บล็อคข่าวส่งเสริมคนดี (รักดีหามจั่ว รักชั่วหามเสา หามจั่วก็หนักนะ)

ข่าวจากสื่อ

บทความจากสื่อ

วันศุกร์ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2552

จักรภพตั้งเป้าสู้ป๋าเปรม 6 เดือนชนะ

ทีมา ไทยรัฐ

สำหรับบรรยากาศการชุมนุมของเสื้อแดงที่ทำเนียบฯ ตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ 2 เม.ย. มีจำนวนผู้ชุมนุมบางตาจนกระทั่งถึงช่วงใกล้เที่ยงจึงเริ่มมีจำนวนมากขึ้น เพราะมีการนัด หมายให้มารวมตัวกันในช่วงบ่ายก่อนเดินทางไปดาว กระจายที่กระทรวงการคลัง โดยในเวลา 08.00 น. กลุ่มผู้ชุมนุมประมาณ 100 คน ได้ไปปักหลักรวมตัวกัน ที่บริเวณเชิงสะพานมัฆวานรังสรรค์ หลังจากมีข่าวว่านายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี จะเดินทางเข้าทำเนียบฯ ทางประตู 8 ฝั่งคลองผดุงกรุงเกษม ผู้ชุมนุมบางคนได้เตรียมถือไข่ไก่รอต้อนรับ หากนายสุเทพเดินทางมาจริง แต่รอกันนานนับชั่วโมงก็ไม่มีวี่แววว่าจะมาตามที่มีข่าว จึงได้ปักหลักใช้เครื่องขยายเสียงโจมตีนายสุเทพอย่างดุเดือด โดยเปรียบว่าเป็นตัวเงินตัวทอง ที่วิ่งเพ่นพ่านอยู่ในทำเนียบฯ และชอบเห่าแต่ไม่กัดเหมือนสุนัขพันธุ์พุดเดิ้ล

ดาวกระจายไปคลังแล้วกลับที่ตั้ง

เวลา 10.00 น. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำกลุ่ม เสื้อแดง แถลงหลังเวทีปราศรัยถึงการดาวกระจายที่กระทรวงการคลังในบ่ายวันที่ 2 เม.ย.ว่า กลุ่มคนเสื้อแดงที่ไปที่กระทรวงการคลัง จะแสดงเจตนารมณ์อย่างสงบสันติ ปราศจากอาวุธ และจะไม่บุกเข้าข้างใน ไม่ขัดขวางการเข้าออกของเจ้าหน้าที่ที่จะเข้าไปปฏิบัติงาน เสร็จแล้ว จะเดินทางกลับมาที่หน้าทำเนียบฯ การไปครั้งนี้มีเป้าหมาย เพื่อยุติการดำเนินโครงการกู้เงินจากต่างชาติในทุกกรณี เพราะไม่เชื่อมั่นว่ารัฐบาลมีขีดความสามารถในการชำระหนี้คืน คนเสื้อแดงไม่อยากแบกรับภาระหนี้ เพราะไม่เชื่อว่าจะมีศักยภาพในการบริหารจัดการงบที่กู้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ประกอบกับเชื่อว่ารัฐบาลนี้จะอายุสั้นและ กำลังเข้าสู่ช่วงสุดท้าย หากจะกู้เงินควรเป็นหน้าที่ของ รัฐบาลที่มาอย่างถูกต้องชอบธรรม ซึ่งประเทศไทยยังรอ ได้ไม่ต้องรีบร้อนกู้

อัด “อภิสิทธิ์” โกหกโลกเอาตัวรอด

นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า รู้สึกห่วงเรื่องการเดินทางไปประชุมจี 20 ของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จะมีการไปเจรจาขอกู้เงินจากประเทศอื่นอีก นายอภิสิทธิ์ ได้ให้สัมภาษณ์สถานีโทรทัศน์บีบีซีของอังกฤษที่ตั้ง คำถามว่ารัฐบาลมาโดยชอบธรรมหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ บอกว่ามาโดยชอบ เพราะเป็นปกติที่พรรคการเมืองเสียงข้างมากไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ พรรคที่เป็นอันดับสอง สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ ถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่สง่างาม ที่คนเป็นนายกรัฐมนตรีไปพูดเท็จโกหกคนทั้งโลก แม้ไม่พูดความจริงแต่คนทั่วโลกก็รับรู้เรื่องในเมืองไทยดี ทำไมไม่ตอบไปว่า พรรคใหญ่ที่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ยังไม่ได้ทำอะไร แต่ทหารไปบีบบังคับพรรคการเมืองอื่นๆ ให้ไปเข้ากับพรรคประชาธิปัตย์ กดดันกันจนในที่สุดพรรคประชาธิปัตย์ก็ประสบความสำเร็จในเป้าหมายเป็นรัฐบาล รัฐบาลนี้จึงเป็นรัฐบาลเด็กเลี้ยงแกะพูดเท็จเอาตัวรอด

แจกเสื้อแดง ตร.-ทหารกว่า 2 พันตัว

แกนนำเสื้อแดงยังกล่าวถึงเรื่องที่มีตำรวจเข้ามาร่วมชุมนุมกับกลุ่มเสื้อแดงเป็นจำนวนมากด้วยว่า ขณะนี้มีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ โดยได้ทำการแจกเสื้อแดง กว่า 2 พันตัว ให้ทหารและตำรวจที่มาปฏิบัติหน้าที่ดูแล พื้นที่ในทำเนียบฯ ข้าราชการส่วนหนึ่งที่ทำงานในทำเนียบฯ ก็ตัดสินใจเข้ามาร่วมชุมนุมกับคนเสื้อแดง จึงขอแจ้งข่าวนี้ไปยังนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีด้วยว่า ให้ระวังตัวไว้ เพราะวันดีคืนดีอาจจะเกิดปรากฏการณ์ เหมือน 3 ก๊ก ขณะเดินอยู่อาจถูกจับกุมตัวได้ และไม่เชื่อเรื่องการใช้อำนาจของนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช. มหาดไทย จะกดดันให้ผู้ว่าราชการจังหวัดควบคุมม็อบเสื้อแดงได้ เพราะถ้าอำนาจมีมากจริงเสื้อแดงคงสลายไป นาน คงไม่โตวันโตคืนเหมือนทุกวันนี้ นานๆที่จะมีโอกาส ได้เป็นรัฐมนตรีขอให้ใช้ความสำราญอย่างเต็มที่

ยันไม่ได้แอบถอดปลั๊กแต่ถูกตัดสัญญาณ

นายณัฐวุฒิกล่าวถึงกรณีที่สัญญาณของดีสเตชั่น ทีวีถูกตัดว่า สัญญาณที่ถูกตัดเมื่อวันที่ 1 เม.ย. ว่า ไม่ใช่ การตัดอย่างธรรมชาติ เพราะมีคนลงมือทำขึ้น ดีที่ฝ่ายเทคนิคของดีสเตชั่นมีการทำการบ้านมาดี จึงสามารถหาช่องทางอื่นในการออกสัญญาณต่อได้ แต่ก็ยังมีความพยายามที่จะไล่ปิดสัญญาณซ้ำ ถือว่าขณะนี้เป็นการต่อสู้กันทางเทคโนโลยี ฝากบอกไปยังรัฐบาลโดยเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์ด้วยว่า ให้กล้าที่จะสู้กันแบบลูกผู้ชาย อย่ากล่าวหาว่าคนเสื้อแดงถอดปลั๊กตัดสัญญาณเอง เพราะไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้น และหากสัญญาณของดีสเตชั่นถูกตัดอีก จะบุกที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ ส่วนบ้าน สี่เสาเทเวศร์ คงไม่ไปในวันนี้ แต่ในวันชุมนุมใหญ่ 8 เม.ย. ถ้าประชาชนมากันมากแล้วอยากจะไปก็ไป ว่าไม่ได้ ทั้งหมดต้องขึ้นอยู่กับสถานการณ์ เมื่อถามต่อว่าถ้าไปบ้านสี่เสาฯแล้วมีการพูดจาจาบจ้วง พล.อ.เปรม แล้วมีฝ่ายออกมาต่อต้านจะทำอย่างไร นายณัฐวุฒิตอบว่า ไม่มีปัญหา เป็นสิทธิที่ทำได้ ถ้าไม่ผิดกฎหมาย แต่ไม่เชื่อว่าคนที่ออกมาเคลื่อนไหวจะเคารพรัก พล.อ.เปรม อย่างจริงใจ แม้เป็นคนของพรรคประชาธิปัตย์ก็ไม่เชื่อว่าจะจริงใจ ล้วนเป็นผลประโยชน์ทางการเมือง

“ทักษิณ” อ้อนถูกปล่อยข่าวว่าตาย

ผู้สื่อข่าวถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณจะโฟนอินผ่านระบบวีดิโอลิงค์เข้ามาหรือไม่ นายณัฐวุฒิตอบว่า ช่วงบ่ายจะสรุปอีกที พ.ต.ท.ทักษิณเป็นเจ้าแห่งเทคโนโลยีเหมือนกัน ท่านได้โทรศัพท์มาสอบถามเรื่องสัญญาณดีสเตชั่นถูกตัดและบอกว่าเรื่องนี้มีการดำเนินการให้ถูกตัดสัญญาณ แต่วีดิโอลิงค์ยังไม่เป็นไร สามารถสั่งสัญญาณภาพสดๆได้เหมือนเดิม เมื่อคืนนี้ตอนที่นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายก รัฐมนตรีเดินทางมาที่เวทีปราศรัย พ.ต.ท.ทักษิณได้โทรศัพท์ มาบอกว่า สนุกกันใหญ่แล้ว มีการปล่อยข่าวออกมาว่า พ.ต.ท.ทักษิณถูกจับที่เกาะกง หนักกว่านั้นหาว่าตายแล้วอีกด้วย เป็นการปล่อยข่าวลวงโลก

เตรียมรับมือเสื้อแดงดีเดย์ 8 เม.ย.

วันเดียวกัน ที่ บช.น. พล.ต.ต.สุพร พันธุ์เสือ โฆษก บช.น. กล่าวว่า ได้ประชุมประเมินสถานการณ์เรื่องที่กลุ่มเสื้อแดงจะไปชุมนุมที่กระทรวงการคลังนั้น บช.น.จัดเตรียม 2 กองร้อย จาก บก.น.2 และจากส่วนกลางเพื่อป้องกันไม่ให้มีการละเมิดการดูแลทรัพย์สินและการบุกรุกสถานที่ราชการ จากการปิดคำสั่งศาล หากไม่ปฏิบัติตามโจทก์ คือสำนักนายกรัฐมนตรีต้องรวบรวมหลักฐานร้องขอต่อศาลเพื่อให้ศาลออกหมายบังคับคดี จากนั้นเจ้าหน้าที่บังคับคดีจะดำเนินการปิดหมายบังคับคดี อาจมาร้องขอความร่วมมือกับตำรวจเพื่อช่วยดำเนินการ ส่วนบ้านสี่เสาเทเวศร์มีข่าวว่าผู้ชุมนุมจะเดินทางมาวันที่ 8 เม.ย. ตำรวจได้กำหนดแผนการปฏิบัติแล้ว ได้มอบให้ พล.ต.ต.วิบูลย์ บางท่าไม้ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก. น.1 ควบคุมเหตุการณ์ อุปกรณ์ที่ใช้มีแต่โล่ ไม่มีกระบองมีกำลังดูแล 1 กองร้อย ส่วนที่พรรคประชาธิปัตย์ มีกำลังดูแล 1 กองร้อย หากมีเหตุการณ์ผู้ชุมนุมมาจะมีกำลังไปเสริมเป็น 2 กองร้อย

ผบ.ตร.ให้ ตร.อดทนอดกลั้น

ขณะที่ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. กล่าวถึงการนัดชุมนุมใหญ่กลุ่มคนเสื้อแดงที่ทำเนียบรัฐบาลว่า ได้มอบหมายให้ พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผบช.น. เป็นผู้ประเมินสถานการณ์การชุมนุมร่วมกับ พล.ต.ท.ธีระเดช รอดโพธิ์ทอง ผบช.ส. ซึ่งได้มีคำสั่งให้มีการสนับสนุน กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจากพื้นที่ใกล้เคียงจาก บช.ภ.1 บช.ภ.7 และ บช.ภ.2 สลับสับเปลี่ยนกำลังเพื่อไม่ให้เกิดความเคร่งเครียด และอ่อนล้าของกำลังหลัก บช.น. มีเจ้าหน้าที่ทหารเข้ามาร่วมสนับสนุน เชื่อว่าม็อบไม่น่าจะมีความรุนแรง ขอยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ต้องการทำร้ายประชาชน ทุกคนที่มาทำหน้าที่เข้าใจบทบาทและหน้าที่ของตัวเอง ต้องใช้ความอดทนอดกลั้นให้มากที่สุด ทำหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อย ไม่ว่าจะเป็นผู้ชุมนุมกลุ่มไหนทั้งสิ้น

เสื้อแดงตามราวีไล่ “เทพเทือก”

อีกด้านเวลา 09.10 น. วันเดียวกัน ขณะที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ในฐานะรักษาการนายกรัฐมนตรี ไปเป็นประธานในพิธีเปิดศูนย์ฝึกขับขี่ปลอดภัยฮอนด้า ที่ศูนย์ฮอนด้า ซอยรามคำแหง 127 ถนนรามคำแหง ปรากฏว่ามีกลุ่มคนเสื้อแดงบางกะปิจำนวนกว่า 30 คน พากันมาประท้วงขับไล่นายสุเทพ มีการชูป้ายข้อความหยาบคายโจมตีรัฐบาล ส่วนแกนนำก็ใช้โทรโข่งปราศรัยตะโกนด่าเป็นระยะๆ โดยมีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ 50 นายจาก สน. หัวหมากมารักษาความสงบ ยืนถือโล่กั้นเป็นแนวไม่ให้ กลุ่มผู้ชุมนุมผ่านเข้าไปบริเวณงาน

“สุเทพ” วอนผู้ชุมนุมเคารพกฎหมาย

หลังเปิดงานเสร็จแล้ว นายสุเทพให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่กลุ่มม็อบเสื้อแดง ยังไม่ยอมเปิดทางให้รถเข้า-ออกทำเนียบรัฐบาล ตามคำสั่งคุ้มครองของศาลแพ่งว่า ขอเรียกร้องกลุ่มผู้ชุมนุมให้เคารพกฎหมายและปฏิบัติตามคำสั่งของศาล บ้านเมืองมีขื่อมีแป กฎกติกา รัฐบาลใช้ความระมัดระวังอดทนอดกลั้นอย่างถึงที่สุดอยู่แล้ว ไม่ได้ไปข่มเหงรังแกหรือยั่วยุท้าทายใดๆทั้งสิ้น แต่การชุมนุมที่มีการปิดล้อมและบังคับคนที่เข้าไปทำงานในทำเนียบฯ ทั้งที่เป็นข้าราชการและรัฐมนตรีให้ต้องลงมาเดิน ให้มีการตรวจค้น มันเป็นการคุกคามล่วงละเมิดสิทธิของบุคคล ไม่ใช่การชุมนุมที่สงบตามปกติ ทำเนียบรัฐบาลมีถนนรอบ 4 ด้าน กลุ่มผู้ชุมนุมก็ชุมนุมได้ 3 ด้านแล้ว ต้องขอสัก 1 เส้นทางเพื่อให้คนเข้าออกได้ โดยไม่รู้สึกว่าถูกกดดันหรือถูกบีบคั้น ถ้ากลุ่มผู้ชุมนุมยังไม่ยอมปฏิบัติตามคำสั่งของศาล เจ้าหน้าที่ต้องไปดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย ส่วนสัปดาห์หน้าจะสามารถประชุม ครม.ในทำเนียบรัฐบาลได้หรือไม่ คงต้องแก้ สถานการณ์ไปตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน

ปัดข่าวตัดสัญญาณดีทีวี

เมื่อถามถึงกรณีที่ดีทีวีถูกตัดสัญญาณในวันที่ 1 เม.ย. โดยมีการอ้างว่ารัฐบาลสั่งให้ดำเนินการ นายสุเทพกล่าวว่า ไม่มี ได้มอบให้กระทรวงไอซีทีไปศึกษาข้อกฎหมายดูก่อน แต่ รมว.ไอซีทียังไม่ได้รายงานกลับมา ยืนยันว่ารัฐบาลจะเคารพและปฏิบัติตามกฎหมายทุกอย่าง ดีทีวีจะถ่ายทอดได้หรือไม่ ขอความกรุณาอย่ามาโทษรัฐบาล เพราะรัฐบาลไม่ได้ทำ และไม่มีขีดความสามารถที่จะทำอะไรสิ่งเหล่านั้นได้

ไม่ขอเพิกถอนคำสั่งศาลแพ่ง

ที่ศาลแพ่ง นายคารม พลทะกลาง ทนายความของแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวว่า ตามที่ศาลแพ่งได้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ให้ แกนนำ นปช.เปิดถนนลูกหลวง ตั้งแต่แยกเทวกรรมจนถึงสพานชมัยมรุเชฐ ประตูทำเนียบรัฐบาลประตูที่ 6 และ 8 ตามที่สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรียื่นคำร้อง ซึ่งแกนนำ นปช.ได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งไปเมื่อวันที่ 1 เม.ย. ดังนั้น แกนนำ นปช. จึงมีมติไม่ยื่นคำร้องต่อศาลแพ่ง ให้ยกเลิกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวดังกล่าวอีก เนื่องจากเห็นว่า คำสั่งที่ศาลอนุญาตให้เปิดประตูทำเนียบประตูที่ 6 และ 8 ไม่ได้เป็นอุปสรรคในการชุมนุมของ นปช.และประชาชนจนเกินไปจนไม่สามารถชุมนุมได้ และประตูดังกล่าวเป็นประตูที่ข้าราชการในทำเนียบต้องใช้เข้า-ออกเพื่อทำงานและกลับบ้าน นปช.ไม่ได้มีเจตนาขัดขวางการทำงานของข้าราชการ แต่ไม่ยอมรับและต่อต้านรัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีที่ไม่มีความชอบธรรมเท่านั้น ข้าราชการส่วนใหญ่หรือข้าราชการชั้นผู้น้อยจึงเป็นมิตรกับ นปช.และประชาชนเสื้อแดง ส่วนการห้ามใช้เสียงรบกวนการทำงานของโจทก์นั้น ทั้งสองฝ่ายก็ได้มีการเจรจาผ่อนปรนกันในลักษณะถ้อยทีถ้อยอาศัยเข้าใจซึ่งกันและกัน เพื่อเป็นการแสดงให้เห็นถึงการเคารพกฎหมายและคำสั่งศาล ของกลุ่ม นปช.และ ประชาชนเสื้อแดงที่ได้ยืนยันมาโดยตลอด จึงยังไม่ขอใช้สิทธิยื่นคำร้องเพิกถอน นอกจากนี้ ภายในสัปดาห์หน้า ตนจะยื่นฟ้องเว็บไซต์ผู้จัดการออนไลน์ เป็นการส่วนตัวหลังจากเมื่อถูกพาดหัวข่าวระบุว่า “ทนายแดงถ่อยอ้าง 3 เหตุยื่นอุทธรณ์ขอปิดทำเนียบต่อ” ซึ่งคำว่า “ถ่อย” ทำให้ได้รับความเสียหาย

ทบ.สั่งลดกำลังทหารคุมม็อบ

วันเดียวกันนี้ พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษก กองทัพบก แถลงภายหลังการประชุมหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก (นขต.ทบ.) ว่า ช่วงท้ายการประชุม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.กล่าวกับผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก ถึงบทบาทกองทัพบกต่อสถานการณ์บ้านเมืองว่า การดำเนินการทุกอย่างของกองทัพบกยึดผลประโยชน์ของประเทศและสังคม มีจุดยืนชัดเจนว่าเป็นกลางไม่เข้าข้าง ฝ่ายใด จะประคับประคองสถานการณ์ของชาติให้ผ่านพ้นวิกฤติ เข้าสู่ความสามัคคี สังคมเป็นสุข การปฏิบัติการของกองทัพบกเป็นเพียงผู้ช่วยเจ้าพนักงานดูแลรักษาความปลอดภัยสถานที่ราชการ มีจุดยืนว่าจะไม่ให้เกิดการปะทะกันของประชาชน จะไม่ใช้ความรุนแรง หรือใช้กำลังกับประชาชน ทหารมีหน้าที่ดูแลสถานที่ราชการเท่านั้น ขณะนี้กำลังทหารลดลงเกือบครึ่งหนึ่งจากเดิมที่ใช้ 21 กองร้อย ดูแลสถานที่สำคัญต่างๆ แต่กำลังส่วน ใหญ่อยู่ภายในทำเนียบรัฐบาล ส่วนกำลังรอบนอกเป็นของ เจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะประเมินว่าสถานการณ์ดีขึ้นแล้ว นอกจากนี้ พล.อ.อนุพงษ์พูดในที่ประชุมว่า ตั้งแต่วันที่ 19 ก.ย. 2549 มีอะไรกดดันที่ทำให้กองทัพต้องตัดสินใจบ้าง และสิ่งที่เกิดขึ้น กองทัพได้ทำอะไรบ้าง ซึ่ง ผบ.ทบ.อธิบายว่า ทุกอย่างไม่ได้ตัดสินจากตัวท่าน แต่ตัดสินบนพื้นฐานของผลประโยชน์ชาติและมีกฎหมายรองรับ

คนบ้าน 111 ออกโรงขึ้นเวทีเสื้อแดง

ขณะที่ นายวิชิต ปลั่งศรีสกุล สมาชิกบ้านเลขที่ 111 ให้สัมภาษณ์ถึงความเคลื่อนไหวของสมาชิกบ้านเลขที่ 111 ว่าอดีตคณะกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย และอดีตคณะกรรมการบริหารพรรคพลังประชาชน จะไม่เหนียม อายอีกต่อไป จะไปร่วมชุมนุมขึ้นเวทีปราศรัยกับกลุ่มคนเสื้อแดงที่มีอุดมการณ์ตรงกัน คาดว่าในวันที่ 3 เม.ย.นี้ จะมีสมาชิกคนสำคัญของบ้านเลขที่ 111 และ 109 หลายคนปรากฏตัวบนเวทีอาทิ นายจาตุรนต์ ฉายแสง คุณหญิง สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ต่อไปอาจเป็นไปในรูปแบบการเดินสายพบประชาชนในต่างจังหวัด เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริง ให้ความรู้ทางออกกับประชาชน โดยจะเน้นเรื่องของความเป็นธรรม แต่จะไม่ปลุกระดมเพื่อเอา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กลับประเทศ หลังจากนี้ทุกคนจะพูดอย่างตรงไปตรงมา เพราะไม่มีอะไรต้องกั๊ก หรือเบามือแล้ว

ใบปลิวถล่ม “ทักษิณ” ว่อนสภา

ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า วันเดียวกัน บริเวณจุดต่างๆของรัฐสภา เช่น หน้าห้องน้ำ บริเวณบ่อปลาคาร์พ หน้าอาคารรัฐสภา 1 ห้องสื่อมวลชน มีใบปลิวลึกลับขนาด เอ 4 ที่มีรูปและข้อความโจมตี พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ทั้ง 2 หน้ากระดาษ อ้างชื่อกลุ่มว่า “กลุ่มคนรักความจริง” โดยเนื้อหาในใบปลิวมีข้อความ อาทิ เสื้อแดงเคลื่อนไหวทำไม หยุดการปลุกระดมโดยอ้างประชาธิปไตย หยุดทำลายประเทศไทยยุยงให้เกิดสงครามกลางเมือง สร้างศาลเตี้ยเพื่อตัวเอง แนวทางบรรลุเป้าหมายของทักษิณ ใช้อำนาจเงิน ปลุกระดมผ่านกลุ่มเสื้อแดง สร้างความขัดแย้งไปสู่การใช้กำลังและการนองเลือด เพื่อบีบให้มีการเจรจา โดยผู้มีอำนาจสูงสุดของสถาบันเข้ามาไกล่เกลี่ย คนไทยทำไมต้องทะเลาะกันเพราะคนคนเดียว ทักษิณต้องการทำอะไรอีก ถึงเวลาแล้ว ที่พวกเราพี่น้องประชาชนต้องแสดงความเป็นเจ้าของประเทศ ต้องไม่ให้ความสำคัญกับคนที่คิดแต่ประโยชน์ของตัวเอง

ฤกษ์ไม่ดีเวทีพังก่อนดาวกระจาย

ต่อมาเวลา 13.15 น. ผู้ชุมนุมกลุ่มเสื้อแดงจำนวนหนึ่งได้มารวมตัวที่บริเวณหน้าสนามม้านางเลิ้ง เพื่อเคลื่อนขบวนเดินทางไปชุมนุมที่หน้ากระทรวงการคลัง ตามยุทธศาสตร์ดาวกระจาย โดยมีนายสุพร อัตถาวงศ์ หรือแรมโบ้ อีสาน เป็นผู้นำเดินทาง โดยใช้รถบรรทุก 6 ล้อ ประมาณ 3 คัน และรถปิกอัพ รวมทั้งมอเตอร์ไซค์อีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งการเคลื่อนขบวนครั้งนี้ได้เกิดเหตุชุลมุนขึ้น เมื่อรถ 6 ล้อติดตั้งเครื่องเสียงพร้อมกับทำเวทีนำขบวนเป็นคันแรก ขณะที่กำลังจะเคลื่อนขบวนนั้นเวทีที่ทำขึ้นบนรถเครื่องขยายเสียงได้เกิดหัก เนื่องจากไม่สามารถแบกรับน้ำหนักของกลุ่มเสื้อแดงหลายสิบคนที่ขึ้นไปบนรถได้ไหว ทำให้ชายอายุประมาณ 50 ปีได้เกิดหล่นลงมาโดยคิ้วด้านซ้ายกระแทกกับไม้เวทีแตกเป็นแผลยาวได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่ต้องรีบนำตัวไปปฐมพยาบาลที่เต็นท์หลังเวที ส่วนแกนนำไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด จากนั้นขบวนได้เคลื่อนอออกไป

เสื้อแดงบุก ก.คลังต้านกู้เงินนอก

เวลา 14.25 น. กลุ่มเสื้อแดงกว่า 1 พันคนที่นำโดย นายสุพร อัตถาวงศ์ นายไวพจน์ นาครทรรพ และนายพายัพ ปั้นเกตุ เดินทางมาถึงกระทรวงการคลัง และปักหลักที่บริเวณประตู 3 ซอยอารีย์ฯ จากนั้นแกนนำได้ผลัดเปลี่ยนกันขึ้นพูดปราศรัยบนรถ 6 ล้อเคลื่อนที่ กล่าวโจมตีและขับไล่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง ต่อต้านกรณีการกู้เงินจากต่างประเทศนับแสนล้านบาท ขณะที่ทางด้านประตู 2 กระทรวงการคลัง ถนนเลียบคลองประปา มีนายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง อดีต ส.ส.พรรคไทยรักไทย นำหนังสือร้องเรียนจากคนเสื้อแดง ที่ขอให้รัฐบาลหยุดการกู้เงินจากต่างประเทศ เพื่อนำไปยื่นต่อ รมว.คลัง โดยมีนายนรวัฒน์ โชติกุล ผอ. สำนักประชาสัมพันธ์ กระทรวงการคลัง เป็นตัวแทนรับหนังสือ กลุ่มเสื้อแดงได้ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ชุมนุมอยู่หน้ากระทรวงการคลังก่อนเดินทางกลับไปทำเนียบรัฐบาลต่อไป

กำนัน-ผญบ.วอนทุกฝ่ายยุติศึก

นายชำนาญ ภูวิลัย รักษาการนายกสมาคมกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทย แถลงถึงเหตุการณ์การชุมนุมต่อต้านรัฐบาลว่า จากเหตุการณ์การชุมนุมประท้วงของกลุ่มบุคคลต่างๆ สมาคมเห็นว่าเป็นเหตุการณ์ที่ก่อให้เกิดความวุ่นวาย ก่อให้เกิดความเดือดร้อนไปทุกหย่อมหญ้า จึงไม่เห็นด้วยกับการกระทำดังกล่าว และขอแถลงจุดยืนให้พี่น้องกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านทั่วประเทศ ดำเนินการดังนี้ 1. ปกป้องเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ไม่ยอมให้ผู้ใดลบหลู่ ซึ่งถือว่าเป็นหน้าที่ของคนในชาติ 2. เรียกร้องให้ ทุกฝ่ายยุติการชุมนุมประท้วงโดยเร็วที่สุด 3. ขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายร่วมมือสร้างความเข้าใจอันนำมาสู่ความสามัคคี และสมานฉันท์ของคนในชาติโดยเร็วที่สุด

กองทัพบกกัดติด “หมวดเจี๊ยบ”

ด้านความคืบหน้า กรณี “หมวดเจี๊ยบ” หรือ ร.ท.หญิงสุณิสา เลิศภควัต นายทหารสังกัดสำนักงานเลขานุการกองทัพบก ที่ถูกต้นสังกัดเรียกตัวเข้าพบเมื่อวันที่ 30 มี.ค. เพื่อให้เขียนรายงานชี้แจงเป็นลายลักษณ์ อักษร กรณีเขียนพ็อกเกตบุ๊ก “ทักษิณ ARE YOU OK?” ซึ่งเป็นหนังสือเกี่ยวกับเรื่องราวชีวิตของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ในแง่มุมที่ยังไม่เคยเป็นที่เปิดเผยใดๆ และที่กำลังเป็นที่ฮือฮานั้น มีรายงานว่าขณะนี้สำนักงานเลขานุการกองทัพบกกำลังตั้งคณะกรรมการสอบสวนเพื่อดำเนินการเอาผิดทางวินัยต่อ ร.ท.หญิงสุณิสา หรือหมวดเจี๊ยบ โดยระบุว่าหมวดเจี๊ยบมีความผิดฐานเขียนหนังสือที่มีเนื้อหาหมิ่นเหม่ต่อสถานการณ์ทางการเมือง คาดว่ากองทัพบกจะหยิบยกข้อบังคับกระทรวงกลาโหม ว่าด้วยข้าราชการกลาโหมกับการเมือง พ.ศ.2499 ลงนามโดยจอมพล ป.พิบูลสงคราม มาใช้ในการเอาผิดกับ ร.ท.หญิงสุณิสา และจะมีการเรียกตัว ร.ท.หญิงสุณิสามาพบคณะกรรมการสอบสวนในเร็วๆนี้

โต้ข่าวลือทักษิณตายแล้ว

ต่อมาเวลา 17.00 น. นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช. พร้อมด้วยนายก่อแก้ว พิกุลทอง และนายสุพร อัตถาวงศ์ อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย แถลงข่าวหลังเวทีปราศรัยหน้าทำเนียบฯ ถึงการปราศรัยผ่านระบบวีดิโอลิงค์ ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีประจำวัน ว่า ยังไม่ได้รับการยืนยันว่า มีการวีดิโอลิงค์จาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯหรือไม่ เนื่องจากขณะนี้อยู่ระหว่างการประสานกับ พ.ต.ท. ทักษิณที่กำลังอยู่ระหว่างเดินทางด้วยเครื่องบิน ไม่ยืนยันว่าจะมีการวีดิโอลิงค์หรือไม่ แต่ในเรื่องเทคโนโลยีในการสื่อสารไม่มีปัญหาอะไร แม้จะถูกการปิดกั้นสัญญาณจาก กสท. อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ พ.ต.ท.ทักษิณได้โทรศัพท์มาหาตน บอกว่ามีข่าวลือว่า พ.ต.ท.ทักษิณเสียชีวิต ขอยืนยันว่าท่านยังมีชีวิตอยู่ คนเสื้อแดงจะให้เวลา กสท.และกระทรวงไอซีที เป็นเวลา 3 วัน ในการยกเลิกการปิดกั้นการถ่ายทอดสัญญาณโทรทัศน์ดีทีวี ไม่เช่นนั้น จะรณรงค์ให้ประชาชนทั่วประเทศบอยคอต ไม่ใช้บริการ กสท.อีกต่อไป

แดงมั่นใจไล่เปรมออกใน 3 วัน

นายจตุพรกล่าวยืนยันว่า ในการระดมพลคนเสื้อแดงครั้งใหญ่ เพื่อเผด็จศึกขับไล่ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี ออกจากตำแหน่ง และขับไล่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในวันที่ 8 เม.ย. จะสามารถระดมคน 3 แสนคนจัดการบุคคลทั้ง 3 ได้ภายใน 3 วันแน่นอน แม้จะมีการปรามาสจากฝ่ายความมั่นคง เพราะในช่วงโค้งสุดท้าย พ.ต.ท.ทักษิณจะนำหลักฐานและข้อเท็จจริงที่รวบรวมไว้ มาพูดให้ประชาชนได้รับทราบอีกครั้ง เชื่อว่า เมื่อถึงเวลานั้น จะมีใครบางคนทนไม่ได้ จะออกอาการแต๋วแตก สั่งใช้กำลังเข้าปราบปราม ถึงเวลานั้นบ้านเมืองก็จะลุกเป็นไฟ นั่นหมายถึงจุดจบรัฐบาลและระบอบอมาตยาธิปไตย ยอมรับว่าการต่อสู้ให้ชนะ พล.อ.เปรมเป็นเรื่องยาก แต่หากไม่ชนะก่อนสงกรานต์ก็จะปักหลักชุมนุมปิดล้อมทำเนียบรัฐบาลต่อไปจนกว่าจะได้รับชัยชนะ

ทักษิณงดโฟนอินอีกวันรอรวมข้อมูล

จากนั้นนายจักรภพ เพ็ญแข หนึ่งในแกนนำ นปช. ได้แถลงข่าวกับสื่อมวลชนสำนักข่าวต่างประเทศที่มาเฝ้าสังเกตการณ์การชุมนุมขับไล่รัฐบาล ว่า แม้วันนี้ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร จะไม่มีการปราศรัยผ่านระบบวีดิโอลิงค์ เพื่อรอประเมินสถานการณ์และรวบรวมข้อมูลก่อนจะกลับมาปราศรัยอีกครั้ง ในช่วงใกล้การระดมพลขับไล่ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ และนายชาญชัย ลิขิตจิตถะ 3 องคมนตรี ออกจากตำแหน่ง นอกเหนือจากการขับไล่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะที่มีที่มาไม่ชอบธรรม ตนรู้สึกพอใจที่ได้เห็นประชาชนจากทั่วประเทศ เดินทางมาร่วมชุมนุมที่หน้าทำเนียบรัฐบาลเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการเข้ามาบริหารประเทศของพรรคประชาธิปัตย์อย่างไม่ชอบธรรม และกลุ่มประชาชนที่ต้องการประชาธิปไตยอย่างแท้จริง คนเหล่านี้เป็นผู้บริจาครายใหญ่สุดให้กับ นปช.

นอกจากนี้ นายจักรภพยังกล่าวยืนยันว่า รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ไม่ใช่เป้าหมายสำคัญของ พ.ต.ท.ทักษิณ ในการออกมานำประชาชนต่อสู้ ดังนั้น การเปิดเจรจากับรัฐบาล ตามที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงเรียกร้อง จึงไม่เกิดประโยชน์อะไร การต่อสู้ครั้งนี้ตั้งเป้าว่า จะยืดเยื้อประมาณ 6 เดือน แต่หวังว่าจะประสบชัยชนะได้เร็วกว่านั้น

ข่าวส่งเสริมคนดี

จำนวนผู้เข้าเยี่มมชม

link to affordable web hosting
Powered by web hosting provider .

สถิติการเข้าชม DMNEWS

eXTReMe Tracker