ทั้งๆ ที่รัฐบาลได้ประโคมข่าวความรุนแรงตีคู่มากับการชุมนุมใหญ่ของนปช.แดงทั้งแผ่นดินราวกับเป็นเรื่องเดียวกัน
แต่พลันที่มีการยิงเอ็ม 79 เข้าใส่ ร.1 พัน 1 รอ. เมื่อวันที่ 15 มีนาคม
และพลันที่มีการยิงเอ็ม 79 เข้าบ้านซอยลาดพร้าวใกล้กับบ้านประธานศาลปกครองสูงสุด และที่บริษัทเชียงใหม่คอนสตรัคชั่น ในวันที่ 16 มีนาคม
และพลันที่มีการขว้างระเบิดเพลิงหน้าพล.ม.2 รอ. ในวันที่ 18 มีนาคม
และพลันที่มีการขว้างระเบิดเข้าใส่โรงเรียนเปรม ติณสูลานนท์ที่ขอนแก่น และสำนักงานป.ป.ช.ใหม่ที่นนทบุรี ตลอดจนการยิงจรวดอาร์พีจีเข้าใกล้กระทรวงกลาโหม ในวันที่ 20 มีนาคม
ตลอดจนการยิงเอ็ม 79 เข้ากระทรวงสาธารณสุขในวันที่ 23 มีนาคม ประสานกับการวางระเบิด ณ ศาลากลางจังหวัดนนทบุรีในวันที่ 24 มีนาคม
แม้จะมีความพยายามโยนให้กับ "เสื้อแดง" แต่ดูเหมือนการเห็นด้วยจะไม่มากนัก
ที่เป็นเช่นนี้เหตุปัจจัย 1 ซึ่งสำคัญเป็นอย่างมาก น่าจะเป็นเหตุปัจจัยเนื่องแต่กระบวนการชุมนุมของนปช.แดงทั้งแผ่นดิน ตั้งแต่วันที่ 12 มีนาคม เป็นต้นมา
ทั้งๆ ที่คาดหมายว่าการเดินทางเข้ากรุงเทพฯ คงต้องมีความขัดแย้งรุนแรง
ด้านหนึ่ง เพราะทหารตำรวจตั้งด่านสกัดเข้มงวดและถี่ยิบอย่างยิ่ง ด้านหนึ่ง เพราะขบวนที่ไหลมาจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ จำนวนเป็นหมื่น
แต่แล้ว "เสื้อแดง" กลับปฏิบัติตามกฎหมายทุกประการไม่แข็งขืน
เมื่อเริ่มชุมนุมโดยมีประชาชนกระจายอยู่ตั้งแต่สนามหลวง บนถนนราชดำเนินเรื่อยไปจนถึงลานพระบรมรูปทรงม้า แกนนำก็สามารถบริหารจัดการการชุมนุมได้โดยเรียบร้อย
ยิ่งมีการเคลื่อนขบวนความยาว 58 กิโลเมตรทั่วกรุงในวันที่ 20 มีนาคม แทนที่จะสร้างความผิดหวังกลับสร้างความประทับใจ เป็นรูปธรรมอันบ่งชี้ว่าแกนนำนปช.แดงทั้งแผ่นดินสามารถกำกับมวลชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
และทุกก้าวย่างล้วนอยู่ในสายตาของตำรวจและทหาร
เหตุปัจจัย 1 ซึ่งไม่ควรมองข้ามก็คือ นปช.แดงทั้งแผ่นดิน สรุปบทเรียนจากความผิดพลาดในการชุมนุมเมื่อเดือนเมษายน 2552 มาได้เป็นอย่างดี
สรุปได้ว่า หากภายในขาดเอกภาพการแทรกแซงและก่อกวนย่อมเกิดขึ้นได้
เกิดขึ้นเหมือนการโผล่ของ "เสื้อน้ำเงิน" ที่พัทยา เกิดขึ้นได้เหมือนการปรากฏขึ้นของรถแก๊สและรถประจำทางที่ดินแดง
สรุปได้ว่า หากไม่สร้างความมั่นใจให้กับทหารตำรวจก็ย่อมจะโดดเดี่ยว
ทันทีที่ นปช.แดงทั้งแผ่นดิน ให้ความร่วมมือในการตรวจค้นและปฏิบัติตามกฎหมายเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นเองที่ออกมาให้การค้ำประกัน
ค้ำประกันว่า กลุ่มผู้ชุมนุม ไม่มีอาวุธ
สรุปได้ว่า มีแต่การเดินแนวทางสันติ อหิงสา และไม่ยอมรับแนวทางที่แตกต่างไปของทั้ง พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล และ นายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ เท่านั้น
การชุมนุมของ นปช.แดงทั้งแผ่นดิน จึงจะสามารถพัฒนาเติบใหญ่ไปได้อย่างเป็นจริง
ยิ่งกว่านั้น ในท่ามกลางการปรับตัวของ นปช.แดงทั้งแผ่นดิน ก็ทำให้ มือที่ 3 ปรากฏขึ้น
บทเรียนจากกรณีลอบสังหาร นายสนธิ ลิ้มทองกุล เมื่อเดือนพฤษภาคม 2552 ทั้งๆ ที่มีการประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉิน แสดงออกอย่างเด่นชัดว่ามีมือที่ 3 คอยฉวยโอกาสจากสถานการณ์
จึงเป็นหน้าที่ที่รัฐบาลจะต้องกระชากตัวมือที่ 3 มาให้ได้
แต่พลันที่มีการยิงเอ็ม 79 เข้าใส่ ร.1 พัน 1 รอ. เมื่อวันที่ 15 มีนาคม
และพลันที่มีการยิงเอ็ม 79 เข้าบ้านซอยลาดพร้าวใกล้กับบ้านประธานศาลปกครองสูงสุด และที่บริษัทเชียงใหม่คอนสตรัคชั่น ในวันที่ 16 มีนาคม
และพลันที่มีการขว้างระเบิดเพลิงหน้าพล.ม.2 รอ. ในวันที่ 18 มีนาคม
และพลันที่มีการขว้างระเบิดเข้าใส่โรงเรียนเปรม ติณสูลานนท์ที่ขอนแก่น และสำนักงานป.ป.ช.ใหม่ที่นนทบุรี ตลอดจนการยิงจรวดอาร์พีจีเข้าใกล้กระทรวงกลาโหม ในวันที่ 20 มีนาคม
ตลอดจนการยิงเอ็ม 79 เข้ากระทรวงสาธารณสุขในวันที่ 23 มีนาคม ประสานกับการวางระเบิด ณ ศาลากลางจังหวัดนนทบุรีในวันที่ 24 มีนาคม
แม้จะมีความพยายามโยนให้กับ "เสื้อแดง" แต่ดูเหมือนการเห็นด้วยจะไม่มากนัก
ที่เป็นเช่นนี้เหตุปัจจัย 1 ซึ่งสำคัญเป็นอย่างมาก น่าจะเป็นเหตุปัจจัยเนื่องแต่กระบวนการชุมนุมของนปช.แดงทั้งแผ่นดิน ตั้งแต่วันที่ 12 มีนาคม เป็นต้นมา
ทั้งๆ ที่คาดหมายว่าการเดินทางเข้ากรุงเทพฯ คงต้องมีความขัดแย้งรุนแรง
ด้านหนึ่ง เพราะทหารตำรวจตั้งด่านสกัดเข้มงวดและถี่ยิบอย่างยิ่ง ด้านหนึ่ง เพราะขบวนที่ไหลมาจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ จำนวนเป็นหมื่น
แต่แล้ว "เสื้อแดง" กลับปฏิบัติตามกฎหมายทุกประการไม่แข็งขืน
เมื่อเริ่มชุมนุมโดยมีประชาชนกระจายอยู่ตั้งแต่สนามหลวง บนถนนราชดำเนินเรื่อยไปจนถึงลานพระบรมรูปทรงม้า แกนนำก็สามารถบริหารจัดการการชุมนุมได้โดยเรียบร้อย
ยิ่งมีการเคลื่อนขบวนความยาว 58 กิโลเมตรทั่วกรุงในวันที่ 20 มีนาคม แทนที่จะสร้างความผิดหวังกลับสร้างความประทับใจ เป็นรูปธรรมอันบ่งชี้ว่าแกนนำนปช.แดงทั้งแผ่นดินสามารถกำกับมวลชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
และทุกก้าวย่างล้วนอยู่ในสายตาของตำรวจและทหาร
เหตุปัจจัย 1 ซึ่งไม่ควรมองข้ามก็คือ นปช.แดงทั้งแผ่นดิน สรุปบทเรียนจากความผิดพลาดในการชุมนุมเมื่อเดือนเมษายน 2552 มาได้เป็นอย่างดี
สรุปได้ว่า หากภายในขาดเอกภาพการแทรกแซงและก่อกวนย่อมเกิดขึ้นได้
เกิดขึ้นเหมือนการโผล่ของ "เสื้อน้ำเงิน" ที่พัทยา เกิดขึ้นได้เหมือนการปรากฏขึ้นของรถแก๊สและรถประจำทางที่ดินแดง
สรุปได้ว่า หากไม่สร้างความมั่นใจให้กับทหารตำรวจก็ย่อมจะโดดเดี่ยว
ทันทีที่ นปช.แดงทั้งแผ่นดิน ให้ความร่วมมือในการตรวจค้นและปฏิบัติตามกฎหมายเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นเองที่ออกมาให้การค้ำประกัน
ค้ำประกันว่า กลุ่มผู้ชุมนุม ไม่มีอาวุธ
สรุปได้ว่า มีแต่การเดินแนวทางสันติ อหิงสา และไม่ยอมรับแนวทางที่แตกต่างไปของทั้ง พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล และ นายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ เท่านั้น
การชุมนุมของ นปช.แดงทั้งแผ่นดิน จึงจะสามารถพัฒนาเติบใหญ่ไปได้อย่างเป็นจริง
ยิ่งกว่านั้น ในท่ามกลางการปรับตัวของ นปช.แดงทั้งแผ่นดิน ก็ทำให้ มือที่ 3 ปรากฏขึ้น
บทเรียนจากกรณีลอบสังหาร นายสนธิ ลิ้มทองกุล เมื่อเดือนพฤษภาคม 2552 ทั้งๆ ที่มีการประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉิน แสดงออกอย่างเด่นชัดว่ามีมือที่ 3 คอยฉวยโอกาสจากสถานการณ์
จึงเป็นหน้าที่ที่รัฐบาลจะต้องกระชากตัวมือที่ 3 มาให้ได้