บล็อคข่าวส่งเสริมคนดี (รักดีหามจั่ว รักชั่วหามเสา หามจั่วก็หนักนะ)

ข่าวจากสื่อ

บทความจากสื่อ

วันจันทร์ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2551

ขอสดุดี แม่ทัพใหญ่ฝ่ายประชาธิปไตย ท่านสมัคร สุนทรเวช ที่จำเป็นต้องยุติบทบาทลง



บทความ โดย ลูกชาวนาไทย

ก็เป็นอันแน่นอนแล้วว่า นายสมัคร สุนทรเวช ได้ประกาศวางมือทางการเมืองแล้ว และได้ส่งหนังสือลาออกจากการเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชาชนแล้ว

ผมเคารพการตัดสินใจของท่านครับ และต้องขอขอบคุณที่ท่านขึ้นมากุมบังเหียนให้กับฝ่ายประชาชนรากหญ้า ทำสงครามกับพวกอำมาตยาธิปไตย ยาวนานกว่าหกเดือน

ท่านเป็นนายกฯ ที่อึดที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมา ทนแรงกดดันได้จนถึงที่สุดจริงๆ




เอาเป็นว่า ตอนนี้ ทักษิณ ชินวัตร ก็ออกไปจากการเมืองแล้ว

สมัคร สุนทรเวช ก็ออกไปแล้วเช่นกัน

แต่ความแตกแยกในชาติ ผมไม่เห็นเค้าว่าจะสงบลงแต่อย่างใด แต่ผมกลับเห็นว่ารุนแรงขึ้น ความเกลียดและชิงชังมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มระดับความรุนแรงยิ่งขึ้น

นั้นแสดงให้เห็นว่า ทักษิณ ชินวัตร และสมัคร สุนทรเวช ไม่ใช่รากเหง้าของปัญหาอย่างแท้จริง และไม่ใช่ต้นเหตุของปัญหาแต่อย่างใด

ปัญหาวิกฤตการณ์ทางการเมืองไทยครั้งนี้ มันมีรากลึกยิ่งกว่า ทักษิณ และสมัครมากนัก


เมื่อผมมองเห็นสภาล่มเมื่อเช้านี้ ผมรู้ได้ทันทีโดยสัญชาติญาญว่า ไม่ได้เกิดจาก สส.พรรคพลังประชาชน กลุ่มอีสานพัฒนา แต่อย่างใด แม้จะมีการงอแงกันบ้าง แต่ก็เป็นเรื่องการงอน เมื่อมีการง้อก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ถึงขนาดจะขบถต่อพรรคได้

แต่มันต้องมีอะไรมากกว่านั้นอย่างแน่นอน ต้องมีการต่อรองที่รุนแรงอย่างยิ่งเมื่อคืนที่ผ่านมา ต้องมีการเกทับบลั๊ฟกันอย่างขนานใหญ่ทีเดียว

ผมก็ได้ยินข่าวตะหงิดตะหงิดตั้งแต่เมื่อวาน ที่คุณ "นางฟ้ามหาโหด" ในเว็บพันทิป ออกมาให้ข่าวว่า "มีกลิ่นไม่ดี" เรื่องคนมีสี

วันนี้่ จตุพรก็พูดอย่างนั้นอีก

ประมวล กับ "ปรากฎการณ์" ต่างๆ เช่น พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ออกมาให้ความเห็นว่า ต้องการนายกฯ ที่แก้ปัญหาได้ (นัยยะทางการเมืองคือ ไม่สนับสนุนสมัคร) และ อนุพงษ์ ออกมาพูดให้รัฐบาลรักษาการ ยกเลิก พรก.ฉุกเฉิน ซึ่ง พล.ต.ท. วิเชียรโชติ ออกมาปฎิเสธ ว่าตำรวจคุมสถานการณ์ไม่ได้

จากปรากฎการณ์เหล่านี้ เห็นได้อย่างชัดเจนว่า "พล.อ.อนุพงศ์" นั้น "เสียงแปร่งไป จนคนที่วิเคราะห็การเมืองอย่างลึกซึ้ง จะต้องจับได้ว่ามันมีอะไรเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

วันนี้ สส.พรรคพลังประชาชนภาคอีสาน แถลงการณ์ว่า สส. 83 คน จาก สส.ทั้งหมด 85 คน ลงชื่อสนับสนุน สมัคร สุนทรเวช เป็นนายกฯรัฐมนตรี

สำหรับนักวิเคราะห์การเมืองอย่างผม สรุปแบบทุบโต๊ะได้เลยว่า "มีมือที่มองไม่เห็นเข้ามาแทรกแซงทา่งการเมือง" อย่างแน่นอน

มือที่มองไม่เห็นนี่แหละ คือปัญหาที่แท้จริงของสังคมไทย

เมื่อคุณสมัคร สุนทรเวช ได้วางมือทางการเมืองแล้ว ก็เป็นหน้าที่ของพรรคพลังประชาชน ที่จะหานายกรัฐมนตรีคนใหม่มาแทน ซึ่งคงไม่พ้น 3 ส. คือ

สมชาย วงศ์สวัสดิ์ สมพงษ์ อมรวิวิฒน์ และ สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี

จะเป็นใครในสามคนนี้ ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร เพราะจะต้องมีแรงกดดันอย่างรุนแรงแน่นอนไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม




สำหรับคนที่เป็นแฟนพันธ์แท้ของ ท่านสมัคร สุนทรเวช ก็ต้องทำใจแหละครับ ท่านสมัคร ได้ต่อสู้อย่างถึงที่สุดแล้ว ท่านได้มาไกลเท่าที่มาได้แล้ว เมื่อจำเป็นต้องวางมือไป ผมก็ต้องขอสดุดีไว้ในที่นี้ครับ

เมื่อสงครามยังไม่จบพวกเราก็ต้องสู้กันต่อไปครับ ไม่มีสิทธิ์ท้อถอย ในสงคราม ย่อมมีแรงเสียดทานต่างๆ ที่ทำให้บางคนท้อถอย หมดกำลังใจ หมดอาลัยตายอยาก บางคนต้องเห็นเพื่อนรัก คนที่รักล้มลง หลั่งเลือดในสมรภูมิ ก็ยิ่งหมดกำลังใจ

กองทัพที่หมดกำลังใจคือ กองทัพที่กำลังจะแพ้

ทหารที่ยังมีชีวิตอยู่ ต้องไม่หมดกำลังใจ ต้องเอาชนะแรงเสียดทานต่าง ๆ และสู้ต่อไป จนกว่าสงครามจะจบ หรือล้มลงในสมรภูมิ เยี่ยงวีรบุรุษคนอื่นๆ ที่ล้มลงไปก่อนหน้า

ผมมั่นใจว่า ถึงอย่างไร ฝ่ายประชาธิปไตย ก็ต้องได้รับชัยชนะ โลกต้องก้าวไปข้างหน้า ไม่ใช่ถอยหลัง

สิ่งที่เป็นพื้นฐาน ตัวแปรสำคัญทางการเมืองยังไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไร

พรรคพลังประชาชน ยังคงกุมเสียงข้างมากในสภา ยังกุมอำนาจรัฐ ประชาชนรากหญ้ายังเป็น ผนังทองแดง กำแพงเหล็กให้อย่างมั่นคง นั่นคือ ข้อได้เปรียบทางการเมือง ที่ทำอย่างไรก็ไม่แพ้

ข้อเท็จจริงทางการเมืองอื่นๆ คือ ทหารไม่กล้าที่จะทำรัฐประหาร ในช่วงเวลานี้อย่างแน่นอน เพราะมีแรงต้านจากทั้งในประเทศ และต่างประเทศอย่างมากมาย

เมื่อไม่กล้าทำรัฐประหาร กลุ่มอำมาตย์ก็ขาดไม้ตายที่แท้จริง เมื่อไม่มีไม้ตาย ก็ไม่อาจเผด็จศึกได้

ไล่ทักษิณ ออกไปแล้ว ก็ยังไม่ชนะสงคราม ไล่สมัคร ออกไปได้แล้ว ก็ยังไม่ชนะสงครามอีกเช่นกัน

การรบยังคงมีอีกหลายยก สงครามยังคงดำเนินต่อไปอีกนาน

ตอนนี้ใครจะได้เป็นนายกฯ คนต่อไป ก็ไม่มีปัญหาอะไร พรรคพลังประชาชนจะเลือกใครก็คงไม่ใช่ปัญหาใหญ่นัก แต่ศึกข้างหน้าก็ต้อง "ตกผลึกทางความคิดว่ากำลังสู้อยู่กับใคร

ความแตกแยกทางการเมืองขณะนี้ ได้ซึมลงไปสู้รากฐานของสังคมแล้ว ไม่ใช่เป็นเพียงการแตกแยกในหมู่ "ชนชั้นนำ" เท่านั้น แต่เป็น "การแตกแยกไปถึงประชาชน" อย่างแท้จริง

คนที่ปวดหัวขณะนี้ ไม่ใช่สมัคร หรือทักษิณ อย่างแน่นอน

แต่เป็นบางคนที่ อาณาจักรของเขากำลังสั่นคลอนอย่างรุนแรง เขาจะประสานอาณาจักรให้เป็นใจหนึ่งใจเดียวกันได้อย่างไร

รอยร้าวทางสังคมครั้งนี้ ไม่ง่ายที่จะประสานอย่างแน่นอน

รากหญ้า ก็จะส่งผู้แทนของเขา 300 กว่าคน เข้าสภาอีก ก่อให้เกิดปัญหากับกลุ่ม "อำมาตยาธิปไตย" ในการควบคุมการเมืองอีก

น่าสงสารคนบางคนยิ่งนัก

ปลุกผีขึ้นมา ไล่ทักษิณออกไป แต่เมื่อทักษิณไปแล้ว ก็ไม่สามารถไล่ผีกลับลงหลุมได้

ผีต่างๆ ที่ปลุกขึ้นมา เป็นเครื่องมือไล่ทักษิณได้หลอกหลอนไปทั่ว สร้างความแตกแยกให้กับสังคม จนอาณาจักรแห่งนี้สั่นคลอนอย่างไม่เคยมีมาก่อน นับตั้งแต่ กรุงศรีอยุธยา ล่มสลายในสมัย พระเจ้าเอกทัศน์ วันนี้ สังคมไทยได้สั่นคลอนแตกสามัคคี อย่างรุนแรง และมันจะเป็นไปอีกอย่างยาวนานแน่นอน

หากเป็นสมัยก่อน พม่าต้องฉวยโอกาสยกทัพมาตี กรุงรัตนโกสินทร์ ล่มสลายเยี่ยงกรุงศรีอยุธยาอย่างแน่นอน


จาก thaifreenews

ข่าวส่งเสริมคนดี

จำนวนผู้เข้าเยี่มมชม

link to affordable web hosting
Powered by web hosting provider .

สถิติการเข้าชม DMNEWS

eXTReMe Tracker