เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย บ้านเมืองจะฉิบหายยังไงก็ช่าง
อย่างน้อยก็ไม่มี “ขี้” ให้ตามล้างตามเช็ดกันภายหลัง นี่แหละคือความสำเร็จของม็อบแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ที่ได้สำแดงพลังปิดล้อมทำเนียบรัฐบาล ก่อนสลายตัวไปตามเงื่อนเวลาที่ประกาศล่วงหน้า จะชุมนุมกันแค่ 3 วัน 3 คืน
เฮี้ยวกันพอเบาะๆ เพราะรู้สถานะดีว่าเป็น “ม็อบไม่มีเส้น”
และก็เป็นอะไรที่บลัฟกันด้วย “อารยะ” กลุ่มคนเสื้อแดงเล่นบทม็อบสงบเสงี่ยมอยู่ในกรอบกฎหมาย อย่างที่เห็นความพยายามในการสร้างภาพดึงแนวร่วม กับการทำหนังสือขออภัยหน่วยงานราชการ วัด โรงเรียน ที่อยู่รอบๆพื้นที่การชุมนุม
ในอารมณ์ที่หักมุม เกทับกองเชียร์ม็อบพันธมิตรฯที่ออกมาโหมโรงดักทางม็อบ นปช. อย่าป่วนเมืองซ้ำรอยม็อบเสื้อเหลืองที่ยึดทำเนียบรัฐบาล บุกถล่มสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที ปิดล้อมสนามบิน
“เสื้อแดง” ไม่ได้บ้าคลั่ง จ้องเอาชนะท่าเดียว
ที่แน่ๆการประกาศจะหวนกลับมาใหม่ในอีก 1 เดือนข้างหน้า ด้วยตัวเลขที่ปันกันล่วงหน้าจะระดมพลไม่ต่ำกว่าหนึ่งล้านคน พร้อมยกระดับการชุมนุมขับไล่รัฐบาลประชาธิปัตย์
ไม่ไปไม่เลิก ไม่สำเร็จไม่กลับบ้าน
โดยห้วงเวลาคาบเกี่ยวพอดีกับคิวที่ฝ่ายค้าน พรรคเพื่อไทย ล็อกปฏิทินเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ และรัฐมนตรีในบัญชีเชือดในช่วงปลายเดือนมีนาคม
โหมโรงเกมล่อเป้าทั้งในและนอกสภา
เอาเป็นว่า ในห้วงระยะเวลา 1 เดือน ถือว่าเหลือเฟือที่แกนนำ นปช.จะเดินสายปลุกระดมคนเสื้อแดงตามหัวเมืองทั่วประเทศไทย
กระตุ้นอารมณ์แนวร่วมให้พร้อมลุย
ยิ่งในสถานการณ์ที่รัฐบาลกำลังปล้ำผีลุกปลุกผีนั่งกับวิกฤติเศรษฐกิจ โดยอาการเริ่มออกตัวถ้ามาตรการกระตุ้นไม่ได้ผล จำเป็นต้องกู้เงินมาโปะงบประมาณ ในขณะที่สถาบันจัดอันดับเศรษฐกิจระดับโลกคาดการณ์ประเทศไทยจะได้รับผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจโลกอ่วมแน่ และไม่ทันไรก็มีเสียงบ่น “มือใหม่หัดประชานิยม” ทำฝนตกไม่ทั่วฟ้า
โดยสัญญาณทางเศรษฐกิจที่ไม่สู้ดีกับสถานะของรัฐบาลประชาธิปัตย์
กระแสพลิกได้ตลอดเวลา
เหนืออื่นใด โดยเชื้อฟืนที่พร้อมสำหรับการโหมไฟ ล่าสุดมีรายงานข่าวจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดบัญชี 21 แกนนำม็อบพันธมิตรฯที่จะโดนออกหมายเรียกกรณีบุกยึดทำเนียบรัฐบาล
ปรากฏว่า ไร้ชื่อของนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ
ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้มีกระแสแพลมๆออกมาหนาหูเลยว่า มีชื่อนายกษิตติดอยู่ในโผ จนเจ้าตัวออกอาการนอตหลุด ประกาศล่วงหน้า ถ้าถูกออกหมายจับก็จะไม่อยู่ในตำแหน่ง แต่จะไปต่อสู้บนท้องถนน
พร้อมๆกับเสียงขู่คำรามของบรรดาขาใหญ่ม็อบพันธมิตรฯ ออกมาดักคอพรรคประชาธิปัตย์คงไม่คิดกำจัดนายกษิตเพื่อลอยตัวเหนือปัญหา
และก็เป็น พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ออกมาบอกปฏิเสธข่าวที่แกนนำรัฐบาลสั่งดึงคดีออกหมายจับ 21 แกนนำม็อบพันธมิตรฯ
สุดท้ายบิ๊กตำรวจเจ้าของคดีก็ออกลูกเบี่ยงดื้อๆเลยว่า การออกหมายเรียก 21 แกนนำม็อบพันธมิตรฯในคดีบุกสภาฯ จึงไม่เกี่ยวกับนายกษิต
เสกหลุดโผจนได้
เข้าทางแกนนำม็อบ นปช.เปิดฉากถล่มรัฐบาลประชาธิปัตย์แหกตา ถามหามาตรฐานการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกันทางกฎหมาย ขยายภาพเด็กในคาถา ต้องเกรงใจม็อบพันธมิตรฯ
“กษิต” คือชนวนอย่างดีที่จะจุดอารมณ์ร่วมของคนเสื้อแดง
แต่ที่ไวไฟยิ่งกว่า กับลูกขึงขังของนายกฯอภิสิทธิ์ส่งซิกอัยการสูงสุด และเจ้าหน้าที่ตำรวจในการประสานทางการประเทศจีนเพื่อล็อกตัว พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่มีคิวขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ต่อสโมสรผู้สื่อข่าวต่างประเทศที่ฮ่องกง
ตั้งท่าลากคอกลับมาสำเร็จโทษให้จงได้
และโดยอาการที่อดีตนายกฯทักษิณเองก็เหมือนจงใจล่อเป้าให้จับ เพราะเบื่อกับสภาพที่โดนไล่บี้ไล่ต้อน ระเหเร่ร่อนรอนแรมไปทั่วโลก
ยิ่งหนียิ่งล้า ยิ่งนานพละกำลังยิ่งหดหาย
โดยเกมวัดดวง ฝากเดิมพันชีวิตไว้กับกองเชียร์คนเสื้อแดง “ทักษิณ” ก็ไม่ต่างอะไรกับ “ฟืนชุบน้ำมันเบนซิน” โหมไฟแม่ยกพ่อยกทั่วประเทศ
“ทักษิณ” โดนล็อกกลับเมืองไทยเมื่อไหร่
ถึงเวลาได้เสียก็แล้วกัน.
ทีมข่าวการเมือง รายงาน