
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
เขี้ยวจนหยาดสุดท้ายเลย
กับบทสรุปมติกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ไม่ยอมร่วมลงชื่อในญัตติแก้รัฐธรรมนูญเสนอสภา และที่ประชุม ส.ส.โหวตลงมติไม่แก้ไขรัฐธรรมนูญ
เบี้ยวกันนิ่มๆ
แต่ลูกเขี้ยวเดิมๆ มุกเบี้ยวไม่ให้ใจกันแบบนี้ ก็ต้องวัดใจพรรคร่วมรัฐบาลจะเต็มใจให้หลอกเหยียบบ่าเป็นนั่งร้าน อุ้มนายกรัฐมนตรีที่ชื่อ "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" ฝ่าเกมล้มกระดานของนายใหญ่ ต่อไปหรือไม่
ก็ต้องลุ้นกัน ในจังหวะพลิกคว่ำพลิกหงาย เดือนมีนาคม ฝ่ายค้าน พรรคเพื่อไทย น่าจะได้จังหวะ "แหย่ลิ่ม" ยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ
"อภิสิทธิ์" ไม่มีหลักประกัน จะรอเสี่ยงตายคาเขียงหรือไม่
ทั้งๆที่ว่ากันไป แม้ประชาธิปัตย์จะกัดฟันกลับไปเลือกตั้งแบบเขตเดียวเบอร์เดียว โอกาสเสียวที่พวก ส.ส.ประเภทหมาหลงนกแลใน กทม. ภาคกลาง และภาคตะวันออก จะสอบตกกอดคอกันร่วง
แต่ดีดลูกคิด บวก ลบ คูณ หาร แล้ว คำตอบสุดท้าย ประชาธิปัตย์คุ้มกว่า
โดยเฉพาะสนามเลือกตั้งอีสาน จุดอาภัพของพรรคประชาธิปัตย์ ตลาดใหญ่ที่จะเป็นตัวแปรสำคัญในการ "ตัดแต้ม" กับพรรคเพื่อไทย เครือข่ายของนายใหญ่
อันดับแรกเลยโฟกัสไปที่ค่ายภูมิใจไทยที่ประชาธิปัตย์ระแวงจะแซงหน้าแซงตา
ดักเตะสกัดดาวรุ่ง ขึงพืดล่อเป้าจนสะบักสะบอม
เอาเข้าจริงโดยสภาพอย่างที่อ่านจังหวะกันได้ในทางยาวๆ ยี่ห้อภูมิใจไทยก็มีมวยตัวหลักแค่ แม่ทัพอย่าง "เนวิน ชิดชอบ" ที่อานุภาพหวังผลได้ที่จังหวัดบุรีรัมย์ และแผ่บารมีในแถบอีสานใต้
แต่มันสำคัญตรงที่มวยแถวสองปั้นไม่ทัน
ขนาดนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย ที่จัดอยู่ในแถวหน้าแกนนำคนสำคัญ สถานการณ์ในพื้นที่โคราชของตัวเอง ฐานเสียงก็ยังไม่ชัวร์เลย
"เนวิน" ไม่ใช่คู่แข่งที่ประชาธิปัตย์ต้องอิจฉาว่าจะแซงหน้า
ตรงกันข้าม ยังช่วยตัดแต้ม "นายใหญ่" ได้
และจะว่ากันไป ค่ายที่มีลำหักลำโค่นในสนามอีสานจริงๆ มีสิทธิตัดแต้มบี้กับพรรคเพื่อไทยแบบได้ลุ้น แนวโน้มต้องเล็งไปที่ค่ายเพื่อแผ่นดิน
ที่กลับมาจูนเครื่องกันติดแล้ว
นอกจากระดับกัปตันทีมอย่าง "พินิจ จารุสมบัติ-ไพโรจน์ สุวรรณฉวี-ปรีชา เลาหพงศ์ชนะ" และการรีเทิร์นกลับมาโชว์หน้าโชว์ตาของกลุ่ม นายสุชาติ ตันเจริญ และนายเกษม รุ่งธนเกียรติ อดีตเครือข่ายกลุ่ม 16 ที่ล้มเลิกแผนไปหุ้นกับยี่ห้อภูมิใจไทย
หวังแต้มได้ในจังหวัดหนองคาย นครราชสีมา อุบลราชธานี ยโสธร สุรินทร์
ทีเด็ดมันยังอยู่ที่ตัวผู้เล่นแถวสองแถวสามอย่างนายสิทธิชัย โควสุรัตน์ ปักหลักที่อุบลราชธานี นายไชยยศ จิรเมธากร ที่อุดรธานี นายเอกภาพ พลซื่อ ที่ร้อยเอ็ด
มวยหมัดหนักที่วัดกันตัวต่อตัวในเขตเลือกตั้งแล้ว ไม่เป็นรองใคร
เทียบกันปอนด์ต่อปอนด์ ราคาต่อรองก่อนขึ้นเวทีสู้กันตัวต่อตัว
"เพื่อแผ่นดิน" นี่แหละ "ตัวสอดแทรก"
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ไม่ได้หมายถึงว่า เพื่อแผ่นดินจะแย่งซีน เพราะต้นทุนปัจจุบันที่มีอยู่ 32 ที่นั่ง ดันได้ 100 เปอร์เซ็นต์ 60-70 เสียง ก็เกินธรรมชาติของการเลือกตั้งแล้ว
ขณะที่ประชาธิปัตย์ที่ตัวเลขปัจจุบันอยู่ที่ 173 ต่อให้ ส.ส.หมาหลง นกแล สอบตกในสนามเลือกตั้งเขตเดียวเบอร์เดียว แต้มรูดมหาราชลงมาครึ่งต่อครึ่งก็ยังอยู่ที่ 90 กว่าๆ
ก็ยังสูงกว่าพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกัน
แต่มันสำคัญตรงที่เงื่อนไขของฝ่ายคุมเกมอำนาจประเทศไทย ที่ล็อกปุ่ม "ไฟแดง" ไม่เปิดประตูให้ค่ายเพื่อไทยกลับมาเป็นรัฐบาล
ปิดทางไม่ให้ "นายใหญ่" กลับมาคุมเกมอำนาจประเทศไทย
หลังเลือกตั้งถ้าพรรคเพื่อไทยไม่ได้เสียงเบ็ดเสร็จเด็ดขาดจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียวได้
ไม่ว่าค่ายไหนจะโกยแต้มเข้าเป้าหรือหลุดเป้า โดยเกมบีบอัตโนมัติ ยี่ห้อเพื่อแผ่นดิน ภูมิใจไทย ชาติไทยพัฒนา รวมใจไทยชาติพัฒนา กิจสังคม
ยังไงก็ต้องอุ้มสมกับพรรคประชาธิปัตย์
โอกาส "นายกฯอุ้มบุญ" ก็ยังอยู่ที่ "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ"
แต่มันก็หลุดลอย เพราะไม่ยอมเสียเหลี่ยมเพื่อน.
ทีมข่าวการเมือง รายงาน