นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ เลขาฯมูลนิธิแพทย์ชนบท แฉเอง งบ 3 หมื่นล้าน โครงการไทยเข้มแข็ง มีการบีบซื้อเครื่องฆ่าเชื้อยูวี-แฟน ชนิดแพงหูดับจาก 6,000 เป็น 4 หมื่นบาท
เครื่องช่วยหายใจจาก 5 แสนเป็น 1.2 ล้าน แฟลตพยาบาลจาก 6 ล้านเป็น 9.6 ล้าน ปล้นกลางแดด เลยนะ
ทุจริตโครงการชุมชนพอเพียง (กินไม่พอเพียง) ยังไม่ทันจางหาย เรื่องนี้ก็โฉ่อีก ถึงนายกฯ จะสั่งฟันเด็ดขาด แต่ก็คงงั้น ๆ เหมือนโครงการแรก มีแค่ระดับส.ก.กับเจ้าหน้าที่ระดับล่าง ๆ รับกรรมไป
ตัวใหญ่ ๆ ยังลอยหน้าลอยตา ไม่ต้องรับผิดชอบทั้งสิ้น ส.ว.รสนา โตสิ ตระกูล ที่เคยสร้างชื่อจับทุจริตซื้อยา 1,800 ล้านยุค ชวน หลีกภัย เป็นนายกฯ แล้วมี รักเกียรติ สุขธนะ รมต. ติดคุก เพราะกรณีนี้ จะว่าไง
จะออกโรงอีกครั้งมั้ย
เพราะยุคนี้มี 2 มาตรฐาน และ เลือกปฏิบัติแบบเปิดเผยอีกด้วย เหมือน กฎหมาย 2 มาตรฐาน หลังยุค คมช.ลากรถถังออกมายึดอำนาจ แล้วตั้ง องค์กรอิสระต่าง ๆ ขึ้นมาฟาดฟันฝ่ายตรงข้าม
รู้จักในนาม ตุลาการภิวัฒน์ นี่ล่ะ
ทั้ง ๆ ที่คำนี้ ไม่มีบัญญัติใน พจนานุกรม เลย แต่กลับเป็นเครื่องมือทรงพลัง มีทั้งการใช้กฎหมายย้อนหลัง การตีความแบบกว้าง แบบแคบ แล้วแต่จำเลยเป็นใคร สำนวนอ่อน หรือแก่ ก็ได้
ความขัดแย้งของ คตส. และ อัยการสูงสุด (อสส.) ในคดีทุจริตกล้ายาง ที่ ศาลฎีกาฯนักการเมือง เพิ่งสั่งยกฟ้อง ไปนั้น น่าสนใจมาก ใครก็รู้ว่า คตส.ใหญ่มาก แต่ อสส. ก็กล้าหือ ไม่ยอมฟ้องคดีกล้ายางตอบสนอง
คดีหวยบนดิน ที่ศาลฎีกาฯวินิจฉัยไปวันพุธ อสส.ก็เห็น ไม่ควรฟ้อง คตส. ต้องจ้างทนายฟ้องเองหมด
ล่าสุด นายเสริมเกียรติ วรดิษฐ์ ผู้ตรวจราชการอัยการ ไปพูดในงานสัมมนา มีคนฟังมากมาย ว่า “สังคมมันเพี้ยน เพราะบางองค์กรทำเกินหน้าที่ จะให้เขาสั่งคดีตามที่ตัวเองต้องการ
ออกมาให้ข่าวว่าคนนั้น คนนี้ทุจริต ระบบมันเสีย สังคมวุ่นวายวันนี้ เพราะสั่งคดีถูกต้อง แต่ไม่ถูกใจ เราพยายามตระหนักที่สุดไม่ก้าวล่วงองค์กรอื่น
แต่ถูกองค์กรอื่นมาพูดเสีย ๆ หาย ๆ วิพากษ์วิจารณ์ให้ข่าว พูดภาษาชาวบ้านคือ ขี้แพ้ชวนตี ผมไม่ชอบ”
น่าจะเป็นครั้งแรก ๆ มั้ง ที่คนในวงการยุติธรรมออกมาพูดถึงผู้คนในแวด วงเกี่ยวพันว่า เพี้ยน สังคมวุ่นวาย ทุกวันนี้ เพราะ ระบบมันเสีย นั่นสินะ ที่พึ่งสุดท้าย เพี้ยนเมื่อไหร่ อย่างอื่นก็ไร้ความหมายจริง ๆ
จึงขอคารวะในความกล้าหาญของนายเสริมเกียรติ น้อยคนนักจะกล้าพูดความจริงในยุคนี้ ต่อให้โก่งคอร้องเพลงชาติ 8 โมงเช้า 6 โมงเย็น โชว์ทีวีทั้งปี หากความเป็นธรรมไม่มี สันติสุขก็ไม่เกิด หรอก
นอกจากหลอกตัวเองไปวัน ๆ
ครม.ล่าสุด มีมติเด้ง พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง จากอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ไปเป็นรองปลัดยุติธรรม ก็เพราะ ทำคดี ทีพีไอบริจาคเงิน 258 ล้านให้ ปชป. ตรงไปตรงมามากไป เลยเป็นพิษ
อีกเรื่อง ครม.อนุมัติเช่ารถเมล์ 4,000 คัน 6.3 หมื่นล้านบาทแล้ว ส่วน ภูมิใจไทย ก็ถอยเรื่องทำประชามติแก้รัฐธรรมนูญแล้ว เค้าสมผลประโยชน์แล้ว ที่เสีย “ค่าโง่” ดูปาหี่ ก็คนไทยตาดำ ๆ นี่ล่ะ
แล้ว ป.ป.ช.ก็มีมติ เชือด สมัคร สุนทรเวช และ นพดล ปัทมะ ในคดี ปราสาทพระวิหาร แค่ 2 คน จากจำเลย 28 คน ที่เหลือปล่อยผีหมด พอดีเนื้อที่หมด เอาไว้วันหลังเถอะ.
ดาวประกายพรึก
บล็อคข่าวส่งเสริมคนดี (รักดีหามจั่ว รักชั่วหามเสา หามจั่วก็หนักนะ)
ข่าวจากสื่อ
- เครือข่ายประชาธิปไตยแห่ผูกผ้าดำหน้าศาลรธน. จี้ทบทวนมติ
- นายกฯ เปิดงาน"เทศกาลเที่ยวเมืองไทยในปี 2555"
- "ศันสนีย์"โฆษกรัฐบาลคนใหม่เผยพร้อมประชาสัมพันธ์งาน รบ.เชิงรุก
- ชี้ทางออก"ปรองเดือด"สู่"ปรองดอง"
- เสื้อแดงแจ้งธาริตเอาผิดมาร์ค-สุเทพฐานสร้างความปั่นป่วน
- ห่วงบานปลาย คอป.ห้ามทัพ พท.-ศาลรธน.
- นปช.นัดชุมนุมขับไล่ศาล รธน. พร้อมล่ารายชื่อถอดถอนใน 2 สัปดาห์
- "พานทองแท้" สอนมวย "มาร์ค"-จี้ขอโทษประชาชน ฐานปล่อยส.ส.โชว์เถื่อนในสภา
- ใช้ปมแก้รธน. ยุบเพื่อไทย ดูดสส.ตั้งรบ.
- "สมศักดิ์ เจียมฯ" เสนอรบ.-สภา "ชน" ศาลรธน. จี้พท.-นปช.ทบทวนยุทธศาสตร์การเมืองทั้งหมด
- นิติราษฎร์" แถลงชี้-ศาลรัฐธรรมนูญไม่มีอำนาจชะลอการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
- นิติราษฎร์แถลงชี้คำสั่งศาลรธน.ชะลอแก้รธน. 'ไร้อำนาจ'
- งามแต้ๆ เจ้า! "นายกฯ ปู" แต่งชุดพื้นเมือง-ผ้าซิ่นสีชมพูแอ่วเมืองพะเยา ปชช.แห่ต้อนรับเพียบ (ชมภาพชุด)
- กกต.เชียงใหม่เตรียมรับรองผลเลือกตั้งส.ส.ใน 7 วัน-"เกษม" ขอบคุณปชช.
- "จาตุรนต์"ปลุกกระแสต้าน"รัฐประหาร" ชี้ปม"ศาลรัฐธรรมนูญ"สั่งสภาฯระงับพิจารณาร่างรธน.
- “จาตุรนต์” ชี้ อำนาจประชาชนถูกปล้น- “ชนชั้นนำ” ไม่อยากปรองดอง - คาดเกิด “ยุบพรรค” อีกรอบ
- "ปู"ทำบุญเปิดหอฉันวัดเชียงบาน ชาวพะเยากว่า2,000คนต้อนรับแน่น
- อาจารย์เกษียร เสียดาย "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" คิดได้แค่นี้หรือ..!?!
- ขึ้นป้ายไล่"หมอวรงค์"ทำคนพิษณุโลกอับอาย
- โลกออนไลน์ เบื่อหน่ายพฤติกรรม ส.ส. ศึกชิงเก้าอี้ประธานสภา
- "เรืองไกร" ฉวย! ยื่นผู้ตรวจการแผ่นดินสอบ "ณัฎฐ์" ดูคลิปหวิวในสภา อ้างนำความเสื่อมเสียมาสู่สภาฯ
- แกนนำนปช...."อย่าเป็นวัวลืมตีน"
- ข่าว"เหตุเกิดในมาเลเซีย" ข่าว"เมด อิน ไทยแลนด์" ข่าวกระพือ"ไฟใต้"
- "ณัฐวุฒิ" สวน "กรณ์" ขวางปรองดอง-ไม่ทวงข้อเท็จจริง "10เมษา" ตั้งแต่ยุค "รบ.อภิสิทธิ์"(ชมคลิป)
- เสียงก้องจาก 2 กูรู "ตุลาการ" ไม่มีอคติ ไม่มีล็อบบี้ ไม่มีใบสั่ง
- "ทักษิณ"เข้าสักการะพระธาตุหลวง-เผยซึ้งใจได้ทำบุญ แกนนำแดง อดีต ส.ส. แห่รับพรึบ (ชมคลิป)
- "จตุพร" ท้าตั้ง คตส.ตรวจสอบการทำงาน "มาร์ค-ชวน" เหมือนกับที่ทำกับ "ทักษิณ" ให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน
- "หาดใหญ่"อ่วมซ้ำ ไฟไหม้โรงงานเฟอร์นิเจอร์กลางเมืองวอดเรียบ!
- "ทักษิณ"ทำบุญสีบชะตาที่ลาว ลั่นไม่นานเกินรอกลับไทย ขบวนแดงแห่ร่วมคึก
- “แม้ว” ทำบุญในลาวแฟนคลับเสื้อแดงแห่รับเพียบ
บทความจากสื่อ
- ประชาธิปัตย์...เปลี่ยนเถอะ !โดย ฐากูร บุนปาน
- กฤษฎีกาชี้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งชะลอลงมติร่าง รธน.วาระ 3 ไม่เคยเกิดขึ้นในโลก บอกไร้ช่องทางต่อสู้
- เกม"แก้ รธน.291" สภาชน"ศาลรัฐธรรมนูญ" เกมค่ายกล′ยุบพรรค′?
- ปัญหา"มาตรา68" สกัด"ร่างแก้ไขรธน. แหลมคมจาก"นิติราษฎร์"
- งามหน้าสภาไทย ! เมื่อท่านประธานฯ ถูกจี้คาบัลลังก์
- แกะกล่อง "หัวใจสองสี" ขัตติยา สวัสดิผล
- "ทักษิณ-เพื่อไทย"ปรับแผน เปลี่ยน"รูปมวย"...รู้จัก"รอ" ย้ำภาพ"ฝ่ายมีเปรียบ"
- ฐากูร บุนปาน : เจรจา-ผิดตรงไหน?
- พระราชทานเครื่องราชฯ 'มหาปรมาภรณ์' แก่นายกฯ
- ซ่อนหลัง"หน้ากาก"
- ดร.โกร่ง คนเดินตรอก : การบริหารจัดการมหเศรษฐกิจ
- ยอดคลิกทะลุ! รวมข่าวที่มีคนอ่านมากที่สุดใน "มติชนออนไลน์" ประจำวันที่ 6เม.ย.2555
- วิเคราะห์ปัญหา-ค้นคว้าทางออกของเหตุความรุนแรงภาคใต้กับ "ชัยวัฒน์-รอมฎอน"
- ปฏิบัติการ "ป๋า" ภาค 2 สู้ "นารีพิฆาต" กับปากคำ "บิ๊กบัง" เรื่อง "ป๋า" และการเมืองแสนซับซ้อน ในมุม "ประยุทธ์"
- กลุ่มสตรีมองปมร้อน'โฟร์ซีซั่นส์'
- ดูกันชัดๆ บทบาทฝ่ายค้าน เล่นของ ว. 5 ปักทิ่ม ยิ่งลักษณ์ เอาให้ตาย!!
- ต่อสู้ 2 แนวทาง เพื่อไทย ประชาธิปัตย์ กรณี โฟร์ซีซั่นส์
- นิวัฒน์ธำรง-ลงธรรมาสน์ ธุดงค์ในทำเนียบ เผยแพร่ลัทธิเพื่อไทย กางสูตรรัฐบาล + พล.อ.เปรม = การเมืองนิ่ง
- ยกร่าง′รัฐธรรมนูญ′ และความห่วงใย ล็อกสเปก′สภาร่างฯ′
- "กุนซือ" คิด "ปคอป." พูด ข้อมูล-คีย์เวิร์ด "เยียวยา"
วันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2552
เพี้ยน
มองโลกมองเรา
ภัยพิบัติธรรมชาติ พายุกิสนา เข้าถล่มเวียดนาม ลาว และไทย ซ้ำเติมความเดือดร้อนให้ชาวบ้านอีกกระทอก ที่ฟิลิปปินส์ โดนก่อน มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก และที่สำนักข่าวต่างประเทศนำเสนอก็คือเรื่องของ ฮีโร่ชาวฟิลิปปินส์ อายุเพียง 18 ปี เสียสละชีวิตตัวเองเพื่อช่วยเหลือคนอื่นกว่า 30 คนให้พ้นจากภัยพิบัติ รายสุดท้ายเป็นทารก ช่วยให้ขึ้นฝั่งได้ แต่ตัวเองขึ้นไม่ได้ หมดแรงจมน้ำไปเสียก่อน
ส่วนฮีโร่บ้านเรา นายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เจอพายุการเมืองไปหลายระลอก มีผลต่อภาวะผู้นำ ไปเต็มๆ กรุงเทพโพลล่าสุดสำรวจคะแนนนิยม นายกฯมาร์ค ต่อความพึงพอใจในการปฏิบัติหน้าที่ จากคะแนนเต็ม 10 ได้เพียง 4.62
สอบตก
แม้แต่ของตายอย่างเรื่องของ ความซื่อสัตย์สุจริต ชาวบ้านยังพอใจแค่ 5.37 นอกนั้นความสามารถในการแก้ไขปัญหา การรักษาผลประโยชน์ของชาติ ความสามารถในการบริหารจัดการ ผลงานสร้างสรรค์ ความเด็ดขาด ความกล้าในการตัดสินใจ
สอบตกหมด
วันนี้ความสัมพันธ์ ระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน ชักจะบานกันไปใหญ่ เดิมทีทำท่าว่ารอมชอมกันได้ พันธมิตรฯไปกระทุ้งซะ นายกฯฮุน เซน ของกัมพูชาลมออกหู
ประกาศกร้าว ถ้าคนไทยไม่ว่าจะเป็นชาวบ้านหรือทหารรุกเข้าไปในดินแดนของกัมพูชาด้านเขาพระวิหาร ให้ยิงทันที ประกาศอีกครั้ง ให้ยิงด้วยกระสุนปืนทันที
ไม่ต้องใช้กระบอง ใช้โล่ ไม่ต้องเตือน เพราะถือว่าบุกรุกดินแดน บุกรุกอธิปไตยของกัมพูชา และจะ ไม่เจรจากับนายกฯอภิสิทธิ์ อาจจะไม่มาร่วมประชุมผู้นำอาเซียนในเดือนหน้าด้วยซ้ำไป พูดจาภาษาการทูตก็ต้องบอกว่า ความสัมพันธ์ไม่ราบรื่น แต่ถ้าจะพูดจาภาษาชาวบ้านก็ต้องบอกว่า
ความสัมพันธ์สะบั้น
วันนี้ผมเชื่อว่านายกฯอภิสิทธิ์คงรู้แล้วว่าการเป็นนายกฯประเทศไทย ไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก ไม่ง่ายเหมือนการทำหน้าที่ฝ่ายค้านคอยสับรัฐบาลในสภา
แต่ต้องใช้ทั้งประสบการณ์และบารมี
ชายแดนภาคใต้ ความวุ่นวายทางการเมือง ความขัดแย้งของคนในชาติ ความยากลำบากในการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ เลยไปจนถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
เละเป็นสนามเด็กเล่น
ถ้านายกฯคิดจะปรับ ครม.ยืดอายุไปอีกเฮือกในเร็วๆนี้ อยาก จะแนะนำให้ปรับกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงเศรษฐกิจ และ รมต.ที่ดูแลสื่อ แล้วทำใจให้กว้างอีกหน่อย ยังจะพอเห็นแสงสว่างอยู่บ้าง.
หมัดเหล็ก
mudlek@hotmail.com
ถูกหวยกันแค่เฉี่ยวๆ

วราเทพ
ถูกหวยแจ็กพอตแค่เฉี่ยวๆ
ล่าสุดศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษาลงโทษจำคุกนายวราเทพ รัตนากร อดีต รมช.คลัง กำกับดูแลกองสลาก 2 ปี ปรับ 20,000 บาท แต่โทษจำคุกรอลงอาญา 2 ปี เช่นเดียวกับนายสมใจนึก เองตระกูล อดีตประธานบอร์ดกองสลาก และนายชัยวัฒน์ พสกภักดี อดีตผู้อำนวยการกองสลาก ในฐานะบอร์ดกองสลาก ฐานผิดอาญามาตรา 157
ส่วนอดีตรัฐมนตรีคนอื่นยกฟ้อง หายใจโล่งไปตามๆกัน
แต่สำหรับมติของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่ล็อกเป้าเชือดนายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรี และนายนพดล ปัทมะ อดีต รมว.ต่างประเทศ ในคดีออกแถลงการณ์ร่วมเขาพระวิหาร ผิดมาตรา 157
สำเร็จโทษ "นอมินีตัวเอ้" ของนายใหญ่
ในอารมณ์ที่น่าจะกระตุ้นให้อดีตนายกฯทักษิณโหมโรงโฆษณาเสื้อยืดเวอร์ชั่น "มึงทำอะไรก็ไม่ผิด กูทำอะไรก็ผิด" ที่ตั้งท่าจะทำแจก
แดกดันชะตากรรมของคนในเครือข่ายฝ่ายเดียวกับตัวเอง
รายการขุดรากถอนโคน "นายใหญ่" ให้สิ้นซาก ป.ป.ช.หักดิบกันแบบไม่ต้องกั๊ก
แต่ที่ชัดว่า "กั๊ก" ไว้เพื่อเกมต่อรองทางการเมือง
ที่สุด ครม.ก็ปล่อยไฟเขียวโปรเจกต์รถเมล์เช่าเอ็นจีวี 4,000 คัน มูลค่า 60,000 กว่าล้านบาท ท่ามกลางบรรยากาศกดดันแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ลดความร้อนแรงลง
เหมือนตกลงเงื่อนไขแลกเปลี่ยนกันได้
ที่แน่ๆยี่ห้อ "เนวิน ชิดชอบ" ชิงตีปี๊บโครงการรถเมล์เช่าเอ็นจีวีเป็นผลงานของพรรคภูมิใจไทย ที่ทำให้คนกรุงเทพฯและชาวบ้านได้ประโยชน์ และที่สุดก็จะเกิดความพึงพอใจพรรคภูมิใจไทย โดยไม่คิดว่าโครงการดังกล่าวใช้งบประมาณเท่าไหร่
อาศัยลูกเก๋าพลิกเหลี่ยมโครงการฉาว แปลงเป็นต้นทุนปั่นผลงานได้
ในขณะที่ยี่ห้อประชาธิปัตย์ซะอีก ยังควานหาผลงานเป็นชิ้นเป็นอันไม่เจอ
โผล่มาแต่ "ตอผุด" ทอนต้นทุน "คุณชายสะอาด" ของนายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จากปลากระป๋องเน่า มาถึงโครงการชุมชนพอเพียงที่ถูกประทับเป็นชุมชนแพงเพียบ
ล่าสุดโผล่ที่กระทรวงสาธารณสุข คิวฉาวสอดไส้โครงการไทยเข้มแข็ง รายการทุจริตการจัดซื้อครุภัณฑ์ทางการแพทย์มูลค่ากว่า 30,000 ล้านบาท โดยที่นายวิทยา แก้วภราดัย รมว.สาธารณสุข ชิงโยนให้คนใกล้ชิดกับทีมที่ปรึกษาอยู่เบื้องหลังดำเนินการ
จำนนด้วยหลักฐาน ปัดไม่ออก
ติดหล่มกระแสโกง ปั่นผลงานไม่งอก พลิกเหลี่ยมทำแต้มไม่ได้
ในขณะที่โลกของ "อภิสิทธิ์" ยังวนรอบเก้าอี้ ผบ.ตร.คนใหม่
ยิ่งเดินเกมยื้อตั้ง พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ จเรตำรวจแห่งชาติ รักษาการเก้าอี้ ผบ.ตร. ก็ยิ่งฟ้องอาการยักตื้นติดกึกยักลึกติดกัก ถอยก็ไม่ได้ ไปต่อก็ไม่ถึง
สลัดความแคลงใจของสังคมไม่หลุด
สูญเสียภาวะผู้นำ สุดท้ายอาจต้องเสียนายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ที่จ่อลาออกจากตำแหน่ง
รับผิดชอบสัญญาณพิเศษ
เช่นเดียวกัน ยึกๆยักๆอยู่นาน ที่สุดนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รมว. ยุติธรรม ก็เด้ง พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ไปแขวนเป็นรองปลัดกระทรวงยุติธรรม
แต่ที่ต้องลุ้น ควันหลงที่จะตามติดมา
วงในรู้กันอยู่ว่า เหตุที่เงื้อง่าราคาแพงกันอยู่นานไม่กล้าหักดิบ เพราะเกี่ยวโยงกับคดีเงินบริจาค 258 ล้านบาทของพรรคประชาธิปัตย์
"ทีเด็ด" ที่ พ.ต.อ.ทวี กำไว้ในมือ
ล่าสุดก็เป็น "เจ๊สด" นางสดศรี สัตยธรรม กรรมการ กกต. แจ้งข่าวว่า นายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ อดีตบอสใหญ่บริษัททีพีไอฯ แจ้งว่าจะเดินทางมาพบ กกต.ในราวเดือนพฤศจิกายน เพื่อเคลียร์ปมเช็คสั่งจ่าย
คดียุบพรรคประชาธิปัตย์ได้ลุ้นกันระทึก
และโดยอาการเมาหมัด ไม่นึกว่าเซียนเขี้ยวลากดินจะพลาดท่าหลงเกมง่ายๆ กับคิวที่ "เดอะคึก" นายเทพไท เสนพงศ์ โทรโข่งประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โดดออกมาร่วมวงพันตูกับ "ตุ๊ดตู่" นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.ระบบสัดส่วน และ "เสด็จพี่" นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย
ว่าด้วย "คลิปฉาว" ของคนหน้าหล่ออายุ 45 กับผู้ชายแสนสวยที่พัทยา
แค่โยนเหยื่อล่อให้งับ ก็ติดกับดักเกมแบล็กเมล์
ช่วยเพื่อนตีปี๊บซะอย่างนั้น.
ทีมข่าวการเมือง รายงาน
ประชาธิปไตยที่ “มนุษย์เท่าเทียมกัน”
นักปรัชญาชายขอบ
หากความหมายของประชาธิปไตยคือ “อำนาจตัดสินใจทางการเมือง และหรือที่เกี่ยวข้องกับนโยบายสาธารณะเป็นของประชาชน” ความหมายดังกล่าวนี้จะไม่มีทางทำให้เป็นจริงได้หากปราศจากการยอมรับหลักการที่ว่า “มนุษย์ทุกคนเท่าเทียมกัน”
แต่หลักการดังกล่าวนี้ดูเหมือนจะขัดแย้งกับข้อเท็จจริงเชิงประจักษ์ที่ยืนยันว่ามนุษย์นั้นแตกต่างกันอย่างน้อยก็ 2 ด้านใหญ่ๆ คือ “ความแตกต่างด้านชีววิทยา” เช่น บางคนเกิดมาสมประกอบ บางคนเกิดมาพิการ บางคนร่างกายอ่อนแอ บางคนแข็งแรง บางคนโง่ บางคนฉลาด ความสามารถในการเรียนรู้ ความคิดความอ่านเป็นต้นของคนเราไม่เท่ากัน
ซึ่งความไม่เท่ากันดังกล่าวนั้นทำให้เกิดความแตกต่างที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ “ความแตกต่างด้านสังคมวิทยา” เช่น ระดับการศึกษา อาชีพ ทรัพย์สิน อำนาจ รสนิยม ชาติตระกูล ความสำเร็จ เกียรติ ชื่อเสียง ยศถาบรรดาศักดิ์ ฯลฯ
สังคมที่เรียบง่ายในยุคเกษตรกรรมความแตกต่างเหล่านี้อาจมีไม่มากนัก แต่สังคมที่ซับซ้อนเช่นปัจจุบันความแตกต่างดังกล่าวมีมากขึ้น และเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดชนชั้นทางสังคม เช่น คนชั้นสูง คนชั้นกลางระดับสูง คนชั้นกลางระดับกลาง คนชั้นกลางระดับล่าง คนชั้นต่ำหรือชนชั้นรากหญ้า
ความแตกต่างทางระดับการศึกษา อาชีพ ทรัพย์สิน อำนาจ รสนิยม ฯลฯ ทำให้คนเกาะเกี่ยวสัมพันธ์กันอย่างเหนียวแน่นเฉพาะในชนชั้นของตนเองทั้งในด้านการทำงาน กิจกรรมทางสังคม การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การแบ่งปันทุกข์สุข การพักผ่อน กิจกรรมบันเทิง ฯลฯ และรวมไปถึงการมีส่วนร่วมทางการเมือง หรือการกำหนดประเด็นสาธารณะต่างๆ ด้วย
แม้ความแตกต่างทางชนชั้นในปัจจุบันจะไม่ใช่ความแตกต่างที่เข้มข้นเหมือนความแตกต่างภายใต้ระบบศักดินา แต่ก็เป็นความแตกต่างที่สะท้อนให้เห็น “ช่องว่าง” หรือความไม่เป็นธรรมทางสังคมอย่างน่าตกใจ ดังข้อสังเกตของ ศ.นพ.ประเวศ วะสี ที่ว่า
“... ช่องว่างระหว่างคนจนกับคนรวย หรือระหว่างคนข้างล่างกับคนข้างบน คือ ภาพสะท้อนมหภาคของความไม่เป็นธรรม เราเป็นคนเหมือนกันควรจะมีศักดิ์ศรีและคุณค่าของความเป็นคนเหมือนกัน แต่ทำไมจึงแตกต่างกันมากเหลือเกินระหว่างคนข้างล่างที่ปากกัดตีนถีบไม่พอที่จะเลี้ยงลูก กับคนข้างบนที่อาจมีรายได้เป็นล้านๆ บาทต่อเดือน เรามีปัญหาความไม่เป็นธรรมทุกด้าน ทั้งทางเศรษฐกิจ ทางสังคม ทางกฎหมายและการเข้าถึงทรัพยากร เรารู้หรือไม่ว่ากฎหมายและการประยุกต์ใช้กฎหมายมีอคติต่อคนจน ความขัดแย้งทั่วแผ่นดินเกิดจากการแย่งชิงทรัพยากรที่รัฐไม่อำนวยความเป็นธรรม” [1]
ประเด็นคือการเมืองเป็นเรื่องของการต่อรองอำนาจและผลประโยชน์ และหากประชาธิปไตยหมายถึงอำนาจเป็นของประชาชน และเป็นอำนาจบนหลักการที่ว่า “มนุษย์ทุกคนเท่าเทียมกัน” เพราะมีแต่มนุษย์ที่เท่าเทียมกัน (หรือสมาชิกแห่งสังคมที่ยืนยันหลักการ “ความเสมอภาค”) เท่านั้นเมื่อมาต่อรองอำนาจและผลประโยชน์กัน ผลลัพธ์ของการแบ่งปันอำนาจและผลประโยชน์จึงจะออกมาอย่างเป็นธรรม
ฉะนั้น เราไม่อาจจินตนาการถึงสังคมประชาธิปไตยที่แท้จริงซึ่งปฏิเสธหลักการ “ความเท่าเทียมของมนุษย์” เช่น ถือว่าในสังคมนั้นต้องมีบุคคลพิเศษที่อยู่เหนือมนุษย์อื่นๆ ทั้งในแง่ชาติตระกูล คุณธรรม การมีอภิสิทธิ์ หรืออำนาจที่ไม่มีประชาชนคนใดอาจตั้งคำถาม ตรวจสอบ หรือกำกับให้รับผิดชอบต่อการใช้อำนาจนั้นได้
แต่ในสังคมบ้านเรานั้น ไม่จำเป็นต้องใช้จินตนาการเราก็เห็นความเป็นจริงของสังคมที่ไม่อาจจินตนาการถึงนั้นอยู่เต็มตา ทั้งยังเห็นช่องว่างทางชนชั้นทางเศรษฐกิจที่ไม่เป็นธรรมซึ่งนับวันจะถ่างกว้างขึ้นเรื่อยๆ ประชาธิปไตยที่อำนาจของประชาชนอยู่บนพื้นฐานของหลักการความเท่าเทียมของมนุษย์จึงยากจะเป็นไปได้
อย่างไรก็ตาม ประชาธิปไตยจะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าเราไม่เชื่อย่างลึกซึ้งในหลักการที่ว่า “มนุษย์ทุกคนเท่าเทียมกัน” [2] แต่จากที่กล่าวมาเราอาจสรุปข้อเท็จจริงที่ขัดแย้งกับหลักการนี้ให้ชัดขึ้น คือ
1.ความเชื่อร่วมหรืออุดมการณ์ร่วมของสังคม (ที่ปรากฏในรัฐธรรมนูญและวัฒนธรรมตกทอดจากอดีต) ที่ยอมรับอภิสิทธิชนที่อยู่เหนือการตั้งคำถามและการตรวจสอบในทุกรณี เป็นความเชื่อหรืออุดมการณ์ที่ขัดแย้ง “เชิงอุดมการณ์” ต่อหลักการ “มนุษย์ทุกคนเท่าเทียมกัน” อย่างสิ้นเชิง และนี่จึงเป็นอุปสรรคสำคัญของการเกิดประชาธิปไตยที่ประชาชนทุกคนซึ่งเท่าเทียมกันสามารถต่อรองในเรื่องอำนาจและผลประโยชน์กันได้อย่างยุติธรรม
2.ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความแตกต่างด้านชีววิทยา สังคมวิทยา หรือปัญหาช่องว่างทางเศรษฐกิจ สังคม ที่ก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรม ไม่ใช่ความขัดแย้ง “เชิงอุดมการณ์” กับหลักการ “มนุษย์ทุกคนเท่าเทียมกัน” เพราะหากไม่ยึดเอาความแตกต่างเหล่านั้นมาเป็นเงื่อนไขในการจำแนกความแตกต่างทางคุณค่าหรือศักดิ์ศรีของมนุษย์ (เช่น ไม่ถือว่าคนรวยมีคุณค่าความเป็นคนมากกว่าคนจน ฯลฯ) สังคมก็ยังอาจรักษาอุดมการณ์ “มนุษย์ทุกคนเท่าเทียมกัน” เอาไว้ได้
เช่น ไม่ว่าคนจนคนรวยก็ต้องเสมอภาคกันภายใต้กฎหมาย ถูกตั้งคำถาม ตรวจสอบวิพากษ์วิจารณ์ได้ และวาง “ระบบ” ที่ทำให้ทุกคนในฐานะสมาชิกแห่งสังคมประชาธิปไตยได้เข้าสู่เวทีการต่อรองในเรื่องอำนาจและผลประโยชน์อย่างเสมอภาค (มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แต่ถ้าเชื่อในเรื่องอภิสิทธิชนตามข้อ 1 จะไม่มีทางเป็นไปได้เลย)
ดังนั้น ก้าวต่อไปของประชาธิปไตยในบ้านเรา จึงต้องเผชิญกับสิ่งท้าทายสำคัญอยู่ 2 เรื่องหลักๆ คือ
1.เราจะสลายความเชื่อหรืออุดมการณ์ยอมรับอำนาจพิเศษของอภิสิทธิชน ด้วยการสร้างรัฐธรรมนูญใหม่และวัฒนธรรมใหม่ที่ตั้งมั่นอยู่บนหลักการ “มนุษย์ทุกคนเท่าเทียมกัน” ได้อย่างไร โดยประชาชนไม่ต้องเสียเลือดเนื้อ
2.เราจะจัดการกับปัญหาช่องว่างทางเศรษฐกิจและสังคมที่ไม่เป็นธรรมอย่างไร จึงจะทำให้เกิดสังคมที่มีการกระจายสิทธิ อำนาจ และผลประโยชน์ในด้านต่างๆ อย่างเป็นธรรม หรือทำอย่างไรที่ประชาชนในทุกชนชั้นทางเศรษฐกิจ สังคม จะสามารถขึ้นสู่เวทีต่อรองในเรื่องอำนาจและผลประโยชน์ หรือมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายสาธารณะต่างๆ อย่างเท่าเทียมมากขึ้น
ก็ได้แต่ฝากปัญหาให้ช่วยกันคิดหาทางแก้นะครับ เพราะเป็นปัญหาที่ผมเองก็จนด้วยเกล้าจริงๆ
...............................................................................
[1] http://www.thaipost.net/news/180309/1893
[2] ขอยืมความหมายจากข้อความในโพสต์ของ อ.สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ที่ว่า “ประชาธิปไตย นั้น ก่อนอื่นที่สุด คือความเชื่ออย่างลึกซึ้งว่า คนเท่าเทียมกัน ไม่มีใครเป็นเทวดากว่าคนอื่น” (ดู http://www.prachatai.com/node/25214/talk)
สื่อสาธารณะ ไม่ใช่สถานีโทรทัศน์
สมชัย สุวรรณบรรณ
กรรมการนโยบายองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย
คำถามที่ผมถูกถามบ่อยๆ คือ สื่อสาธารณะเป็นอย่างไร ผมตอบว่า สื่อสาธารณะไม่ใช่สถานีโทรทัศน์ เพราะถ้าสื่อสาธารณะเป็นสถานีโทรทัศน์ คนที่อยู่หน้าจอเรา ก็จะมีจริตแบบ คุณปัญญา คุณวิทวัส คุณสรยุทธ คุณกนก หรือคุณกาละแมร์
สิ่งหนึ่งที่จะแยกความแตกต่างระหว่างสี่อพานิชย์และสี่อสาธารณะก็คือ สื่อสาธารณะจะต้องให้ความสำคัญกับ message มากกว่า messenger คนที่รายงานข่าว นำเสนอรายการ จะต้องไม่ทำให้อัตตาของตัวเองใหญ่โตกว่า ข่าว เนื้อหา สาระ หรือรายการที่นำเสนอ และแรงจูงใจ motivation ในการค้นหาข่าวสารข้อมูล หรือการผลิตรายการ ก็จะต้องทำไปเพราะเห็นผลประโยชน์ส่วนรวม ผลประโยชน์สาธารณะ มากกว่าผลประโยชน์ที่จะมาเข้าหาตัวเอง
น่าจะมีคำถามต่อคนที่ทำงานสื่อทุกวันนี้ ว่าท้ายที่สุดแล้ว ใครได้ประโยชน์ หลังจากผลงานหน้าจอ ออกไปด้วยวีธีการนำเสนอของแต่ละคนแต่ละช่อง คนดู คนที่ตกเป็นข่าว หรือ ผู้เสนอข่าว หรือผู้ถือหุ้นบริษัททีวี ใครได้ประโยชน์กันแน่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ ปู่เย็น มาจนถึง เด็กชาย ซาโตะ
หลังจากรายงานข่าวหรือ รายการผ่านพ้นไปแล้ว คนดูน่าจะได้รับข่าวสารข้อมูลและสาระอันเป็นต่อเขา และคนชมคนฟังรายการน่าจะจำเนื้อหาสาระที่ปรากฎออกมานั้น มากกว่ากริยา หน้าตา ท่าทาง หรือชื่อเสียงเรียงนามของคนที่มารายงาน หรือ จัดทำรายการ
มันจะเป็นความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง ของนักสื่อสารมวลชน ที่หลังจากผลงานหน้าจอผ่านพ้นไปแล้ว คนดูจำเนื้อหาที่เป็นสาระไม่ได้ เพราะตัวตนของคนหน้าจอ มาบดบังกดทับเนื้อหาสาระ หรือว่าผลงานหน้าจอที่ออกไปไม่ได้ให้ประโยชน์อะไรแก่สังคมส่วนรวม แต่คนทำสื่อได้ความลำพองใจในการเอาชนะคะคานในสงครามแย่ง เรตติ้ง แย่งเม็ดเงินโฆษณา
สื่อสาธารณะจึงไม่ใช่สถานีโทรทัศน์ แต่เป็น สถาบันทางสังคม ที่มีคลื่น วิทยุโทรทัศน์เป็นเครื่องมือเพื่อผลักดันสร้างสรรค์สังคมให้มีคุณภาพคุณธรรม
เคยมีพนักงานท่านหนึ่งถามผมว่า ทำไมทีวีไทย จึงต้องมีฝ่ายประชาสังคมด้วย ไม่เห็นช่องอื่นเขามี ผมก็ตอบไปว่า เราไม่ใช่สถานีโทรทัศน์
มันก็คงเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายนักที่จะละลายวัฒนธรรม จารีตประเพณีของ คนที่เคยทำงานสื่อทีวี มาตลอดชีวิต ไม่ว่าจะเป็น ไอทีวี ทีไอทีวี ช่อง 11 เอเอสทีวี หรือ เนชั่นแชลแนล ที่มาชุมนุมกันอยู่ที่นี่ ให้เปลี่ยนจารีต และความคุ้นชินเดิมๆ เพราะโดยแท้ที่จริงแล้วเราก็ไม่เคยมีสื่อสาธารณะที่แท้จริงในสังคมไทยให้ยึดถือเป็นแบบอย่าง
สิ่งนี้เป็นเรื่องที่ท้าทายฝ่ายนโยบายและฝ่ายบริหารเป็นอย่างยิ่ง
กรณีเขาพระวิหาร: ตีความรัฐธรรมนูญมาตรา 190 ต่างกัน ไม่เป็นความผิด-ไม่ต้องรับโทษ
ทศพล เชี่ยวชาญประพันธ์
รัฐศาสตรบัณฑิต เกียรตินิยมอันดับหนึ่งเหรียญทอง ปีการศึกษา 2550
26 กันยายน พ.ศ. 2552
หากโลกร้อนใบเก่าหยุดนิ่งอุณภูมิของโลกคงเย็นลง!!
โดย ป้าพลอย
วันนี้ป้าพลอยขอเขียนเกี่ยวกับเรื่องทั่วๆไป เพราะเขียนแต่เรื่องในเมืองไทย บางครั้งคนเขียนและคนอ่านก็เซ็ง มันก็เรื่องเดิมๆเหมือนกินน้ำพริกรสเดิมๆ กินทุกๆวันมันก็เบื่อ อยากจะกินแกงเขียวหวานหรือแกงเผ็ดเปลี่ยนรสชาติบ้าง ตอนนี้
อะไรๆใน โลกใบนี้ก็ยังโหดร้ายเหมือนเดิม เห็นประเทศฟิลิบปินส์โดนพายุถล่มแล้วอนาถใจ นี่หากเป็นประเทศไทยโดนบ้างคงสาหัสไม่แพ้ฟิลิบปินส์ เพราะไม่มีการเตรียมแผนรอรับในฤดูมรสุมที่อาจเกิดภัยธรรมชาติขึ้นได้ รัฐบาลฟิลิบปินส์
เองย่อมรู้แก่ใจดี เพราะเกิดพายุใต้ฝุ่นถล่มทุกๆฤดูมรสุม แต่ทำไมไม่หาช่องทางรับมือ อย่างคราวนี้น่าจะเตือนประชาชนให้เก็บข้าวของไปใว้ในที่ปลอดภัยก่อน และเตรียมเรือยางหรืออุปกรณ์การช่วยเหลือให้ครบครันใว้ล่วงหน้า พายุใต้ฝุ่นที่
เกิดแต่ละลูก มันก่อตัวในทะเลก่อน ทางกรมอุตุนิยมวิทยาของรัฐบาลฟิลิบปินส์ย่อมรู้ล่วงหน้า ไม่เหมือนอย่างในเกาหลีใต้หรือเกาะใต้หวันเขาหาวิธีป้องกันอย่างแข็งขัน และเตรียมอพยพผู้คนออกจากพื้นที่อันตรายที่ทิศทางของพายุผ่าน
ประ เทศฟิลิบปินส์ระบบการปกครองไม่ได้แตกต่างจากประเทศไทยของเรานัก คือปล่อยให้ประชาชนต่อสู้ตามยถากรรมเอง การช่วยเหลือก็กระท่อนกระแท่น ภัยธรรมชาติที่เกิดแต่ละปีคร่าชีวิตคนทั่วโลกไปหลายล้านคน ภัยธรรมชาติที่เกิด
ขึ้นที่คร่าชีวิตคนเหล่านั้น เป็นภัยธรรมชาติที่แตกต่างกัน เช่นภัยจากไฟป่า ภัยจากน้ำท่วมฝนตกหนักอย่างกระทันหัน ภัยจากพายุทอร์นาโด้ ภัยจากพายุใต่ฝุ่น ภัยจากแผ่นดินไหว ภัยจากพายุฮอร์ริกันแถบทะเลแคริเบี่ยน ล้วนแล้วแต่อันตนาย
ทั้งสิ้น ทุกอย่างที่เกิดขึ้นคือฤทธิ์เดชของโลกร้อนนั่นเอง เพราะเหตุใดจึงเกิดโลกร้อนได้ คำตอบก็คือมนุษย์เป็นผู้ทำให้มันเกิด ยุคนี้จะเห็นได้ว่าอากาศเปลี่ยนแปลงไม่เป็นอย่างธรรมชาติเหมือน 30-40ปีก่อน ในยุโรปเอง ฤดูร้อน ฤดูหนาวมั่ว
ไปหมด ปีนี้แถบจะไม่มีฤดูร้อนฝนตกเหมือนฤดูมรสุมในไทยและอากาศเย็น ผักที่ปลูกในสวนตายเกือบหมดเพราะอากาศหนาว มันไม่ตรงตามธรรมชาติที่เคยเป็น แม้แต่มนุษย์เองก็ยังเปลี่ยนแปลง ดูตัวอย่างคนไทย สมัยก่อนไม่เคยเป็น
อย่าง นี้เลย แต่มายุคนี้สมัยนี้คนไทยเปลี่ยนไปตามแรงร้อนของโลก คือไม่มีความอดทน อดกลั้น ไม่มีการยอมกันจึงกลายเป็นสัตรูกันเอง คนแพ้ก็จะเอาชนะให้ได้ เพราะความร้อนแรงขาดความอดทนไม่ยอมเป็นฝ่ายแพ้แก่ใคร จึงต้องหาหน
ทาง อันสกปรกเข้าแหลกเพื่อที่จะได้ชัยชนะเอามาเป็นของตน ฉะนั้นผู้คนสมัยนี้ไม่เกรงกลัวต่อบาปกรรม ดังที่เป็นตัวอย่างให้เห็น แม้แต่คนชราภาพแล้ว อายุล่วงเลย 80 ปีขึ้นไป ก็ยังไม่ละกิเลสของตน ทั้งที่ตัวเองสมควรที่จะเข้าวัดฟัง
ธรรมสร้างความดีให้แก่ตัวเองก่อน ที่ชีวิตจะอวสาน คนพวกนี้คิดผิดมาโดยตลอดว่า ความสุขบนกองทุกข์ของคนอื่นจะเป็นความสุขที่แท้จริงและถาวร หากชีวิตสูญสลายไปแล้วเอาสิ่งเหล่านี้ใส่โลงไปได้หรือเปล่า? หากคนที่เจ็ษหนักจวนตาย
เอาเงินของตนไปซื้อขอชีวิตให้อยู่ต่อได้ไหม? ก็ไม่อาจทำได้เช่นกัน เพราะกฏแห่งกรรมต้องเป็นไปตามธรรมชาติไม่มีใครฝืนกฏแห่งธรรมชาตินี้ไปได้ ทุกๆคนต้องมาอยู่ในที่เดียวกัน ไม่ว่าผู้นั้นจะรวยล้นฟ้าเป็นเทวดาชั้นใหน จุดจบอยู่ที่กอง
พระเพลิงเดียวกันนั่นเอง ฉะนั้นการก่อกรรมทำเวรให้คนอื่น เมื่อถึงคราวที่ตัวเองต้องรับใช้กรรมที่ก่อ ก่อนที่จะสูญสลายก็
สมควรที่จะยอมรับ โลกที่ร้อนแรงอาจจะลดอุณภูมิลงได้เมื่อโลกหยุดหมุน และได้โลกใบใหม่ที่อาจเพียบ
พร้อมทุกอย่าง ขอให้คนไทยโชคดี..
เดจาวู \"พอเพียง\" หลอน \"ไทยเข้มแข็ง\"
ที่มา มติชนรายวัน
เดจาวู "พอเพียง" หลอน "ไทยเข้มแข็ง"
![]() |
กับ มหกรรมอภิมหาประชานิยมทุ่มเงิน 1.43 ล้านล้านบาท ลงไปเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจตาม "แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555" ที่เตรียมเทกระจาดในเดือน ต.ค.นี้
"อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" นายกรัฐมนตรี เคยฟุ้งฝันไว้ในวันกดปุ่มเปิดตัวโครงการนี้ เมื่อวันที่ 4 ก.ย. ที่อิมแพค เมืองทองธานี ถึงข้อดีๆ แผนดังกล่าว ว่ามีการจ้างงานเพิ่มขึ้น 1.5 ล้านตำแหน่ง เพิ่มพื้นที่ชลประทานอีก 1 ล้านไร่ ถนนทุกสายลาดยางอย่างดี ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงบริการของสาธารณสุขเพิ่มจากร้อยละ 40 เป็น 60 เด็กนักเรียนทุกคนต้องอ่านออกเขียนได้ ฯลฯ
ที่สำคัญตัวเลขผลิตภัณฑ์ มวลรวม หรือจีดีพี ซึ่งหดตัวอย่างรุนแรง จะเริ่มผงกหัวขึ้นปลายปีนี้ก่อนพลิกเป็นบวกในปี 2555 หรือสรุปเป็นภาษาชาวบ้านว่า "เงินในกระเป๋า" ของทุกคนจะเพิ่มขึ้น
แต่จินตนาการข้างต้นดังกล่าว จะเป็นไปได้ ก็ต่อเมื่อทุกอย่าง "เป็นไปตามแผน"
ทว่า เพียงรถยนต์ยี่ห้อ "ไทยเข้มแข็ง" วิ่งไปเพียงไม่กี่เมตร ก็เกิดอาการกระตุกเครื่องสะดุด เพราะปัญหาเดิมๆ ที่เคย "หลอกหลอน" รัฐบาลประชาธิปัตย์จนนอนฝันร้ายอยู่เหมือนเดิม...
นั่นคือปัญหาการ "ทุจริต"
กับ การออกมาเปิดแผลสดๆ ของ"หมอวราเทพ วงศ์วัชรไพบูลย์" เลขาธิการมูลนิธิแพทย์ชนบท ที่ออกมาติติงรายการครุภัณฑ์ที่ ครม.อนุมัติให้จัดซื้อ แต่ละรายการโรงพยาบาลส่วนใหญ่ "ไม่ได้" ขอจัดซื้อ เพราะนอกจาก "แพง" เกินจริง ยังไม่เป็นที่ "ต้องการ" ถึงซื้อมาก็ตั้งทิ้งไว้เฉยๆ
ทั้ง เครื่องฆ่าเชื้อยูวี เครื่องช่วยหายใจ กระทั่งราคาก่อสร้างแฟลตพยาบาล
แต่ใครบางคนก็ยังอยากให้ "ซื้อ" เพราะของ "ถูก" ขาย "แพง" ยิ่งซื้อ "ส่วนต่าง" ก็ยิ่งมาก
แค่คิดน้ำลายก็พาลไหลท่วม เหมือนสุนัขที่น้ำลายไหลเมื่อได้ยินเสียงกระดิ่ง ตามทฤษฎีจิตวิทยาของพาฟลอฟ
อย่าง ไรก็ตาม จากข้อหาคอร์รัปชั่นทที่ ทำให้รัฐมนตรี 1 คนถึงกับลาออก ส่วนรองนายกฯอีกคนเจ็บหนัก ทำให้ "วิทยา แก้วภราดัย" รมว.สาธารณสุข ขุนพลสะตอเคลื่อนไหว แก้เกมทันทีโดยการตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 2 ชุด
ชุด แรกตรวจสอบราคาเครื่องฆ่าเชื้อโรคด้วยแสงอัตราไวโอเลต 4 หมื่นบาท ที่ว่ากันว่าแพงเกินจริง และชุดที่สอง ตรวจสอบการใช้งบประมาณทั้งระบบ
นอก จากนี้ ยังแสดงความบริสุทธิ์ใจ ยอมรับว่ามีคนร้องเรียนว่าเลขานุการ คนสนิท ที่ปรึกษา เข้าไปล็อคสเปคซื้อสินค้าจริง พร้อมบอกว่าที่ปรึกษาคนหนึ่งได้ลาออกไปหลังถูกร้องเรียนพัวพันทุจริต
ชูภาพ "ความสะอาด" หวังกลบข่าวฉาวโฉ่ทันที ตามนิสัยพรรคอนามัย
กระนั้น ทำให้เห็น "สัญญาณพิเศษ" อันน่าหวาดหวั่น ว่าโครงการไทยเข้มแข็งจะซ้ำรอย "โครงการชุมชนพอเพียง" ที่ปรากฏข่าวการทุจริตทุกหัวระแหง ทั้งที่เป็นโครงการที่ "คุณชายละเอียด" อย่าง "กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ" รองนายกฯเป็นผู้ดูแลโดยตรง และมีมูลค่ารวม 2 หมื่นล้านบาท น้อยกว่างบฯโครงการไทยเข้มแข็งถึง 71 เท่า
งบฯไทยเข้มแข็ง 8 แสนล้านบาท ได้มาจาก พ.ร.ก.และ พ.ร.บ.กู้เงินที่เพิ่งผ่านสภาไป โดยเงินก้อนแรกที่กดปุ่มไปเมื่อวันที่ 4 ก.ย. มีอยู่ 2 แสนล้านบาท ซึ่งกว่าร้อยละ 75 ตกอยู่กับ 4 กระทรวงหลัก คือกระทรวงเกษตรฯ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงคมนาคม และกระทรวงสาธารณสุข
ซึ่งสุจริตชน จะ "เดจาวู" (หวนนึกย้อนไปถึง) การทุจริตในชุมชนพอเพียง เพราะทั้ง 4 กระทรวง นอกจาก 2 กระทรวงดูแลโดยคน ปชป.ที่พัวพันกับชุมชนพอเพียงมาก่อน อีก 2 กระทรวงก็อยู่ใต้อุ้งมือของพรรครัฐบาล ที่ถนัดเล่นการเมืองบนโต๊ะอาหาร
"กินไปอิ่มเอมไป"
แม้นายวิทยาจะพยายามพูดติดตลกว่า "เงินน้อยแค่นี้ นักการเมืองไม่ยุ่งหรอก"
แต่สำหรับประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศที่หาเช้ากินค่ำ เงินหมื่นหรือแสนก็อาจทำให้อิ่มท้องไปได้ทั้งปี
"นา ยกฯมาร์ค" อาจมีเจตนาและความตั้งใจดี แต่การเมืองไทยซึ่งสัตว์การเมืองเขี้ยวโง้งแถมหิวโหย หากไม่เตรียมแผนการใช้จ่ายและมาตรการตรวจสอบที่ดี ก็อาจจะเป็นดังเช่นความเห็นของนักศึกษาหญิงที่วิจารณ์ตรงๆ ตอกหน้านายอภิสิทธิ์ที่มหาวิทยาลัยโคลัมเบียว่า วิชั่นดีแต่ขาดแอ๊คชั่นแพลน!
"ความสำเร็จ" ทางบัญชีวัดกัน "บรรทัดสุดท้าย" ว่าจะมี "กำไร" เท่าไร
แต่ "ความสำเร็จ" ในการแก้ปัญหาปากท้องของประชาชน วัดกันที่ "บรรทัดสุดท้าย" เงินจะตกถึงประชาชน "เท่าไร"
ไทยเข้มแข็ง...ใครเข้มแข็ง ประชาชนตาดำๆ หรือ บ.ใบไม้ น.หนู??
กษิต ยัน สหรัฐ ช่วยไทยไม่มีอะไรซับซ้อน
รม ว.ต่างประเทศ แจง สหรัฐ ให้เงินยูเสด ช่วยพัฒนาประชาธิปไตยในไทย ถือเป็นเรื่องความมีน้ำใจ ไม่มีอะไรซับซ้อน ยัน ไม่เกี่ยวกับสถานการณ์ความขัดแย้งในปัจจุบัน
อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีต่างประเทศ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าว ไม่เกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองภายในขณะนี้ ซึ่งไม่ใช่เรื่องสลับสับซ้อนแต่อย่างใด เนื่องจาก สหรัฐ มีน้ำใจที่จะส่งผู้เชี่ยวชาญเข้ามาพัฒนา ทางด้านการมีส่วนร่วมภาคประชาคม เป็นการหันหน้าเข้าสู่ท้องถิ่น
ทั้งนี้ นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ผ่านทางโทรศัพท์ จากชิคาโก ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยปฏิเสธว่า นายบัน คี มูน เลขาธิการสหประชาชาติ หรือ ยูเอ็น ไม่ได้เรียกร้องให้ รัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนร่วมกันกดดัน หรือค้านมาตรการที่แข็งกร้าวกับรัฐบาลทหารพม่า ในการปล่อยตัวนักโทษการเมืองรวมถึง นางอองซาน ซูจี ผู้นำพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย แต่อย่างใด ทั้งนี้ ในการหารือของรัฐมนตรีต่างประเทศในกลุ่มอาเซียน รวมถึง เลขาธิการสหประชาชาตินั้น ไม่มีประเทศใดที่จะประสงค์ปองร้าย หรือประณามรัฐบาลทหารพม่า เพียงแต่อยากวิงวอนให้รัฐบาลทหารพม่า ดำเนินการตามที่สัญญาไว้ต่อประชาคมโลก ในเรื่องการจัดการเลือกตั้งทั่วไป ในปี 2553 ให้มีความบริสุทธิ์ ยุติธรรม และมีเสรีภาพ
รวมถึงปล่อยนักโทษการเมือง อย่าง นางอองซาน ซูจี ด้วย
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง กล่าวถึงกรณีสื่อต่างประเทศ ระบุว่า สำนักงานเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศสหรัฐอเมริกา หรือ ยูเสด จะส่งเงินช่วยเหลือเพื่อพัฒนาประชาธิปไตยในประเทศไทย ว่า ยังไม่ทราบรายละเอียดและไม่รู้สึกกังวล เพราะเชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะต้องทำให้ประชาธิปไตยดำรงต่อไปอย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม ไม่ขัดข้องที่องค์กรยูเสดจะเข้ามาทำกิจกรรม หากไม่เข้ามาแทรกแซงกิจการภายในประเทศ และยังเห็นว่าจะไม่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างประเทศ เพราะการเมืองแต่ละประเทศมีการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา
United States Agency for International Development
พินัยกรรมล้ำค่า

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
1 ตุลาคม 2552
หมายเหตุไทยอีนิวส์:ก่อนที่ท่านผู้หญิงพูนศุข พนมยงค์ ภริยานายปรีดี พนมยงค์ จะถึงแก่อนิจกรรมเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2551 ท่านได้เขียนบันทึกพินัยกรรมฉบับนี้ไว้เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2541 หรือเมื่อ 11 ปีล่วงมาแล้ว นับเป็นพินัยกรรมที่มีชื่อเสียงที่สุดฉบับหนึ่งของไทย เราจึงถือโอกาสนี้นำมาให้สาธุชนพึงสดับอีกวาระ
คำสั่งถึงลูกๆทุกคน
เมื่อแม่สิ้นชีวิต ขอให้ปฏิบัติดังต่อไปนี้
๑)นำส่งโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ทันที เมื่อหมอตรวจว่าหมดลมหายใจแล้ว
๒)ไม่ขอรับเกียรติยศใดๆทั้งสิ้น
๓)ประกาศทางวิทยุ และลงหนังสือพิมพ์เพื่อแจ้งข่าวให้ญาติมิตรทราบ
๔)ไม่มีการสวดอภิธรรม ทั้งนี้ไม่รบกวนญาติมิตรที่ต้องมาร่วมงาน
๕)มีพิธีไว้อาลัยที่สถาบันปรีดี พนมยงค์ โดยนิมนต์พระที่แม่นับถือแสดงธรรมกถา (เช่นเดียวกับที่จัดให้ปาล) และทำบัตรรับหนังสือที่ระลึก
๖)ไม่รบกวนญาติมิตร ไม่ว่าจะเป็นดอกไม้ หรือเงินช่วยทำบุญ
๗)เมื่อโรงพยาบาลคืนศพมาก็ทำการฌาปนกิจอย่างเรียบง่าย
๘)ให้นำอัฐิและอังคารไปลอยที่ปากน้ำเจ้าพระยาซึ่งเป็นสถานที่ๆแม่เกิด
๙)หากมีเงินบ้าง ก็ขอให้บริจาคเป็นทาน แก่มูลนิธิต่างๆ ที่ทำสาธารณกุศล
๑๐)ขอให้ลูกทุกคนปฏิบัติตามที่แม่สั่งไว้อย่างเคร่งครัด ไม่ต้องฟังความเห็นผู้หวังดีทั้งหลาย ลูกๆที่ปฏิบัติตามคำสั่งของแม่จงมีความสุข ความเจริญ
พูนศุข พนมยงค์
เขียนไว้ที่บ้านเลขที่ ๑๗๒ สาธร ๓ เมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๔๑
แม่มีอายุครบ ๘๖ ปี ๙ เดือน
ข่าวส่งเสริมคนดี
-
▼
2012
(2216)
- ► กุมภาพันธ์ (291)
-
►
2011
(6486)
- ► กุมภาพันธ์ (466)
-
►
2010
(5119)
- ► กุมภาพันธ์ (541)
-
►
2009
(5406)
- ► กุมภาพันธ์ (290)
จำนวนผู้เข้าเยี่มมชม
| Powered by web hosting provider . |
มุมพักใจ
มีสติ ไม่เพ่ง ไม่เผลอ
คนไทยทุกคนน่าจะรู้อย่างยิ่ง
- บทสัมภาษณ์ 'ต้องห้าม' ทักษิณ ชินวัตร-จอม เพ็ชรประดับ รายการ'ตัวจริง ชัดเจน'
- นำเงินหวยมาส่งเสริมเด็กเรียน VS รีดเงินบาปจากเหล้า บุหรี ให้เนชั่นทำทีวี : ใครเลว ????
- ไว้อาลัย นพ.สงวน นิตยารัมภ์พงศ์ : ผู้ปิดทองหลังพระโครงการ '30 บาทรักษาทุกโรค'
- บทความ: ตุลาการวิวัฒน์ กลายเป็น ตุลาการศาลเตี้ย
- ***ปฏิกิริยาจากสื่อนานาชาติต่อการยกฟ้อง..คดียุบพรรคพลังประชาชน****
- ว่าแต่เขา [19 ม.ค. 51 - 19:23]
- แถลงการณ์กลุ่ม 24 มิถุนาฯ คัดค้านกฏหมายเผด็จการทำลายสื่อเสรี
- 80 ข้อ ที่ผมไม่เคยรู้เกี่ยวกับในหลวง
- ผู้รับใช้เผด็จการ ไม่มีคุณสมบัติเป็นผู้พิพากษา
- เรายังรอความเป็นธรรมจาก กกต.ชุดนี้ ได้อีกหรือ?
- เอพีตีข่าว‘ทักษิณ'เดินทางออกจากฮ่องกงกลับอังกฤษแล้ว!
- คุณสดศรีครับ ผมไม่สามารถไว้วางใจให้เป็น กกต. ได้แล้วครับ ลาออกไปเสียเถอะครับ
- ขอคารวะท่าน พล.อ.ปอ สี่เสา : ทำบุญก่อนท่านจะละสังขารจากไปเถอะครับ
- วีซีดีทีเด็ดอยู่ที่ไหน?
- นานาปฏิกิริยาจากสังคม หลังเห็นเอกสารลับ " สัมพันธ์ บังธิ-สองแม่ลูก 'สัตยธรรม' "
- สุจริตเที่ยงธรรมยังมีอยู่หรือไม่
- ยุบพรรค พปช. กลยุทธ์ที่หน่อมแหน้ม เพราะเขาก็ยกพรรคไปอยู่พรรคใหม่ วิญญาณเก่าในร่างใหม่
- อย่าโกงประชาชน
- Thailand's Thaksin Supporters Accuse Opponents Employing 'Dirty Tricks'
- ใบแดงที่ไม่เป็นธรรม ไม่ใช่โกงทักษิณ แต่เป็นการโกงชาวบ้าน มันจึงเป็นฉนวนไปสู่จลาจล
- ประจานทั่วโลก!‘รัฐประหารเงียบ'สกัด‘พปช.'
- กกต.ต้องเคารพการตัดสินใจของประชาชน โปรดฟังอีกครั้งหนึ่ง !
- กทม.เมืองเทวดาแพ้ศัตรู คือความสูญสิ้น ดังนั้นต้องไม่แพ้พระอินทร์ สั่งมา (ต้องอ่านให้ได้ครับ)
- เปิดวิสัยทัศน์แก้วิกฤติเศรษฐกิจไทย สไตล์ 'ทักษิณ ชินวัตร'
- 'มิ่งขวัญ' เสนอนโยบายพรรคในรายการตัวจริง ชัดเจน
พลังประชาชนอ่านยัง
- ทักษิณ กับ เทพชัย หย่อง กรณีขายหุ้น และ ผลประโยชน์ทับซ้อน
- นักรบไซเบอร์ (Cyber Warrior) อินเตอร์เน็ต รัฐประหาร และประเทศไทย
- ปล้น
- เหรียญเปรมเหมาะสมหรือไม่
- อนุดับเพลิง คตส.ชี้ อภิรักษ์ ไม่ผิดทุจริตรถ-เรือดับเพลิง
- …พลังประชาชน ฆ่าอย่างไรก็ไม่ตาย !...
- คตน.สรุปไร้หลักฐานฟัน'ทักษิณ' สั่งฆ่าตัดตอนปี46
- “กฎหมายไม่ใช่ตัวยุติธรรม แต่เป็นเครื่องมือให้เกิดความยุติธรรม”
- และแล้วทีไอทีวี ก็เรียบร้อยโรงเรียนโจร ไปตามระเบียบคมช. !!!
- รัฐรีดสนุกมือสนับสนุน 'ทีวีสาธารณะ' [16 ม.ค. 51 - 04:24]
- สองขั้นอัปยศ : การทำรัฐประหารเป็นความดีความชอบ เข้าขั้นเสียสติแล้ว
- ITV ย้อนรอยเหตุการณ์นับแต่ก่อตั้ง จนถูกสั่งปิดเมื่อคืน
- เทพชัย-เนชั่นผงาด 5อรหันต์ทีวีสาธารณะ [15 ม.ค. 51 - 12:38]
- เงื่อนไขหน้าด้านๆของขันที
- ผู้รับใช้เผด็จการ ไม่มีคุณสมบัติเป็นผู้พิพากษา
- เรายังรอความเป็นธรรมจาก กกต.ชุดนี้ ได้อีกหรือ?
- เอพีตีข่าว‘ทักษิณ'เดินทางออกจากฮ่องกงกลับอังกฤษแล้ว!
- เปิดใจประธานเรือใบ1, 2, 3
- 'ประดาบ'คุยกับตัวเอง
- สำนึกแห่งไทย สำนึกแห่งความจงรักภักดี สำนึกที่มีต่อพระมหากษัตริย์ของคนไทย
- พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ 'ก้อนกรวดในรองพระบาท'
- ชีวิต(บัดซบ)ของ...อี๊ด
- เพราะฉะนั้น จึงรักกันเช่นฉะนี้
- รวมงานเขียนบาดใจคนคด ของ รอยคมประดาบ (ชอบก็ต้องอ่าน ไม่ชอบก็ยิ่งต้องอ่าน)
- สมุดปกม่วง
Links
- Hi Thaksin (Th)
- ชมรมคนคิดถึงทักษิณ
- กลุ่มพลเมืองภิวัฒน์
- Welovethaksin (Th)
- Hello Hello KonThaiUK!
- Thinking in Ink (Th/Eng)
- Thaksin Come Back (Th)
- Truethaksin.com (Th/Eng)
- Siam Freedom Fight (Th/Eng)
- Thaksin.wordpress.com (Th/Eng)
- Thai Press Log บล็อกบันทึกสื่อชั่ว
- ดาวเมือง บล็อคข่าวขับไล่เผด็จการ
- Thai E-News ข่าวสารที่คุณไม่อาจหาอ่านได้จากสื่อ
- นิพพาน ปฏิบัติใหม่ๆ อยากไปนิพพาน
