
เจ้าหน้าที่ได้ยิงแก๊สน้ำตาใส่ผู้ชุมนุมแต่ลมไม่เป็นใจการรุกไม่คืบ ด้านแกนนำเตรียมส่ง จยย.เสื้อแดงเข้าพื้นที่สะพานผ่านฟ้าลีลาศเสริม ประกาศสงครามกับจนท.รัฐเต็มรูปแบบ...
ตั้งแต่เวลา 19.20 น.วันนี้ (10 เม.ย.) ได้มีเหตุการณ์ใกล้จลาจล ระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับกลุ่ม นปช.คนเสื้อแดง โดยเจ้าหน้าที่ได้ยิงแก๊สน้ำตาใส่ผู้ชุมนุม ขณะที่กระแสลมที่สี่แยกคอกวัว ได้พัดแก๊สน้ำตาไปทิศทางที่เจ้าหน้าที่รัฐอยู่ ขณะที่ทหารถูกแก๊สน้ำตาเช่นกัน ทำให้การรุกคืบขอพื้นที่คืนบริเวณสี่แยกคอกวัว ไม่คืบหน้า ขณะที่มีการยิงแก๊สน้ำตาจาก เฮลิคอปเตอร์ใส่กลุ่มผู้ชุมนุมที่อยู่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และสี่แยกคอกวัว
ส่วนการชุมนุมที่แยกราชประสงค์ นางลดาวัลย์ วงศ์ศรีวงศ์ แกนนำ นปช.ขึ้นปราศรัยและเตรียมปล่อยโคมลอย สกัด ฮ.บินผ่าน ส่วน 3 แกนนำ นปช. นายวีระ มุสิกพงส์ จตุพร พรหมพันธุ์ และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อกำลังประชุมหน้าเครียดอยู่ที่เวทีราชประสงค์ และ เมื่อเวลา 19.55 น.แกนนำคนเสื้อแดงได้ประกาศว่า จะให้กลุ่มผู้ชุมนุมคนเสื้อแดงหน่วยเคลื่อนที่เร็วไปที่สะพานผ่านฟ้าลีลาศ โดยมีแกนนำ คือ อริสมันต์ พงษ์เรื่องรอง พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ และ พ.ต.ท.เสงี่ยม เจริญราษฎร์ เพื่อไปสมทบกับผู้ชุมนุมที่อยู่ที่สะพานผ่านฟ้า พร้อมทั้งประกาศสงครามกับเจ้าหน้าที่รัฐเต็มรูปแบบ
ล่าสุด รถประจำทางสาย ขสมก.และรถร่วมฯ ได้หยุดให้บริการไปแล้ว 108 เส้นทาง ภายหลังกลุ่มคนเสื้อแดงยึดรถประจำทางไป 2 คัน และตามยึดคืนได้แล้ว 1 คัน ต่อมาเมื่อเวลา 20.00 น.กลุ่มคนเสื้อแดงได้จุดระเบิดโดยถังแก๊สบริเวณแยกคอกวัวขณะที่ต่อสู้กับทหาร ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากการระเบิดครั้งนี้จำนวนมาก
ทั้งนี้เมื่อเวลา 21.00 น.ทาง พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษก ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) แถลงการณ์ระบุว่า จากการเข้าปฏิบัติงานเพื่อทวงคืนพื้นที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ ตามแผนที่ได้กำหนดไว้ตลอดวันที่ผ่านมา ได้มีกลุ่มผู้ชุมนุมต่อสู้ขัดขวางทุกรูปแบบ ทั้งการใช้ถังแก๊ส และลูกระเบิดขว้าง และยิงปืนใส่เจ้าหน้าที่ทหารด้วย