บล็อคข่าวส่งเสริมคนดี (รักดีหามจั่ว รักชั่วหามเสา หามจั่วก็หนักนะ)

ข่าวจากสื่อ

บทความจากสื่อ

วันเสาร์ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2552

มติชนไม่ใช่ มติมหาชน

ที่มา thaifreenews

บทความโดย..Bugbunny

อาจารย์ ป๋องท่านกรุณาเด็กรุ่นใหม่ ช่วยสอนวิชาสื่อสารมวลชนในหลายที่ และเชื่อมั่นเคารพในความคิดเห็นของประชาชนส่วนใหญ่พอสมควร แต่บทเรียนของการพยายามทำทุกอย่างแบบทีมเวอร์คของบรรดาสื่อมวลชนในช่วงระดม กันเล่นงาน "สมัคร สุนทรเวช" ตอนลงผู้ว่า กทม. และเล่นงาน "ทักษิณ ชินวัตร" ช่วง คมช. แล้วผลความนิยมของประชาชนตบหน้ากระทืบซ้ำทุกสื่อนั้น เป็นบทเรียนที่อาจารย์เองควรต้องเอามาศึกษาทบทวน




รู้สึกว่า ตอนนี้ก็มีความพยายามปรับตัวเองระดับหนึ่ง เพราะตลาดมันทำให้ต้องปรับตัว มีนักเขียนเกลียดอำมาตย์บางคนกลับมาเขียนได้ อีกทั้งการเคยไม่บ้าจี้สั่งไล่ออกคุณเสถียร และคุณจุฬาลักษณ์ ออกทันที ตามคำสั่งลับของผู้ทรงอำนาจในแผ่นดิน แต่ส่งไปทำงานเบื้องหลังแทนนั้น เป็นเรื่องของมิตรภาพรวมทั้งการสำนึกในความถูกต้อง ที่คนรักประชาธิปไตยต้องแสดงความขอบคุณกัน โดยอาจารย์และผู้บริหารอื่นพึงเข้าใจด้วยว่า ท่านทำสื่อเพื่อขายข่าวและข้อมูลให้กับประชาชนส่วนใหญ่ ไม่ใช่ให้กับรัฐบาลที่อาจารย์ก็รู้แก่ใจว่ามาอย่างเผด็จการซ่อนรูปและใคร ตั้งมา ค่าโฆษณาของหน่วยงานรัฐบาลนั้นมันเยอะอยู่ก็จริง แต่ก็ตั้งเบิกยากเก็บเงินยากกว่าทั่วไป การที่ไอ้มาร์กมันไม่รู้เรื่องเงินหมุนเวียน ก็สั่ง ๆ ให้พรรคพวกให้โฆษณากัน โดยไม่รู้ว่าจะหาเงินจากไหนมาจ่าย ผลัดแล้วผลัดอีกนั้นก็เป็นเรื่องที่รู้ ๆ กันอยู่ การตอบแทนบุญคุณนั้น ควรมองให้ทะลุด้วยว่าผู้ที่เข้ามาช่วยนั้น เขาเข้ามาตอนที่มติชนลำบากยากแค้น หรือตอนที่ตั้งมั่นได้แล้ว เขามาหาประโยชน์เพราะเราเข้มแข็งอำนวยประโยชน์ให้เขาได้ หรือเขาจริงใจที่จะช่วยมาตั้งแต่ต้น ก็รู้กันทั้งวงการว่า มติชนสุดสัปดาห์ นั้น เข้มแข็งเป็นสื่อหลักของปัญญาชนไทยได้เพราะฝีมือคุณเสถียร จากพิมพ์สีเดียว ไม่ได้เย็บเล่ม มาเป็นสองสี แล้วก็กลายเป็นนิตยสารมาตรฐานสารพัดสี เย็บมุงหลังคาอย่างเรียบร้อยเพราะฝีมือและสมองใคร รวมทั้งใครที่เคยให้โฆษณาประจำ เพราะธุรกิจเขาดี จึงมุ่งเรื่อง Corporate Image Ad ผ่านทางเครือข่ายมติชน ไม่ได้มุ่งหวังทางการขายเขาก็เคยให้มาเป็นสิบปี

รู้ว่าจำเป็นต้องยอม ให้นักเขียนอำมาตย์แบบ "นงนุช สิงหเดชะ" ได้เขียนคอลัมน์เชียร์อำมาตย์ด่าทักษิณอย่างน้อยอาทิตย์ละสองครั้ง แต่การเอาไปรวมเล่มขาย (แต่ก็ต้องพยายามมั่วซั่วตั้งชื่อหนังสือไม่ให้เป็นเรื่องด่าทักษิณ เพราะรู้ว่าจะขายไม่ออก) เพื่อแสดงว่าความคิดโง่เง่าของนังนี่ควรได้รับการอุ้มชูส่งเสริมนั้น ท่านไม่ได้มองมติมหาชนเลยนะครับ มองแต่มติเอกชนส่วนน้อยเท่านั้น การส่งเสริมนักเขียนนิยมอำมาตย์พวกนี้นั้น มีผลทำให้ "มติชน" เองยอดขายตกขนาดไหนก็เห็นกันอยู่ ตัวเลขมันน่าจะกระแทกตากระแทกใจอาจารย์และผู้บริหารอื่นบ้าง แต่เงินหมุนติดขัดธนาคารที่ใช้เขาคงช่วยแหละ เพราะเอาเป็นกระบอกเสียงได้ เนื่องจากยอดขายยังพอมี คนเสื้อแดงและคนทั่วไปหลายคนเขาต้องมาหาข้อมูลทางราชการ ธุรกิจ ฯลฯ ใน "มติชน" กันอยู่ อย่าให้เครือมติชน ต้องกลายเป็น เมเนเจอร์ ไทยโพสต์ แนวหน้า ฯลฯ เลยครับ พวกนั้นเขาอยู่ได้เพราะอะไร มืออาชีพแบบอาจารย์ก็รู้ดี


"มติชน" ไม่ใช่ "มติมหาชน"
แต่ควรรู้ว่า "มหาชน" คือมิตรแท้ของ "มติชน" ไม่ใช่ "อำมาตย์"

ข่าวส่งเสริมคนดี

จำนวนผู้เข้าเยี่มมชม

link to affordable web hosting
Powered by web hosting provider .

สถิติการเข้าชม DMNEWS

eXTReMe Tracker