บล็อคข่าวส่งเสริมคนดี (รักดีหามจั่ว รักชั่วหามเสา หามจั่วก็หนักนะ)

ข่าวจากสื่อ

บทความจากสื่อ

วันจันทร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

อดีตนปก.เดินหน้าถอดปปช.


อดีตแกนนำนปก.เดินหน้าเคลื่อนไหวถอดถอนปปช.เร่งรวบรวมรายชื่อประชาชนไม่น้อยกว่า สองหมื่นรายชื่อนำเสนอประธานวุฒิสภา

เวลา 10.45 น.กลุ่มสมาพันธ์ประชาธิปไตย กลุ่มวิทยุชุมชนคนแท็กซี่ กลุ่มสตรีเพื่อประชาธิปไตย กว่า 30 คน นำโดย นางประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ อดีตแกนนำนปก. และนายชินวัฒน์ หาบุญพาด ในฐานะผู้ริเริ่มเข้าชื่อถอนคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) ได้มาแสดงตนเพื่อเข้าชื่อต่อประธานวุฒิสภาเพื่อรวบรวมรายชื่อถอดถอนปปช.ต่อไปโดยมีนายนิคม ไวยพาณิช รองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 มารับหนังสือแทน

นางประทีป กล่าวว่า ในฐานะผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งจะไปรวบรวมรายชื่อประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งไม่น้อยกว่า สองหมื่นรายชื่อนำเสนอ ประธานวุฒิสภาต่อไป เนื่องจากปปช.ทั้ง 8 คน ได้จงใจฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญหรือมีพฤติการณ์ที่เป็นที่เสื่อมเสียต่อเกียรติของการดำรงตำแหน่งอย่างร้ายแรง ป.ป.ช.ถูกตั้งขึ้นมาตามรัฐธรรมนูญ 2540 และมีพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญพ.ศ. 2542 ให้มีการแต่งตั้งป.ป.ช. โดยผู้ที่ได้รับเลือกต้องผ่านการรับรองจากวุฒิสภา และต้องมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้ง แต่หลังจากเกิดเหตุการณ์ 19 ก.ย. 49 คปค.ได้ยึดอำนาจการปกครอง เป็นผลให้รัฐธรรมนูญปี 2540 ต้องถูกยกเลิก ต่อมาวันที่ 22 ก.ย. 49 คปค. ได้มีประกาศคปค.ฉบับที่ 19 ให้กฎหมายบางฉบับมีผลบังคับใช้ต่อไป คือพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยป.ป.ช.ปี 42 แต่ให้งดใช้บทบัญญัติเกี่ยวกับการสรรหา แต่ได้มีการตั้งป.ป.ช.ขึ้นมาจำนวน 8 คนดังกล่าว กระทั่งคปค.ได้สิ้นสุดการปฏิบัติหน้าที่ ป.ป.ช.ต้องถือว่าพ้นจากตำแหน่งไปด้วย

นางประทีป กล่าวว่า การปฏิบัติหน้าที่ของป.ป.ช.ถือว่าผิดรัฐธรรมนูญมาตรา 248 และ 249 กลุ่มสมาพันธ์ฯจึงจะดำเนินการยื่นถอดถอน ซึ่งยืนยันว่าการดำเนินการครั้งนี้เป็นคนละส่วนกับพรรคพลังประชาชน แต่ดำเนินการในฐานะคนไทยคนหนึ่ง ที่ต้องการให้หน่วยงานที่ตรวจสอบอำนาจรัฐทำงานด้วยความถูกต้อง และเหตุผลของการยื่นถอดถอนไม่เกี่ยวกับนายกรัฐมนตรี เพราะหากที่มาขององค์กรด้านตรวจสอบไม่ถูกต้องก็ไม่สมควรที่จะต้องปฏิบัติหน้าที่ต่อไป

นายชินวัฒน์ ในฐานะผอ.คนวิทยุชุมชนคนแท็กซี่ กล่าวว่า การดำเนินการของกลุ่มไม่เกี่ยวกับพรรคพลังประชาชน เพราะที่ผ่านมาได้มีการดำเนินการต่อต้านอำนาจเผด็จการมาอย่างต่อเนื่องและป.ป.ช.เป็นหน่วยงานสุดท้ายที่ยังเหลืออยู่หลังจากมีการยึดอำนาจ เมื่อคปค.พ้นไปแล้วป.ป.ช.ก็ต้องพ้นตามไปด้วย เพราะมีที่มาไม่ถูกต้อง ที่สำคัญป.ป.ช.ไม่ได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งตามรัฐธรรมนูญปี 2540 ที่องค์กรอิสระต้องได้รับการสรรหาและโปรดเกล้าแต่งตั้งจึงปฏิบัติหน้าที่ได้ ดังนั้นป.ป.ช.ที่ปฏิบัติหน้าที่ขณะนี้ถือเป็นองค์กรเถื่อน จึงขอเรียกร้องให้ป.ป.ช.ลาออกจากตำแหน่งทั้งหมด และคืนเงินเดือนที่เป็นภาษีของประชาชนทั้งหมดนับแต่ได้รับเงินเดือนครั้งแรก

นายชินวัฒน์ กล่าวว่า หากป.ป.ช.ยังดื้อดึงที่จะปฏิบัติหน้าที่ต่อไป ทางกลุ่มพร้อมด้วยเครือข่าย 24 มิถุนาเพื่อประชาธิปไตย กลุ่มสตรีเพื่อประชาธิปไตย กลุ่มพลเมืองภิวัฒน์ และพี่น้องประชาชนหลายภาคส่วนจะเดินทางไปชุมนุมที่หน้าป.ป.ช.ในวันที่ 22 ก.ค.นี้เวลา 10.00 น. เพื่อเรียกร้องให้ป.ป.ช.ทั้งคณะ หากยังไม่ลาออก อาจจะมีการหาแนวทางเพื่อชุมนุมยืดเยื้อกดดันต่อไป

เมื่อถามว่าเมื่อเห็นว่าการปฏิบัติหน้าที่ของป.ป.ช.ไม่ถูกต้อง เหตุใดไม่เขาชื่อยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยก่อนมายื่นถอดถอน นายชินวัฒน์ กล่าวว่า การตั้งป.ป.ช.ผิดรัฐธรรมนูญตรงไหน เพราะคปค.เป็นคนตั้งป.ป.ช.ขึ้นมา ซึ่งถือว่าผิดกฎหมาย ไม่เกี่ยวกับการกระทำผิดรัฐธรรมนูญ เมื่อมีการตั้งองค์กรที่ไม่ได้รับการโปรดเกล้าฯมาปฏิบัติหน้าที่ถือว่าเป็นองค์กรเถื่อน แล้วจะปฏิบัติตามกฎหมายได้อย่างไร เมื่อที่มาไม่ถูกต้องก็ต้องถอยออกไป โดยทางกลุ่มจะดำเนินการถึงที่สุด

นายชินวัฒน์ กล่าวอีกว่า ในวันที่ 21 ก.ค. อดีตกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ (นปก.) จะจัดงานครบรอบ 1 ปีรำลึกบันทึกสีม่วง เพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์ที่กลุ่มนปก.บุกหน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์ที่ครบรอบ 1 ปี โดยจะมีการเชิญอดีตแกนนำที่ติดคุกทั้ง 9 คนมาร่วมงาน โดยขณะนี้ได้รับการตอบรับครบทุกคนแล้ว โดยเฉพาะนายวีระ มุสิกพงศ์ นอกจากนี้จะมีการเชิญผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากการปะทะครั้งนั้นมาเปิดใจ และเล่าถึงเหตุการณ์ในครั้งนั้นด้วย โดยงานจะจัดที่ท้องสนามหลวงตั้งแต่เวลา 15.00 น. เป็นต้นไป

ผู้สื่อข่าวรายงาน จากนั้นเวลา 11.00 น. ได้มีกลุ่มติดตามการปฏิรูปการเมืองและต่อต้านคอร์รัปชั่น ( PRAC ) ซึ่งเคยเป็นสมาชิกกลุ่มนปก. เข้ายื่นหนังสือต่อนายประชา ประสพดี ประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้ตรวจสอบพฤติกรรมร่ำรวยและได้ทรัพย์สินมาโดยผิดปกติ ของคุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) กรณีมีที่ดินและคฤหาสน์หรูมูลค่ากว่า 50 ล้านบาท

นอกจากนี้ยังพบข้อมูลเพิ่มเติมว่าคุณหญิงจารุวรรณ มีที่ดินในบริเวณดังกล่าวเพิ่มอีก 3 แปลงมูลค่า 43 ล้านบาท โดยถือครองในชื่อของน้องสาว ซึ่งทางกลุ่มจะเดินทางไปยื่นหนังสือต่อป.ป.ช.ด้วย โดยนายประชา กล่าวว่า จะรับไว้พิจารณา โดยคาดว่าในสัปดาห์หน้าจะเชิญคุณหญิงจารุวรรณ เข้าให้ข้อมูลต่อคณะกรรมาธิการฯต่อไป


จาก thai-grassroots

ข่าวส่งเสริมคนดี

จำนวนผู้เข้าเยี่มมชม

link to affordable web hosting
Powered by web hosting provider .

สถิติการเข้าชม DMNEWS

eXTReMe Tracker