คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนเสนอทางออกในการแก้ปัญหาวิกฤติบ้านเมือง โดยขอให้อดีตนายกรัฐมนตรี 4 ท่านด้วยกันมาเป็นคนกลางในการเจรจาหาทางออกระหว่างแกนนำเสื้อแดงกับรัฐบาล ซึ่งอดีตนายกฯที่ว่าได้แก่ คุณชวน หลีกภัย คุณอานันท์ ปันยารชุน คุณบรรหาร ศิลปอาชา และ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เป็นแนวคิดที่น่าสนใจ
เพียงแต่ว่า วิกฤติการเมือง ไม่มีกรรมการมาตั้งแต่ยกแรก พอถึงยกสุดท้ายจะตั้งกรรมการขึ้นมาควบคุมกติกา คงจะดูทะแม่งชอบกล
เผลอๆถ้าดูจากรายชื่อกรรมการงวดนี้ อาจจะเดาผลคะแนนออกมาล่วงหน้าได้ ไม่พ้น 3 ต่อ 1 เชื่อขนมกินได้เลยว่า ต่อให้เอาอดีตนายกฯของประเทศไทยมารวมกันทั้งหมดก็ไม่มีใครฟังใคร
เลยเส้นแบ่งการเจรจามาแล้ว
หรือแม้แต่การที่จะให้รัฐบาลกับเสื้อแดงมาคุยกันอีกรอบก็ใช่จะหาทางออกได้ เหตุผลข้อเดียวก็คือมีความจริงใจ ในการที่จะร่วมเจรจาหาทางออกมากน้อยแค่ไหน
เมื่อนี่คือเกมชิงอำนาจการเมือง เป็นแผนบันไดสี่ขั้น ลับลวงพราง
ว่ากันว่า การเจรจาระหว่าง นายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กับ แกนนำเสื้อแดงสองครั้งที่ผ่านมา และกลายเป็นการโต้วาทีถ่ายทอดสด ก็เพราะว่ามีการบิดพลิ้วข้อตกลงที่คุยกันไว้ก่อนในเงื่อนไขการยุบสภา ภายใน 6 เดือน ใครเบี้ยวใครไม่อยากจะเซด
ความไม่เชื่อมั่นซึ่งกันและกันขาดสะบั้นตั้งแต่ตอนนั้น แกนนำ เสื้อแดง จึงกล้าประกาศบนเวทีชุมนุมว่าจะไม่มีการเจรจากับรัฐบาลอีกต่อไป
จะมีเบื้องหน้าเบื้องหลังอย่างไร หรือกลัวจะเสียเหลี่ยมก็เป็นอีกเรื่อง
ความต้องการที่จะเอาชนะด้วยกำลังมีอยู่ตลอดเวลาจากผู้มีอำนาจปิดทางเจรจา ข่าวที่ออกมาจากที่ประชุม ศอ.รส.ค่อนข้างจะหนาหูว่า รัฐบาลต้องการจะสลายการชุมนุมของคนเสื้อแดง
ชนิดขุดรากถอนโคน
เตรียมกำลังเอาไว้เสร็จสรรพรอคำสั่งจาก ผบ.ทบ. พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา และรอง ผบ.ทบ. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์-โอชา ที่จะสั่งให้เข้าจับกุมแกนนำผู้ชุมนุมและดำเนินการสลายการชุมนุม เนื่องจากเกินความสามารถของเจ้าหน้าที่ตำรวจไปแล้ว
แต่กองทัพไม่โอเค
ทั้ง พล.อ.อนุพงษ์ และ พล.อ.ประยุทธ์ตั้งคำถามว่า มีเหตุอันควรที่จะต้องใช้กำลังทหารเข้าสลายการชุมนุมแค่ไหนถ้าผู้ชุมนุมยังอยู่ในความสงบ แผนการสลายการชุมนุมในวันที่ 5-6 เม.ย. จึงต้องยุติไปโดยปริยาย หนทางที่รัฐบาลจะอาศัยมือทหารและกฎหมายเข้าบ่งเสี้ยนหนามชักจะริบหรี่ ต้องสร้างความชอบธรรมที่จะอ้างเหตุในการสลายการชุมนุมต่อไป ก่อความรุนแรงเพื่อใช้ความรุนแรง.
หมัดเหล็ก