บล็อคข่าวส่งเสริมคนดี (รักดีหามจั่ว รักชั่วหามเสา หามจั่วก็หนักนะ)

ข่าวจากสื่อ

บทความจากสื่อ

วันศุกร์ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2552

กล่อมสุวิชาสารภาพคดีหมิ่นแลกอิสรภาพ ผู้ต้องหาหลงกลพอถึงชั้นศาลเจอตลบหลังค้านประกัน

ที่มา Thai E-News


รณรงค์กฎหมายหมิ่นฯ-รศ.ใจ อึ๊งภากรณ์ ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหาคดีหมิ่นเบื้องสูงอีกราย จัดประชุมรณรงค์กฏหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพวันอาทิตย์ที่ 18 ม.ค.นี้ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ขอเชิญผู้รักประชาธิปไตยเข้าร่วมประชุม

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
16 มกราคม 2552

ตำรวจกล่อม"สุวิชา ท่าค้อ"ให้สารภาพโพสต์หมิ่นตามเวบไซต์แลกกับอิสรภาพ อ้างจะให้ประกันตัว ผู้ต้องหาจึงรับว่าเพียงแต่ส่งต่อข้อความรูปภาพ ไม่ได้เป็นคนจัดทำเวบไซต์หรือโพสต์หมิ่น แต่พอไปถึงศาลเจอตำรวจตลบหลังค้านประกัน ให้ขังต่อถึง27มกราคม ผวาเจอขังลืมแบบดาตอร์ปิโด-ป้าบุญยืน องค์กรนานาชาติเรียกร้องให้เร่งปล่อยตัวไวที่สุด พร้อมประณาม"มาร์ค"รับปากดิบดีให้เสรีภาพสื่ออินเตอร์เน็ต แค่ข้ามวันรัฐบาลสั่งจับคดีนี้ "ใจ อึ๊งภากรณ์"ผู้ต้องหาอีกรายจัดประชุมวันอาทิตย์นี้ที่ธรรมศาสตร์รณรงค์เคลื่อนไหวสู้กฎหมายคดีหมิ่น


ตร.กล่อม"สุวิชา"สารภาพคดีหมิ่นฯแลกอิสรภาพ แต่ถึงชั้นศาลกลับลำค้านประกัน!

ความคืบหน้ากรณีตำรวจกรมสอบสวนคดีพิเศษ(DSI)จับกุมนายสุวิชา ท่าค้อ ตกเป็นผู้ต้องหาคดีเขียนข้อความหมิ่นเบื้องสูงลงเวบไซต์ต่างๆ เมื่อวานนี้ตำรวจได้เกลี้ยกล่อมให้ผู้ต้องหาสารภาพ โดยมีข้อแลกเปลี่ยนจะให้ประกันตัวในวงหลักทรัพย์3แสนบาท ซึ่งนายสุวิชาได้สารภาพตามการเกลี้ยกล่อมว่า เขาได้กระทำความผิดจริง แต่เป็นเพียงการเห็นข้อความหรือภาพจากเวบไซต์ แล้วส่งต่อ แต่ไม่ได้สร้างเวบไซต์ หรือตัดต่อภาพ หรือทำเวบไซต์เองเพื่อเผยแพร่ข้อความหรือภาพหมิ่นเบื้องสูง

เรื่องข่าวที่คาดว่าจะได้ประกันตัวหลังจากรับสารภาพในชั้นพนักงานสอบสวนตำรวจแล้ว สร้างความหวังและความดีใจให้กับผู้ต้องหา และญาติมิตรอย่างมาก เพราะกลัวโดนขังลืมแบบกรณี"ดาตอร์ปิโด"หรือเงียบๆแบบกรณี"ป้าบุญยืน" แต่อย่างไรก็ตามในช่วงเย็นข่าวดีเปลี่ยนเป็นข่าวร้าย เมื่อไปยื่นขอประกันตัวกับศาล แต่แล้วศาลไม่ให้ประกันตัว ทำความผิดหวังให้อย่างมาก อย่างไรก็ตามในวันจันทร์ผู้ต้องหาจะยื่นประกันตัวอีกครั้ง

"ตำรวจกล่อมให้นายสุวิชารับสารภาพ แล้วบอกจะได้ประกันตัว แต่พอไปถึงศาล บอกว่าศาลไม่ให้ประกัน หวังว่านายสุวิชาจะไม่โดนขังลืมแบบดาตอร์ปิโดนะ"คนใกล้ชิดนายสุวิชาเปิดเผย

เผยตำรวจค้านประกันเสียเองหลังใช้เล่ห์กล่อมผู้ต้องหาให้สารภาพ

เวบไซต์ผู้จัดการลงข่าวนี้ว่า วันนี้ (16 ม.ค.) ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ควบคุมตัว นายสุวิชา หรือชินภัสร์ ท่าค้อ อายุ 34 ปี ผู้ต้องหาคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพผ่านทางเว็บไซต์ มาขออำนาจศาลฝากขังครั้งแรก เป็นเวลา 12 วัน จนถึง 27 ม.ค.52 เนื่องจากการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้นต้องรอสอบปากคำพยานอีก 15 ปาก รอผลการตรวจพิสูจน์หลักฐานทางคอมพิวเตอร์จำนวน 3 เครื่อง แผ่นซีดี และเอกสารอีกจำนวนหลายรายการ พร้อมขอคัดค้านการประกัน เนื่องจากคดีนี้เป็นคดีสำคัญ เกรงว่าผู้ต้องหาจะกระทำผิดซ้ำอีก และอาจมีพฤติการณ์หลบหนี

คำร้องระบุว่าพฤติการณ์ผู้ต้องหาว่า ระหว่างวันที่ 27 เม.ย. - 26 ธ.ค.51 ผู้ต้องหาได้กระทำผิดกฎหมายหลายบทหลายกรรม ด้วยการเผยแพร่ข้อมูลรูปภาพซึ่งเป็นการกระทำดูหมิ่นองค์พระมหากษัตริย์ และองค์รัชทายาท โดยวันที่ 14 ม.ค.52 พนักงานสอบสวนติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ตามหมายจับศาลอาญา ที่ 92/2552 บริเวณหน้าร้านสุวรรณการช่าง ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครพนม ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ฝากขังตามคำร้อง

นักนิติศาสตร์ตะลึงรมต.ยุติธรรมเกสตาโปจับคดีหมิ่นแล้วให้อุ้มเงียบ-"ใจ"ประชุมวาระกฎหมายหมิ่นวันอาทิตย์นี้

รองศาสตราจารย์ใจ อึ๊งภากรณ์ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า ในวันอาทิตย์นี้(18ม.ค.)จะจัดประชุมที่ห้อง LB201 คณะศิปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เวลา 17.00น. จะมีการพูดคุยกันว่าจะรณรงค์เรื่องกฏหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ หรือมาตรา112อย่างไร จึงขอเชิญทุกท่านที่สนใจเรื่องนี้ เข้าร่วมประชุม

รศ.ใจยังได้วิจารณ์การที่รัฐมนตรียุติธรรมไทยให้สัมภาษร์อ้างว่า กฏหมายหมิ่นเดชานุภาพเป็นเรื่อง ความมั่นคงแห่งชาติว่า การอ้างเรื่องความมั่นคงเป็นข้ออ้างที่เผด็จการทหารใช้มาตลอดในการลดสิทธิเสรีภาพ

นายปิยะบุตร แสงกนกกุล อาจารย์นิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้วิจารณ์การให้สัมภาษณ์ของรัฐมนตรียุติธรรมที่ว่าไม่อยากให้ข่าวการจับกุมผู้ต้องหาคดีหมิ่นเบื้องสูงออกมาเป็นข่าวด้วยว่า"นี่ผมอ่านไม่ผิดนะครับ คนให้สัมภาษณ์เป็น รมต.ยุติธรรม คนให้สัมภาษณ์เป็นอดีตผู้พิพากษา คนให้สัมภาษณ์เป็นนักกฎหมาย!แหม ต้องขยี้ตาซ้ำแล้วซ้ำเล่า นึกว่าเป็นหัวหน้าเกสตาโป นึกว่าเป็นไฮน์ริช ฮิมเลอร์"

ทั้งนี้นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค แสดงความกราดเกี้ยวใส่อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)กรณีเข้าจับกุมผู้ต้องหาเขียนลงตามเว็บไซต์มีเนื้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ว่า เรื่องดังกล่าวไม่ใช่เรื่องที่ควรจะเป็นข่าว ตนกำชับ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อธิบดีดีเอสไอ ให้กำกับดูแลไม่ให้เป็นข่าว แต่กลับมีการเผยแพร่ข่าวออกไป ขอให้กรณีนี้เป็นบทเรียน และให้ดูแลอย่าให้การจับกุมลักษณะนี้ถูกเผยแพร่ไปอีก เพราะคดีบางอย่างต้องเก็บไว้เป็นความลับเพื่อสอบสวนขยายผลต่อไป เมื่อข้อมูลถูกเปิดเผยทำให้แนวทางการสอบสวนลำบากมากขึ้น ดังนั้นความคืบหน้าในคดีนี้ดำเนินไปตามกระบวนการยุติธรรม



องค์กรสื่อไร้พรมแดน ซึ่งเป็นองค์กรเอกชนนานาชาติประนามมาร์คตระบัดสัตย์ รับปากดิบดีกับเอ็นจีโอที่เข้าพบว่าจะส่งเสริมเสรีภาพในการสื่อสารกับสื่อและประชาชน พอข้ามวันสั่งจับนักเล่นอินเตอร์เน็ต"สุวิชา ท่าค้อ" เรียกร้องให้แสดงความจริงใจด้วยการปล่อยตัวให้ไวที่สุด ส่วนกลุ่มเสรีภาพต่อต้านการเซ็นเซอร์แห่งประเทศไทยเข้าสืบสวนกรณีนี้แล้ว เผยผู้ต้องหาถูกขู่ให้หวาดผวาอย่างหนัก เจ้าหน้าที่กดดันข่มขู่จะนำตัวไปพบผู้ทรงอิทธิพลในประเทศ รมต.ยุติธรรมสวมบทเกสตาโปอยากให้จัดการเงียบๆ อายข่าวจะแพร่ไปยังต่างประเทศ


กลุ่มเสรีภาพต่อต้านการเซ็นเซอร์แห่งประเทศไทย (FACT)ซึ่งเป็นเครือข่ายของผู้ไม่เห็นด้วยกับการปิดกั้นข้อมูลข่าวสารโดยรัฐ และเป็นองค์กรสมาชิกในการรณรงค์เพื่ออินเทอร์เน็ตเสรีของโลก (GILC) และมีองค์กรพันธมิตรมากกว่า 50 องค์กรทั่วโลก ได้เข้ามาสอบสวนกรณีนายสุวิชา ท่าค้อ หรือนุ้ยนครพนม ถูกทางการไทยจับกุมตัว โดยกล่าวหาว่าเขียนข้อความหมิ่นเบื้องสูงในอินเตอร์เน็ตแล้ว ขณะที่รัฐมนตรียุติธรรมของไทยแสดงความโกรธเคืองตำรวจที่เผยแพร่ข่าวดังกล่าว โดยรัฐมนตรียุติธรรมต้องการทำให้เรื่องเงียบที่สุด

ขณะเดียวกันองค์กรผู้สื่อข่าวไร้พรมแดนได้ออกแถลงฉบับหนึ่ง (ลิงก์) กล่าวตำหนินายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะว่า เหมือนกับตระบัดสัตย์ที่รับปากกับเครือข่ายพลเมืองไทยว่าจะให้เสรีภาพแก่สื่อและประชาชน พอข้ามวันก็เกิดการจับกุมนายสุวิชา และเรียกร้องให้ปล่อยตัวโดยไวที่สุด

แหล่งข่าวใดล้ชิดของนายสุวิชาเปิดเผยว่า ผู้ต้องหาตกอยู่ในอาการหวาดกลัวมากในการถูกดำเนินคดีดังกล่าว เพราะถูกเจ้าหน้าที่พูดเป็นทำนองว่าอาจนำตัวเขาไปยังสถานที่บางแห่ง ไปพบบุคคลผู้ทรงอิทธิพลในประเทศบางคน

"สุวิชาเป็นเพียงนักกีฬาร่มบิน เขาเล่นกีฬาร่มบิน(พารามอเตอร์)จนมีชื่อเสียงด้านนี้ นิสัยโดยส่วนตัว เหล้าไม่ดื่ม บุหรี่ไม่สูบด้วยซ้ำ
เขาไม่เคยเป็นโจร ห้าร้อย โหดเหี้ยม แค่โดนจับ คนในครอบครัวก็เสียขวัญกันไปหมดแล้ว"แหล่งข่าวกล่าว และว่าตำรวจได้อนุญาตให้เข้าเยี่ยมผู้ต้องหาได้ในวันนี้ หลังจากเขาถูกจับกุมตัวเข้ากรุงเทพฯเมื่อค่ำวันก่อน

FACT ระบุว่าสุวิชาเป็นผู้ต้องหารายที่สามต่อจากนักเล่นอินเตอร์เน็ตที่ใช้นามแฝงว่า"พระยาพิชัย"และ"ท่อนจัน"ที่โดนจับกุมตัวดำเนินคดีฐานความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ และมีพฤติการณ์ทำนองเดียวกันคือเมื่อเข้าจับกุมตัวแล้วเจ้าหน้าที่พยายามปิดเงียบไม่ให้เป็นข่าว โดยกรณีของสุวิชาถูกดำเนินคดีจากการแกะรอยIPที่เขาไปเขียนตามเวบบอร์ดสาธารณะ ซึ่งFACTจะติดตามกรณีของสุวิชาต่อไป รวมทั้งสืบสวนว่าเขาเขียนอะไรลงไปในเวบบอร์ด จนนำไปสู่การถูกจับกุมดำเนินคดี และจะนำเสนอเรื่องนี้ในเวบไซต์ของFACT

ขณะเดียวกันกลุ่มนักข่าวไร้พรมแดน ซึ่งเป็นองค์กรรณรงค์เรื่องสื่อในระดับนานาชาติได้ออกมากล่าวตำหนิทางการไทยในกรณีจับกุมนายสุวิชาด้วยฐานความผิดหมิ่นสถาบันกษัตรยิ์ทางอินเตอร์เน็ต ทั้งที่กลุ่มเครือข่ายพลเมืองไทยเพิ่งเข้าพบนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีไทย และได้หารือในเรื่องเสรีภาพของสื่อและประชาชนผ่านทางอินเตอร์เน็ต เพื่อหาทางผ่อนเบาการเข้มงวดเสรีภาพในการแสดงความเห็นทางอินเตอรืเน็ต รวมทั้งกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ แต่หลังจากนั้นแค่วันเดียวก็เกิดกรณีนี้ขึ้น

"เราหวังว่ารัฐบาลไทยจะปล่อยตัวนายสุวิชาโดยไวที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ หากเขาไม่ได้กระทำการรุนแรงใดกว่าบรรทัดฐานของประชาธิปไตย"องค์กรสื่อไร้พรมแดนกล่าว"นี่เป็นโอกาสที่รัฐบาลไทยจะได้แสดงความจริงใจต่อการหารือกับองค์กรต่างๆที่ว่าจะส่งเสริมเสรีภาพของประชาชน และสื่อสารมวลชน"

ก่อนหน้านั้นนายพีรพันธุ์ สาลีรัฐภวิภาค ออกมาแสดงความเกรี้ยวกราดใส่กรมสอบสวนคดีพิเศษ(DSI)ที่ปล่อยให้มีข่าวจับกุมออกมา โดดยเขาอยากให้เรื่องเงียบที่สุดเท่าที่จะเงียบได้ ทั้งนี้นักสังเกตการณ์ทางการเมืองกล่าวว่า เพราะทางการไทยอ่อนไหวต่อประเด็นที่จะถูกขยายวงไปสู่การรณงค์เรื่องนี้ไปยังนานาชาติ และนำความเสื่อมเสียมายังสถาบันฯ

ข่าวส่งเสริมคนดี

จำนวนผู้เข้าเยี่มมชม

link to affordable web hosting
Powered by web hosting provider .

สถิติการเข้าชม DMNEWS

eXTReMe Tracker