บล็อคข่าวส่งเสริมคนดี (รักดีหามจั่ว รักชั่วหามเสา หามจั่วก็หนักนะ)

ข่าวจากสื่อ

บทความจากสื่อ

วันพฤหัสบดีที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2553

คปท.ฉะ “มาร์ค” ไร้สภาวะความเป็นผู้นำ ลอยแพชาวบ้านให้สู้ปัญหาเอาเอง

ที่มา ประชาไท

ความคืบหน้ากรณีเครือข่ายปฏิรูปที่ดินแห่งประเทศไทย (คปท.) หลายร้อยคนปักหลักชุมนุมข้างทำเนียบรัฐบาลเป็นวันที่สอง เพื่อเร่งรัดการแก้ไขปัญหาที่ชัดเจนจากนายอภิสิทธิ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี วานนี้ (20 ม.ค.53) เมื่อเวลา 12.30 น. ได้มีการประชุมคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาที่ดิน ส.ป.ก. ในคณะกรรมการอำนวยการเพื่อแก้ไขปัญหาของเครื่อข่ายปฎิรูปที่ดินแห่งประเทศไทย โดยมีนายอภิสิทธิ์ร่วมประชุมเพื่อพิจารณาข้อเสนอของทางเครือข่ายเป็นเวลา 20 นาที

สืบเนื่องจาก การเจรจาระหว่างผู้แทนของเครือข่ายปฏิรูปที่ดินฯ กับตัวแทนสำนักนายกรัฐมนตรี นำโดยนายสาธร วงศ์หนองเตยที่เมื่อวันที่ 19 ม.ค.ที่ผ่านมา ไม่มีความชัดเจนในข้อเรียกร้องสำคัญที่เกี่ยวข้องกับอนาคตของคนจนไร้ที่ดิน ในเรื่องรูปธรรมของการปฎิรูปที่ดินตามแนวทางโฉนดชุมชน อีกทั้งปัญหาความรุนแรงในพื้นที่ หลังจากที่นายสมพร พัฒนภูมิ ชาวชุมชนคลองไทร อ.ชัยบุรี จ.สุราษฎร์ธานี สมาชิกเครือข่ายปฏิรูปที่ดินฯ ถูกยิงเสียชีวิต ก็ยังไม่หลักประกันเรื่องความปลอดภัยใดๆ ให้แก่ชาวบ้าน ทำให้ต้องมีการชุมนุมข้ามคืนข้างทำเนียบเพื่อรอเจรจาแก้ปัญหาปัญหาร่วมกับนายก

โดยในส่วนข้อเสนอที่สำนักนายกฯ ได้รับปากตามดำเนินการ คือ ในกรณีการเสียชีวิตของนายสมพร สำนักนายกฯ จะสั่งการให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI เป็นผู้ดำเนินการสอบสวนคดีที่เกิดขึ้น และกำหนดให้มีการจัดประชุมคณะกรรมการอำนวยการเพื่อแก้ไขปัญหาของเครือข่ายปฏิรูปที่ดินฯ ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2553 เพื่อนำเสนอผลการดำเนินงานที่ผ่านมา และหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาของเครือข่ายปฏิรูปที่ดินฯ ต่อไป อีกทั้งกำหนดให้มีการจัดประชุมคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาที่ดิน ส.ป.ก. โดยมี นายอภิสิทธิ์ เป็นประธานในที่ประชุม ในครั้งนี้ด้วย

หลังจากการประชุมนานเกือบ 4 ชั่วโมง นายสุรพล สงฆ์รักษ์ สหพันธ์เกษตรกรภาคใต้ (สกต.) ได้ชี้แจงผลการประชุมต่อชาวบ้านที่มาชุมนุมว่า เครือข่ายปฏิรูปที่ดินฯ ประสบความสำเร็จในการเจรจาครั้งนี้น้อยมาก โดยในข้อเรียกที่ให้ทางรัฐบาลช่วยเหลือเยียวยาความสูญเสียแก่ครอบครัวนายสมพร ผู้เสียชีวิตจากการเรียกร้องสิทธิในที่ดินทำกิน ที่ทางภาครัฐควรต้องร่วมรับผิดชอบต่อการสูญเสียอันเนื่องมาจากความล่าช้าในการแก้ปัญหา ในครั้งนี้ด้วย แต่นายกรัฐมนตรีกลับตอบว่า เรื่องดังกล่าวทางเครือข่ายปฏิรูปที่ดินฯ ควรไปเจรจากับกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

ในส่วนข้อเรียกร้องที่ว่า ให้ประกาศให้พื้นที่ในเขต ส.ป.ก.จังหวัดสุราษฎร์ธานี ทุกพื้นที่ที่เป็นสมาชิกของเครือข่ายปฎิรูปที่ดินฯ อยู่อาศัย เป็นพื้นที่คุ้มครองพิเศษด้านความปลอดภัยทั้งชิวิตและทรัพย์สิน จนกว่ารัฐบาลจะดำเนินการแก้ไขปัญหาแล้วเสร็จ โดยให้มีมาตรการในการดำเนินงานอย่างชัดเจน และเพื่อการยุติข้อขัดแย้งและความรุนแรงให้ดำเนินการปฏิรูปที่ดินในพื้นที่ดังกล่าวตามแนวทางโฉนดชุมชน ทางนายกรัฐมนตรีบอกว่ากรณีนี้ต้องไปคุยกับอัยการ เนื่องจากขณะนี้ที่ดิน ส.ป.ก.ส่วนใหญ่อยู่ในกระบวนการฟ้องร้องทางคดีระหว่าง ส.ป.ก.กับบริษัทเอกชน และเป็นอำนาจของศาลในการพิจารณาคดี ในส่วนของรัฐบาลไม่สามารถเข้าไปก้าวก่ายได้ เพราะรัฐบาลต้องดำเนินการทุกอย่างภาคใต้ของกฎหมาย แต่ก็ได้เสนอตัวที่จะไปร่วมกับตัวแทนเครือข่ายฯ เพื่อไปชี้แจงและหารือกับอัยการในการหาทางออก

นายสุรพลแสดงความเห็นว่า การพานายกไปด้วยคงเป็นไปได้ยาก เพราะในขณะที่นายบุณยฤทธิ์ ภิรมย์ ชาวบ้านชุมชนสันติพัฒนา ตัวแทนสหพันธ์เกษตรกรภาคใต้ กำลังพูดนำเสนอข้อมูลอยู่ นายกได้รีบเดินออกจากห้องประชุมไป ทั้งนี้โดยส่วนตัวเข้าใจว่านายกต้องรีบเนื่องจากติดภาระกิจซึ่งก็ได้มีการแจ้งไว้ก่อนหน้านี้แล้ว แต่ก็น่าจะฟังให้จบก่อน เพราะไม่ใช่แต่เวลาของนายกคนเดียวที่มีค่า เวลาของชาวบ้านทุกคนที่มาร่วมกันเรียกร้องการแก้ไขปัญหาก็มีค่าเช่นเดียวกัน

เขากล่าวด้วยว่า ในส่วนกระบวนการทางคดีต่อผู้ที่มีอำนาจ มีเงิน มีนายทุน หรือผลประโยชน์หนุนหลังอยู่เป็นที่รู้กันว่าจะมีความล่าช้า ดังกรณีที่ดินแปลงที่ ส.ป.ก.ฟ้องต่อ บริษัทจิวกังจุ้ย ซึ่งเป็นพื้นที่ที่นายสมพรเสียชีวิต ศาลได้ตัดสินให้ ส.ป.ก.ชนะคดีในชั้นต้น แต่ขณะนี้ 2 ปีกว่ายังไม่มีคำตัดสินจากศาลอุทธรณ์ และไม่มีใครกล้าไปก้าวก่าย หรือวิพากษณ์วิจารณ์การทำงานของศาล ดังนั้นกระบวนการจึงมีความเชื่องช้า ไม่สามารถกำหนดได้ และในความล่าช้าดังกล่าวไม่มีใครมายืดอกรับรองว่าชาวบ้านสามารถจะกลับไปใช้ชีวิตอยู่ในชุมชนต่างๆ ได้โดยปลอดภัย แม้แต่นายกรัฐมนตรี ซึ่งตรงนี้แสดงให้เห็นถึงสิ่งที่สื่อมวลชนวิพากษ์วิจารณ์ผู้นำสูงสุดฝ่ายบริหารว่าหล่อหลักลอย เพราะไม่สามารถช่วยแก้ปัญหาได้ ไม่มีความกล้าหาญและไร้สภาวะความเป็นผู้นำ

“พวกเราให้เกียรติมาก มากันประมาณ 700 คนเพื่อมาคุยกับบุคคลสำคัญเพียงคนเดียว เรามารออยู่ 1 วันกับ 1 คืนที่ผ่านมา วันนี้เป็นวันที่ 2 เราจึงจะได้พบเพียงไม่ถึงครึ่งชั่วโมง เพื่อที่จะฟังคำตอบว่าเรื่องนี้ให้ไปกรมพัฒนาสังคม เรื่องนี้ไปอัยการสูงสุด และเรื่องนี้ยังทำไม่ได้ต้องรอศาล ต้องรอให้ศาลตัดสินสัยก่อน ส.ป.ก.จึงจะนำที่ดินเข้าสู่การปฎิรูปได้” นายสุรพลกล่าว

นายสุรพลกล่าวต่อมาว่าการที่ฝ่ายการเมืองไม่กล้าเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับกลุ่มผลประโยชน์การเมืองใน จ.สุราษฎร์ธานี ถือเป็นการประกาศลอยแพประชาชน และเท่ากับบอกกับกลุ่มอิทธิพลในพื้นที่ว่าจะทำอย่างไรกับประชาชนที่ต่อสู้เพื่อการปฎิรูปที่ดินก็ได้ตามสบาย เพราะรัฐบาลนี้ไม่สามารถพึ่งพาได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในตอนท้ายของการชี้แจงนายสุรพลได้เรียกร้องให้ นายสาธร วงศ์หนองเตย ที่ปรึกษางานกำกับราชการส่วนภูมิภาค ของนายสาทิตย์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออกมาแถลงผลการชุมนุมอย่างเป็นทางการต่อกลุ่มผู้ชุมนุม ในฐานะที่เป็นผู้ประสานงาน และเป็นตัวแทนนายสาทิตย์และนายกรัฐมนตรี ซึ่งนายสาธรไม่ได้ออกมาแถลงพบการประชุมแต่ได้ออกมาร่วมพูดคุยกับตัวแทนเครือข่ายในเรื่องของการชดเชยต่อครอบครัวผู้สูญเสีย และการดำเนินการเพื่อป้องกันเหตุรุนแรงอาจเกิดซ้ำในพื้นที่

การพูดคุย สรุปได้ว่าจะมีการร่างหนังสือข้อตกลงร่วมระหว่างรัฐบาลและเครือข่ายปฎิรูปที่ดินฯ เรื่องการตั้งจุดดูแลความปลอดภัยโดยเจ้าหน้าจากนอกพื้นที่ อ.พระแสง และอ.ชัยบุรี ในพื้นที่ชุมชนไทรงามพัฒนา 1-3 ชุมชนคลองไทรพัฒนา และชุมชนสันติพัฒนา ทั้งหมด 6 จุด ซึ่งเป็นสมาชิกเครือข่ายปฎิรูปที่ดินฯ ใน จ.สุราษฎร์ธานี โดยทางสำนักนายกจะประสานงานให้นายกรัฐมนตรีลงนาม เพื่อสั่งการต่อไปยัง รักษาการผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเพื่อจัดสรรกำลังไปดูแล

ทั้งนี้ ในช่วงเช้า สพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.) สหพันธ์นิสิตนักศึกษาภาคอีสาน (สนนอ.) และกลุ่มกิจกรรมนักศึกษาเพื่อสังคมมหาวิทยาลัยรามคำแหง ได้มาร่วมชุมนุมและเป็นกำลังใจให้แก่ผู้ชุมนุมเครือข่ายปฎิรูปที่ดิน ที่บริเวณทำเนียบรัฐบาล โดยก่อนหน้านั้นที่บริเวณประตู 5 ทำเนียบรัฐบาล นายสุพร อัตถาวงศ์ ได้นำกลุ่มคนเสื้อแดงจำนวนหนึ่งเดินทางไปชุมนุมและยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี โดยขอให้เร่งรัดดำเนินคดีกับ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ และบุคคลที่เกี่ยวข้องกรณีการถือครองที่ดินเขายายเที่ยง อย่างไรก็ตาม บรรยากาศเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

0000

ข้อเสนอเพื่อการแก้ไขปัญหาสมาชิกเครือข่ายปฏิรูปที่ดินแห่งประเทศไทย (คปท.)

จากเหตุการณ์คุกคามเข่นฆ่า ทำลายชีวิตทรัพย์สินของพี่น้องเกษตรกรคนจนในพื้นที่จังหวัดสุราษฎธานี นับตั้งแต่ เดือนเมษายน 2552 ความรุนแรงครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อ วันที่ 11 มกราคม 2553 เวลาประมาณ 19.00 น. คนร้ายกลุ่มหนึ่งได้บุกเข้าไปในเขตชุมชนคลองไทรพัฒนา และยิงปืนใส่กลุ่มสมาชิกคลองไทรพัฒนา ที่กำลังนั่งล้อมวงรับประทานอาหารค่ำ/ดื่มกาแฟ ส่งผลให้ นายสมพร พัฒนภูมิ ซึ่งเป็นหนึ่งในนั้นเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ

ความรุนแรงป่าเถื่อนที่เกิดกับเกษตรกรคนยากคนจนที่ลุกขึ้นมาเรียกร้องสิทธิในที่ดินทำกินซึ่งส่วนใหญ่ได้อยู่อาศัยทำมาหากินในเขตพื้นที่ของ ส.ป.ก. เกี่ยวเนื่องโดยตรงกับความล่าช้าในการตัดสินใจของรัฐบาลในการนำที่ดินในกรรมสิทธิ์ของ ส.ป.ก. มาดำเนินการปฎิรูปที่ดินอย่างทันท่วงที

จากปัญหาความรุนแรงดังกล่าวข้างต้น คปท. จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วนดังนี้

ชุมชน/ที่อยู่
สรุปข้อเท็จจริง/
สภาพปัญหาความคืบหน้า
ข้อเรียกร้อง
1. ชุมชนไทรงามพัฒนา 1-3 หมู่ 5 ต.ไทรทอง อ.ชัยบุรี จ.สุราษฎร์ธานี
จำนวนสมาชิก 400 คน
- จำนวนเนื้อที่ 9,500 ไร่
- ไม่มีสัญญาเช่า, บุกรุกทำประโยชน์ในเขตป่าสงวนป่าไสท้อน-ป่าคลองโซง มาตั้งแต่ พ.ศ.2528-2537
- นายทุนบุกรุกเขต ส.ป.ก.มาตั้งแต่ พ.ศ.2537
- บริษัทชัยบุรีปาล์มทองได้จดทะเบียนยกเลิก ซึ่งในอดีตเคยขอใช้ประโยชน์จากกรมป่าไม้ แต่หนังสืออนุญาติก็ได้ล้มเลิกไปตามการจดทะเบียนยกเลิกบริษัท
- มีผู้ครอบครอง 4 รายใหญ่ได้แก่
บริษัทแสงตะวัน
บริษัทปาล์มไทยการเกษตร
นายสุทัศน์ คุณรักษ์พงศ์
นายเกษม เจริญพานิช (อดีตผู้ประกอบการบริษัทชัยบุรีปาล์มทอง)
- ให้ประกาศเป็นพื้นที่คุ้มครองพิเศษด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน เพื่อให้สมาชิกในชุมชนสามารถดำเนินวิถีชีวิตอันปกติสุขได้
- นำที่ดินในโครงการปฏิรูปที่ดินป่าไสท้อน-ป่าคลองโซงเข้าสู่การปฏิรูปที่ดินทันทีเพื่อดำเนินการตามแนวทางโฉนดชุมชน
2. ชุมชนคลองไทรพัฒนา หมู่ 2 ต.ไทรทอง อ.ชัยบุรี จ.สุราษฎร์ธานี จำนวนสมาชิก 120 คน
- จำนวนเนื้อที่ 1,350 ไร่
- ไม่มีสัญญาเช่า, บริษัทจิวกังจุ้ยพัฒนา จำกัด บุกรุกทำประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าบ้านหมาก-ป่าปากพัง
- นับแต่ พ.ศ.2537 กรมป่าไม้ได้ส่งมอบพื้นที่ให้กับ ส.ป.ก. แต่ไม่สามารถนำพื้นที่มาจัดสรรให้กับเกษตรกรได้ เพราะนายทุน บริษัทจิวกังจุ้ยครอบครองทำประโยชน์
- ให้ประกาศเป็นพื้นที่คุ้มครองพิเศษด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินเพื่อให้สมาชิกในชุมชนสามารถดำเนินวิถีชีวิตอันปกติสุขได้
- นำที่ดินในโครงการปฏิรูปที่ดินป่าบ้านหมาก-ป่าปากพัง เข้าสู่การปฏิรูปที่ดินทันที เพื่อดำเนินการตามแนวทางโฉนดชุมชน
3. ชุมชนสันติพัฒนา หมู่ 6 ต.บางสวรรค์ อ.พระแสง จ.สุราษฎร์ธานี จำนวนสมาชิก 101 คน
- จำนวนเนื้อที่ 1,450 ไร่
- บริษัทที่ทำประโยชน์ สหอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มจำกัด (มหาชน)
- ไม่มีสัญญาเช่า
- อยู่ในเขต ส.ป.ก.บางส่วน และเขตป่าถาวรบางส่วน มีการออก นส.3 ก โดยมิชอบทับที่ป่า
- ให้ประกาศเป็นพื้นที่คุ้มครองพิเศษด้านปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินเพื่อให้สมาชิกในชุมชนสามารถดำเนินวิถีชีวิตอันปกติสุขได้
- เพิกถอน นส.3 ก ที่ตรวจสอบพบว่าออกโดยมิชอบ
- ที่ดิน ส.ป.ก. ในเขตปฏิรูปที่ดินป่าเขาวง-ป่ากระซุ่ม ต้องทำการปฏิรูปทันที เพื่อดำเนินการตามแนวทางโฉนดชุมชน
4. ชุมชนน้ำแดงพัฒนา หมู่ 9 ต.คลองน้อย อ.ชัยบุรี จ.สุราษฎร์ธานี จำนวนสมาชิก 120 คน
- จำนวนเนื้อที่ 2,300 ไร่
- อดีตเป็นสวนปาล์มของบริษัทสากลทรัพยากร จำกัด แต่ถูกทิ้งร้างมานาน กว่า 20 ปี
- เจ้าของเป็นคนจีนสิงคโปร์-มาเลเซีย
- ให้ประกาศเป็นพื้นที่คุ้มครองพิเศษด้านปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินเพื่อให้สมาชิกในชุมชนสามารถดำเนินวิถีชีวิตอันปกติสุขได้
- เพิกถอน นส.3 ก หรือโฉนดที่ตรวจสอบแล้วพบว่าออกโดยมิชอบ
- ประกาศให้เป็นพื้นที่เขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมโดยทันที เพื่อดำเนินการตามแนวทางโฉนดชุมชน

แถลงการณ์เครือข่ายปฏิรูปที่ดินแห่งประเทศไทย ฉบับที่ 2
“เร่งประกาศให้พื้นที่เขต ส.ป.ก. สุราษฎร์ธานี เป็นพื้นที่คุ้มครองพิเศษ”
จากการเจรจาระหว่างผู้แทนของเครือข่ายปฏิรูปที่ดินแห่งประเทศไทย (คปท.) กับสำนักนายกรัฐมนตรี นำโดยนายสาธร วงศ์หนองเตย เมื่อวานนี้ ณ ทำเนียบรัฐบาล ผลจากการเจรจาปรากฏว่า สำนักนายกฯ ได้รับปากตามข้อเสนอของเครือข่ายฯ และจะดำเนินการดังนี้
1. ต่อกรณีการเสียชีวิตของนายสมพร พัฒนภูมิ สำนักนายกฯ จะสั่งการให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI เป็นผู้ดำเนินการสอบสวนคดีที่เกิดขึ้น เพื่อให้เป็นบรรทัดฐานว่าผู้กระทำผิดจะถูกลงโทษ และป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยเช่นนี้ในพื้นที่สุราษฏร์ธานีอีกต่อไป
2. กำหนดให้มีการจัดประชุมคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาที่ดิน ส.ป.ก. โดยมี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีนั่งเป็นประธานที่ประชุม ในช่วงเวลา 11.00 น. ของวันนี้ เพื่อทำการเจรจาแก้ไขปัญหาในรายละเอียดตามข้อเสนอของเครือข่ายฯ
3. กำหนดให้มีการจัดประชุมคณะกรรมการอำนวยการเพื่อแก้ไขปัญหาของเครือข่ายปฏิรูปที่ดินแห่งประเทศไทย (คปท.) ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2553 เพื่อนำเสนอผลการดำเนินงานที่ผ่านมา และหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาของเครือข่ายปฏิรูปที่ดินฯ ต่อไป
อย่างไรก็ตาม แม้สำนักนายกฯ จะได้ให้คำมั่นสัญญาในข้อเรียกร้องบางประการกับเครือข่ายปฏิรูปที่ดินแห่งประเทศไทย (คปท.)อย่างเป็นทางการแล้วก็ตาม แต่ยังมีข้อเรียกร้องสำคัญที่เกี่ยวข้องกับอนาคตของพวกเรา ซึ่งยังไม่อาจทราบได้ว่าจะมีการดำเนินการให้เป็นผลสำเร็จได้จริงหรือไม่ ดังนั้น ในเบื้องต้น เครือข่ายฯ จึงมีข้อเสนอต่อ นายกรัฐมนตรี ดังนี้
1. ประกาศให้พื้นที่ในเขต ส.ป.ก. จังหวัดสุราษฎร์ธานี ทุกพื้นที่ที่เป็นสมาชิกของเครือข่ายปฏิรูปที่ดินแห่งประเทศไทย (คปท.) เป็นพื้นที่คุ้มครองพิเศษด้านความปลอดภัยทั้งชีวิตและทรัพย์สิน จนกว่ารัฐบาลจะดำเนินการแก้ไขปัญหาแล้วเสร็จ โดยมีมาตรการในการดำเนินการอย่างชัดเจน เช่น ให้มีการตรวจค้นและยึดอาวุธในแคมป์ของทุกบริษัทที่เป็นคู่กรณี
2. เพื่อเป็นการยุติข้อขัดแย้งและความรุนแรง ให้ดำเนินการปฏิรูปที่ดินตามแนวทางโฉนดชุมชนโดยทันที กับสมาชิกชุมชนไทรงามพัฒนา 1-3 ชุมชนคลองไทรพัฒนา ชุมชนสันติพัฒนา เพื่อเป็นพื้นที่นำร่องตามแนวทางโฉนดชุมชนในเขต ส.ป.ก. ภายใต้ พ.ร.บ.ปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2518 และเพื่อเป็นแม่แบบในการนำไปปฏิบัติกับพื้นที่อื่นๆ ต่อไป
3. ให้เพิกถอน น.ส.3 ก ที่ได้ตรวจสอบแล้วและพบว่าออกโดยมิชอบโดยวิธีการต่างๆ เช่น มีการแจ้งข้อมูลอันเป็นเท็จในขั้นตอนการสอบสวนสิทธิ์
4. ให้ช่วยเหลือทางการเงินแก่ครอบครัว นายสมพร พัฒนภูมิ ซึ่งเป็นผู้เสียชีวิตจากการเรียกร้องสิทธิในที่ดินทำกิน
หากข้อเสนอดังกล่าวไม่บรรลุผลตามที่เสนอแล้ว เครือข่ายปฏิรูปที่ดินแห่งประเทศไทย (คปท.) ขอยืนยันว่า จะมีการปฏิบัติการขั้นเด็ดขาดอย่างแน่นอน
เครือข่ายปฏิรูปที่ดินแห่งประเทศไทย
หน้าทำเนียบรัฐบาล
20 มกราคม 2553

ข่าวส่งเสริมคนดี

จำนวนผู้เข้าเยี่มมชม

link to affordable web hosting
Powered by web hosting provider .

สถิติการเข้าชม DMNEWS

eXTReMe Tracker