การเคลื่อนทัพใหญ่ของกลุ่มเสื้อแดงทั่วกรุงเทพฯเพื่อขับไล่อำมาตย์และกดดันรัฐบาลยุบสภาฯใช้เวลา 7 ชั่วโมง คิดเป็นระยะทางเกือบ 50 กม.
ท่ามกลางอากาศร้อนจัดระดับไข่ต้มยางมะตูม
ทำให้กรุงเทพฯสะดือประเทศไทยกลายเป็นอัมพฤกษ์ไป 50 เปอร์เซ็นต์
แต่ในที่สุดการแสดงพลังของกลุ่มเสื้อแดงก็ผ่านไปโดยไม่มีเหตุรุนแรง ไม่มีมือที่ 3 ฉวยโอกาสก่อความวุ่นวาย ไม่มีการเผชิญหน้า ไม่มีการบุกรุกสถานที่ราชการ และไม่เฉียดเข้าไปใกล้จุดที่ไม่ควรเข้าไป
"แม่ลูกจันทร์" เห็นว่าถ้ากลุ่มเสื้อแดงยังยึดมั่นแนวทางต่อสู้แบบสันติวิธีอย่างนี้ตลอดไป
ก็ไม่มีเงื่อนไขที่จะนำการชุมนุมไปสู่ความรุนแรง
เมื่อไม่มีความรุนแรงสถานการณ์ก็ไม่ บานปลาย
อย่างไรก็ตาม...การที่ม็อบเสื้อแดงชุมนุมยืดเยื้อย่อมไม่เป็นผลดีต่อประเทศไทยในภาพรวม
และเป็นอุปสรรคต่อการทำงานของรัฐบาล
ล่าสุด ผลจากการชุมนุมยืดเยื้อทำให้ รัฐบาลต้องขยายเวลาประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ จากเดิมระหว่างวันที่ 11 ถึง 23 มีนาคม ออกไปจนถึงวันที่ 7 เมษายน
หรือขยายเวลาออกไปอีก 15 วัน
แต่จะลดพื้นที่บังคับใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ เหลือแค่กรุงเทพฯ นนทบุรี และสมุทรปราการ จากเดิมที่ครอบคลุมพื้นที่ กทม.และอีก 21 อำเภอใน 7 จังหวัดปริมณฑล
"แม่ลูกจันทร์" เชื่อว่าการที่ นายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ตัดสินใจขยายเวลาบังคับใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯไปถึงวันที่ 7 เมษายน เพราะรัฐบาลมองข้ามช็อตว่าม็อบเสื้อแดงจะไม่ชุมนุมยืดเยื้อไปจนถึงช่วงสงกรานต์
เนื่องจากผู้ชุมนุมส่วนใหญ่ที่มาจากต่างจังหวัดต้องเดินทางกลับบ้านไปทำบุญฉลองสงกรานต์ตามประเพณี
เท่ากับม็อบเสื้อแดงจะต้องสลายตัวโดยปริยาย
ประเด็นที่ต้องพิจารณาคือ ยังเหลือเวลาจากวันนี้จนถึงเทศกาลสงกรานต์อีกกว่า 2 สัปดาห์
ในช่วง 2 สัปดาห์จากนี้ รัฐบาลจะควบคุมสถานการณ์อย่างไร??
"แม่ลูกจันทร์" เห็นว่ามีทางเลือก 3 ทาง
1, รัฐบาลซื้อเวลาไปเรื่อยๆ ให้ถึงวันสงกรานต์แล้วม็อบสลายไปเอง
2, รัฐบาลเปิดเจรจาคลี่คลายความขัดแย้งกับแกนนำเสื้อแดง ตามที่มีหลายฝ่ายเสนอตัวเป็นคนกลาง
3, รัฐบาลเพิ่มมาตรการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อกดดันผู้ชุมนุม เช่น สั่งตำรวจถอนประกันตัวแกนนำกลุ่มเสื้อแดง
"นายกฯอภิสิทธิ์" จะเลือกทางไหน "แม่ ลูกจันทร์" ขออนุญาตไม่เดา
แต่ที่ไม่ต้องเดา "อภิสิทธิ์" จะไม่ยอมยุบสภาฯตามแรงกดดันของม็อบเสื้อแดงอย่างแน่นอน
และไม่ต้องเดาเหมือนกัน กลุ่มเสื้อแดงก็จะเดินหน้าใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญชุมนุมยืดเยื้อต่อไป
แต่จะยกระดับการกดดันเพิ่มขึ้นกว่าเดิม
การกดดันแบบสันติวิธีเป็นอย่างไร? และจะได้ผลหรือไม่? "แม่ลูกจันทร์" ยังไม่แน่ใจ
สรุปว่าสงครามใหญ่ระหว่างรัฐบาลกับกลุ่มเสื้อแดง ยังมองไม่เห็นแนวโน้มจะจบด้วยดี
ผู้ปรารถนาดีที่เสนอตัวเป็นคนกลางเจรจาก็ไม่มีบารมีมากพอที่ทำให้ทั้งสองฝ่ายยอมปรองดอง
เพราะเงื่อนไขขัดแย้งของ 2 ฝ่ายเกินกว่าจะยอมถอยคนละก้าว หรือพบกันครึ่งทาง
แต่ที่น่ากลัวอย่างยิ่ง คือความเกลียดชังระหว่างคนไทยกันเองมันบาดลึกถึงกระดูกดำ
ผ่านการปลุกระดมจนมองคนไทยอีกฝ่ายเป็นศัตรู
และกำลังก่อตัวเป็นสงครามชนชั้นในสังคมไทย
ที่อันตรายที่สุดคือทั้งสองฝ่ายต่างมีพลังมวลชนจำนวนมากอยู่ในมือ
ถ้าเราไม่ช่วยกันกอบกู้สังคมไทย บ้านเมืองพังแน่นอน.
"แม่ลูกจันทร์"