บล็อคข่าวส่งเสริมคนดี (รักดีหามจั่ว รักชั่วหามเสา หามจั่วก็หนักนะ)

ข่าวจากสื่อ

บทความจากสื่อ

วันจันทร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2553

“มาร์คกระสัน”

ที่มา โลกวันนี้

คอลัมน์
ฉุก(ละหุก)คิด
จากหนังสือพิมพ์ โลกวันนี้
ปีที่ 11 ฉบับที่ 2762 ประจำวัน จันทร์ ที่ 22 มีนาคม 2010
โดย นายหัวดื้อ

ถ้าเป็นภาษาตลกเขาเรียกว่า “ฮาขี้แตก” กับมุก “มาร์คกระสัน” อยากเจรจากับแกนนำเสื้อแดงแต่มีข้อแม้ว่าจะต้องเป็นการเจรจาที่ไม่มีเงื่อนไข ต้องไม่ขัดกฎหมาย ต้องไม่รุนแรง และต้องเป็นไปเพื่อคนส่วนใหญ่และประชาธิปไตยอย่างแท้จริง

จะไม่ให้ “ฮาขี้แตก” ได้อย่างไร ในเมื่อตั้งแง่ว่าอีกฝ่ายต้องไม่มีเงื่อนไข แต่ตัวเองสร้างกำแพงตั้งเงื่อนไขเอาไว้เพียบ โดยเฉพาะเงื่อนไขเรื่องไม่ยุบสภา

แค่อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่แล้วว่า “มาร์คกระสัน” อยากเจรจาหาทางออกให้กับบ้านเมืองจริงหรือไม่

มีอย่างที่ไหน รู้ทั้งรู้ว่าที่เขามากินมานอนกันบนถนน ทิ้งความสะดวกสบายที่บ้านมากินอยู่อดๆอยากๆก็เพราะต้องการไล่ให้คนชื่อ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” พ้นจากตำแหน่ง และต้องยุบสภาคืนอำนาจให้กับประชาชน แต่ดันไปตั้งแง่ว่าจะต้องไม่มีเรื่องยุบสภา

เหมือนเดินเข้าไปในร้านขายข้าวมันไก่แล้วบอกว่าเอ็งต้องไม่กินข้าวมันไก่แล้วข้าจะนั่งร่วมโต๊ะด้วย

การพูดว่ายุบสภาต้องเป็นไปเพื่อส่วนร่วม ต้องเป็นไปเพื่อการสร้างประชาธิปไตย ต้องยุบสภาเมื่อเศรษฐกิจดีขึ้นแล้ว มีกติกาเป็นที่ยอมรับ และต้องไม่มีความขัดแย้งแล้ว ช่างเป็นคำพูดที่เท่ ดูดี มีหลักการ แต่ขอโทษที พิสูจน์แล้วว่าทำไม่ได้จริง

อยากรู้ว่าคนชื่ออภิสิทธิ์เป็นนักประดิษฐ์คำพูดมากขนาดไหนก็ให้ดูที่หน้าปกหนังสือพิมพ์โลกวันนี้ ที่เราเอามาเน้นย้ำให้ได้อ่านกันว่านักการเมืองหนุ่มที่ดูดีมีหลักการคนนี้แท้จริงแล้วเป็นคนอย่างไรกันแน่

ก็อย่างที่ใครหลายคนเขาพูดเอาไว้ว่า ก่อนพูดนั้นเราเป็นนายคำพูด แต่เมื่อพูดไปแล้วคำพูดมันจะเป็นนายเรา เปรียบเหมือนขว้างงูไม่พ้นคอ ปาไปแล้วมันกลับพันคอตัวเอง และต้องถูกงูกัดตายไปเองในที่สุด

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนักการเมืองสไตล์ไหน อย่างไร มีระดับความน่าเชื่อถือมากน้อยแค่ไหน ให้ดูคำพูดที่ตัวเองเคยพูดเอาไว้กับการกระทำที่เขานั้นแสดงออกมา

เรื่องแบบนี้ไม่ใช่การใส่ร้ายป้ายสี เพราะมันมีเหตุการณ์รองรับมาแล้วหลายเหตุการณ์ หลายครั้ง

ยกตัวอย่างเช่น ที่บอกว่าจะต้องแก้กติกาให้เป็นที่ยอมรับก่อนจึงยุบสภาให้มีการเลือกตั้งใหม่ แต่โทษที พรรคการเมืองไหนไม่ทราบที่ขัดขวางการแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างออกนอกหน้า

ใครไม่ทราบที่เสนอตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์ฯให้ไปศึกษาแนวทางแก้ปัญหาความขัดแย้งและศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่พอคณะกรรมการสรุปออกมาแล้วก็โยนทิ้งไม่ใยดี โดยเอาเรื่องการทำประชามติถามประชาชนก่อนแก้รัฐธรรมนูญมากล่าวอ้าง

เรื่องนี้ลองไปค้นเอกสารข่าวเก่าๆดูจะรู้ว่า นายอภิสิทธิ์เคยมีความเห็นอย่างไรกับการทำประชามติถามประชาชนเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญในสมัยที่นายสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรี

แต่พอตัวเองมาเป็นรัฐบาลก็เอาเรื่องการทำประชามติมากล่าวอ้าง ทั้งที่ในข้อเสนอของคณะกรรมการสมานฉันท์ฯไม่มีเรื่องการทำประชามติ

ความจริงนักการเมืองอย่างนายอภิสิทธิ์ไม่ต้องลำบากกาย เสียแรงออกมาไล่ให้เมื่อยหรอก ปล่อยทิ้งไว้เดี๋ยวก็เหี่ยวเฉาตายไปเอง เข้าตำราปลาหมอตายเพราะปาก

นายอภิสิทธิ์ก็เหมือนกับนายชวน หลีกภัย ที่เป็นไอดอลทางการเมืองคือ เก่งแต่การใช้ปาก นายชวนประกาศตอนเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีด้วยประโยคที่ซึ้งกินใจประมาณว่า “ผมไม่อาจทำให้ทุกคนร่ำรวยมีเงินทองเท่าเทียมกันได้ แต่ผมทำให้ทุกคนเสมอทางกันได้ทางกฎหมาย ทุกคนต้องอยู่ในกฎหมายเดียวกัน บังคับใช้กฎหมายอย่างเสมอภาคกันไม่ว่ารวยจน”

แต่โทษที ข้อเท็จจริงคือมีคนในครอบครัวนายชวนหนีคดีฉ้อโกงธนาคารไปอยู่ต่างประเทศจนคดีหมดอายุความแล้วจึงกลับมาเมืองไทย

นี่ไงความเสมอภาคทางกฎหมาย?

นายอภิสิทธิ์ก็มาอีหรอบเดียวกัน ไม่มี 2 มาตรฐาน บังคับใช้กฎหมายเท่าเทียม แล้วข้อเท็จจริงอะไรเป็นอะไรก็ดูกันเอาเองเถอะ แล้วอย่างนี้จะไม่ให้ “ฮาขี้แตก” กับท่าของนายกฯรูปหล่อที่ “กระสัน” อยากเจรจา ที่แสดงออกมาในช่วงวันสองวันนี้ได้อย่างไร เอ้า...ฮา...

ข่าวส่งเสริมคนดี

จำนวนผู้เข้าเยี่มมชม

link to affordable web hosting
Powered by web hosting provider .

สถิติการเข้าชม DMNEWS

eXTReMe Tracker