บล็อคข่าวส่งเสริมคนดี (รักดีหามจั่ว รักชั่วหามเสา หามจั่วก็หนักนะ)

ข่าวจากสื่อ

บทความจากสื่อ

วันอาทิตย์ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2551

คุณภาพนักการเมืองไทย

โดย วีระ มุสิกพงศ์

การอ่านคำวินิจฉัยของตุลาการรัฐธรรมนูญเรื่องการยุบพรรคไทยรักไทย และไม่ยุบพรรคประชาธิปัตย์เมื่อวันที่ 30 พ.ค.ที่ผ่านมาก่อให้เกิดปัญหาขึ้นในสังคมไทยมากมายกว่าที่ผู้คนจะคาดคิด

ในประเด็นแรก คือเรื่องการยุบ และไม่ยุบนั้นเป็นเรื่องของข้อเท็จจริง และข้อกฎหมายประกอบกันซึ่งขอยกให้เป็นประโยชน์แก่คณะตุลาการรัฐธรรมนูญ คือจะไม่พูดถึงในเรื่องนี้

แต่ประเด็นที่สอง คือเรื่องการเพิกถอนสิทธิทางการเมืองแก่กรรมการพรรคที่ถูกยุบจำนวน 111 คนเป็นเวลา 5 ปีนั้น เป็นปัญหาข้อกฎหมายล้วนๆ และเป็นเรื่องที่คนในพรรคไทยรักไทยทั้งที่เป็นกรรมการบริหาร และสมาชิกสามัญ ต่างไม่อาจยอมรับได้ จึงเป็นเรื่องที่เราให้ความสนใจมากสักหน่อย

ประเด็นเรื่องยุบ และไม่ยุบนั้นมีการเปิดเผยว่าคะแนนเป็นเอกฉันท์ 9 : 0 ส่วนประเด็นเรื่องเพิกถอนหรือตัดสิทธิทางการเมืองนั้น คะแนนไม่เป็นเอกฉันท์ คือควรตัดสิทธิ์ 6 และเห็นควรไม่ตัดสิทธิ์ 3 ซึ่งแสดงว่าในหมู่ตุลาการรัฐธรรมนูญเองก็ยังเห็นไม่ตรงกันชัดแจ้ง

พวกที่เห็นว่า ยุบพรรคไทยรักไทย และตัดสิทธิ์กรรมการบริหาร 111 คนเป็นเวลา 5 ปี นั้นชอบแล้ว มีเหตุผลว่า คำสั่ง คปค. (ซึ่งภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น คมช.) ฉบับที่ 27 อันเป็นคำสั่งเพิ่มโทษกรรมการบริหารพรรคการเมืองมีผลบังคับใช้ย้อนหลังได้เพราะกฎหมายที่ยึดถือกันว่า จะใช้ย้อนหลังเป็นโทษแก่บุคคลไม่ได้นั้น มีเฉพาะกฎหมายอาญาเท่านั้น

ส่วนในกฎหมายอื่นๆ สามารถใช้บังคับย้อนหลังได้ ไม่ขัดต่อหลักกฎหมายทั่วไป

คนพวกที่เห็นอย่างนี้ ยังรวมเอานักวิชาการอื่นที่ไม่ใช่นักกฎหมายโดยตรง เข้าไว้ด้วยเช่น ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ และ อ. ทวีศักด์ สุรฤทธิกุล อาจารย์มหาลัยสุโขทัยฯ

ส่วนคนอีกพวกหนึ่งที่เห็นว่าการลงโทษกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยด้วยการเหมาเข่งตัดสิทธิการเมืองเป็นเวลา 5 ปี เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เพราะขัดกับหลักกฎหมายเบื้องต้นที่ว่า การใช้กฎหมายลงโทษบุคคลย้อนหลังเกินกว่าบทกำหนดโทษที่บัญญัติไว้ในขณะกระทำความผิดย่อมกระทำมิได้

หลักที่ว่านี้ยึดถือกันเหนียวแน่นในการใช้กฎหมายอาญา และยังใช้กับกฎหมายอื่นๆ ที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน แนวความคิดที่ว่านี้มีนักกฎหมายอย่าง อ.มานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา และ ดร. วรเจตน์ ภาคีรัตน์ จากคณะนิติศาสตร์ มธ. เป็นผู้ยืนยันค้ำประกัน

ข้อถกเถียงของทั้งสองฝ่ายเป็นเรื่องทางวิชาการที่น่าสนใจ แต่ไม่ใช่เรื่องสูงส่งเกินไปที่ประชาชนคนสามัญจะร่วมถกเถียงด้วยไม่ได้

ผมมีความเห็นของผมว่าการใช้กฎหมายที่มีบทกำหนดโทษขึ้นภายหลังที่สูงกว่าบทกำหนดโทษบุคคลในขณะกระทำความผิดเป็นการกระทำที่อยุติธรรม เป็นเผด็จการ และเป็นความป่าเถื่อนอย่างหนึ่งที่ต้องถูกขจัดออกไปจากสังคม

ทั้งนี้ไม่ว่ามันจะอยู่ในหมวดกฎหมายอาญา หรือกฎหมายแพ่ง หรือกฎหมายอื่นใด นายเลิศ จุฬารัตน์ อดีตอาจารย์สอนกฎหมาย ม.เชียงใหม่ก็เห็นเช่นเดียวกันนี้ – ( อ้างอิงคอลัมน์ขี่พายุ ทะลุฟ้า นสพ.ข่าวหุ้น 4 มิ.ย. 50 )

หากสังคมใดยอมให้มีการใช้กฎหมายที่มีบทลงโทษย้อนหลังกันได้ สังคมนั้นย่อมเป็นสังคมป่าเถื่อน เพราะผู้มีอำนาจย่อมบัญญัติกฎหมายลงโทษปฏิปักษ์ของตนเอาได้ตามอำเภอใจ

ผมจึงเห็นว่าใครก็ตามที่สนับสนุนมติของตุลาการรัฐธรรมนูญเรื่องตัดสิทธิทางการเมืองกรรมการบริหารพรรคที่ถูกยุบเป็นเวลา 5 ปี เป็นพวกสมุนเผด็จการและเป็นพวกสยบยอมต่อเผด็จการ ในทางตรงกันข้ามใครก็ตามที่ปฏิเสธความเห็นนั้น คัดค้านความเห็นนั้น ดื้อแพ่ง แข็งข้อ ต่อความเห็นนั้นเป็นผู้ต่อต้านเผด็จการ และรังสรรค์ประชาธิปไตย ซึ่งควรแก่การยกย่องสรรเสริญ

นายนวมทอง ไพรวัลย์ คนขับแท็กซี่ธรรมดายังกล้าขับรถเข้าชนรถถัง สละชีพเพื่อต้านเผด็จการ คมช. จัดเป็นวีรบุรุษ ประชาธิปไตยคนหนึ่งมาแล้วเมื่อเร็วๆนี้

บนถนนสายประชาธิปไตยเดียวกัน กรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย 111 คน จะทำอะไรได้แค่ไหน นี่เป็นเรื่องที่เราจะได้พิสูจน์คุณภาพกันในวันนี้

ข่าวส่งเสริมคนดี

จำนวนผู้เข้าเยี่มมชม

link to affordable web hosting
Powered by web hosting provider .

สถิติการเข้าชม DMNEWS

eXTReMe Tracker