บล็อคข่าวส่งเสริมคนดี (รักดีหามจั่ว รักชั่วหามเสา หามจั่วก็หนักนะ)

ข่าวจากสื่อ

บทความจากสื่อ

วันเสาร์ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2551

“จักรภพ” นัดแถลงข่าวใหญ่ 26 พ.ค.

ส่วนกรณีที่นายจักรภพ เพ็ญแข รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ถูกกล่าวหาว่ามีทัศนคติที่เป็นอันตรายต่อสถาบัน จนมีข่าวว่าถูกกดดันจากผู้ใหญ่ในพรรคพลังประ-ชาชนให้ลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯนั้น วันเดียวกัน นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ได้รับการติดต่อจากนายจักรภพ เพ็ญแข รมต.ประจำสำนักนายกฯ ที่ฝากให้แจ้งต่อสื่อมวลชนว่า นายจักรภพจะแถลงแสดงความบริสุทธิ์ใจ พร้อม นำเสนอคำแปลบทบรรยายที่ไปพูดตามสถานที่ต่างๆ ที่มีการกล่าวหาว่ากระทบกระเทือนต่อสถาบัน ในวันที่ 26 พ.ค. เวลา 14.00 น. ที่ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล โดยในช่วงเวลานี้นายจักรภพจะขอรวบรวมความถูกต้องของเอกสาร เพราะเป็นประเด็นละเอียดอ่อน จึงต้องตรวจสอบความหมายถ้อยคำ ให้ตรงกับเจตนารมณ์ของผู้บรรยายทุกตัวอักษร และจะขอชี้แจงทุกประเด็นทุกกรณี โดยได้ ขอถอนตัวจากการร่วมเดินทางไปประเทศฟิลิปปินส์กับนายกฯ เพื่อเตรียมการเรื่องนี้

แกนนำ นปก.ขอยืนเคียงข้าง “จักรภพ”

นายณัฐวุฒิกล่าวว่า ส่วนกระแสข่าวที่นายจักรภพจะขอลาออกจากตำแหน่งนั้น นายจักรภพได้ยืนยันว่ายังไม่มีการตัดสินใจเรื่องดังกล่าว รวมถึงไม่มีผู้ใหญ่ในพรรค พลังประชาชนหรือรัฐบาลมาเคลื่อนไหวกดดันให้ตัดสินใจทางการเมือง ดังนั้น จึงอยากให้นายจักรภพได้แสดงความบริสุทธิ์ใจต่อสังคมก่อน หากพบว่าทำผิดจริง ก็ไม่มีคนไทยคนใดยอมรับได้ จะต้องได้รับโทษสูงสุด โดยไม่มีข้อยกเว้น แต่ต้องให้กระบวนการยุติธรรมเป็นผู้ตัดสิน ไม่ใช่ ข้อกล่าวหาของฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง ส่วนกรณีที่สมา-ชิกพรรคพลังประชาชนบางส่วนต้องการให้นายจักรภพพิจารณาตัวเองนั้น นายจักรภพก็พิจารณาตัวเองมาตลอด โดยเห็นว่าจำเป็นต้องแถลงความบริสุทธิ์ใจด้วยตัวเอง เพราะข้อกล่าวหานี้ไม่ใช่ส่งผลให้พ้นจากตำแหน่งเท่านั้น แต่ยังส่งผลถึงทั้งชีวิต ครอบครัว วงศ์ตระกูลของผู้ถูกกล่าวหา จึงต้องให้โอกาส เวลา สำหรับเรื่องนี้ ทั้งนี้ ใน ส่วนแกนนำ นปก.ยืนยันว่าจะยืนเคียงข้างนายจักรภพตลอด จนกว่าจะได้ข้อสรุปเรื่องนี้ เพราะมั่นใจในความ บริสุทธิ์ของนายจักรภพว่าไม่มีเจตนากล่าวกระทบสถาบัน

สตช.แปลปาฐกถา “จักรภพ” เสร็จแล้ว

พล.ต.ต.สุรพล ทวนทอง รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) กล่าวถึงคดีหมิ่นสถาบันของนายจักรภพ เพ็ญแข รมต.ประจำสำนักนายกฯว่า ขณะนี้เรื่องเข้าสู่ กระบวนการยุติธรรมของ สตช. ขอให้ปล่อยไปตามกระบวน การยุติธรรมต่อไป โดยขณะนี้การแปลเอกสารทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว กองการต่างประเทศจะได้ส่งคณะพนักงานสอบสวนต่อไปส่วนจะเข้าข่ายการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพหรือไม่ เป็นเรื่องของพนักงานสอบสวนต้องรวบรวมพยานหลักฐานต่อไป การดำเนินคดีต้องเป็นขั้นตอน ไม่มีการใช้สถาบันมาเป็นเครื่องมือโจมตีฝ่ายใด เมื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ไม่ว่าจะเป็นชั้นตำรวจ อัยการและศาลจะดำเนินการโดยหลักนิติธรรมทุกประการ ทั้งนี้ การแปลเอกสารจะใช้กองการต่างประเทศเป็นหลัก ส่วนเอกสารการแปลของผู้กล่าวหา ผู้ถูกกล่าวหาหรือแหล่งข้อมูลอื่น พนักงานสอบสวนจะรวบรวมคำแปลเหล่านั้น เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของพยานหลักฐานในคดี ผู้สื่อข่าวถามว่าจะใช้บรรทัดฐานใดว่าคำแปลใดถูกต้องหรือบิดเบือน รองโฆษก ตร.ตอบว่า คงไม่ใช่คำแปลอย่างเดียว ต้องดูองค์ประกอบอื่นด้วยคำแปลเป็นส่วนหนึ่งของหลักฐาน

ผบช.ส.ปิดปากผลสอบคดี “จักรภพ”

พล.ต.ท.ระพีพัฒน์ ปาลกะวงศ์ ผบช.ส. กล่าวถึงกรณีผลสอบสวนคดีหมิ่นสถาบันของนายจักรภพ เพ็ญแข รมต.ประจำสำนักนายกฯว่า สันติบาลได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณาข้อความคำปราศรัยของนาย จักรภพ หากพบความผิดกระทบคดีหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ ตำรวจสันติบาลจะรวบรวมข้อมูลร่วมกับ บช.ก. เพื่อเสนอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติรับทราบ ในการสอบสวนคดีนี้ไม่ได้หนักใจอะไร

พล.ต.ท.ระพีพัฒน์กล่าวถึงกรณีการดำเนินคดีเว็บไซต์ที่เข้าข่ายหมิ่นสถาบันว่า ที่ผ่านมาได้ตั้งชุดเฉพาะกิจตำรวจสันติบาล ขึ้นมาตรวจสอบเว็บไซต์ต่างๆตลอด 24 ชั่วโมง คดีที่เกี่ยวข้องสถาบันดำเนินการไปแล้ว 28 เรื่อง โดยเว็บไซต์ที่เฝ้าดูแล้วมีเจตนาเข้าข่ายหมิ่นสถาบัน ทั้งในและต่างประเทศ มีจำนวน 20 เว็บไซต์ ได้แก่ ยูทูบ์ ประชาไท ฟ้าเดียวกัน พลเมืองวิวัฒน์ เปิดให้ คนเข้ากระทู้แสดงความคิดเห็น บางเว็บไซต์ยังเปิดดำเนินการอยู่ ส่วนเว็บไซต์ไฮทักษิณที่ปิดไปตั้งแต่วันที่ 20 เม.ย. เจตนาเผยแพร่ข้อมูลที่มีผลกระทบทั้งปกติ และสถาบันพระมหากษัตริย์ การสืบสวนพบข้อมูลเชื่อมโยงเป็นขบวนการที่มีเสนอข้อความในรูปแบบเว็บไซต์ สิ่งพิมพ์ ตำรวจสันติบาลมีข้อมูลผู้ที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมดได้ประสานกระทรวงไอซีที เพื่อปิดเว็บไซต์เหล่านี้

“ทักษิณ” ปัดยังไม่ได้คุย “จักรภพ”

เย็นวันที่ 22 พ.ค. ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ กล่าวถึงกรณีที่ระบุให้นายจักรภพ เพ็ญแข รมต.ประจำสำนักนายกฯ พิจารณาตัวเองหากไม่สามารถชี้แจงกรณีการหมิ่นสถาบันได้ว่า “ไม่ทราบ ยังไม่ได้คุยกับนายจักรภพเลย คิดว่านายจักรภพคงจะพูดกับสังคมเร็วๆนี้ แต่การเมืองอย่าเพิ่งเลย พอแล้ว การเมืองอย่าเพิ่ง” เมื่อถามว่าการเดินทางไปบ้านนายประภัตร โพธสุธน เลขาธิการพรรคชาติไทย ที่จ.สุพรรณบุรี เพื่อไปเคลียร์ปัญหาความขัดแย้งในอดีต ระหว่างนายเนวิน ชิดชอบ อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย กับนายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยใช่หรือไม่ พ.ต.ท.ทักษิณตอบว่า ไม่หรอก ไปดูเรื่องเกษตรกร เรื่องชาวนา ส่วนแนวคิดการตั้งชมรมอดีตผู้นำประเทศต่างๆนั้น ตอนนี้กำลังอยู่ระหว่างการพูดคุยกับอดีตประธานาธิบดีและอดีตนายกฯหลายประเทศ ว่าเราจะมารวมกันตั้งชมรมอดีตผู้นำ เพื่อนำประสบการณ์และความรู้ที่มีมาเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมของโลก กำลังคุยกันอยู่ 4-5 คนแล้ว จะค่อยๆขยายวงออกไป เมื่อมีมากในระดับหนึ่งแล้วค่อยดำเนินการ ผู้สื่อข่าวถามว่าเกรงหรือไม่ว่าการจัดตั้งชมรมลักษณะดังกล่าวจะถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าตั้งขึ้นมาเพื่อกลับเข้าสู่การเมืองอีกครั้ง พ.ต.ท.ทักษิณตอบว่า “อดีตคือไม่ยุ่งแล้วไง อดีตนี่คือเลิกแล้ว ถ้ายังจะกลับเข้ามาการเมืองอยู่ ก็ไม่เข้าไปในชมรมอดีต อดีตคือจบแล้ว”

จี้รัฐบาลจัดการเช็กบิล “จักรภพ”

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านฯ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายสมัคร สุนทรเวช นายกฯและ รมว.กลาโหม ระบุว่าจะยังไม่มีการปลดนาย จักรภพ เพ็ญแข รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯว่า เรื่องคดีอาจจะเป็นกระบวนการที่ต้องใช้เวลา และมีความซับซ้อนอยู่พอสมควร เพราะอาจจะไม่ใช่ข้อหาเดียว บางคนอ่านแล้วคิดว่า มีปัญหาว่าเป็นกบฏด้วยหรือไม่ เป็นต้น แต่ ประเด็นที่อยากยืนยันผ่านไปถึงนายกฯ คือในระยะหลังเมื่อไหร่ก็ตาม ที่คนที่อยู่ในตำแหน่งแล้วมีอำนาจถูกกล่าวหา คดีจะคืบหน้าช้ามาก แม้กระทั่งกรณีนี้หลับตานึกภาพว่า ถ้าไม่ใช่เป็นรัฐมนตรีป่านนี้คดีอาจจะสรุปแล้วก็ได้ และสิ่งที่เรียกร้องไป เพราะเห็นว่าเรื่องนี้ต้องแก้ด้วยทางบริหารจะไปโยนให้เป็นภาระของกระบวนการยุติธรรมคนเดียวไม่ได้ และคดีที่เกี่ยวข้องกับสถาบันซึ่งเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ตำรวจก็มีหลายปัจจัยที่ต้องคำนึงถึงในการตัดสินใจ อยากเห็นรัฐบาลมีความจริงจังในการแก้ปัญหา ที่เป็นเรื่องละเอียดอ่อนของประเทศ ไม่ใช่ปล่อยจนเกิดกระบวนการต่างๆ และมีความเหิมเกริมโดยเอาเรื่องต่างๆมาปะปนกัน

เชื่อ “จักรภพ” ไม่กล้าคิดไขก๊อก

“ผมยืนยันว่าเรื่องนี้ต้องการที่จะปลดชนวนความ ขัดแย้งของบ้านเมือง และเห็นว่าคนที่อยู่ในฐานะที่จะทำได้ก็คือหัวหน้ารัฐบาลให้ใช้การเมือง การบริหารแก้ปัญหา ถ้าผมคิดว่าคุณจักรภพมีความเป็นไปได้ที่จะพิจารณาตัวเอง ผมก็เรียกร้องคุณจักรภพ บังเอิญดูแล้วผมคิดว่าคุณจักรภพไม่ทำ และไม่มีความรู้สึกรู้สาเลย ยังกล้าปฏิเสธในสิ่งที่ตัวเองพูด ผมถึงต้องเรียกร้องหัวหน้ารัฐบาลให้ทำ แต่ถ้าเขาจะกลับใจก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง นอกจากนี้มีผู้ใหญ่ในวงการเมืองที่ไม่ได้อยู่ฝ่ายประชาธิปัตย์ ได้พูดส่งสัญญาณค่อนข้างชัดว่า คุณจักรภพกำลังเป็นปัญหา คำถามก็คือว่าเราจะให้บุคคลที่เป็นปัญหามาสร้างปัญหาให้กับส่วนรวมเพื่ออะไร คุณจักรภพไม่ได้มีความสำคัญ ในฐานะคู่แข่งทางการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์ แต่ พฤติกรรมเป็นอย่างนี้เราเห็นว่าไม่เหมาะสม เราก็เสนอแนะ และเรื่องนี้ไม่ได้เป็นอย่างที่คุณจักรภพพยายามวาดภาพว่า ถ้าเล่นงานคุณจักรภพแล้วต้องไปเล่นงานคนอื่นนั้นไม่มี เพราะถ้ามีคนที่มีพฤติกรรมอย่างคุณจักรภพ ก็ต้องถูกตรวจสอบอย่างนี้ แต่ถ้าไม่มีก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะไปดำเนินการ” นายอภิสิทธิ์กล่าว

ข่าวส่งเสริมคนดี

จำนวนผู้เข้าเยี่มมชม

link to affordable web hosting
Powered by web hosting provider .

สถิติการเข้าชม DMNEWS

eXTReMe Tracker