บล็อคข่าวส่งเสริมคนดี (รักดีหามจั่ว รักชั่วหามเสา หามจั่วก็หนักนะ)

ข่าวจากสื่อ

บทความจากสื่อ

วันพฤหัสบดีที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2554

ทูตอิตาลี บุกทวงอีก-คดีฟาบิโอ

ที่มา ข่าวสด

ยธ.เด้งรับข้อเสนอคอป. เยียวยา-ให้ประกันแดง พ่อพลฯณรงค์ฤทธิ์จี้รัฐ หาตัวการสั่งฆ่า13ศพ!



ทวงคดี - นาย มิเกลันเจโล ปิปัน เอกอัครราชทูตอิตาลี เข้าพบนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รมว.มหาดไทย ทวงถามคดีนายฟาบิโอ โปเลงกี ช่างภาพอิสระถูกยิงตายในวันปราบม็อบแดง 19 พ.ค.53 ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อ 28 ก.ย.

ทูตอิตาลีบุกทำเนียบพบ "ยงยุทธ" ถามคดีฟาบิโอ โปเลงกี ช่างภาพอิสระชาวอิตาเลียนที่ถูกสไนเปอร์ส่องดับแยกราชดำริ เมื่อวันที่ 19 พ.ค. 53 ด้าน "ยงยุทธ" แจงต้องใช้เวลาสืบพยานหลักฐาน แต่ขอให้มั่นใจคดีเดินหน้าแน่ เพราะเป็น 1 ในแนวทางสมานฉันท์ "เจ๋ง ดอกจิก" เผยจรัล-ดารณี-อริสมันต์ เตรียมเข้ามอบตัวต.ค.นี้ โดยเจ๊ดานำร่อง เพราะคดีเบาสุด เผย "กี้ร์" ยังไม่มอบตัว เพราะกลัวไม่ได้ประกัน แต่ย้ำได้ประกันแน่ เพราะเป็นสิทธิ์ผู้ต้องหา ยธ.เด้งรับมติครม.ทำตามข้อเสนอคอป. สั่งหน่วยงานภายในปรับตัวตาม เปิดอีก 1 ชีวิตเหยื่อความรุน แรงเหตุการณ์เม.ย.-พ.ค. 53 พลทหารณรงค์ฤทธิ์ สาละ จากพล ร.9 กาญจนบุรี เข้ามาทำหน้าที่คุมม็อบ แต่กลับถูกกระสุนปริศนายิงตายที่อนุสรณ์สถาน เมื่อวันที่ 28 เม.ย. และเป็น 1 ใน 13 คดีเจ้าหน้าที่รัฐฆ่า ที่บช.น.กำลังดำเนินการ พ่อจี้ตอบคำถามใครยิงลูก พร้อมขอให้ลากคอคนสั่งมาดำเนินคดี จะได้ไม่เกิดซ้ำซากกับครอบครัวอื่นอีก แม่ครวญแม้รัฐเยียวยาจำนวนมาก แต่ก็ไม่พอค่าชีวิตลูก

ความคืบหน้าการแสวงหาความเป็นธรรมให้กับผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์การชุมนุม ทางการเมืองระหว่างเดือนเม.ย.-พ.ค.53 ที่ผ่านมา ซึ่งมีการสลายการชุมนุมจนมีผู้เสียชีวิตถึง 91 ศพนั้น เมื่อวันที่ 28 ก.ย. "ข่าวสด" เดินทางไปที่บ้านเลขที่ 43 หมู่ 6 บ.ละกอ ต.ดอนมนต์ อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นบ้านของนายธวัชชัย สาละ อายุ 52 ปี และนางประสบ สาละ อายุ 47 ปี พ่อและแม่ของพลทหารณรงค์ฤทธิ์ สาละ ทหารประจำ ร.9 พัน. 2 จ.กาญจนบุรี ที่ถูกยิงบริเวณศีรษะเสียชีวิตคาที่ ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ควบคุมการชุมนุมของกลุ่ม นปช. ขณะขับขี่จักรยานยนต์รักษาความสงบไปตามถนนวิภาวดีรังสิต กทม. เมื่อวันที่ 28 เม.ย.53

โดยนายธวัชชัยกล่าวว่า แม้เหตุการณ์จะผ่านไปแล้วปีกว่าตนและครอบครัวก็ยังคิดถึงลูกชายเสมอ อยากเรียกร้องขอความเป็นธรรมให้กับลูกชาย ให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเร่งติดตามตัวมือปืนที่ลั่นไกสังหารลูกชายอย่างโหด เหี้ยม และหาผู้บงการที่อยู่เบื้องหลังมาดำเนินคดีโดยด่วน เพราะถึงขณะนี้คดีก็ยังไม่มีความคืบหน้า และยังไม่รู้ว่าใครเป็นคนก่อเหตุ เรื่องนี้ควรทำ ให้กระจ่างเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ซ้ำขึ้นอีก และทำให้หลายครอบครัวต้องโศกเศร้าเสียใจเหมือนกับครอบครัวของตนอีก

นายธวัชชัยกล่าวต่อว่า นอกจากนี้ขอเรียกร้องให้หน่วยงานที่รับผิดชอบออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงของ เหตุการณ์ดังกล่าว ว่าลูกชายของตนไปอยู่ในที่เกิดเหตุได้อย่างไร ใครเป็นคนสั่ง และใครเป็นคนยิง เพราะที่ผ่านมาคำชี้แจงของเจ้าหน้าที่ก็ยังคลุมเครือ ไม่ชัดเจน และยังไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่

สูญเสีย - นาย ธวัชชัย และนางประสบ สาละ บิดามารดาของพลฯ ณรงค์ฤทธิ์ สาละ ซึ่งถูกยิงเสียชีวิตบริเวณอนุสรณ์สถาน ย่านดอนเมือง ในเหตุการณ์เม.ย.-พ.ค.53 เรียกร้องให้รัฐหาตัวคนผิดมาลงโทษ ตามข่าว



นายธวัชชัยกล่าวว่า ส่วนรัฐบาลมีนโยบายที่จะช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวผู้ที่เสียชีวิตใน เหตุการณ์ชุมนุมในครั้งนั้น ตนไม่ขอเรียกร้องใดๆ ขึ้นอยู่รัฐบาลที่จะพิจารณาช่วยเหลือ เพราะถึงอย่างไรลูกชายของตนจะไม่เกี่ยวข้องกับการชุมนุม แต่ก็ได้เสียชีวิตไปแล้วโดยไม่มีวันกลับ ซึ่งเสียใจมากเพราะเป็นลูกชายคนโต เป็นคนดี และเป็นความหวังที่พึ่งของครอบครัว

ด้านนางประสบกล่าวว่า หลังลูกชายเสียชีวิตได้รับการช่วยเหลือจากกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ (พม.) มอบเงินเยียวยา 500,000 บาท นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี 200,000 บาท และในนามพรรคประชาธิปัตย์อีก 50,000 บาท นอกจากนี้ก็มีเงินจากหน่วยงานต่างๆ อีกจำนวนหนึ่ง นอกจากนี้ ตนและสามีได้รับเงินช่วยเหลือเป็นเงินเดือนไปจนตลอดชีวิตเดือนละ 6,300 บาท และน.ส.กัญสุดา สาละ บุตรสาวคนเล็กได้รับทุนการศึกษาเรียนต่อพยาบาลที่ ม.ราชภัฏสวนสุนันทา กทม. เดือนละ 10,000 บาท เมื่อเรียบจบกองทัพรับปากว่าจะให้บรรจุเป็นพยา บาลในโรงพยาบาลในหน่วยทหารทันที ส่วนนายณัฎฐ์ สาละ ลูกชายคนกลาง 1 ใน 3 คน ศึกษาอยู่ที่วิทยาลัยเทคนิคบุรีรัมย์ ระดับ ปวส.2 ไม่ได้รับความช่วยเหลือแต่อย่างใด เพียงรับปากว่าจะหางานให้ทำเมื่อเรียบจบเท่านั้น

"แต่การช่วยเหลือใดๆ ก็ไม่สามารถที่จะลบเลือนความเศร้าโศกของครอบครัวตนได้ จึงอยากจะให้ทุกฝ่ายเร่งหาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีอย่างเร่งด่วน เพราะเหตุการณ์ได้ผ่านไปนานกว่าหนึ่งปีแล้ว แต่ยังไม่ทราบว่าเหตุการณ์ที่ลูกชายถูกลอบยิงเกิดจากสาเหตุใดกันแน่ มีเบื้องหน้าเบื้องหลังหรือไม่ จึงฝากให้ทุกส่วนที่เกี่ยว ข้องเร่งดำเนินการโดยเร็วและเด็ดขาดด้วย"

ด้านพ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกอง ทัพบก กล่าวถึงกรณีที่ญาติของพลฯ ณรงค์ฤทธิ์ ที่ถูกยิงเสียชีวิตที่อนุสรณ์สถานในการเข้าไปควบคุมการชุมนุมของคนเสื้อแดง ว่า ขณะนี้คดีอยู่ในความดูแลของ สภ.พญาไท และในความดูแลของนายทหารพระธรรมนูญ ซึ่งญาติสามารถสอบถามข้อมูลความคืบหน้าได้ที่ พ.ต.ท.โชติ สุวรรณจุณีย์ รอง ผกก.สส.สน.พญาไท ได้โดยตรง เมื่อถามถึงกรณีที่คดีของพลฯ ณรงฤทธิ์เป็น 1 ใน 13 คดีที่เกิดจากการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ พ.อ.สรรเสริญกล่าวว่า คงไม่สามารถตอบได้เพราะเป็นเรื่องของคดีความ ต้องไปสอบถามที่นายทหารพระธรรมนูญ

ที่กระทรวงยุติธรรม นายถิรชัย วุฒิธรรม เลขานุการ รมว.ยุติธรรม และโฆษกกระทรวงยุติธรรม แถลงว่า ขณะนี้พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม ได้สั่งการให้ส่วนราชการในสังกัดกระทรวงยุติธรรม อาทิ กรมสอบสวนคดีพิเศษ กรมราชทัณฑ์ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ และสำนักงานกิจการยุติธรรม ให้ดำ เนินการตามข้อเสนอของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการ ปรองดองแห่งชาติ (คอป.) ในการเตรียมความพร้อมประ สานงานกับคณะกรรมการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบที่มีนาย ยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว. มหาดไทย เป็นประธาน

นายถิรชัย กล่าวต่อว่า สำหรับรายชื่อคณะกรรมการเยียวยา ขณะนี้ทราบว่า นอกจากนายยงยุทธจะเป็นประธาน และรมว.ยุติธรรมเป็นรองประธาน ยังต้องรอการตั้งกรรมการอย่างเป็นทาง การอีกครั้ง ทั้งนี้ หน้าที่ของกรรมการชุดนี้ จะไม่ได้พิจารณาเป็นแค่กรณีๆ ไป แต่จะตรวจสอบทุกข้อเสนอแนะที่เกี่ยวข้องทั้งการลดโทษผู้ต้องหาคดีความมั่นคง ให้เหลือเท่าคดีอั้งยี่ รวมถึงการพิจารณาเงินเยียวยาผู้ได้รับความเสียหาย แต่ยังไม่ได้กำหนดกรอบวงเงินที่ชัดเจน อย่างไรก็ตาม ส่วนกรณีที่องคมนตรีออกมาระบุถึงความ ชัดเจนในการขอพระราชทานอภัยโทษว่าเป็นพระราชอำนาจ กระทรวงยุติธรรมก็พร้อมรับข้อเสนอขององคมนตรีมาประกอบการพิจารณาด้วยเช่นกัน

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายมิเกลันเจโล ปิปัน เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิตาลี ประจำประเทศไทย เข้าพบนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ ที่ห้องรับรอง 1 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล จากนั้นนายยงยุทธ ให้สัมภาษณ์ว่า เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิตาลี มาเยี่ยมพบ เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อไป โดยทูตอิตาลีแสดงความห่วง ใยเรื่องความคืบหน้าคดีของนายฟาบิโอ โบเลงกี ช่างภาพอิสระชาวอิตาลี ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมือง เมื่อเดือนพ.ค.ปี 2553 โดยตนได้ชี้แจงไปว่าเราได้รีบดำเนินการอยู่ ส่วนที่ยังไม่มีความชัดเจน เพราะการค้นหาความจริง จะต้องดูว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร ซึ่งเป็นสิ่งที่ยาก ต้องใช้เวลาในการหาหลักฐาน พยายานที่ชัดเจน ซึ่งเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ต้องเร่งรัดหาข้อเท็จจริงอยู่แล้ว เพราะการหาข้อเท็จจริงเป็นส่วนหนึ่งของการปรองดองสมานฉันท์

นายยงยุทธ ยังกล่าวถึงการติดต่อขอมอบตัวของแกนนำ นปช. ว่า ไม่ได้มีการติดต่อมาที่ตนเป็นการส่วนตัวแต่อย่างใด เพราะทุกคนมีสิทธิ์ตามกฎหมายอยู่แล้ว การติดต่อมาเป็นการส่วนตัวคงทำอะไรไม่ได้ เพราะจะขัดต่อกฎหมาย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเข้าพบนายยงยุทธครั้งนี้ถือเป็นการเข้าพบรองนายกฯ ของประเทศไทยเป็นครั้งที่ 2 หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้เข้าพบร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ เพื่อถามถึงความคืบหน้าคดีช่างภาพอิตาลีที่ถูกสไนเปอร์ยิงเสียชีวิตบริเวณ ถนนราชดำริ เมื่อวันที่ 19 พ.ค. 53 ไปก่อนหน้านี้แล้ว

นายยศวริศ ชูกล่อม หรือ เจ๋ง ดอกจิก ผู้ช่วยเลขานุการรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึง ความชัดเจนกรณีนายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง แกนนำคนเสื้อแดง จะเดินทางกลับประเทศไทยในช่วงเดือนต.ค. ว่า ตนได้พูดคุยปรับทุกข์กันเป็นการภายในระหว่างนายอริสมันต์ กับนางดารณี กฤตบุญญาลัย และนายจรัล ดิษฐาอภิชัย แกนนำคนเสื้อแดง ก็ทราบว่าในช่วงเดือน ต.ค. ทั้ง 3 คน จะเดินทางกลับมามอบตัวและสู้คดี โดยนางดารณีนั้นน่าจะเดินทางกลับมาก่อน เพราะมีเพียงคดีละเมิดพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ส่วนนายอริสมันต์ นั้นยังไม่มีกำหนดที่แน่ชัด เพราะยังต้องรอดูสถานการณ์ก่อน

เมื่อถามว่านายอริสมันต์ กลัวว่าจะไม่ได้ประกันตัวหรือไม่ นายยศวริศ กล่าวว่า น่าจะเป็นเช่นนั้น เพราะที่หนีไปช่วงแรกก็เพราะกลัวถูกจับ จึงต้องประสานภายในให้แน่ใจเสียก่อนว่าจะได้รับประกัน ซึ่งเรื่องนี้ไม่ได้หมายความว่าคนเสื้อแดงต้องการสิทธิ์มากกว่าคนอื่น แต่ที่พวกตนถูกขังก็เพราะมีอำนาจบางอย่างไปสั่งการ แต่เมื่อเราเป็นรัฐบาล การให้ประกันเพื่อต่อสู้คดีก็เป็นสิทธิ์ที่ผู้ต้องหาพึงได้รับอยู่แล้ว

นางธิดา กล่าวอีกว่า สำหรับการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารประจำปี ทราบว่าได้มอบหมายตำแหน่งสำคัญให้นายทหารบางคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการ สลายการชุมนุม ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเราอยู่ในการเมืองระบอบอำมาตยาธิปไตย ไม่ใช่ประชาธิปไตย เพราะหากเป็นประชาธิป ไตย ฝ่ายบริหารย่อมมีอำนาจโยกย้ายแต่งตั้งข้าราชการทั้งทหารและพลเรือนได้ แต่ครั้งนี้มีระเบียบหรือกฎหมายที่ถูกสร้างขึ้นมาในสมัยรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าระบอบอำมาตย์ สร้างกฎหมาย หรือกับดักเอาไว้หมดเเล้ว เมื่อนักการเมืองเข้ามาก็โยกย้ายไม่ได้ หมายความว่าการเมืองที่มาจากการเลือกตั้ง ไม่สามารถเข้ามาสั่นคลอนระบบเครือข่ายของกองทัพและข้าราชการชั้นสูง

ด้านนายวรชัย เหมะ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย แกนนำนปช. เผยว่า วันที่ 3 ต.ค. ตนได้ประสานงานกับทนายความเพื่อเตรียมยื่นประกันผู้ต้องหาที่ต้องคดีทางการ เมืองในเขตกทม. และสมุทรปราการทั้ง 37 คน

ข่าวส่งเสริมคนดี

จำนวนผู้เข้าเยี่มมชม

link to affordable web hosting
Powered by web hosting provider .

สถิติการเข้าชม DMNEWS

eXTReMe Tracker