บล็อคข่าวส่งเสริมคนดี (รักดีหามจั่ว รักชั่วหามเสา หามจั่วก็หนักนะ)

ข่าวจากสื่อ

บทความจากสื่อ

วันเสาร์ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2552

รณรงค์รวบรวมรายชื่อยกเลิกกฎหมายหมิ่นฯ

ที่มา thaifreenews

16 ม.ค.52 รศ.ใจ อึ๊งภากรณ์ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งข้อกล่าวหา ดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ ราชินี รัชทายาทหรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ (ม.112 ป.อาญา) หรือคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ จากการเขียนหนังสือภาษาอังกฤษเรื่อง A Coup for the Rich เมื่อต้นปี 2550 ว่า ขณะนี้มีการรณรงค์รวบรวมรายชื่อเพื่อเรียกร้องให้มีการยกเลิกกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ซึ่งเริ่มต้นจากบุคคลที่รับรู้ข่าวสารเรื่องนี้ ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจสามารถส่งรายชื่อมายัง giles.lessemajeste@gmail.com
ใจกล่าวด้วยว่า เหตุที่มีการรณรงค์และขับเคลื่อนเรื่องนี้ในหลายช่องทางเนื่องจากเห็นว่าไม่ใช่ปัญหาของเขาคนเดียว และที่น่าสังเกตคือ มีการใช้กฎหมายหมิ่นฯ กับคนที่คัดค้านรัฐประหาร คัดค้านรัฐบาล อีกทั้งคำพูดของนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รมว.ยุติธรรม ที่เสนอว่ากฎหมายหมิ่นฯ นั้นปกป้องความมั่นคงแห่งชาติก็เป็นคำพูดที่เผด็จการมักจะพูดมาโดยตลอด
เขาระบุด้วยว่า นอกจากการ forward mail เพื่อรวบรวมรายชื่อแล้วจะมีการปริ๊นท์เป็นกระดาษเพื่อรณรงค์กับประชาชนส่วนใหญ่ที่เข้าไม่ถึงอินเตอร์เน็ตด้วย อีกทั้งขณะนี้มีการติดต่อมาจากนักวิชาการ นักสิทธิมนุษยชนทั้งจากยุโรป เกาหลีใต้ และออสเตรเลีย ว่าจะมีการรวบรวมรายชื่อเพื่อเรียกร้องต่อรัฐบาลไทยไม่ให้ใช้กฎหมายนี้เป็นเครื่องมือทางการเมือง โดยจะเขียนจดหมายถึงนายกรัฐมนตรีไทย และยื่นให้สถานทูตไทยในประเทศต่างๆ
ใจกล่าวอีกว่า ในวันอาทิตย์ที่ 18 ม.ค. เวลา 17.00 น. ที่คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ จะมีการรวมตัวของนักวิชาการเพื่อหารือเรื่องกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพในสถานการณ์ปัจจุบันด้วย ซึ่งงานนี้ริเริ่มโดย David Streckfuss ผู้อำนวยการ Council on International Educational Exchange : CIEE ประจำประเทศไทย
รศ.ใจกล่าวว่า สถาบันกษัตริย์ได้ถูกนำมาอ้างในการต่อสู้ของกลุ่มการเมืองต่างๆ เช่น กรณี รัฐประหาร 19 กันยา และกรณีการปิดสนามบินโดยพันธมิตรฯ เป็นต้น และข้อกล่าวหาเรื่องหมิ่นเดชานุภาพถูกใช้ในการโจมตีฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองมาอย่างต่อเนื่อง จนมีนักวิชากรและนักสิทธิมนุษยชนหลายคนมองว่ากฎหมายหมิ่นเดชานุภาพมีผลในด้านลบต่อสถานบันกษัตริย์
มันเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งที่นักรัฐศาสตร์ในประเทศไทยจะต้องพยายามวิเคราะห์ลักษณะของสถาบันกษัตริย์ในบรรยากาศที่ต้องมีการปกป้องสิทธิเสรีภาพทางวิชาการ และสิทธิเสรีภาพทั่วไปในระบอบประชาธิปไตย การใช้กฎหมายหมิ่นเดชานุภาพเพื่อพยายามปิดปากนักวิชาการเป็นการพยายามสร้างบรรยากาศที่ประชาชนจะไม่สามารถรับรู้แลกเปลี่ยนและถกเถียงเกี่ยวกับสถาบันที่มีความสำคัญกับสังคมไทย ใจ กล่าว
เขากล่าวด้วยว่า เขาได้จัดทำบทความวิชาการทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษที่พยายามวิเคราะห์ลักษณะของสถาบันกษัตริย์ ซึ่งประชาชนสามารถเข้าไปอ่านอย่างเสรีได้ และนำเสนอบทความดังกล่าวในงานประชุมรัฐศาสตร์แห่งชาติที่พึ่งจัดขึ้นที่คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเพื่อพัฒนาความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์อีกด้วย
เขาระบุว่า เนื่องจากข้อกล่าวหาในครั้งนี้มาจากเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาลซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ คำถามสำคัญคือ รัฐบาลใหม่ของพรรคประชาธิปัตย์มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้และคดีอื่นๆ อีกหลายคดีอย่างไรหรือไม่ เนื่องจากก่อนหน้านี้นายกรัฐมนตรีได้ประกาศว่าจะเข้มงวดมากขึ้นในคดีหมิ่นเดชานุภาพ และในวันที่ 23 ธันวาคม 2551 ก็มีการกล่าวหานักข่าว BBC ประจำกรุงเทพในข้อหาเดียวกัน
เราพร้อมที่จะสู้ข้อกล่าวหาคดีหมิ่นเดชานุภาพในทุกรูปแบบเพื่อปกป้องเสรีภาพทางวิชาการและสิทธิเสรีภาพในระบบประชาธิปไตย ใจกล่าว
อนึ่ง รศ.ใจได้แจ้งเปลี่ยนสถานที่แถลงข่าว เป็นที่คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในวันที่ 13 ม.ค. เวลา 12.30 น. ส่วนการไปพบเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ สน.ปทุมวัน นั้น ได้มีการเปลี่ยนแปลงเวลานัดหมายเป็นวันที่ 20 ม.ค. นี้ ขณะที่รายละเอียดเกี่ยวกับการแจ้งข้อกล่าวหาครั้งนี้ รศ.ใจได้สอบถามจากเจ้าหน้าที่ตำรวจและทราบว่ามาจากกรณีการเขียนหนังสือภาษาอังกฤษเรื่อง A Coup for the Rich

สำหรับหนังสือ A Coup for the Rich เป็นหนังสือที่วิจารณ์การทำรัฐประหาร 19 กันยา มีการวิเคราะห์บทบาทสถาบันกษัตริย์ การเมืองของภาคประชาชน และวิกฤตในภาคใต้ ตั้งแต่หนังสือนี้ออกมาในเดือนมกราคมปีที่แล้ว ถูกจำหน่ายไปแล้วมากกว่า 900 เล่ม

รศ.ใจ อึ๊งภากรณ์ เห็นว่า การห้ามเผยแพร่หนังสือวิชาการเป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพและประชาธิปไตย และเป็นการทำลายเสรีภาพทางวิชาการ ซึ่งการกระทำแบบนี้เกิดมากขึ้นในช่วงหลังการทำรัฐประหาร 19 กันยา การมีรัฐบาลใหม่ที่มาจากการเลือกตั้ง ไม่น่าจะสร้างความหวังได้ เพราะจะเป็นรัฐบาลภายใต้การนำของผู้ที่เคยห้ามเผยแพร่หนังสือตอนที่เป็นรัฐมนตรีมหาดไทยหลังเหตุการณ์ 6 ตุลา 19

การห้ามเผยแพร่หนังสือวิชาการ แสดงว่าชนชั้นปกครองไทยกลัวว่าประชาชนจะเข้าถึงข้อมูลจริง และกลัวว่าประชาชนจะคิดเองเป็น จนมองออกว่าถูกโกหกมาอย่างไร ผู้ที่มีความเห็นต่างกัน แต่ไม่อยากปกปิดความจริง สามารถถกเถียงประเด็นทางวิชาการกันได้ในที่สาธารณะ และผมเป็นผู้หนึ่งที่ยินดีให้ผู้อื่นถกเถียงกับการวิเคราะห์ของผมเสมอ

ดังนั้นเราต้องสรุปว่าการสั่งห้ามการเผยแพร่หนังสือเป็นการกระทำของรัฐบาลและชนชั้นปกครองที่มีอะไรเลวร้ายที่ต้องการปกปิดจากประชาชน รศ.ใจ กล่าว


ที่มา เวปไซด์ประชาไท
ยุติการใช้กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพกับผู้รักประชาธิปไตย
เรา พลเมืองที่รักประชาธิปไตยและสิทธิเสรีภาพ ขอคัดค้านการใช้กฏหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพเพื่อทำลายเสรีภาพในการแสดงความเห็น เสรีภาพทางวิชาการ และเสรีภาพทางความคิด เราเรียกร้องให้รัฐบาลยุติคดีต่างๆ ที่เกิดกับกลุ่มคนที่คัดค้านรัฐประหาร 19 กันยา
รัฐประหาร 19 กันยา ได้แอบอ้างความชอบธรรมจากสถาบันเบื้องสูง เพื่อปิดบังเจตนาเผด็จการของฝ่าย คมช. พร้อมทั้งใช้กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพเพิ่มขึ้นในลักษณะที่คุกคามประชาธิปไตยและสิทธิเสรีภาพของประชาชน วัตถุประสงค์ของการใช้กฏหมายนี้ไม่ใช่เพื่อปกป้องสถาบันกษัตริย์ในระบบรัฐธรรมนูญประชาธิปไตย แต่เป็นการพยายามหวังทำลายคนที่ไม่เห็นด้วยกับการทำรัฐประหาร โดยมุ่งสร้างบรรยากาศแห่งความหวาดกลัวแก่ผู้ที่ต้องการแสดงออกตามหลักประชาธิปไตยสากลเยี่ยงอารยประเทศ
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือการขัดขวางสิทธิเสรีภาพทางวิชาการของ รศ. ใจ อึ๊งภากรณ์ ผ่านการตั้งข้อกล่าวหาว่าหนังสือวิชาการของเขาเรื่อง รัฐประหาร 19 กันยา ( Coup for the Rich) “หมิ่นสถาบัน” ตัวอย่างอื่นๆ ของคนที่ถูกโจมตีเพราะไม่ยอมรับรัฐประหาร 19 กันยา มีอีกหลายคน เช่น นักข่าวบีบีซี นักเขียนชาวออสเตรเลีย กรณี จักรภพ เพ็ญแข ที่ถูกกล่าวหาในคดีคล้ายกัน เพื่อกดดันให้เขาลาออกจากตำแหน่งในรัฐบาล เพียงเพราะตั้งคำถามว่าพระมหากษัตริย์ในระบบประชาธิปไตยไทยควรจะเป็นอย่างไร หรือกรณี โชติศักดิ์ อ่อนสูง ที่สงวนสิทธิ์ตามความเชื่อของตนเองอย่างสันติ รวมทั้งกรณี ดา ตอปิโด และบุญยืน ประเสริฐยิ่งเป็นต้น
ความจริงถูกพิสูจน์ซ้ำแล้วซ้ำอีกว่ากฎหมายนี้ถูกนำมารังแกคนที่คิดต่างเท่านั้น ถึงเวลาแล้วที่ผู้รักความเป็นธรรม และต้องการรักษาประชาธิปไตยของไทยไว้ จะร่วมกันรณรงค์อย่างจริงจังเพื่อหยุดยั้ง “การบังคับใช้กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ”
เราผู้มีรายนามท้ายประกาศฉบับนี้ขอเรียกร้องให้มีการยกเลิกกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เพื่อไม่ให้เป็นเครื่องมือของเผด็จการและผู้หวังทำลายระบบประชาธิปไตยอีกต่อไป
ลงนาม..........

ข่าวส่งเสริมคนดี

จำนวนผู้เข้าเยี่มมชม

link to affordable web hosting
Powered by web hosting provider .

สถิติการเข้าชม DMNEWS

eXTReMe Tracker