ปัญหาเขตแดนทับซ้อน ไทย-กัมพูชา ที่ชักตะพานแหงนเถ่อมาหลายเดือน กำลังะขึ้นโต๊ะเจรจากันอีกครั้งในอีกไม่กี่วันข้างหน้าที่เมืองเสียมราฐ ประเทศกัมพูชา
น่าเสียดายที่การเจรจาครั้งนี้ไม่มีการหารือกรณีขัดแย้งเขตพื้นที่ทับซ้อนรอบ ปราสาทพระวิหาร ซึ่งเป็นประเด็นร้อนที่สังคมกำลังสนใจ
แต่จะเป็นการหารือเรื่องทั่วไปเกี่ยวกับเขตแดนทางบก-ทางทะเล การกระชับความร่วมมือทางการค้า และความร่วมมือด้านความมั่นคง
สรุปชัดๆคือ จะเจรจาเฉพาะเรื่องที่ทั้งสองฝ่ายสบายใจ ส่วนปัญหาที่ตกลงกันยากหรือคุยแล้ววงแตก ก็จะยังไม่เจรจา
อย่างไรก็ตาม การเริ่มเปิดโต๊ะเจรจาครั้งนี้ไม่ใช่เป็นข้อเสนอของฝ่ายไทย แต่เป็นฝ่าย “สมเด็จฮุน เซน” นายกฯกัมพูชา ที่ส่งหนังสือด่วนถึง “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” นายกฯไทย ให้รีบหาทางเปิดการเจรจาแก้ปัญหาพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลให้ได้ข้อยุติโดยเร็ว!!
เนื่องจากยังมีพื้นที่ซ้อนทับกั๊กกันอยู่ถึง 26,400 ตาราง กม.
ข้อสำคัญ บริเวณใต้สะดืออ่าวไทยตรงนี้มีแหล่งนํ้ามันดิบและแหล่งก๊าซธรรมชาติมหึมามหาศาลบานตะเกียง
เป็นขุมทรัพย์ลํ้าค่าที่รอคอยมาหลายปี
กรณีนี้ฝ่ายเขมรโทษว่าต้นเหตุของการเจรจาที่ล่าช้าเกิดจากวิกฤติการเมืองไทยทำให้ กัมพูชาต้องได้รับผลกระทบไปเต็มๆ!!
อืมม์...มันก็จริงอย่างที่ “ฮุน เซน” แกออกมาโวย
“แม่ลูกจันทร์” ขอแจกแจงข้อมูลเกี่ยวกับพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลไทย-กัมพูชา 26,400 ตาราง กม. หรือเป็น 1 ใน 3 ของพื้นที่อ่าวไทย ซึ่งทั้ง 2 ฝ่ายต่างอ้างสิทธิ์ว่าอยู่ในเขตแดนตัวเอง
ผลการสำรวจของบริษัทนํ้ามันเอกชน ได้พบว่าพื้นที่ทับซ้อนกัมพูชา-ไทย มีบ่อนํ้ามันดิบและก๊าซธรรมชาติ คิดเป็นมูลค่า 5 ล้านล้านบาทโดยประมาณ
ถ้าเอาแหล่งพลังงานตรงนี้ขึ้นมาได้ กัมพูชา-ไทย ก็จะกลายเป็นสามล้อถูกหวยไปด้วยกัน
แต่ปัญหาที่ยังตกลงกันไม่ได้คือ “ส่วนแบ่งที่ไม่เป็นธรรม”
ฝ่ายกัมพูชาพยายามหักคอไก่เสนอเงื่อนไขเอาเปรียบฝ่ายไทยตะพึดตะพือ โดยอ้างว่าพื้นที่ค้นพบแหล่งก๊าซและนํ้ามันใกล้ฝั่งกัมพูชามากกว่าฝั่งไทย
กัมพูชาจึงเสนอสูตรส่วนแบ่ง 90-10 คือเขมรล่อซะเอง 90 เหลืออีก 10 คิกแบ็ก กลับมาให้ไทย
โชคดีที่ฝ่ายไทยก็ไม่ใช่หมูในอวย
เพราะตามข้อเท็จจริงหลุมก๊าซแหล่งนํ้ามันอยู่ในเขตของไทยมาดั้งเดิม แต่ ภายหลังฝ่ายเขมรอ้างสิทธิ์ขยายเขตไหล่ทวีปออกมา 200 ไมล์ทะเล
ฉะนั้น ตามหลักการฝ่ายไทยควรได้ 90 เหลืออีก 10 แบ่งให้กัมพูชา
นี่คือสาเหตุที่ปัญหายังจบไม่ลง
“แม่ลูกจันทร์” ฟันธงว่าการเจรจาครั้งใหม่ วันที่ 2-3 เมษายน ก็ยังตกลงกันไม่ได้เหมือนเดิม
เพราะทีมเจรจาของกัมพูชา “เขี้ยวลากดิน” ครบเครื่องต้มยํา
คือถ้าจะตกลงกันได้ ฝ่ายกัมพูชาต้องได้ประโยชน์สูงสุดทุกกรณี!!
กรณีพื้นที่ทับซ้อนสองหมื่นหกพัน ตร.กม. ซึ่งมีขุมทรัพย์มูลค่า 5 ล้านล้านบาทเป็นเดิมพัน การที่จะตกลงกันง่ายๆจึงเป็นไปไม่ได้แน่นอน
“แม่ลูกจันทร์” เชื่อว่าปัญหาทับซ้อนในอ่าวไทย ตกลงยากกว่าปัญหาพื้นที่ทับซ้อนรอบปราสาทพระวิหาร 4.6 ตร.กม.
แต่ใจจริงส่วนลึกก็อยากให้ไทย-กัมพูชา เจรจาตกลงกันได้เร็วๆ
เพราะขณะนี้ไทย-กัมพูชา กำลังถังแตกอย่างแรง!!
ถ้าได้ลาภก้อนโตใต้อ่าวไทยมาแก้ชง อาการโรคถังแตกก็จะหายทันที
นี่...มันเป็นซะอย่างนี้แหละโยม.
‘”แม่ลูกจันทร์”