กลุ่มพันธมิตรหลายพันคน นำโดยนายศรัญญู วงษ์กระจ่าง ใช้รถยนต์ส่วนตัวและรถบรรทุก 6 ล้อไปปิดเส้นทางมอเตอร์เวย์ ทางเข้าสนามบินสุวรรณภูมิ ต.ราชทาเทวะ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ จากนั้นใช้รถบรรทุกพร้อมเครื่องขยายเสียง 2 คัน จอดขวางปิดทางแยกยกระดับ อยู่ห่างจากอาคารที่พักผู้โดยสาร ประมาณ 3 กิโลเมตร ซึ่งเป็นเส้นทางตัดกับถนนบางนา-ตราด ที่จะมุ่งเข้าสู่ลาดกระบัง ทำให้การจราจรเป็นอัมพาต รถยนต์ติดยาวหลายกิโลเมตร

จากนั้นนายศรัญญูกล่าวปราศรัยให้แนวร่วมกลุ่มพันธมิตรอยู่ในความสงบ รวมทั้งให้หาที่พักผ่อน เพื่อรอกลุ่มพันธมิตรจากส่วนกลางที่กำลังเดินทางมาร่วมสมทบ จนเมื่อเวลา 19.30 น.กลุ่มพันธมิตรทยอยเดินทางมาสมทบเพิ่มขึ้นร่วมหมื่นคนแล้ว

"ผู้โดยสาร-ลูกเรือ"ตกเครื่องเพียบ

นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า มอบนโยบายให้บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือทอท. จัดที่ให้พันธมิตรที่ไปยังสนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อรักษาภาพพจน์ของสนามบินนานาชาติ ไม่ให้นักท่องเที่ยวต่างชาติตกใจ และไม่ให้ผู้โดยสารได้รับผลกระทบ อย่างไรก็ตามทราบว่ามีผู้โดยสารและลูกเรือบางส่วนตกเครื่องและมีผู้โดยสารบางส่วนเลื่อนการเดินทางออกไป

นายเสรีรัตน์ ประสุตานนท์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และรักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ทอท. กล่าวว่า ประสานงานไปยังทุกส่วนงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมรับสถานการณ์แล้ว โดยตำรวจได้ตั้งด่านตรวจค้นตามเส้นทางเข้าออกท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ทำให้การจราจรติดขัด โดยส่งเจ้าหน้าที่เจรจาขอให้กลุ่มพันธมิตรชุมนุมกันอย่างสงบ และขอให้เปิดเส้นทางจราจรเพื่อให้รถที่จะเข้าไปรับส่งผู้โดยสารเข้าออกได้ โดยทอท.จัดสถานที่บริเวณลานจอดรถ 4 ด้านข้างอาคารเทียบเครื่องบินจี ไว้รองรับ เพื่อไม่ให้การชุมนุมกระทบต่อการเดินทางของผู้โดยสาร พร้อมกันนี้ยังเตรียมน้ำดื่ม และรถสุขาไว้คอยอำนวยความสะดวกด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้โดยสารทั้งคนไทยและต่างชาติต้องลากกระเป๋าเดินทางจากถนนยกระดับด้านหน้าอาคารผู้โดยสารเข้ามาภายในอาคารผู้โดยสาร ระยะทางกว่า 1 กิโลเมตร เพราะการจราจรติดขัด

ตร.จับการ์ดพธม.เจอ"อูซี่"ของทำเนียบ

เวลา 18.30 น. วันที่ 25 พฤศจิกายน ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.ดินแดง นำกำลังตรวจค้นรถยนต์แค๊ปมิตซูบิชิ ทะเบียน ปพ-3952 กรุงเทพมหานคร ขณะขับผ่านหน้าตลาดดินแดง พบนายกนกพล จันทร์ประดิษฐ์ อายุ 42 ปี อยู่ที่ 1422/68 ถนนประชาสงเคราะห์ แขวง-เขตดินแดง กทม.เป็นผู้ขับขี่ จึงตรวจค้นพบอาวุธปืนกลสงครามอูซี่ 1 กระบอก ปืนขนาด .32 จำนวน 1 กระบอก เครื่องกระสุน ขนาด.32 จำนวน 48 นัด ขนาด .38 จำนวน 10 นัด ขนาด 9 มม. จำนวน 25 นัด วิทยุสื่อสาร 1 เครื่อง เสื้อเกาะกันกระสุน 1 ตัว ซองใส่อาวุธปืน 1 อัน ปะทัด 3 ดอก บัตรผ่านเข้า-ออก ทำเนียบรัฐบาล 1 ใบ และบัตรการด์พันธมิตร 1 ใบ ผ้าพันคอสีเหลือกู้ชาติ และนักรบศรีวิชัย อย่างละ 1 ผืน เครื่องนับตัวเลขจำนวน 1 เครื่อง หมวกไหมพรม 1 ใบ สอบสวนนายกนกพล ให้การว่ากำลังจะขับรถไปที่ทำเนียบรัฐบาล ของกลางที่พบไม่ใช่ของตน โดยรถคันดังกล่าวใช้สำหรับขนอาหารในทำเนียบรัฐบาล

ต่อมาเจ้าหน้าที่คลังทำเนียบรัฐบาล เข้ามาตรวจสอบร่วมกับตำรวจ พบว่าอาวุธปืนอินแกรม เอ็ม 10 เป็นปืน 1 ใน 2 กระบอก ที่หายไปจากทำเนียบจริง ภายหลังพันธมิตรบุกยึดทำเนียบ และพบอาวุธปืนหายไปจำนวนหนึ่ง อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงสอบสวนอย่างเคร่งเครียด และแจ้ง 5 ข้อหา คือ1.มีอาวุธสงครามไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต 2. มีอาวุธปืนไว้ครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต 3.มีเครื่องกระสุน ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต 4.พกพาอาวุธปืนเข้าไปในเมืองและทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร และ5.พกพาอาวุธสงครามเข้าไปในเมืองและทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร

เคลื่อนขบวนบุก"กองทัพไทย"

ทั้งนี้ ก่อนที่กลุ่มพันธมิตรจะเคลื่อนมาที่กองบัญชาการกองทัพไทย โดยยังปักหลักอยู่ที่สนามบินดอนเมือง เมื่อเวลา 10.45 น. นายพิภพ ธงไชย แกนนำพันธมิตรขึ้นปราศรัยบนเวทีชั่วคราวว่า พันธมิตรจะต้องยกระดับการเคลื่อนไหวให้เข้มข้นมากขึ้น ขณะนี้ว่าพันธมิตรบรรลุความสำเร็จแล้ว 2 ใน 3 ข้อ คือ คัดค้านไม่ให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จากการปิดรัฐสภาเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายนที่ผ่านมา และขัดขวางไม่ให้มีการประชุม ครม. เหลืออยู่เพียงข้อเดียวคือ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรีต้องออกไปเท่านั้น

ขณะที่นายสมศักดิ์ โกศัยสุข แกนนำพันธมิตรขึ้น กล่าวว่า ถ้ารัฐบาลจะย้ายไปประชุม ครม.ที่ไหน เราก็จะตามไปไล่ที่นั่น ได้ยินมาว่า เวลา 14.00 น. จะมีการประชุมครม.ที่กองบัญชาการกองทัพไทย ถนนแจ้งวัฒนะ ดังนั้นขอให้พี่น้องตามไปไล่ที่กองทัพไทยด้วย

"มีมันก็ไม่มีเรา มีเราก็ไม่มีมัน ต้องแบ่งข้างกันให้ชัด กองทัพบก กองทัพเรือ ตำรวจต้องแบ่งข้างให้ชัด วันนี้เราต้องสู้ ไม่มีอะไรต้องกลัวอีกแล้ว" นายสมศักดิ์ กล่าวและว่าจะไม่มีการย้ายทัพหลวงจากทำเนียบมาที่ดอนเมือง เพราะดูแลความปลอดภัยยาก

ทหารห้ามเข้ายันไม่มีประชุมครม.

จากนั้นเมื่อเวลา 12.00 น. พันธมิตรกว่า 10 คน นั่งรถยนต์ 3 คัน เป็นหน่วยล่วงหน้าเดินทางไปยังกองบัญชาการกองทัพไทย เมื่อไปถึงประตูทางเข้า ปรากฏว่านายทหารไม่อนุญาตให้รถยนต์ของพันธมิตรเข้าโดยเด็ดขาด และว่าภายในกองบัญชาการกองทัพไทย ไม่มีการประชุมครม.นัดพิเศษ แต่กลุ่มพันธมิตรก็ยังปักหลักรออยู่ที่ด้านหน้า
ส่วนบรรยากาศภายในกองบัญชาการกองทัพไทย เจ้าหน้าที่ทยอยให้รถยนต์ของบุคคลภายนอกออกจากกองทัพไทย และเตรียมรถดับเพลิงและรถบรรทุกน้ำ เตรียมป้องกันเหตุ พร้อมเตรียมกำลังทหารพร้อมโล่ประมาณ 20 นาย เสริมกำลัง

เวลา 13.45 น. ที่บริเวณสี่แยกมิสกวัน และบริเวณแยกสะพานมัฆวานรังสรรค์ กลุ่มผู้ชุมนุมทยอยขึ้นรถกระบะเพื่อไปสมทบที่กองบัญชาการกองทัพไทย

เวลา 14.30 น. กลุ่มพันธมิตรประมาณ 500 คนเคลื่อนขบวนจากสนามบินดอนเมือง โดยรถตู้และรถบัส เคลื่อนขบวนไปสมทบที่กองบัญชาการกองทัพไทย

เวลา 16.00 น. นายประพันธ์ คูณมี อดีตผู้สมัคร ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ แนวร่วมพันธมิตร เดินทางไปกองบัญชาการกองทัพไทย เพื่อยื่นหนังสือเรียกร้องให้กองทัพจัดการรัฐบาลที่หมดความชอบธรรมในการบริหารประเทศแล้ว โดยมี่พล.ท.สุรัตน์ วรรักษ์ เจ้ากรมกิจการพลเรือน กองบัญชาการกองทัพไทยเป็นตัวแทนรับหนังสือและกล่าวยืนยันว่า ไม่มีการประชุม ครม.นัดพิเศษ ดังนั้นขอร้องให้ผู้ชุมนุมเดินทางกลับบ้าน จากนั้นผู้ชุมนุมพันธมิตรยอมสลายตัว โดยแกนนำบนเวทีปราศรัยชั่วคราวว่า ขณะนี้มีพี่น้องไปชุมนุมที่สนามบินสุวรรณภูมิแล้ว ดังนั้นขอให้พี่น้องไปสมทบกันที่นั่น

รวมพลดอนเมืองก่อนดาวกระจาย

ส่วนที่ทำเนียบรัฐบาลชั่วคราว สนามบินดอนเมือง ในช่วงเช้า แกนนำพันธมิตรฯ ประกาศยุติการปราศรัยชั่วคราว เพื่อให้ผู้ชุมนุมที่เหน็ดเหนื่อยมาตลอดทั้งคืนได้พักผ่อน ขณะที่กองทัพธรรมตั้งโรงทานขึ้นที่บริเวณ ชั้น 2 อาคารสำนักงานท่าอากาศยานดอนเมือง เพื่อประกอบอาหารแจกจ่ายผู้ชุมนุม ส่วนรถของผู้ชุมนุมจากทำเนียบมาถึงตั้งแต่เช้ามืดกระจายจอดตามจุดต่างๆ ขณะที่การ์ดอาสาคอยเฝ้าทางเข้าออกทำเนียบชั่วคราวอย่างเข้มงวด และส่งชุดตรวจการณ์ไปประจำบนยอดตึกสำนักงานการท่าอากาศยานฯ เพื่อสังเกตความเคลื่อนไหวบนทางด่วนโทลล์เวย์

ส่วนทางกรุงเทพมหานคร(กทม.) จัดส่งรถสุขา 6 คัน มาให้บริการ แต่เพียงไม่นานรถสุขาทุกคันก็เต็มหมด เช่นเดียวกับห้องสุขาภายในห้องวีไอพี เนื่องจากมีผู้ชุมนุมเข้าใช้จำนวนมาก จนมีกลิ่นเหม็นคลุ้งกระจายไปทั่ว นอกจากนี้น้ำประปาในอาคารดังกล่าวก็หยุดไหล

เวลา 11.30 น. โฆษกบนเวทีที่ทำเนียบประกาศระดมพลกันอีกครั้งเพื่อเดินทางไปสมทบที่สนามบินดอนเมือง โดยมีรถบัสมารอรับหน้าสนามม้านางเลิ้ง และลานพระบรมรูปทรงม้า ขณะที่ผู้ชุมนุมในทำเนียบยังมีอยู่ประมาณ 1 พันคน โดยพล.ต.จำลอง ยังปักหลักอยู่ที่ทำเนียบ

เวลา 09.30 น. โฆษกบนเวทีขึ้นประกาศให้ผู้ชุมนุมเตรียมตัวเคลื่อนขบวนดาวกระจายอีกครั้ง แต่ยังเปิดเผยว่าจะไปที่แห่งไหน ทำให้ผู้ชุมนุมที่พักผ่อนอยู่ตามที่ต่างๆ เก็บข้าวเก็บของสัมภาระเตรียมพร้อม

พันธมิตรทำเนียบเคลื่อนไปดอนเมือง

เคลื่อนพลไป"ดอนเมือง"ย่ำเช้าตี4


ก่อนหน้านี้ ตั้งแต่ช่วงเช้ามืดผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 03.40 น. วันที่ 25 พฤศจิกายน เวทีปราศรัยภายเปิดขึ้นอีกครั้ง หลังจากปิดเมื่อเวลา 24.00 น. โดยพล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตร ขึ้นประกาศให้เตรียมตัวออกเดินทางไปสนามบินดอนเมือง เพื่อยึดทำเนียบรัฐบาลชั่วคราว ไม่ให้ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยผู้ร่วมชุมนุมทยอยออกจากทำเนียบไปยังสนามม้านางเลิ้งเพื่อขึ้นรถ โดยมีนายพิภพ ธงไชย นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ แกนนำพันธมิตรนายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มพันธมิตร และนายศิริชัย ใสสะอาด หัวหน้าการ์ดพันธมิตร รออยู่ โดยมีรถโดยสารขนาดใหญ่ รถบรรทุก 10 ล้อ รถเก๋ง รถกระบะและรถตู้จำนวนมากมารอรับ

จากนั้นขบวนรถเคลื่อนไปขึ้นทางด่วนที่ด่านยมราช โดยเจ้าหน้าที่ด่านจะเก็บค่าผ่านทาง แต่กลุ่มพันธมิตรไปกดดันให้เปิดทางจนต้องยอมให้ขึ้นทางด่วนฟรี ขณะที่ผู้ชุมนุมบางส่วนขึ้นรถไฟดีเซลราง ซึ่งเป็นรถไฟฟรีตามโครงการรัฐบาล ที่สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการรถไฟแห่งประเทศไทย จัดไว้ให้ 3 ตู้ให้ผู้ชุมนุมไปลงที่สถานีดอนเมือง แต่ระหว่างที่รถไฟจอดรอที่สถานียมราชประมาณ 5 นาที มีชาวบ้านบริเวณดังกล่าวจุดประทัดใส่กลุ่มพันธมิตรเป็นระยะ

ข่าวส่งเสริมคนดี

จำนวนผู้เข้าเยี่มมชม

link to affordable web hosting
Powered by web hosting provider .

สถิติการเข้าชม DMNEWS

eXTReMe Tracker