บล็อคข่าวส่งเสริมคนดี (รักดีหามจั่ว รักชั่วหามเสา หามจั่วก็หนักนะ)

ข่าวจากสื่อ

บทความจากสื่อ

วันจันทร์ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2553

สุเมธชี้เด็กไม่ดีตีกันทำพ่อทุกข์ องคมนตรีว่าแดงผิด ทรงเสียพระราชหฤทัยปธน.โปแลนด์อสัญกรรม

ที่มา Thai E-News

ที่มา สำนักข่าวแห่งชาติ และกรุงเทพธุรกิจ และมติชนออนไลน์
12 เมษายน2553

สุเมธเผย"ในหลวง"ทรงทุกข์ลูกตีกัน

มติชนออนไลน์ รายงานว่า นายสุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา บรรยายพิเศษเรื่อง "พระจริยวัตรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการจัดโครงการศิลปะพัฒนาชีวิต ด้วยอานาปานสติภาวนา" ที่เสถียรธรรมสถาน ซอยวัชรพล ถนนรามอินทรา 55 เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 11 เมษายน โดยกล่าวตอนหนึ่งถึงกรณีความวุ่นวายทางการเมืองขณะนี้ว่า "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเตือนอยู่ตลอดเวลาว่า อย่าพังบ้าน ซึ่งเวลานี้กำลังจะพังบ้านกันอยู่แล้ว ใครจะชนะช่างหัว แต่บ้านพังแล้ว ถนอมๆ กันหน่อยเถอะ เพราะเรื่องมันก็มีอยู่แค่นี้ เอาธรรมะเข้าจับ อย่าใช้แต่อารมณ์" นายสุเมธกล่าว และว่า เหตุการณ์เมื่อวันที่ 10 เมษายนที่ผ่านมา ตั้งอยู่บนความโกรธ แล้วสุดท้ายคนก็ล้มตายไป ตนเองยังตอบไม่ได้เลยว่า มันจะจบอย่างไร

"ตอนนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรงแล้ว แต่มีพ่อแม่คนไหนที่เห็นลูกตีกันแล้วมีความสุข ลูกไม่ดียังพอทนไหว ลูกทรพีพ่อแม่ยังทนได้ แต่ลูกตีกัน ผมว่าพ่อแม่คนไหนก็ทุกข์ทั้งนั้น ทุกข์ที่สุดของของพ่อแม่คือ เห็นพี่น้องตีกัน ทนไม่ได้หรอก ถ้าถามจิตใจของพระองค์ท่านตอนนี้ ผมว่าพระองค์ทุกข์ที่สุด เพราะฉะนั้นอย่าโกรธกันเลย ถ้าโกรธเมื่อไร ประเทศพังเมื่อนั้น" นายสุเมธกล่าว

วันเดียวกัน กรุงเทพธุรกิจออนไลน์รายงานข่าวเรื่อง 'องคมนตรี'เยี่ยมทหารบอกเสียใจคนไทยสู้กันเอง

องคมนตรีกำธน"เยี่ยมทหารบาดเจ็บ บอกเสียใจคนไทยสู้กันเอง เตือนสตินปช.หยุดทำผิดกม. คนอื่นเดือดร้อน ชี้เรียกร้องยุบสภาได้ แต่อย่าบังคับ

เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่11เมษายน ที่โรงพยาบาลพระมงกุฎ พล.อ.อ.กำธน สินธวานนท์ องคมนตรี ได้เดินทางมาเยี่ยมทหารและผู้ได้รับบาดเจ็บ จากเหตุการปะทะกันในระหว่างการสลายการชุมชนกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เมื่อวันที่ 10 เม.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งในโอกาสนี้พล.อ.อ.กำธน ได้พูดคุยกับ นางนิชา หิรัญบูรณะ ภรรยาของ พ.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม รองเสนาธิการกองพลทหารราบที่ 2 ซึ่งเสียชีวิตจากเหตุปะทะดังกล่าว

ทั้งนี้พล.อ.อ.กำธน ได้กล่าวให้กำลังใจนางนิชาว่ารู้สึกเห็นใจญาติผู้ที่เสียชีวิต แต่ก็ต้องทำใจว่าเขาไปโดยหน้าที่ ซึ่งส่วนราชการก็ต้องช่วยเหลือและหากมีอะไร ก็ให้ติดต่อมูลนิธิสายใจไทยได้ ทั้งนี้เท่าที่ไปเยี่ยมทหารที่ได้รับบาดเจ็บหลายราย ก็พบว่าถูกระเบิดแต่ยังหาไม่ได้ว่าระเบิดของฝ่ายไหน ต่างคนต่างอ้าง ซึ่งก็ปล่อยเขาไป และให้เป็นเรื่องของฝ่ายบ้านเมืองที่มีหน้าที่ดูแลกันไป

จากนั้นพล.อ.อ.กำธน ให้สัมภาษณ์ว่า ตนมาเยี่ยมเยียมผู้ได้รับบาดเจ็บจากการปะทะกันเมื่อวันที่ 10 เม.ย. ไม่ว่าจะเป็นทหาร ตำรวจ พลเรือน รวมทั้งคนเสื้อแดง เพราะทุกฝ่ายถือเป็นคนไทยด้วยกันทั้งนั้น ซึ่งจะไปเยี่ยมทุกโรงพยาบาล เช่น ที่รพ.ราชวิถี หัวเฉียว จุฬา ศิริราช เท่าที่จะทำได้ ไม่ได้ตั้งใจเยี่ยมเฉพาะทหาร

“วันนี้ไม่รู้จะว่าอย่างไร เป็นเรื่องของดวง ขอใช้คำว่าซวยอีกแล้วที่ต้องมาดูแลคนที่บาดเจ็บเนื่องจากคนไทยสู้กันเอง เราเสียใจ และเสียดายกับผู้ที่เสียชีวิตไป จึงได้มาเยี่ยมในฐานะกรรมการมูลนิธิสายใจไทย ไม่ได้มาพูดในนามองคมนตรี ปัญหาที่มีขึ้นเป็นเรื่องของการเมือง ซึ่งเราคงเข้าไปยุ่งไม่ได้ แต่ขอฝากไปถึงพี่น้องประชาชนว่า ขอให้มีสติกันมากขึ้น คิดเสียหน่อย ทำในสิ่งที่ถูก การที่อ้างว่าเป็นประชาธิปไตยนั้น มีความเห็นได้ แต่ก็ต้องมาพูดจากันหาข้อยุติว่าแล้วอะไรมันดีที่สุด แต่ถ้าเรามีความเห็นของเรา แล้วเราปักใจว่าของเราถูก ต้องเป็นของเราเท่านั้น ไปบังคับให้เป็นไปตามนั้น อันนี้คือปัญหาที่เกิดขึ้น

พล.อ.อ.กำธน กล่าวว่า ที่เราไปบังคับว่าต้องยุบสภาให้ได้ภายในกี่วัน อันนี้คือเป็นม๊อบถ้าเราไปบังคับเมื่อไหร่ ผลของการอยากให้ยุบตามใจเรา มันก็ขยายผลไปสู่การทำให้คนอื่นเกิดความเดือดร้อน ค้าขายไม่ได้ เศรษฐกิจก็ไปไม่ได้ บ้านเมืองเสียหาย จึงอยากขอให้เลิก เพราะเมื่อไม่เลิกก็เกิดปะทะกัน ดังนั้นถ้าเราจะแก้ปัญหาก็ต้องหยุดทำผิดกฎหมายที่ทำให้คนอื่นเขาเดือดร้อน ส่วนความเห็นที่บอกว่าของใครจะทำให้บ้านเมืองดี หากยังมีอยู่ก็แสดงออกได้ แต่ขอว่าอย่ารุนแรง อย่าคิดว่าต้องเอาให้ได้ ไม่เช่นนั้นก็จะเกิดความรุนแรง ไม่ต้องเอาคนมาเป็น 3 หมื่นคน เพราะคนแค่พัน หรือหมื่นคนก็แสดงออกได้แล้ว ผลที่ออกมาก็จะเป็นไปตามเหตุผล ไม่ได้ใช้อำนาจ ถ้าเอาหลักตรงนี้ไปคิดก็จะหยุดการที่จะต้องสลายม๊อบที่ทำให้เกิดการปะทะ

ผู้สื่อข่าวถามว่า สถานการณ์ตอนนี้ยังส่อเค้าที่จะรุนแรงมากขึ้นองคมนตรี กล่าวว่า อยากให้ช่วยเผยแพร่ข้อความของตน ที่บอกว่าความเห็นที่แตกต่างกันไม่เป็นปัญหา เป็นประชาธิปไตย แต่ความเห็นที่บอกว่าต้องเป็นไปตามของตนเองอย่างเดียว แบบนี้ไม่ถูก ยิ่งมาใช้กำลังบังคับให้เป็นไปตามที่ตัวเองก็ยิ่งไม่ดีใหญ่ ทำให้เกิดปัญหา ส่วนการใช้อาวุธหนักเข้ามาปะทะกันนั้น ตนคงไม่ขอแสดงความเห็น อย่าไปปรักปรำว่าใครเป็นอย่างไร เพราะต่างฝ่ายก็ต่างบอกว่าอีกฝ่ายโยนใส่

ผู้สื่อข่าวถามว่า ทางออกของประเทศ รัฐบาลและคนเสื้อแดงควรจะเจรจากันหรือไม่ พล.อ.อ.กำธน กล่าวว่า เป็นเรื่องของรัฐบาล ตนไม่อาจไปสั่งได้ แต่เชื่อว่าเขาคงหาทางพูดกันอยู่แล้ว

ผู้สื่อข่าวถามว่า การเจรจาจะทำให้ปัญหายุติหรือไม่ องคมนตรี กล่าวว่า “ ถ้าเราฟังแล้ว ไม่มีประเด็นที่จะให้เจรจามันก็เจรจาไม่ได้ เช่น ที่บอกว่าต้องยุบภายใน 15 วันมันก็ไม่มีทางจะเจรจา ”

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถทรงส่งพระราชสาสน์แสดงความเสียพระราชหฤทัยประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐโปแลนด์และภริยาถึงแก่อสัญกรรมจากอุบัติเหตุเครื่องบินตก

ด้วยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีข้อความพระราชสาสน์แสดงความเสียพระราชหฤทัยไปยังรักษาการประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐโปแลนด์

ในการที่ นายเลค คาซินสกี้(Mr.Lech Kacynski)ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐโปแลนด์และภริยาถึงแก่อสัญกรรมจากอุบัติเหตุเครื่องบินตกขณะกำลังจะลงจอด ณ ท่าอากาศยานเมืองสโมเลนสค์ สหพันธรัฐรัสเซีย เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2553 ซึ่งสำนักราชเลขาธิการได้เชิญผ่านสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอร์ซอ เรียบร้อยแล้ว ดังสำเนาข้อความพระราชสาสน์ที่แนบมาพร้อมด้วยคำแปลภาษาไทยที่แนบมาพร้อมนี้

ฯพณฯ ท่านรักษาการประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐโปแลนด์ กรุงวอร์ซอ ข้าพเจ้าและพระราชินี เศร้าสลดใจยิ่งนัก ที่ได้รับทราบข่าวว่า นายเลค คาซินสกี้ (Mr.Lech Kacynski) ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐโปแลนด์ และภริยา ถึงแก่อสัญกรรม พร้อมด้วยข้าราชการระดับสูง และผู้โดยสารในเครื่องบิน ซึ่งประสบอุบัติเหตุตกใกล้กับเมืองสโมเลนสค์ สหพันธรัฐรัสเซีย

ข้าพเจ้าและพระราชินีขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง มายังท่าน และครอบครัวของผู้เสียชีวิต รวมทั้งประชาชนแห่งสาธารณรัฐโปแลนด์ ในการสูญเสียอันใหญ่หลวง ที่ชาวโปแลนด์ประสบในครั้งนี้

พระปรมาภิไธย

ภูมิพลอดุลยเดช (ปร.)


***************

ข่าวส่งเสริมคนดี

จำนวนผู้เข้าเยี่มมชม

link to affordable web hosting
Powered by web hosting provider .

สถิติการเข้าชม DMNEWS

eXTReMe Tracker