
“แอนดรูว์ วอล์คเกอร์” นักมานุษยวิทยาที่ศึกษาเรื่องประเทศไทยจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย ได้เขียนบทความชื่อ “ประเทศไทยจะสามารถยึดถือฉันทามติรูปแบบใหม่ไว้ได้หรือไม่?” ลงในเว็บล็อก “นิว แมนดาลา” (นวมณฑล) เมื่อวันที่ 8 เมษายนโดยวอล์คเกอร์วิเคราะห์ว่า มีผลลัพธ์แง่บวกประเด็นหนึ่งที่เกิดขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมืองของประเทศไทยในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา นั่นก็คือ การมีฉันทามติ (ข้อตกลงร่วมกัน) ระดับชาติประการใหม่ที่เห็นว่าการปราบปรามกลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงกลุ่มต่างๆ ด้วยความรุนแรงนั้นเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ ซึ่งบ่งชี้ให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงเรื่องจริยธรรมทางการเมืองในการ
จัดการความขัดแย้งของสังคมไทยฉันทามติแบบใหม่ดังกล่าวได้ผลักนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะให้เข้าไปอยู่ในตำแหน่งแห่งที่อันแสนยากลำบาก คือ แม้จะมีอำนาจทางกฎหมายที่น่าเกรงขามอย่าง พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินอยู่ในมือ แต่วอล์คเกอร์ตั้งข้อสงสัยว่าทั้งนายอภิสิทธิ์และเจ้าหน้าที่กองทัพที่ถูกระดมเข้ามาในกรุงเทพฯ คล้ายจะขาดแรงจูงใจในการบังคับใช้กฎหมายตามอำนาจที่มีอีกทั้งความน่าเชื่อถือของนายอภิสิทธิ์ตั้งอยู่บนความ
ประทับใจที่เขาสามารถทำให้สถานการณ์อันสับสนอลหม่านในประเทศไทยมีลักษณะดูเหมือนจะมีเสถียรภาพขึ้นมาได้ แต่ความน่าประทับใจดังกล่าวจะหายไปในทันที หากมีการปราบปรามกลุ่มคนเสื้อแดงด้วยความรุนแรง ด้วยความที่มีอายุน้อยและยังมีอนาคตทางการเมืองอีกยาวไกล อภิสิทธิ์จึงไม่น่าเลือกหนทางเช่นนั้น ขณะที่กองทัพก็ไม่เต็มใจที่จะกร่อนเซาะทุนทางการเมืองของตนเอง ผ่านการมีท่าทีอดทนอดกลั้น ซึ่งจะเป็นเพียงหนทางเดียวที่จะช่วยยืดอายุได้ชั่ว
คราวของรัฐบาลที่อ่อนแอและกำลังอยู่ในภาวะวิกฤติได้ดังนั้น ทั้งรัฐบาลนายอภิสิทธิ์และกองทัพจึงมีเหตุผลในทางปฏิบัติที่จะเคารพในหลักการใหม่เรื่อง “สันติวิธี” ของสังคมไทยในอีกแง่มุมหนึ่ง ฉันทามติใหม่ดังกล่าวยังต้องการความรับผิดชอบจากกลุ่มผู้ชุมนุมประท้วง ตามความเห็นของวอล์คเกอร์ กลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงสามารถดำเนินกิจกรรมการประท้วงในคราวนี้ด้วยวิถีทางอันสอดคล้องกับกฎกติกาแบบใหม่ในสังคม โดยจุดมุ่งหมายที่ต้องการ “การเลือกตั้ง
ใหม่” ของพวกเขาก็เป็นข้อเสนอที่น่าเชื่อถืออย่างไรก็ตาม การพยายามจะฉกฉวยหาความได้เปรียบจากท่าทีสันติวิธีของรัฐบาลด้วยกลยุทธ์สุ่มเสี่ยง ก็อาจส่งผลให้การชุมนุมที่มีความชอบธรรมของคนเสื้อแดงถูกพลิกผันให้กลับกลายเป็นสถานการณ์ปลุกปั่นยั่วยุอารมณ์ฝูงชนได้ ในมุมมองของนักมานุษยวิทยาชาวออสเตรเลีย การบุกรุกเข้าไปยังรัฐสภาครั้งล่าสุดของกลุ่มคนเสื้อแดงถือเป็นข้อผิดพลาด ที่อาจนำไปสู่การหวนกลับคืนมาอีกครั้งหนึ่งของความปรารถนาที่
ต้องการจะปราบปรามกลุ่มผู้ชุมนุมอย่างรุนแรงวอล์คเกอร์สรุปว่า ถ้าเขาคาดเดาไม่ผิดเกี่ยวกับกฎกติกาใหม่ว่าด้วยเรื่องสันติวิธีของสังคมไทย และถ้ากลุ่มคนเสื้อแดงไม่กระทำการอย่างบ้าระหํ่าไม่ยั้งคิด การเจรจาต่อรองครั้งต่อไประหว่างรัฐบาลกับแกนนำเสื้อแดง และความประนีประนอมเรื่องกำหนดวันเลือกตั้งครั้งใหม่ก็น่าจะเป็นผลลัพธ์ของความสับสนวุ่นวายครั้งนี้แต่หากเขาคาดเดาผิด สิ่งที่ตามมาก็คงเป็นความหายนะอย่างแท้จริง