บล็อคข่าวส่งเสริมคนดี (รักดีหามจั่ว รักชั่วหามเสา หามจั่วก็หนักนะ)

ข่าวจากสื่อ

บทความจากสื่อ

วันพฤหัสบดีที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2551

รัฐบาลนายกฯสมชาย ควรเร่งดำเนินการขอตัวนายกฯทักษิณจากอังกฤษในฐานะผู้ร้ายข้ามแดน โดยเร็ว และจริงจัง


บทความ โดย ลูกชาวนาไทย


เรื่องนี้ฝ่ายค้าน กลุ่มพันธมิตร และพวกที่เกลียดทักษิณต่างกระดี้กระด้า บีบให้รัฐบาลนายสมชาย วงศ๋สวัสดิ์ ให้ดำเนินการขอตัวนายกฯทักษิณ จากประเทศอังกฤษในฐานะผู้ร้ายข้ามแดน มารับโทษในประเทศไทยให้ได้


กรณีเรื่อง “ผู้ร้ายข้ามแดน” ที่ประเทศไทยมีสนธิสัญญาเรื่อง การส่งผู้ร้ายข้ามแดนกับประเทศอังกฤษอยู่นั้น ผมทราบอยู่ว่า กฎหมายเกี่ยวกับผู้ร้ายข้ามแดนของอังกฤษนั้น ไม่ใช่การขอตัวระหว่างรัฐบาลไทย กับรัฐบาลอังกฤษ แต่เป็นกระบวนการที่ จะต้องมีการไปฟ้องที่ศาลชั้นต้นของอังกฤษ ณ ศาลพื้นที่ ที่ผู้ต้องหาพำนักอยู่ รัฐบาลไทย โดยสำนักงานอัยการสูงสุด จะต้องยื่นฟ้อง นายกฯทักษิณ ต่อศาลอังกฤษ ซึ่งจะต้องมีการพิจารณาคดี เสมือนคดีนั้นเกิดขึ้นในประเทศอังกฤษ และจะต้องมีกฎหมายอังกฤษบัญญัติไว้ด้วยว่าการกระทำนั้นมีความผิดตามกฎหมายของอังกฤษ และจะต้องต่อสู้กันถึง 3 ศาล จนกว่าศาลสูงอังกฤษจะพิพากษาว่า "นายกฯทักษิณผิดจริง จึงจะมีการส่งตัวมารับโทษในประเทศไทย

ดังนั้น การทำอย่างนี้ ก็จะเป็นการประจานกระบวนการยุติธรรมของไทย และศาลไทยอย่างเต็มที่ว่า "ได้มาตรฐานสากลหรือไม่” เป็นการนำเอาคดีเหล่านี้ ขึ้นสู่ระบบศาลที่เป็นมาตรฐานสากล นี่จึงเป็น "การประจานศาลไทย" ให้ชาวโลกได้เห็นว่า มีความล้าหลัง ไร้มาตรฐาน และป่าเถื่อนขนาดไหน และเป็นการย้อนรอยกระบวนการศาลไทย ที่มีระบบตั้งธงนำ อยากเจ็บแสบที่สุด


เรื่องนี้ จะเป็นผลดีต่อนายกฯทักษิณมากกว่าเป็นผลเสีย เพราะเป็นการต่อสู้กันในประเทศเป็นกลาง มีความเป็นประชาธิปไตย และมีอารยะธรรมสูงอย่างขาวสะอาด และเป็นบรรทัดฐานต่อไป ซึ่งผลจะออกมาเป็นอย่างไร ก็คือการตบหน้ากระบวนการยุติธรรมของประเทศไทยภายใต้ อำนาจมืดนั่นเอง

รวมทั้งเป็นการตบหน้า ผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญให้ได้อับอายขายหน้าไปทั่วโลก และผมเชื่อว่าทั่วโลกเขาก็ทราบอยู่ว่าเป็นใคร

การจะช่วยท่านนายกฯทักษิณมีแต่วิธีนี้เท่านั้นครับ และเป็นการช่วยอย่างขาวสะอาดที่สุด

เป็นการย้อนรอย ประจานศาลไทยอย่างเจ็บแสบที่สุดครับ ศาลที่ไม่คำนึงถึงหลักนิติธรรม มีสองมาตรฐานจะต้องได้รับการประนาม จากนานาอารยะประเทศให้สาสมครับ

ระบบการส่งผู้ร้ายข้ามแดนของอังกฤษ ไม่เหมือนกับของไทย

กฎหมายไทยนั้น เมื่อมีการประสานขอความร่วมมือมาจากต่างประเทศ รัฐบาลไทยโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (ตำรวจ) ก็จะจับกุมผู้ต้องหา และส่งไปให้รัฐบาลประเทศที่มีสัญญาเรื่องนี้กับประเทศไทย ซึ่งกระบวนการไม่ได้ผ่านระบบศาลแต่อย่างใด

ดังนั้นคนไทย บางกลุ่มที่เกลียดนายกฯทักษิณ เข้าใจว่า รัฐบาลอังกฤษจะดำเนินการให้ โดยจับนายกฯทักษิณ ส่งให้รัฐบาลไทย แบบเดียวกับกฎหมายไทย

ซึ่งเป็นการเข้าใจเอาแต่ข้างเดียว และก็คิดว่าจะไปอ้างเอากับรัฐบาลอังกฤษได้ว่า คดีที่ท่านนายกฯทักษิณโดนนั้น ไม่ใช่คดีการเมือง แต่เป็นคดีทุจริต คดีอาญาเป็นต้น นี่ผมได้ยินคนที่สนับสนุนพันธมิตร ในที่ทำงานผมพูดกันอย่างนี้ โดยที่คนพวกนี้มีแต่ความเชื่อ แต่ไม่เคยศึกษาระบบกฎหมายของประเทศที่เจริญแล้วเลย

ที่จริงหากเป็นอาชญากรจริงๆ มีหลักฐานเอาผิดครบถ้วน ไม่ว่าจะพิจารณาในศาลไหน จำเลยก็ต้องผิดอยู่วันยังค่ำ แต่ลักษณะการกระทำความผิด จำต้องมีอยู่ในกฎหมายของประเทศนั้นด้วย เช่น ฆ่าคนตาย หรือการค้ายาเสพติด การคอรัปชั่น (ไม่ใช่คอรัปชั่นทางนโยบายบ้าบอของวาทกรรมพรรคประชาธิปัตย์) การกระทำอย่างนี้ กฎหมายประเทศไหนก็มีบัญญัติไว้ให้เป็นความผิด และหากมีหลักฐานครบถ้วน การขึ้นศาลที่ได้มาตรฐาน ถึงอย่างไรก็ผิด



แต่หากเป็นการกลั่นแกล้งกันด้วยอำนาจการเมือง อำนาจมืด อำนาจนอกรัฐธรรมนูญ แบบนี้เอาไปขึ้นศาลในประเทศที่เจริญแล้ว มีหลักนิติธรรมที่เข็มแข็ง ไม่ถูกแทรกแซง โดยผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญ จำเลยก็จะได้รับความเป็นธรรมอย่างเต็มที่

คนไม่ผิด ไปขึ้นศาลที่เป็นสากล ได้มาตรฐาน ยึดหลักนิติธรรม ถึงอย่างไรก็ไม่ผิดหรอกครับ

การดำเนินการในเรื่องนี้นั้น คงต้องดำเนินการโดยสำนักอัยการสูงสุด ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศจะต้องเป็นผู้ติดต่อประสานงานให้ คงจะต้องมีการส่งทนายไปฟ้องที่ศาลชั้นต้นของอังกฤษ และมีการต่อสู้คดีกันตามกฎหมายของอังกฤษ

อัยการของไทย ก็จะทำหน้าที่เป็นโจทก์ รวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ให้เต็มที่ สู้คดีในศาลอังกฤษ และคงต้องมีการจ้างทนายความของอังกฤษด้วย เพราะรู้หลักกฎมายอังกฤษดี

เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่ทำได้อย่างซี้ซั้วหรือมักง่าย เพราะประเทศพัฒนาแล้ว เขาคงไม่ยินยอมให้มีการละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยไม่มีหลักนิติธรรมแต่อย่างใด

แต่อย่างไรก็ตาม รัฐบาลนายกฯสมชาย วงศ์สวัสดิ์ จะต้องเร่งดำเนินการเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพื่อเป็นการช่วยนายกฯทักษิณ ในทางอ้อมครับ และเป็นการฟอกตัวท่านนายกฯทักษิณ อย่างขาวสะอาดที่สุดด้วย และฝ่ายตรงข้ามก็โจมตีรัฐบาลไม่ได้ว่าปกป้องท่านนายกฯทักษิณ

จาก thaifreenews

เมื่อ Awareness ปะทะกับ Loyalty คำถามถึงสื่อมวลชนไทย

บทความ โดย Bugbunny

ผมยังจำท่าทีถากถางเย้ยหยันของผู้ร่วมสนทนาคนหนึ่งในวงพูดคุยเรื่องสถานการณ์ได้ดี เพราะผมเป็นเพียงคนเดียวที่ไม่ให้ราคาความสำคัญกับ ASTV มากนัก แต่โดนสวนมาว่ารู้ไหม ASTV เดี๋ยวนี้มีในอีสานแล้ว ผมไม่ได้โต้แย้งเพราะยังต้องการให้การสนทนาดำเนินต่อไป ในขณะที่ในใจเพียงแต่อยากถามว่า แล้วคนอีสานเชื่อตาม ASTV หรือเปล่า? ข้อมูลของพวกเขาสามารถสร้าง Convincing Power ให้เกิดกับผู้รับสารได้หรือเปล่า? เราไม่ควรมองแค่การที่สื่อพยายามสร้าง Awareness แล้วเราก็เข้าไปยอมรับ ทั้ง ๆ ที่ความจริงมันต้องมองต่อไปด้วยว่า ข้อมูลของ ASTV นั้นมีผลต่อ Loyalty ในหมู่ประชาชนที่สร้างสรรค์ขึ้นมาด้วยผลประโยชน์อันจับต้องได้อย่างแท้จริงจากรัฐบาลและ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้แค่ไหนต่างหาก

สำหรับผมแล้ว ASTV สร้างไม่ได้มาก สร้างได้แต่ Awareness เท่านั้น ท่าทีที่ใช้การด่าทอด้วยถ้อยคำรุนแรงแสดงตนว่าเป็นนักสู้ผู้กล้าหาญ ฯลฯ คือ Positioning ของ ASTV และถูกใจคนที่ตัดสินทุกอย่างด้วยอารมณ์ชื่นชอบหรือเกลียดชังรวมทั้งการบูชาตัวบุคคลเท่านั้น มันมีสภาพไม่ต่างจากการที่คนชื่นชมการปราศรัยของ ฮิตเลอร์ เหมา ฯลฯ ไม่ได้หยุดคิดด้วยวิจารณญานว่า ASTV ชี้ทางออกที่ถูกต้องให้กับสังคมอย่างเป็นรูปธรรมจริงหรือเปล่า นอกจากฝันว่าจะเป็นเช่นนั้นเช่นนี้โดยไม่ต้องลงมือทำจริง ๆ หรือง่าย ๆ พูดอะไรก็พูดได้ แต่ทำได้อย่างที่พูดหรือเปล่า

การสร้าง Awareness เป็นงานของสื่อ ไม่มีใครปฏิเสธได้ แต่หากเอา Marketing Communication มาจับแล้ว จุดสำคัญที่สุดของมันคือการทำให้เกิด Believability ขึ้นให้ได้ในกลุ่มเป้าหมายต่างหาก ซึ่งมันจะต้องมาจากเนื้อหาที่น่าเชื่อถือ มี Reason Whyที่ชัดเจน ตัว Product เองก็ต้อง Lift up to it’s claimed แล้วมันจะกลายเป็นความภักดีหรือ Loyalty ที่คราวนี้ยากนักที่จะทำให้หลุดไปจากใจประชาชน ยกเว้นว่าผลิตภัณฑ์นั้นไม่พัฒนาให้ตามทันความเปลี่ยนแปลงของประชาชนส่วนใหญ่ มันก็จะตายไปตามหลักการ Product Life Cycle นี่คือความเป็นอนิจจังของผลิตภัณฑ์ ที่ไม่ได้ต่างไปจากความเป็นอนิจจังทางการเมือง

พรรค ปชป. มีสิ่งที่เขาสร้างขึ้นในภาคใต้ของประเทศมานานคือ Loyalty ของพรรคในฐานะพรรคคนใต้ ต่อต้านเผด็จการ เขาเคยมีผู้แทนจากเกือบทุกเขตในหลายภาคทั่วประเทศรวมทั้งภาคเหนือภาคอีสานมาแล้ว แต่วันนี้ฐานใหญ่ของเขาเหลืออยู่แค่ภาคใต้ แต่ถ้าพรรค ปชป.ยังคงทำตนสนับสนุนเผด็จการแบบนี้ต่อไป อนาคตของเขาก็จะไม่ได้สดใสแน่นอนแม้แต่ในบ้านเกิด เพราะคนใต้นั้นไม่ได้นิยมเผด็จการ พวกเขาเป็นนักสู้ต่อต้านเผด็จการมายาวนานในประวัติศาสตร์โดยตลอด Loyalty ของพรรค ปชป.จะลดลงเมื่อพรรคของเขาไม่ได้มีคุณสมบัติที่ Lift up to it’s claimed เช่นกัน

ฝากบอกผ่านไปยังสื่อทั้งหลายว่า การวิเคราะห์ตามหลักการเช่นนี้ เป็นสิ่งที่สื่อมวลชนจะต้องเอามาวิเคราะห์ตัวเองให้ชัดเจนด้วย การสร้าง Awareness ของสื่อนั้นทำได้ แต่มันสร้าง Loyalty ให้เกิดกับตัวสื่อเองจากประชาชนหรือไม่ หากผลิตภัณฑ์หรือข้อมูลที่สื่อทั้งหลายนำออกมานั้นเป็นข้อมูลเลว ๆ Loyalty ของตัวสื่อเองในหมู่ประชาชนก็จะลดลงและหายไปในที่สุด ตอนนี้ยอดขายต่าง ๆ และยอด Viewer น่าจะบอกกับสื่อต่าง ๆ ได้แล้วว่ามีการลดลงจนน่ากังวลของผู้ชมรายการและผู้ซื้อหนังสือพิมพ์ อยากให้พิจารณาและวิจารณ์ตนเองกันดูบ้าง

สรยุทธ สุทัศนจินดา เคยเป็นพิธีกรชั้นนำทำเงินได้วันละหลายหมื่นหลายแสนบาท แต่การกระทำของเขาในวันที่เชิญผู้นำเหล่าทัพมาออกทีวีนั้น คือการทำร้าย Loyalty ของตัวเขาเอง จะเชื่อหรือไม่ก็ตามใจ เพราะเขาเอาสิ่งไร้คุณภาพทางการเมืองอันได้แก่การปฏิวัติรัฐประหารมานำเสนอสู่สาธารณชน สนธิ ลิ้มทองกุล ก็เคยเป็นหนึ่งในจอโทรทัศน์ แต่วันนี้เขาไม่เหลือความเชื่อถืออะไรอีกเลยในสายตาประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศก็เพราะการกระทำของตัวเองที่หลงไหลอยู่กับวิธีสร้าง Awareness ที่ไม่ได้สร้าง Loyalty ตอนนี้ Loyalty ของเขาหลงเหลืออยู่เฉพาะในหมู่แม่ยกและสาวกหน้ามืดตามัวจำนวนไม่มากนักเท่านั้น เมื่อเทียบกับประชาชนส่วนใหญ่ ในสังคม ซึงเราก็คงต้องปล่อยไป เพราะศรัทธาบางทีก็ไม่จำเป็นต้องมีเหตุผล เหมือนกับกรณีพระยันตระในอดีต

เราเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงในสื่อหนังสือพิมพ์หลายฉบับวันนี้ เห็นการรายงานข่าวสองด้านมากขึ้น การกล้าปะทะกับเครือผู้จัดการอย่างไม่กลัวเกรงของข่าวสด การเสนอภาพปกโดยไม่ Pretending ของนิตยสารการเมืองรายสัปดาห์ในสภาพที่ไม่ใช่คัดเลือกแล้วส่งมา ได้ยินรายการวิทยุหลายสถานีที่ประกาศตนชัดเจนว่าต่อต้านพันธมิตร หรือ Public Figure แบบคุณปลื้มที่เคยระวังตัวมากเมื่อก่อน กล้าออกมาโชว์ความคิดอิสระในวันนี้ อยากบอกว่าสถานการณ์เช่นนี้จะขยายตัวมากยิ่งขึ้นอีก เพราะAwareness ที่สื่อมวลชนฝ่ายเผด็จการศักดินาอำมาตย์พยายามสร้างขึ้นนั้นมันไม่สามารถสร้าง Loyalty ให้เกิดขึ้นในหมู่ประชาชน รวมทั้งทำให้ Loyalty ที่ประชาชนเคยมีในอดีตต่อตัวสื่อเองลดหายไปเกือบหมดแล้ว เพราะ Claim และ Positioning ของสื่อกลุ่มนั้นที่เคยยืนยันว่า ต่อต้านเผด็จการ รักประชาธิปไตย มันไม่ได้ Lift up to it’s claimed ของพวกเขาเลยในวันนี้ อีกไม่นานสื่อเหล่านี้ก็จะตายไปเอง คอยดูก็แล้วกัน มันพิสูจน์มาแล้วทั่วโลก

จาก thaifreenews

ข่าวส่งเสริมคนดี

จำนวนผู้เข้าเยี่มมชม

link to affordable web hosting
Powered by web hosting provider .

สถิติการเข้าชม DMNEWS

eXTReMe Tracker